"เดนทีน" ออก "คริสตัลบีด" กระตุ้นตลาดหมากฝรั่ง

ตลาดหมากฝรั่งเป็นอีกตลาดที่ในช่วง 3 ปีมานี้มีการติดลบมาโดยตลอด เฉลี่ย 5% ในทุกๆ ปี เพราะด้วยปัจจุบันที่มีทางเลือกมากขึ้นในการเพิ่มความสดชื่น อย่างเช่น ลูกอม ทำให้การบริโภคหมากฝรั่งลดลงไป

ในปีนี้ เดนทีน ภายใต้บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จึงต้องออกโรงสร้างอะไรใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นตลาดเสียบ้าง จึงมาในรูปแบบของนวัตกรรม "คริสตัลบีด" เพื่อสร้างสีสัน และความแปลกใหม่ให้ตลาด

แต่ในครั้งนี้ถือเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ของเดนทีนเหมือนกัน นอกการจะมีการเพิ่มคริสตัลบีดเข้าไปแล้ว ยังมีการปรับแพ็กเกจจิ้งให้ดูโดดเด่นมากขึ้น หลังจากมีการปรับล่าสุดเมื่อปี 2013 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการปรับทุกๆ 3-4 ปีอยู่แล้ว

พร้อมทั้งต้องการสร้างพฤติกรรมการเคี้ยวหมากฝรั่งให้ถี่ขึ้น เป็นการเคี้ยวช่วงหลังอาหาร ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเดนทีนเองก็ได้ดำเนินกลยุทธ์นี้มาตลอด เพราะได้วางจุดยืนในเรื่องความสะอาด สดชื่น และขจัดเศษอาหาร

ฐานันท์ สุวรรณรักษ์ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีมานี้ตลาดหมากฝรั่งไม่ค่อยคึกคักเท่าไหร่เพราะด้วยผู้บริโภคมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น ทำให้ต้องออกสินค้าหรือนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อดึงดูด หรือสร้างสถานการณ์ใหม่ๆ ในการทานหมากฝรั่ง เพิ่มความถี่ในการกิน และต้องทำให้หมากฝรั่งเป็นสินค้าเทรนดี้ที่โดนใจคนรุ่นใหม่ ไม่ได้มองว่าเป็นสินค้าที่คนแก่กินกัน

การที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมามีส่วนช่วยทำให้ตลาดเติบโตเยอะเหมือนกัน อย่างตอนที่เดนทีนเปิดตัวไทรเด้นท์ สแปลซ เมื่อปี 2008 ทำให้ในปีนั้นตลาดมีการเติบโตถึง 2 หลัก ทำให้เห็นว่าตลาดนี้ยังคงต้องขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง หรือไม่ก็ต้องมีอะไรใหม่ๆ เพื่อสร้างสีสันอย่างเช่นมีการปรับแพ็กเกจจิ้ง หรือมีพรีเซ็นเตอร์ใหม่

แต่ในช่วงปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีที่ดีของเดนทีนเหมือนกัน มีการเติบโตที่สวนทางกับตลาด และมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 52% แต่ถ้ารวมสินค้าของมอนเดลีซจะมีส่วนแบ่งตลาด 68.9% รวมแบรนด์ไทรเด้นท์ กับคลอเร็ทด้วย

มีผลจากการที่ในปีที่ผ่านมามีการใช้พรีเซ็นเตอร์ดูโอ้ ต่อ-ธนภพ และ เก้า-สุภัสสรา เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายกลุ่มวัยรุ่น

ปิยดา ธราธิป ผู้จัดการกลถ่มผลิตภัณฑ์หมากฝรั่ง บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล จำกัด กล่าวเสริมว่า เป็นครั้งแรกที่เราได้เลือกใช้ดูโอ้พรีเซ็นเตอร์เพราะต้องการสร้างความแปลกใหม่ ทั้งสองคนเป็นขวัญใจของกลุ่มวัยรุ่นทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น ที่เราวางกลุ่มเป้าหมายให้เด็กลงก็เพื่อต้องการทำความรู้จักกับเด็กรุ่นใหม่ เหมือนเป้นการสร้างลอยัลตี้ให้กับแบรนด์ตั้งแต่เด็กด้วย

ในแคมเปญนี้เดนทีนได้ใช้งบการตลาด 100 ล้านบาท ผ่านทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ เพิ่มช่องทางในสื่อดิจิทัลมากขึ้นใช้ในสัดส่วน 20% และมีการสนับสนุนซีรีส์ในเครือจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ภายในซีรีส์จะมีการไทอินสินค้าเพื่อสร้างพฤติกรรมการเคี้ยวหมากฝรั่งด้วย โดยที่ทั้งปีได้ใช้งบ 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5-10%

ในปีนี้มอนเดลีซตั้งเป้าให้เดนทีนมีการเติบโต 20-30% พร้อมทั้งต้องการให้ตลาดเติบโตไปด้วยราว 5-10%

1_dentynenew