เนสท์เล่รวมพลัง “เปลี่ยนแปลงโลก”

ในขณะที่แวดวงธุรกิจกำลังให้ความสำคัญกับการร่วมกันแก้ไขปัญหาทางสังคม เพื่อช่วยให้โลกนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้น นิตยสารฟอร์จูนได้จัดให้เนสท์เล่อยู่ในอันดับที่ 5 ของกลุ่มบริษัททั้งหมด หรืออันดับ 1 ของกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม จากการจัดอันดับกลุ่มบริษัทชั้นนำ 50 แห่ง ผู้ขับเคลื่อนการ“เปลี่ยนโลก” (Fortune #ChangeTheWorld) โดยพิจารณาจากบริษัทที่มี “ผลประกอบการที่ดีควบคู่กับการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อสังคม”

ซึ่งนิตยสารฟอร์จูน ได้รายงานว่า “เราสามารถเพิ่มคุณค่าของอาหารให้มากขึ้นได้ด้วยการเสริมสารอาหารที่ผู้คนนับพันล้านคนได้รับไม่เพียงพอ ในฐานะที่เป็นบริษัทอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งสามารถเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง เนสท์เล่ได้ดำเนินการเพื่อเพิ่มคุณค่าอาหารให้แก่ผู้บริโภค ดังที่ปรากฏในรายงานผลประจำปีด้านการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม (Creating Shared Value) ซึ่งนับเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้น
ในสังคมได้อย่างชัดเจน”

นางออดรีย์ เลียว ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า เปิดเผยว่า “การได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์จูนในครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของเนสท์เล่ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในสังคม และตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านโภชนาการเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของเรา”

“เนสท์เล่ยังคงเดินหน้าเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกช่วงวัย ด้วยทางเลือกด้านโภชนาการและสุขภาพที่อิงหลักวิทยาศาสตร์ กว่า 150 ปีที่ผ่านมา เราได้ร่วมดูแลผู้บริโภคและครอบครัว ภายใต้แนวคิด “Good Food, Good Life” พร้อมมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม ซึ่งนับเป็นหลักสำคัญในการดำเนินธุรกิจของเนสท์เล่ในประเทศไทยและทั่วโลก” นางออดรีย์กล่าวเสริม

นิตยสารฟอร์จูนเล็งเห็นถึงสิ่งที่เนสท์เล่มุ่งมั่นทำมาอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ ทั้งยังรับซื้อวัตถุดิบจากแหล่งท้องถิ่นเพื่อสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยในกว่า 50 ประเทศ ในช่วงเวลากว่า 16 ปีที่ผ่านมา เนสท์เล่มุ่งมั่นพัฒนาโภชนาการเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี  โดยได้ลดปริมาณน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมในผลิตภัณฑ์นับพันรายการ  อีกทั้งยังเสริมสารอาหารที่จำเป็นในผลิตภัณฑ์กว่า 192,000 ล้านหน่วยบริโภคในปีพ.ศ. 2558 เพื่อช่วยลดปัญหาการขาดสารอาหาร โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง เช่น การเสริมธาตุเหล็กในก้อนปรุงรสในทวีปแอฟริกา

นางกนกทิพย์ ปริญญานุสสรณ์ ผู้จัดการฝ่ายโภชนาการเพื่อสุขภาพ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า “สำหรับเนสท์เล่ประเทศไทย เรามุ่งมั่นส่งเสริมโภชนาการเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้บริโภค ผ่าน 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยใช้มาตรฐาน 60/40+ การให้ความรู้และส่งเสริมโภชนาการในเด็กและการส่งเสริมการเล่นกีฬาในโรงเรียน”

“การพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคทั้งในด้านสุขภาพและการใช้ชีวิต โดยยังคงไว้ซึ่งรสชาติที่ถูกใจผู้บริโภค ที่เนสท์เล่เรามีระบบการกำหนดเกณฑ์โภชนาการของเนสท์เล่ (หรือเรียกสั้นๆ ว่า มาตรฐาน 60/40+) ซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีรสชาติที่อร่อยขึ้น พร้อมตอบโจทย์ด้านโภชนาการและสุขภาพควบคู่กันไปอย่างสมดุลสำหรับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายของเรา”กนกทิพย์กล่าว

เนสท์เล่ใช้มาตรฐาน 60/40+ เพื่อประเมินความพึงพอใจในรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการของทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม โดย 60/40 คือเกณฑ์การทดสอบด้านรสชาติ เพื่อให้อย่างน้อย 60% ของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายพึงพอใจในรสชาติของผลิตภัณฑ์เนสท์เล่เหนือกว่าผลิตภัณฑ์เปรียบเทียบที่โดดเด่นในท้องตลาด ในส่วนของ “+” คือ การเสริมคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม โดยอิงจากเกณฑ์โภชนาการของหน่วยงานชั้นนำด้านสุขภาพระดับโลก และคำนึงถึงบทบาทของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ในมื้ออาหาร รวมทั้งความสอดคล้องกับการส่งเสริมสาธารณสุขของประเทศ นอกจากนั้น เนสท์เล่ได้ทำการแสดงฉลากหวานมันเค็มโดยสมัครใจเพื่อระบุคุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภคเทียบกับปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวันที่หน้าบรรจุภัณฑ์อย่างชัดเจน เพราะเราเชื่อว่าการให้ข้อมูลโภชนาการที่ถูกต้องและเข้าใจได้ง่ายจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และสามารถจัดการโภชนาการที่สมดุลให้กับตนเองและครอบครัว

นอกจากการใช้มาตรฐาน 60/40+ และฉลากหวานมันเค็มแล้ว เนสท์เล่ยังร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการดำเนินโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาโภชนาการในเด็ก ซึ่งในปัจจุบันพบว่าเด็กและเยาวชนไทยจำนวนมากประสบภาวะทุพโภชนาการ ทั้งการได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ และการบริโภคในปริมาณมากเกินไปจนเป็นโรคอ้วนซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูง เนสท์เล่ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนการให้ความรู้ด้านโภชนาการและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อแก้ปัญหาด้านโภชนาการและสุขภาพในกลุ่มเยาวชนไทย

ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการสร้างสุขภาพที่ดีของเด็กไทยอย่างยั่งยืน เนสท์เล่จึงได้จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านโภชนาการและส่งเสริมการเล่นกีฬาในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยได้ริเริ่มโครงการเด็กไทยสุขภาพดี (Healthy Thai Kids) ตั้งแต่ปี 2547 ร่วมกับกรมอนามัย คณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ เป็นเวลากว่า 12 ปีที่โครงการฯ ได้ร่วมส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านโภชนาการและสุขภาพที่เหมาะสมให้แก่เด็กวัยเรียน และผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนด้านโภชนาการ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีในเด็ก เช่น ผู้ปกครอง คุณครู และชุมชน ภายใต้โครงการฯ นี้ เนสท์เล่ยังได้พัฒนาชุดสื่อการเรียนการสอนด้านโภชนาการสำหรับเด็ก ผ่านแนวคิด  อ่าน – อ่านฉลากโภชนาการ ปรับ – ปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร กินให้หลากหลาย ครบทั้งห้าหมู่ เพิ่มผักผลไม้ ขยับ – ขยับร่างกายให้เกิดการเผาผลาญ กินเท่าไหร่ ใช้ให้หมดเปลี่ยน – เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร โดยกินหวาน มัน เค็ม แต่พอดี

ปัจจุบัน ปัญหาด้านโภชนาการในเด็กไทยนับเป็นปัญหาระดับชาติที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญ สถิติล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุขพบว่าเด็ก 7-10% มีน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน ในขณะที่เด็กกว่า 12% มีน้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วน ด้วยเหตุนี้ เนสท์เล่จึงได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และ บริษัท รักลูก กรุ๊ป ริเริ่ม โครงการรวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี (United for Healthier Kids: U4HK) ขึ้นเมื่อกลางปี 2559

นางกนกทิพย์ กล่าวต่อว่า “โครงการรวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี ได้คิดค้นวิธีการที่จะช่วยให้พ่อแม่ และผู้ดูแลเด็ก สร้างเสริมสุขนิสัยที่สำคัญในการกินให้หลากหลาย การเลือกดื่มน้ำเปล่า และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้กระฉับกระเฉง ผ่านเครื่องมือสร้างสรรค์ “มื้ออาหารของฮีโร่(Hero Meal)” ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สนุก ดึงดูดให้เด็กๆ อยากใช้ อยากร่วมมือ และกระตุ้นการปรับเปลี่ยนและปลูกฝังพฤติกรรมที่ถูกต้อง เพื่อให้เด็กๆ มีสุขภาพแข็งแรงอย่างยั่งยืน โดยได้เริ่มโครงการในกลุ่มเด็กนักเรียนอนุบาล 800 คน อายุ 3-5 ปี จาก 4 โรงเรียนนำร่อง ในเขตกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ทุกท่านสามารถติดตามข้อมูลเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการดูแลเด็กได้ที่ Facebook.com/U4HKThailand”

นอกจากกิจกรรมด้านโภชนาการแล้ว เนสท์เล่ยังส่งเสริมการเล่นกีฬาในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการมีโภชนาการที่สมดุลควบคู่ไปกับการมีพฤติกรรมที่กระฉับกระเฉงให้กับเด็กวัยเรียนอายุ 6-12 ปี ผ่านกิจกรรมส่งเสริมด้านกีฬาของไมโล โดยในแต่ละปีสามารถเข้าถึงเด็กกว่า 1 ล้านคนในกว่า 1,000 โรงเรียนทั่วประเทศ พร้อมทั้งจัดการแข่งขัน ไมโล ฟุตซอล แชมเปี้ยน ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตซอลระดับประเทศรายการใหญ่ที่สุด
ในประเทศไทยที่จัดต่อเนื่องมาแล้วถึง 7 ปี เข้าถึงเด็กอายุ 7-15 ปี กว่า 30,000 คน โดยเด็กที่เข้ารอบชิงชนะเลิศทุกคนจะได้รับการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา

“ในฐานะที่เนสท์เล่เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนของสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนสท์เล่ได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการโภชนาการแห่งชาติ ครั้งที่ 10 โดยจัดอภิปรายเพื่อนำเสนอผลการดำเนินการเบื้องต้นของโครงการรวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี พร้อมจัดแสดงกิจกรรมด้านโภชนาการเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมุ่งหวังให้เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักวิชาการด้านการดูแลสุขภาพ พนักงานภาครัฐ นักโภชนาการ นักกำหนดอาหาร และคณาจารย์ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการแบ่งปันประสบการณ์ในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนโภชนาการเชิงรุกในประเทศไทย เพื่อการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืนของชาวไทยต่อไป” นางกนกทิพย์กล่าวเสริม

ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม เนสท์เล่จะยังคงเดินหน้าสร้างธุรกิจควบคู่กับการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้สังคม เพื่อให้ทุกคนมีความสุขและสุขภาพดี ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ให้ทั้งความอร่อยและคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมการสื่อสารอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคนในสังคม