“สงกรานต์ 60” ท่องเที่ยวไทย โกยรายได้ 4.54 หมื่นล้านบาท


19-04-2017 16:32:33

เทศกาลสงกรานต์ 60 สร้างเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจไทย 4.54 หมื่นล้านบาท เติบโต 14.40% นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เที่ยวไทยเกือบ 7 แสนคน สร้างรายได้ 3.69 หมื่นล้านบาท ส่วนไทยเที่ยวไทยเพิ่มเป็น 3.03 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 8.48 พันล้านบาท เผย 14 เมืองเป้าหมายที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และ ททท.จัดกิจกรรมสงกรานต์วิถีไทย" มีนักท่องเที่ยวไทยสนใจเที่ยวมากกว่า 41% พร้อมสร้างรายได้กว่า 61% ของจำนวนนักท่องเที่ยวไทยและรายได้ทั้งหมด         กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ช่วงสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 11-17 เม.. 60 ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยสร้างรายได้ทั้งสิ้น 45,428 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนคือ 39,709 ล้านบาท ร้อยละ 14.40 โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวน 695,894 คน เพิ่มขึ้นจาก 627,495 คน ร้อยละ 10.90 สร้างรายได้ 36,941.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 31,736 ล้านบาท ร้อยละ 16.40

ส่วนนักท่องเที่ยวไทยมีจำนวน 3.03 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 3.36 สร้างรายได้ 8,487 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 7,972 ล้านบาท ร้อยละ 6.45 ในจำนวนนี้เป็นการท่องเที่ยวใน 14 เมืองเป้าหมายที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมสงกรานต์วิถีไทยเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วทั้งประเทศ ประกอบด้วย กรุงเทพฯ, ชลบุรี, เชียงใหม่, ขอนแก่น, พระนครศรีอยุธยา, สงขลา, นครศรีธรรมราช, ภูเก็ต, หนองคาย, สมุทรปราการ, สุพรรณบุรี, นครพนม, ลำปาง และสุโขทัย “ผลจากการจัดกิจกรรมดังกล่าวได้ดึงดูดชาวไทยให้มีการท่องเที่ยวรวมกว่า 1.25 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 41 ของจำนวนชาวไทยที่ท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั้งหมด และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่าจำนวนชาวไทยที่เดินทางท่องเที่ยวใน 14 พื้นที่ดังกล่าวขยายตัวร้อยละ 5.61 คิดเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นใน 14 จังหวัดข้างต้น เช่น ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร-เครื่องดื่ม และซื้อสินค้าของที่ระลึก ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจกว่า 5.15 พันล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 61 ของรายได้ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่าขยายตัวร้อยละ 7.86” กอบกาญจน์กล่าวในตอนท้าย ที่มา : http://manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9600000039269