แอลจีแต่งตั้ง โจ ซอง จิน เป็นประธานกรรมการบริหารคนใหม่


21-04-2017 14:14:31
แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (แอลจี) ประกาศแต่งตั้งนาย โจ ซอง จิน เป็นประธานกรรมการบริหารคนใหม่ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเครื่องปรับอากาศและยังเป็นหนึ่งในผู้อำนวยการบริหารคนสำคัญที่รับผิดชอบด้านการบริหารของบริษัท โดยมีผลในทันทีและจะดูแลด้านการบริหารงานของทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเครื่องปรับอากาศ กลุ่มโทรศัพท์มือถือ กลุ่มโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และกลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์ รวมถึงการดูแลบริษัทแอลจีกว่า 120 แห่งทั่วโลก นาย โจ ซอง จิน(อายุ 60 ปี) เข้าร่วมงานกับบริษัท โกลด์สตาร์ ในปี พ.ศ. 2519 และในปี พ.ศ. 2523 ได้ร่วมทำงานในทีมพัฒนาเครื่องซักผ้าอัตโนมัติเครื่องแรกของแอลจีและเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าบริหารกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องซักผ้า ก่อนขึ้นเป็นประธานกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเครื่องปรับอากาศ ในปี พ.ศ. 2548 เขายังเคยได้รับรางวัลIndustrial Service Merit ในระดับ Bronze Tower Order จากรัฐบาลเกาหลีใต้ เพื่อยกย่องในความมุ่งมั่นของเขาที่ช่วยพัฒนาเทคโนโลยีให้แก่อุตสาหกรรมในประเทศเกาหลีใต้ และเมื่อเร็วๆนี้ นาย โจ ซอง จิน เป็นผู้ขับเคลื่อนสำคัญให้แก่แอลจีในการก้าวเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยม ด้วยการเปิดตัว LG SIGNATURE และชุดครัวแบบบิลท์อิน รวมถึงวางรากฐานให้กับธุรกิจในอนาคตที่เกี่ยวกับ IoT และบ้านอัจฉริยะ นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารของแอลจียังได้แต่งตั้งนาย ซอง แด ฮยอน (อายุ 58 ปี) ซึ่งปัจจุบัน เป็นหัวหน้ากลุ่มธุรกิจในกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช และประธานของแอลจี ในรัสเซีย ขึ้นเป็นประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเครื่องปรับอากาศแทนนายโจ ซอง จิน ด้วยประสบการณ์กว่า 33 ปีกับบริษัทแอลจี นาย ซอง แด ฮยอนเป็นหนึ่งกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเครื่องปรับอากาศ ซึ่งรวมถึงตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และเครื่องครัว และในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารกลุ่มธุรกิจในประเทศรัสเซียและกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 นาย ซอง แด ฮยอน สามารถสร้างความสำเร็จในการเติบโตให้แก่แอลจีแม้ว่าต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจภายในภูมิภาคก็ตาม ทั้งนี้ แอลจียังได้แต่งตั้งรองประธานฝ่ายบริหารอีก 5 ตำแหน่ง และผู้บริหารอีก13 คนที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นรองประธานฝ่ายบริหารอาวุโส และอีก 38 ตำแหน่งที่เข้าร่วมในฐานะรองประธาน โดยบทบาทและความรับผิดชอบใหม่นี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2559 และผู้บริหารใหม่ทั้งหมดจะเข้าดำรงตำแหน่งพร้อมปฏิบัติงานในวันที่ 1 มกราคม 2560 หลังจากการประชุมใหญ่สามัญประจำปีสิ้นสุดลง