Fuji-Canon-Panasonic แบรนด์ไม่เกี่ยง ขอดีไซน์เท่ๆ ไลฟ์สไตล์โดนๆ นะจ๊ะ


10-08-2011 00:00:00

กล้องถ่ายรูปที่เคยถูกมองว่าเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม ผู้ใช้หรือเจ้าของต้องมีความรู้ในการใช้กล้องมากพอสมควร เส้นแบ่งเหล่านี้ถูกทำลายลงไปตั้งแต่การก้าวเข้าสู่กล้องถ่ายภาพดิจิตอลที่เห็นภาพในทันที และพร้อมส่งต่อ

กล้องถ่ายภาพดิจิตอล กลายเป็นส่วนหนึ่งของผู้ใช้ ที่ถูกรวมเข้าไปไว้ในโทรศัพท์มือถือ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย ด้วยความเชื่อที่ว่า คนทั่วไปชอบถูกบันทึก

ความง่ายของเทคโนโลยีถ่ายภาพทำให้กล้องรุ่นใหม่ๆ มีความสะดวกเกินกว่าที่คนใช้กล้องรุ่นเก่าๆ จะเข้าใจได้ กล้องที่เพียงยกขึ้นเล็ง แล้วกดชัตเตอร์เพื่อบันทึกภาพ กลายเป็นสินค้ายอดนิยม และหาซื้อไว้ติดตัวอย่างง่ายดาย

ขายกล้องยุคนี้ต้อง Lifestyle
ความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นปัจจัยทำให้กล้องถ่ายภาพเติบโตขึ้น เพราะเทรนด์ของยุคนี้ Share & Chat เมื่อถ่ายภาพแล้วแล้วต้องแสดงออก และมีการโชว์ให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ หรือมีความเห็นเพิ่มเติม ทำให้กล้องหลายๆ รุ่น สามารถส่งเข้าเครือข่าย Social Network ได้อย่างง่ายดาย

เมื่อความต้องการของผู้ใช้เปลี่ยนแปลงไป ผู้ผลิตกล้องเองก็พยายามทำให้โอกาสในการใช้กล้องถี่ขึ้นกว่าเดิม และทำให้กล้องเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในกระเป๋า หรือมีอยู่ติดตัวตลอดเวลา และแน่นอนว่าผู้ใช้กลุ่มนี้ทางผู้ผลิตก็มองไปที่กลุ่มลูกค้าผู้หญิงที่จะมีโอกาสเกิดการใช้อย่างปัจจุบันทันด่วนมากที่สุด และมีพื้นที่ในกระเป๋าสะพายมากพอจะใส่กล้องเข้าไปอีก 1 ตัว

เช่นเดียวกับการที่ต้องสร้างเทรนกล้องคล้องคอ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้กล้องรุ่นนั้นๆ มีความโดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากกล้องที่คล้องคอนั้นถูกกำหนดออกมาให้คนทั่วไปรับรู้ว่า คนใช้ต้องมีรสนิยม และดูเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการถ่ายภาพ

การที่จะทำให้กล้องกลายเป็นส่วนหนึ่งในอุปกรณ์ติดตัวผู้บริโภคนั้น สิ่งที่ผู้ผลิตกล้องทำก็คือ การปรับเปลี่ยนการใช้และควบคุมกล้องให้ง่ายขึ้น กล้องรุ่นใหม่ๆ จะต้องใช้งานง่ายโดยต้องมีระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยเหลือในทุกฟังก์ชัน สิ่งที่สำคัญคือต้องทำให้ภาพที่ได้มานั้น ดูดี และเป็นมืออาชีพมากกว่ามือสมัครเล่น

ทิ้ง Digital Compact เปิดตลาดใหม่
อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้ผลิตกล้องต้องปรับแนวทางการตลาดใหม่ เพราะการแข่งขันของกล้องดิจิตอล คอมแพคมีการแข่งขันกันรุนแรงที่สุด เนื่องจากเป็นตลาดกล้องที่ซื้อง่าย ขายคล่อง ผู้ผลิตกล้องทุกค่ายต่างลงมาเล่นกันในตลาดนี้แบบเต็มตัว

ด้วยสัดส่วนยอดขายกล้อง ดิจิตอลประมาณการปีนี้อยู่ที่ 1,300,000 ตัว และกล้อง คอมแพคมีส่วนแบ่งตลาดถึง 90% แต่ก็เป็นตลาดที่ทำกำไรต่อหน่วยให้กับผู้ผลิตกล้องน้อยที่สุด หากเทียบมูลค่ากับกล้องประเภทอื่น

กล้องดิจิตอลบางแบรนด์เคยเปิดสงครามราคาแบบซื้อ 1 แถม 1 มาแล้วในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา

การหาตลาดใหม่ๆ เพื่อหลีกหนีการแข่งขันที่รุนแรง เพื่อทำกำไรจากรุ่นอื่นมาทดแทน จึงเป็นทางเลือกที่ผู้ผลิตกล้องทุกค่ายคิดและลงมือทำ

การแข่งขันในคอมแพคก็ว่ากันไป ทุกค่ายไม่เคยบอกว่าจะถอยออกจากตลาดนี้ ก็ทำตลาด และออกสินค้า มาเร็ว ไปเร็ว ซื้อทดแทนได้ง่ายกันต่อไป กำไรต่อหน่วยน้อยลง อายุของกล้องสั้นลงก็ปล่อยให้เป็นไปตามกลไก แต่กล้องในเซ็กเมนต์อื่นก็ถูกคิดค้นขึ้นมา

การเปิดตลาดกล้องใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลัง จนผู้ใช้กล้องเองก็ตามไม่ทัน จนกลายเป็นปัญหาว่าจะเลือกใช้กล้องประเภทไหน หรือตัดสินใจอย่างไรดี

วิธีการเปลี่ยนLifestyle เป็นจุดขาย
รูปแบบ วิธีการ
ใช้งานง่าย ถ่ายได้เหมือนมืออาชีพ มีโปรแกรมช่วยเหลือสมบูรณ์แบบที่อยู่ในตัวกล้อง เลือกรูปแบบการถ่ายชัดตื้น ชัดลึก เพียงแค่ยกขึ้นเล็งแล้วกดชัตเตอร์ ทุกค่ายต่างมีฟังก์ชันนี้ในกล้องเน้นผู้ใช้กลุ่มผู้หญิงที่ต้องการถ่ายภาพได้สวยหรือเทียบเท่าผู้ชาย
น้ำหนักเบา พกสะดวก กล้องรุ่นใหม่มีน้ำหนักเบาขึ้น สามารถใส่ในกระเป๋าสะพายของผู้หญิงได้ หากจะใช้คล้องต้องดูแล้วเหมือนเครื่องประดับชิ้นหนึ่ง และดูทันสมัย เมื่อใช้กล้อง
สีสันต้องหลากหลาย ต้องมีสีอย่างน้อย 4 สี เป็นพื้นฐานคือ เทา ดำ น้ำตาล แดง และเพิ่มสี ขาว ชมพู เป็นสีพิเศษ
ต้องใช้พรีเซ็นเตอร์ มีการใช้ดารา นักร้อง ที่เป็นไอดอลของวัยรุ่นมาเป็นพรีเซ็นเตอร์มากขึ้น เลิกใช้พรีเซ็นเตอร์ที่เป็นช่างภาพมืออาชีพ
มี Club และพื้นที่แชร์ภาพถ่าย ต้องมี Club เฉพาะรุ่น และต้องเข้าไปตอบคำถามแก้ปัญหา วิจารณ์ภาพอย่างต่อเนื่อง และจัดพื้นที่บน Online หรือมีกิจกรรมให้โชว์ผลงาน

Fuji ขอตลาดบน
กล้อง Fuji X 100 เป็นภาพสะท้อนของการเปิดตลาดใหม่ๆ ของกล้องดิจิตอล ที่มีการแข่งขันน้อย แต่สามารถทำกำไรให้ผู้ผลิตได้มากขึ้น รวมถึงสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ Brand ด้วย

สิทธิเวช เศวตรพัชร์ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอล อิมเมจจิ้ง บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า X 100 เป็นตลาดกล้องพรีเมียม ดิจิตอล คอมแพค ซึ่งเป็นตลาดใหม่ ไม่มีใครทำตลาดตรงนี้มาก่อน เพราะราคากล้องที่ถูกตั้งไว้สูงกว่า 30,000 บาท สำหรับกล้องคอมแพคถือว่าสูงมาก และมีราคาที่เทียบเคียงกับกล้อง DSLR ผู้ที่สนใจกล้องรุ่นนี้ต้องสนใจและชอบอย่างจริงจัง

ในด้านของการออกแบบ สิทธิเวทย์อธิบายว่า เป็นการออกแบบที่มาจากกล้องระบบ Mannal ซึ่งเป็นกล้องโบราณ เป็นเหมือนกล้อง Retro รูปร่างหน้าตาของกล้อง Fuji X 100 จึงเหมือนกับกล้องคลาสสิกในยุคแรก และมีคนเปรียบเทียบว่า กล้องรุ่นนี้มีความใกล้เคียงกับกล้อง Leica M ในเรื่องหน้าตา การออกแบบ และน่าจะเป็น Leica ของคนรายได้น้อย

เขาบอกด้วยว่า ลูกค้ากลุ่มแรกที่นำไปใช้งาน ได้เป็นกลุ่มอ้างอิงในการบอกต่อถึงกล้องรุ่นนี้ เพราะลูกค้าที่ซื้อไปจะเป็นผู้ที่เล่นกล้องอยู่แล้ว และมีกล้อง DSLR ไว้ใช้งานทั้งใช้เป็นอาชีพ และใช้ส่วนตัว

“คนที่ซื้อไป ต้องการกล้องที่ถ่ายสะดวก ห้อยคอได้ เมื่อต้องการถ่ายภาพสามารถหยิบขึ้นมาถ่ายได้ทันที ไม่ต้องหันไปหยิบกล้องใหญ่ และภาพที่ได้มาก็มีคุณภาพเท่ากับกล้อง DSLR“

ภาพลักษณ์ และ Positioning ของกล้อง Fuji X 100 จึงถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นกล้องของมืออาชีพ คนที่เป็นเจ้าของสามารถควบคุมการถ่ายภาพจากกล้องนี้ได้ และมีรสนิยมในการถ่ายภาพด้วย

ฟูจิ ประเทศไทยขายกล้อง Fuji X 100 ไปแล้ว 1,200 ตัวภายในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา เมื่อตอนที่วางแผนเข้ามาเปิดตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 1,000 ตัวภายใน 1 ปี แต่ก็ทำยอดขายได้มากกว่าที่ตั้งไว้ และปรับยอดขายขึ้นไปที่ 1,500 ตัวในปลายปีนี้

สำหรับ Fuji X 100 ในตลาดโลก ทางฟูจิประเทศญี่ปุ้นตั้งเป้าว่าจะขายได้ 100,000 ตัวภายใน 1 ปีแรก แต่ยอดขายในต่างประเทศจนถึงเดือนสิงหาคมนี้ ต้องส่งมอบให้ลูกค้า 75,000 ตัวแล้ว

กล้องที่มีไว้โชว์
“ตอนนี้ที่ลูกค้าถามหามามากคือ กระเป๋าใส่กล้องคล้องคอ“ สิทธิเวช เศวตรพัชร์ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอล อิมเมจจิ้ง บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด บอกถึงอุปกรณ์เสริมที่มีคนถามหามากที่สุด ซึ่งกระเป๋ากล้องเพื่อใช้ห้อยคอนี้ เป็นเหมือนการบ่งบอกถึงความเป็นกล้องแฟชั่นอีกรูปแบบหนึ่ง

ในอดีตการคล้องคอด้วยกล้องถ่ายภาพทำให้เจ้าของรู้สึกมีความภาคภูมิใจ เพราะว่าราคากล้องในอดีตมีราคาแพง การใช้งานก็ต้องมีพื้นฐานเรื่องกล้องพอสมควร รวมไปถึงค่าใช้จ่ายหลังการถ่ายภาพอยู่ในอัตราที่สูง จึงมีผู้ใช้น้อย

เมื่อราคากล้องถูกลง ไม่ต้องใช้ฟิล์ม การคล้องคอด้วยกล้องก็ค่อยๆ หายไป เนื่องจากกล้องมีขนาดเล็ก พกพาได้

แต่การกลับมาของกล้องคล้องคอ เกิดขึนในช่วงหลัง เพราะมีกล้องหน่าตาแบบโบราณ หรือมีการออกแบบที่สวยงามออกมาขาย เช่น Canon G12 และ Panasonic GF กล้องคล้องคอจึงกลับมาอีกครั้ง มีการจัดทำกระเป๋ากล้องออกมารองรับ ทั้งของบริษัทผู้ผลิต และบริษัทอื่น

กระเป๋ากล้องคล้องคอของ Fuji ก็เช่นเดียวกับการออกแบบกล้องรุ่นนี้ ที่ทำเหมือนกับกระเป๋ากล้องโบราณ เป็นหนังสีน้ำตาล มีสายสะพาย เวลาใช้งานก็เปิดกระเป๋าออกมา ถ่ายภาพได้ทันที และบริษัทเป็นผู้นำเข้ามาจำหน่ายเอง คาดว่าราคาอยู่ที่ใบละเกือบ 3,000 บาท

Canon ปั้น DSLR เปิดตลาดใหม่
ด้วยชื่อชั้นของ Canon ในวงการกล้อง คือผู้ผลิตในระดับแถวหน้า มีสินค้าครบทุกไลน์ตั้งแต่มือสมัครเล่นจนถึงมืออาชีพ และมีแนวทางที่ชัดเจนในตัวสินค้ากล้องอย่างแน่วแน่

Canon มีกล้องตามแนวคิดอนุรักษนิยม ไม่เปลี่ยนไปตามเทรนด์ หรือหวือหวาตามค่ายอื่นๆ แต่จะใส่เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปในตัวสินค้า เราจึงไม่เห็นกล้อง Mirrorless จากค่ายนี้

Canon ใช้จุดแข็งของตัวเองในเรื่องกล้องประเภท DSLR มาเป็นประโยชน์ด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ทำให้กล้องที่ดูเป็นมืออาชีพแบบนี้ กลายมาเป็นกล้องที่ตอบโจทย์เรื่อง Lifestyle ของผู้บริโภคยุคนี้ได้

“EOS 1100 D เป็นตลาดใหม่ ที่สร้างขึ้นมา ไม่มีใครทำตลาดตรงนี้มาก่อน และราคาขายที่ถูกลง ทำให้แข่งขันในตลาดได้“ วรินทร์ ตันติพงศ์พาณิช ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ส่วนงาน คอนซูมเมอร์อิมเมจจิ้ง แอนด์ อินฟอร์เมชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด บอกถึงที่มาของกล้อง DSLR รุ่นใหม่ที่ออกมาวางขาย

กล้องรุ่นนี้ มุ่งไปที่ระดับ New Entry เพราะเป็นตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง เนื่องจากคนรุ่นใหม่มีความคิดสร้างสรรค์ มีความรู้เรื่องการถ่ายภาพมากขึ้น จึงเกิดกระแสการใช้กล้อง DLSR แต่ข้อเสียคือฟังก์ชันกล้อง DSLR ที่ผ่านมามักซับซ้อน ใช้ยาก แคนนอนจึงการปัญหาเหล่านี้ด้วยการใส่สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อทำให้ถ่ายภาพได้เทียบเท่ากับมืออาชีพมากขึ้น ในระดับราคาของมือสมัครเล่น

และถือเป็นครั้งแรกของกล้อง DSLR แคนนอนในบ้านเราที่ใช้ Presenter มาช่วยดันตลาด และแคนนอนเลือก ดารานักร้องสุดร้อนอย่าง “เป้ สเลอ“ อารักษ์ อมรศุภศิริ มาทำกิจกรรมการตลาดกับกล้องรุ่นนี้

ภาพยนตร์โฆษณา EOS1100D ใช้ชื่อ “โดนใจอย่างแรง“ แสดงถึงดีไซน์ของกล้อง ที่ดูเท่และมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร พร้อมใช้เพลงประกอบภาพยนตร์โฆษณา “วิวไฟน์เดอร์“ ซึ่งเป้ร้อง และร่วมแต่งเพลง มาโปรโมตให้เกิดการจดจำมากขึ้น แคนนอนใช้งบประมาณในแคมเปญนี้ประมาณ 40 ล้านบาท

การเลือก เป้ สเลอมาใช้งานครั้งนี้ คือการสื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภคระดับนักศึกษา วัยรุ่น และผู้หญิง ที่ต้องการใช้กล้องถ่ายภาพที่ดูพัฒนาขึ้น โดยมีแนวคิดที่ชัดเจนคือ การถ่ายภาพเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต

“การสื่อสารการตลาด ต้องการให้เข้าถึงได้ง่าย และจะไม่บอกถึงฟังก์ชันเทคโนโลยีเหมือนกล้องรุ่นอื่นๆ แต่จะสร้างความต้องการให้เกิดขึ้น ไม่ต้องเป็นโปร ทำให้เห็นว่าใช้กล้องรุ่นนี้แล้วทันสมัย“ เขาอธิบายสิ่งที่แคนนอนต้องการทำในช่วงนี้

ในตัวกล้องรุ่นนี้ความเปลี่ยนแปลงในการจับกลุ่มลูกค้านอกจากใช้ Presenter แล้ว การทำสีบนตัวกล้องที่มี 4 สีให้เลือกก็เป็นอีกวิธีการหนึ่ง โดยเฉพาะสีแดง ที่ถูกหยิบมาโปรโมตเป็นตัวแรกๆ การใช้สีแรงๆ แบบนี้มาจากการตอบรับของกล้องสีในตลาดคอมแพค เพื่อสีให้เห็นว่าการถือกล้องก็เป็นแฟชั่นแบบหนึ่ง

การตั้งราคาขายที่ไม่ถึง 20,000 บาท ของกล้องรุ่นนี้ คือการท้าชนกับกล้อง Mirrorless โดยตรง เพราะขณะนี้ผู้บริโภคเองยังสับสนอยู่ว่าจะเลือกใช้ Platform กล้องแบบไหน แต่เมื่อราคาระดับนี้ และมีอุปกรณ์อื่นๆ รองรับ การเปลี่ยนมาใช้กล้อง DSLR ก็เป็นทางเลือกแรกๆ เช่นกัน

แคนนอนไม่ต้องทำกล้อง Mirrorless แต่เลือกทำกล้อง DSLR ออกมาให้ใช้งานง่าย สีสันโดนใจ อุปกรณ์รองรับพร้อม ราคาถูก ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับว่า ผู้บริโภคจะเลือกซื้อกล้องแบบใด

Panasonic ทุ่มสุดตัว Mirrorless
การหลบตลาดที่มีการแข่งขันสูงในกล้องคอมแพค และเปิดตลาดใหม่ๆ ค่ายใหญ่ Panasonic หันไปใช้กล้อง Mirrorless เป็นตัวหลัก กล้อง Platform นี้มีหลายๆ ค่ายที่ทำออกมา ตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

กล้อง Mirrorless เริ่มปรับกลยุทธ์ให้มาเป็นกล้องแนวแฟชั่น และเป็น Lifestly มากขึ้น และแน่นอนว่าต้องมองไปที่กลุ่มลูกค้าที่อายุน้อยลง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเลือกใช้ Prasenter อย่างวง Room 39

ฮิโรทากะ มุราคามิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย บอกว่า พานาโซนิคเตรียมขยายกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ ด้วยการนำศิลปิน Room 39 มาร่วมสื่อสารไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยศิลปินกลุ่มนี้เป็นตัวอย่างของผู้ที่รู้จักใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เกิดประโยชน์จนประสบความสำเร็จ

สิ่งที่พานาโซนิคใช้ Room 39 ให้เป็นประโยชน์ก็คือ Story ของวงนี้เกิดจากการเป็นยูทูบสตาร์ ด้วยการถ่ายคลิปของวงตัวเองด้วยกล้องคอมแพคธรรมดาทั่วไปแล้วโพสต์ขึ้นยูทูบ ในช่วงเวลาสั้นๆ พวกเขาก็กลายเป็นที่ยอมรับ และเกิดได้ในวงการเพลง

Room 39 จะสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ผ่านกิจกรรม Lumix MV Award โดย พานาโซนิค ร่วมกับ เลิฟอีส จัดการประกวดวิดีโอประกอบเพลงของศิลปิน Room 39 เพื่อชิงรางวัล 300,000 บาท และร่วมเป็นทีมงานผลิตเอ็มวีให้ Room 39

การทำตลาดกล้องรุ่นใหม่คือ Lumix GF3 และ Lumix G3 พยายามตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่ต้องการความง่าย สะดุดตา จากกล้องที่ใช้สะพาย หรือห้อยคอ แต่คุณภาพต้องได้ในระดับมืออาชีพ ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยมากขึ้น

โปรถ่ายภาพได้สวยอย่างไร มือสมัครเล่นก็ถ่ายได้สวยเกือบเทียบเท่ากัน

พานาโซนิคพยายามรักษาและขยายตลาดของ Mirrorless ให้ต่อเนื่อง ซึ่งภิญโญ ภิรมย์ฐาน ผู้จัดการผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอล บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า ยอดขายกล้อง Mirrorless ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 12,000 ตัว และในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 20,000 ตัว ซึ่งยังเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกล้อง Platform นี้

การปรับตัวสินค้าของ 3 ผู้ผลิตกล้อง
  Fuji Canon Panasonic
สินค้า Finepix X 100 EOS 1100 D G3 และ GF 3
ประเภท Compact DSLR Mirrorless
กลุ่มลูกค้า มืออาชีพ มีความรู้เรื่องกล้อง มือใหม่ มืออาชีพและมือใหม่
กลยุทธ์ กล้องคลาสสิกแต่เทคโนโลยีล้ำหน้า กล้องมืออาชีพในราคามือสมัครเล่น ถ่ายภาพได้เหมือนโปร
งบการตลาด NA 40 ล้านบาท 50 ล้านบาท
พรีเซ็นเตอร์ ไม่ใช้ อารักษ์ อมรศุภศิริ Room 39
สีของกล้อง 1 สี 4 สี 4-5 สี
ยอดขาย (สิ้นปี) 1,500 ตัว 24,000 ตัว 14,000 ตัว
ยอดขายกล้องดิจิตอล Fuji ปี 2010
ยอดขาย (ตัว) 12 %
ส่วนแบ่งตลาดกล้อง DSLR ปี 2011*
Canon 20%
* ประมาณการ
ส่วนแบ่งตลาดกล้องดิจิตอล Canon ปี 2010
Compact 68.7%
ยอดขายกล้องดิจิตอลCanon ปี 2010-2011
  2010 2011*
ยอดขาย (ตัว) 489,390 605,500
มูลค่า (ล้านบาท) 3,590 3,911
* ประมาณการ
ยอดขายกล้องดิจิตอล Mirrorless ปี 2010-2011
  2010 2011
ยอดขาย (ตัว) 12,000 20,000
ยอดขายกล้อง Mirrorless Panasonic ปี 2010-2011
  2010 2011
ยอดขาย (ตัว) 6,200 14,000