รายงานภาวะตลาดหุ้นและการเงิน ประจำวันที่ 13 กันยายน 2547

    0
    118

    ดัชนีตลาดหุ้นวันนี้

    ตลาดหุ้นไทยในวันจันทร์ที่ 13 กันยายน ปิดตลาดเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 649.93 จุด เพิ่มขึ้น 9.33 จุด หรือร้อยละ 1.46 มูลค่าการซื้อขายที่ 2.58 หมื่นล้านบาท โดยตลาดได้รับปัจจัยบวกหลายประการ ได้แก่ การที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง การปรับตัวเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นในต่างประเทศ การเข้าซื้อของนักลงทุนต่างชาติ และ การซื้อเพื่อเก็งกำไรก่อนงานไทยแลนด์ โฟกัสในสัปดาห์หน้า

    • ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดเพิ่มขึ้นไปถึง 135.58 จุด หรือร้อยละ 1.04 โดยปิดที่ 13,139.57 จุด โดยได้รับแรงบวกจากการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ หลังจากการรายงานยอดขายที่พักอาศัยที่เพิ่มขึ้น และ นักลงทุนต้องการกลับเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มดังกล่าวก่อนการประมูลที่ดินของรัฐบาลในเดือนหน้า
    • ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดตลาดไปถึง 169.88 จุด หรือร้อยละ 1.53 ไปปิดที่ระดับ 11,253.11 จุด ทั้งนี้ราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาของหุ้นกลุ่มเดียวกันในสหรัฐฯ และแรงซื้อกลับของนักลงทุนต่างชาติในหุ้นบลูชิพหลายตัวที่ราคาได้ลดลงไปอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา
    • ตลาดหุ้น Dow Jones ในวันศุกร์ที่ 10 กันยายน ปิดตลาดเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 10,313.07 จุด เพิ่มขึ้นไป 23.97 จุดหรือร้อยละ 0.23 โดยได้รับแรงบวกจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลง ประกอบกับการรายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ส.ค.ที่ลดลงอย่างไม่คาดคิด ซึ่งได้ช่วยลดแรงกดดันทางด้านเงินเฟ้อ
    • เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงไปเมื่อเทียบกับค่า เงินเยน, เงินยูโร และ เงินบาท โดยอยู่ที่ระดับ 109.58 เยน/ดอลลาร์ฯ, 1.2257 ดอลลาร์ฯ/ยูโร และที่ 41.53 บาท/ดอลลาร์ฯ ตามลำดับ

    ภาวะตลาดหุ้น

    Thailand’s SET
    ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดเพิ่มขึ้นในวันนี้ โดยอยู่ที่ 649.93 จุด เพิ่มขึ้น 9.33 จุด หรือร้อยละ 1.46 มูลค่าการซื้อขาย 25,841 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยบวกหลายประการ ได้แก่ การที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง การปรับตัวเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในต่างประเทศ การกลับเข้าซื้อของนักลงทุนจากต่างชาติ ประกอบกับการเข้าซื้อเก็งกำไรก่อนงานไทยแลนด์โฟกัส ซึ่งจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า โดยหุ้นกลุ่มที่มีแรงซื้อเข้ามาอย่างมากในวันนี้ ได้แก่ หุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี และ รับเหมาก่อสร้าง

    Japan Nikkei-225
    ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเพิ่มขึ้นถึง 169.88 จุด หรือร้อยละ 1.53 ไปอยู่ที่ระดับ 11,253.11 จุด โดยได้รับแรงบวกจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีตามทิศทางของหุ้นกลุ่มเดียวกันในสหรัฐฯ นอกจากนั้น แรงซื้อกลับของนักลงทุนต่างชาติในหุ้นบลูชิพหลายตัว เนื่องจากความเชื่อที่ว่าราคาหุ้นในญี่ปุ่นยังมีมูลค่าต่ำเกินไปเมื่อพิจารณาจากแนวโน้มผลประกอบการที่อยู่ในเกณฑ์ดี ก็ได้เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหนุนตลาดในวันนี้

    Hang Seng
    ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 13,139.57 จุด เพิ่มขึ้นไป 135.58 จุด หรือ ร้อยละ 1.04 มูลค่าการซื้อขายกว่า 10.2 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ทั้งนี้ตลาดได้รับแรงบวกจากการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ หลังจากรายงานยอดขายที่พักอาศัยที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับนักลงทุนส่วนใหญ่ต้องการที่จะซื้อหุ้นกลุ่มดังกล่าวก่อนการประมูลที่ดินของรัฐบาลในเดือนหน้า

    US ‘s Dow Jones
    ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดตลาดเพิ่มขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยได้เพิ่มขึ้นไป 23.97 จุด หรือ ร้อยละ 0.23 ไปปิดที่ 10,313.07 จุด โดยมีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นที่ 1.26 พันล้านหุ้น โดยได้ปัจจัยบวกจากการลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ต.ค.ที่ตลาด NYMEX ได้ลงมาอยู่ที่ 42.81 ดอลลาร์ฯ ซึ่งได้ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น นอกจากนั้นตลาดยังได้รับแรงหนุนจากรายงานดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ส.ค.ที่ลดลงอย่างไม่คาดคิด ซึ่งได้ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันทางด้านเงินเฟ้อ

    US’s NASDAQ
    ดัชนี NASDAQ ปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยปิดที่ระดับ 1,894.31 จุด เพิ่มขึ้นไป 24.66 จุด หรือ ร้อยละ 1.32 ทั้งนี้ได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวเพิ่มของหุ้นในกลุ่มซอฟแวร์ หลังจากที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯได้ให้อนุญาตบริษัทออราเคิล คอร์ป ในการเข้าเทคโอเวอร์บริษัทพีเพิลซอฟท์แวร์ ซึ่งเป็นคู่แข่งรายย่อย

    สรุปการเคลื่อนไหวของค่าเงิน

    Baht/USD
    เงินบาทได้แข็งค่าขึ้นไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ตามทิศทางของค่าเงินเยน โดยเงินดอลลาร์ฯได้รับแรงกดดันจากรายงานดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ส.ค. ที่ลดลง ซึ่งแสดงถึงการลดลงของแรงกดดันทางด้านเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมแต่ละครั้งที่ยังเหลืออยู่จนถึงสิ้นปี

    Yen/USD
    เงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลงไปเมื่อเทียบกับเงินเยน หลังจากการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ส.ค.ที่ลดลงอย่างไม่คาดคิดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ดัชนีราคาผู้ผลิดพื้นฐานซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและ พลังงานลดลงไปร้อยละ 0.1 โดยเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ก.พ.เป็นต้นมา ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ลดการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อๆไป หลังจากที่คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปอีกร้อยละ 0.25 ในการประชุมวันที่ 21 ก.ย.นี้

    USD/Euro
    เงินดอลลาร์สหรัฐฯได้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินยูโรเช่นเดียวกัน โดยได้แรงกดดันจากตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตซึ่งลดลงไปเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ก.พ. เงินดอลลาร์ฯได้รับแรงหนุนในช่วงแรกจากยอดขาดดุลการค้าสหรัฐฯซึ่งลดลงไปจากเดือนก่อน โดยอยู่ที่ 5.015 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือน ก.ค. นักลงทุนส่วนใหญ่จะรอการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯเดือน ก.ค.ในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดุลบัญชีเดินสะพัด, เงินทุนไหลเข้าสุทธิ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค กับดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ส.ค.เพื่อดูการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯต่อไป

    สรุปการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้

    Thai Gov. Bond
    มูลค่าการซื้อขายในวันนี้อยู่ที่ 12,801.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากวันก่อนร้อยละ 113.5 อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรระยะสั้นอายุต่ำกว่า 1 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากวันก่อน 1-2 bps.ในขณะที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรระยะยาวปรับตัวอยู่ระหว่าง 0 ถึง -2 bps.

    US Treasury Bond 10 Years
    ราคาพันธบัตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ที่ 10 กันยายน ปรับตัวเพิ่มขึ้นไป หลังจากการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตในเดือน ส.ค.ที่ลดลงอย่างไม่คาดคิด ซึ่งได้แสดงถึงแรงกดดันทางด้านเงินเฟ้อที่ลดลง และเป็นไปอย่างสอดคล้องกับแถลงการณ์ของนายอลัน กรีนสแปนที่ได้กล่าวเอาไว้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจจะคลายความเข้มงวดในการดำเนินนโยบายการเงิน โดยการเลื่อนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งต่อๆไป หลังจากที่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปอีกร้อยละ 0.25 ในเดือนนี้

    LEAVE A REPLY

    Please enter your comment!
    Please enter your name here