“สามารถฯ” ตั้งเป้ากวาดรายได้ปี 49 กว่า 23,000 ล้านบาท มั่นใจโตทุกธุรกิจ พร้อมรุกด้านเทคโนโลยีเต็มตัว

เกาะเต่า, ชุมพร : บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อเสริมคุณภาพชีวิตและธุรกิจ แถลงนโยบายและทิศทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทสามารถ ประจำปี 2549 “บทพิสูจน์ความสามารถ...ไร้ขีดจำกัด” ตั้งเป้ารายได้ปี 2549 กว่า23,000 ล้านบาท พร้อมประกาศศักยภาพขยายธุรกิจและวางบทบาทเป็น ”บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของไทย” กรุยทางสู่ตลาดอินเตอร์

นายธวัชชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART กล่าวถึงแนวทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทสามารถประจำปี 2549 ว่า บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมปี 2549 จากการเติบโตของทุกสายธุรกิจไว้กว่า 23,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ จากปี 2548 นอกจากนี้ ในปี 2549 บริษัทฯ จะเน้นการลงทุนในเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investment) มากขึ้น เพื่อผลที่คุ้มค่าและความสำเร็จในระยะยาว โดยมีแผนการขยายธุรกิจครอบคลุมทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งบริษัทฯมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์นานกว่า 50 ปี เพื่อตอกย้ำภาพความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีของไทยอย่างเต็มตัว

นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า “แม้ในปีที่ผ่านมาสภาวะโดยรวมของเศรษฐกิจในประเทศ จะได้รับผลกระทบใน ทางลบจากเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคา น้ำมันและดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ต้องจับตามองและเฝ้าระวัง ในสถานการณ์ดังกล่าว ในปีที่ผ่านจึงถือเป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทสามารถที่ สามารถดำเนินธุรกิจภายใต้สภาวะดังกล่าวได้อย่างดีเยี่ยม ส่งผลให้สามารถจ่ายปันผลระหว่างกาล ให้แก่ผู้ถือหุ้นได้เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี และบริษัทฯ มีความมั่นใจว่าผลประกอบการปี 2548 จะสามารถเติบโตได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ที่ประมาณ 18,000 ล้านบาทแน่นอน”

ในปี 2549 จะเป็นปีที่สำคัญในการเตรียมความพร้อมของ “สามารถ” ให้เติบโตต่อไปอย่างแข็งแรง บริษัทฯได้มีการกำหนดนโยบายหลักคือ 2006 Year of Growth through Strategic Investment หมายถึง การเติบโตด้วยกลยุทธ์การลงทุนที่ชาญฉลาด ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ

1.การลงทุนเพื่อพัฒนาระบบงานภายในเช่น การรวมศูนย์ IT Consolidation, การพัฒนาคน และการสร้างศูนย์ข้อมูลวิจัยและการตลาด เพื่อประโยชน์ในการวางแผนและดำเนินธุรกิจ

2.การลงทุนในการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ และการบุกเบิกธุรกิจใหม่ๆ ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว โดยจะมุ่งเน้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเป็นหลัก อาทิ เทคโนโลยีทางด้านสาธารณูปโภค (Utility Services) ครอบคลุมธุรกิจพลังงานและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษา นอกจากนี้ สำหรับสายธุรกิจในปัจจุบันของกลุ่มบริษัทสามารถ ซึ่งประกอบด้วย 3 สายธุรกิจหลัก ได้แก่ สายธุรกิจมือถือและสื่ออินเตอร์แอ็คทีฟ สายธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมครบวงจร และสายธุรกิจ Related Business ได้มีการกำหนดทิศทางสำหรับปี 2549 ไว้ ดังนี้

สายธุรกิจมือถือและสื่ออินเตอร์แอ็คทีฟ (Mobile Multi-media) นำโดย บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจครบวงจรทางด้านมือถือและสื่ออินเตอร์แอ็คทีฟ ตั้งเป้ารายได้ 15,500 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ในปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือแบรนด์ไอ-โมบาย ที่ชูจุดเด่นด้านคอนเท้นท์แอพพลิเคชั่น สามารถครองตลาดเฮาส์แบรนด์อันดับหนึ่งด้วยยอดจำหน่ายไปแล้วทั้งสิ้นกว่า 1.3 ล้านเครื่อง และยิ่งไปกว่านั้น ในปี 2005 บริษัทฯ ยังประสบความสำเร็จในการขยายตลาดในตางประเทศ โดยเฉพาะที่ประเทศมาเลเซีย ด้วยเป้าหมายในการขยายตลาดอย่างต่อเนื่องและสร้างไอ-โมบายให้เป็น Regional Brand จึงมีการกำหนด กลยุทธ์ในการเปิดตลาดต่างประเทศอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือและฐานธุรกิจในต่างแดนของเทเลคอม มาเลเซีย เช่น เวียดนาม บังคลาเทศ อินโดนีเซีย ปากีสถาน บูรไน และอินเดีย เป็นต้น

สายธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมครบวงจร (ICT Solution & Services) นำโดย บริษัท สามารถ เทลคอม จำกัด (มหาชน) (SAMTEL) และ บริษัท สามารถ คอมเทค จำกัด ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทางด้านไอที ตั้งแต่การออกแบบติดตั้ง และดูแลตรวจสอบคุณภาพระบบด้วยมาตรฐานสากล มีเป้าหมายรายได้ 5,300 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตกว่า 165 เปอร์เซ็นต์ โดยคาดหวังรายได้จาก 4 ส่วนงาน คือ Network Services, System Integration, Business Application และบริการ Outsourcing ทางด้านโทรคมนาคม

และ สายธุรกิจ Related Business ซึ่งประกอบด้วย บริษัท สามารถวิศวกรรม จำกัด บริษัท แคมโบเดีย แอร์ทราฟฟิค คอนโทรล จำกัด และบริษัท วัน ทู วัน คอนแทคส์ จำกัด ผู้ให้บริการธุรกิจ Call Center คุณภาพสูง ครบวงจร ได้ตั้งเป้าหมายรายได้รวมไว้ที่ 2,500 ล้านบาท เติบโตขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ จากการคาดหมายยอดขายที่เพิ่มขึ้นของจานรับสัญญาณดาวเทียมสามารถ, การรุกตลาดอย่างต่อเนื่องของ Call center อีกทั้งแนวโน้มธุรกิจที่จะสามารถสร้างรายได้ที่สูงขึ้นของศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศที่ประเทศกัมพูชา

“ปี 2548 ถือได้ว่าเป็นปีแห่งความสำเร็จของกลุ่มบริษัทสามารถ ที่นอกเหนือจากความสำเร็จในธุรกิจที่มีผลประกอบการเพิ่มสูงขึ้นอย่างโดดเด่นในทุกสายธุรกิจแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่นำมาซึ่งความภาคภูมิใจสูงสุดแก่ชาวสามารถ นั่นคือ การได้รับพระราชทานตราตั้ง (ครุฑ) ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมนำความปลาบปลื้มและความภาคภูมิใจสูงสุดแก่ชาวสามารถซึ่งเหล่านี้จะเป็นดั่งพันธสัญญาในการบริหาร

ธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมนโยบายการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและการสร้างมาตรฐานการบริหารระบบไอทีในบริษัทฯ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินงาน อีกทั้งการสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่สังคม ผ่านมูลนิธิสามารถ อาทิ การส่งเสริมงานศิลปะในโครงการ “ศิลปกรรมสามารถ” และ การจัดกิจกรรมเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาเยาวชนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยในโครงการ SAMART Innovation Awards เป็นต้น” นายธวัชชัย กล่าวในตอนท้าย

บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลครบวงจรมากว่า 50 ปี พร้อมบริษัทในเครือทั้งสิ้นกว่า 20 บริษัท ประกอบด้วยบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งสิ้น 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท สามารถ เทลคอม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้จัดอันดับให้อยู่ใน Top Quartile จากผลสำรวจบรรษัทภิบาล บริษัทจดทะเบียน ประจำปี 2548 และถูกจัดอันดับอยู่ใน SET 100 สำหรับบริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน)