ศูนย์ข้อมูล แลนดี้ โฮม วอนลูกค้าตรวจสอบ “ทุนจดทะเบียน” อย่าตัดสินใจสร้างบ้านด้วย “ราคา”

ศูนย์ข้อมูลบริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามักจะมีกลุ่มที่ให้บริการรับสร้างบ้านที่คอยสร้างปัญหาให้กับธุรกิจมาโดยตลอด ส่งผลให้ภาพลักษณ์ธุรกิจรับสร้างบ้านโดยรวมเกิดความเสียหาย ลูกค้าขาดความเชื่อมั่น ดังจะเห็นได้จากยอดผู้เสียหายที่เข้าร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในปีที่ผ่านมา กว่า 150 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 175 ล้านบาท ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดมักจากการเสนอราคารับสร้างบ้านที่ต่ำกว่าปกติ จึงวอนขอให้ลูกค้าไตรตรองให้รอบคอบในการเลือกบริษัทที่ให้บริการ

ราคายังเป็นปัจจัยหลักในการเลือกใช้บริการ
ตลาดรับสร้างบ้านยังต้องเดินหน้าให้ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยในการเลือกใช้บริการ จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,000 รายที่สร้างบ้านในปี 2550 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่า ส่วนใหญ่ลูกค้าตัดสินใจเลือกสร้างบ้านกับผู้ให้บริการที่เสนอราคาถูกกว่าปกติรวม 50% รองลงมาจะเลือกที่ความน่าเชื่อถือของบริษัท 35% และที่เหลือคือเลือกที่แบบบ้าน 15% ซึ่งจากการสำรวจเชิงลึกพบว่า ผู้ที่เลือกสร้างบ้านราคาถูกกว่ามาตรฐานนั้น 43.5% ต้องตกเป็นเหยื่อการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานเพราะแน่นอนว่าบริษัทรับสร้างบ้านต้องหาวัสดุที่มีราคาถูกมาก่อสร้าง เพื่อให้เป็นไปตามราคาที่ตกลงกัน ซึ่งทำให้ลูกค้าที่ตกเป็นเหยื่อต้องเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาอีกมากมายโดยเฉพาะการทิ้งงานและหนีหายไป

อะไรคือปัจจัยที่ควรคำนึงถึง
ผู้ที่กำลังวางแผนจะสร้างบ้านต้องพิจารณาถึงปัจจัยหลักๆ ก่อนเลือกใช้บริการ ประกอบด้วย ชื่อเสียงของบริษัท, คุณภาพบุคลากร และเทคนิคที่ได้มาตรฐานในการก่อสร้าง และที่สำคัญที่สุดคือทุนจดทะเบียนบริษัท เพื่อชี้ให้เห็นถึงสถานะทางการเงินที่มั่นคง เพราะหากเกิดความเสียหายที่บริษัทเป็นผู้สร้างบริษัทนั้นก็จะต้องรับผิดชอบโดยดูจากทุนจดทะเบียนเป็นหลัก และที่สำคัญผู้บริโภคต้องไม่ลืมว่าบริษัทรับสร้างบ้านไม่ได้มีลูกค้าเพียงท่านเดียวแต่ยังมีอีกหลายรายให้รับผิดชอบ ดังนั้นจึงควรพิจารณาบริษัทที่มี “ทุนจดทะเบียน” ที่น่าเชื่อถือเพียงพอที่จะคุ้มครองลูกค้าทุกท่านโดยเท่าเทียมกัน หากเกิดกรณีเสียหายหรือทิ้งงาน ซึ่งลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากกระทรวงพาณิชย์ หรือ www.dbd.go.th

สถานการณ์ตลาดรับสร้างบ้านในปี 2551
ความต้องการสร้างบ้านยังมีต่อเนื่อง และจะเพิ่มมากขึ้นในเดือนมีนาคม 2551 เพราะปัจจัยเสริมเรื่องความชัดเจนทางการเมือง ตลอดจนการจัดงาน “รับสร้างบ้าน 2008” ของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน นอกจากนี้ กลุ่มที่ชะลอการตัดสินใจจากปีที่ผ่านมา จะตัดสินใจใช้บริการในปีนี้อีกด้วย ส่งผลให้ในปีนี้ตลาดรวมน่าจะเติบโตขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด ด้านการปรับขึ้นราคานั้น คงจะยังมีให้เห็นน้อยเนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะยังคงแบกรับภาระดังกล่าวไว้ แต่ในช่วงครึ่งปีหลังอาจจะเห็นการปรับตัวของราคาในบางกลุ่มตลาด