MAI-สภาอุตฯ จับมือนิด้าปั้น CFO รุ่น 2

    0
    97

    NIDA Business School ชี้องค์กรธุรกิจไทยยังขาดแคลน “ซีเอฟโอ” จำนวนมาก เดินหน้าจับมือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และสภาอุตสาหกรรมฯ ลุยเปิดโครงการซีเอฟโอมืออาชีพ รุ่นที่ 2 เปิดรับสมัครถึง 15 ส.ค.นี้ ด้านสภาอุตสาหกรรมฯ ระบุบทบาทซีเอฟโอถือเป็นหัวใจขององค์กร ย้ำช่วยสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจ ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ มั่นใจระยะยาว มีช่วยส่วนผลักดันตลาดทุนไทยเติบโต

    รองศาสตราจารย์ ดร.เอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ NIDA Business School เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของโครงการ ซีเอฟโอมืออาชีพรุ่น 1 ที่ช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของประธานเจ้าหน้าที่บริหารทางการเงิน (ซีเอฟโอ) ให้กับผู้บริหารจากองค์กรที่สนใจเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ในปีนี้ NIDA Business School จึงได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศและตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เปิดโครงการซีเอฟโอมืออาชีพรุ่น2 ซึ่งจะรับจำนวนเพียง 40 คน จนถึงวันที่ 15 สิงหาคมนี้เท่านั้น

    สำหรับโครงการดังกล่าว ทาง NIDA Business School ได้รับเกียรติจากวิทยากร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ที่จะมาให้ความรู้พร้อมนำกรณีศึกษาที่ได้จากประสบการณ์การบริหารเงินในองค์กรขนาดใหญ่มาถ่ายทอดให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ ได้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อสร้างประสบการณ์ในการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ก่อนจะนำไปปรับใช้ในองค์กร เพื่อผลักดันให้ธุรกิจเติบโตท่ามกลางการแข่งขันในปัจจุบัน

    “เราหวังว่าโครงการ “ซีเอฟโอมืออาชีพ” จะช่วยสร้างบุคลากรทางการเงินรุ่นใหม่ให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการบริหารการเงิน ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และสามารถนำไปใช้ในการวางแผนทางการเงินร่วมกับผู้บริหารระดับสูงในแต่ละองค์กร เพื่อแก้ไขปัญหาทางการเงิน ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มทางการแข่งขันให้กับธุรกิจ เพื่อที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำในแต่ละภาคธุรกิจได้” รองศาสตราจารย์ ดร.เอกชัย กล่าว

    นอกจากนี้ โครงการดังกล่าว ยังช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของการขาดแคลน “ซีเอฟโอ” ในองค์กรธุรกิจของไทย ที่ปัจจุบันนี้กำลังประสบปัญหามีบุคลากรไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด และบางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของซีเอฟโอ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยมีหน้าที่ดูแลในเรื่องของการเงิน ไปสู่การดูแลความเสี่ยงด้านฐานะทางการเงิน ตลอดจนการหาแหล่งเงินทุน การออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ รวมถึงการผลักดันบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อลดต้นทุนทางการเงินและช่วยสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับองค์กร

    ด้าน ดร.นิพนธ์ สุรพงษ์รักเจริญ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ที่เข้ามาอบรมหลักสูตร “โครงการซีเอฟโอ มืออาชีพรุ่นที่ 2” จะได้ประโยชน์จากการสร้างเครือข่ายของซีเอฟโอในแต่ละองค์กรและจากวิทยากรที่มาให้ความรู้ ซึ่งจะสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และให้คำปรึกษาในเรื่องของการบริหารความเสี่ยงทางการเงินของแต่ละองค์กร

    “ในอนาคต ทางคณะผู้จัดโครงการซีเอฟโอมืออาชีพ ยังมีแนวคิดที่จะพัฒนาไปสู่การจัดตั้งเป็นสถาบันซีเอฟโอ ที่จะเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ที่เข้าอบรมในแต่ละรุ่น ได้มีโอกาสพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนพูดคุยเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ซึ่งจะช่วยให้สร้างความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับองค์กรธุรกิจ และผลักดันให้เศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น” ดร.นิพนธ์กล่าว

    ขณะที่ นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) กล่าวว่า ความร่วมมือกับ NIDA Business School และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ เนื่องจากเห็นความสำคัญของซีเอฟโอที่จะมีส่วนช่วยในการเพิ่มมูลค่าตลาดทุนไทยให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากผู้ที่เข้าอบรมโครงการซีเอฟโอ มืออาชีพ รุ่น 2 จะได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการเงินมากขึ้น ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการออกเครื่องมือทางการเงินหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ รวมถึงสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับปรุงองค์กรในการเตรียมความพร้อม สำหรับบริษัทที่มีความต้องการจะเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วย

    LEAVE A REPLY

    Please enter your comment!
    Please enter your name here