AGE คาดQ1/53 ยอดขายเพิ่ม5% พร้อมตั้งบ.ย่อยลุยลอจิกติกส์ลดต้นทุน

    0
    123

    AGE ยอดขายถ่านหินQ1/53เพิ่มกว่า5% เปรียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน รับอานิสงส์โครงการไทยเข้มแข็งหนุนด้าน”พนม ควรสถาพร”ตั้งบริษัทย่อย ลุยธุรกิจด้านลอจิกติกส์ หวังลดต้นทุนค่าใช้จ่ายบริษัทฯเฉลี่ย 4-5% ของกำไรสุทธิต่อปี พร้อมเอาใจผู้ถือหุ้นแจกปันผล 0.05 บาทต่อหุ้น

     นายพนม ควรสถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE หนึ่งในผู้นำเข้าและจำหน่ายถ่านหินบิทูมินัส (ถ่านหินสะอาด) ที่มีคุณภาพดี เพื่อจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเพื่อเป็นพลังงานทางเลือกที่ต้นทุนต่ำ เปิดเผยว่า หลังจากที่ภาครัฐได้มีการอัดฉีดเม็ดเงินในโครงการไทยเข็มแข็งช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้ผู้ประกอบการในแต่ละอุตสาหกรรมเริ่มมีการฟื้นตัวทางด้านธุรกิจมากขึ้น ซึ่งทำให้AGE ได้รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อถ่านหินที่ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับคลังสินค้าและโรงคัดแยกถ่านหินแห่งที่4ของบริษัทฯแล้วเสร็จ ทำให้ยอดคำสั่งซื้อ(ออเดอร์)ล่วงหน้าเข้ามาแล้วกว่า 2 แสนตันในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดขายในไตรมาส1/2553 มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นกว่า 5% เมื่อเทียบจากไตรมาส1/2552 ที่บริษัทฯมียอดขายอยู่ที่ 630 ล้านบาท

    “ในปีนี้บริษัทฯต้องเป้ายอดขายถ่านหินไว้ที่ 1.2 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 9.3 แสนตัน ทำให้บริษัทมีการคาดการณ์ว่าผลรายได้รวมในปีนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น 20% จากปี2552 ที่มีรายได้ 2,148.33 ล้านบาท” นายพนม กล่าว    

    นอกจากนี้นายพนม ยังกล่าวอีกว่า คณะกรรมการบริษัทฯมีมติอนุมัติในการจัดตั้งบริษัทย่อย ภายใต้ชื่อ บริษัท เอจีอี เทอร์มินอล จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท โดยAGE ถือหุ้นในสัดส่วน 99.97% ซึ่งบริษัทฯดังกล่าวจัดตั้งเพื่อดำเนินธุรกิจด้านลอจิกติกส์ อาทิ ท่าเทียบเรือ, คลังสินค้า และคัดแยกถ่านหิน ซึ่งในเบื้องต้นบริษัทฯจะซื้อที่ดินเพื่อพัฒนา โครงการท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 107 ไร่ 3 งาน 72.6 ตาราวา คิดเป็นเงิน 154.12 ล้านบาท ในการดำเนินงานด้านลอจิกติกส์ดังกล่าว

    อย่างไรก็ตาม หากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ จะส่งผลให้บริษัทฯAGE สามารถลดต้นทุนค่าใช้จ่ายได้เฉลี่ย4-5% ของกำไรสุทธิต่อปี โดยในเบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มมีความชัดเจนในการลดต้นทุนได้ในช่วงปลายปี2554 เป็นต้นไป

    ขณะเดียวกันบริษัทฯมีมติจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นประจำงวดปี2552ในอัตราหุ้นละ 0.05 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินทั้งหมด 7 ล้านบาท หรือ 55% ของกำไรสุทธิงวดปี2552 ที่ 12.8 ล้านบาท ซึ่งการจ่ายปันผลในครั้งนี้ถือว่าสูงกว่านโยบายของบริษัทฯที่จะจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า40% ของกำไรสุทธิ โดยจะปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2553 และจ่ายปันผลได้ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2553

    LEAVE A REPLY

    Please enter your comment!
    Please enter your name here