อินเทลมอบที่สุดแห่งประสบการณ์การรับชมภาพที่พร้อมสะกดทุกสายตา

– การเปิดตัว อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 2 ที่คนจำนวนมากตั้งตารอคอย และจะเข้ามาพลิกเกมธุรกิจ ด้วยคุณสมบัติอันน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับการรับชมภาพ ที่อยู่ในกราฟิกโปรเซสเซอร์ของตัวชิป

– อัดแน่นด้วยคุณสมบัติใหม่ๆ ที่พร้อมสร้างความตื่นเต้นและประหลาดใจให้กับผู้ใช้พีซี เช่น Intel Quick Sync Video, Intel HD Graphics และ Intel Wireless Display 2.0

– มาพร้อมกับเทคโนโลยีวิดีโอที่น่าทึ่ง Intel Quick Sync ซึ่งสามารถแปลงไฟล์ HD VDO ความยาว 4 นาที จากโน้ตบุ๊กเพื่อเล่นกับไอพอดโดยใช้เวลาเพียง 16 วินาทีเท่านั้น หรือการส่งสัญญาณจากโน้ตบุ๊กไปยัง HD TV ก็ทำได้อย่างง่ายดายด้วย Intel WiDi 2.0

– โปรเซสเซอร์ และชิปเซ็ต ชิปไร้สายรุ่นใหม่นี้มีจำหน่ายแล้วกว่า 20 รุ่น ซึ่งได้แก่ อินเทล คอร์ ไอ 7, อินเทล คอร์ ไอ 5 และ อินเทล คอร์ ไอ 3 อินเทล? ชิปเซ็ต ซีรีส์ 6 และ อินเทล? เซนทริโน? ไวไฟ พร้อมแล้วที่จะเป็นขุมพลังให้กับคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ กว่า 500 รุ่น

กรุงเทพฯ, 19 มกราคม 2554 – อินเทล คอร์ปอเรชั่น เปิดตัว อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 2 ที่จะเข้ามาพลิกเกมธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดคอมพิวเตอร์ที่มียอดจำหน่ายสูงกว่าหนึ่งล้านเครื่องในแต่ละวัน พร้อมกันนี้ อินเทลยังชูจุดเด่นด้านคุณสมบัติพิเศษที่น่าตื่นตาตื่นใจบริการต่างๆ ตลอดจนความร่วมมือที่ได้รับจากพันธมิตรทางธุรกิจ ที่ผสานเข้าด้วยกันเป็นอย่างดีเพื่อมอบประสบการณ์ในรูปแบบใหม่ของการรับชมภาพ ด้วยกราฟิกโปรเซสเซอร์ที่รวมอยู่ในชิปรุ่นใหม่ล่าสุด โดยคาดว่าบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ (โออีเอ็ม) รายใหญ่ๆ ทั่วโลก จะผลิตคอมพิวเตอร์ทั้งเดสก์ท้อปและโน้ตบุ๊กซึ่งใช้ชิปรุ่นใหม่นี้ออกสู่ตลาดมากกว่า 500 รุ่นภายในปี 2554

คุณสมบัติพิเศษใหม่ๆ ยังรวมถึง Intel Quick Sync Video และ Intel Wireless Display (WiDi) เวอร์ชั่นใหม่ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีอินเทลที่ผ่านการรับรางวัลมาแล้ว สามารถเพิ่มความคมชัดแบบไฮเดฟินิชั่นในระดับ 1080p และความสามารถในการการปกป้องคอนเท้นท์ สำหรับผู้ที่ต้องการ ส่งคอนเท้นท์แบบไฮเดฟินิชั่นระดับพรีเมี่ยมจากจอโน้ตบุ๊กไปยังโทรทัศน์

นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “อินเทล คอร โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 2 แสดงให้เห็นถึงความก้าวล้ำ ในด้านประสิทธิภาพการคำนวณและสมรรถนะระดับสูงเมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์รุ่นก่อนหน้านี้ สมรรถนะด้านการแสดงภาพในตัวที่ได้จากโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้สามารถทำได้อย่างน่าทึ่ง และยิ่งเมื่อรวมกับประสิทธิภาพด้านการปรับภาพแล้ว จะยิ่งนับว่าเป็นการปฏิวัติประสบการณ์สำหรับการใช้พีซี ในระดับที่ผู้ใช้งานทุกคนจะต้องชื่นชอบกับความฉลาดล้ำของชิปตัวนี้ที่ส่งผลต่อการชมภาพอย่างเห็นได้ชัด”

ประสบการณ์ใหม่การรับชมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 2 นับเป็นไมโครอาร์คิเทคเจอร์ที่ “ฉลาดล้ำ สัมผัสได้” รุ่นแรกที่ผสานเทคโนโลยีด้านภาพและกราฟิกสามมิติ เข้ากับประสิทธิภาพที่ล้ำหน้าของไมโครโปรเซสเซอร์ ไว้ในชิปเพียงตัวเดียว การรวม Intel? HD Graphics ไว้บนดาย (die) แต่ละตัว ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 32 นาโนเมตร ทำให้ประสิทธิภาพด้านกราฟิกเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับกราฟิกรุ่นก่อนหน้านี้ ทั้งในด้านการประมวลผลสื่อระดับ HD และการเล่นเกมส่วนใหญ่ นอกจากจะมีสมรรถนะการทำงานที่สูงขึ้นแล้ว ชิปรุ่นใหม่นี้ยังทำให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานยาวนานยิ่งขึ้นและทำให้การออกแบบคอมพิวเตอร์ทั้งโน้ตบุ๊กและพีซีแบบออล-อิน-วัน มีดีไซน์ที่เพรียวบาง น้ำหนักเบา และทันสมัยมากขึ้นอีกด้วย

เทคโนโลยีกราฟิกของโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ จะมุ่งเน้นประสิทธิภาพในด้านที่คนส่วนใหญ่ต้องการใช้มากที่สุดในในปัจจุบัน เช่น การชมวิดีโอแบบไฮเดฟินิชั่น การชมภาพนิ่ง การเล่นเกมส์ของคนส่วนใหญ่ การทำงานหลายอย่างพร้อมกัน และสังสรรค์ผ่านสังคมออนไลน์ ไปจนถึงการใช้สื่อมัลติมีเดีย เทคโนโลยีด้านภาพ อย่างเช่น Intel? HD Graphics จะมีอยู่ใน อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 2 ทุกรุ่น เพราะสำหรับผู้บริโภคแล้ว นั่นหมายถึงประสบการณ์การใช้พีซี ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งประสิทธิภาพโดยรวมด้านการจัดการพลังงานที่สูงขึ้น สมรรถนะการทำงานที่เพิ่มขึ้น และอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ที่ยอดเยี่ยมกว่าเดิม

นายเอกรัศมิ์ ได้แสดงให้เห็นว่าปัจจุบัน ผู้บริโภคสามารถที่จะส่งคอนเท้นท์ เช่น ภาพยนตร์เรื่อง “กวน มึน โฮ” ขึ้นจอขนาดใหญ่ได้ โดยใช้เทคโนโลยี Intel WiDi 2.0 ซึ่งสามารถใช้กับจอภาพ HD ที่มี ความคมชัดระดับ 1080p และมีประสิทธิภาพด้านการปกป้องคอนเท้นท์ ไม่ว่าจะเป็นการส่งคอนเท้นท์ จากอินเทอร์เน็ต หรือการเล่นผ่านเครื่องเล่น Blu-ray หรือดีวีดีiii

อีกหนึ่งองค์ประกอบของประสบการณ์การรับชมที่รวมอยู่ใน อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 2 คือ Intel Quick Sync Video ด้วยสมรรถนะที่น่าทึ่งของเทคโนโลยีดังกล่าว ซึ่งช่วยเร่งการทำงานของฮาร์ดแวร์ให้รวดเร็วขึ้น จึงทำให้ผู้บริโภคสามารถแก้ไข แปลงไฟล์ หรือ แชร์ไฟล์วิดีโอให้ญาติ พี่น้องหรือเพื่อนฝูงได้รวดเร็วขึ้น จากที่เคยต้องใช้เวลานานนับชั่วโมง กลับสามารถทำเสร็จได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที โดยอินเทลประเมินว่า เมื่อใช้ Intel Quick Sync Video ในการแปลงไฟล์ HD VDO ความยาว 4 นาที เพื่อเล่นบน iPod* จะสามารถทำเสร็จได้ภายในเวลาเพียง 16 วินาทีเท่านั้นii

ประสิทธิภาพที่ฉลาดล้ำ ระบบประหยัดพลังงาน และความเป็นอัจฉริยะ
อินเทล คอร์ ไอ 5 และ อินเทล คอร์ ไอ 7 โปรเซสเซอร์ มี Intel Turbo Boost Technology 2.0 ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษที่จะควบคุมการทำงานของ คอร์ โปรเซสเซอร์ และกราฟิกโปรเซสเซอร์ โดยอัตโนมัติเพื่อเร่งสมรรถนะการทำงานให้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ใช้จะรู้สึกได้ถึงสมรรถนะการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่สูงขึ้นได้ทันทีทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ

คุณสมบัติพิเศษอื่นๆ ที่มาพร้อมกับชิปรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ยังประกอบด้วย Intel Advanced Vector Extensions (AVX), Intel InTru 3-D และ Intel Clear Video Technology HD โดยที่ Intel InTru 3-D ช่วยให้การชมภาพสามมิติแบบสมจริงจาก HDTV หรือจอภาพ ผ่านสาย HDMI 1.4 ได้ จึงเพิ่มความตื่นตาตื่นใจในการชมภาพยนตร์ได้ราวกับว่าภาพสามารถทะลุออกจากจอได้

สำหรับ Intel AVX นั้น ช่วยให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในด้านแอพพลิเคชั่นภาพที่ต้องการสมรรถนะการทำงานสูง เช่น การประมวลผลเสียงและการแก้ไขวิดีโอแบบมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อรูปภาพหลายๆ รูปเข้าด้วยกัน ส่วน Intel Clear Video ช่วยทำให้ภาพและความแม่นยำของสีในการเล่นวิดีโอดียิ่งขึ้น เพื่อประสบการณ์การรับชมที่น่าประทับใจ

เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถซื้อหาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ อินเทล คอร์โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 2 ได้ตรงกับความต้องการของตนได้ง่ายขึ้น อินเทลจึงได้เปิดตัวชิปรุ่นใหม่ครบทุก SKUs รวมถึง โปรเซสเซอร์รุ่นที่สามารถรองรับเทคโนโลยี Intel vPro ด้วย

ชิปรุ่นใหม่นี้ ผลิตขึ้นโดยใช้เทคโลยีการผลิตแบบ 32 นาโนเมตร และใช้ทรานซิสเตอร์ชนิด High-k metal gate รุ่นที่ 2 ที่ล้ำหน้าของอินเทล ข้อได้เปรียบต่างๆ นี้ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของอินเทล ยังช่วยเพิ่มสมรรถนะการทำงานของคอมพิวเตอร์ ลดการใช้พลังงาน เพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้นานขึ้น ทำให้การการออกแบบเครื่องมีขนาดเล็กลง และลดค่าใช้จ่ายการผลิตโดยรวมลงอีกด้วย

การเปิดตัวครั้งนี้ อินเทลมีการเปิดตัวทั้งผลิตภัณฑ์ที่เป็นโปรเซสเซอร์ ชิปเซ็ต และชิปไร้สาย รวมกว่า 20 รุ่น โดยโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ได้แก่ อินเทลคอร์ ไอ 7, อินเทล คอร์ ไอ 5 และ อินเทล คอร์ ไอ 3 โปรเซสเซอร์ ชิปเซ็ตรุ่นใหม่ คือ อินเทล? ซีรี่ส์ 6 (Intel? 6 Series Chipsets) ส่วนชิปไร้สาย ได้แก่ อินเทล เซนทริโน ไวไฟ (Intel Centrino WiFi) ซึ่งคาดว่าผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ทั่วโลกจะนำมาใช้กับแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและพีซีรุ่นใหม่ๆ กว่า 500 แบบ

พร้อมกันนี้ คอมพิวเตอร์ที่ใช้คว๊อดคอร์โปรเซสเซอร์ (ชิปหนึ่งตัวที่มีโปรเซสเซอร์บรรจุอยู่ภายในถึงสี่ตัว) ก็มีจำหน่ายแล้วด้วยเช่นกัน โดยจะมีเวอร์ชั่นที่เป็น ดูอัลคอร์ ทยอยออกสู่ตลาดเพิ่มเติมในเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป สำหรับผู้ที่สนใจชมวิดีโอหรือเบนช์มาร์กการเปรียบเทียบประสิทธิภาพ รวมถึงรูปภาพและข้อมูลเพิ่มเติม สามารถค้นหาเพิ่มเติมได้ที่ www.intel.com/newsroom/CES