แมกโนเลียฯ ตอกย้ำภาพผู้บุกเบิกตลาดอสังหาฯ เขาใหญ่ครั้งใหม่


17-08-2012 00:00:00

แมกโนเลียฯ ประกาศแผนลงทุนอสังหาฯ เขาใหญ่อย่างต่อเนื่องถึงปี 57 หลังปูทางด้วยโครงการ วิลล่าหรู “แมกโนเลียส์ เฟรนช์ คันทรี่ เขาใหญ่” มูลค่า 302 ล้านบาท รวม 18 ยูนิต ที่ปัจจุบัน สามารถสร้างยอดขายไปได้แล้วกว่า 45% ซึ่งเฉลี่ยความคืบหน้าการก่อสร้างไปแล้วกว่า 70% กำหนดเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการเดือน พ.ย. ศกนี้ คาดสามารถปิดการขายโครงการแรก ได้ภายในไตรมาสแรกของปีหน้า พร้อมเปิดตัว 2 โครงการใหม่ต่อเนื่อง

นายยุทธนา ตันติยานนท์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานโครงการอสังหาริมทรัพย์ บริษัท แมกโนเลียควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชัน จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่ แมกโนเลียฯ ได้ส่งทีมวิจัยและพัฒนาโครงการ ลงพื้นที่สำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ย่านเขาใหญ่เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา และมองเห็นถึงศักยภาพในการเติบโต จึงได้พัฒนาแผนการลงทุนโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการนำเสนอโครงการวิลล่าหรูสู่ตลาด ซึ่งได้เริ่มทำการ Soft Launch ไปตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อโครงการ “แมกโนเลียส์ เฟรนช์ คันทรี เขาใหญ่” ซึ่งเป็นโครงการบ้านพักตากอากาศสไตล์ เฟรนช์ คันทรี รวม 18 ยูนิต ในราคาเริ่มต้นที่ 14.05-28 ล้านบาท มีให้เลือก 3 สไตล์ ประกอบด้วย Simply French, Eclectic French และ  Elegant French บนพื้นที่กว่า  31 ไร่ ซึ่งแบ่งเป็นพื้นที่จัดสรรโครงการประมาณ 18 ไร่ และอีก 13 ไร่เป็นพื้นที่ที่ วางแผนสร้างเป็นโรงแรมที่พรั่งพร้อมไปด้วยระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อรองรับการอยู่อาศัยที่สะดวก สบายแก่กลุ่มลูกค้าแมกโนเลียฯ ในพื้นที่เขาใหญ่ ตลอดจนรองรับกระแสการเติบโตที่เพิ่มขึ้นกว่าในอดีตหลัง กระแสบ้านหลังที่สองกำลังเป็นที่ต้องการในปัจจุบัน โดยเฉพาะย่านเขาใหญ่ที่เป็นเขตเมืองท่องเที่ยวที่ใกล้กรุงเทพฯ จึงเป็นจุดแรกๆ ที่กำลังซื้อมองหา

“ปัจจุบันพื้นที่ในบริเวณเขาใหญ่ กำลังเป็นที่สนใจทั้งในส่วนของผู้บริโภคและผู้พัฒนาที่ดินจำนวนมาก  โดย แมกโนเลียฯ ได้เข้าไปพัฒนาที่ดินในบริเวณเขาใหญ่มาแล้วประมาณ 2-3 ปี เพราะเห็นถึงโอกาส และศักยภาพของที่ดินบริเวณนั้น ซึ่งเขาใหญ่มีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่บริสุทธิ์ เนื่องจากมีผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ การเดินทางที่สะดวกสบายใกล้กรุงเทพฯ เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางได้หลายจังหวัดทั้งภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งยังปลอดภัยจากเหตุอุทกภัย โดยแมกโนเลียฯ มุ่งเน้นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อเจาะกลุ่มตลาดระดับบนที่มีกำลังซื้อสูง เพราะเรามีความพร้อม และสามารถรักษามาตรฐานคุณภาพบ้านแมกโนเลียส์ ที่เลือกสรรวัสดุอย่างดีในการก่อสร้างไม่เป็นมลพิษทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและผู้อยู่อาศัย เน้นการออกแบบที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ในทุกโครงการ นอกจากนั้น เรายังนำผลการวิจัยและพัฒนามาประยุกต์ใช้ในการออกแบบให้ตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยทั้ง 3 รุ่นและการรับประกันโครงสร้างบ้านถึง 30 ปีด้วย”

นอกจากนี้ นายยุทธนา ตันติยานนท์ ยังกล่าวเสริมถึงภาพรวมความสำเร็จของโครงการที่ผ่านมาว่า “โครงการวิลล่าหรู “แมกโนเลียส์ เฟรนช์ คันทรี่ เขาใหญ่” ถึงแม้จะยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าเก่าและพันธมิตรทางธุรกิจของเรา รวมถึงการบอกปากต่อปาก จากคนที่ได้มาสัมผัสโครงการอื่นๆของเรา จึงทำให้มียอดขายเกิดขึ้นทั้งที่โครงการยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันกระแสการซื้อบ้านหลังที่สองที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ยิ่งทำให้กระแสการเติบโตและเทรนด์บ้านพักตากอากาศที่เขาใหญ่ก้าวไปในทิศทางที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เราจะเห็นได้ชัดเจนว่ามีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เข้าไปลงทุนมากขึ้นจากเดิมที่เป็นเพียงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่เท่านั้น จากเทรนด์ของผู้บริโภคที่เริ่มหันมาเที่ยวภูเขา เที่ยวป่า หรือท่องเที่ยวเชิง Eco มากขึ้น ทำให้ทิศทางการเติบโตของบ้านพักตากอากาศ และโรงแรมที่เขาใหญ่เติบโตตามมา โดยพื้นที่ที่มีผู้พัฒนาอสังหาฯไปลงทุนจะเกาะอยู่ที่ 3 ถนนหลักคือ ถนนธนรักษ์ ถนนวังน้ำเขียว และถนนบางหว้าคุดคล้า ซึ่งปัจจุบันนี้ราคาที่ดินในย่านดังกล่าว โดยประมาณอยู่ที่ 15,000-25,000 ต่อตารางวา ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิม 10-20% ผู้พัฒนาอสังหาฯที่ไปลงทุน โดยเฉพาะรายใหญ่ๆ ส่วนมากก็จะเน้นจับกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มบน ที่มีกำลังซื้อสูงเช่นกัน”

ทั้งนี้ บริษัทแมกโนเลียฯ ได้กำหนดการจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการของโครงการวิลล่าหรู แมกโนเลียส์ เฟรนช์ คันทรี่ เขาใหญ่ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน “เราตั้งใจจะจัดงานเปิดตัวให้เข้ากับบรรยากาศธรรมชาติ และอากาศที่เริ่มหนาวของเขาใหญ่ โดยเน้นที่ความสวยงามของโครงการและธรรมชาติโดยรอบ ให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงบรรยากาศของความเป็น เฟรนช์ คันทรี่ สไตล์ และการผักผ่อนอย่างแท้จริง เพื่อมอบความสุขและแทนคำขอบคุณให้แก่ลูกค้าและผู้พักอาศัยในโครงการของเรา” นายยุทธนา ตันติยานนท์ กล่าวสรุป