subscribe สารบัญ/Magazine Content Index Latest Cover
Welcome to Positioning Magazine : Submit PR Newssubmit PR News RSSRSS Advertisingadvertise Contactcontact
Search

Photoes
สินค้าแมสอยากอัพเกรด ทำไงดี ? สินค้าแมสอยากอัพเกรด ทำไงดี ?
Innovative Collaboration = กุญแจความสำเร็จของ SCG Chemicals
Innovative Collaboration = กุญแจความสำเร็จของ SCG Chemicals
บรรจุภัณฑ์ถือเป็นอีกส่วนสำคัญของสินค้า แม้ว่าลูกค้าอาจจะไม่ได้ใช้ประโยชน์โดยตรงจากหีบห่อบรรจุภัณฑ์ นอกจากความสะดวกในการหยิบจับและขนส่งแล้ว บรรจุภัณฑ์ยังช่วยเก็บรักษาสินค้าให้อยู่ในสภาพดี สามารถยืดอายุและถนอมสินค้าประเภทอาหารได้ด้วย
read more
ธุรกิจการแข่งขันในสมรภูมิ Auto Mobile และธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ในกลุ่ม AEC
ธุรกิจการแข่งขันในสมรภูมิ Auto Mobile และธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ในกลุ่ม AEC ในธุรกิจการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2555 ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ามีการกระตุ้นยอดขายจนกระทั่งบางค่ายแทบจะขายไม่ทัน เนื่องจากมีการใช้สิทธิ์ตามโครงการถยนต์คันแรกเป็นจำนวนมาก ทำให้กลยุทธ์ในปี 2555 ธุรกิจยานยนต์ใช้กลยุทธ์ต่อสู้กันทั้ง Above the line และ Below the line กันครบวงจร “ทำให้ความต้องการรถยนต์ในอนาคตถูกดึงไปใช้หมดแล้ว” read more

7 Digital Trends 2013 วิดีโอ-โมบายมาร์เก็ตติ้งมาแรง
7 Digital Trends 2013 วิดีโอ-โมบายมาร์เก็ตติ้งมาแรง ปี 2013 จะเป็นปีที่ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งพลิกโฉมไปอย่างสิ้นเชิง เพราะ 3G และโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน รวมทั้งนักการตลาดเองก็เห็นความสำเร็จของกรณีศึกษามากมายที่ใช้การตลาดออนไลน์และประสบความสำเร็จได้ read more

ทำไมนิสสันต้องมีนกกระจอกเทศ
ทำไมนิสสันต้องมีนกกระจอกเทศ นกกระจอกเทศชมวิวในนิสสัน พัลซาร์ (Nissan Pulsar) นับเป็น “ไวรัลคลิป” ที่ถูกแชร์มากที่สุดคลิปหนึ่ง โดยที่มาของโฆษณาชิ้นนี้ มาจากโจทย์ของนิสสันที่ต้องการสร้างกระแสให้กระหึ่ม ก่อนงานเปิดตัว “นิสสัน พัลซาร์” ซึ่งมีขึ้นในวันที่ 8 มีนาคม โดยมีบริษัท ซีเจ เวิร์ค (CJ Worx) จำกัด ดิจิตอลเอเยนซี่ เป็นผู้สร้างสรรค์ read more
Strategic Move
สินค้าแมสอยากอัพเกรด ทำไงดี ?     
อังสุมาลิน ศิริมงคลกิจ Positioning Magazine 15 กุมภาพันธ์ 2556 Print
Added on: 15/2/2556

สินค้าแมสอยากอัพเกรด ทำไงดี ?


เบบี้ มายด์ เปิดตัว Babi Mild Ultra Mild Organic กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ถือว่าอยู่ในระดับพรีเมียม ความน่าสนใจของการเดินเกมในครั้งนี้ของเบบี้ มายด์คือความท้าทายที่จะทำให้สินค้า FMCG ที่อยู่ในระดับแมส ขยับขึ้นมาสู่สินค้าพรีเมียม กลยุทธ์ของเบบี้ มายด์ก็เพื่อต้องการให้แบรนด์เบบี้ มายด์ในภาพรวม เป็นแบรนด์เบอร์ 1 ของผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กในใจผู้บริโภค สอดรับกับเทรนด์ของผู้บริโภคที่พ่อ-แม่มักเลือกสินค้าให้ลูกด้วยความพิถีพิถัน หาความรู้และพร้อมจะจ่ายแพงกว่าถ้าหากเชื่อว่าสินค้านั้นๆ ดีที่สุดสำหรับลูก ทำให้เบบี้มายด์มียอดขายเติบโตขึ้น 10% ขณะที่อัตราการเติบโตของตลาดรวมผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอยู่ที่ 3-5%   


เบบี้ มายด์ มีสินค้าในแบรนด์แบ่งเป็น 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย 1.Baby Bath 2.มอยซ์เจอไรเซอร์เด็ก 3.ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลเด็กและครอบครัว 4.แป้งเด็ก 


กลุ่มสินค้าที่เบบี้ มายด์เป็นเจ้าตลาด คือ กลุ่มสินค้า Baby Bath ซึ่งมีมูลค่าตลาด 585.8 ล้านบาท เติบโต 8.3% โดยเบบี้ มายด์มีส่วนแบ่งตลาด 37.1% จากมูลค่าตลาดรวม 600 ล้านบาท กับสินค้ามอยซ์เจอไรเซอร์เด็ก ที่มีสวนแบ่งตลาดกือบ 20% จากมูลค่าตลาด 600 ล้านบาท ขณะที่สินค้าประเภทแป้งเด็กที่มีมูลค่าตลาดถึง 2,600 ล้านบาท เบบี้ มายด์ยังมีส่วนแบ่งตลาดตามหลังผู้นำค่อนข้างมาก ส่วนสินค้าสำหรับดูแลเด็กและครอบครัวยังไม่มีผู้นำตลาดที่ชัดเจน


จากสภาพการแข่งขันที่เบบี้ มายด์มีทั้งสินค้าที่เป็นเจ้าตลาด กับสินค้าที่อยู่ในสถานะผู้ตาม ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เบบี้ มายด์ต้องใช้กลุ่มสินค้าที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างสูงแล้ว มาช่วยดึงแบรนด์สินค้าที่ยังเป็นผู้ตามอยู่ และทำให้แบรนด์ในภาพรวมเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค 





ต้องหทัย กุวานนท์ ผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล บริษัท โอสถสภา จำกัด กล่าวว่า “ตอนนี้เราเป็นผู้นำในบางแคทิกอรี่ เป็นเบอร์ 2 ในบางแคทิกอรี่ แต่เราอยากเป็นเบอร์ 1 ในแง่ของแบรนด์ในใจผู้บริโภค เพราะว่าแบรนด์ที่แข็งแรงจะทำให้เรา Transfer ไปที่ไหนก็ได้ ผ่าน IMC และ Product” 


กลยุทธ์การทำให้แบรนด์แข็งแรงขึ้นของเบเบี้ มายด์ในปีนี้ คือการอัพแบรนด์จากที่เป็นสินค้าระดับแมส มาสู่ระดับพรีเมียมด้วยการออกสินค้าในกลุ่ม Babi Mild Ultra Mild Organic ประกอบด้วย โฟมอาบน้ำ, โลชั่น, มอยซ์เจอไรเซอร์ และแป้ง โดยมีวิธีคิดหลัก 2 เรื่อง 1.Brand Value 2.Product Value Oriented 


“การออกสินค้าระดับพรีเมียมยังไงก็ต้องตั้งอยู่พื้นฐานของแบรนด์เดิม ซึ่งเบบี้ มายด์มีปรัชญาว่า ของที่ดีที่สุดคือของที่มาจากธรรมชาติ แต่วันนี้เรากำลังก้าวไปอีกขั้น คือความเป็นออร์แกนิก หรือกระบวนการทั้งหมดปลอดสารเคมี ซึ่งปกติผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจะขายในกลุ่มเฉพาะคนที่เคยอยู่ในต่างประเทศ เราก็มาทำให้เป็นพรีเมียมที่แมสก็เข้าถึงได้”   


 


ย้อนอดีต FMCG อัพเกรดอย่างไร


ตัวอย่างของความพยายามที่จะอัพเกรดสินค้าในกลุ่ม FMCG ให้มีมูลค่ามากขึ้น มีให้เห็นกันอยู่ตลอด โดยมีตัวอย่างของการใช้การปรับตัว 


-การเปลี่ยนฟอร์มผลิตภัณฑ์ เช่น เปลี่ยนผงซักฟอกจากผงให้กลายเป็นสูตรน้ำ ส่วนเบบี้  มายด์ก็ใช้วิธีเปลี่ยนครีมอาบน้ำให้กลายเป็นโปรดักต์ประเภทโฟม 


 -เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ ในยุคที่บรีสเพิ่งปรับสูตร "เข้มข้น" ลงสู่ตลาด ก็ใช้แพ็กเกจจิ้งแบบฟอยล์แทนถุงพลาสติก ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าสินค้าทั้ง 2 สูตรมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด 


 


มูลค่าตลาด Baby Bath 585.8 ล้านบาท 


- เบบี้ มายด์ 37.1%


มูลค่าตลาดมอยซ์เจอไรเซอร์เด็ก 606 ล้านบาท 


- เบบี้ มายด์ 18.5%




Did You Know
การวิจัยพบว่า การปรับฟอร์มของสบู่อาบน้ำจากสบู่ก้อนให้เป็นโฟม จะช่วยเพิ่ม Bounding ระหว่างแม่กับเด็กเวลาอาบน้ำ ซึ่งมันมีคุณค่าทางจิตใจ เพิ่มการมีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่โปรดักต์อีกต่อไปแล้ว ซึ่งเป็นพัฒนาการตลาด เริ่มจากยุคแรกจะโฟกัสที่ Product ยุคต่อมา Marketing 2.0 ก็เป็นเรื่องของ Experience แต่ตอนนี้มาถึงยุค 3.0 ที่เป็น Value Oriented”
Related Info

    Positioningmag.com Resource

  • FMCG

blog comments powered by Disqus