แบรนด์ต้องรู้ ! 6 เทรนด์กำหนดตลาด Mobile Marketing ปี 2018

อนาคตของการตลาดบนอุปกรณ์พกพา หรือ Mobile Marketing นั้นกำลังจะเป็นรูปร่างชัดเจนขึ้นอีกในปีนี้ ทั้งแง่การเติบโต การเปลี่ยนขั้วควบรวมกิจการ และการมุ่งเข้าถึงมวลชนผ่านช่องทางย่อยหรือ Sub-Channel นี่คือ 6 แนวโน้มที่จะทำให้ปี 2018 เป็นปีที่ยิ่งใหญ่สำหรับ Mobile Marketing อย่างแท้จริง 

1. โลกเปลี่ยนต้องตามให้ทัน

ในวันที่แบรนด์ต้องสนใจทั้ง Influencer, Social Media, Chatbot และแอปพลิเคชั่นรับส่งข้อความ Messaging App เพื่อ Engage หรือเข้าถึงคนรุ่นใหม่ Millennial รวมถึง Gen Z ให้ได้ แนวโน้มที่จะเกิดในปีนี้คือแบรนด์จะต้องพยายามผสานและยกระดับประสบการณ์ Offline และ Online ของลูกค้าให้ได้ดียิ่งขึ้นกว่านี้อีก 

การสำรวจล่าสุดพบว่าแบรนด์ใหญ่เริ่มใช้บริการชุดคำสั่งเพื่อส่งบทสนทนาเมื่อผู้ใช้ไม่ได้ออนไลน์ (Offline Conversions API) ของ Facebook ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมาแล้ว ทำให้แบรนด์มีโอกาสส่งสารจากนักช้อปออนไลน์ระดับแม่เหล็กมาให้นักช้อปในร้านค้าได้เห็นข้อมูลด้วย ทั้งหมดนี้จะทำให้แบรนด์สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่าเดิม แถมยังทำโปรโมชั่น และทำแคมเปญได้ดีขึ้นในงบประมาณที่จำกัด

เทรนด์นี้ยังเป็นที่มาของการที่แบรนด์เริ่มแห่มาใช้เทคโนโลยี AR และ AI รวมถึงการรองรับการค้นหาข้อมูลด้วยภาพและเสียงให้ครบ เนื่องจากแรงกระเพื่อมของข้อมูลจากเทคโนโลยีเหล่านี้ ทำให้การเพิกเฉยของแบรนด์ที่ไม่เคยแตะต้องเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไป

การสำรวจล่าสุดพบว่า การค้นหาด้วยภาพและการจดจำภาพจะเป็นอีกเทคโนโลยีที่แบรนด์จะสนใจในปีนี้ ปัจจุบัน ผู้ค้าปลีกจำนวนหนึ่งได้เปิดตัวแพลตฟอร์มบริการวิเคราะห์ภาพ Image Recognition as a Service แล้ว เช่น Target ที่ใช้เทคโนโลยี Lens ของ Pinterest เพื่อค้นหาภาพ คาดว่าในปี 2018 แบรนด์อื่นจะเริ่มดำเนินการ เพื่อให้มั่นใจว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์และภาพแบรนด์ของตัวเองสามารถถูกวิเคราะห์ได้ง่ายด้วยเทคโนโลยีการค้นหาด้วยภาพ, AR และ QR Code รวมถึง Contextual Data หรือข้อมูลตามบริบทแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกัน

2. เนื้อหาต้องมีอายุ

เทรนด์นี้เกี่ยวกับการสร้างเนื้อหา Mobile Content ในปี 2018 นอกจากเนื้อหานั้นควรจะต้องเป็นเอกลักษณ์ ยังควรเป็นเนื้อหาที่มีอายุ เพื่อลบทิ้งไปในเวลาที่กำหนด

Snapchat เป็นตัวอย่างชัดเจนของเทรนด์นี้ เพราะการทำให้เนื้อหาหมดอายุสามารถเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารด้วยภาพและวิดีโอของผู้ใช้โดยที่ Instagram และ Facebook ต้องเดินตามบ้าง จุดนี้ Rob Kabrovski มองว่าเป็นความท้าทายที่ทำให้ข้อมูลนั้นมีเสน่ห์ขึ้น เพราะยุคนี้เป็นยุคที่ผู้ใช้สามารถรับข้อมูลได้ง่ายแค่แตะนิ้ว

3. ปีนี้คือปีแห่ง AR

เทคโนโลยีเสมือนจริง AR ถูกคาดว่าจะเป็น Mass ที่เข้าถึงมวลชนในปี 2018 ท่ามกลางการแข่งขันดุเดือดของ Apple, Facebook, Google และอื่นๆ เรียกว่ายิ่งแข่งกันก็ยิ่งทำให้ประสบการณ์ใช้งาน AR ของผู้บริโภคดีขึ้น โอกาสที่ธุรกิจจะขายสินค้าได้มากขึ้นจากการนำภาพดิจิทัลวางทับบนวิวจริงข้างตัวผู้ใช้ก็จะยิ่งมีมากตามไปด้วย 

ไม่ว่าใครชนะ นักการตลาดจะมีเครื่องมือใหม่ที่ใช้งานง่ายแน่นอน จุดนี้มีความเป็นไปได้ว่า แอปพลิเคชั่น AR มากมายจะเปิดตัวสู่ตลาดในช่วงปีนี้ คาดว่าจะมีทั้งแอปพลิเคชั่นที่เป็นเกมและแอปพลิเคชั่น Social AR ตามการวิเคราะห์ของ Forrester

หนึ่งในแอปพลิเคชั่น AR ที่นักการตลาดทั่วโลกให้ความสำคัญอย่างมากคือเกม Harry Potter AR ที่เพิ่งถูกประกาศเมื่อเร็ว ๆ นี้โดยต้นสังกัด Warner Bros. และ Niantic ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่เบื้องหลังเกมยอดนิยม Pokemon Go จุดนี้สื่อฟันธงว่าปี 2018 จะเป็นปีที่ผู้บริโภคจะเข้าใจ AR มากขึ้นจากเกมนี้

4. เสียงมาแทนกดปุ่ม

เสียงจะกลายเป็นส่วนติดต่อหลัก เพราะผู้บริโภคได้ลิ้มรสความสะดวกและความสะดวกในการขอสิ่งที่ต้องการผ่านโปรแกรมผู้ช่วยดิจิทัลและลำโพงอัจฉริยะในปีที่ผ่านมา ในปีนี้ การรองรับเสียงในระบบและอุปกรณ์ไอทีจะมีมากขึ้น ซึ่งหมายความว่านักการตลาดที่สามารถเป็นกลุ่มแรกที่ให้ประสบการณ์ใหม่กับลูกค้า อาจจะได้รับความภักดีจากลูกค้าเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้แปลว่าอินเทอร์เฟซแบบกราฟิกของหน้าจอสัมผัสกำลังจะตาย แม้การสำรวจจะสะท้อนชัดเจนว่าผู้บริโภคกำลังหลงใหลในประสบการณ์การเชื่อมต่อด้วยเสียง โดย 24% ของคนกลุ่มนี้เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนอย่างน้อยหนึ่งเครื่อง

Sheryl Kingstone ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยประสบการณ์ลูกค้าและการพาณิชย์ บริษัท 451 Research ชี้ว่าโลก Mobile กำลังเปลี่ยนไปเพราะบริการด้านเสียง โดยบอกว่านักพัฒนาและนักการตลาดจะต้องมุ่งเน้นไปที่การลดจุดเสียดสีและสร้างโอกาสในการขยายบริการ โดยยกตัวอย่างว่า แบรนด์อาจต้องมีวิธีง่ายๆ ในการผลักดันข้อมูลสำหรับการโต้ตอบบนอุปกรณ์ Echo ไปยังโทรศัพท์ ซึ่งหมายถึงการประยุกต์ที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าลงทุน

5. ดีลบันลือโลก

การจับมือเป็นพันธมิตรกันระหว่างบริษัท จะทำให้หลายแบรนด์มีจุดยืนที่เข้มแข็งขึ้นในวันที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของ Mobile Ecosystem ตกเป็นของ Apple, Amazon, Google และ Facebook อย่างปี 2018 

นอกจาก Disney ที่เทเงิน 5.24 หมื่นล้านเหรียญซื้อ 21st Century Fox ปีนี้คาดว่าจะเป็นปีที่ Amazon อาจเข้าซื้อกิจการค้าปลีกรายใหญ่เหมือนที่เคยซื้อ Whole Foods คาดว่าห้าง Target, Nordstrom และ Lowe’s ล้วนมีโอกาสที่จะถูกซื้อกิจการได้ตลอดเวลา 

6. ต้องบริหารจัดการข้อมูลแบบยุคใหม่

ฝรั่งใช้คำว่า Next-Generation Data Management ที่หลายแบรนด์การันตีว่าจะทำในปีนี้ ทั้งธุรกิจภาคค้าปลีกและการเงิน ต่างล้วนใช้ทั้ง CRM, ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมโซเชียล และตำแหน่งที่อยู่หรือ location เมื่อให้สามารถระบุตัวลูกค้าได้แม่นยำ

ทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มลูกค้าอัจฉริยะ ซึ่งเป็นยุคถัดไป หรือ Next Generation เหนือจากแพลตฟอร์มข้อมูลลูกค้าแสนธรรมดา จุดนี้หลากใครไม่เคยดำเนินการเลย ย่อมจะไม่มีทางประสบความสำเร็จในการทำ Mobile Marketing แน่นอน

ที่มาmobilemarketer.com/news/6-trends-that-will-define-mobile-marketing-in-2018/514306/