เชนร้านอาหารพร้อมใจไม่คิดค่าส่งเดลิเวอรี่! ผู้ส่งเน้นมาตรการ Contactless ลดการสัมผัส

ร้านอาหารแบรนด์ดังพร้อมใจงดค่าส่งเดลิเวอรี่ เพื่อฝ่าวิกฤต COVID-19 ไปด้วยกัน โดยส่วนใหญ่มีการสั่งขั้นต่ำ 100-200 บาท มีการจัดส่งฟรี พร้อมกับแนะนำการชำระเงินแบบ Cashless ป้องกันการสัมผัสเงิน

งดค่าส่งผ่านเดลิเวอรี่

จากมาตรการกึ่งๆ ล็อกดาวน์กรุงเทพฯ ทำให้ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าต้องปิดให้บริการชั่วคราว ส่วนร้านอาหารต้องปรับรูปแบบเป็นแบบซื้อกลับบ้าน หรือเดลิเวอรี่เท่านั้น เพื่อป้องกันการรวมตัวกันของคนกลุ่มใหญ่

นี่คือวิกฤตครั้งใหญ่ที่คนไทยต้องเผชิญด้วยกัน!

กลายเป็นการปรับตัวของทั้งผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ทางร้านเองก็ลูกค้าหาย รายได้หดแน่นอน เพราะไม่มีลูกค้าทานในร้าน ต้องซื้อกลับบ้านอย่างเดียว ผู้บริโภคเองก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ต้องซื้อกลับบ้านเท่านั้น

หลังจากที่เกิดการล็อกดาวน์ปิดห้าง ปิดศูนย์การค้า แน่นอนว่าร้านอาหารของแบรนด์ใหญ่ๆ ย่อมอยู่ในศูนย์การค้า แม้จะไม่ได้มีมาตรการว่าต้องปิดให้บริการ แต่ก็เป้นการให้ปรับรูปแบบเป็นซื้อกลับบ้าน และเดลิเวอรี่เท่านั้น

หลายแบรนด์ หลายเชนร้านอาหารดังๆ ก็ต่างพร้อมใจในการปรับตัวครั้งนี้ พร้อมกับลุยบริการเดลิเวอรี่กันอย่างเต็มที่ ซึ่งบางแบรนด์ถึงกับออกนโยบายไม่คิดค่าส่งเดลิเวอรี่ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้บริโภคสั่งอาหารทาที่บ้าน และเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

เครือที่เห็นชัดสุดก็คือ “ไมเนอร์ฟู้ด” ที่ผนึกร้านอาหารในเครืออย่าง เดอะ พิซซ่า คอมปะนี, เบอร์เกอร์ คิง, ซิซซ์เล่อร์, สเวนเซ่นส์, แดรี่ ควีน และเดอะ คอฟฟี่ คลับสามารถสั่งอาหารได้โดยไม่เสียค่าจัดส่ง เพียงแค่มีขั้นต่ำ 100 บาท โดยสั่งผ่านช่องทาง www.1112delivery.com หรือแอปพลิเคชัน 1112Delivery (ยกเว้นบอนชอนที่ต้องเสียค่าส่ง เพราะยังไม่อยู่ในแอปพลิเคชัน)

ทางด้าน “แมคโดนัลด์” เชนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดก็ขอร่วมมาตรการไม่คิดค่าจัดส่งอาหาร เพียงแค่มีการสั่งขั้นต่ำ 200 บาท และชำระเงินผ่านช่องทางบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต เพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้ Cashless ลดการสัมผัสเงินสดโดยตรง

MK Restaurants ก็งดค่าบริการจัดส่งด้วยเช่นกัน เมื่อสั่งอาหารขั้นต่ำ 150 บาท ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เฉพาะพื้นที่ให้บริการ สามารถสั่งได้ผ่านช่องทาง www.mk1642.com, Call center 1642 และHotline 02-2485555

ส่วน CRG หรือเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป มีเปิดให้บริการเดลิเวอรี่ในทุกแบรนด์ร้านอาหารทั้งผ่านคอลเซ็นเตอร์ 1312 และผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่

แต่แบรนด์ “อร่อยดี” เป็นแบรนด์ร้านอาหารสตรีทฟู้ดน้องใหม่ ได้เปิดให้บริการแบบซื้อกลับ และบริการจัดส่งเดลิเวอรี่ ตลอด 24 ชั่วโมง และไม่มีค่าจัดส่ง

สำหรับเชนร้านอาหารอื่นๆ ยังคงเปิดให้บริการเดลิเวอรี่อย่างเช่น “โออิชิ กรุ๊ป” เปิดให้บริการทั้งในช่องทางคอลเซ็นเตอร์ และเว็บไซต์ รวมทั้งกับพันธมิตรฟู้ดเดลิเวอรี่

ผู้ส่งใช้มาตรการ Contactless ลดการสัมผัสโดยตรง

ในส่วนของผู้ให้บริการเดลิเวอรี่ ก็มีการปรับตัว ออกมาตรการเพื่อรองรับการแพ่รระบาดของ COVID-19 เช่นกัน โดยที่บริการฟู้ดเดลิเวอรี่ต่างใช้มาตรการ Contactless Delivery เพื่อลดการสัมผัสโดยตรง

ได้เห็น Grab และ KFC ได้นำร่องบริการนี้ก่อนใครเพื่อน เพื่อป้องกันความปลอดภัยของทั้งตัวผู้ส่ง และผู้สั่งอาหารเองก็มีความเสี่ยงด้วยกันทั้งหมด

พร้อมแนะนำชำระเงินผ่านช่องทาง Cashless หรือบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือ GrabPay เพื่อลดความเสี่ยงการสัมผัสเชื้อโรคโดยเงินสด

ล่าสุดทาง LINE MAN ได้เพิ่มฟีเจอร์ Contactless ให้ลูกค้าได้เลือกเพื่อลดการสัมผัสติดต่อระหว่างพนักงานขับและลูกค้า พร้อมด้วยฟีเจอร์ Self Pick-up ให้สามารถเลือกสั่งอาหารผ่านแอปฯ และไปรับเองที่ร้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งระบบจะทยอยขึ้นให้บริการภายในเดือนเมษายนนี้

ส่วน KERRY Express ได้เปิดบริการรับส่งสินค้าแบบ Door to Door ลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ประกอบการและลูกค้าทั่วไป เป็นบริการจัดการไปรับสินค้าถึงหน้าบ้าน

ช้อปปิ้งออนไลน์ก็ส่งฟรี

ในส่วนของห้างสรรพสินค้าก็ไม่น้อยหน้า แม้จะมีการปิดทำการในช่องทางออฟไลน์ แต่ชอ่งทางออนไลน์ยังเดินหน้าต่อ โดยกลุ่ม CRC หรือเซ็นทรัล รีเทล ได้ผุดการช้อปปิ้งออนไลน์ให้คึกคักมากขึ้น

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เปิดบริการ “เซ็นทรัล แอท ยัวร์ โฮม” เปิดให้ชอป 3 ช่องทาง ได้แก่ www.central.co.th, ผู้ช่วยส่วนตัวผ่านไลน์ @CentralOfficial (10.00-21.00 น.) และผ่านโทรศัพท์ 0-2793-7555 (09.00-21.00 น.) และประกาศ “ส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ” ถึงวันที่ 30 เม.ย. 2563 เปิดให้ชอปผ่านหน้าจอตลอด 24 ชั่วโมง

ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เปิดให้ช้อป 2 ช่องทาง ได้แก่ www.robinson.co.th และผู้ช่วยช้อปส่วนตัวผ่านไลน์ @robinson (10.30-20.00 น.)

ยังรวมไปถึงทุกธุรกิจในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้แก่ เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (CMG), ซูเปอร์สปอร์ต, เพาเวอร์บาย, ไทวัสดุ, บ้านแอนด์บียอนด์, วีฟิกซ์ รวมทั้งท็อปส์ออนไลน์

จะเห็นว่าในวิกฤตต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา แต่ทางด้านผู้ประกอบการก็มีการปรับตัวเพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น สุดท้ายแล้วถ้าทุกคนร่วมมือกัน ป้องกันตัวเองให้มาที่สุด ประเทศไทยจะฝ่าวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี