my_bb – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Mon, 05 Jan 2026 11:14:32 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ปีนี้เอาใหม่! ไทยตั้งเป้านักท่องเที่ยว 36.7 ล้านคน หลังปิดปี 68 ต่างชาติเข้าไทย 33 ล้านคน ลดลงครั้งแรกในรอบ 10 ปี https://positioningmag.com/1554102 Mon, 05 Jan 2026 09:43:01 +0000 https://positioningmag.com/?p=1554102 ที่ผ่านมา “ประเทศไทย” ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก เผชิญการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวในรอบหลายปี จากวิกฤตรอบด้านที่ถาโถมเข้ามา

ส่งผลให้ปิดปี 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย จำนวน 33 ล้านคน ลดลง 7.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) หรือ “ลดลงครั้งแรกในรอบ 10 ปี” (*ไม่นับช่วงโควิด)

bloomberg วิเคราะห์สาเหตุที่น่าสนใจ แบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก ดังนี้

1.ปัญหาความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย จากกรณีนักแสดงชาวจีน ถูกลักพาตัวจากไทย ไปอยู่ในอาณาจักร      สแกมเมอร์ที่ชายแดนเมียนมา ก่อนช่วยออกมาได้ ทำให้นักท่องเที่ยวจีนยกเลิกแผนการเดินทางมาไทยจำนวนมาก

2.ผลกระทบจากแผ่นดินไหวเมียนมา ต่อตึกสูงในประเทศไทย โดยมีตึก สตง. ถล่มในปลายเดือนมีนาคม 2568

3.ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

4.ปัญหาน้ำท่วมในภาคใต้ของประเทศไทย

5.วิกฤตการเมือง ทำให้มีการตั้งรัฐบาลชุดใหม่

“เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ”

ด้านตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย 5 อันดับแรก (อ้างอิงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) ได้แก่

  • อันดับ 1 มาเลเซีย จำนวน 4.5 ล้านคน
  • อันดับ 2 จีน จำนวน 4.47 ล้านคน
  • อันดับ 3 อินเดีย จำนวน 2.5 ล้านคน
  • อันดับ 4 รัสเซีย จำนวน 1.9 ล้านค
  • อันดับ 5 เกาหลีใต้ จำนวน 1.6 ล้านคน

ทั้งนี้ รายได้จากการท่องเที่ยวที่มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.5 ล้านล้านบาท ลดลง 4.7% (YoY)

หากรวมรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวในประเทศทั้งหมด รายได้รวมอยู่ที่ 2.7 ล้านล้านบาท ลดลง 1.3% (YoY)

ไทย ตั้งเป้าฟื้นการท่องเที่ยว เน้นตลาดระยะสั้น

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 36.7 ล้านคนในปี 2569

เน้นหนักไปที่ กลุ่มนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้ (Short-haul markets) คิดสัดส่วน 70% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

ทั้งนี้ คาดว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนจะมีจำนวน 6.7 ล้านคนในปี 2569 ซึ่งเป็นระดับเดียวกับปี 2567

]]>
1554102
สรุปสเป็กคนโสดไทย ประจำปี 2025 นักธุรกิจ เงินเดือน 1 แสนอัพมาแรง https://positioningmag.com/1554106 Sun, 04 Jan 2026 14:51:58 +0000 https://positioningmag.com/?p=1554106 Bangkok Matching ผู้ให้บริการจัดหาคู่ระดับพรีเมียม สรุปภาพรวมสเป็กยอดนิยม ด้านการเลือกคู่และการออกเดตของคนโสดไทย ประจำปี 2025 พบอินไซด์น่าสนใจดังนี้

สเป็กยอดนิยมสาวโสด

สาวไทย ให้ความสำคัญอาชีพฝ่ายชาย จากการเก็บสถิติของ Bangkok Matching พบว่า หญิงไทยกว่า 99% หาก “เลือกได้” ยังคงให้ความสนใจกับอาชีพ ‘เจ้าของธุรกิจ’ (อันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง)

ส่วนอาชีพที่สาวไทยสนใจรองลงมา คือ
  • ผู้บริหารระดับ C-Level
  • แพทย์
  • อาชีพที่มีเกียรติและภาพลักษณ์สูงในสังคม เช่น นักบิน ผู้พิพากษา นักการทูต หรือข้าราชการระดับสูง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม อาชีพเพียงอย่างเดียวไม่สามารถมัดใจหญิงไทยได้ หญิงส่วนใหญ่จะพิจารณาภาพรวมของผู้ชายในหลายมิติ

โดยเรียงลำดับสิ่งที่หญิงไทยให้ความสำคัญ (มาก → น้อย)

1.รายได้และความมั่นคง

2.อาชีพ

3.การศึกษา

4.บุคลิกภาพ

5.ระดับหน้าตาและรูปลักษณ์โดยรวม

หญิงไทยจำนวนมากให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคงทางการเงิน” มากกว่าอาชีพ และระดับการศึกษา หากผู้ชายประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และสื่อสารกันได้ดี หญิงยินดีมองข้ามวุฒิการศึกษาไปได้

ทั้งนี้ 50% ของหญิง ยังคงให้ความสำคัญกับหน้าตาผู้ชาย หากไม่ผ่านมาตรฐานส่วนตัว หญิงพร้อมปฏิเสธไม่เดตด้วย

 “70% ฝ่ายหญิง มักระบุรายได้สเป็กชายที่ 100,000 บาทต่อเดือนขั้นต่ำ”

สเป็กคนโสดไทยประจำปี 2025 โดย Bangkok Matching

สเป็กชายไทย

สำหรับมุมมองสเป็กของผู้ชาย ไม่ได้โฟกัสอาชีพของฝ่ายหญิงมากนัก โดย 80% ของชายไทยไม่เลือกอาชีพของ  ผู้หญิง

ส่วนในด้านรายได้ฝ่ายหญิง ผลสำรวจพบว่า ผู้ชายประมาณ 50% ระบุรายได้ขั้นต่ำของผู้หญิงที่ราว 30,000 บาท/เดือน

มีเพียง 10% ต้องการผู้หญิงที่มีรายได้มากกว่า 30,000 บาท/เดือน ส่วนอีก 40% ไม่สนใจรายได้ของฝ่ายหญิง ขอเพียงมีงานสุจริต และดูแลตัวเองได้

สิ่งที่ชายไทยให้ความสำคัญในการเลือกคู่จริงจัง (มาก → น้อย)

1.หน้าตาและรูปลักษณ์โดยรวม

2.บุคลิก

3.การศึกษา

4.อาชีพ

5.รายได้และความมั่นคง

ทั้งนี้ ไม่ว่าชายหรือหญิง หากนิสัยไม่ดี จะไม่ไปต่อแม้ผ่านทุกสเป็ก

]]>
1554106
วิเคราะห์กลยุทธ์ ไทยเบฟ ดันแบรนด์ ‘รวงข้าว’ จากเหล้าขาว สู่ RTD เสิร์ฟเหล้าพร้อมดื่มช่วงปีใหม่ https://positioningmag.com/1553707 Mon, 29 Dec 2025 01:59:13 +0000 https://positioningmag.com/?p=1553707 ช่วงเทศกาลปีใหม่ ถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจเครื่องดื่ม โดยเฉพาะ ”สุรา-เบียร์“

โดยก่อนหน้านี้ ‘ไทยเบฟ’ ได้ประเดิมเปิดตัว เหล้ากระป๋องพร้อมดื่ม บุกตลาด RTD (Ready to Drink) ภายใต้แบรนด์ “หงส์ไทย” ใน 2 รสชาติ คือ สูตรเหล้าผสมโซดา และ สูตรเหล้าผสมโคล่า แอลกอฮอล์ 4.8%

ล่าสุด ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 นี้ ได้แตกไลน์ และจัดจำหน่าย “เหล้าขาวพร้อมดื่ม” แบรนด์ “รวงข้าว” ใน 2 รสชาติ แอลกอฮอล์ 5% ราคา 50-55 บาท/กระป๋อง (แล้วแต่ร้านค้า) ได้แก่

  • Red แดงในตำนาน (รสตรอว์เบอร์รี)
  • Green มะนาวป๊อก
เหล้ากระป๋องพร้อมดื่ม แบรนด์ รวงข้าว และ หงส์ไทย

วิเคราะห์เหตุผลทำไมไทยเบฟต้องทำเหล้า RTD

หากวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญที่เร่งให้ไทยเบฟ ดึงแบรนด์ “รวงข้าว” จาก ‘เหล้าขาว 40 ดีกรี’ มาอัปเกรดเป็น ‘เหล้าขาวพร้อมดื่ม แอลกอฮอล์ 5%“ หลัก ๆ แบ่งเป็น 3 ด้าน

1.ธุรกิจเหล้ารายได้ลดลง เซ่นพิษเศรษฐกิจ

ที่ผ่านมา ธุรกิจเหล้า เป็นท่อน้ำเลี้ยงรายได้วอลลุ่มใหญ่ให้แก่ไทยเบฟมานาน แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจไทยชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อตลาดเหล้า โดยเฉพาะกลุ่มเหล้าขาวที่มีผู้ดื่มหลัก เป็นกลุ่มฐานรากที่มีกำลังซื้อจำกัด

โดยปีงบประมาณ 2568 (ต.ค. 67 – ก.ย. 68) ธุรกิจเหล้า ของไทยเบฟ มีรายได้และกำไรลดลง เมื่อเทียบแบบปีต่อปี (YoY) ดังนี้

ปี 2568

รายได้ 118,604 ล้านบาท ลดลง 1.8%

กำไรสุทธิ 19,880 ล้านบาท ลดลง 7%

ปี 2567

รายได้ 120,728 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8%

กำไรสุทธิ 21,385 ล้านบาท ลดลง 4.6%

ปี 2566

รายได้ 119,799 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1%

กำไรสุทธิ 22,446 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5%

ส่วนปริมาณการดื่มเหล้าของผู้บริโภคลดลงต่อเนื่อง…

  • ปี 2568 อยู่ที่ 617.4 ล้านลิตร
  • ปี 2567 จำนวน 637.8 ล้านลิตร
  • ปี 2566 จำนวน 643 ล้านลิตร
ที่มาภาพ Shutterstock

2.ยุทธศาสตร์การเร่งทำตลาดแบรนด์ “รวงข้าว”

ที่ผ่านมา “รวงข้าว” เป็น 1 ในแบรนด์เรือธงของพอร์ตฯ เหล้าที่สำคัญของกลุ่มไทยเบฟ ในอดีตทำเหล้าขาวปริมาณแอลกอฮอล์สูง 35 – 40 ดีกรี เน้นหนักไปที่กลุ่มฐานราก แรงงาน โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด

ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ไม่ค่อยทำการตลาดมากนัก การเปิดตัวเหล้า RTD รวงข้าว ถือเป็นการบิ้วแบรนด์ครั้งใหญ่ ทั้งในกลุ่มลูกค้าเดิม และขยายฐานไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ ตลอดจนคนกลุ่มเมืองมากขึ้น ให้เข้ามาลองแบรนด์รวงข้าว หากเป็นกระแสก็ ‘อาจช่วยกระตุ้นยอดขาย’ สินค้าเดิมได้อีกทาง

สุราขาวรวงข้าว 40 ดีกรี (ที่มาภาพเพจเฟซบุ๊ก ‘วัยรุ่นรวงข้าว’)

3.เทรนด์หนุนจากคนรุ่นใหม่

การออกเหล้า RTD ยังสอดรับกับ พฤติกรรมคนรุ่นใหม่ ที่ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณน้อยลง (เหล้าขาวรวงข้าว RTD แอลกอฮอล์ 5% จากรูปแบบเดิม 35-40%)

และอีกหนึ่งอินไซต์สำคัญของคนรุ่นใหม่ที่ไทยเบฟพบ คือ ตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดโควิด การตั้งวงดื่มสังสรรค์แทบไม่มี ทำให้นักดื่มหน้าใหม่ ชงเหล้าไม่เป็น หรือไม่ชอบชงเอง ชอบแบบสำเร็จรูป ออกมารสชาติดี จึงเกิดการทำเหล้าพร้อมดื่มขึ้นมานั่นเอง

เรียกได้ว่า กลยุทธ์ของไทยเบฟรอบนี้ ”ยิงปืนนัดเดียว แต่ได้นกหลายตัว“ ทั้งเพิ่มยอดขายเหล้าจากกลุ่ม RTD การขยายแบรนด์สู่คนรุ่นใหม่ ตลอดจนได้กระแสจากการออกสินค้าใหม่!

]]>
1553707
ซื้อขายกิจการโรงแรมในไทย ปี 68 เงินสะพัด 2.6 หมื่นล้านบาท แต่ความน่าสนใจน้อยกว่า “ญี่ปุ่น-เวียดนาม” https://positioningmag.com/1553765 Fri, 26 Dec 2025 02:40:30 +0000 https://positioningmag.com/?p=1553765 แม้เศรษฐกิจโลกยังผันผวน และความไม่แน่นอนจะยังอยู่ไปอีกสักระยะ แต่ตลาดลงทุน “ซื้อขายโรงแรม” ในเอเชียแปซิฟิก กลับส่งสัญญาณบวกมากขึ้น

เจแอลแอล (JLL) ประเมินว่า ปี 2569 มูลค่าการลงทุนซื้อขายโรงแรมในภูมิภาคนี้จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ราว 13,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.13 แสนล้านบาท

จากปี 2568 ที่คาดการณ์มูลค่าซื้อขายโรงแรมไว้ 11,900 ล้านดอลลาร์ หรือ 3.69 แสนล้านบาท แรงหนุนหลักมาจากดีมานด์การเดินทางที่ยังแข็งแรง และพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป

ดีมานด์สูง โรงแรมทำเลดีหายากขึ้น

ภาพรวมตลาดตอนนี้คือ นักลงทุนยัง “อยากซื้อ” แต่ สินทรัพย์โรงแรมคุณภาพมีจำกัดมากขึ้น

โดยประเทศตลาดเสี่ยงต่ำ ราคาโรงแรมค่อนข้างสูง ส่วนโรงแรมในตลาดเกิดใหม่ยังเปิดโอกาสให้ “ซื้อวันนี้ เพื่อเพิ่มมูลค่าในอนาคต”

ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทำให้นักลงทุน รอบคอบกว่าเดิม ดีลใช้เวลานานขึ้น ตรวจสอบละเอียดขึ้น และโฟกัสการคุมต้นทุนมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดโดยรวมมีเสถียรภาพมากขึ้นในระยะยาว

ใครคือดาวเด่นของภูมิภาค

ช่วงปลายปี 2568 ต่อเนื่องถึงปี 2569 ตลาดโรงแรมที่นักลงทุนจับตาที่สุด ได้แก่

  • ญี่ปุ่น
  • สิงคโปร์
  • ออสเตรเลีย

โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนที่มีความมั่งคั่งสูง (HNWIs) ซึ่งมองหาโรงแรมที่มีเอกลักษณ์และสร้างมูลค่าได้

นอกจากนี้ “เวียดนาม” ถูกมองว่าเป็นตลาดดาวรุ่ง ที่เริ่มมีโอกาสลงทุนใหม่ ๆ โผล่ขึ้นมาอย่างชัดเจน

โรงแรมในโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม (ที่มาภาพ Shutterstock)

ไทยยังมีดีล แต่ขนาดไม่ใหญ่ ปี 68 ซื้อขายโรงแรม 2.6 หมื่นล้านบาท

สำหรับประเทศไทย ตลาดซื้อขายโรงแรม ส่วนใหญ่ยังเป็นตลาดที่นักลงทุนไทยให้ความสนใจสูง

ขณะที่ นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังเข้ามาดูโอกาสต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ดีลในไทยส่วนใหญ่ยังเป็น ดีลขนาดกลาง-เล็ก เมื่อเทียบกับตลาดหลักอื่นๆ

  • ปี 2568 คาดมูลค่าซื้อขายสูงเป็นพิเศษที่ 80.4 ล้านดอลลาร์ (ราว 26,000 ล้านบาท)
  • ปี 2569 คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 40.2 ล้านดอลลาร์ (ราว 13,000 ล้านบาท) ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยปกติ

การท่องเที่ยวไทยฟื้นช้ากว่าเพื่อน

ปัจจัยที่ทำให้ตลาดซื้อขายโรงแรมในไทยไม่ดึงดูดเท่าเพื่อนบ้าน หลัก ๆ มาจาก “การท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวช้า” เมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน

อ้างอิงข้อมูลจาก องค์การการท่องเที่ยวโลก (UNWTO) ระบุว่า ปี 2568 การเดินทางระหว่างประเทศทั่วโลกจะโต 3 – 5%

ครึ่งแรกของปี 2568 เอเชียแปซิฟิกมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 11% คิดเป็น 92% ของระดับก่อนโควิด

ประเทศฟื้นตัวมากสุด ได้แก่

  • ญี่ปุ่น และเวียดนาม โต 21%
  • เกาหลีใต้ โต 15%

แต่ไทยกลับสวนทางเล็กน้อย

  • 9 เดือนแรกของปี 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 8%
  • นักท่องเที่ยวจีนหดตัวถึง 35% คิดเป็นสัดส่วนเพียง 40% ของช่วงก่อนโควิด (ปี 2562)

อย่างไรก็ดี การท่องเที่ยวในไทย ยังมีบางตลาดที่โตสวนกระแส เช่น

  • อินเดีย (+15%)
  • สหราชอาณาจักร (+14%)
  • รัสเซีย (+10%)
ภาพจาก Shutterstock

ตลาดโรงแรมภูมิภาคขยายตัว ไทยยังติดลบ

ทั้งนี้ โรงแรมในเอเชียแปซิฟิก มีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) เพิ่มขึ้น 2%

แต่ไทยกลับลดลง 4% จากอัตราเข้าพักที่ชะลอตัว และการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเวียดนาม

แม้รายได้จะลดลง แต่ตลาดลงทุนไทยยังคึกคัก โดยช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าซื้อขายโรงแรมรวม 642 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.99 หมื่นล้านบาท สูงกว่าปีก่อน และสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี อย่างชัดเจน

ภาพจาก Unsplash

นักลงทุนไทยตัวขับเคลื่อนหลัก

เจแอลแอล ระบุว่า 69.5% ของมูลค่าการซื้อขาย มาจากนักลงทุนไทย โดยดีลใหญ่หลายรายการเป็นโรงแรมในกรุงเทพฯ ที่มีศักยภาพเพิ่มมูลค่าในอนาคต

อีกเทรนด์ที่น่าสนใจ คือ โรงแรมบนที่ดินเช่า เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น มีมูลค่าซื้อขายรวมราว 127 ล้านดอลลาร์ หรือ 3.9 พันล้านบาท คิดเป็นเกือบ 20% ของตลาดทั้งหมด

เหตุผลหลัก คือ ราคาที่ดินในเมืองสูง ทำให้นักลงทุนยอมเปิดรับโมเดลเช่าระยะยาว หากแผนธุรกิจชัดและคุ้มค่า

]]>
1553765
SOURI ลุย Stand Alone แห่งแรก ที่ “บรรทัดทอง” ชู Night Cafe เปิดยันดึก แผนใหญ่ขยายสาขาต่างประเทศ https://positioningmag.com/1553788 Thu, 25 Dec 2025 07:24:07 +0000 https://positioningmag.com/?p=1553788 วิน – เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร CEO และผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ SOURI (ซูรี) เปิดเผยว่า SOURI ได้เปิดสาขา Stand Alone แห่งแรก บนถนนบรรทัดทอง ไม่ใช่แค่การเพิ่มจุดขายใหม่ แต่คือการ “ยกระดับบทบาทของแบรนด์” จากร้านขนมหวานพรีเมียมในห้าง สู่การเป็นแลนด์มาร์กด้านรสชาติและไลฟ์สไตล์อย่างเต็มตัว

หลังก่อนหน้านี้ SOURI สร้างฐานลูกค้าจนขยายสาขาทั่วประเทศกว่า 40 แห่ง

“ย่านบรรทัดทอง เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของกรุงเทพฯ ดึงดูดนักท่องเที่ยว และเป็นย่านที่เต็มไปด้วยความหลากหลายของวัฒนธรรมอาหาร เรามองว่าบรรทัดทองไม่ใช่แค่แหล่งรวมสตรีตฟู้ด แต่เป็น Lifestyle Hub ของคนรุ่นใหม่ จึงเลือกเปิดสาขา Stand Alone ที่นี่“

ขนมจากร้าน SOURI (ซูรี)

ชูจุดขาย Night Cafe Culture

หนึ่งในกลยุทธ์หลักของ SOURI บรรทัดทองคือ การนำเสนอประสบการณ์แบบ Night Cafe Culture ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในย่านอาหารยามค่ำคืน

บรรยากาศร้านออกแบบให้โดดเด่น ถ่ายรูปสวย สีสันสดใส แต่แฝงความอบอุ่นและสนุกสนาน รองรับลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่ครอบครัว กลุ่มเพื่อน นักศึกษา ไปจนถึงคนทำงาน ซึ่งแตกต่างจากประสบการณ์ในสาขาห้างที่มักมีข้อจำกัดด้านเวลาและพื้นที่

อีกหนึ่งหมัดเด็ดคือการนำ “ความเป็นไทย” มาตีความใหม่ ทั้งในดีไซน์และเมนู ตั้งแต่รายละเอียดการตกแต่งที่หยิบลวดลายกระเบื้อง เคาน์เตอร์ และกิมมิกของแบรนด์มาสร้างใหม่ในรูปแบบไทย

รวมไปถึงการเปิดตัว Exclusive Flavors เฉพาะสาขาบรรทัดทอง แฟตการอง 9 รสชาติที่ได้แรงบันดาลใจจากขนมไทยระดับตำนาน เช่น ข้าวเหนียวมะม่วง ลอดช่อง ทับทิมกรอบ หรือกล้วยบวชชี

จาก Local Success สู่ Global Lifestyle Brand

การเปิด Stand Alone ครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการขยายสาขา แต่คือการส่งสัญญาณว่า SOURI พร้อมก้าวสู่เฟสถัดไปของการเติบโต

เป้าหมายใหญ่ คือ การเป็น Global Lifestyle Brand ไม่เพียงขยายสาขาให้ครอบคลุมหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ

ยังจะเดินหน้าขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียและระดับโลก โดยอาจเริ่มจากประเทศเพื่อนบ้านและเมืองท่องเที่ยวสำคัญ

“นอกจากนี้ เรายังมีแผนที่จะแตกไลน์โปรดักต์ใหม่ ๆ มากกว่าแฟตการอง เพื่อให้ SOURI เข้าไปอยู่ในทุกช่วงเวลาของชีวิตผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง“

วิน – เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร CEO และผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ SOURI (ซูรี)
]]>
1553788
ตู้กดน้ำมันเชยไป! ครั้งแรกในไทย “ตู้กดบุญ” นำร่อง NEXTOPIA สยามพารากอน https://positioningmag.com/1553797 Thu, 25 Dec 2025 03:31:30 +0000 https://positioningmag.com/?p=1553797 ถ้าพูดถึงตู้เวนดิ้ง วันนี้อาจไม่ได้มีแค่ตู้กดน้ำ กดขนม หรือกดอาหารอีกต่อไป

เพราะล่าสุด เรากำลังจะมี “ตู้กดบุญ” ครั้งแรกในไทย

ตู้กดบุญ ปักหมุดใจกลางสยามพารากอ

โดย Light the World Giving Machine หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “ตู้เวนดิ้งกดบุญ” ได้เวียนมาตั้งในกรุงเทพ ที่ NEXTOPIA สยามพารากอน ถือเป็นครั้งแรกในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ความน่าสนใจของตู้กดบุญ คือ

  • เลือกบริจาคได้ตรงใจ เช่น อาหารกลางวันสำหรับเด็ก ให้ทุนการศึกษา ช่วยเหลือคนพิการ เป็นต้น
  • เงินบริจาค 100% ส่งถึงผู้รับประโยชน์ โดยไม่หักค่าใช้จ่าย
  • เมื่อทำบุญเสร็จ ตู้จะมอบของที่ระลึกให้ผู้บริจาค

มูลนิธิที่ร่วมโครงการ อาทิ

  • มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • มูลนิธิไอแคร์ ประเทศไทย
  • มูลนิธิสิกขาเอเชีย
  • ภาค 3350 โรตารีสากล

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย (The Church of Jesus Christ of Latter-day Saints)

ตู้กดบุญตั้งอยู่ที่ NEXTOPIA สยามพารากอน ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. – 29 ธ.ค. 2568

อินไซด์ “ตลาดการกุศลไทย” โตเงียบ แต่เงินสะพัด

อย่าคิดว่าการทำบุญเป็นเรื่องเล็ก เพราะตัวเลขจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สะท้อนว่า ตลาดการกุศลในไทย “โตจริง”

  • ปี 2560 มูลค่าตลาดการกุศล 129,000 ล้านบาท
  • ปี 2568 มูลค่าตลาดการกุศล 150,000 ล้านบาท

ในระยะเวลา 9 ปี (พ.ศ. 2560–2568) ตลาดการกุศลไทยเติบโตเฉลี่ย 2% ต่อปี (CAGR)

อะไรทำให้ตลาดการกุศลยังแรงไม่แผ่ว?

1.ศรัทธาฝังลึกในวิถีคนไทย

ครัวเรือนไทยใช้เงินเฉลี่ย 1% ของรายได้ต่อเดือน ไปกับกิจกรรมทางศาสนา

เช่น รายได้ 50,000 บาท → ทำบุญราว 500 บาท/เดือน

2.CSR จากองค์กรเอกชน

หลายองค์กรหันมา “ทำดีอย่างเป็นระบบ“ ผ่านกองทุนช่วยเหลือเด็ก ผู้สูงอายุ และสังคมในวงกว้าง

3. การบริจาคในภาวะฉุกเฉิน

น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภัยพิบัติ คือ ช่วงเวลาที่พลังการให้ของคนไทยพุ่งสูง

4. แรงจูงใจด้านภาษี

คนไทยบริจาคเพื่อนำไปลดหย่อนภาษี มูลค่ารวม มากกว่า 55,000 ล้านบาทต่อปี

]]>
1553797
โลตัส ลุยขยายคอมมูนิตี้มอลล์ คืนชีพโมเดล “OASIS” https://positioningmag.com/1553783 Wed, 24 Dec 2025 07:11:27 +0000 https://positioningmag.com/?p=1553783 ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2551 “OASIS” ได้ถือกำเนิดขึ้นสาขาแรกที่ถนนสามัคคี โดยวางโพซิชั่นนิ่งเป็น “คอมมูนิตี้มอลล์” ขนาดเล็กสำหรับเจาะชุมชน แต่ท้ายสุดได้พับแผนหยุดพัฒนาไป และโอเอซิสสาขาสามัคคี เปลี่ยนเป็น Lotus’s Go Fresh

โดยในปี 2568 – 2569 ซีพีแอ็กซ์ตร้า (CP AXTRA) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง แม็คโคร-โลตัส ได้ประกาศปัดฝุ่นโมเดลคอมมูนิตี้มอลล์ “OASIS” ในรอบหลายปี เพื่อใช้ขยายสาขาใหม่ ๆ เพื่อให้ โลตัส เป็นมากกว่าพื้นที่ช้อปปิ้ง

สำหรับ OASIS จะมีจุดเด่น 4 ด้าน ได้แก่

1.Complete Offering รวมร้านค้าตอบโจทย์ความต้องการในที่เดียว อาทิ ร้านขายยา ร้านอาหาร คลินิก

2.Food Destination ศูนย์กลางรวมร้านดังจากไทยและต่างประเทศ

3.Lifestyle Destination แหล่งรวมแฟชั่น ฟิตเนส และความบันเทิง

4.Space Utilization ออกแบบและบริหารพื้นที่อย่างชาญฉลาด เพื่อเพิ่มคุณค่าทุกตารางเมตร ทั้งเชิงธุรกิจและคุณภาพชีวิต

ทั้งนี้ ในปี 2568 – 2569 จะเร่งขยาย OASIS จำนวน 4 สาขา ได้แก่ สารภี, พัฒนาการ 30, สวรรค์วิถี และ เชิงทะเล

เบื้องต้น วันนี้ (24 ธ.ค. 68) ได้เปิดตัว “Lotus’s Oasis Saraphi” สารถี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่เรียบร้อย บนพื้นที่รวม 11 ไร่ เน้นศูนย์กลางกิจกรรมและวิถีชุมชน อาทิ

  • ลานฮอมใจ๋ : ศูนย์รวมกิจกรรมด้านสุขภาพ ความบันเทิง ดนตรี ศิลปะ
  • กาดฮอมฮัก : ตลาดท้องถิ่นที่เปิดพื้นที่ให้คนในสารภีนำของดี งานคราฟต์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นมานำเสนอ
  • กาดกิ๋นฮอม : ศูนย์รวมอาหารท้องถิ่นและร้านดัง พื้นที่ได้รับการออกแบบให้เป็นมิตรต่อธรรมชาติ เลือกใช้วัสดุและงานฝีมือท้องถิ่น
  • Health & Wellness Center ศูนย์สุขภาพครบวงจร
  • Playland พื้นที่แห่งความสนุกสำหรับเด็กและครอบครัว
  • ร้านค้าและบริการด้านไลฟ์สไตล์ อาทิ ร้านไอที ร้านอาหารและคาเฟ่ ร้านตัดผม เสริมสวย
  • Lotus’s Go Fresh Supermarket สาขาสารภี

นอกจากนี้ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ยังเตรียมขยายห้างใหม่ ๆ (ที่ไม่ใช่โมเดล OASIS) อาทิ แม็คโคร บ้านไผ่, โลตัส บางพลี-เทพารักษ์, โลตัส ศรีราชา, โลตัส เชียงราย, โลตัส แม่ริม, โลตัส เพชรบุรี

]]>
1553783
เทรนด์เดินป่ามาแรง ที่พักบนเขายอดพุ่งสูงสุด 254% https://positioningmag.com/1553778 Tue, 23 Dec 2025 03:01:14 +0000 https://positioningmag.com/?p=1553778 อโกด้า (agoda) แพลตฟอร์มท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ข้อมูลการค้นหาที่พักบนอโกด้าในช่วงเดือนตุลาคม 2568 พบว่า จุดหมายปลายทางสำหรับการเดินป่า ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น สำหรับการเข้าพักระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2568 – กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเทียบกับช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา

การค้นหาที่พักในปลายทางเกี่ยวเนื่องกับกิจกรรมเดินป่าขยายตัว ดังนี้

  • จังหวัดเชียงใหม่ +254%
  • จังหวัดตาก +230%
  • จังหวัดเลย +190%
  • จังหวัดกาญจนบุรี +95%

เทรนด์ดังกล่าวสอดคล้องกับ รายงานการท่องเที่ยว Travel Outlook Report ที่พบว่า ชาวเอเชียมากกว่า 1 ใน 3 หรือประมาณ 35% วางแผนเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ มากกว่าการเดินทางไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น จากเพียง 15% ในปีที่ผ่านมา

เดินป่า ปีนเขา
ที่มาภาพ อโกด้า

ขณะเดียวกันจุดหมายปลายทางที่ยังไม่เป็นที่รู้จักเริ่มได้รับความสนใจจากนักเดินทางชาวไทยมากขึ้น โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักเดินทางเลือกไปจุดหมายปลายทางเหล่านี้ ได้แก่

  • ตัวเลือกที่พักและค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้
  • ประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

“ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ การค้นหาที่พักในพื้นที่ภูเขามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น หลังฤดูฝนสิ้นสุดลงและเข้าสู่ช่วงอากาศเย็น เส้นทางเดินป่าได้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยอากาศที่สดชื่นไม่ร้อนจนเกินไป ท้องฟ้าโปร่งใส เอื้อต่อการออกสำรวจธรรมชาติ ผจญภัยในผืนป่า และหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่” อรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของอโกด้า กล่าว

]]>
1553778
“เรนวูด ปาร์ค” ลงทุน 6.5 พันล้าน ปั้นเมกะโปรเจ็กต์ที่อยู่ลักซูรี จ่อลุยธุรกิจใหม่ ‘เรือยอร์ช-Air Taxi’ https://positioningmag.com/1553346 Mon, 22 Dec 2025 03:00:04 +0000 https://positioningmag.com/?p=1553346 วรพนิต รวยรุ่งเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เรนวูด กรุ๊ป ผู้พัฒนาโครงการเรนวูด ปาร์ค เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ ปี 2569 บริษัทฯ เตรียมงบประมาณลงทุนพัฒนาที่อยู่อาศัย Reignwood Residence Collection มูลค่า 6,500 ล้านบาท (จากมูลค่ารวมทั้งโครงการ 30,000 ล้านบาท) ประกอบด้วย

  • Estate
  • Sereno
  • Sonia ปัจจุบันมียอดขายราว 30%

ขณะเดียวกัน ยังเตรียมงบลงทุนอีกประมาณ 1,900 ล้านบาท พัฒนาโครงการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ดังนี้

  • โครงการ PARK11 ไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้มอลล์ มีพื้นที่ค้าปลีก 8,600 ตร.ม. และ Get Growing Reignwood Park พื้นที่ 3,800 ตร.ม. มูลค่ารวม 900 ล้านบาท ปัจจุบันมีความคืบหน้าการก่อสร้างกว่า 90% และพร้อมเปิดให้บริการในไตรมาส 1 ปี 2569
  • โครงการ Sport Complex มูลค่ารวม 1,000 ล้านบาท พื้นที่ 18,000 ตร.ม. มีความคืบหน้าการก่อสร้างราว 30% และวางแผนเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 3-4 ของปี 2569
ไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้มอลล์ของเรนวูดปาร์ค

“ปี 2569 เรนวูด ปาร์ค วางกลยุทธ์ขยายแบรนด์สู่ตลาดต่างประเทศอย่างเป็นระบบ ผ่านกลยุทธ์ Global Expansion & Branding Strategy มุ่งสร้างการรับรู้ผ่านกิจกรรมโรดโชว์ ในตลาดสำคัญ อาทิ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ ดูไบ และอังกฤษ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าระดับ High Net Worth Individuals”

วรพนิต รวยรุ่งเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เรนวูด กรุ๊ป

นอกจากนี้ บริษัทฯ กระจายความเสี่ยง ผ่านการเดินหน้าธุรกิจ Non-Residences โดยที่ผ่านมาได้ซื้อกิจการน้ำดื่ม VOSS ซึ่งทำรายได้ทั่วโลกกว่า 80 ล้านดอลลาร์ โดยในปี 2569 จะนำเข้ามาทำตลาดในไทยมากขึ้น

ควบคู่กับการศึกษาการลงทุนธุรกิจใหม่ในประเทศไทย อาทิ

  • Sea Bear ธุรกิจเรือยอชต์ เตรียมเปิดกิจการในภูเก็ตเร็ว ๆ นี้
  • Air Taxi ธุรกิจขนส่งคนผ่านเครื่องบินขนาดเล็ก แก้ปัญหาเรื่องรถติด (อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้)

“จากแผนธุรกิจทั้งหมด บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 จะเติบโตกว่า 30%”

]]>
1553346
พฤกษา ปี 69 เข้มบริหารแคลชโฟลว์ ขายธุรกิจไม่ทำกำไร โฟกัสอสังหา-เฮลท์แคร์ https://positioningmag.com/1553359 Sat, 20 Dec 2025 02:00:48 +0000 https://positioningmag.com/?p=1553359 ปี 2569 อสังหาริมทรัพย์ ยังคงมี “ความท้าทายสูง” จากปัจจัยเศรษฐกิจและกำลังซื้อถดถอย ทำให้ผู้ประกอบการต้องเสริมความแข็งแรงแคลชโฟลว์ (กระแสเงินสด)

ไม่เว้นแม้แต่ “พฤกษา” ที่ 2-3 ปี ก่อนหน้านี้ กระจายความเสี่ยงไปหลายธุรกิจทั้งในไทยและต่างประเทศ

ทว่า ปี 2569 พฤกษา กำลังเดินเกมใหม่อีกครั้ง โดยเลือก “โฟกัส” มากกว่าการขยายรอบทิศ พร้อมจัดระเบียบพอร์ตครั้งใหญ่ เพื่อรับมือกับตลาดอสังหาฯ ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ลดการถือกองทุนต่างประเทศ-ขายธุรกิจไม่ทำกำไร

ปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2568 บริษัทเริ่มปรับโครงสร้างธุรกิจหลัก (Core Business) โดยขอกลับมาโฟกัส “ธุรกิจที่มีความถนัดสูง” ได้แก่ ธุรกิจหลักอย่าง อสังหาริมทรัพย์ และเฮลท์แคร์ ซึ่งจะเห็นความชัดเจนในปี 2569

เบื้องต้น พิจารณาขายธุรกิจย่อยที่ไม่ทำกำไร และลดการถือครองกองทุนในต่างประเทศบางส่วน อาทิ การลงทุนใน CapitaLand SEA Logistics Fund (CSLF) กว่า 2,000 ล้านบาท เนื่องจาก ข้อจำกัดด้านการบริหารพอร์ตในต่างประเทศ

ทั้งนี้ การลงทุนต่างประเทศยังคงอยู่เฉพาะโครงการที่สร้างรายได้ระยะยาว เช่น โครงการโอเมก้าแวร์เฮ้าส์ ที่พฤกษาถือหุ้น 51% ร่วมกับ CapitaLand และ Ally Logistic Property เตรียมเปิดอาคารแรกในไตรมาส 2 ปี 2569

ขณะที่ CapitaLand Wellness Fund (C-WELL) เดินหน้าพัฒนาโครงการเวลเนสเรสซิเดนซ์ ผสานที่อยู่อาศัยกับบริการสุขภาพ อาทิ The Palm พัฒนาการ และ The Reserve Villa สุขุมวิท 89 บ้านเดี่ยวระดับ 50-60 ล้านบาท คาดเปิดตัวต้นปี 2569

ปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)

ดึงที่ดินเก่าแปลงเป็นเงินสด ลุยต่อเฮลท์แคร์

สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่ราว 10 โครงการ มูลค่ารวม 6,000-7,000 ล้านบาท น้อยกว่าปี 2568 ครอบคลุมทั้งบ้านและคอนโดมิเนียม โดยกลุ่มบ้านเดี่ยวเจาะตลาดระดับราคา 10 ล้านบาท แต่ยังไม่ขยับสู่ลักชัวรี ซึ่งใช้ความได้เปรียบด้านโรงงานพรีคาสและทีมก่อสร้างภายในเพื่อควบคุมต้นทุน

อย่างไรก็ตาม ในปีหน้า พฤกษาชะลองบซื้อที่ดิน โดยเน้นการนำที่ดินเก่า (แลนด์แบงก์) ในมือที่มีอยู่ประมาณ 40,000 ล้านบาท มาพัฒนาโครงการ และคาดว่าจะแปลงเป็นรายได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า

ขณะเดียวกัน ยังคงเดินหน้าแผนธุรกิจเฮลท์แคร์ ผ่านโรงพยาบาลวิมุต และวิมุต เทพธารินทร์ โดยขยายศูนย์เฉพาะทางมากขึ้น อาทิ ศูนย์หัวใจ ศูนย์ปอด ศูนย์กระดูก เพื่อขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ส่วนการเปิด 2 รพ. แห่งใหม่ คือ รพ.วิมุต สุขุมวิท 54 และ รพ.วิมุต ปิ่นเกล้า อยู่ระหว่างการออกแบบ แต่อาจรอให้ รพ.วิมุต พหลโยธิน มีอัตราการครองเตียงที่เต็มมากขึ้นกว่านี้ก่อน เพราะที่ผ่านมาพฤกษาใช้เงินลงทุนไปค่อนข้างมาก

รพ.วิมุต พหลโยธิน
รพ.วิมุต พหลโยธิน

เป้าหมายหลัก แคลชโฟลว์แข็งแรง

กลยุทธ์ปี 2569 ของพฤกษา คือ การบริหารสภาพคล่องอย่างเข้มข้น ใช้สินทรัพย์เดิมลดหนี้ ลดภาระดอกเบี้ย ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีต้นทุนดอกเบี้ยประมาณ 2.9% ซึ่งอยู่ในฐานต่ำมากแล้ว

โดยพิจารณาลดหนี้ต่างประเทศที่มีต้นทุนดอกเบี้ยสูงก่อน เพื่อเสริมความแข็งแรงของแคชโฟลว์ในระยะยาว

ในวันที่ตลาดอสังหาฯ ยังไม่เอื้อให้เติบโตแบบเร่งสปีด พฤกษาเลือกเดินเกม “ช้าลงแต่มั่นคง” เพราะการเติบโตในรอบนี้ ไม่ใช่การขยายทุกทิศทาง แต่คือการเลือกโฟกัสในสิ่งที่ถนัด และอยู่รอดได้จริงในระยะยาว

]]>
1553359