PR News – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Tue, 05 May 2026 14:16:24 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 โก โฮลเซลล์ พาเหรดแคมเปญหนุน “ไทยช่วยไทย” จับมือพันธมิตร ลดค่าครองชีพ ช่วยผู้ประกอบการรายย่อย ฝ่ายุคต้นทุนแพง https://positioningmag.com/1571971 Tue, 05 May 2026 14:15:02 +0000 https://positioningmag.com/?p=1571971 โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มีความสดใหม่ตลอดเวลา เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมงานคิกออฟ โครงการจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานเปิดงาน ร่วมด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้การเยี่ยมชมบูธจำหน่ายสินค้าของ โก โฮลเซลล์ โดยมี นางสาวอรวรรณ ศิริโชติรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสสายงานสื่อสารองค์กรและรัฐสัมพันธ์ ให้การต้อนรับ ณ ตลาดบางใหญ่ ซิตี้ จังหวัดนนทบุรี สถานที่จัดงาน ท่ามกลางบรรยากาศการจับจ่ายซื้อสินค้าราคาประหยัดของประชาชนอย่างคึกคัก

การคิกออฟกิจกรรมนี้ ภาครัฐมุ่งหวังนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมาจำหน่ายในราคาประหยัด ผ่านจุดครอบคลุม 878 อำเภอทั่วประเทศ ณ ที่ว่าการอำเภอใกล้บ้าน ภายใต้ชื่อ “ตลาดไทยช่วยไทย” ที่จะจัดขึ้น ทุกวันศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม (วันที่ 1, 8, 15, 22 และ 29 พฤษภาคม 2569) ซึ่ง โก โฮลเซลล์ ได้นำสินค้าเข้าร่วมจำหน่ายด้วย ณ อ.เมืองชลบุรี อ.สันกำแพง-เชียงใหม่ อ.โกสุมพิสัย-มหาสารคาม อ.เมืองสงขลา อ.หนองวัวซอ-อุดรธานี อ.บางใหญ่-นนทบุรี อ.กระทู้-ภูเก็ต อ.เมือง-ภูเก็ต อ.เมือง-สมุทรปราการ

โก โฮลเซลล์ ได้ขานรับนโยบาย “ไทยช่วยไทย” ของภาครัฐ มาตั้งแต่เริ่มโครงการ ผ่านการต่อยอดสู่กิจกรรมต่างๆ ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการผลักดันแคมเปญ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งสาขา 14 แห่งทั่วประเทศ และรูปแบบออนไลน์ Application GO WHOLESALE ครอบคลุมการตลาดแบบ 360 องศา ผ่านการคัดสรรสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานสากลกว่า 1,800 รายการ มาจัดโปรโมชั่นพิเศษ ลดราคาสูงสุดถึง 50% ครอบคลุมทั้งสินค้า Own Brand อาทิ A-CHOICE, SUPERSAVE, SIPP และ YIM ตลอดจน แบรนด์พันธมิตรอีกมากมาย หมุนเวียนกันนำเสนอสินค้าราคาคุ้มค่า ประหยัดค่าครองชีพ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 เดือน จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกแก่การบรรเทาค่าครองชีพในระยะยาว และช่วยเสริมเสถียรภาพในการวางแผนธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย

และอีกหนึ่งแคมเปญสำคัญ “โชห่วย GO Plus ครั้งที่ 2 ซัมเมอร์นี้ มีแต่ได้ กำไรพุ่ง” ซึ่งร่วมกับพันธมิตร 85 แบรนด์ เพื่อช่วยเสริมความแข็งแกร่ง ให้กับผู้ประกอบการร้านค้าปลีกขนาดเล็ก หรือร้านค้าโชห่วย ให้สามารถแข่งขันได้ ด้วยสินค้าที่มีต้นทุนราคาคุ้มค่าเพื่อไปจำหน่ายให้กับลูกค้าในชุมชนได้ในราคาประหยัด ตอกย้ำบทบาทการเป็น GO Solutions ที่นำเสนอกลยุทธ์ด้านราคาและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การซื้อสินค้าในราคาที่คุ้มค่า การเข้าร่วมโปรแกรมสะสมยอดซื้อเพื่อรับสิทธิประโยชน์ “4 ต่อ” ทั้งการรับคูปองเงินสดผ่านแอปพลิเคชัน GO WHOLESALE มูลค่าสูงสุด 4,000 บาท สิทธิพิเศษจากพันธมิตรชั้นนำกว่า 85 แบรนด์ที่มอบส่วนลดสูงสุด 50% การเปิดพื้นที่ให้โปรโมทร้านผ่านโซเชียลมีเดีย การจัดไลฟ์สดให้พันธมิตรนำสินค้ามาลดราคาพิเศษแบบ Battle Deal และการมอบรางวัล “โชห่วย แชมเปี้ยน” ให้กับร้านค้าชุมชนรวม 42 ร้านทั่วประเทศ โดยแคมเปญดังกล่าวจัดขึ้นจนถึง 12 พฤษภาคม 2569

ด้านการสนับสนุนสินค้าเกษตร โก โฮลเซลล์ ก็เข้าร่วม “ขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2569” ของกระทรวงพาณิชย์ วางแผนรับซื้อผลไม้ฤดูกาล อาทิ ทุเรียน เงาะ และมังคุด ประมาณ 500 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 41% ช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรไทย พร้อมให้น้ำหนักมากขึ้นกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง เช่น การเปิด เทศกาล “Thailand The Land of Tropical Fruits” ในทุกสาขา และกิจกรรม “บุฟเฟต์ทุเรียน & ผลไม้เมืองร้อน” ใน 11 สาขา รณรงค์การบริโภคและเพิ่มมูลค่าให้ผลไม้ไทย ทั้งในกลุ่มผู้ประกอบการและผู้บริโภคทั่วไป

นอกจากนี้ ยังได้เข้าร่วมกิจกรรม “Back To School 2026 เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า” ภายใต้โครงการไทยช่วยไทย พลัส ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียน รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีฐานลูกค้าเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา โดยนำสินค้าจำเป็นกว่า 300 รายการ มาลดราคาสูงสุด 50% ครอบคลุมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบอาหาร และของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน – 12 พฤษภาคม 2569

การเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย” ครั้งนี้ ไม่เพียงตอกย้ำบทบาทการดำเนินธุรกิจค้าส่งได้อย่างสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐเท่านั้น แต่ยังต่อยอดการคิดแคมเปญของ โก โฮลเซลล์ ไปสู่การพัฒนากลยุทธ์ รูปแบบ ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ายุคปัจจุบันที่ ต้องการเฟ้นหาสินค้าราคาประหยัด ลดภาระ บรรเทาค่าครองชีพได้ ส่วนผู้ประกอบการรายเล็กๆ ก็ต้องการสินค้าที่สามารถนำมาบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ก็เพื่อ ก้าวผ่านเศรษฐกิจแห่งความท้าทายไปด้วยกันให้ได้

]]>
1571971
SPC ผนึกกรมการค้าภายใน เดินหน้า “Back To School 2026” ลดค่าครองชีพให้ผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียน https://positioningmag.com/1571952 Tue, 05 May 2026 11:58:03 +0000 https://positioningmag.com/?p=1571952 สหพัฒนพิบูล หรือ SPC ร่วมขานรับนโยบายกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน เดินหน้ากิจกรรม “Back To School 2026” ภายใต้แนวคิด “เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า” มุ่งลดภาระค่าครองชีพของผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียน พร้อมกระตุ้นการใช้จ่ายและหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในประเทศ

บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า SPC ตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคของประเทศที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ขานรับนโยบายภาครัฐ เดินหน้าตอกย้ำภารกิจช่วยเหลือสังคมและลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน

ภายใต้โครงการดังกล่าว SPC ได้นำเสนอสินค้าและโปรโมชันตอบโจทย์ทั้งนักเรียนและผู้ปกครอง โดยมีแบรนด์ที่ร่วมรายการ อาทิ โคโดโม เปา คิเรอิคิเรอิ ซิสเท็มมา และไฮคลาส เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวในช่วงเปิดเทอมได้อย่างเป็นรูปธรรม

SPC สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนในหลากหลายมิติ ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

]]>
1571952
เอพี ไทยแลนด์ จับมือ DOS Life เปิดตัว “Water Quality Innovation” ยกระดับมาตรฐานการจัดการน้ำครบวงจรครั้งแรกในไทย มุ่งสร้าง Living Qualityคุณภาพชีวิตที่มาพร้อมความยั่งยืน https://positioningmag.com/1571944 Tue, 05 May 2026 11:42:44 +0000 https://positioningmag.com/?p=1571944 นายเมธา รักธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการบริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอพี ไทยแลนด์ มุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของการอยู่อาศัย ภายใต้วิสัยทัศน์ “EMPOWER LIVING – ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” โดยขับเคลื่อนองค์กรผ่านยุทธศาสตร์ “CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING” ที่ให้ความสำคัญกับการเข้าใจชีวิตผู้คนอย่างลึกซึ้งในทุกมิติ พร้อมต่อยอดผ่านหนึ่งในเสาหลักสำคัญอย่าง Code of Sustainable Impact ซึ่งมุ่งยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนของอุตสาหกรรม ผ่านการบูรณาการแนวคิด ESG ในทุกกระบวนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพ

Water Quality Innovation รายแรกในไทย เอพี ไทยแลนด์ x DOS Life พลิกมิติการจัดการน้ำ
เพื่อการอยู่อาศัยยั่งยืน

ล่าสุดเอพี ไทยแลนด์ต่อยอดเป้าหมายในการสร้าง Green Supply Chain ขยายเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และวัสดุก่อสร้าง (Strategic Sustainability Partners) ด้วยการร่วมมือกับบริษัท ธรรมสรณ์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบจัดการน้ำครบวงจร ภายใต้แบรนด์ DOS Life ผู้นำด้านนวัตกรรมระบบจัดการน้ำในการร่วม Co-create โซลูชัน “Water Quality Innovation” นวัตกรรมการจัดการคุณภาพน้ำเพื่อการอยู่อาศัยแบบครบวงจร (End-to-end Solution) ครอบคลุมการจัดการคุณภาพน้ำครบ 3 มิติ เชื่อมโยงตั้งแต่ระบบน้ำสะอาดภายในบ้านจนถึงการบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง มุ่งสร้างสมดุลระหว่างคุณภาพชีวิต สุขอนามัย และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมในระยะยาวเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ยกระดับ Living Quality

3 มิตินวัตกรรมการจัดการน้ำ เพื่อคุณภาพชีวิตที่เหนือกว่า

มิติที่ 1: ระบบน้ำสะอาดภายในบ้าน (Clean Water Solution) มุ่งยกระดับคุณภาพน้ำสะอาดภายในบ้านให้เป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาวะที่ดีของผู้อยู่อาศัย ด้วยการเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกที่เลือกใช้ DOS Natura Water Pac All-in-One นวัตกรรมที่ผสานถังเก็บน้ำ ปั๊มน้ำ และเครื่องกรองน้ำไว้ในหนึ่งเดียว ช่วยประหยัดพื้นที่ติดตั้งได้ถึง 50% พร้อมเทคโนโลยี Silver Combac Antimicrobial ที่ยับยั้งแบคทีเรียและจุลินทรีย์ได้ถึง 99.99% ผ่านมาตรฐานรับรองระดับสากลจาก ISO และ FDA สหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังร่วมกันพัฒนาถังเก็บน้ำดีไซน์พิเศษ “รุ่น DOS Water Pac Widero” สำหรับบ้านเดี่ยวในกลุ่ม Majestic Collection แบรนด์ BEON โดยเฉพาะ

ยกระดับการจัดการน้ำเสียในครัวเรือน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง

มิติที่ 2:ระบบบำบัดน้ำเสียในครัวเรือน (Household Wastewater Solution) เอพี ไทยแลนด์ มุ่งพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียภายในครัวเรือนให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยกระดับการจัดการน้ำเสียด้วยเทคโนโลยีถังบำบัด DOS REVO ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ของกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2567 เป็นรายแรกในไทย มุ่งเน้นประสิทธิภาพการย่อยสลายที่สูงขึ้น ลดปริมาณสารตกค้างก่อนปล่อยสู่ระบบสาธารณะ

รายแรกร่วมพัฒนานวัตกรรมอัจฉริยะ
ดูแลส่วนกลาง ประหยัดพลังงาน ลดค่าดูแล

มิติที่ 3: ระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลางอัจฉริยะ (Community Wastewater Innovation) กับนวัตกรรม DOS Aeliftor ชุดเติมอากาศอัจฉริยะ Exclusive Innovation สำหรับใช้ในโครงการแนวราบในเครือเอพีเท่านั้น ช่วยประหยัดพลังงานได้สูงสุดถึง 70% เมื่อเทียบกับระบบทั่วไป ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว และรักษาค่าความต้องการออกซิเจนทางชีวภาพ (BOD) ให้ต่ำกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เพื่อสภาพแวดล้อมที่ดีของลูกบ้านอีกทั้งยังช่วยยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการสาธารณูปโภคของโครงการให้มีความเสถียร ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ดีในภาพรวมของทั้งโครงการอย่างยั่งยืนอีกด้วย

All-in-One Parcel Drop Box นวัตกรรมรับพัสดุครบจบในหนึ่งเดียว ผสานความสะดวก สุขอนามัย และความยั่งยืน

นอกเหนือจากระบบน้ำ AP–DOS Life ยังได้ Co-create พัฒนา All-in-One Parcel Drop Box รุ่น DOS Doppio สำหรับใช้ในโครงการบ้านแฝดและทาวน์โฮมเครือเอพีแบรนด์บ้านกลางเมือง ผลิตจากวัสดุ Polyethylene ที่รีไซเคิลได้ 100% รวมฟังก์ชันรับพัสดุ ตู้จดหมาย และที่แขวนอาหารไว้ในจุดเดียว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคอีคอมเมิร์ซอย่างยั่งยืน

ร่วมสร้างสมดุลระยะยาวระหว่างการพัฒนาธุรกิจ
ภายใต้เสาหลัก Code of Sustainable Impact สู่การพัฒนาโครงการอย่างยั่งยืน

ความร่วมมือระหว่างเอพี ไทยแลนด์ และ DOS Life ในครั้งนี้ สะท้อนเสาหลักสำคัญ Code of Sustainable Impact ของเอพี ไทยแลนด์ ซึ่งมุ่งบูรณาการแนวคิดด้าน ESG เข้าไว้ในทุกขั้นตอน เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย ผ่านการผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความเข้าใจชีวิตผู้คนอย่างลึกซึ้ง สู่การพัฒนาโครงการที่ให้ความสำคัญตั้งแต่มาตรฐานการก่อสร้าง การออกแบบเพื่อรองรับการอยู่อาศัยระยะยาว ไปจนถึงการสร้างสรรค์โครงการที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงได้อย่างลงตัวพร้อมตอกย้ำบทบาทของเอพี ไทยแลนด์ ในฐานะผู้นำที่มุ่งขับเคลื่อน Living Quality ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติของการอยู่อาศัย

AP–DOS LIFE จากความร่วมมือสู่ Co-creation
ยกระดับนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตและความยั่งยืน

นายธิติ โตวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทธรรมสรณ์ จำกัด (DOS Life) กล่าวว่า ปี 2026 คือก้าวสำคัญที่ DOS Life รีโพสิชันนิ่งสู่การเป็น The Care Giver หรือผู้ดูแลคุณภาพชีวิตคนในบ้าน ความร่วมมือกับเอพีครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการขายสินค้า แต่เป็นการ Co-creation นวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงในทุกโครงการของเอพี เพื่อตอบโจทย์ Insightsครอบครัวยุคใหม่ที่กังวลเรื่องความสะอาดและต้องการความสะดวกสบายแบบ All-in-One

แนวคิด DOS GREEN INNOVATION เพื่อความยั่งยืน

“DOS Life มุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมสีเขียว (Green Innovation) ที่ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิตที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเลือกใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Recyclable) 100% ไปจนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ช่วยประหยัดพลังงานและทรัพยากรน้ำอย่างสูงสุด เพื่อตอกย้ำความตั้งใจในการดูแลรักษาโลกใบนี้ไปพร้อมกับการดูแลคุณภาพชีวิตของทุกคนในครอบครัวอย่างยั่งยืน”

#APThai #ชีวิตดีๆที่เลือกเองได้ #APLivingQuality#APCode #APThaiบริษัทอสังหาอันดับ1 #APThaiSustainability #LivingQualityMadeSustainable
#DOSLife#DOS #TogetherDos

อัปเดตข่าวสารโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดฯ จากเอพี ไทยแลนด์
ตลอดปี 2026 นี้ คลิก https://apthai.ly/APThai26

“เอพี ไทยแลนด์ – ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้”

]]>
1571944
โอวัลตินรุกตลาดโกโก้ เล็งตอบโจทย์ผู้ประกอบการเบเกอรี่ เปิดตัว “โอวัลติน โกโก้มอลต์” พร้อมคว้า “เชฟปิง – สุรกิจ เข็มแก้ว” นั่งแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เสิร์ฟความอร่อยให้เมนูขายดี https://positioningmag.com/1571911 Tue, 05 May 2026 09:03:37 +0000 https://positioningmag.com/?p=1571911 โอวัลติน (Ovaltine) แบรนด์ผลิตภัณฑ์มอลต์สกัดที่ครองใจคนไทยมานานกว่า 90 ปี เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “โอวัลติน โกโก้มอลต์” (Ovaltine Cocoa Malt) ภายใต้แบรนด์ โอวัลติน  ครีเอชั่น (Ovaltine Creation) ผงโกโก้สูตรที่ออกแบบมาเพื่อเมนูเบเกอรี่และคาเฟ่ เอาใจตลาดผู้ประกอบการร้านเบเกอรี่และคาเฟ่โดยเฉพาะ ด้วยส่วนผสมของผงโกโก้เข้มขันที่ผสมผสานมอลต์สกัดเพิ่มความนุ่มนวลให้รสชาติโกโก้อย่างลงตัว การันตีรสชาติด้วยรางวัลระดับโลก พร้อมจับมือ “เชฟปิง – สุรกิจ เข็มแก้ว” เชฟรุ่นใหม่ไฟแรงเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก ประเดิมแคมเปญสุดสร้างสรรค์ “The Fun Creation ครีเอทได้สนุกทุกเมนู”

นายเฉลิมชัย ธีระกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอบี ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอร์เรจส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ตลาดผู้ประกอบการร้านเบเกอรี่และคาเฟ่เป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากฐานข้อมูลของเราพบว่าเมนูโอวัลตินทั้งในกลุ่มเบเกอรี่และเครื่องดื่มเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมและสามารถต่อยอดสร้างสรรค์ได้หลากหลาย การเปิดตัว ‘โอวัลติน โกโก้มอลต์’ ผงโกโก้ที่คิดค้นสูตรให้เหมาะสำหรับเมนูเบเกอรี่ในครั้งนี้ ถือเป็นขยายฐานสินค้าสำหรับผู้ประกอบการจากกลุ่มเครื่องดื่มมายังกลุ่มเบเกอรี่ ด้วยความตั้งใจในการเป็นคู่คิดธุรกิจมืออาชีพเคียงข้างผู้ประกอบการ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพ ที่จะช่วยสร้างความประทับใจสูงสุดให้กับลูกค้า เราเชื่อมั่นว่าด้วยคุณภาพของผลิตภัณฑ์และเมนูสร้างสรรค์จากเชฟปิง ทำให้ผงโกโก้สูตรพิเศษ ‘โอวัลติน โกโก้มอลต์’ เป็นส่วนผสมพิเศษให้เชฟและเจ้าของร้านสามารถนำไปต่อยอด สร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ที่จะกลายมาเป็นเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้าน ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ร้านค้าเติบโตได้อย่างแน่นอน”

“โอวัลติน โกโก้มอลต์” คือผงโกโก้รสชาติพรีเมียมที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อยกระดับเมนูเบเกอรี่และเครื่องดื่มให้พิเศษยิ่งกว่าที่เคย ด้วยการผสานความหอมอร่อยของผงโกโก้เข้มข้นที่มีปริมาณไขมัน10-12%เข้ากับมอลต์สกัดอย่างลงตัว ตอบโจทย์ความต้องการของคนทำธุรกิจร้านขนมและเครื่องดื่มที่ต้องการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ให้กับลูกค้า โดดเด่นด้วยรสชาติที่กลมกล่อมและมีมิติ ให้รสโกโก้ที่เข้มข้น หอมละมุน พร้อมให้สีน้ำตาลเข้มสวยงามน่ารับประทาน ที่สำคัญยังใช้งานง่าย ซึ่งเหมาะสำหรับขนมทุกประเภท และสามารถใช้ทดแทนผงโกโก้ทั่วไปในสัดส่วน 1:1 ได้ทันที

“โอวัลติน โกโก้มอลต์” ผ่านการรับรองความอร่อยจากเวทีระดับโลกมาแล้ว ด้วยรางวัล Superior Taste Award 2025 จากสถาบัน International Taste Institute ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำระดับโลกด้านการประเมินคุณภาพของอาหารและเครื่องดื่ม โดยผ่านกระบวนการทดสอบแบบ Sensory Evaluation จากคณะผู้เชี่ยวชาญซึ่งประกอบด้วยเชฟและซอมเมลิเยร์ระดับมืออาชีพ ครอบคลุมทั้งในด้านรูปลักษณ์ กลิ่น และรสชาติของผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการจึงมั่นใจได้ว่า “โอวัลติน โกโก้มอลต์” เป็นส่วนผสมระดับพรีเมียม พร้อมมอบรสชาติโกโก้ที่ลงตัวให้กับทุกเมนู

การเปิดตัว “โอวัลติน โกโก้มอลต์” ในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับธุรกิจเบเกอรี่ ขยายฐานกลุ่มสินค้าสำหรับผู้ประกอบการ พร้อมเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจมืออาชีพในการมัดใจลูกค้า เน้นผลิตภัณฑ์ที่มาสามารถเติมเสน่ห์และความอร่อยให้เมนูขนมได้หลากหลาย โดยมี “เชฟปิง – สุรกิจ เข็มแก้ว” เชฟรุ่นใหม่ที่มาพร้อมพลังความคิดสร้างสรรค์ มาร่วมเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ในแคมเปญ “The Fun Creation ครีเอทได้สนุกทุกเมนู” พร้อมขนไอเดียและสูตรลับสุดครีเอทที่สร้างสรรค์จาก “โอวัลติน โกโก้มอลต์” พร้อมด้วยกิจกรรมดีๆ อีกมากมายมาแชร์กันตลอดทั้งปี เพื่อจุดประกายให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอด สร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ที่เติมรสชาติและเพิ่มความสนุกได้ในทุกๆ วัน

“โอวัลติน โกโก้มอลต์” วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่แมคโคร ร้านขายวัตถุดิบสำหรับเบเกอรี่ชั้นนำทั่วประเทศ และร้านค้าออนไลน์ Ovaltine Official Shop ใน Shopee และ Lazada โดยผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมจาก โอวัลติน ครีเอชั่น พร้อมสูตรลับมากมายที่การันตีความอร่อยด้วย “โอวัลติน โกโก้มอลต์” ที่เพจ Facebook: https://www.facebook.com/OvaltineCreation

 

 

]]>
1571911
จระเข้ คอร์ปอเรชั่น คว้ารางวัลบูทยั่งยืน ระดับ SILVER “ASA 100 Sustainable : Toward Sustainable ASA Architect Expo” ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมก่อสร้างยั่งยืน ผ่าน “JORAKAY EXPERT PAVILION” ในงานสถาปนิก’69 https://positioningmag.com/1571898 Tue, 05 May 2026 08:29:46 +0000 https://positioningmag.com/?p=1571898 บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่งครบวงจร ด้วยการคว้ารางวัลบูทยั่งยืน ระดับ SILVER “ASA 100 Sustainable : Toward Sustainable ASA Architect Expo” จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ บนเวทีงานสถาปนิก บนเวทีงานสถาปนิก จากบูทแนวคิดสุดล้ำ “JORAKAY EXPERT PAVILION” ที่พลิกนิยามการออกแบบสู่ต้นแบบของการสร้างสรรค์ที่คำนึงถึงความยั่งยืนในทุกมิติอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของจระเข้ในการนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งาน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เราเชื่อว่าการออกแบบที่ดีต้องเริ่มต้นตั้งแต่แนวคิดและสามารถต่อยอดไปสู่การใช้งานจริง “JORAKAY EXPERT PAVILION” จึงเป็นพื้นที่ที่หลอมรวมดีไซน์ นวัตกรรม และความยั่งยืน ผ่านการเลือกใช้วัสดุและโครงสร้างธรรมชาติ และต่อยอดเป็นประสบการณ์ที่เปิดมุมมองใหม่ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสแนวคิดการก่อสร้างแห่งอนาคต ผ่านโครงสร้าง การเลือกใช้วัสดุ และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกมิติของงานก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่ง พร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้วิสัยทัศน์ “Build Today, Beyond Tomorrow สร้างวันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ยั่งยืนกว่า” เพื่อยกระดับมาตรฐานวัสดุก่อสร้างให้ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืนในระยะยาว”

ไฮไลต์สำคัญของบูท JORAKAY EXPERT PAVILION ในปีนี้ คือการการออกแบบด้วยการใช้โครงสร้างแบบ Modular System จากไม้อัดสนป่าปลูกวัสดุจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นวัสดุคาร์บอนต่ำ แข็งแรง และสามารถถอดประกอบเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยใช้ชิ้นส่วนมากกว่า 1,000 ชิ้น เพื่อลดของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สะท้อนแนวคิด Circular Design และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกขั้นตอนของแบรนด์ สอดคล้องกับคอนเซปต์ “สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์)” ด้วยการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับ “ความเข้าใจชีวิต” เพราะการพัฒนานวัตกรรมที่ดี ต้องเริ่มจากการตระหนักรู้และเข้าใจรากฐานเพื่อเตรียมพร้อมสู่อนาคตอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ จระเข้ยังคงมุ่งมั่นเติมเต็มความสุขที่ยั่งยืนให้กับชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง ในการหมุนเวียนทรัพยากร ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยนำชิ้นส่วนโครงสร้างแบบ Modular System ในการจัดนิทรรศการไปผ่านกระบวนการอัปไซเคิล (Upcycle) สร้างสรรค์ (Creative Repurposing) และเพิ่มมูลค่า (Value Added) ให้เป็นชุดโต๊ะ-เก้าอี้ ที่สวยงามส่งมอบให้กับหน่วยงานสาธารณะประโยชน์เพื่อสร้างประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมต่อไป

จระเข้ยังเดินหน้ายกระดับผลิตภัณฑ์และบริการในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมก่อสร้างครบวงจร “JORAKAY EXPERT” ผ่านการผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และบริการคุณภาพ ครอบคลุมทั้งด้านผลิตภัณฑ์ (Product) นวัตกรรม (Innovation) เครือข่ายระดับสากล (International) ช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าที่หลากหลาย (Channel) การพัฒนาบุคลากร (Academy) และการดูแลลูกค้า (Contact Center) เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันทั้งอุตสาหกรรม การได้รับรางวัลในครั้งนี้ เป็นการยืนยันศักยภาพด้านการออกแบบบูทที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และสะท้อนถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของจระเข้ ที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งาน และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่อนาคตที่ดีกว่า

]]>
1571898
“ซีอีโอ แฟคตอรี่ ไทยแลนด์” ชูจุดยืนแบรนด์อาหารเสริม ผ่านมุมมองความสำคัญของข้อมูลบนฉลาก https://positioningmag.com/1571892 Tue, 05 May 2026 08:18:29 +0000 https://positioningmag.com/?p=1571892 ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไทย ประเด็นเรื่องความชัดเจนของข้อมูลกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่พลิกวงการอาหารเสริม หลังจาก ฝ้าย – ศดานันท์ ทองหนูนุ้ย ซีอีโอ แฟคตอรี่ ไทยแลนด์ (CEO Factory (Thailand)) ได้เผยมุมมองผ่านรายการ Woody Talk ถึงความสำคัญของข้อมูลบนฉลาก รายละเอียดผลิตภัณฑ์ และข้อมูลโภชนาการ ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลที่ผู้บริโภคใช้ประกอบการพิจารณา
ขณะเดียวกันจุดยืนของซีอีโอ แฟคตอรี่ ไทยแลนด์ ในฐานะผู้ผลิตและผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยึดมั่นในหลักการดำเนินงานภายใต้คุณภาพและความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน พร้อมให้ความสำคัญกับกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ อาทิ การใช้แล็บ Third Party มาตรฐาน ISO 17025 และการตรวจสอบสารสำคัญในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องก่อนวางจำหน่าย ฯลฯ ควบคู่ไปกับการสื่อสารข้อมูลผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง
ศดานันท์ ทองหนูนุ้ย ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีอีโอ แฟคตอรี่ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า    “ซีอีโอ แฟคตอรี่ ไทยแลนด์ เชื่อว่าความชัดเจนของข้อมูลบนฉลากคือสิ่งสำคัญสำหรับผู้บริโภคในการทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจที่ ซีอีโอ แฟคตอรี่ ไทยแลนด์ ยึดมั่นมาโดยตลอด ภายใต้จริยธรรม ความรับผิดชอบและซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภค เพราะการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วนของผลิตภัณฑ์ ไม่เพียงส่งผลต่อความเข้าใจและเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างความไว้วางใจรวมทั้งความเชื่อมั่นที่มีต่อผลิตภัณฑ์ในระยะยาวอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ ซีอีโอ แฟคตอรี่ ไทยแลนด์ จึงขับเคลื่อนอุดมการณ์ด้วยการให้ความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูลอย่างชัดเจน จริงใจ ตรงไปตรงมา และตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง รวมทั้งการมุ่งมั่นทุ่มเทพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแต่ละช่วงวัยด้วยความใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสิ่งที่ดีที่สุด”
สำหรับซีอีโอ แฟคตอรี่ ไทยแลนด์ ทิศทางในอนาคตจึงยังคงสานต่อ DNA ของคุณฝ้าย ศดานันท์ที่ให้ความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูลสำคัญที่มีประโยชน์ต่อผู้บริโภค พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายยกระดับอุตสาหกรรมเสริมอาหารไทย  สู่ระดับสากลอย่างต่อเนื่อง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับซีอีโอ แฟคตอรี่ ไทยแลนด์ได้ทาง Website: https://www.ceofactorythailand.com/, Facebook: https://www.facebook.com/CEOFactoryThailand,TikTok: https://www.tiktok.com/@ceofactory
#คุณฝ้ายceofactory#ceofactorythailand#ceofactory
]]>
1571892
Steel Frame Building สร้างมาตรฐานใหม่งานก่อสร้าง ที่มาพร้อมเสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานจริงตอบโจทย์ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน https://positioningmag.com/1571885 Tue, 05 May 2026 08:07:27 +0000 https://positioningmag.com/?p=1571885 ท่ามกลางการขยายกำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมเพื่อรองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง “ความมั่นใจ”        ในผู้รับเหมาก่อสร้างจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการให้ความสำคัญ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าด้านราคาและการออกแบบ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อแผนธุรกิจโดยตรง ทำให้หลายองค์กรเริ่มมองหาผู้รับเหมาที่เชื่อถือได้ในระยะยาว ไม่ใช่แค่ส่งมอบงานตามสัญญา แต่ต้องสามารถดูแลและเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

โดยหนึ่งในโครงการที่สะท้อนศักยภาพของบริษัท สตีลเฟรม บิลดิ้ง จำกัด (Steel Frame Building) คือการก่อสร้างอาคารโรงงานให้กับบริษัท เนเจอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัดผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กภายใต้แบรนด์ NATUR, Angel Stony และ Toddy ซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยาวนานกว่า 60 ปี และมีการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการส่งออก

การขยายกำลังการผลิตในครั้งนี้ บริษัท เนเจอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ต้องการอาคารโรงงานที่สามารถรองรับการเติบโตในระยะยาว ควบคู่ไปกับมาตรฐานการก่อสร้างที่เชื่อถือได้ และการส่งมอบงานที่ตรงเวลา

คุณอำพล สุทธิหวังเจริญ AVP Logistics บริษัท เนเจอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยถึงประสบการณ์ตรงในการพัฒนาอาคารโรงงานว่า “ก่อนตัดสินใจเลือกผู้รับเหมา บริษัทมีเป้าหมายชัดเจนในการสร้างโรงงานที่สามารถรองรับการเติบโตในระยะยาว แต่ความกังวลสำคัญกลับไม่ใช่เรื่องงบประมาณ เพราะเราเคยมีประสบการณ์กับผู้รับเหมาที่ส่งมอบงานแล้วหายไป พอเกิดปัญหาก็ติดต่อไม่ได้ หรือปฏิเสธความรับผิดชอบ ทำให้ครั้งนี้เราโฟกัสเรื่อง ความรับผิดชอบระยะยาว มากเป็นพิเศษ”

“จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเลือก Steel Frame Building คือแนวทางการทำงานที่แตกต่างจากผู้รับเหมาก่อนๆ โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจโจทย์ธุรกิจอย่างลึกซึ้ง โดย Steel Frame Building ไม่ได้เริ่มจากเสนอราคา หรือโชว์ผลงาน แต่เริ่มจากถามว่าเราจะใช้อาคารแบบไหน ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง พอเข้าใจจริงๆ แล้วค่อยนำเสนอสิ่งที่เหมาะกับเรา ไม่ใช่แบบสำเร็จรูป”

ในระหว่างดำเนินโครงการ สิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างมากคือการดูแลแบบครบวงจร โดยเฉพาะกระบวนการขออนุญาตก่อสร้าง ซึ่งโดยทั่วไปมักเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาและมีความซับซ้อน โดยปกติทางผู้จ้างต้องจัดการเองทั้งหมด แต่ครั้งนี้ทีม Steel Frame Building ดูแลให้ตั้งแต่เตรียมเอกสาร ยื่นขอ ไปจนถึงติดตามผล นอกจากนี้ ในช่วงก่อสร้างยังมีทีมวิศวกรประจำหน้างาน พร้อมสื่อสารทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส

“ถ้ามีอะไรต้องปรับ เขาจะแจ้งก่อนเสมอ ไม่ใช่ทำไปก่อนแล้วค่อยมาบอกทีหลัง ทำให้เรามั่นใจได้ตลอดทั้งโครงการ และสุดท้ายก็ส่งมอบตรงเวลา พร้อมใช้งานทันที ขณะเดียวกันด้านคุณภาพสามารถพิสูจน์ได้ พร้อมมีการดูแลที่ต่อเนื่อง ซึ่งหลังการใช้งานหลายปี อาคารยังคงมีสภาพแข็งแรง รองรับการขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่มีปัญหาโครงสร้าง สิ่งที่โดดเด่นยิ่งกว่าคือการบริการหลังการขายที่ต่อเนื่อง เพราะมีทีม After-Sale Services ยังติดต่อเข้ามาตรวจสอบอาคารอยู่เสมอ ไม่ใช่ส่งงานเสร็จแล้วจบไป ถ้ามีคำถามเรื่องการใช้งาน หรืออยากต่อเติมอะไร โทรไปก็ได้คำตอบทันที เพราะเขารู้จักอาคารของเราดีอยู่แล้ว” คุณอำพลกล่าวเพิ่มเติม

จากประสบการณ์ทั้งหมด คุณอำพลได้กล่าวปิดท้ายว่า “เราไม่ได้แค่ซื้ออาคาร แต่เราได้ผู้รับเหมาที่ดูแลเราอยู่จนถึงทุกวันนี้”

Steel Frame Building จึงไม่ใช่เพียงผู้รับเหมาก่อสร้าง แต่เป็นพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจธุรกิจ และพร้อมสนับสนุนการเติบโตของลูกค้าในระยะยาวอย่างแท้จริง

ปัจจุบัน บริษัท สตีล เฟรม บิลดิ้ง จำกัด (Steel Frame Building) เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและก่อสร้างอาคารโรงงานและคลังสินค้า ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี โดยให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่การออกแบบ ผลิตโครงสร้างเหล็ก ไปจนถึงงานก่อสร้างภายใต้มาตรฐานคุณภาพ ISO 9001 จาก BSI มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบ PEB และ PPVC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาก่อสร้าง และควบคุมคุณภาพงาน พร้อมยึดมั่นในการส่งมอบงานตรงเวลา ภายใต้งบประมาณที่กำหนด ควบคู่กับความปลอดภัยและการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าอย่างยั่งยืน ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 0982648708

 

]]>
1571885
LINE ประเทศไทย ผนึก ก.ล.ต. ลงนาม MOU ยกระดับภูมิคุ้มกันนักลงทุนไทย เดินหน้าเสริมแกร่ง Digital Literacy รับมือภัยหลอกลวงทางการเงิน https://positioningmag.com/1571880 Tue, 05 May 2026 08:01:31 +0000 https://positioningmag.com/?p=1571880 LINE ประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมส่งเสริมให้ประชาชนไทยมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการลงทุนและตลาดทุน พร้อมยกระดับทักษะในการรับมือกับภัยหลอกลวงทางการเงินและการลงทุนที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน โดยมุ่งใช้ศักยภาพของแพลตฟอร์มดิจิทัลในการขยายการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

นายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “LINE มุ่งมั่นในการยกระดับ Digital Literacy ของคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ผู้คนต้องเผชิญกับข้อมูลจำนวนมหาศาลควบคู่ไปกับความเสี่ยงจากภัยหลอกลวงทางออนไลน์ การสร้าง ‘ความเข้าใจที่ถูกต้อง’ จึงมีความสำคัญไม่แพ้การเข้าถึงข้อมูล ความร่วมมือกับ ก.ล.ต. ในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดบทบาทของ LINE ในฐานะแพลตฟอร์มที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานคนไทย ส่งต่อองค์ความรู้ด้านการเงินและการลงทุนที่เชื่อถือได้ ผ่าน LINE TODAY และบริการอื่นๆ บน Ecosystem ของเรา เพื่อช่วยให้คนไทยสามารถตัดสินใจทางการเงินได้อย่างมีคุณภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น”

ภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว ทั้งสององค์กรจะร่วมกันพัฒนาและเผยแพร่เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างปลอดภัย ครอบคลุมตั้งแต่ความรู้พื้นฐานด้านตลาดทุน ความเข้าใจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ไปจนถึงการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนสามารถวางแผนและตัดสินใจทางการเงินได้อย่างยั่งยืน โดย LINE ประเทศไทย จะสนับสนุนการเผยแพร่ผ่าน LINE TODAY เพื่อขยายการเข้าถึงสู่ผู้ใช้งานในวงกว้าง พร้อมทั้งร่วมผลักดันการประชาสัมพันธ์และสร้างการมีส่วนร่วม เพื่อให้ข้อมูลที่จัดทำโดย ก.ล.ต. ซึ่งถูกต้อง ครบถ้วน และเชื่อถือได้ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันประชาชนจากภัยหลอกลงทุน อีกทั้งยังตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนทั่วไปมีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการลงทุน ทั้งในตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งการเผยแพรสื่อประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ผ่าน LINE TODAY จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและคลังความรู้ด้านการลงทุนได้อย่างสะดวกและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวาง ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการเสริมภูมิคุ้มกันให้กับผู้ลงทุนในยุคดิจิทัล”

ความร่วมมือระหว่าง LINE ประเทศไทย และ ก.ล.ต. ในครั้งนี้ สะท้อนถึงการผสานศักยภาพของภาคเทคโนโลยี และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อร่วมกันยกระดับความรู้ทางการเงินยุคดิจิทัลของคนไทยในระยะยาว พร้อมสร้างสังคมการลงทุนที่โปร่งใส ปลอดภัย และยั่งยืน ท่ามกลางบริบทของโลกการเงินที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

]]>
1571880
ไทยยูเนี่ยน จุดพลุไตรมาสแรกปี 69 ฟอร์มสวยโกยยอดขาย 3.2 หมื่นลบ. กำไรจากการดำเนินงานพุ่ง 29% ส่งกำไรสุทธิแตะ 1,113 ล้านบาท https://positioningmag.com/1571874 Tue, 05 May 2026 07:58:01 +0000 https://positioningmag.com/?p=1571874 บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ด้วยยอดขายรวม 32,054 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทายจากอัตราแลกเปลี่ยน สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากกลยุทธ์ด้านราคาขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 2.8% โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแช่แข็ง หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 9.3% สะท้อนการฟื้นตัวของอุปสงค์อย่างต่อเนื่องในกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งการเติบโตก้าวกระโดดนั้นได้รับแรงหนุนหลักจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น กำไรขั้นต้นที่เติบโต และการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ภายหลังค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการทรานส์ ฟอร์เมชันทยอยลดลง ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,113 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกสะท้อนถึงการดำเนินกลยุทธ์ด้านราคาที่มีประสิทธิภาพ ความแข็งแกร่งของโครงสร้างสัดส่วนผลิตภัณฑ์ วินัยการดำเนินงาน ตลอดจนความสามารถในการปรับตัว ประสบการณ์ และโครงสร้างธุรกิจระดับโลกของไทยยูเนี่ยน ซึ่งช่วยให้เราสามารถรับมือกับแรงกดดันพร้อมกันในหลายด้าน ทั้งประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาษีนำเข้า และแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เอื้ออำนวย ท่ามกลางบริบทดังกล่าว ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านทรานส์ฟอร์เมชันนั้นปรับลดลงต่อเนื่อง จากรากฐานที่แข็งแกร่งนี้ เราพร้อมเดินหน้าและต่อยอดการเติบโตในปี 2569”

แม้บริษัทยังคงเผชิญปัจจัยด้านต้นทุนจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ แต่กำไรขั้นต้นยังคงเติบโต 3.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 5,825 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 18.2% สะท้อนการดำเนินกลุยทธ์ด้านราคาและการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ กำไรต่อหุ้น อยู่ที่ 0.29 บาทต่อหุ้น หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 18% โดยมีปัจจัยหลักจากจำนวนหุ้นที่ลดลงภายหลังการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน

กลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (PetCare) ทำผลงานโดดเด่นในไตรมาสนี้ ด้วยยอดขายเพิ่มขึ้น 22.6% เมื่อเทียบกับ ปีก่อน อยู่ที่ 5,115 ล้านบาท จากความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดสหรัฐฯ และยุโรป การฟื้นตัวในญี่ปุ่น รวมทั้งสัดส่วนผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป (Ambient) ยอดขายเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 15,136 ล้านบาท จากการปรับราคาขายเพื่อชดเชยผลกระทบของต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากภาษีนำเข้า ขณะที่ปริมาณการขายโดยรวมทรงตัว กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง (Frozen) ยอดขายเติบโต 11.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 9,420 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับราคาขายและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มกุ้งและอาหารสัตว์น้ำ กลุ่มผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า (Value-added) ยอดขายลดลง 1.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 2,383 ล้านบาท จากความต้องการที่ชะลอตัวในสหรัฐฯ และการปรับโครงสร้างพอร์ตผลิตภัณฑ์
แนวโน้มปี 2569

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโลกที่ยังคงผันผวน ไทยยูเนี่ยนมีการติดตามสถานการณ์ด้านภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และต้นทุนการผลิตอย่างใกล้ชิด บริษัทยังคงยืนประมาณการทั้งปีในระดับเดิม โดยตั้งเป้ายอดขายเติบโต 3–4% อัตรากำไรขั้นต้นที่ 19–20% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to Sales) ที่ 13.5–14.5% นอกจากนี้ บริษัทยังตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยยังคงนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่า 50%

นายธีรพงศ์กล่าวเสริมว่า “ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกตอกย้ำความสามารถในการปรับตัวของไทยยูเนี่ยนและผลลัพธ์จากกลยุทธ์ทรานส์ฟอร์เมชันของเรา ไทยยูเนี่ยนยังคงมุ่งเน้นการดำเนินกลุยทธ์ด้านราคาที่มีประสิทธิภาพ การใช้ประโยชน์สูงสุดจากเครือข่ายการจัดหาวัตถุดิบและการผลิตในระดับโลกของเรา และการรักษาความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่ยังคงเกิดขึ้น”

]]>
1571874
SC ปล่อยหมัดเด็ด เปิดดีล “SC is NOW” ซื้อบ้านต้องตอนนี้ กู้บ้านง่ายขึ้น วงเงินสูง รู้ผลไว ซื้อวันนี้ อยู่ฟรี 3 ปี แถมรถ เปย์ยาวค่าครองชีพสูงสุด 60 เดือน ดีลแรงสุดที่ต้องรีบตัดสินใจ https://positioningmag.com/1571866 Tue, 05 May 2026 07:35:48 +0000 https://positioningmag.com/?p=1571866 SC เขย่าตลาดอสังหาฯ รับซัมเมอร์ ปล่อยหมัดเด็ด “SC is NOW ซื้อบ้าน ต้องตอนนี้” ยกทัพโครงการบ้านเดี่ยว-ทาวน์โฮม-คอนโด ทำเลศักยภาพ บุกเซ็นทรัล ลาดพร้าว อัดโปรแรงแบบจัดเต็มครั้งใหญ่ ไม่มีกั๊ก อาทิ ส่วนลดสูงสุด 10 ล้าน* อยู่ฟรี 3 ปี SC ผ่อนให้* ฟรีค่าโอน* ฟรีค่าส่วนกลางสูงสุด 5 ปี แจกค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน Cashback พร้อมรถยนต์ Tesla Model Y L Premium มูลค่า 1.99 ล้านบาท* เพิ่มแรงจูงใจให้ “ตัดสินใจตอนนี้” กับดีลแห่งปี เริ่ม 2.09 – 55 ล้าน* วันที่ 5–10 พ.ค. 69 นี้ เท่านั้น

นายณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและนวัตกรรม บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าเร่งเกมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการออกแคมเปญสุดฮอตรับซัมเมอร์ภายใต้ชื่อ “SC is NOW ซื้อบ้าน ต้องตอนนี้” โดยยกทัพโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโด ครอบคลุมหลากทำเลสำคัญ อาทิ วิภาวดี รังสิต รามอินทรา เกษตรนวมินทร์ แจ้งวัฒนะ บางใหญ่ ฯลฯ ไปให้ลูกค้าได้เลือกครบในที่เดียว ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 1 ในวันที่ 5-10 พ.ค.69นี้ รวบรวมข้อเสนอสุดพิเศษ ระดับดีลแห่งปี เพื่อสร้างโอกาสให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นภายในระยะเวลาจำกัด

“นี่คือจังหวะที่ดีที่สุดในการซื้อบ้าน ลูกค้าจะได้ดีลที่คุ้มที่สุด ทั้งส่วนลดและสิทธิประโยชน์ที่เรารวมมาให้แบบไม่มีกั๊ก และไม่ได้มีบ่อย SC อยากให้คนที่กำลังมองหาบ้านไม่ต้องรอ เพราะข้อเสนอระดับนี้คือคำตอบของการตัดสินใจตอนนี้” นายณัฏฐกิตติ์ กล่าว

สำหรับแคมเปญ “SC is NOW ซื้อบ้าน ต้องตอนนี้” ได้รวบรวมข้อเสนอที่ครอบคลุมทุกค่าใช้จ่ายในการอยู่อาศัยแบบครบจบในที่เดียว ทั้งส่วนลดสูงสุด 10 ล้านบาท* อยู่ฟรี 3 ปี SC ผ่อนให้* ฟรีค่าโอน ฟรีค่าส่วนกลางสูงสุด 5 ปี* พร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม อาทิ รถยนต์ Tesla Model Y L Premium มูลค่า 1.99 ล้านบาท* Cashback สูงสุด 500,000 บาท* บัตรเติมน้ำมันสูงสุด 200,000 บาท* ฟรีค่าน้ำค่าไฟ 60 เดือน* สูงสุด 200,000 บาท* ฟรีค่าทางด่วน 1 ปี สูงสุด 25,000 บาท* และสินค้าอุปโภคบริโภค สูงสุด 20,000 บาท* รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ และ เครื่องใช้ไฟฟ้า ตอบโจทย์ทั้งคนอยากมีบ้านหลังแรก, บ้านสำหรับน้องหมา น้องแมว, บ้านใกล้โรงเรียนนานาชาติ, บ้านเพื่อการลงทุน และผู้ที่ต้องการอัปเกรดคุณภาพชีวิต

นายณัฐกิตติ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ลูกค้าที่จองภายในงานยังได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมแบบ On-top ทันที อาทิ รับเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อจองภายในงาน* พร้อมสิทธิ์ลุ้นรับทองคำมูลค่ารวม 2,000,000 บาท* โดยแคมเปญครอบคลุมโครงการที่อยู่อาศัยตั้งแต่ระดับราคา 2.09-55 ล้านบาท รองรับทั้งกลุ่มลูกค้าที่มองหาบ้านหลังแรก คอนโดมิเนียมหลังแรก ไปจนถึงบ้านระดับลักชัวรี

ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษเพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ โดยในวันแรกของการจัดงาน วันที่ 5 พ.ค. 2569 เวลา 18.00 น. พบกับมินิคอนเสิร์ตจาก “อิ้งค์ วรันธร” ที่จะมาร่วมเติมสีสันและสร้างบรรยากาศภายในงานให้คึกคักมากยิ่งขึ้น สะท้อนแนวคิดของ SC ที่ต้องการเชื่อมโยงการอยู่อาศัยเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในทุกมิติ

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าแคมเปญดังกล่าวจะช่วยเร่งทั้งยอดจองและยอดโอนในช่วงครึ่งปีแรกอย่างมีนัยสำคัญ โดยกำหนดเงื่อนไขสำหรับลูกค้าที่จองภายในวันที่ 5–10 พ.ค.2569 และโอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 30 มิ.ย.2569 ซึ่งเป็น กรอบเวลาที่ “ชัดเจนและจำกัด” เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจทันที

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

#SC #SCisQuality #SCแบรนด์บ้านเดี่ยวอันดับ1 #SCisNOW #ซื้อบ้านต้องตอนนี้

]]>
1571866