PR News – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Tue, 10 Feb 2026 11:22:05 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 เขย่าตลาด AI ไทย! AIS เปิดตัว “AISpace” ศูนย์รวม AI Ecosystem ครั้งใหญ่รายแรก! ผสานโครงข่ายอัจฉริยะผนึกพันธมิตร AI ระดับโลก เสริมแกร่งขีดความสามารถด้านดิจิทัลระดับประเทศ https://positioningmag.com/1559083 Tue, 10 Feb 2026 11:15:33 +0000 https://positioningmag.com/?p=1559083 AIS ผู้นำด้านโครงข่ายและเทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะของไทย ประกาศก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้วย AI เปิดตัว “AISpace” ภายใต้แนวคิด “พื้นที่รวม AI เพื่อคนไทย” ที่แรกและที่เดียวในไทย ที่รวบรวมเทคโนโลยี AI จากพันธมิตรชั้นนำระดับโลก อาทิ SparkChat, Alisa AI, Microsoft 365, BigBot, Replika และ Google Gemini ให้ลูกค้าทุกกลุ่มทั้งบุคคลและองค์กรเลือกใช้งานได้สะดวก ง่าย ครบจบในที่เดียว ในราคาที่เข้าถึงได้ โดยเฉพาะดีลพิเศษสำหรับลูกค้า AIS เท่านั้น พร้อมรองรับการชำระค่าบริการผ่านบิล AIS เพื่อลดอุปสรรคในการเริ่มต้นใช้งาน เดินหน้าสร้าง AI Ecosystem ระดับประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมศักยภาพภาคธุรกิจ และเร่งเศรษฐกิจดิจิทัลไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนผ่านทุกอุตสาหกรรม AIS เชื่อว่า AI คือโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต ซึ่งการนำไปใช้จริงในวงกว้างต้องอาศัยการเชื่อมต่อที่มีคุณภาพและโครงข่ายที่พร้อมรองรับ จึงพัฒนา AI-Powered Network Ecosystem ผสานโครงข่ายอัจฉริยะกับนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อให้คนไทยเข้าถึงประสบการณ์ AI ที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเหมาะกับบริบทการใช้งานในประเทศไทยอย่างแท้จริง

นายศรัณย์ ผโลประการ หัวหน้าหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์โทรศัพท์เคลื่อนที่กลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวว่า
“ที่ผ่านมา AIS มุ่งมั่นขับเคลื่อน AI ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การเสริมศักยภาพพนักงานและ Digital Talents การยกระดับโครงข่ายสู่ Autonomous Network ที่ตอบสนองแบบ Real-time การพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการ เช่น AiCAM และ AI Call Center ไปจนถึงการชวนคนรุ่นใหม่ร่วมสร้างนวัตกรรมเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง และในวันนี้เราเห็นโอกาสสำคัญในการนำ AI มายกระดับชีวิตดิจิทัลของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น และแม้ AI จะมีบทบาทกับทุกอุตสาหกรรม แต่การใช้งานจริงยังมีความท้าทายทั้งเรื่องต้นทุนราคาสูงจากการต้องสมัครหลายแพลตฟอร์ม และความกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูล AIS จึงเดินหน้าสร้าง AI-Powered Network Ecosystem ที่ผสานพลังของ AI กับโครงข่ายอัจฉริยะ เพื่อให้ AI ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ พร้อมพัฒนา AISpace ที่เป็นมากกว่าแพลตฟอร์ม แต่คือ “พื้นที่รวม AI เพื่อคนไทย” ที่คัดสรรเทคโนโลยีจากพันธมิตร AI ระดับโลกมาไว้ในที่เดียว ให้ทั้งบุคคลและองค์กรเลือกใช้ได้ง่าย เหมาะกับงาน เข้าถึงได้ในราคาที่จับต้องได้ และชำระผ่านบิล AIS เพื่อลดอุปสรรคในการเริ่มต้นใช้งาน โดยเราเชื่อว่า AI ไม่ได้มาแทนที่คน แต่ช่วยยกระดับศักยภาพ เพิ่มโอกาสใหม่ๆ และเร่งให้ AI ถูกนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและภาคธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน”

‘AISpace’ ตอบโจทย์ทั้งสำหรับลูกค้าทั่วไปและลูกค้าองค์กร ด้วยบริการและโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง สำหรับลูกค้าทั่วไป AISpace รองรับบริการ AI ที่หลากหลาย อาทิ

• SparkChat ศูนย์รวม AI Models ชั้นนำทั่วโลกไว้ในที่เดียว ใช้เปรียบเทียบผลลัพธ์และมีระบบแนะนำโมเดลที่เหมาะกับงาน เช่น เขียน, กราฟิก, วิดีโอ, วิเคราะห์ข้อมูล พร้อม AI Agents เพื่อคนไทย ช่วยให้ทำงานไวขึ้น ชำระผ่าน AIS ได้ปลอดภัย ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต พิเศษสำหรับลูกค้า AIS เริ่มต้น 399 บาท/เดือน (จากปกติ 599 บาท/เดือน) เริ่มสมัครบริการได้ตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. 69 เป็นต้นไป
• Alisa AI Generative AI สัญชาติไทย คู่หูวัยรุ่นเพื่อการเรียนและไลฟ์สไตล์ ช่วยทำงานการเรียน, โปรเจกต์, งานสร้างสรรค์อย่างรู้เท่าทันและปลอดภัย พร้อมสิทธิ์ ใช้ฟรี Alisa AI Premium 3 เดือน สำหรับลูกค้า AIS ZEED 5G รายเดือน ที่เปิดเบอร์ใหม่หรือย้ายค่าย และตั้งแต่เดือนที่ 4 เป็นต้นไป สามารถใช้งานต่อเนื่องในราคาพิเศษเพียง 220 บาท/เดือน จากราคาปกติ 420 บาท/เดือน
• Microsoft 365 Copilot ยกระดับงานและชีวิตประจำวันด้วย AI ช่วย ร่าง-สรุปเอกสาร, สร้างพรีเซนเทชัน, วิเคราะห์สเปรดชีต, จัดการอีเมลและนัดหมาย ลดงานซ้ำ เพิ่มความแม่นยำ เหมาะทั้งทำงานและเรียน เริ่มต้น 2,099 บาท/ปี

นอกจากนี้ยังมีแผนเตรียมเปิดตัวแพ็กเกจ AI จากพันธมิตรในอนาคต อาทิ BigBot, Replika และ Google Gemini เพื่อเพิ่มความหลากหลายของตัวเลือก และยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้ครอบคลุม ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้กว้างยิ่งขึ้นในทุกมิติ

พร้อมกันนี้ เพื่อลูกค้าองค์กรธุรกิจ AISpace ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งาน AI ในบริบทองค์กรอย่างปลอดภัย โดยให้ความสำคัญสูงสุดด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูลและความเป็นส่วนตัวขององค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลภายในไม่รั่วไหล พร้อมสนับสนุนการทำงานของพนักงานทุกระดับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านโซลูชันที่ตอบโจทย์ด้านประสิทธิภาพการทำงาน ประสบการณ์ลูกค้า และโครงสร้างพื้นฐานองค์กร ได้แก่

• Microsoft 365 Copilot Business ผู้ช่วย AI อัจฉริยะ ที่จะช่วยเพิ่มความสามารถของแอปบน Microsoft 365 ที่คุณใช้งานอยู่ให้ชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น ช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ให้คุณปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ และเปลี่ยนแปลงการทำงานให้รวดเร็ว และชาญฉลาดมากขึ้น
• Google Workspace with Gemini All-in-One โซลูชันทางธุรกิจจาก Google ผสานทุกแอปพลิเคชันสำหรับการทำงาน พร้อมผู้ช่วย AI อัจริยะเอาไว้ในทุกแพ็กเกจ ช่วยให้องค์กรธุรกิจทำงานได้ง่าย คล่องตัว ติดต่อสื่อสาร และทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม
• AIS AI Voicebot ดูแลและสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง ลดภาระ Contact Center ตอบไว แม่นยำ ขยายได้ตามการเติบโต สร้างประสบการณ์ลูกค้าที่สม่ำเสมอ
• AIS Cloud โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ในไทย รองรับการจัดการข้อมูล ประมวลผล AI และพัฒนาโมเดลอย่างปลอดภัย สอดคล้อง Data Sovereignty รองรับการขยาย AI Ecosystem ในองค์กร

AIS พร้อมเป็นมากกว่าผู้ให้บริการเทคโนโลยี แต่เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่ทำให้ AI เกิดประโยชน์ได้จริง โดย AISpace คือศูนย์รวม AI ที่เชื่อมกับโครงข่ายอัจฉริยะของ AIS เพื่อให้ ลูกค้าทั่วไป เข้าถึงและเริ่มใช้งาน AI ได้ง่าย คุ้มค่า และปลอดภัย ขณะเดียวกันก็รองรับ ลูกค้าองค์กร ด้วยโซลูชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงาน ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และเสริมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างมั่นคง เราเชื่อว่า AI ไม่ได้มาแทนที่คน แต่ช่วยยกระดับศักยภาพการทำงาน และ AIS พร้อมขับเคลื่อน AI Ecosystem ของไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่เชื่อถือได้สำหรับคนไทยและภาคธุรกิจ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ais.th/consumers/lifestyle/apps-and-services/ai-space

]]>
1559083
“พฤกษา” ยกระดับการอยู่อาศัย เปิดตัว “เดอะ ปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม. 8” โครงการลักชัวรีดีไซน์ใหม่ ครั้งแรกกับแบบบ้าน “คอร์ทยาร์ด” ออกแบบให้ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต…ตั้งแต่ก้าวแรก https://positioningmag.com/1559069 Tue, 10 Feb 2026 09:55:25 +0000 https://positioningmag.com/?p=1559069 พฤกษา เดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่ง รุกตลาดลักชัวรีอย่างต่อเนื่อง เปิดตัวโครงการใหม่ล่าสุด “เดอะ ปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม. 8” ครั้งแรกของแบรนด์ “เดอะ ปาล์ม (The Palm)” กับแบบบ้านดีไซน์ใหม่ที่นำ “คอร์ทยาร์ด” มาเชื่อมพื้นที่ภายในบ้านกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน ในสไตล์ Luxury Modern Tropical ผสมผสานความโมเดิร์น กับธรรมชาติ เพื่อการพักผ่อนอย่างแท้จริง ยกระดับการอยู่อาศัยภายใต้แนวคิด “Lifetime Well-Living อยู่ดี…ทั้งชีวิต” เพื่อคุณภาพชีวิตของทุกเจเนอเรชัน เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 20-22 กุมภาพันธ์นี้

นายพิเชษฐ วิจิตรชำนาญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจ 2 บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เดอะ ปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม. 8 พัฒนาขึ้นจากความตั้งใจที่อยากให้บ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อนและเติมพลังในทุกวัน รองรับการใช้ชีวิตของทั้งครอบครัว รวมถึงสัตว์เลี้ยง เราจึงออกแบบทุกพื้นที่ให้กลมกลืนกับธรรมชาติ โดดเด่นด้วยการสร้างคอร์ทยาร์ดหรือสวนกลางบ้าน การใช้เส้นสายที่เรียบง่ายแต่ดูสง่างามและมีสไตล์ เน้นพื้นที่เปิดโล่ง แต่ยังคำนึงถึงการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ และเน้นความเป็นส่วนตัว ใช้วัสดุพรีเมียม เพื่อสร้างบ้านรูปแบบใหม่บนนิยามของความหรูหราที่สามารถส่งต่อคุณค่าและความสุขเป็นมรดกของครอบครัวได้อย่างแท้จริง โดยโครงการฯ ได้รับความสนใจที่ดีจากกลุ่มเป้าหมาย และมีการจับจองล่วงหน้าแล้วในหลายยูนิต ตั้งแต่ยังไม่เปิดจองอย่างเป็นทางการ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อแนวคิดและคุณภาพการพัฒนาการอยู่อาศัยของพฤกษาได้เป็นอย่างดี”

เดอะปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม.8 ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ติดถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก เชื่อมต่อการเดินทางสู่ย่านบางนา-ตราด และพัฒนาการ-อ่อนนุช ได้อย่างสะดวก ใกล้ห้างสรรพสินค้าเมกาซิตี้ บางนา และรายล้อมด้วยสถานศึกษาชั้นนำ และโรงพยาบาลมาตรฐานสากล โครงการมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดเพียง 70 ครอบครัว นำเสนอบ้านเดี่ยวลักชัวรี 2 ชั้น ขนาดใหญ่ รองรับครอบครัวขนาดใหญ่ ด้วยฟังก์ชัน 4–5 ห้องนอน พร้อมห้องแม่บ้าน คอร์ท ยาร์ดส่วนตัวทุกหลัง และพื้นที่จอดรถสูงสุดถึง 5 คัน มากกว่าโครงการระดับเดียวกันในย่าน ราคาเริ่มต้น 25–35 ล้านบาท

แบบบ้านมีให้เลือก 3 รูปแบบ ได้แก่ Essence พื้นที่ใช้สอย 346 ตร.ม. บนที่ดินเริ่มต้น 68–122 ตร.วา, Estella พื้นที่ใช้สอย 412 ตร.ม. บนที่ดินเริ่มต้น 84–116 ตร.วา และ Efforte พื้นที่ใช้สอยสูงสุด 529 ตร.ม. บนที่ดินเริ่มต้น 100–136 ตร.วา ทุกหลังมาพร้อมระบบ Smart Home อัจฉริยะ ควบคุมการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายและเหนือระดับ

ทั้งนี้ พฤกษา ยกระดับการอยู่อาศัยด้วยแนวคิด Lifetime Well-Living ผ่าน 3 แกนหลัก Well Home, Well Care และ Well Community พัฒนาบ้านคุณภาพ ถ่ายทอดงานออกแบบและฟังก์ชัน ภายใต้แนวคิด Life-Design ผสานความหรูหราและธรรมชาติอย่างลงตัว พร้อมเทคโนโลยีเพื่อสุขภาวะ อาทิ ระบบ Active Air Flow และ Energy Recovery Ventilator ช่วยหมุนเวียนอากาศและกรองฝุ่น PM 2.5 ควบคู่การดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกที่จองไปจนตลอดชีวิตที่อยู่อาศัย จากโรงพยาบาลวิมุต และโรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ ผ่านบริการ Family Doctor, Health Concierge และ Telemedicine พร้อมพื้นที่ส่วนกลางระดับพรีเมียมภายใต้ The Wellness Club สปามาตรฐานระดับโรงแรม ฟิตเนส พิลาทิส ห้องประชุม Playroomและสวนส่วนกลางกว่า 2 ไร่ เพื่อคุณภาพชีวิตที่สมดุลในสังคมลักชัวรีที่เป็นส่วนตัวและปลอดภัย

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเยี่ยมชมโครงการ พร้อมติดตามข้อมูลข่าวสารและสิทธิพิเศษสำหรับลูกบ้านพฤกษาเพิ่มเติมได้ที่ www.pruksa.com, Line Official: @PRUKSA, เฟซบุ๊ก : Pruksa Family Club หรือโทร. 1739

#ThePalm #Pruksa #WellnessResidence #อยู่ดีทั้งชีวิต #LifetimeWellLiving

]]>
1559069
Ease Orthopedic Hospital จับมือ Rachvipa MRI Center ลงนาม MOU เสริมศักยภาพการวินิจฉัยและการรักษาโรคกระดูกและข้อ ยกระดับระบบบริการสุขภาพเฉพาะทางด้วยมาตรฐานสากล https://positioningmag.com/1559061 Tue, 10 Feb 2026 09:19:56 +0000 https://positioningmag.com/?p=1559061 Ease Orthopedic Hospital ประกาศความร่วมมือกับ Rachvipa MRI Center ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อเสริมศักยภาพระบบการตรวจวินิจฉัยและการรักษาโรคเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ โดยมุ่งเพิ่มความแม่นยำ ความรวดเร็ว และความต่อเนื่องของกระบวนการดูแลรักษา พร้อมเสริมประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างการวินิจฉัย การวางแผนการรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างเป็นระบบ

ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนกลยุทธ์การพัฒนาบริการสุขภาพเฉพาะทางผ่านการผสานศักยภาพของศูนย์วินิจฉัยทางการแพทย์ที่มีเทคโนโลยีมาตรฐานสากล เข้ากับโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการรักษา ลดความซ้ำซ้อนของระบบงาน และสนับสนุนการตัดสินใจทางการแพทย์บนข้อมูลที่มีความถูกต้องและครบถ้วน

จากแนวโน้มผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อที่เพิ่มขึ้นจากโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีบทบาทสำคัญในการยกระดับการดูแลตั้งแต่การวินิจฉัย การวางแผนการรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ ช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดระยะเวลาการรอคอย และสนับสนุนให้ผู้ป่วยสามารถเริ่มต้นการรักษาได้อย่างทันท่วงที

Rachvipa MRI Center เป็นศูนย์วินิจฉัยทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Medical Imaging ให้บริการตรวจด้วยเครื่องมือมาตรฐานสากล อาทิ MRI, CT Scan, X-ray และ Ultrasound ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการประเมินภาวะของโรค การกำหนดแนวทางการรักษาที่เหมาะสม และการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยเฉพาะทางในระดับที่มีประสิทธิภาพ

ในส่วนของ Ease Orthopedic Hospital เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ ที่พัฒนารูปแบบการดูแลภายใต้แนวคิด “โค้ชผู้ช่วยดูแลสุขภาพ” (Health Coach Model) โดยบูรณาการการทำงานของทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ ร่วมกับทีมกายภาพบำบัดและสหสาขาวิชาชีพ เพื่อออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน การรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพ

นายเฉลิมพล โขนแจ่ม กรรมการบริหาร Ease Orthopedic Hospital กล่าวว่า “ความร่วมมือกับ รัชวิภา เอ็ม อาร์ ไอ เซ็นเตอร์ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งของระบบการวินิจฉัย ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการรักษาโรคกระดูกและข้อ ความแม่นยำและความรวดเร็วของข้อมูลทางการแพทย์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนการรักษา และสนับสนุนการพัฒนาบริการเฉพาะทางให้สามารถรองรับความต้องการของทั้งผู้ป่วยชาวไทยและชาวต่างชาติในพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างมีมาตรฐาน พร้อมสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการที่สามารถขยายผลได้ในระยะยาว”

ด้าน นายแพทย์ดั่งดำริ นิติวรางกูร ผู้บริหาร Rachvipa MRI Center กล่าวว่า “ข้อมูลภาพวินิจฉัยทางการแพทย์  ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล เป็นองค์ประกอบสำคัญของการตัดสินใจทางการแพทย์ ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างทีมวินิจฉัยและทีมรักษาให้มีความต่อเนื่อง เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยเฉพาะทางให้สอดคล้องกับการเติบโตของระบบสุขภาพในอนาคต”

ความร่วมมือระหว่าง Ease Orthopedic Hospital และ Rachvipa MRI Center สะท้อนทิศทางการพัฒนาระบบบริการสุขภาพเฉพาะทางที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพของกระบวนการ การใช้ข้อมูลทางการแพทย์อย่างมีมาตรฐาน และการยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วย พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาระบบบริการในรูปแบบ Digitalized Hospital และสนับสนุนการยกระดับเมืองพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียงสู่การเป็นศูนย์กลาง Health & Wellness ในระดับภูมิภาค

ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ Ease Orthopedic Hospital ได้ที่
เว็บไซต์:https://www.easehospital.com
โทรศัพท์: 092-648-4422

]]>
1559061
UOB ชี้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุคใหม่ AI ขึ้นแท่นแรงขับเคลื่อนหลัก https://positioningmag.com/1559053 Tue, 10 Feb 2026 09:10:34 +0000 https://positioningmag.com/?p=1559053 ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มองว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2569 กำลังเข้าสู่ช่วง “เปลี่ยนผ่าน” มากกว่าการฟื้นตัวตามวัฏจักรปกติ โดยมีปัจจัยสำคัญจากการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปใช้จริงในภาคธุรกิจ การฟื้นตัวที่ไม่สมดุลของเศรษฐกิจสหรัฐ และการปรับทิศทางของการลงทุนโลก

ยูโอบีระบุว่า บรรยากาศการลงทุนปรับดีขึ้นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา จากผลประกอบการภาคธุรกิจที่ยังแข็งแกร่ง ทิศทางนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และการเร่งนำเทคโนโลยีมาใช้ ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง อุตสาหกรรมต่างๆ เริ่มนำ AI มาใช้จริงมากขึ้น จากเดิมที่เน้นการทดลอง ทำให้ AI กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ต่อผลิตภาพ การลงทุน และการเติบโตของผลประกอบการ ท่ามกลางการเติบโตเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแบบไม่ทั่วถึง

นายเอเบล ลิม Head of Deposit and Wealth Management ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เผยกลยุทธ์และโอกาสในการลงทุนปี 2569 ว่า “ปีนี้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นประเด็นหลักที่ต้องจับตา และกลายเป็นแกนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน นักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับคุณภาพ การกระจายความเสี่ยง และความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุน มากกว่าการไล่ตามกระแสระยะสั้น”

สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐ ยูโอบีมองว่ายังคงขยายตัวต่อเนื่อง แต่ไม่ทั่วถึง โดยกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และกลุ่มผู้บริโภครายได้สูงยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิมและกลุ่มรายได้ต่ำเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง สะท้อนภาพการฟื้นตัวแบบ “K-shaped” ที่ความแตกต่างเชิงโครงสร้างเด่นชัดขึ้น

ขณะเดียวกัน AI กำลังก้าวจากการทดลองไปสู่การใช้งานจริงที่สามารถสร้างรายได้ การลงทุนจึงเริ่มหันไปให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่นำไปใช้ได้จริง เช่น ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ และยานยนต์ยุคใหม่ โดยแม้สหรัฐจะยังเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม แต่การสนับสนุนเชิงนโยบายของจีนในอุตสาหกรรม AI และเทคโนโลยีขั้นสูง กำลังช่วยเร่งโอกาสการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย

จีนยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์การกระจายการลงทุนระดับโลก ด้วยบทบาทหลักในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การผลิตขั้นสูง และการสื่อสาร ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ของจีน ในดัชนี CSI 300 มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นแตะระดับร้อยละ 11 ช่วยลดการพึ่งพาตลาดภายในประเทศ และเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว

สำหรับประเทศไทย เศรษฐกิจในปี 2569 ยังขับเคลื่อนหลักจากภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ขณะที่ภาคการผลิตเผชิญแรงกดดันให้เร่งปรับตัวสู่ “อุตสาหกรรมใหม่” หรือ New S-Curve เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI

ด้านการส่งออกอาจชะลอลงหลังจากมีการเร่งส่งมอบล่วงหน้าก่อนการเปลี่ยนแปลงมาตรการทางการค้า ขณะที่เศรษฐกิจยังคงอ่อนไหวต่อความไม่แน่นอนด้านการค้า ความเสี่ยงจากภาวะเงินฝืด ภัยธรรมชาติ และปัจจัยทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง อย่างไรก็ดี การบริโภคภายในประเทศ การใช้จ่ายภาครัฐ และการท่องเที่ยวยังเป็นแรงพยุงสำคัญ โดยมีโอกาสที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงต้นปีจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัว

ภายใต้ภาวะตลาดที่ผันผวน ยูโอบีแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ที่รอบคอบมากขึ้น ผ่านการกระจายการลงทุนในหลายภูมิภาคและหลายประเภทสินทรัพย์ เลือกลงทุนในบริษัทที่นำเทคโนโลยีไปใช้ได้จริงและสร้างมูลค่าได้ชัดเจน พร้อมเสริมพอร์ตด้วยสินทรัพย์ที่ให้รายได้สม่ำเสมอ เช่น ตราสารหนี้คุณภาพและหุ้นปันผล เพื่อรองรับความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า

 

]]>
1559053
ไปรษณีย์ไทยหนุน EMS ส่งด่วนทั่วไทย ทั่วโลก ส่งของแทนใจถึงมือคนพิเศษ เชื่อมความรักทุกนิยาม รับเทศกาลวาเลนไทน์นี้ https://positioningmag.com/1559046 Tue, 10 Feb 2026 09:04:05 +0000 https://positioningmag.com/?p=1559046 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ที่เข้าใจผู้ใช้บริการ ภายใต้แนวคิด “Parcel Defines Logistics” ชูบริการ EMS ส่งด่วนทั่วไทย ทั่วโลก สนับสนุนทุกนิยามความรัก พร้อมเป็นสื่อกลางส่งต่อความรู้สึกระหว่างกัน โดยไม่จำกัดรูปแบบของขวัญและมั่นใจได้ด้วยเครือข่ายที่ครอบคลุมระดับโลก ด้วยมาตรฐานการดูแลระดับมืออาชีพ

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ในยุคที่นิยามความรักขยายกว้างขึ้น สิ่งของที่ผู้คนส่งให้กันจึงไม่จำกัดเพียงแค่ตุ๊กตา เครื่องประดับ แต่รวมไปถึงสินค้าไลฟ์สไตล์ งานคราฟต์ อาร์ตทอย หรือของสะสมที่มีมูลค่าทางจิตใจ ไปรษณีย์ไทยเรายึดหลัก Parcel Defines Logistics คือการให้ “สิ่งของ” เป็นตัวกำหนดรูปแบบการขนส่ง เราจึงออกแบบ EMS ให้มีความยืดหยุ่นและเข้าใจความเฉพาะเจาะจงของสินค้าทุกประเภท เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งของแทนความรักจะถึงมือผู้รับอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

โดยไปรษณีย์ไทยยังคงเดินหน้าตอกย้ำจุดเด่นของบริการ EMS อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้ใช้บริการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งการขยายทางเลือกด้านบรรจุภัณฑ์ การเพิ่มบริการเสริมเฉพาะทางสำหรับสินค้าที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ รวมถึงการเชื่อมต่อบริการโลจิสติกส์ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศให้มีความรวดเร็ว แม่นยำ ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านโลจิสติกส์ที่เข้าใจทุกพัสดุและทุกความหมายที่ผู้ส่งต้องการถ่ายทอดถึงผู้รับอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น บริการ EMS ส่งด่วนทั่วไทย EMS Jumbo สำหรับส่งสิ่งของไซซ์ใหญ่ EMS ส่งด่วนผลไม้ ส่งของสดอย่างผลไม้ตามฤดูกาล EMS World ส่งด่วนระหว่างประเทศ และ Courier Post ส่งด่วนพรีเมียมทั่วโลก พร้อมอัตราค่าบริการที่คุ้มค่า เครือข่ายที่แข็งแกร่งด้วยจุดให้บริการกว่า 50,000 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงระบบติดตามสถานะแบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ เทศกาลแห่งความรักยังเป็นช่วงสำคัญในการกระตุ้นยอดขายของผู้ประกอบการและร้านค้าต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่ม SME ที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ไปรษณีย์ไทยจึงมุ่งมั่นสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปอย่างราบรื่น ด้วยบริการขนส่งที่รวดเร็ว มีมาตรฐาน และรองรับการชำระเงินด้วยเงินสด บัตรเครดิต บัตรเดบิต สแกนจ่ายผ่าน QR Code ทุกธนาคาร (PromptPay) และแอปพลิเคชัน Wallet@POST ของไปรษณีย์ไทย โดยสามารถชำระได้ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ รวมถึงการจ่ายค่าบริการ COD (เก็บเงินปลายทาง) เพื่อเป็นทางเลือกที่สะดวกกับผู้ใช้บริการทุกคน

สำหรับผู้ใช้บริการที่เป็นสมาชิก POST Family ยังได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดสำหรับ 5 บริการ ได้แก่ EMS ส่งด่วนทั่วไทย EMS World ส่งด่วนทั่วโลก ไปรษณียภัณฑ์ลงทะเบียนในประเทศ ไปรษณียภัณฑ์ลงทะเบียนระหว่างประเทศ และ eCo-Post เพียงแลกคะแนนเริ่มต้น 100 คะแนน เพื่อรับส่วนลดค่าฝากส่ง 10 บาท และสามารถรับส่วนลดได้สูงสุด 1,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2570

ติดตามข่าวสารไปรษณีย์ไทยเพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์ : www.thailandpost.co.th

เฟซบุ๊ก : บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

X : @Thailand_Post

ไลน์ออฟฟิเชียล : @Thailand Post

ติ๊กต็อก : @thailandpostchannel

]]>
1559046
Stay True, Be You ดีที่สุด! อยู่กับทรูดียิ่งกว่า! ทรูจัดใหญ่ขอบคุณลูกค้า สร้างปรากฏการณ์ความสุขที่แท้จริง เหนือกว่าทุกมิติ เสิร์ฟความฟินสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รวม 4 ซุปตาร์ตัวท็อป “เจมีไนน์–โฟร์ท” และ “ฟอส–บุ๊ค” https://positioningmag.com/1559038 Tue, 10 Feb 2026 08:55:00 +0000 https://positioningmag.com/?p=1559038 True 5G อัพสัญญาณ สู่มาตรฐานใหม่ ให้เร็วแรง… เพื่ออัพความสุขให้สุด! ทรู คอร์ปอเรชั่น ตอกย้ำผู้นำโทรคมนาคม-เทคโนโลยีชั้นนำของไทย เชื่อมโยงผู้คนและสังคมไทยเข้าด้วยกันผ่านโครงข่ายที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด อัพความสุขให้ลูกค้าทรู ดีแทค ไปอีกขั้น มอบสิทธิประโยชน์ และประสบการณ์ความสุขแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกค้าทรู ดีแทค ดึง 2 คู่จิ้นศิลปินตัวท็อป Gen Z สมาชิกครอบครัวทรูสุดฮอตแห่งยุค “เจมีไนน์–โฟร์ท” และ “ฟอส–บุ๊ค” ขึ้นเวทีเดียวกัน เสิร์ฟความฟินแบบคูณสอง ในงาน “TRUE DTAC 5G FANDOM OF SMILE” – อัพสัญญาณความสุข ยิ้มยกด้อม” เปลี่ยนพลังแฟนคลับให้เป็นพลังบวกและยิ้มกว้างไปกับทรู เครือข่ายที่พร้อมเชื่อมต่อทุกโมเมนต์แห่งความสุขอย่างไร้ขีดจำกัด ด้วย “มาตรฐานสัญญาณใหม่” เหนือกว่า เร็วกว่า แรงกว่า ทั่วไทย ปลอดภัยมั่นใจได้ด้วย True CyberSafe รายเดียวในไทยที่ให้บริการความปลอดภัยไซเบอร์ 3 ชั้น ฟรีสำหรับลูกค้าทรู ดีแทคทั่วประเทศ

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ผ่านกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อมัดใจลูกค้าทรู ดีแทคโดยเฉพาะ ทำเอาบรรดาแฟนคลับใจละลาย ทั้งการสัมภาษณ์เจาะลึกและการเล่นเกม ที่สร้างโมเมนต์ใกล้ชิด ระหว่าง แฟนๆ กับ “เจมีไนน์–โฟร์ท” และ “ฟอส–บุ๊ค” เสริมความละมุนด้วยโชว์ร้องเพลงสุดพิเศษที่สะกดทุกสายตา พร้อมเซอร์ไพรส์กับแขกรับเชิญพิเศษ ศิลปินน้องใหม่มาแรง วง “Clo’ver” จาก GMM TV เสริมทัพความสุขให้แฟนๆ ฟินไปอีกขั้น ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนด้วยความซึ้งใจจากกิจกรรม Fan Project และสิทธิพิเศษ แบบจัดเต็มเพื่อลูกค้าทรูดีแทค คนสำคัญ ส่งมอบความสุขแบบจับต้องได้ ตอกย้ำความตั้งใจของทรูที่ให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกมิติความบันเทิงอย่างแท้จริง

คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์ และการสื่อสาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความสำเร็จที่แท้จริงของทรู เริ่มต้นจากรอยยิ้มของลูกค้า… สำหรับทรู การมอบสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าไม่ได้หยุดอยู่แค่โปรโมชั่นหรือแพ็กเกจ แต่คือการสร้างประสบการณ์ความสุขที่มีความหมาย งาน ‘TRUE DTAC 5G FANDOM OF SMILE’ ในวันนี้ คือบทพิสูจน์ความตั้งใจนั้น ที่เราเปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นความสุขที่จับต้องได้ เพื่อมอบเป็นประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกค้าทรูและดีแทค เพราะเราเชื่อว่า เทคโนโลยีที่มีความหมายที่สุด คือเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อความสุขและสร้างรอยยิ้มให้ลูกค้าคนสำคัญของเราได้อย่างยั่งยืน

วันนี้เราได้พิสูจน์แล้วว่า ‘Fandom Marketing’ ไม่ใช่เพียงกลยุทธ์สร้างยอด Engagement เท่านั้น แต่คือการสร้างความผูกพันและ ‘ความรู้สึก’ ดีๆ กับ“ทรู” ผ่านการสร้าง “Fan Phenomenon” ที่เป็นครั้งแรกของการรวมตัวของศิลปิน Gen Z ระดับท็อปครั้งนี้ จึงเป็นความตั้งใจของเราที่จะส่งมอบความสุขสร้างสรรค์เป็นพิเศษเพื่อ ลูกค้าทรู ดีแทค คนสำคัญ ซึ่งเป็น ‘คุณค่าทางใจ’ ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีเครือข่ายที่แข็งแกร่งด้วยมาตรฐานใหม่ที่ทั้งเร็ว แรง และครอบคลุมทั่วไทย ที่สำคัญ ยังมั่นใจได้ในความปลอดภัยขั้นสูง ซึ่งลูกค้าทรู ดีแทคทุกคนจะได้รับการปกป้องด้วยบริการ ‘True Cybersafe’ เกราะป้องกันภัยไซเบอร์ 3 ชั้นคอยดูแลลูกค้าทุกคนตลอดเวลาที่อยู่กับทรู”

“TRUE DTAC 5G FANDOM OF SMILE” – อัพสัญญาณความสุข ยิ้มยกด้อม”
อัพสัญญาณ อัพความสุขเพื่อเหล่าเอ็กคลูซีฟเฉพาะลูกค้าทรู ดีแทคเท่านั้น

งาน “TRUE DTAC 5G FANDOM OF SMILE” มอบความสุขให้ลูกค้าทรู ดีแทค ยิ้มยกด้อม พร้อมส่งต่อโมเมนต์สุดฟินบนเครือข่ายที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ภายใต้ความมุ่งมั่นของ ทรู คอร์ปอเรชั่น ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมครั้งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ที่มอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุดให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าในทุกมิติ

ปลอดภัยมั่นใจได้ ด้วย True CyberSafe อัพความมั่นใจขั้นสูง รายเดียวในไทยที่ให้บริการความปลอดภัยไซเบอร์ 3 ชั้นเป็นมาตรฐานพื้นฐาน ทั้งบล็อกลิงก์อันตรายแบบเรียลไทม์ และ Call AI Filter คัดกรองหรือแจ้งเตือนสายเรียกเข้า รวมถึง SMS AI Filter แจ้งเตือน SMS ที่อาจเป็นมิจฉาชีพ สำหรับลูกค้าทุกคน ไม่ต้องลงทะเบียน ไม่ต้องโหลดแอป เพื่อให้ทุกการเชื่อมต่อของลูกค้าทุกคน ปลอดภัยและไร้กังวล

เหนือกว่า เร็วกว่า แรงกว่า ทั่วไทย อัพประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยลูกค้าทรูเดิม ความเร็วดีขึ้น 1 เท่าตัว    และลูกค้าดีแทคเดิม ความเร็วดีขึ้นถึง 4.39 เท่า พร้อมความครอบคลุมสัญญาณที่ดีขึ้น 100% ตอบโจทย์ทั้งการเล่นเกม โซเชียล และทุกไลฟ์สไตล์ดิจิทัล

เชื่อมต่อความสุขได้ง่าย ๆ เพียงมีแอป True
ลูกค้าทรูและดีแทคสามารถเข้าถึงทุกสิทธิพิเศษของแคมเปญได้ทันที เพียงดาวน์โหลดและล็อกอินแอป True เพื่อรับสิทธิ์เข้างาน ร่วมภารกิจอัพสัญญาณความสุข รวมถึงกิจกรรมสะสมคะแนน ลุ้นถ่ายภาพใกล้ชิดกับศิลปิน และรับของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จัดเตรียมไว้สำหรับแฟนคลับโดยเฉพาะ

มากกว่าการตลาดแฟนด้อม : ทรูคือผู้บุกเบิก “Fan Phenomenon – ปรากฏการณ์แฟนคลับ’
ทรู พิสูจน์ความเป็นตัวจริงที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำ Fandom Marketing แต่คือการสร้างปรากฏการณ์ที่เข้าถึงหัวใจแฟนคลับอย่างแท้จริง ด้วยความเข้าใจในความต้องการของคนรุ่นใหม่ ทรู จึงออกแบบประสบการณ์พิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น การรวมตัวของ 2 คู่จิ้นสุดฮอตบนเวทีเดียวกัน เพื่อเปลี่ยนความรัก ความผูกพัน ให้กลายเป็นพลังบวกและประสบการณ์ที่มีคุณค่าทุกเวลาที่อยู่กับทรู

“การพัฒนาเครือข่ายที่เร็วและแรง ควบคู่กับระบบความปลอดภัยไซเบอร์ในมาตรฐานสูงสุด คือความตั้งใจของทรู ที่มุ่งไปสู่เป้าหมายเดียว นั่นคือการสร้างรอยยิ้มให้ลูกค้าเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเราเชื่อว่าเทคโนโลยีที่ดีที่สุด ไม่ได้วัดแค่ประสิทธิภาพ แต่ต้องมีหัวใจ และสามารถเปลี่ยนทุกการเชื่อมต่อ ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสุขและรอยยิ้มที่สัมผัสได้สำหรับลูกค้าทุกคน” คุณโอลิเวอร์ กล่าวสรุป

]]>
1559038
Trip.com Group จับมือ Simon Cabaret Phuket ผนึกความร่วมมือครั้งสำคัญ ตั้งเป้าหมายปั้น “ภูเก็ต” เป็นหมุดหมายความบันเทิงระดับเวิลด์คลาส https://positioningmag.com/1559031 Tue, 10 Feb 2026 08:46:09 +0000 https://positioningmag.com/?p=1559031 Trip.com Attractions & Tours ภายใต้ Trip.com Group ประกาศลงนามในข้อตกลงเป็นตัวแทนจำหน่ายระยะเวลา 3 ปีกับ Simon Cabaret Phuket หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวและความบันเทิงชั้นนำของภูเก็ต ภายหลังการประชุมหารือความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่จัดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต

นับเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างสององค์กร โดยเป็นการสร้างกรอบการทำงานที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ร่วมกันในอีก 3 ปีข้างหน้า ในการประชุมครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นสำคัญหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แคมเปญการตลาดร่วมกัน การยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว รวมถึงทิศทางความร่วมมือในระยะยาว ซึ่งการหารือที่ครอบคลุมในครั้งนี้ ทำให้ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นที่จะผลักดันเป้าหมายความร่วมมือให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ในโอกาสนี้ คณะผู้บริหารจาก Trip.com Group ได้เข้าชมการแสดงของ Simon Cabaret Phuket และได้สัมผัสกับคุณภาพการแสดงที่โดดเด่น ความเป็นมืออาชีพของศิลปิน และเสน่ห์ในการแสดงที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

พร้อมกันนี้ นาย Chase Liu ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจต่างประเทศของ Trip.com Attractions & Tours ได้มอบรางวัล Trip.Best Global 100 ประจำปี 2026 ในนามของ Trip.com Group ให้กับนายพรเทพ รวยริน รองประธานกรรมการ บริษัท ภูเก็ตไซม่อนคาบาเรต์ จำกัด และคุณวริยา ฉัตรเท กรรมการผู้จัดการ เพื่อเป็นการยกย่องมาตรฐานที่เป็นเลิศด้านคุณภาพเนื้อหา การบริการ และความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว

ในอนาคต Trip.com Group มุ่งมั่นที่จะขยายความร่วมมือกับ Simon Cabaret Phuket ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มการจัดจำหน่ายระดับโลกและความเชี่ยวชาญด้านประสบการณ์การท่องเที่ยว เพื่อส่งมอบความบันเทิงให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก

]]>
1559031
AIS จับมือ สสดย. ลงนาม MOU ขับเคลื่อนสุขภาวะดิจิทัลและความปลอดภัยไซเบอร์อย่างยั่งยืน ตอกย้ำพันธกิจความรับผิดชอบดิจิทัล รับวัน Safer Internet Day 2026 https://positioningmag.com/1559026 Tue, 10 Feb 2026 08:39:16 +0000 https://positioningmag.com/?p=1559026 AIS ร่วมกับสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สสดย.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ขับเคลื่อนการพัฒนาสุขภาวะดิจิทัลและความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างยั่งยืน เนื่องในโอกาสวัน Safer Internet Day 2026 โดยมุ่งทำงานร่วมกันในการใช้ข้อมูล องค์ความรู้ และกลไกความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ท่ามกลางความท้าทายด้านสุขภาวะดิจิทัลที่ซับซ้อนขึ้น ประเทศไทยยังขาดกลไกที่สามารถเชื่อมข้อมูลระดับชาติ เข้ากับการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่และการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมอย่างเป็นระบบความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว ในการออกแบบและดำเนินกิจกรรมและใช้เครื่องมือที่ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างปลอดภัย มีคุณภาพ และรับผิดชอบต่อสังคม ตอกย้ำบทบาทในการส่งเสริมสุขภาวะดิจิทัล (Digital Well-being) และการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) อย่างเป็นระบบ

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ กล่าวว่า “วัน Safer Internet Day เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความตระหนักด้านการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย ท่ามกลางโลกที่เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ความท้าทายของผู้ใช้งานไม่ได้อยู่เพียงการเข้าถึงเทคโนโลยี แต่คือการใช้งานอย่างปลอดภัย มีคุณภาพ และไม่กระทบต่อชีวิตและสังคม AIS ในฐานะผู้ให้บริการโครงข่ายดิจิทัลมุ่งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ให้กับคนไทยอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูล TCWI ที่ผ่านมา ทำให้เราเห็นชัดว่าเรื่องสุขภาวะดิจิทัลของประเทศไทย ต้องอาศัยการขับเคลื่อนจากเครือข่ายในสังคม ความร่วมมือกับภาคประชาสังคมจึงถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างผลกระทบในวงกว้าง จึงเป็นที่มาของความร่วมมือกับ สสดย. เพื่อร่วมขับเคลื่อนการใช้งานดิจิทัลอย่างปลอดภัยอย่างเป็นระบบ และสามารถขยายผลสู่ระดับพื้นที่และระดับประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว AIS และ สสดย. จะทำงานร่วมกันในฐานะพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ด้านสังคมดิจิทัล โดยนำข้อมูล Thailand Cyber Wellness Index (TCWI) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลในระดับประเทศมาใช้เป็นฐานในการวิเคราะห์ วางแผน และออกแบบการดำเนินงานทั้งเชิงนโยบายและเชิงพื้นที่ ควบคู่กับการใช้เครื่องมือและแพลตฟอร์มด้านสุขภาวะดิจิทัล อาทิ เครื่องมือเช็คภูมิคุ้มกันภัยทางไซเบอร์ (Digital Health Check) ช่วยให้คนไทยสามารถวิเคราะห์และประเมินทักษะด้านดิจิทัลของตนเอง และโครงการอุ่นใจไซเบอร์ พัฒนา “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์” ตามมาตรฐานของหลักสูตรด้านการศึกษาไทย ครอบคลุมทักษะการใช้งานบนโลกดิจิทัลอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างทักษะ Digital Literacy, Media Literacy และ Cyber Safety รวมถึงการจัดเวทีสาธารณะและการสื่อสารรณรงค์ในวาระสำคัญระดับประเทศและระดับสากล เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของสังคมในการขับเคลื่อนสุขภาวะดิจิทัลอย่างยั่งยืน”

ดร.ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะอเนก นายกสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน กล่าวว่า “จากการทำงานของสมาคมฯ พบว่าปัญหาและความเสี่ยงด้านดิจิทัลมีความแตกต่างกันตามบริบทของแต่ละชุมชน การทำงานให้เกิดผลจึงจำเป็นต้องใช้ข้อมูลที่เชื่อถือได้ควบคู่กับเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและแนวทางที่ยืดหยุ่น โดย TCWI ซึ่งเป็นชุดข้อมูลและดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลในระดับประเทศ ถูกใช้เป็นบรรทัดฐานเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การออกแบบมาตรการ และการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาวะดิจิทัลไปในทิศทางเดียวกัน เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานระหว่างภาคเอกชนและภาคประชาสังคม เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ที่จับต้องได้ในระดับชุมชน และสามารถขยายผลสู่ระดับประเทศอย่างยั่งยืน”

ความร่วมมือระหว่าง AIS และสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน จึงไม่ใช่เพียงการลงนามบันทึกข้อตกลง
แต่เป็นการวางรากฐานของกลไกความร่วมมือที่เชื่อมข้อมูลระดับชาติกับภาคประชาสังคม การกำหนดนโยบาย และการใช้เครื่องมือที่สามารถสร้างผลลัพธ์อันเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนสุขภาวะดิจิทัลของประเทศไทยให้เกิดผลกระทบในวงกว้างอย่างยั่งยืน

]]>
1559026
วัน แบงค็อก จับมือ อโกด้า เซ็นสัญญาเช่า Green Lease เดินหน้าส่งเสริมพื้นที่สำนักงานอย่างยั่งยืน https://positioningmag.com/1559016 Tue, 10 Feb 2026 08:30:37 +0000 https://positioningmag.com/?p=1559016 วัน แบงค็อก ลงนามสัญญาเช่าแบบสีเขียว (Green Lease) ร่วมกับอโกด้า (Agoda) ผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวระดับโลก สำหรับพื้นที่สำนักงานของอโกด้าในอาคาร วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ ไฟว์ ทำให้อโกด้ากลายเป็นผู้เช่ารายแรกของอาคารสำนักงานแห่งนี้ที่เข้าร่วมเซ็นต์สัญญาแบบสีเขียว โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการกำหนดเป้าหมายและมาตรฐานด้านความยั่งยืนร่วมกัน สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการพัฒนาเมืองแห่งความพร้อมเพื่ออนาคต พร้อมส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะที่ยั่งยืน

นายวรวรรต ศรีสอ้าน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส โครงการ วัน แบงค็อก กล่าวว่า“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ อโกด้าร่วมเซ็นสัญญา Green Lease กับ วัน แบงค็อก เราเชื่อว่าการทำงานร่วมกับผู้เช่าในสัญญานี้จะช่วยสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อโลกและชุมชน ผ่านข้อปฎิบัติของ Green Lease ที่ส่งเสริมแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนและส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน โดยเราพร้อมต้อนรับองค์กรที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ของเรา เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน”

นายเปาโล อิงกา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายองค์กรและบุคลากร อโกด้า กล่าวเสริมว่า “สัญญาเช่าแบบสีเขียวนี้เป็นก้าวสำคัญที่เชื่อมโยงกลยุทธ์ด้านการจัดการพื้นที่ทำงานเข้ากับวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนของเราในระยะยาว ความร่วมมือกับ วัน แบงค็อก ในครั้งนี้ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าพื้นที่ทำงานแห่งใหม่ของเราจะส่งเสริมสุขภาวะของพนักงาน และขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ยั่งยืน เราหวังว่าความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นมาตรฐานต้นแบบที่สะท้อนให้เห็นว่า การแบ่งปันข้อมูลและการยึดถือค่านิยมร่วมกันสามารถขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงานยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี”

Green Lease แนวทางความร่วมมือเพื่อความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

โมเดล Green Lease ของ วัน แบงค็อก กำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้เช่าพื้นที่สำนักงาน อ้างอิงตามมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติสากล อาทิ LEED และ WELL โดยให้แนวทางการปฏิบัติและการสนับสนุนผู้เช่าอย่างครบวงจรตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มต้นออกแบบ การก่อสร้าง การตกแต่ง การดำเนินงาน ตลอดจนการบำรุงรักษา ทั้งนี้โมเดลดังกล่าวยังสนับสนุนเป้าหมายด้าน ESG ของกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ในการมีสินทรัพย์อาคารที่ได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมไม่น้อยกว่า 85% ภายในปี 2573

สาระสำคัญของ Green Lease ที่นำมาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในสัญญา อาทิ:

การจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ:
วัน แบงค็อก ได้นำระบบบริหารจัดการอัจฉริยะมาใช้เพื่อการดำเนินงานที่ประหยัดพลังงานทั่วทั้งโครงการ และเพื่อเป็นการต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว รวมถึงให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์กร อโกด้าได้เลือกใช้โซลูชันการจัดการพลังงานอัจฉริยะ ควบคู่กับการติดตั้งหลอดไฟ LED ประสิทธิภาพสูง และการใช้แสงธรรมชาติอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานด้านแสงสว่างทั่วไปลงได้ถึง 25%1

การใช้วัสดุปลอดสารพิษและการควบคุณภาพอากาศภายในอาคาร:
วัน แบงค็อก กำหนดข้อจำกัดในการใช้สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ที่เป็นอันตราย โดยส่งเสริมการเลือกใช้วัสดุประเภท Low-VOC อาทิ สี สารเคลือบ กาว และวัสดุยาแนว และเพื่อให้มั่นใจว่ามาตรฐานดังกล่าวจะนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีสุขภาวะที่ดียิ่งขึ้น อโกด้าได้เลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อช่วยเสริมสร้างคุณภาพอากาศภายในอาคารและสุขภาวะที่ดีของพนักงาน

การรีไซเคิลและการจัดการของเสีย:
วัน แบงค็อก มีระบบการจัดการของเสียที่ครอบคลุมทั่วทั้งโครงการ โดยอโกด้าเองก็ได้มีการคัดแยกขยะและไซเคิลวัสดุใช้แล้ว อาทิ กระดาษ พลาสติก แก้ว และโลหะ ภายในพื้นที่สำนักงาน

การบริหารจัดการน้ำ
วัน แบงค็อก นำแนวทางที่ได้มาตรฐานมาใช้ในการคัดเลือกอุปกรณ์ใช้น้ำ ส่งผลให้สามารถประหยัดการใช้น้ำจากอุปกรณ์ภายในอาคารได้ถึง 35% เพื่อเสริมแนวทางดังกล่าว อโกด้าได้ติดตั้งอุปกรณ์ใช้น้ำแบบประหยัดน้ำและอัตราการไหลต่ำที่มีประสิทธิภาพสูงบริเวณอ่างล้างมือในพื้นที่แพนทรี ช่วยลดการใช้น้ำพร้อมทั้งยังคงความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน

การแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
วัน แบงค็อก ทำงานร่วมกับผู้เช่าในการวิเคราะห์และรายงานข้อมูลด้านพลังงาน น้ำ และของเสีย โดย อโกด้า และ วัน แบงค็อกตกลงแลกเปลี่ยนข้อมูลผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใส เพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและการจัดการของเสียอย่างต่อเนื่อง

ด้วยขนาดของพื้นที่สำนักงานและจำนวนพนักงานของอโกด้าที่ วัน แบงค็อก ความร่วมมือครั้งนี้จึงก่อให้เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเชิงบวกที่ชัดเจน ทั้งต่อโครงการ และภาพของตลาดสำนักงานในกรุงเทพฯโดยรวม ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับพันธกิจด้านความยั่งยืนของอโกด้า ที่กำหนดแนวทางความร่วมมือที่สามารถวัดผลได้ในการลดผลกระทบจากการดำเนินงาน และยกระดับสถานที่ทำงานให้เหนือมาตรฐานสากลด้านสุขภาวะ ประสิทธิภาพการทำงาน และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

วัน แบงค็อก ได้เริ่มนำโมเดล Green Lease มาใช้ครั้งแรกในปี 2566 และได้รับการตอบรับจากผู้เช่าสำนักงานอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ผู้เช่าที่ลงนามในสัญญารูปแบบ Green Lease มีสัดส่วนมากกว่า 30% ของพื้นที่สำนักงานที่ถูกเช่าไปทั้งหมด สะท้อนความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ทำงานที่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืน สิ่งแวดล้อม และสุขภาวะของผู้ใช้อาคารมากยิ่งขึ้น ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ วัน แบงค็อก ในการยกระดับสถานที่ทำงานอย่างยั่งยืนในกรุงเทพฯ และการทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองที่พร้อมรับอนาคตของประเทศไทย

___________________

1 เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน ASHRAE 90.1-2010

]]>
1559016
ออร์บิกซ์ เปิดเกมรุกปี 2569 ด้วยแคมเปญ “Free You” เทรดง่าย อิสระ มั่นใจได้ทุกวัน ตอกย้ำแพลตฟอร์มที่ให้คุณค่าลูกค้าตลอดปี https://positioningmag.com/1559010 Tue, 10 Feb 2026 08:18:05 +0000 https://positioningmag.com/?p=1559010 บริษัท ออร์บิกซ์ เทรด จำกัด (orbix) ผู้นำแพลตฟอร์มศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย ภายใต้ ออร์บิกซ์ กรุ๊ป ประกาศเดินเกมรุกในปี พ.ศ. 2569 เปิดตัวแคมเปญใหม่ “Free You อิสระในการเทรดมีได้ทุกวัน” มุ่งสร้างประสบการณ์การลงทุนที่ใช้งานง่าย ยืดหยุ่น และมีข้อมูลช่วยตัดสินใจอย่างมั่นใจ รองรับไลฟ์สไตล์นักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาว พร้อมมอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ควบคู่มาตรการสนับสนุนด้านภาษี และการพัฒนาแพลตฟอร์มที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในระดับสากล

นายธนเดช ช่วงแก้ววิเศษ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท ออร์บิกซ์ เทรด จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2569 ออร์บิกซ์ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์สำคัญในการมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายและเชื่อถือได้ ตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนในยุคดิจิทัลให้สามารถเริ่มต้นลงทุนได้อย่างมั่นใจ สะดวก และคล่องตัว พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนเลือกสิทธิประโยชน์ที่เหมาะกับเป้าหมายและไลฟ์สไตล์ของตนเองตลอดทั้งปี ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “Free You อิสระในการเทรดมีได้ทุกวัน” จัดเต็มสิทธิพิเศษและมาตรฐานบริการที่จะตอบโจทย์ลูกค้า ทั้งด้านค่าธรรมเนียม การสะสมคะแนน การตอบรับมาตรการทางภาษี และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล มอบให้แก่ลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ของออร์บิกซ์ ครอบคลุมทั้งนักลงทุนระยะสั้น และนักลงทุนระยะยาว เพื่อสนับสนุนประสบการณ์การลงทุนที่คุ้มค่าและต่อเนื่อง

ผู้ใช้งานสามารถเลือกรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ภายใต้แคมเปญ Free You บนแพลตฟอร์มออร์บิกซ์ ได้อย่างอิสระตามความต้องการและรูปแบบการลงทุนของตนเอง ดังนี้

1.Trade Free: เทรดฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม

ผู้ใช้งานสามารถเทรดบนออร์บิกซ์โดยไม่มีค่าธรรมเนียม สำหรับยอดเทรดสูงสุด 60,000 บาทแรก* พร้อมรับสิทธิ์ Cashback ค่าธรรมเนียม 50 บาทต่อเดือน เมื่อมียอดเทรดสะสมครบ 20,000 บาทแรกในแต่ละเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน เพียงกรอกโค้ด FREE26 ในช่องรหัสโปรโมชัน (Promo Code) เพื่อยืนยันสิทธิ์ ระยะเวลากิจกรรมตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2569 (จำกัดจำนวน 800 สิทธิ์ต่อเดือน นับรอบใหม่ทุกวันที่ 1 ของเดือน รวมทั้งหมด 2,400 สิทธิ์ ตลอดระยะเวลากิจกรรม)

2.Privilege Free: เลือกรับสิทธิประโยชน์เพิ่มฟรี ด้วย OBX Point

ทุกยอดเทรด 20 บาท รับ 1 OBX Point สูงสุด 45,000 OBX Point (มูลค่า 450 บาท) และพิเศษยิ่งขึ้น เมื่อมียอดเทรดสะสมครบ 1.5 ล้านบาท รับเพิ่ม 15,000 OBX Point (มูลค่า 150 บาท) รวมสูงสุด 60,000 OBX Point (มูลค่า 600 บาท) ตลอดระยะเวลากิจกรรม ผู้ใช้งานสามารถนำคะแนนไปแลกรับของรางวัลหรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ อาทิ บัตรกำนัลเครื่องดื่ม-ร้านอาหาร บัตรชมภาพยนตร์ บัตรส่วนลดสำหรับเข้ารับบริการสปา บัตรของขวัญห้างสรรพสินค้า และร้านค้าชั้นนำ เพียงกรอกโค้ด BULL26 ในช่องรหัสโปรโมชัน (Promo Code) ระยะเวลากิจกรรมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2569 (จำกัดจำนวน 1,000 สิทธิ์ต่อเดือน รวม 3,000 สิทธิ์ ตลอดระยะเวลากิจกรรม)

3.Tax Free: ลงทุนอย่างสบายใจ ปลอดภาษี

ออร์บิกซ์รองรับมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล(Capital Gains) ที่เกิดขึ้นผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต โดยกำไรที่เกิดขึ้นจะไม่ถูกนำไปคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษี ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 – 31 ธันวาคม 2572

4.Worry Free: สมัครง่าย ใช้งานสะดวก และปลอดภัยด้วยมาตรฐานสากล

ออร์บิกซ์มุ่งยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานให้สามารถลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างสบายใจ ไร้กังวล ปลอดภัยในทุกขั้นตอน และไม่ต้องพบเจ้าหน้าที่ ด้วยการออกแบบกระบวนการใช้งานที่ครบถ้วนและคำนึงถึงความมั่นใจของผู้ใช้งานใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1) การเปิดบัญชี / ยืนยันตัวตน ดำเนินการได้สะดวกและรวดเร็วผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ K+ Authentication ผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS, NDID ผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร และ e-KYC ที่ศูนย์บริการ AIS Shop ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเริ่มต้นเทรดได้ทันทีหลังยืนยันตัวตนสำเร็จ 2) Deposit & Withdraw ฝาก – ถอนสินทรัพย์ได้สะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส พร้อมทีมงานดูแลและให้คำแนะนำผ่าน Call Center และระบบ Live Chat ตลอด 24 ชั่วโมง 3) Security มั่นใจในความปลอดภัยของระบบและการดูแลสินทรัพย์ภายใต้มาตรฐานระดับโลก โดยออร์บิกซ์เป็นแพลตฟอร์มรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลครบทั้ง 3 ISO ได้แก่ ISO/IEC 27001:2022 การจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ISO/IEC 27701:2019 การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล และ ISO 22301:2019 การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ

นายธนเดช กล่าวตอนท้ายว่า แคมเปญ Free You สะท้อนความตั้งใจของออร์บิกซ์ในการเป็นแพลตฟอร์มที่มุ่งสร้างคุณค่าให้กับผู้ใช้งานในระยะยาว ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง แต่เป็นการวางรากฐานประสบการณ์การลงทุนตลอดทั้งปี 2569 โดยออร์บิกซ์ตั้งใจเดินหน้ามอบคุณค่าให้ผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง ผ่านสิทธิประโยชน์ ควบคู่กับการพัฒนา เทคโนโลยี ฟีเจอร์ใหม่ และมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่  www.orbixtrade.com/blog

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

]]>
1559010