PR News – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Wed, 25 Mar 2026 09:05:10 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 Orient Classic and Simple Style สีสันแฟชั่นที่เหนือกาลเวลาของ ลุค หนุ่มนักดนตรีรุ่นใหม่แห่งค่าย Smallroom https://positioningmag.com/1566074 Wed, 25 Mar 2026 09:04:56 +0000 https://positioningmag.com/?p=1566074 เมื่อดีไซน์คลาสสิคของ ORIENT คือรากฐานที่คงอยู่ในทุกยุคสมัย ขณะที่สีสันของแฟชั่นคือภาษาของคนรุ่นใหม่ ที่ใช้สื่อสารตัวตนและอารมณ์ในแต่ละวัน นาฬิกาเรือนเดียวกันสามารถสะท้อนบุคลิกที่ต่างกันขึ้นอยู่กับสีที่เลือก และวิธีที่สวมใส่ จากนาฬิกาคลาสสิคที่เคยถูกมองว่าเป็นของทางการสู่ดีไซน์ daily style piece ในวันนี้

ลุค ทาวน์เซน หนุ่มนักดนตรีรุ่นใหม่มากความสามารถแห่งค่าย Smallroom กับแนวเพลงแบบ อินดี้ป๊อบ ที่แตกต่างออกไปอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะการใช้ซินธิไซเซอร์ของลุค ที่ทำให้เกิดซาวด์ดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนสามารถเข้าไปอยู่ในใจของคอเพลงอินดี้ทั่วประเทศ ที่วันนี้ ได้สะท้อนความมั่นใจในแบบของตัวเองผ่านการแต่งตัวในแบบ 3 สไตล์ด้วยมุมมองที่แตกต่างได้อย่างน่าสนใจ ควบคู่ไปกับเรือนเวลาที่เลือกอย่าง “Orient Bambino” รุ่น Classic and Simple Style 38 และ Classic and Simple Style ทั้ง 3 เรือนกับดีไซน์ล่าสุดด้วยหน้าปัดและสีสันใหม่  สีสันแห่งความคลาสสิกที่ไม่ได้หมายถึงเพียงโทนสีบนหน้าปัด แต่คืออารมณ์และเรื่องราวที่สื่อออกมาถึงความเรียบง่ายแต่เปี่ยมรสนิยม ความประณีตของเข็มทรงวินเทจ ตัวเลขโรมันและอินเด็กซ์แบบขีดอันคลาสสิก สายหนังที่ยิ่งใช้ยิ่งมีเอกลักษณ์ ทุกองค์ประกอบทำงานร่วมกันเพื่อสร้างบุคลิกที่ดูเข้มขรึม แต่ทันสมัยและสง่างาม สำหรับ Orient Bambino นี่คือภาพสะท้อนของแฟชั่นสุดคลาสสิกที่ไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา ด้วยดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกา Dress Watch แบบดั้งเดิมที่ผสานเส้นสายโค้งมนของกระจกโดม เข้ากับหน้าปัดเรียบหรู ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งความคลาสสิกในรูปแบบที่ร่วมสมัยและยังคงทันสมัย

Smart Casual

ในวันสบายๆ และอยู่กับกิจกรรมของตัวเอง หนุ่มลุคเลือกใส่เสื้อ Utility Jacket สี off-white ทรงตรง ในสไตล์ workwear ที่มาพร้อมกระดุมเม็ดใหญ่โทนเดียวกับตัวเสื้อ ดีไซน์กระเป๋าปะด้านหน้า 3 จุด สวมทับเสื้อด้านในโทนขาวเพื่อสร้างเลเยอร์ที่ดูสุภาพแมตช์กับกางเกงยีนส์สีเข้ม ทรง Wide-Leg พับปลายขากางเกงแบบ Cuff หนา โชว์ริมผ้าเดนิมด้านใน รองเท้าเลือกเป็นบูทหนังสีดำผิวขัดเงาแบบผูกเชือก ดีไซน์หัวกลม พื้นยางหนาทรง Chunky และสวมนาฬิกา Orient Classic and Simple Style 38 หน้าปัดสีครีม จับคู่กับสายหนังสีน้ำตาลเข้มที่ช่วยให้ดูสุภาพ เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความเท่ และทันสมัย

Business Casual

สำหรับวันที่ต้องทำงานหรือต้องเป็นทางการ แต่ด้วยความเป็นนักดนตรีหนุ่มลุคก็ยังคงความเป็นศิลปินอยู่ในทุกดีเทล ชุดที่เลือกใส่จึงเลือกเป็น แจ็กเก็ตทรง Harrington โทนเบจ ที่โดดเด่นด้วยซับในลายตารางหมากรุกตามเอกลักษณ์ของดีไซน์ แมตช์กับเชิ้ตลายทางและเนคไทสีเบอร์กันดี เพิ่มมิติให้เลเยอร์ด้านบน ช่วงล่างเลือกกางเกงโทนไวน์เข้ม (Deep Wine / Burgundy) จับคู่กับรองเท้าบูททรง Western สีดำ หัวแหลม ตกแต่งลายปักโทนครีม พร้อมดีเทลขอบตัดสี เพิ่มดีเทลถุงเท้าสีขาวสวมขึ้นแข้ง ที่โผล่พ้นขอบบูทเล็กน้อย Accessories ประกอบด้วยแว่นกันแดดทรงเหลี่ยมสีดำ กรอบ Double bridge เลนส์โทนน้ำตาลอำพัน และสวมนาฬิกา Orient Classic and Simple Style หน้าปัด 40 มม. สีม่วง ที่แสนจะเรียบง่ายและคลาสสิก แต่ดูโดดเด่นในเรื่องสีสัน

Formal

ในวันที่ต้องมีงานสำคัญเป็นพิเศษ ชุดที่ใส่ต้องสุภาพและเรียบร้อยดูดี หนุ่มลุคเลือกสวมสูทสีเทาเข้ม ลายเส้นเรียงตรงแนวตั้ง (Pinstripe) ทรง Modern Tailored แบบสูทกระดุมสองแถว (Double-Breasted) แมตช์กับเสื้อยืดสีดำ จับคู่กับรองเท้าบูททรง Western สีดำ หัวแหลม ตกแต่งลายปักโทนครีม พร้อมดีเทลขอบตัดสี และเลือกสวมนาฬิกา Orient Classic and Simple Style 38 หน้าปัดสีเทา ลิมิเตดเอดิชัน สายหนังสีเดียวกันกับหน้าปัดที่เข้ากับสีของสูทที่สวมใส่ช่วยให้ดูสุภาพ แต่แฝงไว้ด้วยความเท่ที่โดดเด่นด้วยโทนสีทันสมัยในยุคนี้

สำหรับ Orient Bambino แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นรุ่น Classic and Simple Style 38 ขนาดตัวเรือน 38.4 มม. ดีไซน์ใหม่ล่าสุดมีด้วยกัน 5 แบบในดีไซน์ที่เรียบง่ายไร้หน้าต่างแสดงวันที่ กลไกแบบคลาสสิคอินเฮ้าส์ออโตเมติกคาลิเบอร์ F6524 ขึ้นลานได้ด้วยมือ โดยมีสีมาตรฐาน ได้แก่ สีขาวและสีงาช้างสุดคลาสสิค ไปจนถึงสีสันที่สะท้อนถึงความสุขุม ได้แก่ สีเขียว สีน้ำตาล และรุ่นพิเศษในสีเทาซึ่งผลิตจำนวนจำกัดเพียง 3,300 เรือน และอีก 6 แบบใหม่สำหรับนาฬิกาในซีรี่ส์ Classic and Simple Style ขนาด 40.5 มม. ที่มาพร้อมสีสันแบบมาตรฐานและเทรนด์สีแบบไล่ระดับ โดยมีให้เลือกทั้งโทนสีคลาสสิค อย่างสีขาวและสีงาช้าง และเฉดสีใหม่ได้แก่ สีเขียว สีฟ้าอ่อน และสีม่วงที่มาพร้อมเอฟเฟ็คท์การไล่ระดับสี พร้อมกลไกแบบคลาสสิคอินเฮ้าส์ออโตเมติกคาลิเบอร์ F6724 ขึ้นลานได้ด้วยมือ สำรองพลังงานสูงสุด 40 ชั่วโมง ทั้งสองรุ่นนี้มาพร้อมสายหนังในแบบอีซี่เอ็กซ์เชนจ์ (Easy Exchange) ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่ายด้วยตัวเอง เหมาะสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน “Orient Bambino” จึงเป็นมากกว่าเครื่องบอกเวลา แต่คือเพื่อนคู่กายที่สะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นลุคทำงานทางการ วันสบายๆ หรือค่ำคืนพิเศษ นาฬิกาเรือนนี้จะช่วยแต่งแต้มสีสันให้ทุกช่วงเวลา ด้วยเสน่ห์แบบคลาสสิกที่ไม่มีวันตกยุค

สามารถสอบถามข้อมูลนาฬิกาเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายและเคาน์เตอร์นาฬิกา Orient ทั่วประเทศ หรือ โทร. 02-255-8822

ช่องทางออนไลน์ Orient Thailand Official:

Facebook: www.facebook.com/orientthailand.watch

Instagram: www.instagram.com/orientwatch.thailand/

]]>
1566074
TOA ผนึกภาครัฐฯ ระเบิดศึก ‘TOA 3×3 Basketball All Thailand 2026’ ปีที่ 4 ขยาย 15 สนามทั่วไทย ชูยุทธศาสตร์ ‘Domestic Power’ ปั้นเยาวชนไทยสู่ทำเนียบทีมชาติ https://positioningmag.com/1566045 Wed, 25 Mar 2026 05:49:08 +0000 https://positioningmag.com/?p=1566045 บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผนึกกำลังการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กองทุนพัฒนากีฬาฯ และ สมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทยแถลงข่าวเปิดศึกบาสเกตบอล 3 คนรายการ ‘TOA 3×3 Basketball All Thailand – Domestic Power 2026’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ขยาย 15 สนามทั่วไทยเริ่มสนามแรกที่ จ.สุพรรณบุรี 28-29 มีนาคมนี้ ชิงถ้วยตราสัญลักษณ์โครงการในพระบรมราชานุญาตในหลวง และเงินรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท พร้อมเสริมกิจกรรมครบวงจร ติวเข้มนักกีฬา – โค้ช และเปิดแคมป์รวมนักกีฬาเด่น  เข้าค่ายฝึกแบบเข้มข้นต่อยอดสู่ทีมชาติ

นำโดย นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาตินายเกื้อ ชูศรี ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาภูมิภาค ผู้แทนผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA นายนิพนธ์ ชวลิตมณเฑียร นายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศ ไทย และ และ ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ ประธานโครงการการพัฒนาเยาวชน Domestic Power Youth Development กีฬาบาสเกตบอล (โครงการส่งเสริมศักยภาพกีฬาบาสเกตบอลสู่ความสำเร็จ) ประจำปี 2569 ร่วมเป็นประธานเปิดโครงการในครั้งนี้ โดยมี ดร.เอกพันธุ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี เจ้าภาพจัดการแข่งขันสนามแรกร่วมด้วย ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย

นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาร่วม15 ปีที่ TOA มุ่งมั่นสนับสนุนวงการบาสเกตบอลไทย เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นพัฒนาการแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะกระแสกีฬาบาสเกต บอล 3×3 ที่ได้รับความนิยมสูงสุด เห็นได้จากจำนวนเยาวชนที่สมัครเข้าร่วมรายการ TOA 3×3 All Thailand เกือบ 3,000 คนในทุกปี สิ่งนี้สะท้อนถึงความสำเร็จตามเจตนารมณ์หลักของบริษัทฯ ที่ต้องการส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีสุขภาวะที่ดีผ่านการเล่นกีฬา พร้อมผลักดันศักยภาพนักกีฬาไทยสู่เวทีระดับชาติและสากลอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การที่ภาครัฐยกระดับรายการนี้สู่โครงการ ‘Domestic Power Youth Development 2026’ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการสร้างระบบการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งความสำเร็จล่าสุดของทีมชาติไทยใน SEA Games 2025    ที่คว้ามาได้ถึง 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน รวมถึงการโชว์ฟอร์มแกร่งเอาชนะแชมป์ยุโรปอย่างลิทัวเนียในรายการชิงแชมป์โลก เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าบาสเกตบอลไทยมีศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดและพร้อมเติบโตสู่ระดับโลกอย่างแท้จริง
ด้านนายทนุเกียรติ จันทร์ชุม กล่าวว่าปีนี้ ถือเป็นปีที่พิเศษสุดที่ภาครัฐและเอกชน จะเข้ามาจับมือ สร้างสรรค์บาสเกตบอล ให้มากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงการ Domestic Power ถือเป็นยุทธศาสตร์หลักของรัฐบาลไทยและกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) เพื่อพัฒนาศักยภาพนักกีฬาเยาวชนไทยสู่ระดับสากล ผ่านระบบครบวงจร (ต้นน้ำ-ปลายน้ำ) ตั้งเป้าติด Top 6 เอเชียและเบอร์ 1 ในอาเซียน

ขณะที่นายเกื้อ ชูศรี ผู้แทน กกท.กล่าวว่า ทาง ตนเอง และ กกท. ได้รับทราบถึงความนิยมในกีฬาบาสเกตบอลประเภท 3 x 3 มาโดยตลอด เห็นว่าได้รับความนิยมอย่างสูงและเห็นได้ชัดตั้งแต่ซีเกมส์ที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่าความร่วมมือของบาสเกตบอลกับโครงการโดเมสติก เพาเวอร์ จะประสบความสำเร็จยิ่งกว่าปีที่ผ่านๆ มา

นายนิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ ประธานโครงการฯ กล่าวว่า นอกจากการบ่มเพาะนักกีฬารวมทั้งผู้ฝึกสอนในโครงการพี่สอนน้อง จำนวน 5 ภาค โครงการอบรมผู้ฝึกสอน จำนวน 4 ภาค และการนำนักกีฬาบาสเกตบอลเยาวชนชายและหญิงเข้าโครงการ Training Camp จำนวน 2 ครั้ง เพื่อเฟ้นหาผู้ที่มีฝีมือและศักยภาพที่ดีจากทั่วประเทศขึ้นมาติดทีมชาติ โดยจะแข่งขันรวม 11 รุ่นได้แก่ 12 ปี (ผสมชายหญิง), 14 ปี ชายและหญิง, 16 ปี ชายและหญิง, 18 ปี ชายและหญิง, 23 ปีชายและหญิง และประชาชนชายและหญิง ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท ขยายการแข่งขันไป 15 สนามทั่วประเทศ ดังนี้
1. 28 – 29 มี.ค. 69 ณ หอคอยบรรหาร-แจ่มใส จ.สุพรรณบุรี
2. 2 – 3 พ.ค. 69 ณ โรงเรียนศรีสุวิช จ.ชลบุรี
3. 23 – 24 พ.ค. 69 ณ สนามบาสเกตบอลสวนสาธารณะธารา จ.กระบี่
4. 29 พ.ค. – 1 มิ.ย. 69 ณ ชั้น 2 ศูนย์กีฬากำธนสินธวานนท์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จ.นนทบุรี
5. 6 – 7 มิ.ย. 69 ณ โรงเรียนพระพุทธชินราชพิทยา จ.พิษณุโลก
6. 13 – 14 มิ.ย. 69 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนครจ.สกลนคร
7. 20 – 21 มิ.ย. 69 ณ โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล จ.อุดรธานี
8. 27 – 28 มิ.ย. 69 ณ โรงเรียนพัทลุง จ.พัทลุง
9. 4 – 5 ก.ค. 69 ณ สนามกีฬาเทศบาลนครยะลา จ.ยะลา
10. 11- 12 ก.ค. 69 ณ โรงเรียนสตรีศึกษา จ.ร้อยเอ็ด
11. 25 – 26 ก.ค. 69 ณ โรงเรียนส่วนบุญโยปถัมภ์ จ.ลำพูน
12. 8 – 9 ส.ค. 69 ณ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
13. 15 – 16 ส.ค. 69 ณ ฮอลล์ 1 ชั้น 4 ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จ.นครราชสีมา
14. 29 – 30 ส.ค. 69 ณ โรงเรียนสตรีสิริเกศ จ.ศรีสะเกษ
15. 25 – 27 ก.ย. 69 ณ อาคารกีฬานิมิบุตร กทม./มหาวิทยาลัยรัง

ทั้งนี้ ในรอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย กำหนดเอาแชมป์จาก 15 ภูมิภาค มาแข่งขันกัน และนับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างสูงจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระบรมราชานุญาตให้เชิญตราสัญลักษณ์ “โครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” มาประดิษฐานบนถ้วยรางวัล เหรียญรางวัล และประกาศนียบัตร เพื่อเป็นสิริมงคล และเกียรติยศสูงสุดแก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันในปีนี้

สำหรับสนามแรก ดร.เอกพันธุ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี เปิดเผยว่าได้เตรียมการต้อนรับนักกีฬา  ผู้มาเยือนอย่างเต็มที่ ติดตามรายละเอียดได้ที่ เฟสบุ๊ก: Basketball Sport Association of Thailand อินสตาแกรม: bsat.thai และเว็บไซต์ www.bsatthai.org หรือ โทร.02-170-9641 สมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย #TOA #ทีโอเอ #TOA3x3BasketballAllThailand2026

]]>
1566045
เช็กให้ชัด! ปวดหลัง บ่า ไหล่ แค่ “ออฟฟิศซินโดรม” หรือสัญญาณเตือนจากกระดูกสันหลังให้พบแพทย์ https://positioningmag.com/1566024 Wed, 25 Mar 2026 03:55:24 +0000 https://positioningmag.com/?p=1566024 ชาวออฟฟิศเคยสงสัยหรือไม่? อาการปวดหลัง บ่า ไหล่ หรือคอ ที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ อาจไม่ใช่อาการของ “ออฟฟิศ ซินโดรม” ทั่วไป ซึ่งหลายคนมักเลือกไปนวด ยืดเส้น หรือทายาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการชั่วคราว เพราะจริง ๆ แล้ว นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนจาก “โรคกระดูกสันหลัง” ที่ควรได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม โดยการสังเกตความแตกต่างของอาการตั้งแต่ระยะแรก เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราดูแลตัวเองได้ถูกทาง วันนี้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก    โรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข (kdms) จะมาถอดรหัสความต่าง ฉบับเข้าใจง่าย ให้ทุกคนเช็กตัวเองได้ทันที!

แยกให้ขาด: ปวดกล้ามเนื้อ VS ปวดเส้นประสาท

อาการปวดแบบ “ออฟฟิศซินโดรม” (ปวดกล้ามเนื้อ)

ออฟฟิศซินโดรมเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ร่างกายในชีวิตประจำวัน เช่น ก้มมองหน้าจอมือถือ หรือนั่งทำงานท่าเดิมนาน ๆ อาการที่มักพบ เช่น

ปวดตึงบริเวณคอ บ่า ไหล่ หรือสะบัก
รู้สึกเมื่อยล้าหลังจากนั่งทำงานนาน ๆ
เมื่อยล้าลึก ๆ ในกล้ามเนื้อ คล้ายกล้ามเนื้อแข็งหรือเป็นก้อน
อาการดีขึ้นหลังจาก ยืดกล้ามเนื้อ นวด หรือพักผ่อน

สำหรับผู้ที่มีอาการออฟฟิศซินโดรม การเข้ารับการประเมินและฟื้นฟูอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดอาการปวดและลดโอกาสเกิดซ้ำในระยะยาวได้ โดยโรงพยาบาลกระดูกและข้อ kdms (ข้อดีมีสุข) มีทีมแพทย์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัดที่ดูแลแบบ Active Rehab คือเน้นการออกกำลังกายด้วยวิธีและเครื่องมือต่างๆ ที่ไม่เพียงแต่ซ่อมแซมระบบกระดูกและกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บเท่านั้น แต่จะช่วยสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและข้อในระยะยาว ป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ และเราเน้นการวิเคราะห์สาเหตุของการบาดเจ็บอย่างจริงจังและฟื้นฟูด้วยโปรแกรมที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย

อาการปวดที่อาจเกี่ยวกับ “โรคกระดูกสันหลัง”

ในบางกรณีอาการปวดหลังหรือปวดคออาจไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่มีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างของกระดูกสันหลัง เช่น หมอนรองกระดูก เส้นประสาท หรือข้อต่อ สัญญาณที่ควรสังเกต เช่น

• ปวดลึกในแนวกระดูกสันหลัง ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อ
• ปวดร้าวลงแขน หรือร้าวลงขา
• มีอาการ ชาหรืออ่อนแรง ร่วมด้วย
• อาการไม่ดีขึ้นแม้พักผ่อนหรือนวดแล้ว
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะ เช่น หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท หรือความผิดปกติอื่นของกระดูกสันหลัง ซึ่งควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์

ทำไมไลฟ์สไตล์จึงสำคัญ แนะวิธีกู้คืนสุขภาพหลัง

ไม่ว่าจะเป็นออฟฟิศซินโดรมหรืออาการปวดเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง พฤติกรรมในชีวิตประจำวันล้วนมีบทบาทสำคัญ เช่น นั่งทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมงโดยไม่ลุกขยับ ก้มมองโทรศัพท์เป็นเวลานาน นั่งหลังค่อมหรือไหล่ห่อ รวมถึงออกกำลังกายน้อย ทำให้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวอ่อนแรง เมื่อพฤติกรรมเหล่านี้สะสมไปเรื่อย ๆ ร่างกายจะเกิดความตึงเครียดในกล้ามเนื้อ และเพิ่มแรงกดต่อกระดูกสันหลัง

การปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน สามารถช่วยลดความเสี่ยงของอาการปวดได้มาก ถ้าไม่อยากจบที่โต๊ะผ่าตัด เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ด้วยหลักการง่าย ๆ

1. ปรับ: จัดโต๊ะ เก้าอี้ และหน้าจอให้เหมาะสม เก้าอี้ควรมีพนักพิงหนุนหลัง และท่านั่งที่ดีที่สุดคือ “เอนหลังเล็กน้อยประมาณ 100-110 องศา” จะช่วยกระจายแรงกดได้ดีกว่านั่งหลังตรง

2. ขยับ: อย่าปล่อยให้ตัวเองจดจ่อนานเกิน 1-2 ชั่วโมง ตั้งนาฬิกาปลุกหรือให้นาฬิกาสุขภาพเตือน เพื่อลุกขึ้นมาเปลี่ยนท่า เปลี่ยนจุดรับน้ำหนักบ้าง

3. สร้าง: ข้อนี้สำคัญที่สุด! การออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อ จะช่วยให้กล้ามเนื้อมาช่วยพยุงกระดูกสันหลัง ทำให้เรา “ทนทาน” ต่อการทำงานได้นานขึ้นโดยไม่ปวดง่าย

นอกจากเรื่องของพฤติกรรมแล้ว สาเหตุของโรคกระดูกสันหลังยังมาจากความเสื่อมตามอายุด้วย เช่น กระดูกทรุด    ข้อกระดูกเสื่อม หรือกระดูกเคลื่อนไปเบียดทับเส้นประสาท ซึ่งการได้รับการประเมินตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้ โดยหากมีอาการปวดต่อเนื่องเกิน 1-2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจประเมินเพิ่มเติม

อย่ากลัว! หากต้องจบที่เตียงผ่าตัด เพราะ kdms เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลไม่กี่แห่งของไทยที่สามารถใช้กล้อง Endoscope ช่วยในการผ่าตัดกระดูกสันหลังได้ครอบคลุมทุกส่วน เนื่องจากมีความพร้อมครบทั้งด้านเทคโนโลยีและทีมแพทย์เฉพาะทาง ทำให้สามารถเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุด ช่วยลดระยะเวลาการพักฟื้นของผู้ป่วยเหลือเพียงประมาณ 1–3 วัน อีกทั้งยังช่วยให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กลง เสียเลือดน้อยลง และเจ็บหลังผ่าตัดน้อยลง

โดยขึ้นอยู่กับชนิดของโรค ความซับซ้อนของการรักษา และสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เฉพาะเจาะจงในทุกเรื่องกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ ได้ที่: https://kdmshospital.com

ปรึกษาปัญหาสุขภาพ contactcenter@kdmshospital.com หรือสามารถนัดหมายแพทย์: https://page.line.me/175exsfc

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โรงพยาบาลกระดูกและข้อ kdms (ข้อดีมีสุข) โทร 02-080-8999

#โรงพยาบาลกระดูกและข้อ #kdmshospital #ข้อดีมีสุข #โรงพยาบาลข้อดีมีสุข

]]>
1566024
‘โอรีโอ’ ตอกย้ำเบอร์ 1 ในใจผู้บริโภค คว้ารางวัล 2026 Thailand’s Most Admired Brand https://positioningmag.com/1566018 Wed, 25 Mar 2026 03:51:45 +0000 https://positioningmag.com/?p=1566018 มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) ผู้นำขนมและของว่างระดับโลก ฉลองความสำเร็จของ “โอรีโอ” ที่คว้าอันดับ 1 รางวัล 2026 Thailand’s Most Admired Brand แบรนด์ที่มีผู้บริโภคเชื่อถือมากที่สุด ในหมวดสินค้าบริโภค ประเภทบิสกิตและแครกเกอร์สอดไส้ ซึ่งเป็นการคว้ารางวัลนี้ต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน จากงานวิจัยของนิตยสาร BrandAge ผู้นำด้านการวิจัยแบรนด์และได้รับการยอมรับจากนักการตลาดและผู้บริโภคอย่างยาวนาน สะท้อนให้เห็นถึงพลังที่แข็งแกร่งของแบรนด์ที่ชนะใจและครองใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

คุณอรวลัญช์ ลีเผ่าพันธุ์ ผู้จัดการอาวุโสกลุ่มผลิตภัณฑ์บิสกิต บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เรามีความภาคภูมิใจที่ “โอรีโอ” ยังคงได้รับความไว้วางใจและยังครองแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสำเร็จและความมุ่งมั่นในการนำเสนอทางเลือกขนมและของว่างที่สามารถเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้แบรนด์ไม่ใช่เพียงแค่ “ขนม” แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งความสุขในชีวิตประจำวันและการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคผ่านทุกผลิตภัณฑ์ รวมถึงนวัตกรรมและแคมเปญการตลาดที่สร้างสรรค์

“โอรีโอ” คุกกี้ที่คนทั้งโลกชื่นชอบและยังคงครองใจผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วยแนวคิด “ชีวิตสนุกได้ทุกวัน” Brand Purpose ทรงพลังที่มุ่งสร้างช่วงเวลาพิเศษแห่งความสนุกและสร้างความสุขในชีวิตประจำวัน โดยให้ความสำคัญกับ “การยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง” พร้อมทั้งกลยุทธ์ของโอรีโอในการมอบ Brand Experience ที่ไม่สามารถหาซื้อที่ไหนได้ รวมถึงการออกแคมเปญการตลาดที่สร้างสรรค์และทันสมัยผ่านสื่อดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ปีที่ผ่านมา โอรีโอได้สร้างสรรค์แคมเปญที่เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์และสร้างกระแสให้กับตลาดบิสกิต ไม่ว่าจะเป็นการคอลแลปครั้งสำคัญกับศิลปิน K-POP ที่มาแรงที่สุดแห่งปี BABYMONSTER ภายใต้แคมเปญ “OREO x BABYMONSTER” ที่ผสานความอร่อยของโอรีโอเข้ากับกระแสดนตรี K-POP ได้อย่างลงตัวในช่วงปลายปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นไวรัลไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้โอรีโอยังรุกตลาดคนรักสุขภาพ เปิดตัว 2 สินค้าใหม่ “Oreo LITE” และ “Oreo Zero Thins” ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ อร่อยแบบไม่รู้สึกผิด เดินหน้าตามเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการบาลานซ์ระหว่าง “ความอร่อย” และ “การดูแลตัวเอง” ได้อย่างลงตัว

ไม่ว่าจะเป็น Oreo LITE สูตรหวานน้อย ลดน้ำตาล พร้อมเพิ่มโกโก้ให้รสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น และ Oreo Zero Thins สูตรน้ำตาล 0% รสดาร์กช็อกโกแลตพรีเมียม กับคุกกี้บางเพียง 3 มิลลิเมตร ให้สัมผัสบางกรอบ เบา แต่ยังคงความอร่อยเต็มคำ

“รางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2026 เป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของคุกกี้โอรีโอ ในฐานะแบรนด์ที่ส่งมอบความสุขและความสนุกให้กับคนไทยทุกคน และในปี 2569 นี้ เราก็ได้เตรียมเซอร์ไพรส์ใหม่ๆ เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมสนุกกัน เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและสร้างความผูกพันกับลูกค้าคนไทยในทุกๆ โอกาสอยู่เสมอ” คุณอรวลัญช์ กล่าว

]]>
1566018
เคทีซีจับมือเซโฟรา เปิด “JCB Beauty Deals 2026” รับเทรนด์ Selective Spending ของผู้บริโภคยุคใหม่ https://positioningmag.com/1566012 Wed, 25 Mar 2026 03:48:11 +0000 https://positioningmag.com/?p=1566012 เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผนึกพันธมิตรบิวตี้รีเทลระดับโลก เซโฟรา (Sephora) เปิดตัวโมเดลความร่วมมือ “JCB Beauty Deals 2026 ช้อปสวยแบบมีสิทธิพิเศษ” มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นการลงทุนกับตัวเอง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ต้องวางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ

นายณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต เคทีซี กล่าวว่า “โจทย์สำคัญของการตลาดในปี 2569 คือพฤติกรรม Selective Spending หรือการที่ผู้บริโภคเลือกใช้จ่ายเฉพาะสิ่งที่มองว่าคุ้มค่าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเอง โดยเฉพาะหมวดเครื่องสำอาง ซึ่งยังคงเป็นหมวดการใช้จ่ายที่มีความยืดหยุ่นสูงและเติบโตได้ดี แม้ในช่วงที่ผู้บริโภคต้องระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ความร่วมมือกับเซโฟราในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญส่งเสริมการขายระยะสั้น แต่เป็นการนำข้อมูลความสนใจของสมาชิกมาพัฒนาเป็นสิทธิประโยชน์ที่ “จริงใจและเข้าถึงง่าย” ตอบโจทย์กลุ่มสมาชิกพรีเมียมที่มองหาประสบการณ์ที่พิเศษ โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขที่ซับซ้อน”

ด้าน นางสาวชญาภา รัตนเดช General Manager บริษัท เซโฟรา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงสินค้า แต่ต้องการประสบการณ์การเลือกสรรที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล (Curated Experience) ความร่วมมือกับเคทีซีช่วยให้เซโฟราสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อและมีความภักดีต่อแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านเครือข่ายสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่ช่องทางหน้าร้านเซโฟราทุกสาขา”

สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี

ภายใต้แคมเปญ “JCB Beauty Deals 2026” สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี สามารถรับสิทธิพิเศษที่ออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้จ่ายแบบ “คุ้มค่าและได้ทันที” ได้แก่
• รับส่วนลด 300 บาท เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี ครบ 3,000 บาทขึ้นไปต่อเซลส์สลิป ณ ร้านเซโฟราทุกสาขา โดยไม่ต้องแลกคะแนน KTC FOREVER
• รับผลิตภัณฑ์ขนาดพกพา FRESH Soy Face Cleanser เพื่อเปิดประสบการณ์ทดลองใช้สินค้าพรีเมียม
• สำหรับสมาชิกที่ต้องการความคุ้มค่าเพิ่ม สามารถแลกรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 15% เมื่อใช้คะแนน KTC FOREVER ตามเงื่อนไขที่กำหนด

แคมเปญดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2569 – 30 กันยายน 2569 โดยเคทีซีคาดว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในหมวดเครื่องสำอาง และขยายฐานสมาชิกในกลุ่ม Young Generation และ High-Net-Worth ที่มีความสนใจในแบรนด์ความงามระดับโลกอย่างเซโฟรา

ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ [https://www.ktc.co.th/promotion/health-beauty/cosmetics-store/jcb-sephora] หรือติดต่อ KTC PHONE 02 123 5000 สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิก https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ
หมายเหตุ : บัตรเครดิตใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

]]>
1566012
กลุ่มเซ็นทรัล ส่งต่อพลังแห่งการให้ เปิดตัว Art Sculpture “HEART FORWARD” การกุศล ระดมทุนปรับปรุงห้องตรวจรักษาผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ https://positioningmag.com/1566003 Wed, 25 Mar 2026 03:38:45 +0000 https://positioningmag.com/?p=1566003 ในช่วงเวลาที่สังคมไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสุขภาพจิตและปัญหายาเสพติดที่ทวีความซับซ้อนมากขึ้น กลุ่มเซ็นทรัล จึงชวนทุกภาคส่วนร่วม “ก้าวไปข้างหน้าด้วยพลังแห่งการให้” ผ่านโครงการ “ทำเพื่อหมอ ทำด้วยใจ” เพื่อร่วมสนับสนุนปรับปรุงห้องตรวจรักษาผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ โดยมีเป้าหมายในการระดมทุนเพื่อปรับปรุงพื้นที่การรักษา จัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น รวมถึงเพิ่มศักยภาพในการรองรับ ผู้ป่วยให้เพียงพอมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

หนึ่งความพิเศษของโครงการ คือการนำพลังของศิลปะมาเป็นสื่อกลางในการส่งต่อการเยียวยา ผ่านการสร้างสรรค์ Art Sculpture คอลเลกชันการกุศล ภายใต้ Concept “HEART FORWARD” ซึ่งเกิดจากความตั้งใจที่จะเปลี่ยน “ความหลงใหลในงานศิลปะ” ให้กลายเป็นพลังแห่งการแบ่งปัน โดยได้ 3 ศิลปินแนวหน้าของไทย ได้แก่ Benzilla, Songsin และ Noinah มาร่วมออกแบบผลงาน Art Sculpture ชิ้นพิเศษ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่รักในงานศิลปะได้มีส่วนร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม

ผู้ที่สนใจบริจาคสนับสนุนโครงการในครั้งนี้ สามารถเลือกรับผลงาน Art Sculpture ของศิลปินที่ชื่นชอบได้ โดยเงินบริจาคจะนำไปใช้ในการขยายพื้นที่รองรับผู้ป่วย และเพิ่มศักยภาพด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เพื่อให้สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที

คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อว่า การดูแลสังคมต้องเริ่มจากการดูแลผู้คน และหนึ่งในประเด็นสำคัญของสังคมไทยในวันนี้คือปัญหาสุขภาพจิตและยาเสพติด ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนจำนวนมาก โครงการ ‘ทำเพื่อหมอ ทำด้วยใจ’ จึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะร่วมสนับสนุนโรงพยาบาลตำรวจในการพัฒนาพื้นที่การรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการดูแลที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ความร่วมมือระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและโรงพยาบาลตำรวจดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ในการร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านโครงการเพื่อสังคมหลากหลายด้าน โดยกลุ่มเซ็นทรัลได้ให้การสนับสนุนโครงการสำคัญของโรงพยาบาลตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ศูนย์พึ่งได้ (One Stop Crisis Center) สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัวและสังคม รวมถึงการสนับสนุนพื้นที่ดูแลเด็กและครอบครัวอย่าง ศูนย์เด็กเล็ก เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเติบโตของเยาวชน ขณะที่โครงการ “ทำเพื่อหมอ ทำด้วยใจ” ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือล่าสุด ที่สะท้อนความตั้งใจของทั้งสององค์กรในการร่วมพัฒนาระบบการดูแลรักษา และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

สำหรับแนวคิดของ “HEART FORWARD” ได้รับแรงบันดาลใจจากความเชื่อของคนไทยที่ว่า การก้าวเท้าด้านซ้ายเป็นก้าวแรกของการเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ในชีวิต สื่อถึงการก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง ความโชคดี และความหวัง แนวคิดดังกล่าวจึงถูกถ่ายทอดผ่านคาแรกเตอร์ Art Sculpture ของทั้ง 3 ศิลปิน ที่พร้อมใจกันก้าวเท้าซ้ายมุ่งไปข้างหน้า เปรียบเสมือนการส่งต่อพลังแห่งการเยียวยาไปถึงผู้ป่วยทุกคน

พล.ต.อ. จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ รองประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า มูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ ขอขอบคุณในการมีส่วนร่วมครั้งสำคัญของกลุ่มเซ็นทรัลในครั้งนี้ ดังที่ทราบว่าปัจจุบันประเทศไทยเผชิญกับความท้าทายด้านสุขภาพจิตอย่างรุนแรงโดยมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นนับแสนรายต่อปี ขณะที่ข้อจำกัดด้านพื้นที่การรักษายังเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยหอผู้ป่วยเดิมสามารถรองรับผู้ป่วยในได้เพียง 8 เตียง ซึ่งไม่เพียงพอต่อปริมาณผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 20

โครงการนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 14 เตียง โดยการออกแบบพื้นที่ให้มีสถาปัตยกรรมที่เอื้อต่อการเยียวยา (Healing Environment) เน้นความปลอดภัยสูงสุด และมาตรฐานการรักษาที่เป็นสากล เพื่อปั้นให้เป็นโมเดลต้นแบบของโรงพยาบาลศูนย์ รวมถึงเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางจิตเวชศาสตร์เพื่อรองรับความต้องการในอนาคต

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อพลังแห่งการเยียวยา สามารถร่วมบริจาคสมทบทุนเข้าโครงการผ่าน มูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อรับ Art Sculpture “HEART FORWARD” ซึ่งผลิตในรูปแบบ Limited Edition จำนวนจำกัด ในวัสดุ Bronze และ Stainless Steel โดยเงินบริจาคสามารถนำไปใช้หักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

นอกจากนี้ ยังมีการจัดจำหน่ายของที่ระลึกการกุศล อาทิ หมวก เสื้อ และกระเป๋า ให้เลือกซื้อได้ทั้งภายในงาน Thailand Toy Expo ในวันที่ 2 – 5 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และที่ร้าน Good Goods ณ สาขาที่ร่วมรายการ โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ

ช่องทางการสนับสนุนโครงการ

สนใจบริจาค หรือ สั่งจอง Art Sculpture (Pre-order) ได้ที่ LINE OA : @heartforward
ช้อปสินค้าที่ระลึก : shop.centraltham.com/heart-forward
ดูข้อมูลเพิ่มเติม tham-dee.com/heart-forward
สนใจร่วมบริจาคผ่านบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) เลขที่ 011-2-43291-9 สามารถนำไปใช้หักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

โครงการ “ทำเพื่อหมอ ทำด้วยใจ” จึงไม่เพียงเป็นการระดมทุนเพื่อพัฒนาพื้นที่การรักษาเท่านั้น แต่ยังเป็นการเชิญชวนทุกคนในสังคมร่วมก้าวไปข้างหน้าด้วยหัวใจแห่งการแบ่งปัน เพื่อช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ป่วยได้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง และร่วมกันผลักดันให้สังคมไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

 

 

]]>
1566003
เซ็นทรัลเวิลด์ เตรียมจัดใหญ่ Thailand Toy Expo 2026 งานของเล่นที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ทลายขีดจำกัดอาร์ตทอย! รับ Kidult โตแรง ปักหมุดไทยเป็น “Land of ART TOY” จุดหมายใหม่นักสะสมทั่วโลก เริ่ม 2–5 เม.ย. 26 นี้ https://positioningmag.com/1565995 Wed, 25 Mar 2026 03:29:58 +0000 https://positioningmag.com/?p=1565995 • ชูคอนเซ็ปต์ “Tales of Toys” ยกระดับ Art Toy สู่ “เรื่องเล่าที่มีชีวิต” ด้วย Storytelling ที่เข้มข้นขึ้น พร้อมไฮไลต์ Super Exclusive ระดับตำนานที่หาชมที่ไหนไม่ได้
• ครั้งแรก! เปิดโซนใหม่ “Kod Card” (โคตรการ์ด) รับเทรนด์การ์ดเกม–สินทรัพย์ทางเลือกโตแรง รวบรวมการ์ดหายากและคอมมูนิตี้นักสะสมไว้ในที่เดียว
• ขยายสู่ Collectible Culture & Soft Power ไทย ดึงดูดนักสะสมและครีเอเตอร์จากทั่วโลก ผลักดันไทยสู่ Global Destination ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์สไตล์เดสติเนชันระดับโลกใจกลางเมือง ร่วมกับ J.P. TOYS GALLERY จัดงาน TTE 2026 (Thailand Toy Expo 2026) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ตอกย้ำความสำเร็จของมหกรรมของเล่นและของสะสมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้ธีม “Tales of Toys” ชวนก้าวเข้าสู่โลกแห่งเรื่องราวของของเล่น ศิลปะ และจินตนาการ ผ่านไฮไลท์สุดแรร์ ไม่ว่าจะเป็น นิทรรศการ คอลเลกชันพิเศษ และโปรเจกต์ความร่วมมือระดับโลก พร้อมรวบรวมของเล่นและของสะสมกว่า 300 แบรนด์ จาก 14 ประเทศทั่วโลก บนพื้นที่จัดงานกว่า 5,000 ตารางเมตร ซึ่งเชื่อมโยงศิลปะ คาแรกเตอร์ และคอมมูนิตี้เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ปักหมุดให้เซ็นทรัลเวิลด์เป็น ‘World Best Festive Destination and Land of ART TOY’ จุดหมายใหม่แห่งนักสะสมของโลก ยกระดับวงการอาร์ตทอยไทยสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย คาดคนตบเท้าร่วมงานวันละ 200,000 คน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการของเล่นระดับโลกในงาน Thailand Toy Expo 2026 ระหว่างวันที่ 2–5 เมษายน 2026 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เข้าชมฟรี

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมกับ J.P. TOYS GALLERY สร้างประสบการณ์ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยการจัดงาน Thailand Toy Expo ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 บนพื้นที่กว่า 5,000 ตร.ม. ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม ‘Kidult’ ซึ่งขับเคลื่อนโดย Gen Y และ Gen Z ที่มอง Art Toy ไม่ใช่เพียงของสะสม แต่เป็นทั้งการเติมเต็มความสุข (Emotional Value) และสินทรัพย์ทางเลือกที่มีมูลค่าเพิ่มได้ในอนาคต ในขณะเดียวกัน งาน TTE 2026 ยังมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นฮับของอุตสาหกรรม Art Toy ในระดับภูมิภาค โดยรวบรวมแบรนด์ของเล่นระดับโลกและศิลปินจากหลากหลายประเทศ พร้อมเปิดตัวคอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟและลิมิเต็ดอิดิชั่นที่สร้างแรงดึงดูดในระดับสากล ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยก้าวสู่เวทีโลกได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมา งานประสบความสำเร็จอย่างสูง ดึงดูดผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกกว่า 800,000 คน โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางร่วมงานมากที่สุดจาก ญี่ปุ่น, จีน, ฮ่องกง และ เกาหลีใต้”

งาน Thailand Toy Expo ยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น ‘Land of Art Toy’ และ Global Destination ของนักสะสมจากทั่วโลก สอดคล้องกับศักยภาพของศิลปินไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยเวทีนี้เป็นพื้นที่สำคัญในการแสดงผลงานและต่อยอดสู่ตลาดโลก การจัดงาน TTE 2026 ในปีนี้ จึงไม่เพียงเป็นอีเวนต์ แต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ที่ดึงดูดนักสะสม ครีเอเตอร์ และคอมมูนิตี้จากทั่วโลกให้มารวมตัวกัน พร้อมยกระดับเซ็นทรัลเวิลด์สู่การเป็น ‘World Best Festive Destination and Land of ART TOY’ ที่มอบประสบการณ์ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ ทั้งหมดนี้สะท้อนบทบาทของ Thailand Toy Expo ในฐานะ ‘แพลตฟอร์ม Soft Power’ ที่เชื่อมโยงศิลปะ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน พร้อมย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ Land of Art Toy ที่มีศักยภาพทั้งด้านครีเอเตอร์และการเป็นจุดหมายปลายทางของอีเวนต์ระดับโลก”

นอกจากนี้ เรายังได้ร่วมกับ ‘เซ็นทรัลทำ’ เปิดตัว Art Sculpture การกุศล ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘HEART FORWARD’ เพื่อสนับสนุนโครงการ ‘ทำเพื่อหมอ ทำด้วยใจ’ ในการปรับปรุงห้องตรวจรักษาผู้ป่วยจิตเวชและผู้ป่วยยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ โดยมีเป้าหมายในการระดมทุนเพื่อพัฒนาพื้นที่การรักษา พร้อมจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น สะท้อนแนวคิดการใช้พลังของศิลปะเป็นแรงขับเคลื่อนในการส่งต่อ ‘การเยียวยา’ สู่สังคม ผ่านผลงานประติมากรรมชิ้นพิเศษจาก 3 ศิลปินแนวหน้าของไทย ได้แก่ Benzilla, Songsin และ Noinah สำหรับผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อพลังแห่งการเยียวยา สามารถร่วมบริจาคสมทบทุนเข้าโครงการผ่าน มูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อรับ Art Sculpture “HEART FORWARD” ซึ่งผลิตในรูปแบบ Limited Edition จำนวนจำกัด ในวัสดุ Bronze และ Stainless Steel โดยเงินบริจาคสามารถนำไปใช้หักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

นายพงศธร ธรรมวัฒนะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท J.P. Toys Gallery และผู้ก่อตั้งงาน Thailand Toy Expo กล่าวถึงคอนเซ็ปต์ “Tales of Toys” ที่ขับเคลื่อนด้วย “เรื่องราวและประสบการณ์” (Story-driven Experience) พร้อมยกระดับ Art Toy ให้เป็นเรื่องเล่าที่มากกว่าการสะสม ทุกคอลเลกชันมี Storytelling ที่เข้มข้นขึ้นผ่านไฮไลท์ระดับ Super Exclusive ที่หาชมที่ไหนไม่ได้ อาทิ โปรเจกต์ที่ดึงซูเปอร์สตาร์ชื่อดังร่วมเดบิวต์ Art Toy คอลเลกชันพิเศษเป็นครั้งแรก, รวมถึงการร่วมงานกับศิลปินระดับโลกอย่าง Shinji Nishikawa ผู้อยู่เบื้องหลัง Godzilla และคอลเลกชันพิเศษระหว่าง PUNK DRUNKERS (PDS) x BUAKAW ที่ผสานเอกลักษณ์ของสตรีทอาร์ตเข้ากับคาแรกเตอร์ทรงพลังของ “บัวขาว บัญชาเมฆ” สู่ Designer Toy รุ่นพิเศษที่นักสะสมทั่วโลกจับตามอง เป็นกลไกสำคัญที่ผลักดันตลาดให้เติบโตในระดับโลก และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลงานในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกที่นักสะสมทั่วโลกต้องการครอบครอง รวมถึงการเปิดตัวตำนานบทใหม่! ‘Gavan Infinity’ จาก TOEI ในนิทรรศการ SPACE SHERIFF GAVAN INFINITY – PROJECT R.E.D. ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับแฟนๆ สายคาแรกเตอร์และป๊อปคัลเจอร์

นอกจากนี้ งาน TTE 2026 ยังได้ยกระดับไปสู่โลกของ Collectible Culture ที่ครอบคลุมมากขึ้นเพื่อตอบรับ พฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการมีส่วนร่วมกับแบรนด์มากกว่าการซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว ด้วยการเปิดโซนใหม่อย่าง “Kod Card Zone” แหล่งรวมการ์ดเกมและสปอร์ตการ์ดหายาก สะท้อนการขยายตัวของกลุ่มนักสะสมที่หลากหลาย Category มากขึ้น พร้อมสร้างประสบการณ์ First-time in Thailand Experience ผ่านกิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟอย่างการมาเยือนของ “Pingu” ครั้งแรกในไทย และการเปิดตัวต้นแบบ (Prototype) ครั้งแรกของโลก ซึ่งจะกระตุ้นปรากฏการณ์ FOMO (Fear of Missing Out)

เตรียมพบกับปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ของงาน Thailand Toy Expo 2026 ที่รวมศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ และพลังของคอมมูนิตี้นักสะสมระดับโลกไว้ในที่เดียว ระหว่างวันที่ 2–5 เมษายน 2026 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยเปิดให้เข้าชมฟรีตลอด 4 วันเต็ม

 

]]>
1565995
PropertyGuru Thailand Property Awards ครั้งที่ 21 ยกระดับมาตรฐานอสังหาฯ ไทย เพิ่มรางวัลใหม่ ‘บ้านหลังแรก-บริการด้านสุขภาพ-แลนด์มาร์กดีไซน์’ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคเศรษฐกิจผันผวน https://positioningmag.com/1565988 Wed, 25 Mar 2026 03:22:11 +0000 https://positioningmag.com/?p=1565988 “PropertyGuru Thailand Property Awards” สุดยอดรางวัลเกียรติยศวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย เตรียมจัดงานยิ่งใหญ่ครั้งที่ 21 ขับเคลื่อนมาตรฐานสู่สากล ชูรางวัลใหม่ ‘การพัฒนาบ้านหลังแรก-การบริการด้านสุขภาพ-แลนด์มาร์กดีไซน์’ ท่ามกลางตลาดอสังหาฯ ที่มีความผันผวนจากสภาวะเศรษฐกิจ พร้อมเปิดรับการเสนอชื่อผู้เข้าชิงรางวัลทั่วประเทศถึง 26 มิ.ย. นี้ และมอบรางวัล 18 ก.ย. 2569

พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป เตรียมพร้อมการจัดงานประกาศรางวัล PropertyGuru Thailand Property Awards ครั้งที่ 21 ขอเชิญวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยร่วมชิงความเป็นสุดยอดของการพัฒนาโครงการในประเภทต่าง ๆ พร้อมเพิ่มประเภทรางวัลให้ครอบคลุมกว่าปีที่ผ่านมามากยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยได้เปิดรับการเสนอชื่อสุดยอดผู้พัฒนาและโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศไทยแล้ววันนี้ – 26 มิถุนายน 2569 โดยจะมีการจัดงานประกาศรางวัลงานกาล่าดินเนอร์และการมอบรางวัล ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

นายจูลส์ เคย์ ผู้จัดการทั่วไป พร็อพเพอร์ตี้กูรู เอเชีย พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ แอนด์ อีเวนต์ เปิดเผยว่า งานประกาศรางวัล PropertyGuru Thailand Property Awards ครั้งที่ 21 ยังคงสะท้อนบทบาทในฐานะเวทีสำคัญของอสังหาริมทรัพย์ไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่มีความหลากหลายมากขึ้น จากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแบบเดิมสู่การยกระดับโครงการที่ขับเคลื่อนด้วยเรื่องของเวลเนสและเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

การจัดงานในปีนี้ เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ใช้โอกาสจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย การเติบโตของตลาดรีสอร์ท และการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางที่อยู่อาศัยระดับโลกที่รองรับกลุ่มผู้สูงอายุและคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีศักยภาพ ในฐานะรางวัลที่ได้รับการยอมรับในระดับ “Gold Standard” ของวงการอสังหาริมทรัพย์ของไทย PropertyGuru Thailand Property Awards ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูงและทันสมัย ให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน การเชื่อมต่อ และนวัตกรรมที่ยึดไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

นางสุพินท์ มีชูชีพ ประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัล พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ 2026 และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นับเป็นอีกก้าวของการพัฒนาภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ปรับตัวเข้ากับทิศทางตลาดที่กำลังเข้าสู่ยุคของความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยในปี 2569 รางวัล PropertyGuru Thailand Property Awards สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ไปสู่กลุ่มเฉพาะที่มีมูลค่าสูง (high-value niches) อาทิ ธุรกิจการบริการด้านเวลเนส ท่าจอดเรือ และโครงการบ้านหลังแรกที่ผสานคุณภาพชีวิตที่ดีเข้ากับความคุ้มค่าการลงทุนในระยะยาว

รางวัลดังกล่าวยังยกย่องผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ประสบความสำเร็จท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ รวมถึงโครงการแลนด์มาร์คดีไซน์ควบคู่กับความยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยผู้ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้พัฒนาโครงการสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทที่สำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลกที่มีการแข่งขันสูงอีกด้วย

กำหนดการต่างๆ ของการตัดสินรางวัลในปี 2569 มีดังนี้

· เปิดรับการเสนอชื่อผู้เข้าชิงรางวัลแล้ววันนี้

· 26 มิถุนายน 2569 – ปิดรับการเสนอชื่อ

· 27 กรกฎาคม – 14 สิงหาคม 2569 – ทางกรรมการตรวจสอบและเยี่ยมชมโครงการ

· 3-16 สิงหาคม 2569 – ช่วงเวลาการโหวตสำหรับรางวัล People’s Choice Awards

· 18 กันยายน 2569 – งานกาล่าดินเนอร์และการมอบรางวัล จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ

· 11 ธันวาคม 2569 – งานกาล่าดินเนอร์และการมอบรางวัล Grand Final ภูมิภาคเอเชีย จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ

การจัดงานประกาศรางวัลฯ ในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยผู้พัฒนาโครงการได้ปรับกลยุทธ์เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ แต่ก็พร้อมที่จะมองหาโอกาสเติบโตใหม่ๆ

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยกำลังปรับตัวจากการเกร็งกำไรไปสู่ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค ซึ่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างนี้คาดว่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละเซ็กเมนต์ โดยทั้งตลาดบ้านและคอนโดมิเนียมต่างต้องเผชิญกับแรงกดดันที่แตกต่างกันรวมถึงความคาดหวังของผู้ซื้อ

ตลาดที่อยู่อาศัยในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ มีความแตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับตลาดอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ในประเทศ ขณะที่พฤติกรรมของผู้ซื้อมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วง 12 – 18 เดือนที่ผ่านมา โดยความสามารถในการซื้อของผู้บริโภคเป็นปัจจัยกดดันที่สำคัญ นับว่าเป็นความท้าทายสำหรับผู้ซื้อและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับสภาวะสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน

อย่างไรก็ดี ดีมานด์ของผู้ซื้อมีสูงขึ้นโดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่มีทำเลใกล้ส่วนต่อขยายระบบขนส่งสาธารณะไม่ว่าจะส่วนขยายของรถไฟฟ้าบนดินและใต้ดิน การให้ความสำคัญกับขนาดหรือพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขึ้น รวมไปถึงที่อยู่อาศัยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเฉพาะกลุ่มมากขึ้น อาทิ โครงการที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง รวมถึงโครงการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกตอบโจทย์ชีวิตปัจจุบัน เช่น ระบบบ้านอัจฉริยะ พื้นที่ทำงานร่วมกัน สถานีชาร์จรถไฟฟ้า (EV)    สิ่งอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับสุขภาพ พื้นที่สีเขียว เลนปั่นจักรยาน หรือ พื้นที่อเนกประสงค์อื่นๆ

ขณะเดียวกันแนวโน้มผู้ซื้อชาวต่างชาติเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น จากเดิมที่กำลังซื้อส่วนใหญ่มาจากประเทศจีนการลงทุนจากชาวต่างชาติยังเน้นไปที่การซื้อบ้านหลังที่สอง ซึ่งส่งผลให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางของไลฟ์สไตล์และการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของภูมิภาค

PropertyGuru Thailand Property Awards ครั้งที่ 21 ยังคงยกย่องความเป็นเลิศด้านอสังหาริมทรัพย์ด้านต่างๆ พร้อมเพิ่มหมวดรางวัลใหม่สำหรับปี 2569 อาทิ Best First Home Development, Best Wellness Hospitality Development, Best Marina Development, Best Landmark Development, Best Landmark Design และ Best Sales Gallery Interior Design

ทั้งนี้ คณะกรรมการอิสระในการตัดสินรางวัลประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภาคส่วนต่างๆ ของวงการอสังหาริมทรัพย์ โดยการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระรับรองกระบวนการตัดสินที่เป็นกลางและโปร่งใส ซึ่งการดูแลกระบวนการคัดเลือกทั้งหมดดำเนินการโดย HLB ซึ่งเป็นครือข่ายทั่วโลกของสำนักงานบัญชีและที่ปรึกษาชั้นนำระดับนานาชาติ

งานประกาศรางวัล PropertyGuru Thailand Property Awards ครั้งที่ 21 จัดโดย พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป บริษัทเทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับการสนับสนุนจาก DDproperty พันธมิตรพอร์ทัลอย่างเป็นทางการ, Property Report by PropertyGuru นิตยสารอย่างเป็นทางการ, อินฟินิตี้ คอมมิวนิเคชั่นส์ แอนด์ คอนซัลแทนส์ พันธมิตรด้านการประชาสัมพันธ์, Think of Living พันธมิตรสื่อ และ HLB        ในฐานะผู้ดูแลกระบวนการตัดสินอย่างเป็นทางการ ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ awards@propertyguru.com หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ AsiaPropertyAwards.com

]]>
1565988
โครงการ Thailand Health Excellence 2026 เชิญผู้ประกอบการ Medical และ Wellness ร่วมปั้นไทยสู่ผู้นำ Health Tourism โลก https://positioningmag.com/1565984 Wed, 25 Mar 2026 02:50:22 +0000 https://positioningmag.com/?p=1565984 ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและความไม่แน่นอนของการเดินทางระหว่างประเทศ อุตสาหกรรม Health Tourism ยังคงเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจที่มีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นการเดินทางที่ขับเคลื่อนด้วย “ความจำเป็นด้านสุขภาพ” (need-based travel) โดยเฉพาะในกลุ่มการรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสุขภาพ และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก โครงการ Thailand Health Excellence 2026 เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Global Health & Healing Destination ผ่านการรวบรวมศักยภาพของผู้ประกอบการไทย และพัฒนา “Global Story” ของ Health Tourism ไทยให้มีความชัดเจน โดดเด่น และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืนโดยจะนำเสนอจุดแข็งของประเทศไทยเพื่อสร้างความแตกต่างเชิงคุณค่าและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรม Medical Tourism ระดับโลก ได้แก่

🔹 Medical Excellence

บริการการแพทย์ที่ผสานเทคโนโลยีการรักษาขั้นสูงเข้ากับความเชี่ยวชาญของแพทย์เฉพาะทางระดับนานาชาติ พร้อมมาตรฐานการรักษาที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก มุ่งสู่การดูแลสุขภาพแบบ Precision & Personalized Medicine

🔹 Science-based Wellness

โปรแกรมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการฟื้นฟูสุขภาพที่ออกแบบบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์และข้อมูลสุขภาพเฉพาะบุคคล ตอบโจทย์แนวโน้ม Global Wellness ที่เน้น Longevity, Preventive Care และ Holistic Health

🔹 Science-based Local Wisdom Wellness

การต่อยอดภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพแบบไทย ผสานองค์ความรู้ดั้งเดิมเข้ากับงานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่มีอัตลักษณ์เฉพาะ และแตกต่างในระดับสากล

ภายใต้โครงการ Thailand Health Excellence 2026 จะมีการดำเนินกิจกรรมสำคัญ เพื่อสร้าง Global Story ของ Health Tourism ไทย
ได้แก่

1. ผลิตสื่อการตลาดและประชาสัมพันธ์ 3 ภาษา (ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาอารบิก)
2. พัฒนา Health Tourism Routes 10 Themes และ 37 เส้นทาง ในจุดหมายปลายทางทั่วประเทศ
3. พัฒนา ThailandHealthX.com เป็น Media Hub ที่รวบรวมงานวิจัย นวัตกรรม และ Success Stories ของผู้ประกอบการไทย
4. จัดงาน Thailand Health Excellence 2026: Partnership Networking Forum เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับพันธมิตรการตลาดและสื่อต่างประเทศ
5. จัดกิจกรรม Site Visit และ Testing Experience สำหรับสื่อและพันธมิตรต่างประเทศ
6. ดำเนินกิจกรรม Digital PR และ Global Media Campaign
7. พัฒนา Co-Collaboration Campaign ร่วมกับพันธมิตร เพื่อขยายตลาด Health Tourism สู่กลุ่ม Medical และ Wellness Tourist

ทั้งนี้ โครงการ Thailand Health Excellence 2026 มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อประกาศศักยภาพของประเทศไทยในฐานะ จุดหมายปลายทางด้านการแพทย์และสุขภาพระดับโลกที่มีความพร้อม รองรับความต้องการด้านสุขภาพของนักเดินทางจากทั่วโลกในระยะยาว

เปิดโอกาสผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
โครงการฯ ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ โรงพยาบาล คลินิกเฉพาะทาง ศูนย์สุขภาพ และ Wellness Resort ผู้ให้บริการ Health Tourism เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Thailand Health Excellence 2026 ผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือกจะมีโอกาสได้รับการนำเสนอผ่านเครือข่ายสื่อระดับนานาชาติ รวมถึงการเชื่อมโยงกับพันธมิตรด้านการตลาดระดับโลก เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ ในตลาด Health Tourism ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดโครงการได้ที่
https://bit.ly/Provider-Registration-Detail
และลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ที่
https://bit.ly/HealthXProvider-Register
📅 หมดเขตสมัคร 10 เมษายน 2569
📢 ประกาศรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือก 16 เมษายน 2569
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Line OA: @ThaiHealthX

]]>
1565984
G-Able ขยายความร่วมมือ AWS เร่งองค์กรไทยใช้ AI–Data–Cloud ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล https://positioningmag.com/1565976 Tue, 24 Mar 2026 11:50:12 +0000 https://positioningmag.com/?p=1565976 บริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) หรือ G-Able ผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีสำหรับองค์กรชั้นนำของประเทศไทย ประกาศขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Amazon Web Services (AWS) เพื่อเร่งการนำเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI), Data และ Cloud ไปใช้ในภาคธุรกิจไทย รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในปี 2026

นายอุกฤษฏ์ วงศราวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ และประธานบริหารสายงานโซลูชันและเทคโนโลยี บริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “AI และ Cloud กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักขององค์กรยุคใหม่ ความร่วมมือกับ AWS จะช่วยให้องค์กรไทยสามารถเร่งการนำ AI ไปใช้ได้จริง ตั้งแต่การค้นหา use cases การทดลองในระดับ MVP ไปจนถึงการพัฒนา Data และ Cloud Platform เพื่อรองรับการใช้งานในระดับองค์กร”

การขยายความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับการเปิดให้บริการ AWS Asia Pacific (Thailand) Region อย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี 2025 ซึ่งมาพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน 3 Availability Zones ช่วยให้องค์กรสามารถจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลภายในประเทศ ลดความหน่วงของระบบ และรองรับข้อกำกับด้านข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมกันนี้ AWS ยังมีแผนลงทุนในประเทศไทยมากกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงหลายปีข้างหน้า ครอบคลุมการพัฒนาเทคโนโลยีคลาวด์ยุคใหม่ การยกระดับทักษะบุคลากร และการสนับสนุนการใช้งานคลาวด์ในทุกภาคส่วน ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

ในฐานะ Digital & Technology Enabler ระดับองค์กร G-Able ได้ร่วมทำงานกับ AWS อย่างต่อเนื่องในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จากโครงการระดับองค์กรจำนวนมาก และได้รับการรับรอง AWS Competencies ในหลายด้าน

ภายใต้ความร่วมมือนี้ G-Able พร้อมสนับสนุนองค์กรไทยในการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลอย่างครบวงจร ผ่าน 4 มิติสำคัญ ได้แก่

1. Cloud Migration & Modernization ย้ายระบบขึ้นสู่ AWS และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัย เพื่อเพิ่มเสถียรภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มความคล่องตัวในการพัฒนานวัตกรรม

2. Data Foundation & AI พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและ AI ตั้งแต่การค้นหา use cases การทดลอง (AI Sandbox) ไปจนถึงการสร้างแพลตฟอร์ม AI ระดับองค์กร

3. Cybersecurity & Security Operations ยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ด้วยการผสานเทคโนโลยี AWS ครอบคลุมการตรวจจับ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อภัยคุกคาม ทั้งใน Public และ Hybrid Cloud

4. Managed Services & Cloud Operations ให้บริการดูแลระบบตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมการบริหารโครงสร้างพื้นฐาน การควบคุมต้นทุน และการดูแลความปลอดภัย เพื่อให้การใช้งาน Cloud มีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ G-Able ยังขยายบริการผ่าน AWS Marketplace โดยเฉพาะโมเดล Channel Partner Private Offers (CPPO) ที่ช่วยให้องค์กรสามารถจัดซื้อซอฟต์แวร์และบริการได้อย่างยืดหยุ่น ลดขั้นตอนการจัดซื้อ และเร่งการนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริง

นายอุกฤษฏ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “องค์กรในปัจจุบันต้องการเทคโนโลยีที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ การใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ หรือการสร้างนวัตกรรมใหม่ ความร่วมมือกับ AWS จะช่วยให้ G-Able นำศักยภาพของ AI และ Cloud มาสนับสนุนองค์กรไทยให้เติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน”

]]>
1565976