PR News – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Tue, 06 Jan 2026 05:50:21 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 LYN เฉลิมฉลอง 25 ปี บนเส้นทางแห่งแฟชั่นสุดไอคอนิก เปิดตัวแคมเปญ “Born an Icon” คอลลาบอเรชั่นสุดพิเศษกับ โบว์ เมลดา สุศรี https://positioningmag.com/1554184 Tue, 06 Jan 2026 05:48:30 +0000 https://positioningmag.com/?p=1554184 LYN (ลิน) ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของแบรนด์แฟชั่นแอคเซสเซอรี่อันดับหนึ่งของผู้หญิงยุคใหม่มาตลอด 25 ปี ต้อนรับปี 2026 พร้อมการเฉลิมฉลองความเป็นไอคอนแห่งสไตล์ ผ่านแคมเปญสุดพิเศษตลอดทั้งปีภายใต้ชื่อ “LYN Legacy” ที่จะร้อยเรียงทุกช่วงเวลา ทุกผลงาน และทุกเรื่องราวของผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจให้แบรนด์ก้าวเดิน เพื่อมุ่งสู่บทใหม่ที่งดงาม เข้มแข็ง และเปล่งประกายในทุกมิติ

ประเดิมคอลลาบอเรชั่นสุดไอคอนิกแรกของปีกับ โบว์-เมลดา สุศรี กับคอนเซปต์ “Born an Icon” กับความเป็นไอคอนที่มาจากตัวตนที่น่าจดจำ การปรากฏตัวของ โบว์-เมลดา ในครังนี้เป็นการนำเสนอภาพของผู้หญิงที่เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริงในแบบที่เธอเป็น ความเป็นธรรมชาติ บวกกับความรงพลังคือความงามที่ไม่มีใครสามารถลอกเลียนได้ โบว์-เมลดา ไม่ใช่เพียงแค่ตัวแทนของ LYN เท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนของกระเป๋าแต่ละใบที่ถ่ายทอดอารมณ์และเสน่ห์ได้อย่างลงตัว

มาพร้อมกันกับ 2 กระเป๋าสุดไอคอนิค เริ่มกันที่ Gatsby Re-Edition ไฮไลต์ประจำซีซั่นกับนิยามใหม่ของดีไซน์ยอดนิยม กระเป๋ารุ่นนี้นำรูปทรงยอดนิยมกลับมาตีความใหม่ให้กลายเป็นส่วนผสมของความแคชชวลและหรูหรา ที่ไปกับไลฟ์สไตล์ประจำวันได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ไม่ว่าจะเป็นทรงบัคเก็ตสายประดับคริสตัลที่โดดเด่นด้วยโลโก้ลงยารูปเรขาคณิต และทรงสะพายไหล่โค้งมนสุดเฟมินีนที่ประทับโลโก้ไซส์มินิมอล ทั้งสองดีไซน์มาพร้อมสายห้อยประดับที่ทำจากวัสดุลูกปัดสีทองขึ้นเงาหรือแบบคริสตัลเล่นแสง ตัวหนังมีให้เลือกตั้งแต่สีดำ ขาว และแดงไวน์

และ Bolinar กระเป๋า IT Bag ใบโปรดของโบว์ ไอคอนชิ้นใหม่ที่สายแฟชันนิสต้าต้องมีไว้ในครอบครอง อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ถ่ายทอดความไอคอนิกในแบบ LYN คือกระเป๋า Bolinar โดยเฉพาะ Bolinar Shoulder Bag กระเป๋าหนังเรียบอันหรูหรา ที่ถูกนำมาตีความใหม่อีกครั้งให้แฝงด้วยความเท่ปนแกลมจากชาร์มห้อยแต่งดาว ตัวกระเป๋ามาในสีดำ ขาว เขียวกากี และเบจ ที่เมื่อปรากฏอยู่บนตัว โบว์-เมลดา ก็สามารถเปลี่ยนคาแรกเตอร์ได้อย่างน่าหลงใหลและลงตัว

สัมผัสแคมเปญฉลองครบรอบ 25 ปี “LYN Legacy” ได้ตลอดทั้งปี 2026 นี้ และเตรียมเป็นเจ้าของคอลลาบอเรชั่นสุดไอคอนิกแรกของปีกับ โบว์-เมลดา สุศรี กับคอนเซปต์ “Born an Icon” ได้ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 69 เป็นต้นไป  ที่ร้าน LYN ทุกสาขาและออนไลน์ที่ LYNACCS.COM

อัปเดตเทรนด์แฟชั่นใหม่ล่าสุดของ “LYN” เพิ่มเติมได้ที่

Instagram: @lynaccs_thailand

Facebook: @LynaccsThailand

LINE Official Account: @lynaccs

TikTok: lynthailand (@lynthailand_official)

 

 

]]>
1554184
Central Park จับมือร้านดังรังสรรค์รสชาติใหม่ ที่เชื่อมความทรงจำและวัฒนธรรมของย่าน ผ่านแคมเปญ Neighborhood Soul ตั้งแต่วันนี้ – 19 ม.ค 69 https://positioningmag.com/1554177 Tue, 06 Jan 2026 05:27:58 +0000 https://positioningmag.com/?p=1554177 ท่ามกลางจังหวะเร่งรีบของเมืองใหญ่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค แลนด์มาร์กระดับโลกแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ เชื่อมต่อผู้คน วัฒนธรรม และจังหวะของย่านสีลมด้วย “ความทรงจำ” และ “รสชาติ” ผ่านแคมเปญ Neighborhood Soul ที่ไม่ได้มองอาหารเป็นเพียงเมนู แต่เป็นภาษาทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงผู้คน อดีต และปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกัน ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการคอลแลบระหว่าง 5 ร้านไฮไลต์ภายใน Central Park กับ 5 ร้านอาหารเก่าแก่ขวัญใจคนสีลม ได้แก่ ชงดี x อาแปะคอนแวนต์ ไอศกรีม, สมานฉันท์ x ทะเลทอด ศาลาแดง, Napha x หมูปิ้ง เฮียอ้วน, Pash x D.K. Bakery และ Yolk x ศรีสมรเลิศรส ร่วมกันตีความอัตลักษณ์ของย่านผ่านเมนูสูตรพิเศษที่ผสานความเชี่ยวชาญ รสชาติ และเรื่องราวของร้านดั้งเดิม เข้ากับมุมมองสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่อย่างลงตัว ที่มีจำหน่ายเฉพาะ Central Park เท่านั้น

Neighborhood Soul Collaboration ตั้งใจสะท้อนวิสัยทัศน์ของ Central Park ในการพัฒนาโครงการให้เป็นมากกว่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงชุมชน นำจุดเด่น ความเชี่ยวชาญ และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์    มาผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของร้านค้าไฮไลท์ใน Central Park ถ่ายทอดออกมาเป็นเมนูสูตรพิเศษ เพื่อสะท้อนตัวตนของย่านสีลมผ่านรสชาติ ความทรงจำ และประสบการณ์ร่วมสมัย พร้อมสืบสานความทรงจำเปิดพื้นที่ให้วัฒนธรรมท้องถิ่นได้ถูกตีความใหม่ผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่อย่างมีความหมาย เพราะเซ็นทรัล พาร์ค ให้ความสำคัญกับ Community และ Memory เพื่อรักษาสิ่งที่กำลังเลือนหายสร้างอัตลักษณ์ให้กับสิ่งใหม่ เปิดพื้นที่ให้สิ่งใหม่ได้เฉิดฉาย และทำความเข้าใจว่าคนรุ่นใหม่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมอย่างไรในปัจจุบัน

เมนู Neighborhood Soul จาก 5 ร้านดัง จึงเป็นมากกว่าคอลเลกชันเมนูพิเศษ แต่คือประสบการณ์ร่วมสมัยที่ถักทอชุมชน ความทรงจำ และวัฒนธรรมอาหารของย่านสีลม ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในบริบทใหม่อย่างมีความหมาย วางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้ – 19 มกราคม 2569 ณ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการภายใน Central Park เท่านั้น

#CentralParkBangkok #เซ็นทรัลพาร์คแบงค็อก #เซ็นทรัลพัฒนา #CentralPattana #NeighbourhoodSoul

ติดตามความเคลื่อนไหวเซ็นทรัลพัฒนา คลิก https://www.centralpattana.co.th/th/shopping/shopping-update/lifestyle-activities

 

 

 

]]>
1554177
สิงห์ เอสเตท (S) รับศักราชใหม่ปี 2569 ปิดการขาย “ดิ เอส สุขุมวิท 36” มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท หนุนความเชื่อมั่นตลาดอสังหาลักชูรี https://positioningmag.com/1554171 Tue, 06 Jan 2026 05:24:17 +0000 https://positioningmag.com/?p=1554171 บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) (SET: S) รายงานความสำเร็จในการปิดการขาย “ดิ เอส สุขุมวิท 36” มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท สะท้อนอุปสงค์ที่ยังแข็งแกร่งในตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชูรีบนทำเลศักยภาพใจกลางสุขุมวิท หนึ่งในย่านที่มีความต้องการสูงของกรุงเทพฯ โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในธุรกิจที่อยู่อาศัยของสิงห์ เอสเตท ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Crafted to Last” ตอกย้ำความแข็งแกร่งของบริษัทฯในการเป็นโครงการคุณภาพสูงที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

โครงการ “ดิ เอส สุขุมวิท 36” (THE ESSE Sukhumvit 36) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดสถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ จำนวน 338 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท โดยถูกพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Harmony of Contrast” โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์งานออกแบบสไตล์ไทยโมเดิร์นร่วมสมัย ที่ผสานความหรูหราเข้ากับความสงบและความเป็นส่วนตัวได้อย่างลงตัว ท่ามกลางชีวิตเมืองอย่างมีระดับ

นายณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ‘S’ กล่าวว่า “ความสำเร็จในการปิดการขายโครงการ “ดิ เอส สุขุมวิท 36” สะท้อนความต้องการที่ยังแข็งแกร่งในตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชูรีของไทย ท่ามกลางสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีความท้าทายโดยเฉพาะโครงการบนทำเลศักยภาพใจกลางเมืองที่ยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ความสำเร็จดังกล่าวนับเป็นก้าวสำคัญของสิงห์ เอสเตทในการต้อนรับศักราชใหม่ปี 2569 ตอกย้ำความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อคุณภาพงานออกแบบ มาตรฐานการพัฒนาโครงการระดับสากลด้วยปณิธาน “Enriching Your Life” การสร้างคุณค่าให้ชีวิต”

ทั้งนี้ ความสำเร็จของโครงการยังสะท้อนภาพรวมของตลาดที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน ซึ่งผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัสดุ การออกแบบที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง ฟังก์ชันการใช้งานที่คุ้มค่า ตลอดจนทำเลที่มีศักยภาพ โดยสิงห์ เอสเตทยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการให้สอดรับกับความต้องการของผู้อยู่อาศัยในเมืองอย่างรอบด้าน  พร้อมมุ่งสร้างการเติบโตและมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจอย่างมั่นคง นายณัฐวุฒิ กล่าวปิดท้าย

]]>
1554171
ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าภายในปี 2027 AI จะช่วยแก้ไขปัญหาการให้บริการลูกค้าในประเทศไทยได้ถึง 40% https://positioningmag.com/1554165 Tue, 06 Jan 2026 04:37:51 +0000 https://positioningmag.com/?p=1554165 • ตามการคาดการณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านบริการในประเทศไทย ภายในปี 2027 AI จะเข้ามาจัดการงานบริการลูกค้าถึง 40% ของงานทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ 25%
• การเพิ่มขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดย AI ได้พัฒนาจากเทคโนโลยีที่มีการใช้งานอย่างจำกัดสู่การประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลาย จนกลายเป็นสิ่งที่หน่วยงานด้านการบริการขององค์กรในประเทศไทย ให้ความสำคัญเป็นอันดับ 2 รองจากการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าเท่านั้น
• จากผลการศึกษาล่าสุดในรายงาน State of Service ฉบับที่ 7 ของ Salesforce เผยให้เห็นถึงบทบาทของ AI ในการเปลี่ยนแปลงขอบเขตความรับผิดชอบของพนักงานแนวหน้า รวมถึงโอกาสในการพัฒนาเส้นทางอาชีพในอนาคต

จากผลสำรวจระดับโลกล่าสุดของ Salesforce ในรายงาน State of Service หรือรายงานภาพรวมอุตสาหกรรมภาคบริการ (ที่ได้สอบถามผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมภาคบริการกว่า 6,500 คนทั่วโลก รวมถึง 200 คนจากประเทศไทย) ได้เผยให้เห็นว่า AI ได้ก้าวข้ามการเป็นเพียงเครื่องมือช่วยตัดสินใจอัตโนมัติ และกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของทีมบริการ แนวทางการพัฒนาสายอาชีพ ตลอดจนวิธีการตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ แล้วการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อการปฏิบัติงานจริงอย่างไร? จากรายงาน State of Service ฉบับล่าสุดโดย Salesforce ได้สรุปแนวโน้มสำคัญ 3 ประการ ดังนี้

ทีมบริการลูกค้าให้ความสำคัญกับ AI มากขึ้น หลังเห็นผลลัพธ์ที่ดีในด้านความเร็ว ต้นทุน และความพึงพอใจของลูกค้า

การนำ AI มาใช้และขยายการใช้งานมีความสำคัญเป็นอันดับ 2 สำหรับองค์กรในอุตสาหกรรมภาคบริการในประเทศไทย

คุณอภิสิทธิ์ คุปรัตน์ ผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยของเซลส์ฟอร์ซ กล่าวว่า “การยกระดับประสบการณ์ของลูกค้ายังคงเป็นพันธกิจสำคัญของทีมบริการในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม รูปแบบการให้บริการกำลังมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไป ปัจจุบัน AI Agent ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่คาดการณ์และทำงานอัตโนมัติเท่านั้น แต่ยังสามารถเข้าใจบริบท ดำเนินการ ตัดสินใจ และปรับตัวได้แบบเรียลไทม์ การก้าวไปสู่การใช้ AI ที่มีความสามารถในการตัดสินใจนี้ จะช่วยให้พนักงานมีเวลามากขึ้นในการจัดการกับปัญหาการบริการที่ซับซ้อน และสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังเกิดขึ้นอย่างชัดเจน จากการประเมินของทีมบริการในประเทศไทยพบว่า ปัจจุบันมีการใช้ AI ในการดำเนินงานถึง 25% ของงานทั้งหมด และคาดการณ์ว่าภายในปี 2027 เมื่อ AI agent หรือแรงงานดิจิทัลได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สัดส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 40% การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการก้าวสู่ยุคองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยที่ AI agent จะทำงานร่วมกับบุคลากรในฐานะผู้ร่วมงาน โดยสามารถวิเคราะห์และดำเนินงานประจำได้อย่างเป็นอิสระ ขณะที่พนักงานสามารถทุ่มเทเวลาให้กับงานที่มีความซับซ้อนและสร้างมูลค่าสูงได้มากขึ้น

นอกเหนือจากความสามารถในการแก้ไขปัญหาที่เพิ่มขึ้น องค์กรต่าง ๆ กำลังลงทุนนำ AI Agent มาใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งในด้านการลดต้นทุนการให้บริการและการยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า โดยผู้เชี่ยว ชาญด้านการบริการในประเทศไทยคาดการณ์ว่า ระบบ AI อัตโนมัติจะช่วยเพิ่มรายได้จากการขายต่อยอดได้สูงถึง 20%

พนักงานที่ทำงานร่วมกับ AI รายงานผลลัพธ์ในเชิงบวกว่า ภาระงานที่ต้องทำซ้ำลดน้อยลง มีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนเองเพิ่มมากขึ้น และมองเห็นโอกาสในความก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

นอกเหนือจากประโยชน์ในระดับองค์กรแล้ว AI ยังส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อประสบการณ์การทำงานของพนักงานบริการลูกค้าแต่ละคนด้วย โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พบว่าพนักงานที่นำ AI มาใช้สามารถลดเวลาในการทำงานประจำที่ไม่ซับซ้อนลงได้ถึง 20% หรือเป็นการประหยัดเวลาได้ถึงประมาณ 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทำให้มีเวลามากขึ้นสำหรับงานที่ต้องใช้ทักษะและความเชี่ยวชาญระดับสูง นั่นหมายความว่าพวกเขาใช้เวลาน้อยลงในการจัดการงานพื้นฐาน เช่น การรีเซ็ตรหัสผ่านและการอัปเดตสถานะ แต่มีเวลามากขึ้นในการตัดสินใจเรื่องที่ต้องใช้การวิเคราะห์และการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้มากขึ้น สำหรับพนักงานในเอเชียแปซิฟิกที่ใช้ Agentic AI จะมีเวลาถึงหนึ่งในสี่ของสัปดาห์สำหรับการจัดการกับกรณีปัญหาที่ท้าทายและมีความซับซ้อน

เวลาที่ประหยัดได้จากการใช้ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ใช้ AI พนักงานที่นำ AI มาประยุกต์ใช้มีศักยภาพสูงกว่าในการเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำแก่เพื่อนร่วมงาน สามารถบริหารโครงการในหลากหลายสายงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความสามารถในการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับลูกค้าหลักและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า AI เป็นเครื่องมือสำคัญที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้สร้างการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาความก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพได้

จากข้อมูลพบว่า 84% ของพนักงานบริการลูกค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ใช้ AI ระบุว่า AI ได้สร้างโอกาสความก้าวหน้าในสายอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 82% ของพนักงานบริการได้พัฒนาทักษะใหม่ ๆ และ 85% ระบุว่าบทบาทหน้าที่ของตนมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเพิ่มขึ้นจากการทำงานร่วมกับเครื่องมือ AI ประเด็นสำคัญที่พบคือ พนักงานบริการที่ใช้ AI มีทัศนคติเชิงบวกต่ออนาคตการทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ AI เป็นประจำมีความมั่นใจในความก้าวหน้าในอาชีพอย่างมาก แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวอาจสะท้อนมุมมองเชิงบวกจากกลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มแรกที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล แต่ก็สอดคล้องกับรายงานด้านการพัฒนาทักษะ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และโอกาสในการก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำของพวกเขา

ในขณะที่องค์กรต่าง ๆ เริ่มนำ AI มาใช้งาน ความปลอดภัยและความแม่นยำยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก

แม้ว่าพนักงานบริการลูกค้าจะเห็นพ้องว่า AI เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ แต่การนำ AI มาใช้งานก็มาพร้อมกับความท้าทายหลายประการ อย่างไรก็ดี องค์กรในภาคบริการในประเทศไทยถึง 90% ระบุว่า อุปสรรคที่พวกเขาเผชิญนั้นเป็นสิ่งที่คาดการณ์ล่วงหน้าไว้แล้ว และในหลายกรณียังพบว่าสามารถจัดการได้ง่ายกว่าที่คิด ทั้งนี้ ประเด็นด้านความปลอดภัยยังคงเป็นข้อกังวลอันดับหนึ่ง โดยผู้นำด้านงานบริการในไทย 44% ระบุว่าความกังวลเรื่องความปลอดภัยส่งผลให้การเริ่มนำ AI มาใช้เกิดความล่าช้าหรือมีข้อจำกัดในการดำเนินการ

แม้แต่ในประเด็นด้านความปลอดภัย ทัศนคติของผู้เชี่ยวชาญก็กำลังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น จากรายงาน State of IT: Security หรือรายงานภาพรวมอุตสาหรรมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ฉบับล่าสุดโดย Salesforce พบว่าผู้นำด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในประเทศไทยทุกคนที่เข้าร่วมการสำรวจ ล้วนมีมุมมองเชิงบวกต่อ AI Agent โดยแต่ละคนระบุว่าเทคโนโลยีนี้สามารถเสริมประสิทธิภาพระบบรักษาความปลอดภัยขององค์กรได้ในอย่างน้อยหนึ่งด้าน หลายคนระบุถึงประโยชน์ที่เด่นชัด ทั้งในแง่การตรวจจับภัยคุกคาม การเฝ้าระวังความผิดปกติ และการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล หากมีการนำ Agentic AI มาประยุกต์ใช้อย่างรอบคอบและเหมาะสมจะไม่เพียงแต่ช่วยจัดการความเสี่ยงเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแกร่งให้กับระบบความปลอดภัยโดยรวมได้

คุณอภิสิทธิ์ กล่าวเสริมว่า “เราได้เห็นแล้วว่าเทคโนโลยี AI สามารถสร้างประโยชน์ให้กับลูกค้าในประเทศไทย ทีมที่ดูแลด้านการให้บริการ และภาคธุรกิจได้ในหลายด้าน อย่างไรก็ตาม หากต้องการให้เทคโนโลยีนี้สร้างประโยชน์ได้ในระยะยาว การนำ AI มาประยุกต์ใช้จำเป็นต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงอย่างรอบคอบและเป็นระบบ”

]]>
1554165
บันยัน กรุ๊ป เปิดตัวแบรนด์เรสซิเดนซ์ใหม่ภายใต้ชื่อ เบลลากูน่า (Bellaguna) https://positioningmag.com/1554158 Tue, 06 Jan 2026 04:27:27 +0000 https://positioningmag.com/?p=1554158 บันยัน กรุ๊ป ผู้บุกเบิกด้านการบริการที่ขับเคลื่อนด้วยจุดมุ่งหมาย และผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแบรนด์ระดับไฮเอนด์ ประกาศเปิดตัว เบลลากูน่า (Bellaguna) แบรนด์ที่อยู่อาศัยใหม่ล่าสุดของกลุ่ม

เบลลากูน่าได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านยุคใหม่ที่แสวงหาประสบการณ์การใช้ชีวิตอันเปี่ยมด้วยความหมาย ผ่านการนำเสนอที่พักอาศัยระดับพรีเมียมซึ่งได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อการอยู่อาศัยตลอดทั้งปี ภายใต้การบริหารจัดการอย่างมืออาชีพโดยบันยัน กรุ๊ป พร้อมการดำเนินงานที่เป็นอิสระจากส่วนโรงแรม เพื่อมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดและประสบการณ์การอยู่อาศัยคุณภาพระดับไฮเอนด์ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของบันยัน กรุ๊ป

ชื่อ “Bellaguna” เกิดจากการผสานความหมายของสองคำอันงดงาม ได้แก่ “Bella” ซึ่งหมายถึงความงาม สะท้อนถึงสถาปัตยกรรมอันประณีตและสภาพแวดล้อมที่กลมกลืนภายในโครงการ และ “Laguna” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลากูน่า ภูเก็ต จุดหมายปลายทางรีสอร์ตครบวงจรชั้นนำแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อหลอมรวมกัน ชื่อ “Bellaguna” จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสง่างามเหนือกาลเวลา ความสงบร่มรื่น และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ที่ผสานไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

“โครงการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมแบบสแตนด์อโลนได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจสำคัญของเรา การสร้างอัตลักษณ์เฉพาะสำหรับเซกเมนต์นี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น” คุณสจ๊วต รีดดิ้ง กรรมการผู้จัดการฝ่ายเรสซิเดนซ์ บันยัน กรุ๊ป กล่าว “Bellaguna คือบทใหม่ของการพัฒนาของเรา นำเสนอที่อยู่อาศัยที่เปี่ยมด้วยความประณีต ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติในปัจจุบัน พร้อมคงไว้ซึ่งมาตรฐานการบริการอันเป็นเอกลักษณ์ที่บันยัน กรุ๊ป เป็นที่ยอมรับมาอย่างยาวนาน”

แม้ว่าโครงการ Bellaguna บางแห่งจะตั้งอยู่ภายในลากูน่า ภูเก็ต แต่แบรนด์ได้รับการวางตำแหน่งให้สามารถดำเนินงานได้อย่างอิสระในหลากหลายจุดหมายปลายทาง ไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตามที่เจ้าของบ้านแสวงหาความงดงาม ความประณีต และความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับทั้งธรรมชาติและชุมชนโดยรอบ

บันยัน กรุ๊ป ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแบรนด์ระดับโลก โดยได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย และอันดับ 5 ของโลกในด้านปริมาณการพัฒนาโครงการ เฉพาะในจังหวัดภูเก็ต บันยัน กรุ๊ป คาดการณ์ว่าจะเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่มูลค่าสูงสุดถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะเวลา 2–3 ปีข้างหน้า

เปิดตัว เบลลากูน่า เลค เรสซิเดนซ์ โลตัส (Bellaguna Lake Residences Lotus) โครงการแรกภายใต้แบรนด์ เบลลากูน่า

เบลลากูน่า เลค เรสซิเดนซ์ โลตัส เป็นโครงการที่พักอาศัยร่วมสมัยที่หรูหราสง่างาม ตั้งอยู่ริมทะเลสาบอันงดงามใจกลางลากูน่า ภูเก็ต ริมหาดบางเทา

อาคารคอนโดมิเนี่ยมทั้ง 5 ได้รับการออกแบบให้มีรูปทรงเรียวยาวและสง่างาม โดยได้แรงบันดาลใจจากลวดลายเส้นสายของเรือยอชท์และการเคลื่อนไหวของสายน้ำ มอบทัศนียภาพแบบพาโนรามาของทะเลสาบและทะเลในส่วนของผนังอาคารได้รับการแต่งแต้มด้วยโทนสีเข้มอ่อนสลับดั่งเกลียวคลื่น สะท้อนแสงที่เปลี่ยนแปลงตลอดวัน ขณะที่ภายในตกแต่งด้วยโทนสีธรรมชาติอบอุ่น เปล่งประกายด้วยแสงธรรมชาติที่สาดส่องเข้ามา ระเบียงและชานกว้างโค้งรับกับเส้นสายของทะเลสาบ สะท้อนการผสานรวมกันของความงามตามธรรมชาติและความหรูหราที่สุขุมลุ่มลึกได้อย่างสมบูรณ์แบบแต่เรียบง่าย

รูปแบบที่พักอาศัยประกอบด้วยคอนโดมิเนียมขนาด 1–3 ห้องนอน และเพนท์เฮาส์ขนาด 2–3 ห้องนอน พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวบนดาดฟ้า

สระว่ายน้ำอินฟินิตี้บนดาดฟ้าพร้อมคาบาน่าส่วนตัวตั้งตระหง่านเป็นจุดเด่นบนอาคารแต่ละหลัง ขณะที่สวนภูมิทัศน์  อันเขียวชอุ่มได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่พักผ่อนอันเงียบสงบ โซนกิจกรรมสำหรับครอบครัว รวมถึงบอร์ดวอล์กและท่าเทียบเรือเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งเชื่อมต่อผู้อยู่อาศัยโดยตรงสู่บริการเรือรับส่งของลากูน่า ภูเก็ต

สิทธิพิเศษสำหรับเจ้าของบ้าน

• บริการจัดการพื้นที่ส่วนกลางและบริหารจัดการที่พักให้แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายหนึ่งปี ฟรีประกันภัยทรัพย์สินในปีแรก
• สิทธิพิเศษจากการเป็นสมาชิกโปรแกรม Laguna Advantage อาทิ ส่วนลดค่าเล่าเรียนโรงเรียนนานาชาติ บริการด้านสุขภาพ และสมาชิกสนามกอล์ฟ เป็นต้น
• สมาชิกโปรแกรม Sanctuary Club ที่มีเครือข่ายทั่วโลก เพื่อมอบสิทธิประโยชน์มากมายภายในเครือข่ายอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกของ บันยัน กรุ๊ป
• สมาชิกบีชคลับแห่งใหม่ล่าสุด ราวา บีชคลับ (RAVA Beach Club) บีชคลับส่วนตัวริมชายหาดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ริมหาดของลากูน่า ภูเก็ต

โครงการ เบลลากูน่า เลค เรสซิเดนซ์ โลตัส ตั้งอยู่ภายในลากูน่า ภูเก็ต รีสอร์ตครบวงจรชั้นนำของเอเชีย ที่มาพร้อมร้านอาหารระดับโลก สปาชั้นนำ ร้านค้าบูติก รวมถึงสนามกอล์ฟที่ได้รับรางวัลอย่าง ลากูน่า กอล์ฟ ภูเก็ต ทั้งหมดนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียง 30 นาที ในชุมชนที่ปลอดภัยและเหมาะสำหรับครอบครัว

การลงทุนด้านไลฟ์สไตล์ พร้อมบริการจัดการการปล่อยเช่าระดับมืออาชีพ

แม้ที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์ Bellaguna จะได้รับการออกแบบเพื่อการอยู่อาศัยตลอดทั้งปี แต่เจ้าของยังสามารถเพิ่มศักยภาพด้านการลงทุนได้ผ่านการเข้าร่วม Banyan Living แพลตฟอร์มบริหารการเช่าใหม่ล่าสุดของบันยัน กรุ๊ป โปรแกรมดังกล่าวเปิดให้เข้าร่วมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมการดูแลบริหารจัดการอย่างมืออาชีพในรูปแบบที่พักอาศัยระดับโรงแรม มอบความยืดหยุ่นให้แก่เจ้าของ ขณะเดียวกันก็สร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าพักด้วยมาตรฐานการบริการที่เชื่อถือได้ในระดับเดียวกับโรงแรม

ดาวน์โหลดรูปภาพความละเอียดสูงได้ที่นี่

]]>
1554158
สตาร์บัคส์ชวนเริ่มต้นปี 2026 ด้วยการเขียนข้อความส่งต่อความรู้สึกดีๆ ผ่านแคมเปญ More than a Cup พร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรดและเมนูขนมหลากหลาย https://positioningmag.com/1554151 Tue, 06 Jan 2026 04:19:49 +0000 https://positioningmag.com/?p=1554151 สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เชิญชวนทุกคนเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการส่งต่อความรู้สึกดีๆ ด้วยเครื่องดื่มและเมนูขนมหลากหลายเพื่อเติมเต็มความอบอุ่นและความสุข ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2569 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถร่วมส่งต่อพลังบวกผ่านแคมเปญ More than a Cup ด้วยการเขียนข้อความดีๆ เพื่อเติมพลังใจให้กับลูกค้าท่านอื่นลงบน Good Vibes Mini Card* โดยข้อความเหล่านี้อาจถูกนำไปส่งต่อเป็นข้อความอบอุ่นบนแก้วเครื่องดื่ม เพื่อมอบความรู้สึกดีๆ ให้กับลูกค้าท่านอื่นต่อไป นับเป็นการส่งต่อพลังบวกและทวีคูณความรู้สึกดีๆ ต้อนรับการเริ่มต้นปีใหม่ (*ลูกค้าจะได้รับ Mini Card เมื่อซื้อเครื่องดื่มสตาร์บัคส์ประเภทใดก็ได้ ขนาด 12 ออนซ์ขึ้นไป (รับ 1 ใบต่อ 1 ใบเสร็จ)

พบกับเครื่องดื่มไฮไลต์ยอดนิยมที่กลับมามอบความอิ่มเอมใจให้ทุกคนอีกครั้ง กับ เวียนนา ครีมมี ลาเต้ (Vienna Creamy Latte) ด้วยช็อตเอสเพรสโซ่เข้มข้นกับซอสวานิลลา มาสคาโปเน่และนม ท็อปด้วยซอสมอคค่า และปิดท้ายด้วยเวียนนาครีมโฟมและเบิร์นท์ คาราเมล พาวเดอร์ ทำให้กาแฟแก้วนี้เข้มละมุนอย่างลงตัว โดยลูกค้าสามารถเลือกความอร่อยได้ทั้งรูปแบบร้อน เย็น ปั่น (ทั้งสูตรกาแฟและครีม)

ยังเป็นการกลับมาอีกครั้งของเครื่องดื่ม ครีมมี เพียว มัทฉะ ลาเต้ (Creamy Pure Matcha Latte) และเพิ่มความพิเศษไปกับเครื่องดื่มรูปแบบใหม่กับ ครีมมี เพียว มัทฉะ ครีม แฟรบปูชิโน่ (Creamy Pure Matcha Cream Frappuccino®) ที่มอบความเข้มข้นจากเพียว มัทฉะแท้ ผสานกับซอสวานิลลา มาสคาโปเน่และนม ตกแต่งด้วยวิปครีมพร้อมโรยด้วยเบิร์นท์ คาราเมล พาวเดอร์

ทั้งนี้ ขอแนะนำเมนูเครื่องดื่มใหม่สำหรับผู้ที่รักสุขภาพ ด้วยเครื่องดื่มชาเขียวคอมบูชา สตรอว์เบอร์รี ยูสุ คอมฟรูชา เบฟเวอเรจ (Strawberry Yuzu KomFRUcha™ Beverage) เครื่องดื่มเบสชาอู่หลงผสมสตรอว์เบอร์รีและซอสยูสุ เติมเต็มความสดชื่นระหว่างวัน ลูกค้ายังสามารถเลือกความอร่อยได้ในรูปแบบไนโตรอีกด้วย

เริ่มต้นปีด้วยเมนูของว่างสุดพิเศษ เติมเต็มความสุขในทุกคำ

• ไวลด์เบอร์รีโดนัท (Wild Berries Donut) โดนัทสอดไส้ไวลด์เบอร์รีหลากหลายชนิด รสหวานอมเปรี้ยวเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม เสริมความน่ารักด้วยเกล็ดน้ำตาลรูปหัวใจ
• ขนมปังมอคค่าไส้ถั่วแดง (Red Bean Mocha Bun) ขนมปังบันไส้ถั่วแดงผสานความหอมของกาแฟสตาร์บัคส์ เพิ่มความชุ่มฉ่ำด้วยเนยสดแท้ หอมละมุนปิดท้ายด้วยท๊อปปิ้งคุกกี้รสกาแฟมอคค่า
• มาเดอลีนช็อกโกแลตเฮเซลนัท (Chocolate Hazelnut Madeleine) ขนมอบนุ่มชุ่มฉ่ำสไตล์ฝรั่งเศสสอดไส้ช็อกโกแลตเฮเซลนัท
• ช็อกโกแลตครีมพาย (Chocolate Cream Pie) พายพุดดิ้งช็อกโกแลตมอบเนื้อสัมผัสกรุบกรอบจากฐานคุกกี้ช็อกโกแลต และความละมุนจากวิปครีมสีขาวเนื้อฟูท็อปด้วยช็อกโกแลตครัมเบิล
• ครัวซองท์โบว์ครีมวานิลลา (Ribbon Croissant) ครัวซองท์รูปทรงริบบิ้นสุดสร้างสรรค์ สอดไส้ด้วยครีมคัสตาร์ดวานิลลา
• ดับเบิลช็อกโกแลตโมจิคุกกี้ (Double Chocolate Mochi Cookie) คุกกี้ช็อกโกแลตชิพสอดไส้โมจิเนื้อหนึบเคี้ยวเพลิน

เฉลิมฉลองปีใหม่กับคอลเลกชันดริ๊งก์แวร์ Happy Pony Farm ที่มาพร้อมความน่ารักอบอุ่น ต้อนรับปีมะเมียด้วยลวดลายลูกม้าหรือ Pony ในโทนสีแดงและสีส้ม สื่อถึงความก้าวหน้าและความกล้าหาญซึ่งเป็นคุณลักษณะอันเป็นสัญลักษณ์ของม้า เหมาะกับทุกโอกาสไม่ว่าจะมอบเป็นของขวัญรับปีใหม่ให้กับคนพิเศษ หรือจะเลือกเป็นไอเท็มที่เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นสิ่งดีๆ และความสำเร็จในปีนี้

ลูกค้าสตาร์บัคส์เลือกอิ่มอร่อยกับเครื่องดื่มแก้วโปรดได้ผ่านหลากหลายช่องทาง ทั้งผ่านบริการไดร์ฟทรูว์หรือสั่งผ่าน
แอปพลิเคชัน Starbucks Thailand (รองรับทั้ง iOS และ Android) กับบริการ Mobile Order-ahead & Pick Up at Store ที่ให้ลูกค้าสั่งล่วงหน้าและไปรับที่ร้านโดยไม่ต้องรอคิว หรือบริการ Mobile Order to Table ที่ลูกค้าสามารถสั่งผ่านแอป เพียงสแกนคิวอาร์โค้ดที่โต๊ะ และบาริสต้าจะนำออเดอร์มาเสิร์ฟที่โต๊ะโดยไม่ต้องลุกจากที่นั่ง อีกทั้งลูกค้าสามารถสัมผัส ประสบการณ์สตาร์บัคส์ ผ่านบริการ Starbucks® Delivers ได้อย่างสะดวกสบายพร้อมสะสมดาวได้ทุกออเดอร์ หรือผ่าน GrabFood, LINE MAN, Robinhood และ ShopeeFood นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถช้อปสินค้าประเภทดริ๊งก์แวร์ แอคเซสเซอรี่ packed food จากที่บ้านได้ง่ายๆ ที่ร้านค้าออนไลน์ของสตาร์บัคส์ทาง Shopee และ Lazada

]]>
1554151
ยูโอบี รวมพลผู้ประกอบการร้านอาหาร เจาะลึกกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ เสริมแกร่งธุรกิจและการเงินแบบครบวงจร https://positioningmag.com/1554145 Tue, 06 Jan 2026 04:13:04 +0000 https://positioningmag.com/?p=1554145 ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จัดงานสัมมนา “Accelerate Your Brand: F&B Growth Playbook for SMEs” ณ ยูโอบี พลาซา กรุงเทพฯ เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง พร้อมเจาะลึกเทคนิคการสร้างคอนเทนต์บน TikTok และนำเสนอโซลูชันทางการเงินและการจัดการธุรกิจผ่าน UOB BizSmart และพันธมิตร งานนี้ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการร้านอาหารและคาเฟ่มากกว่า 150 ราย สะท้อนถึงความต้องการยกระดับธุรกิจ F&B ให้เติบโตอย่างครบวงจร

จากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ในปี 2567 ยอดขายของธุรกิจบริการด้านอาหารมีมูลค่าอยู่ที่ 9.67 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องขึ้นทุกปี ซึ่งธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหารมีการจดทะเบียนนิติบุคคลจัดตั้งใหม่สูงสุด และมีอัตราเลิกกิจการสูงสุดเช่นกัน

นางสยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคาร ยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมาก ธนาคารจึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องพัฒนาแบรนด์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อสร้างความแตกต่างและความแข่งขันได้ในตลาด”

ในยุคที่ผู้บริโภคใช้โซเชียลมีเดียเป็นแหล่งค้นหาและตัดสินใจซื้ออาหาร การสร้างแบรนด์บนแพลตฟอร์มออนไลน์จึงเป็นสิ่งสำคัญ ข้อมูลจาก TikTok ระบุว่า กว่า ร้อยละ 67 ของผู้ใช้ค้นหาคอนเทนต์อาหารอย่างตั้งใจ ทำให้หมวดหมู่อาหารและเครื่องดื่มติดอันดับของคอนเทนต์ยอดนิยมทั่วโลก สะท้อนถึงโอกาสมหาศาลสำหรับธุรกิจ F&B ในการสร้างคอนเทนต์ที่โดนใจและเชื่อมต่อกับผู้บริโภค โดยมี 3 เทคนิคสำคัญ ได้แก่ Hook: ดึงดูดความสนใจตั้งแต่แรก Key Message: สื่อสารใจความสำคัญชัดเจน และ Call to Action: กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ

ภายในงานยังมีเจ้าของแบรนด์ร้านอาหารชื่อดัง เช่น Lele Juice Bar, Guss Damn Good, Bonnie Café & Bakery และเฮียด่วน มาร่วมแบ่งปันแนวทางการสร้างแบรนด์ให้โดดเด่น โดยเน้นการรักษาคุณภาพควบคู่กับความกล้าในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เพื่อสร้าง “Story to Flavor” ผ่านอารมณ์ของลูกค้า พร้อมทั้งการทำ Collaboration กับแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเพื่อสร้างกระแสใหม่ในตลาด

เสริมแกร่งเอสเอ็มอีด้วยดิจิทัลโซลูชันจาก UOB BizSmart และพันธมิตร

ผู้เข้าร่วมงานยังได้รับข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญของธนาคารยูโอบีเกี่ยวกับโซลูชันทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจ F&B ครอบคลุมทั้งสินเชื่อเพื่อบริหารกระแสเงินสด การขยายกิจการ และเสริมสภาพคล่อง พร้อมรับฟังประสบการณ์จากผู้ก่อตั้ง Bone Boost แบรนด์น้ำซุปกระดูก มาแชร์เคล็ดลับการปั้นแบรนด์ พร้อมประสบการณ์การการใช้โซลูชันที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ รวมถึงการพูดคุยกับ Adaptis เรื่องระบบรับชำระเงินแบบครบวงจร และประกันภัยร้านค้าและธุรกิจจาก MSIG ที่ช่วยบริหารความเสี่ยงและป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจกระทบต่อธุรกิจ

นางสยุมรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “สิ่งที่ธนาคารมุ่งหวังคือการเป็น Growth Partner ที่เข้าใจความท้าทายของ          ผู้ประกอบการ และพร้อมสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ตั้งแต่การจัดการเงินทุน การลดความเสี่ยง ไปจนถึงการวางระบบหลังบ้าน เพื่อให้สามารถแข่งขันและขยายโอกาสในตลาดได้อย่างมั่นใจ”

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันเพื่อธุรกิจจาก UOB BizSmart ได้ที่ https://www.uob.co.th/business/digital/uob-partner-solutions.page

]]>
1554145
เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เร่งกระตุ้นกำลังซื้อรับต้นปี 2569 เปิด 2 แคมเปญใหญ่ “SURPRISE GIVEAWAY 2026” และ “ULTIMATE LUXE 2026” เจาะผู้บริโภค Mid–High ที่มองหาความคุ้มค่าในยุคใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล https://positioningmag.com/1554139 Tue, 06 Jan 2026 04:02:09 +0000 https://positioningmag.com/?p=1554139 ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เดินหน้ากระตุ้นบรรยากาศการจับจ่ายรับต้นปี 69 เร่งอัด 2 แคมเปญอย่าง “SURPRISE GIVEAWAY 2026” และ “ULTIMATE LUXE 2026” เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่ม Mid to High ที่มองหาความคุ้มค่า สิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ และแรงจูงใจในการตัดสินใจซื้อในช่วงต้นปี แคมเปญดังกล่าวสะท้อนเทรนด์การตลาดค้าปลีกในปัจจุบัน ที่แบรนด์และศูนย์การค้าต้องผสาน “Reward-based Promotion”  เข้ากับ Loyalty Program เพื่อรักษาฐานลูกค้าคุณภาพ และกระตุ้นการใช้จ่ายซ้ำ (Repeat Spending) ในช่วงที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบริหารงบประมาณมากขึ้น

กระตุ้นการช้อปกลุ่ม Fashion & Lifestyle กับ “SURPRISE GIVEAWAY 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 31 มกราคม 2569 มุ่งกระตุ้นการใช้จ่ายในหมวด Fashion & Lifestyle ด้วยสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์การตัดสินใจซื้อในช่วงต้นปี
• ช้อปครบ 30,000 บาท/วัน รับฟรี Central Embassy Voucher มูลค่า 1,000 บาท สูงสุด 4,000 บาท/ท่าน (จำกัด 50 รางวัลต่อรอบ รวม 200 รางวัลตลอดรายการ)
• รับสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ทั้งเครดิตเงินคืนสูงสุด 30% หรือผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน

ตอบโจทย์นักช้อประดับพรีเมียมกับ “ULTIMATE LUXE 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 มกราคม – 2 มีนาคม 2569 มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้า Luxury Fashion (ไม่รวม Luxury Watch & Jewelry) ที่มองหาความคุ้มค่า ควบคู่ประสบ การณ์การช้อประดับพรีเมียมที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และ Luxe Galerie, เซ็นทรัล ชิดลม
• ช้อปครบตามยอดที่กำหนด รับ Central Embassy Voucher หรือ Central Luxe Galerie Cash Coupon รวมสูงสุด 240,000 บาท
o ช้อปครบ 50,000 บาท รับ 1,500 บาท
o ช้อปครบ 150,000 บาท รับ 5,000 บาท
o ช้อปครบ 400,000 บาท รับ 15,000 บาท
• สิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ทั้งเครดิตเงินคืนสูงสุด 30% หรือผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน
• ขยายประสบการณ์สมาชิกผ่านระบบ Loyalty โดย
o สมาชิก CENFINTY รับคะแนนสะสมทุก 150 บาท = 1 คะแนนสำหรับร้านค้าในหมวด Fashion & Lifestyle
o ครั้งแรกสำหรับสมาชิก THE 1 รับคะแนนจากการใช้จ่าย สำหรับร้านค้า Luxury Fashion ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และ Luxe Galerie, เซ็นทรัล ชิดลม ทุก200 บาท = 1 คะแนน (ระหว่างวันที่ 6 มกราคม – 2 มีนาคม 2569)

การเปิดตัวทั้งสองแคมเปญในช่วงต้นปี สะท้อนแนวคิดของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ในการตอบรับเทรนด์ปัจจุบันที่ผู้บริโภคยังพร้อมใช้จ่าย แต่คาดหวังผลตอบแทนที่ชัดเจน ทั้งในรูปแบบส่วนลด คะแนนสะสม และประสบการณ์การช้อปปิ้งที่แตกต่างกัน

แคมเปญ SURPRISE GIVEAWAY 2026 และ ULTIMATE LUXE 2026 จึงไม่ใช่เพียงการกระตุ้นยอดขาย ระยะสั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวในการรักษาฐานลูกค้าคุณภาพ เสริมความแข็งแกร่งของ Loyalty Program และตอกย้ำบทบาทของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ในฐานะ Luxury & Lifestyle Destination ที่เข้าใจ      ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง

 

]]>
1554139
บทสรุปความสำเร็จเคานต์ดาวน์ระดับโลก เซ็นทรัลเวิลด์ ยืนหนึ่ง สมศักดิ์ศรี “Times Square of Asia” https://positioningmag.com/1554134 Tue, 06 Jan 2026 03:56:27 +0000 https://positioningmag.com/?p=1554134 บทสรุปแห่งความสำเร็จของการเป็นแลนด์มาร์กเคานต์ดาวน์ระดับโลก ถูกสะท้อนอย่างชัดเจนอีกครั้งที่ เซ็นทรัลเวิลด์ กับปรากฏการณ์ centralwOrld Bangkok Countdown ซึ่งรองรับผู้ร่วมงานกว่า 350,000 คน ใจกลางกรุงเทพฯ ในคืนเดียว ท่ามกลางโปรดักชันแสง สี เสียง เวทีเอนเตอร์เทนเมนต์ รวมถึงการแสดงพลุและโดรนใจกลางเมืองในสเกลระดับเวิลด์คลาส ภาพของผู้คนนับแสนที่รวมตัวกันในวินาทีข้ามปี ไม่เพียงสร้างโมเมนต์แห่งการเฉลิมฉลองร่วมกันของผู้คนจากทั่วประเทศ และนักท่องเที่ยวจากนานาชาติ แต่ยังตอกย้ำภาพจำของกรุงเทพฯ บนเวทีโลก ในฐานะ “Times Square of Asia” อย่างสง่างาม เป็นรูปธรรม และสมศักดิ์ศรีแลนด์มาร์กเคานต์ดาวน์ระดับโลกที่ยืนหนึ่งด้วยพลังผู้คน

5 เหตุผลย้ำ centralwOrld Bangkok Countdown แห่งเดียวของเอเชียที่เทียบชั้น Times Square, New York ไม่เหมือนตรงไหน เอาปากกามาวง

1.ศูนย์กลางมหานครระดับโลก เช่นเดียวกับ Times Square New York ที่ทำหน้าที่เป็นหัวใจของมหานครนิวยอร์ก centralwOrld Bangkok Countdown ตั้งอยู่บนทำเล Strategic Location ณ แยกราชประสงค์ ศูนย์กลางการเดินทางและไลฟ์สไตล์ของกรุงเทพฯ ที่เชื่อมต่อระบบขนส่งหลัก และเป็นจุดนัดพบของผู้คนในช่วงเวลาสำคัญที่สุดของปี

2.ศักยภาพรองรับมหาชนขนาดใหญ่ Times Square เป็นที่รู้จักในฐานะพื้นที่รองรับผู้คนเรือนแสนจากทั่วโลกในคืนส่งท้ายปี ขณะที่เซ็นทรัลเวิลด์มีพื้นที่เปิดใจกลางเมืองขนาดใหญ่ ล่าสุดรองรับผู้ร่วมงานกว่า 350,000 คน มากที่สุดในประเทศไทยและเอเชีย

3.ประสบการณ์เคานต์ดาวน์ระดับ World-class เซ็นทรัลเวิลด์ยกระดับการนับถอยหลังสู่ปีใหม่ให้เป็น World’s Entertainment Countdown ด้วยเวทีคอนเสิร์ตจากศิลปินแถวหน้าของประเทศ การแสดงแสง สี เสียง และ    โปรดักชันระดับโลกฝีมือคนไทย 100% ใจกลางมหานคร ที่สร้างบรรยากาศการเฉลิมฉลองอย่างเต็มรูปแบบ

4.ภาพจำด้านแสงสีและเทคโนโลยีของเมือง Times Square โดดเด่นด้วยจอ LED ขนาดยักษ์รายล้อมอาคารสูง ขณะที่เซ็นทรัลเวิลด์สร้างเอกลักษณ์ด้วยพลุ City-scape ยาวที่สุด ผสาน Drone จอ PANORAMIX ดิจิทัล ยาวตลอดแนวราชประสงค์ ถ่ายทอดวินาทีแรกของปีใหม่อย่างยิ่งใหญ่

5.หมุดหมายเคานต์ดาวน์ระดับนานาชาติ เช่นเดียวกับ Times Square ที่อยู่ในลิสต์จุดหมายปลายทางระดับโลก centralwOrld Bangkok Countdown ได้รับการยอมรับในฐานะแลนด์มาร์กเคานต์ดาวน์ที่ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเลือกมาเยือน เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวินาทีข้ามปีในบรรยากาศระดับสากล

ด้วยบทบาทผู้ริเริ่มการจัดงานเคานต์ดาวน์ของไทย ทำเลใจกลางเมือง การรวมตัวของผู้คนกว่า 350,000 คน ใจกลางกรุงเทพฯ และประสบการณ์เอนเตอร์เทนเมนต์ระดับโลก centralwOrld Bangkok Countdown จึงไม่ได้เป็นเพียงงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปี แต่สะท้อนภาพของกรุงเทพฯ บนเวทีโลกในฐานะ “Times Square of Asia”

#CentralCountdown2026 #CountdownCTW2026 #CTWBKKCountdown2026

#CentralWorld #เซ็นทรัลเวิลด์ #CentralPattana #เซ็นทรัลพัฒนา

 

]]>
1554134
เซ็นทรัลพัฒนา จับมือกสิกรไทย เสิร์ฟความฟินรับปีใหม่! กับ “มื้อนี้ K เลย” อิ่มคุ้ม X3 https://positioningmag.com/1554128 Tue, 06 Jan 2026 03:52:36 +0000 https://positioningmag.com/?p=1554128 สายกินอิ่มฟินได้ทุกมื้อ เมื่อ เซ็นทรัลพัฒนา ผนึกกำลัง ธนาคารกสิกรไทย จัดแคมเปญ “มื้อนี้ K เลย” อิ่มคุ้ม X3  ทั้งแฮงก์เอาต์กับเพื่อน มื้ออบอุ่นของครอบครัว หรือมื้อฉลองโอกาสพิเศษ เพียงใช้บัตรเครดิตกสิกรไทย ที่ร้านอาหารร่วมรายการในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 10 สาขา พร้อมสิทธิพิเศษจัดเต็ม 3 ต่อ ฟินจริง คุ้มจริง ตั้งแต่วันนี้ – 20 มกราคม 2569

“มื้อนี้ K เลย” อิ่มคุ้ม X3 จัดเต็ม 3 สิทธิพิเศษ

1. รับ ส่วนลดสูงสุด 50%* กับร้านอาหารที่ร่วมรายการภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลที่ร่วมแคมเปญ

2. รับ บัตร Starbucks มูลค่า 100 บาท* เมื่อรับประทานอาหารครบ 1,000 บาทขึ้นไป/เซลส์สลิป (จำกัด 100 บาท/ท่าน/วัน สูงสุด 300 บาท/ท่าน/ตลอดรายการ และจำกัดสิทธิ์รวม 3,900 สิทธิ์)

3. แลก K Point เท่ายอดใช้จ่าย รับ เครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 18%*

วันศุกร์–อาทิตย์ รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 18%
วันจันทร์–พฤหัสบดี รับเครดิตเงินคืน 15%
(*ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด และต้องลงทะเบียนผ่าน SMS ภายในวันที่ทำรายการ)

อิ่มคุ้มได้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 10 สาขาได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, เซ็นทรัล เวสต์เกต, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล พระราม 2, เซ็นทรัล พระราม 3, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 และมาร่วมอิ่มอร่อยและรับความคุ้มค่าแบบ X3 ได้แล้ว กับแคมเปญ “มื้อนี้ K เลย” อิ่มคุ้ม X3 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 20 มกราคม 2569

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

#บัตรเครดิตกสิกรไทย #มื้อนี้Kเลย #CentralPattana #เซ็นทรัลพัฒนา

 

 

]]>
1554128