ไม่มีหมวดหมู่ – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Wed, 11 Feb 2026 09:10:23 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 โรบินสันไลฟ์ https://positioningmag.com/1559213 Wed, 11 Feb 2026 09:10:23 +0000 https://positioningmag.com/?p=1559213 1559213 เข้าใจบ้าน https://positioningmag.com/1559188 Wed, 11 Feb 2026 08:37:40 +0000 https://positioningmag.com/?p=1559188 1559188 SCB FM มองเงินบาทอาจแข็งค่าได้อีกเล็กน้อยในระยะสั้น และอาจกลับมาอ่อนค่าได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ https://positioningmag.com/1555243 Thu, 15 Jan 2026 06:31:57 +0000 https://positioningmag.com/?p=1555243 กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets: SCB FM) เปิดเผยว่า เงินบาทในเดือนนี้ผันผวนมากขึ้น โดยแข็งค่าเร็วตามราคาทองคำที่ปรับสูงขึ้นแรง แต่กลับมาอ่อนค่าได้หลังมีข่าวเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายในตลาดการเงินของไทย สำหรับในช่วงครึ่งปีแรก คาดว่าเงินบาทอาจแข็งค่าต่อได้ หาก Fed ลดดอกเบี้ยตามที่คาด และราคาทองคำยังสูงขึ้นต่อตามความเสี่ยงเรื่องสงครามในต่างประเทศ อย่างไรก็ดี เงินบาทมีโอกาสกลับมาอ่อนค่าได้ในช่วงครึ่งปีหลัง หากการลดดอกเบี้ยของ Fed จบลง เงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้า EM รวมถึงไทยน้อยลง และเศรษฐกิจไทยยังอ่อนแอตามที่คาด นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เงินบาทกลับมาอ่อนค่าได้ในบางช่วง มองกรอบเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วง 1 เดือนนี้ที่ราว 31.10-31.60

นายแพททริก ปูเลีย รองผู้จัดการใหญ่ Head of Financial Markets Function ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าตั้งแต่เปิดปีใหม่มา เงินบาทผันผวนมากขึ้น โดยในช่วงสัปดาห์แรกพบว่าเงินบาทแข็งค่าเร็วตามราคาทองคำที่ปรับสูงขึ้นแรง หลังเกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และเหตุการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศ ทั้งเวเนซุเอลา และอิหร่าน อีกทั้งเงินทุนเคลื่อนย้ายยังไหลเข้าตลาดบอนด์ไทยต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ก็เป็นอีกปัจจัยที่ดันให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นมา อย่างไรก็ดี หลังมีการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินนโยบายในตลาดการเงินของไทย เช่น โอกาสการลดดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า รวมถึงโอกาสที่จะปรับกฎเกณฑ์ควบคุมการทำธุรกรรมซื้อ/ขายทองคำ โดยเฉพาะในแพลตฟอร์มออนไลน์ จึงทำให้เงินบาทกลับมาอ่อนค่าเร็ว

สำหรับมุมมองในระยะต่อไป เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอีกเล็กน้อย หรืออยู่ในโซนแข็งค่า อย่างน้อยภายในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ แต่ในช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสที่จะเห็นเงินบาททยอยกลับมาอ่อนค่าได้ โดยปัจจัยที่จะทำให้เงินบาทแข็งค่าได้ต่อในช่วงครึ่งปีแรกมาจาก 1) ดัชนีเงินดอลลาร์อาจยังอ่อนค่าตามการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดยมองว่าแรงกดดันเงินเฟ้อในสหรัฐฯ จะปรับลดลง ขณะที่ตลาดแรงงานยังมีความเสี่ยงที่จะปรับแย่ลงต่อจากเทรนด์ AI ที่อาจเข้ามาแทนที่แรงงานบางส่วน จึงทำให้ Fed จะลดดอกเบี้ยต่อได้อีก 2 ครั้งในปีนี้ 2) เศรษฐกิจโลกที่ยังโตต่อได้ ซึ่งอาจส่งผลให้ความต้องการถือดอลลาร์อาจไม่มากนัก 3) ค่าเงินภูมิภาค โดยเฉพาะเงินหยวน มีแนวโน้มแข็งค่าต่อได้จากมุมมองเศรษฐกิจและการค้าที่ยังขยายตัวได้ต่อเนื่องในปีนี้ และ 4) ราคาทองคำที่อาจปรับสูงขึ้นต่อได้ แม้จะไม่มากเท่าปีที่แล้ว อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของเงินบาทอาจไม่มากเท่าในปีที่แล้ว และหาก ธปท. ออกนโยบายดูแลการซื้อขายทองคำเพื่อลดทอนผลกระทบของราคาทองคำต่อเงินบาทได้อย่างตรงจุด ก็จะทำให้แรงกดดันด้านแข็งค่าของเงินบาทลดลงได้ มองกรอบ USDTHB ในช่วง 1 เดือนนี้ที่ราว 31.10-31.60

สำหรับในระยะยาว เงินบาทอาจกลับมาอ่อนค่าได้ มองกรอบปลายปีที่ราว 32.00-33.00 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยที่อาจทำให้เงินบาทอ่อนค่ามาจาก 1) หลังจบ Easing cycle และเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังโตต่อได้ดีจากการลงทุนและนโยบายภาครัฐที่เร่งการใช้จ่าย/ลงทุน (AI, Data center, Defense) ซึ่งจะดันให้เงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าได้ 2) เศรษฐกิจไทยที่ยังมีแนวโน้มอ่อนแอลง และดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มปรับแย่ลงตามการส่งออกที่อาจหดตัวได้ในปีนี้ 3) เงินทุนเคลื่อนย้ายอาจไม่ไหลเข้ามาเท่าในปีก่อน เพราะ Easing cycle ในเอเชียใกล้จบลง และการโยกเงินออกจากสหรัฐฯ อาจลดลง หลังนักลงทุนเคยชินกับความไม่แน่นอนของนโยบายทรัมป์ และ 4) การเมืองไทยที่ยังมีความไม่แน่นอน และอาจทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า

นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงที่มีความไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาล อาจทำให้มีเงินไหลออกและบาทอ่อนค่าได้ในบางช่วง โดยผลต่อเงินบาทจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจัดตั้งรัฐบาล หากการเลือกตั้งไม่ถูกเลื่อนออกไป รัฐบาลจัดตั้งได้เร็ว เงินบาทอาจอ่อนค่าเพียงเล็กน้อยและในช่วงสั้น อย่างไรก็ดี หาก Timeline การจัดตั้งรัฐบาลถูกเลื่อนออกไปจากที่ประเมิน หรือมีการประท้วงการเลือกตั้ง ก็อาจทำให้บาทอ่อนค่าเร็วได้ โดยกรณี Worst case บาทอาจอ่อนค่ามากกว่า 30-40 สตางค์ภายใน 1 วันได้ สำหรับกระบวนการจัดทำงบประมาณปี 2027 นายวชิรวัฒน์ มองว่าหากการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปตาม Timeline พ.ร.บ. งบฯ ปี 2027 อาจประกาศล่าช้า 1-2 เดือน ขณะที่การเร่งรัดเบิกจ่ายงบฯ ปี 2026 จะทำให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและตลาดการเงินอาจไม่มากนัก อย่างไรก็ดี หากการจัดตั้งรัฐบาลมีความล่าช้า ส่งผลต่อการจัดทำงบฯ ปี 2027 ก็อาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจไทยและค่าเงินในช่วงครึ่งปีหลังได้

สำหรับมุมมองนโยบายการเงินไทยคาดว่า กนง. จะลดดอกเบี้ยนโยบายลงไปอยู่ที่ 1% ภายในกลางปีนี้ และทรงตัวต่ำนานถึงปี 2027 เพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำมากต่อเนื่อง สำหรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดการเงินนั้น ตลาดให้โอกาสเพียง 40-50% ที่ กนง. จะลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ และพบว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาจากอุปสงค์ของนักลงทุนที่เบาบางลง ขณะที่อุปทานพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้กลุ่มค่าน่าเชื่อถือสูงมีออกมามากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้หาก กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบายตามที่ประเมิน ก็จะกดดันให้ Short-term bond yields ปรับลดลงมาได้

สำหรับมุมมองสกุลเงินอื่นในปีนี้ มองว่าเงินยูโรและเงินหยวนมีแนวโน้มแข็งค่าเทียบต่อเงินดอลลาร์สหรัฐ และอาจแข็งค่าเทียบต่อเงินบาทเช่นกัน โดยเงินยูโรมีแนวโน้มแข็งค่าต่อได้ จาก 1) ดัชนีเงินดอลลาร์ที่ปรับอ่อนค่าลง 2) แรงส่งจากภาคการคลัง โดยเฉพาะจากเยอรมนีที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐานนอกงบประมาณ รวมถึงการเพิ่มการใช้จ่ายด้านการทหาร ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อภาคการผลิต (Manufacturing) 3) เศรษฐกิจของบางประเทศที่คาดว่ายังโตได้ดีในปีนี้ เช่น สเปน ที่การใช้จ่ายผู้บริโภคยังขยายตัวดีตามการใช้จ่ายภาครัฐ และเศรษฐกิจหันไปเน้นภาคบริการที่มี value-added มากขึ้น และ 4) ส่วนต่างดอกเบี้ยมีแนวโน้มแคบลง เพราะ Fed อาจลดดอกเบี้ยต่ออีก 2 ครั้ง ขณะที่ ECB น่าจะคงดอกเบี้ยในปีนี้ ทำให้มองว่า เงินยูโรเทียบต่อบาทอาจแข็งค่าขึ้นไปที่ราว 37.00-37.50 ภายในไตรมาสแรกของปีนี้ อย่างไรก็ดี เงินยูโรอาจเจอแรงกดดันด้านอ่อนค่าบางช่วง จากความไม่แน่นอนทางการเมืองในบางประเทศ เช่น ฝรั่งเศส

สำหรับเงินหยวนมีแนวโน้มแข็งค่าต่อได้ จาก 1) เศรษฐกิจจีนที่คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากการส่งออกที่อาจโตต่อเนื่องได้ และสินค้าจีนที่มีคุณภาพสูงขึ้น ขณะที่ราคาต่ำ จะส่งออกไปแข่งขันต่างประเทศมากขึ้น 2) จีนมีส่วนแบ่งตลาดของแร่ Rare earth refining และ Magnet production ถึง 90% ทำให้มีอำนาจต่อรองในการยับยั้งการขึ้น Tariffs ในระดับสูงได้ 3) ภาคการผลิตจีนมีแนวโน้มขยายตัวแข็งแกร่ง และดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น เพราะการขยายตัวของภาคการผลิตและการส่งออก ขณะที่อุปสงค์ในประเทศยังอ่อนแอ ทำให้การนำเข้าจะยังไม่โตนัก โดยมองว่าเงินหยวนเทียบต่อบาทอาจแข็งค่าขึ้นไปที่ราว 4.53 ภายในไตรมาสแรกของปีนี้

ด้านเงินเยนมองว่ามีแนวโน้มแข็งค่าได้เพียงเล็กน้อย เพราะตลาดยังให้น้ำหนักต่อความกังวลเรื่องการเมืองญี่ปุ่น  ขณะที่การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่นจะเป็นไปอย่างช้า ๆ โดยคาดว่า BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ยได้ 1-2 ครั้งในปีนี้ (ครั้งแรกอาจเป็นเดือน ก.ค.) ซึ่งถือว่าค่อยเป็นค่อยไป และ reaction ของค่าเงินน่าจะยังน้อย ขณะที่ประเด็นการเมืองยังเป็นปัจจัยใหญ่ที่กดดันเงินเยนให้อ่อนค่า โดยในช่วงนี้ต้องจับตาการประกาศยุบสภา และการเลือกตั้งต่อไป อีกทั้ง มาตรการการคลังของญี่ปุ่นเพิ่มแรงกดดันด้านสูงต่อ JGB yields และกดดันให้เงินเยนอ่อนค่าเช่นกัน สำหรับความกังวลเรื่องการ Unwind carry trade ของนักลงทุนโลก นายวชิรวัฒน์มองว่าจะไม่รุนแรงนัก เพราะ 1) Policy normalization จะเป็นอย่างช้า ๆ ขณะที่ดอกเบี้ยญี่ปุ่นยังต่ำกว่าต่างประเทศอยู่มาก และ Global environment จะยังหนุนให้มีการลงทุนในสหรัฐฯ จึงน่าจะไม่มีการ unwind การลงทุนกลับมามาก และ 2) ส่วนต่างดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มแคบลง ทำให้ FX hedging cost ของนักลงทุนญี่ปุ่นที่จะลงทุนต่างประเทศถูกลง จึงคาดว่า อาจมีการทำ FX hedge เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ Capital flows มีผลต่อค่าเงินน้อยลง

 

]]>
1555243
Easy Money วิเคราะห์เศรษฐกิจไทยปี 2569 “การบริหารเงินและสภาพคล่อง” คือกุญแจอยู่รอดของคนไทย https://positioningmag.com/1554932 Tue, 13 Jan 2026 14:04:06 +0000 https://positioningmag.com/?p=1554932 “อีซี่มันนี่” วิเคราะห์เศรษฐกิจไทยปี 2569 ต้องเผชิญหน้ากับความผันผวน จากแรงกดดันเศรษฐกิจโลก การเมือง    ในประเทศ หนี้ครัวเรือน แต่หากคนไทยบริหารการเงินเป็น รักษาสภาพคล่องให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ชีวิตจะไม่สะดุด พร้อมตอกย้ำแนวคิด ‘Asset-Backed Financing’ เปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นทุนภายใต้แนวคิด ‘กู้ตัวเอง ไม่พึ่งใคร’

นายสุธี พนาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อีซี่มันนี่ กรุ๊ป ผู้นำนวัตกรรมธุรกิจสินเชื่อทรัพย์ค้ำประกันของไทย “อีซี่มันนี่” กล่าวว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะยังไม่ใช่ปีที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย แต่อัตราการเติบโตยังอยู่ในระดับจำกัด และไม่กระจายตัวอย่างทั่วถึงในทุกภาคส่วน โดยปัจจัยหลักที่ยังเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทย ได้แก่ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงกำลังซื้อภายในประเทศที่ฟื้นตัวช้า ต้นทุนการดำเนินชีวิตและต้นทุนธุรกิจที่ยังทรงตัว รวมถึงความผันผวนจากเศรษฐกิจโลก ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อภาคครัวเรือน กลุ่มอาชีพอิสระ (Freelance) และผู้ประกอบการธุรกิจขนาด SME

“ปี 2569 อาจไม่ใช่ปีที่เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างรวดเร็วแต่หากคนไทยบริหารการเงินเป็นและจัดการสภาพคล่องอย่างดี ชีวิตจะไม่สะดุด และยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดยังคงเป็นภาคครัวเรือนระดับฐานราก กลุ่มฟรีแลนซ์ และผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งต้องเผชิญกับรายได้ที่ไม่แน่นอน ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายและภาระหนี้ยังไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้พฤติกรรมทางการเงินในปี 2569 จะเน้นการประคองตัวมากกว่าเพิ่มการลงทุน”    นายสุธี กล่าว

สภาพคล่องทางการเงิน คือหัวใจของการอยู่รอด

เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าไม่ได้หมายความว่าคนไทยจะไม่มีทางเลือกทางการเงิน หากเราสามารถบริหารจัดการการเงินอย่างมีวินัย วางแผนรายรับ–รายจ่ายอย่างรอบคอบ และเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินที่ชาญฉลาดและง่าย ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดคิด และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ซึ่งบทบาทของผู้ให้บริการทางการเงินในปี 2569 ไม่ได้อยู่ที่การผลักภาระหนี้ระยะยาวให้กับประชาชน แต่ควรให้การสนับสนุน สภาพคล่องที่เหมาะสม ยืดหยุ่น และสอดคล้องกับศักยภาพของคนแต่ละกลุ่ม เพื่อช่วยให้คนไทยสามารถรักษาความมั่นคงทางการเงินและเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน

นายสุธี กล่าวต่อไปว่า ความต้องการใช้บริการสินเชื่อจำนำในกลุ่มเจ้าของกิจการและผู้ประกอบอาชีพอิสระยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ยอดจำนำใหม่จากกลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้นกว่า 21.95% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนบทบาทของทรัพย์สินในการเป็นแหล่งทุนหมุนเวียนในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ขณะที่ยอดการรับจำนำสินค้าในกลุ่มทองคำแท่งขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2568 เติบโตเพิ่มขึ้น 124.64% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ชี้ให้เห็นพฤติกรรมลูกค้าที่เลือกใช้ทองคำแท่งเป็นแหล่งสภาพคล่องในภาวะเศรษฐกิจผันผวน ไปจนถึงการทำธุรกรรมรูปแบบชำระดอกเบี้ยออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันเติบโต 30.65% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สอดรับกับพฤติกรรมของคนในยุคใหม่ที่เน้นความสะดวกรวดเร็วในการใช้บริการ

‘อีซี่มันนี่’ ตอกย้ำผู้นำสถาบันการเงินทางเลือก

อีซี่มันนี่มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนมุมมองของสังคมที่มีต่อโรงรับจำนำว่าเป็น ‘เครื่องมือสร้างโอกาส’ ที่โปร่งใส รวดเร็ว และให้เกียรติผู้ใช้บริการ เพราะหนึ่งในช่องว่างสำคัญในระบบการเงินไทยคือ ผู้คนจำนวนมากมีทรัพย์สินอยู่ในมือ แต่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้ โดยอีซี่มันนี่ พยายามสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ว่า การใช้สินทรัพย์ค้ำประกันไม่ใช่การ ‘ก่อหนี้ใหม่’ แต่คือการ ‘กู้ยืมเงินจากสินทรัพย์ของตัวเอง’ คือ Asset-Backed Financing คือการกู้ตัวเอง ลูกค้ากำลังใช้สิทธิ์ในสิ่งที่เขามี ปลอดภัยกว่า และมีต้นทุนการเงินที่สมเหตุสมผลกว่า

ที่สำคัญคือการยกระดับอุตสาหกรรมจากการเป็น ‘ทางออกฉุกเฉิน’ สู่การเป็น ‘ประตูสู่โอกาส’ เพื่อปลดล็อกศักยภาพสินทรัพย์ของคนไทย โดยทำหน้าที่เป็น ‘Bridging Loan’ (สินเชื่อระยะสั้น) หรือ เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นโรงเรียนอนุบาลทางการเงิน (Financial Kindergarten) ที่ช่วยผู้คนคนคว้าโอกาสทางธุรกิจได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องเสียความเป็นเจ้าของทางธุรกิจ

แนวคิดนี้จะมุ่งเน้นการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) สำหรับผู้มีทรัพย์ที่ต้องการต่อยอดโอกาส ของกลุ่มฟรีแลนซ์ SME ที่ระบบการเงินหลักมักมองข้าม โดยเปลี่ยนวิธีการประเมินด้วยรายได้ มาเป็นการประเมินจากสินทรัพย์ที่เขามีอยู่ในมือ การใช้เทคโนโลยี อย่างเช่น Easy Smart Application มาสร้างความสะดวกและโปร่งใส่ในการประเมินราคา ส่งดอกเบี้ย หรือโอนเงิน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายในอนาคตของ อีซี่มันนี่ คือการเป็น Financial Solution ครบวงจร ที่ตอบโจทย์คนไทยในทุกมิติ

#อีซี่มันนี่ #EasyMoney #ให้ทุกโอกาสเป็นไปได้ #AssetBackedFinancing #กู้ตัวเองไม่พึ่งใคร

]]>
1554932
Ralph Lauren ปักหมุดแลนด์มาร์กแห่งใหม่ เปิดตัว “The World of Ralph Lauren” สาขาแรกในประเทศไทย https://positioningmag.com/1553614 Fri, 26 Dec 2025 04:14:23 +0000 https://positioningmag.com/?p=1553614 Ralph Lauren ลักชูรีแบรนด์ระดับโลกภายใต้การบริหารโดย CMG เดินเกมรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พลิกโฉมร้านครั้งสำคัญภายใต้คอนเซ็ปต์ “The World of Ralph Lauren” คอนเซ็ปต์สโตร์แห่งแรกในประเทศไทย    ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในภูมิภาค ผสานทุกไลน์สินค้าแฟชั่นและคาเฟ่สุดไอคอนิกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดแฟชั่นของภูมิภาคที่กำลังเติบโต พร้อมเปิดประสบการณ์คลาสสิกแบบลักชูรีกับโลเคชั่นใหม่แล้ววันนี้ ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
ไท จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มเซ็นทรัลแบรนด์และสินค้าเฉพาะทาง (CBS) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด (CMG) ในเครือเซ็นทรัล รีเทลกล่าวว่า ”เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป หรือ CMG เราเป็นผู้นำเข้าและบริหารแบรนด์ระดับโกลบอลในประเทศไทย มากว่า 75 ปี นับเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่เสริมความแข็งแกร่งให้กับอาณาจักรเซ็นทรัลรีเทล ด้วยการบริหารจัดการแบรนด์ระดับโลกให้โตอย่างมั่นคงในไทยและระดับภูมิภาค เราจึงเป็นพาร์ทเนอร์ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของหลายแบรนด์ชั้นนำ โดยเฉพาะ Ralph Lauren Group ที่ CMG มีส่วนในการขับเคลื่อนแบรนด์แฟชั่นระดับไอคอนิกให้โตอย่างโดดเด่นผ่านกลยุทธ์ที่สอดรับกัน ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับแบรนด์ด้วยดีไซน์และวัสดุคุณภาพชั้นสูงเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ การต่อยอดสินค้าและผลิต ภัณฑ์เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และการปักหมุดเมืองยุทธศาสตร์สำคัญของโลก ซึ่งกรุงเทพฯ คือเมืองสำคัญที่ CMG มุ่งผลักดันให้เป็นศูนย์กลางด้านแฟชั่นในระดับเอเชีย
สิ่งที่ตอกย้ำความสำเร็จของ CMG ในฐานะผู้นำเข้าและบริหารแบรนด์ของ Ralph Lauren Group คือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดภายในช่วง 2 ปีผ่านมา ด้วยยอดขายที่เติบโตกว่า 1.5 เท่าและช่องทางจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นถึง 6 จุดทั้งรูปแบบช็อปและเคาเตอร์แบรนด์ รวมถึงการขยายไปสู่ธุรกิจ F&B เป็นครั้งแรกของแบรนด์ในไทย ด้วยการเปิดร้าน Ralph’s Coffee สาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
โดยปีนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญกับการเปิดช็อป Ralph Lauren ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ภายใต้คอนเซ็ปต์
“The World of Ralph Lauren” ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์สโตร์แห่งแรกในประเทศไทยและสมบูรณ์แบบที่สุดในภูมิภาค
ด้วยไลน์สินค้าที่ครบครัน พร้อมคาเฟ่แบบ Full Service ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเรา“
ด้าน จิตรฤดี พนิตพลรองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มสินค้าแฟชั่นและนาฬิกา บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทลเล่าถึงการพลิกโฉมร้านRalph Laurenครั้งนี้ว่า “ประเทศไทยถือเป็นหมุดหมายสำคัญของตลาดแฟชั่นในภูมิภาคเอเชียที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ CMG ได้เดินหน้าพลิกโฉมร้าน Ralph Lauren ด้วยการเปิดตัวคอนเซ็ปต์ใหม่ The World of Ralph Lauren เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษให้ลูกค้าอย่างสมบูรณ์แบบผ่านกลยุทธ์ทางการตลาดที่เข้มข้น ทั้งการจัดงานอีเว้นต์เปิดร้านสุดยิ่งใหญ่ที่ได้ดาราศิลปินแถวหน้าระดับเอเชียมาร่วมเฉลิมฉลองรวมถึงกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าคนสำคัญ เพื่อยกระดับประสบการณ์และสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในทุกมิติทั้งหมดนี้สะท้อนความมุ่งมั่นในการผลักดัน Ralph Lauren ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นและตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางแฟชั่นระดับภูมิภาค”
Ralph Laurenรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ความสำเร็จจากยอดขายที่เติบโตนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สำนักงานใหญ่เลือกประเทศไทยในการขยายคอนเซ็ปต์สโตร์ The World of Ralph Lauren ให้ยิ่งใหญ่และสมบูรณ์แบบที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ใจกลางกรุงเทพมหานคร เป็นอีกก้าวที่ช่วยผลักดันให้แบรนด์เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมมอบประสบการณ์ลักชูรีเหนือระดับให้กับลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์สุดพิเศษ
Concept Store และไฮไลต์สุดพิเศษของ Ralph Lauren -The World of Ralph Lauren
ที่ Ralph Lauren ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่เป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราเหนือกาลเวลาและความคลาสสิกผ่านทุกองค์ประกอบของสโตร์ ตั้งแต่สถาปัตยกรรม Spanish Revival ที่สะท้อนความอบอุ่นแต่ยังคงความหรูหราสง่างาม ไปจนถึงพื้นที่ที่รวบรวมหลากหลายไลน์ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น Ralph Lauren Purple Label, Ralph Lauren Collection และ Polo Ralph Lauren  ที่ตอบโจทย์ทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ไปจนถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบแฟชั่นที่แฝงกลิ่นอายความคลาสสิกในทุกดีเทล
รวมทั้งไฮไลต์ของคอนเซ็ปต์สโตร์นี้ คือ Ralph’s Coffee คาเฟ่สุดไอคอนิกของแบรนด์ที่ให้บริการแบบ Full Service เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มลูกค้า premium ของแบรนด์ โดยพร้อมนำเสนอเมนู Ralph’s Tea Set เป็นครั้งแรกในไทย มอบประสบการณ์การดื่มชาหรูในแบบฉบับ Ralph Lauren ซึ่งถือเป็นการต่อยอดกลยุทธ์ที่ Ralph Lauren วางรากฐานไว้ตั้งแต่ปี 2014 ณ สาขา Fifth Avenue ในนิวยอร์ก ก่อนขยายสู่มหานครแฟชั่นทั่วโลก ผ่านการเชื่อมโยงแฟชั่นเข้ากับไลฟ์สไตล์อย่างมีรสนิยม
กลยุทธการตลาดและการขยายฐานลูกค้าของ Ralph Lauren
ในปีนี้ Ralph Lauren ยังคงมุ่งขยายและรักษาฐานลูกค้าหลักช่วงอายุ 35–45 ปี ควบคู่ไปกับการรุกตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 18–30 ปี ซึ่งเติบโตขึ้นกว่า 20% จากปีก่อน ด้วยการคัดสรรและนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ เช่น หมวกโลโก้ Polo Pony Player และกระเป๋า Polo Play ที่กลายเป็นไอเท็มยอดนิยมในโลกแฟชั่น ด้วยดีไซน์หลากหลายและฟังก์ชันการใช้งานที่สะท้อนสไตล์ของคนรุ่นใหม่ พร้อมกลยุทธ์การสื่อสารผ่านการทำงานร่วมกับ KOLs ในทุกระดับเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและภาพจำของแฟชั่นคลาสสิกในบริบทใหม่ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น
นอกจากนี้ Ralph Lauren ยังให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่า ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ (CRM Experience) และอีเวนต์สุดพิเศษ เพื่อสร้างความผูกพันระยะยาวกับลูกค้า (Brand Loyalty) พร้อมยกระดับประเทศไทยในด้านแฟชั่นผ่านการมีส่วนร่วมในกิจกรรมระดับภูมิภาคและระดับโลก อย่าง fashion week      ที่ช่วยตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ในฐานะผู้นำแฟชั่นเหนือกาลเวลาที่สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันได้อย่าง มีพลัง
“ประเทศไทยนับเป็นประตูสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นหมุดหมายเชิงยุทธศาสตร์การค้าที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนแบรนด์ Ralph Lauren รวมถึงอีกหลากหลายแบรนด์ชั้นนำระดับโลกให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและก้าวกระโดด สร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในระดับภูมิภาค” ไท จิราธิวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย
Ralph Lauren เปิดให้คุณเลือกช้อปคอลเลกชันสุดพรีเมียมทั้งจาก Ralph Lauren และ Polo Ralph Lauren รวมถึงเพลิดเพลินไปกับเครื่องดื่มในบรรยากาศคาเฟ่สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ Ralph’s Coffee ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
]]>
1553614
AIS ร่วมมือ ETDA และ กสทช. ปฏิวัติการยืนยันตัวตนครั้งแรกของวงการโทรคมนาคมไทย เปิดตัว AIS ID บริการยืนยันตัวตนด้วยเบอร์มือถือ ยกระดับความปลอดภัยสู่มาตรฐานสากล https://positioningmag.com/1551891 Tue, 16 Dec 2025 05:17:46 +0000 https://positioningmag.com/?p=1551891 AIS เดินหน้าสร้างมาตรฐานความปลอดภัยด้านดิจิทัลสำหรับคนไทย เปิดตัวบริการยืนยันตัวตนรูปแบบใหม่ Mobile ID ภายใต้แบรนด์ “AIS ID” ครั้งแรกในวงการโทรคมนาคมไทย โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์ลูกค้า AIS ทดแทนข้อมูลบัตรประชาชน ในการทำธุรกรรมออนไลน์ สำหรับใช้ยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมออนไลน์กับบริการอื่นๆ ของหน่วยงานรัฐและเอกชนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อาทิ การเปิดบัญชีออนไลน์ การสมัครบัตรเครดิตดิจิทัล หรือการขอสินเชื่อออนไลน์ การสมัครใช้บริการกับแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ โดยมอบความสะดวกสบายให้ลูกค้าสามารถยืนยันตัวตนแบบออนไลน์ได้ทุกที่ทั่วประเทศ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและเป็นไปตามมาตรฐานของ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) รวมทั้งเป็นไปตามแนวนโยบายและกฎระเบียบของ กสทช. เพื่อให้ผู้ใช้งานมั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลได้รับการคุ้มครองอย่างปลอดภัยและได้มาตรฐานระดับประเทศอย่างแท้จริง

นายประพัฒน์ เสียงจันทร์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจค้าปลีก เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอสมุ่งนำเสนอประสบ การณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า พร้อมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการใช้งานและการสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลให้คนไทย โดยเฉพาะการยืนยันตัวตนของลูกค้าในการทำธุรกรรมออนไลน์และใช้บริการต่างๆ จึงเป็นที่มาของการพัฒนาบริการยืนยันตัวตนด้วย Mobile ID ภายใต้แบรนด์ AIS ID เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถยืนยันตัวตนออนไลน์ได้ทุกที่ ผ่านเทคโนโลยี Liveness Detection หรือการตรวจสอบใบหน้าแบบเคลื่อนไหว เพื่อยืนยันว่าผู้ลงทะเบียนเป็นบุคคลจริง ไม่ใช่ภาพถ่ายหรือวิดีโอ และเป็นเจ้าของเลขหมายโทรศัพท์มือถือจริง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะแอบอ้างหรือใช้หมายเลขโทรศัพท์ในทางผิด เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือธุรกรรมผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ บริการดังกล่าวยังช่วยลดขั้นตอนและประหยัดเวลาในการทำธุรกรรม พร้อมสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เพราะระบบเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลภาครัฐและผ่านการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเอไอเอสถือเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายแรกในไทยที่ได้รับใบอนุญาตเปิดให้บริการ Mobile ID ภายใต้แบรนด์ AIS ID อย่างเป็นทางการอีกด้วย”

นางสาวจิตสถา ศรีประเสริฐสุข รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กล่าวว่า      “ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลธุรกิจบริการเกี่ยวกับ Digital ID ETDA ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและผลักดันให้เกิดการให้บริการและการใช้บริการ Digital ID เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการดิจิทัลให้มีความสะดวกและปลอดภัย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมดิจิทัลที่มีคุณภาพ การยืนยันตัวตนในโลกดิจิทัลถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่น และลดการปลอมแปลงตัวตนในการเข้าทำธุรกรรมออนไลน์ โดยการให้บริการ Mobile ID ภายใต้แบรนด์ AIS ID จะทำให้คนไทยมีทางเลือกในใช้งาน Digital ID ได้หลากหลายขึ้น และ AIS ID ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้ให้บริการธุรกรรมออนไลน์ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยใช้เลขหมายโทรศัพท์มือถือเป็น Digital ID ที่สามารถยืนยันตัวตนผู้เข้าใช้งาน และยังสามารถตรวจสอบได้ว่าผู้เข้าใช้งานเป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์มือถือนั้นหรือไม่ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นสำคัญของ AIS ID โดย ETDA เชื่อมั่นว่าบริการ AIS ID จะมีส่วนร่วมให้การใช้งานธุรกรรมออนไลน์ของสังคมไทยมีความปลอดภัยมากขึ้น”

นายจาตุรนต์ โชคสวัสดิ์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สายงานโทรคมนาคม กล่าวว่า “ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้ริเริ่มให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ซึ่งรวมถึง AIS และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อนำร่องการพัฒนาด้านเทคนิคของการให้บริการระบบ Mobile ID เพื่อให้มีการนำข้อมูลเลขหมายโทรโทรศัพท์มือถือมาใช้ประโยชน์ในการยืนยันตัวตนทางดิจิทัลให้กับบริการของภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ และล่าสุด AIS ได้มีการพัฒนาให้เกิดบริการ Mobile ID ภายใต้แบรนด์ AIS ID ขึ้น ซึ่งถือเป็นการริเริ่มที่สำคัญของวงการอุตสาหกรรมโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช. เชื่อมั่นว่า การให้บริการ Mobile ID ภายใต้แบรนด์ AIS ID ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถช่วยลดปัญหาเรื่องการปลอมแปลงตนตัวที่นำไปสู่การหลอกลวงและการฉ้อโกงบนโลกออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ที่เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ”

ทั้งนี้ AIS ID เป็นบริการที่ยกระดับมาจาก AIS Check ID ซึ่งผู้สมัครจำเป็นต้องผ่านการพิสูจน์ตัวตนเพื่ออัปเดตข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นปัจจุบัน โดยสามารถทำรายการได้ที่ AIS Shop ทุกสาขา จากนั้น สามารถสมัครบริการ AIS ID ผ่านแอปพลิเคชัน myAIS และยืนยันตัวตนสำหรับการเปิดบัญชีหรือธุรกรรมต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องเดินทางไปสาขาอีก นอกจากนี้ AIS นับเป็นเอกชนรายแรกที่ยกระดับความปลอดภัยด้วยการเชื่อมต่อระบบตรวจสอบใบหน้า หรือ Face Verification System จากกรมการปกครองผ่านแอปพลิเคชัน ThaID (เตรียมเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในไตรมาส 1/2569) พิเศษ! สำหรับผู้ที่สมัคร AIS ID สำเร็จระหว่างวันที่ 18 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 รับฟรีไอศกรีมโคนจาก Dairy Queen (มูลค่า 12 บาท) จำกัด 20,000 สิทธิ์ ดูรายละเอียด    เพิ่มเติมได้ที่ https://ais.th/aisid

]]>
1551891
Boots Thailand เตรียมเปิดตัวสกินแคร์น้องใหม่ “No7 GOOD INTENT” ลุคผิวใสฉ่ำแบบ Glass Skin… กำลังจะมา! https://positioningmag.com/1548450 Tue, 25 Nov 2025 03:13:30 +0000 https://positioningmag.com/?p=1548450 No7 แบรนด์สกินแคร์ชื่อดังจากประเทศอังกฤษ เตรียมเปิดตัวไลน์สกินแคร์ใหม่ล่าสุดในไทยภายใต้ชื่อ “No7 GOOD INTENT” คอลเลกชันเพื่อผิวโกลว์ใส ฉ่ำแบบ Glass Skin ด้วยส่วนผสมพรีเมียมที่บำรุงล้ำลึก สัมผัสบางเบา มาพร้อมแพ็คเกจจิ้งใช้งานง่าย สะดวกยิ่งขึ้น กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มบิวตี้เลิฟเวอร์ มองหาสกินแคร์ที่เรียบง่ายแต่ได้ผลจริง ภายใต้คอนเซปต์ “GLASS SKIN starts with GOOD INTENT – กลาสสกินผิวใส ฉ่ำไว    ไม่มัน” เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากมีผิวใสดุจกระจกแบบง่าย ๆ ใช้แล้วรู้สึกสบายผิว พร้อมลุยได้ทันทีและคงผิวสวยเนียนใสได้ตลอดทั้งวัน

ใครที่กำลังมองหาสกินแคร์ที่เรียบง่ายแต่ได้ผลจริง ผลิตภัณฑ์ No7 GOOD INTENT ออกแบบให้ครบรูทีนผิวกระจก 4 ขั้นตอน ตั้งแต่ Cleanse, Tone, Treat และ Moisturize โดยมีผลิตภัณฑ์ครบไลน์ Cleansing Balm , Toner Pad , Jelly Mask ไปจนถึงมอยส์เจอร์เนื้อบางเบา แต่ให้การบำรุงที่ล้ำลึกกว่า ไอเท็มไฮไลท์ Skin Sip Moisture Milk ที่กำลังถูกพูดถึงว่าเป็นตัวช่วยให้ผิวฉ่ำโกลว์ในทันที

เตรียมพบกับงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 16 ธันวาคมนี้ No7 GOOD INTENT

พร้อมเผยโฉมพรีเซนเตอร์ คนดัง และเปิดให้สัมผัสผลิตภัณฑ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใคร!!

Get Ready! GLASS SKIN starts soon
#No7GoodIntent #กลาสสกินผิวใส #BootsThailand

]]>
1548450
ไดกิ้นร่วมอัญเชิญ “ไฟพระฤกษ์” SEA GAMES ครั้งที่ 33 และ ASEAN Para Games 13 จุดพลังใจนักกีฬาไทย สู่อาเซียน ภายใต้แนวคิด “Breathe as One” https://positioningmag.com/1547909 Wed, 19 Nov 2025 11:34:31 +0000 https://positioningmag.com/?p=1547909 บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย)จำกัดในฐานะ “Gold Sponsor” อย่างเป็นทางการของการแข่งขันกีฬา SEA Games 33 และ ASEAN Para Games 13 ได้ร่วมสร้างปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยพลังแห่งความสามัคคี ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน การกีฬาแห่งประเทศไทย (หัวหมาก) ในกิจกรรม “การเฉลิมฉลองวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13” ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกัน 4 จังหวัดทั่วประเทศ ประกอบไปด้วย กรุงเทพมหานคร, นครราชสีมา, สงขลา และชลบุรี โดยที่จังหวัดชลบุรี ยังได้มีการเปิดพื้นที่โรงงาน ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) อมตะนคร จังหวัดชลบุรี เป็นสถานที่จัดกิจกรรมการเฉลิมฉลองวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13”

โดยพิธีเฉลิมฉลองวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมเสียงเชียร์กึกก้องทั่วลานหน้าอินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก แล้ววนกลับมาเข้าสู่เส้นชัยที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย ระยะทางแห่ 64 กิโลเมตร 73 ไม้คบเพลิง โดยได้รับเกียรติจากนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยตัวแทนนักกีฬาซีเกมส์ ตัวแทนการกีฬาแห่งประเทศไทย คณะฑูตจากประเทศต่างๆ คณะกรรมการการจัดงาน ผู้สนับสนุน แขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากโดยมี        ผู้บริหารและพนักงานสยามไดกิ้นเซลล์ นำโดย นายไดสุเกะ มุราคามิ และ นายวรพงศ์ กียปัจจ์ เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ อันเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและพลังใจจากหัวใจคนไทยสู่หัวใจของประชาคมอาเซียน และต่อด้วยกิจกรรมการเฉลิมฉลองไฟพระฤกษ์ระยะทาง 3 กิโลเมตรณ ลานหน้าสนามกีฬา อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ร่วมวิ่งสร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความภาคภูมิใจ

ภายในงาน ไดกิ้นได้จัดกิจกรรมพิเศษ “Cheer up in your Heart” ชวนประชาชนร่วมส่งแรงใจให้ทีมชาติไทย ผ่านเกม AR Game Pichonkungogo ร่วมสร้างอากาศดีกับพิชอนคุง ตัวแทนแห่งพลังใจ พร้อมกิจกรรม “Cheer Board” เขียนข้อความให้กำลังใจนักกีฬา และโซน “Share Corner” สำหรับถ่ายภาพและแชร์โมเมนต์แห่งความประทับใจบนโซเชียลมีเดีย ภายใต้แฮชแท็ก #DAIKIN #BreatheAsOne #สูดพลังใจให้เป็นหนึ่ง

การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันกีฬา SEA Games 33 และ ASEAN Para Games 13 ในฐานะ “Gold Sponsor” สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ระดับโลกของไดกิ้น ภายใต้พันธกิจ “Perfecting the Air” ที่มุ่งสร้างคุณภาพอากาศที่ดีและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะและสมรรถนะของมนุษย์ในทุกมิติ ทั้งยังสอดคล้องกับแนวทางการจัดการแข่งขันภายใต้ธีม “Green SEA Games” และ “Sustainable Paralympics” ที่มุ่งสู่การลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net ZeroEmissions) ผ่านการใช้พลังงานสะอาด การขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน

กิจกรรมเฉลิมฉลองวิ่งคบเพลิงไฟพระฤกษ์ได้จัดขึ้น 4 จังหวัดพร้อมกันทั่วประเทศ โดยมีอีก 3 จังหวัด ได้แก่

• จังหวัดชลบุรี กิจกรรมการวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์เริ่มจากโรงงานไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ไปสิ้นสุดที่แหลมบาลีฮาย พัทยา ระยะทาง 75 กิโลเมตร 73 ไม้คบเพลิง โดยมี ตัวแทนผู้บริหาร นำโดย นายสึโทมุ คุริฮารา ประธาน บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด, Mr. Hiroyuki Sato, Mr. Kazuhisa Hinatsu, นายวัลลภ พ่วงไพโรจน์, Mr. NiwatSiripaiboon, Mr. AukkaresChoochouy และ นายโอซามู ซูโด รักษาการประธานเจ้าหน้าที่การตลาดบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ร่วมกิจกรรมวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ พร้อมตัวแทนพนักงานบริษัทไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด และครอบครัว ร่วมวิ่งกิจกรรมการเฉลิมฉลองไฟ    พระฤกษ์ ที่เริ่มต้นและสิ้นสุดที่โรงงานไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) อมตะนคร ชลบุรี ระยะทาง 3 กิโลเมตร ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน

• จังหวัดสงขลา กิจกรรมการวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์เริ่มจากสนามกีฬาติณสูลานนท์ ไปยังลานพระบิดา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รวมระยะทาง 70 กิโลเมตร 73 ไม้คบเพลิง กิจกรรมการเฉลิมฉลองไฟพระฤกษ์ระยะทาง 5 กิโลเมตร ณ บริเวณสนามกีฬาติณสูลานนท์ โดยมีผู้บริหารตัวแทนจำหน่ายภาคใต้ และพนักงานสยามไดกิ้นเซลล์นำโดย นายดิฐพล จุฑาภัทรกุล ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายตัวแทนจำหน่าย บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์

• จังหวัดนครราชสีมา กิจกรรมการวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์เริ่มจากอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ไปยังสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ระยะทาง 26 กิโลเมตร 73 ไม้คบเพลิง กิจกรรมการเฉลิมฉลองไฟพระฤกษ์ระยะทาง
5 กิโลเมตร ณ บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม)

ซึ่งหลังเสร็จสิ้นพิธีวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ในกรุงเทพฯ ตะเกียงไฟพระฤกษ์จะถูกเก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑ์กีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ

ภายหลังกิจกรรมอัญเชิญไฟพระฤกษ์ในครั้งนี้ เส้นทางแห่งเกียรติยศจะสานต่อสู่พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 9–20 ธันวาคม 2568 และการแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20–26 มกราคม 2569 ซึ่งไดกิ้นจะยังคงร่วมสนับสนุนและส่งต่อพลังใจให้กับนักกีฬาทุกชาติ ภายใต้แนวคิด “Breathe as One: สูดพลังใจให้เป็นหนึ่ง” เพื่อให้ทุกลมหายใจเต็มไปด้วยพลังแห่งความหวัง ความมุ่งมั่น และความสามัคคีของประชาคมอาเซียน

#DAIKIN #BreatheAsOne #SEA Games33 #ASEANParaGames13 #PerfectingTheAir

]]>
1547909
เมกาบางนา ผนึกแฟร์เท็กซ์ เปิดสังเวียนมวยไทยสมัครเล่น งาน “SMOKER11: CYBER SANTA MEGA FIGHT FEST” ดันซอฟต์พาวเวอร์ไทย ตอกย้ำพื้นที่แห่ง ACTIVE HEALTHY LIFESTYLE ของคนรุ่นใหม่ https://positioningmag.com/1546277 Mon, 10 Nov 2025 12:11:36 +0000 https://positioningmag.com/?p=1546277 ศูนย์การค้าเมกาบางนา แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ชีวิตที่ดีในทุกๆ วัน ด้วยแนวคิด YOUR EVERYDAY MEETING PLACE ผนึกกำลังแบรนด์มวยไทยระดับโลก “แฟร์เท็กซ์” จัดการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่น “SMOKER11: CYBER SANTA MEGA FIGHT FEST” เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ฟู้ดวอล์ก พลาซ่า ศูนย์การค้าเมกาบางนา โดยได้เปิดโอกาสให้นักเรียนมวยไทยจากทุกค่ายทั่วประเทศได้โชว์ศักยภาพบนสังเวียนจริง พร้อมตอกย้ำพลัง SOFT POWER ผ่านศิลปะมวยไทยอันทรงคุณค่า และบทบาทของเมกาบางนาในฐานะพื้นที่ส่งเสริม ACTIVE HEALTHY LIFESTYLE ให้เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวันสำหรับทุกคอมมูนิตี้

คุณวรรณวิมล อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดศูนย์การค้าเมกาบางนา เปิดเผยว่า “ในปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่  เมกาบางนา ได้ร่วมกับแฟร์เท็กซ์ จัดงาน SMOKER11: CYBER SANTA MEGA FIGHT FEST เพื่อยกระดับศิลปะมวยไทยสมัครเล่นให้กลายเป็นเวทีแห่งแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ เพราะมวยไทยไม่เพียงเป็นศิลปะการต่อสู้ที่งดงามและทรงคุณค่า แต่ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและใจให้แข็งแรงขึ้น พร้อมเชื่อมผู้คนต่างรุ่นต่างเชื้อชาติ ต่างไลฟ์สไตล์ให้มาใช้เวลาร่วมกันอย่างมีพลังในแบบของ ACTIVE HEALTHY LIFESTYLE ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญที่เมกาบางนามุ่งส่งเสริมให้เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวันของทุกคอมมูนิตี้”

ตลอด 3 วันเต็มของงาน “SMOKER11: CYBER SANTA MEGA FIGHT FEST” เมกาบางนาและแฟร์เท็กซ์ได้เปลี่ยนให้พื้นที่ ฟู้ดวอล์ก พลาซ่า เมกาบางนา กลายเป็นคอมมูนิตี้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบกีฬามวยไทยสมัครเล่น ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาแข่งขัน โชว์ทักษะและความแข็งแกร่งของร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมให้ความรู้จากเหล่านักกีฬาและโค้ชคนดังของวงการมวยมากมาย อาทิ รำไหว้ครูมวยไทยจาก “ตุ้ม-ปริญญา”, MUAY THAI WORKSHOP โดย “ยอดไก่แก้ว แฟร์เท็กซ์”, สัมภาษณ์พิเศษกับ “พระจันทร์ฉาย พี.เค.แสนชัย, การแสดงรำไหว้ครูและสาธิตแม่ไม้มวยไทยโดย “ร.ต.นิธิโรจน์ บัวศรีธรานนท์” หรือ “กำไลเพชร อโยธยาไฟท์ยิม”, กิจกรรมสาธิตการต่อสู้ป้องกันตัวจาก “Family BJJ Gym”, การสาธิตกีฬามวยสากลโดยอดีตฮีโร่เหรียญเงินโอลิมปิก “วรพจน์ เพชรขุ้ม”, MUAY THAI WORKSHOP และสัมภาษณ์พิเศษกับ “ก้องธรณี ส.สมหมาย” และ “เจ้าเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี” รวมไปถึงคู่มวยสุดพิเศษระหว่าง “แทค-พงศกร สุเกียง” นักแสดงหนุ่มฮอต กับ “โหงวเฮ้ง-อัครพงษ์ศักดิ์ พงษ์สุวรรณ” ยูทูบเบอร์ชื่อดังลูกชายของ เท่ง-เถิดเทิง อีกด้วย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือเงื่อนไขการแลกรับได้ที่แอปพลิเคชันเมกาบางนา, เฟซบุ๊ก : FACEBOOK.COM/MEGABANGNASHOPPINGCENTER และ ไลน์ : @MEGABANGNAOFFICIAL

#เมกาบางนา #MEGABANGNA #YOUREVERYDAYMEETINGPLACE #MEGABANGNAxFAIRTEX #FAIRTEX
#SMOKER11 #CYBERSANTAMEGAFIGHTFEST

ติดตามข่าวสารและโปรโมชันของเมกาบางนาได้ที่
แอปพลิเคชัน : HTTP://ONELINK.TO/N37E4G
เว็บไซต์ : HTTPS://WWW.MEGA-BANGNA.COM/
เฟซบุ๊ก : FACEBOOK.COM/MEGABANGNASHOPPINGCENTER
อินสตาแกรม : @MEGABANGNA_TH
เอ็กซ์ : @MEGABANGNA_TH
ไลน์ : @MEGABANGNAOFFICIAL
หรือโทร. 02-105-1000

 

]]>
1546277
ปลดปล่อยพลังในตัวคุณ! ร่วมสร้างแรงบันดาลใจกับนักกีฬาทีมชาติไทย ในงาน “YOU ARE THE MEDAL” 14-16 พย.นี้ https://positioningmag.com/1546033 Fri, 07 Nov 2025 11:59:59 +0000 https://positioningmag.com/?p=1546033 1546033