Advertorial – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Fri, 30 Jan 2026 09:38:22 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 อ่านเกม “มาม่า” หลังเลือก “นนท์ ธนนท์” พรีเซนเตอร์ที่มากกว่าคนดัง แต่คือ DNA ที่อิ่ม และจัดเต็ม https://positioningmag.com/1557505 Fri, 30 Jan 2026 09:40:19 +0000 https://positioningmag.com/?p=1557505

ในโลกของการตลาด หนึ่งในกลยุทธ์ยอดนิยมก็คือการใช้พรีเซนเตอร์ เพื่อการันตีการเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว และทรงพลัง และแน่นอนว่าหลายแบรนด์ต่างเลือกพรีเซนเตอร์ที่เป็นศิลปิน ดาราเบอร์ต้นๆ ของวงการ ทำให้โลกใบนี้ได้เห็นแบรนด์เต็มไปด้วยพรีเซนเตอร์ระดับแม่เหล็ก

ในช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา แบรนด์ในตำนานอย่าง “มาม่า” ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการ ด้วยการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ 6 คน ภายใต้โปรเจคต์ MAMACREW ได้แก่ อิ้งค์ – วรันธร เปานิล เจ้าหญิงแห่งซินธ์ป็อป, นนท์ – ธนนท์ จำเริญ ตัวพ่อเพลงฮิตแห่งทีป็อป และเสือร้องไห้ ครีเอเตอร์ขวัญใจคนรุ่นใหม่ที่มีไอเดียจัดจ้าน ผู้สร้างคอนเทนต์ไวรัลมากมาย

 

ความน่าสนใจอยู่ตรงที่การเปิดตัวพรีเซนเตอร์ครั้งนี้สะท้อนถึงการขยับตัวครั้งใหญ่ เป็นการปรับตัวจากการที่มาม่าอยู่บนเชล์ฟสินค้าอาหาร สู่การเป็นเพื่อน หรือพาร์ทเนอร์ของลูกค้า พรีเซนเตอร์แต่ละคนจึงสะท้อน DNA ของมาม่าได้อย่างแข็งแกร่ง มีความจริงใจ เข้าถึงได้ สนุก และอบอุ่น

หลังจากเปิดตัวในการแถลงข่าวครั้งใหญ่แล้ว ล่าสุดมาม่าได้เปิดศักราชใหม่ด้วยการเปิดแคมเปญใหม่ หยิบโปรดักต์ในกลุ่ม Mama Big Pack (มาม่า บิ๊กแพค) 95 กรัม มาปัดฝุ่นกลยุทธ์ใหม่พร้อมเปิดตัวนนท์ ธนนท์เป็นพรีเซนเตอร์ กลยุทธ์นี้ไม่ใช่เพียงแค่การเดินตามสูตรสำเร็จของ Music Marketing ทั่วไป แต่นี่คือการเลือกคู่ที่สะท้อนทิศทางของแบรนด์ในอนาคตได้อย่างน่าสนใจ

การเลือก นนท์ ธนนท์ มาเป็นพรีเซนเตอร์ในครั้งนี้ก็เพื่อสะท้อนตัวตนของสินค้าที่ “ใหญ่–อิ่ม–คาแรกเตอร์จัดเต็ม” ได้อย่างลงตัว เหมือนกัน นนท์ ธนนท์ ที่มีทั้งพลัง ความเท่ และเอกลักษณ์แบบทีป๊อปที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวของนนท์

หากลองถอดรหัสกลยุทธ์ภายใต้แคมเปญนี้ เราจะเห็นวิธีคิดที่ซับซ้อนกว่าการจ้างศิลปินมาถือซองสินค้า แต่คือการสร้างความเชื่อมโยงผ่าน 3 มิติสำคัญ ดังนี้


1. เมื่อตัวตนสินค้ากับศิลปินคือ “กระจกเงา” ของกันและกัน

Positioning ของมาม่า บิ๊กแพค 95 กรัม นั้นชัดเจนมาโดยตลอดคือ “ใหญ่–อิ่ม–จัดเต็ม” ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายว่าใครจะสามารถถ่ายทอดความ “ใหญ่” และ “ความอิ่ม” นี้ออกมาให้ดูทันสมัยและไม่ยัดเยียด

การเลือก “นนท์ ธนนท์” จึงเป็นการเลือกที่ถูกฝาถูกตัว นนท์ไม่ได้เป็นเพียงไอคอนของวงการ T-Pop แต่เขามีคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นในเรื่องการ “เล่นใหญ่” บนเวที มี Performance ที่เต็มเปี่ยม พลังเสียงที่จัดเต็ม และเสน่ห์เฉพาะตัวที่เข้าถึงง่ายแต่มีความเท่ในตัว ซึ่งล้อไปกับภาพลักษณ์ของมาม่า บิ๊กแพคที่เน้นปริมาณ และความอิ่มแบบจุใจ การจับคู่ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่แบรนด์ที่ขยับให้ใหญ่ขึ้น แต่เป็นการสื่อสารว่าความใหญ่นั้นมาพร้อมกับความคูล และความสนุก


2. Beyond the Wall การสื่อสารที่ทำลายกรอบโฆษณาเดิมๆ

หากใครได้เห็น TVC ตัวใหม่ที่เพิ่งเผยโฉมเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 จะพบว่า Mood & Tone ไม่ได้เน้นการขายของแบบ Hard Sell แต่เลือกใช้ความสนุก และสอดแทรกมุกแบบ Beyond the Wall ตามสไตล์ขี้เล่นของนนท์มาเป็นแกนหลัก

มาม่าเลือกที่จะไม่เปลี่ยนนนท์ให้กลายเป็นแค่พรีเซนเตอร์ที่มาอ่านสคริปต์ขายของ แต่เลือกที่จะขยายตัวตนของนนท์ให้กว้างขึ้นภายใต้บริบทของแบรนด์ เคมีที่ดูเป็นธรรมชาติในโฆษณาช่วยลดกำแพงระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ลง ทำให้มาม่าไม่ได้ดูเป็นเพียงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบนชั้นวาง แต่เป็น “เพื่อน” ที่ตลกและเข้าถึงง่าย เป็นเพื่อนที่คิดถึงเสมอยามหิว ยามเดินทาง


3. จากพรีเซนเตอร์ สู่ 1 ใน DNA มาม่า

หัวใจสำคัญที่ทำให้แคมเปญนี้ดูจริงใจ นั่นคือความเรียลของตัวนนท์เอง ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ MAMACREW ซึ่งนนท์ไม่ได้เริ่มต้นฐานะคนนอกที่ถูกจ้างมาเป็นพรีเซนเตอร์ แต่เขาคือ 1 ใน DNA มาม่า ที่มีความผูกพันกับสินค้ามานาน

เมื่อตอนวันงานแถลงข่าวในเดือนธันวาคม 2568 นนท์เคยเล่าบนเวทีว่าเขาเป็น “คนใต้ที่กินมาม่าเยอะมาก” เพราะรสชาติจัดจ้าน เป็นอาหารที่ตอบโจทย์ชีวิตมาโดยตลอด แถมยังพูดติดตลกอีกว่า การที่ได้มาเป็นพรีเซนเตอร์มาม่า คือ “วิธีเอาคืนที่ดีที่สุด” พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การถอนทุนคืนนั่นเอง

นอกจากการเป็นพรีเซนเตอร์แล้ว นนท์ยังมีบทบาท Music Marketing ต่อเนื่อง ทั้งคอนเสิร์ต EP.03 ที่มาม่าเป็นผู้สนับสนุนถึง 4 รอบ ซึ่งทั้งหมดตอกย้ำภาพพรีเซนเตอร์ที่มีเคมีตรงใจแบรนด์และเข้าถึงผู้บริโภคทุกเพศวัยอย่างแท้จริง

เรื่องเล่าต่างๆ เหล่านี้คือ การเติม Storytelling ที่ทรงพลังที่สุดให้กับแบรนด์ เพราะในยุคที่ผู้บริโภคฉลาดเลือก พวกเขาจะรับรู้ได้ทันทีว่าศิลปินคนไหนใช้จริง หรือคนไหนแค่รับจ้าง การที่พรีเซนเตอร์มีพื้นฐานความชอบในสินค้าจริงๆ ทำให้ภาพลักษณ์ของมาม่า บิ๊กแพคกลายเป็นสัญลักษณ์ของการตอบโจทย์ชีวิตที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่แค่สตอรี่ที่ถูกเขียนขึ้นมาอย่างสวยหรู

การขยับตัวของมาม่าในครั้งนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า แบรนด์กำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ สู่การเป็นพาร์ทเนอร์ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทุกเจเนอเรชัน ผ่านกลยุทธ์การสื่อสารที่ครอบคลุม ทั้งการเป็นผู้สนับสนุนคอนเสิร์ตใหญ่ (Music Marketing) และการปรับ Mood & Tone ให้ทันสมัย

มาม่า บิ๊กแพค x นนท์ ธนนท์ จึงไม่ใช่แค่การเปิดตัวสินค้าไซส์ใหญ่ แต่มันคือ Brand Movement ที่บอกเราว่า มาม่าในวันนี้พร้อมที่จะเล่นใหญ่ และจัดเต็มไปพร้อมกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยที่ยังไม่ทิ้งรากเหง้าของความอิ่มอร่อยที่เป็นมาตรฐานครองใจคนไทยมาอย่างยาวนาน


]]>
1557505
“ท๊อป จิรายุส” สรุป 5 กระแสโลกเปลี่ยนทิศจากเวที WEF 2026 ชี้ทางรอดที่ประเทศไทยต้องรู้ https://positioningmag.com/1557332 Fri, 30 Jan 2026 04:30:29 +0000 https://positioningmag.com/?p=1557332

ก้าวเข้าสู่ปีใหม่พร้อมกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลก การเมือง และสิ่งแวดล้อม แน่นอนว่าในแต่ละปีต้องมีการคาดการณ์เทรนด์ หรือกระแสต่างๆ ของโลก หนึ่งในเวทีสำคัญแห่งหนึ่งก็คือ World Economic Forum การประชุมใหญ่ประจำปีที่มีส่วนชี้ชะตาสำคัญในการกำหนดนโยบาย หรือเสนอแนะแนวทางทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เป็นเวทีใหญ่ที่บุคคลสำคัญ ในหลากหลายด้าน ทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ นักวิชาการ สื่อมวลชน และบุคคลที่มีชื่อเสียงชั้นนำของโลกมาร่วมงานเพื่อแลกเปลี่ยน และนำเสนอแนวคิด

ในปีนี้ “ท๊อป – จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด เป็นตัวแทนนักธุรกิจชาวไทยที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum 2026 หรือการประชุมสภาเศรษฐกิจโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เมื่อวันที่ 19-23 มกราคม 2569 ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

โดยที่ ท๊อป จิรายุส ได้สรุปประเด็นสำคัญจากเวทีการประชุม World Economic Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “A Spirit of Dialogue” เน้นย้ำถึง 5 ประเด็นหลักที่คนไทยทุกคนจำเป็นต้องรู้

  1. เข้าสู่ยุคแห่งการสะสมอำนาจ (Power Accumulation Era)

หากย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ทศวรรษก่อน โลกดำเนินไปภายใต้ “ยุค Rule-based Era” หรือยุคที่ยึดถือระเบียบโลกเป็นบรรทัดฐาน เน้นความไว้วางใจและการเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency) ทางการค้าเพื่อให้ได้ผลกำไรสูงสุด ดังนั้น ประเทศที่มีอำนาจคือ ประเทศที่มีประสิทธิภาพทางการซื้อขายและสามารถทำกำไรได้ดี 

แต่วันนี้ กฎเกณฑ์เหล่านั้นกำลังถูกเขียนใหม่ เราเข้าสู่ “ยุค Power Accumulation Era” หรือยุคที่อำนาจไม่ได้วัดจากตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว แต่วัดจากความสามารถในการควบคุม 3 ทรัพยากรสำคัญ คือ พลังงาน (Energy), ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่งยวด (Critical Infrastructure)

สรุปง่ายๆ ก็คือ โลกเปลี่ยนจากการค้าเสรีตามกฎเกณฑ์ มาเป็นการสะสมทรัพยากรเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง ใครคุม 3 สิ่งนี้ได้คือผู้ชนะ

สภาวะดังกล่าวส่งผลให้ทุกประเทศเร่งสร้าง “เกราะป้องกัน” เพื่อลดการพึ่งพาประเทศอื่น ผ่านการลงทุนปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานใน 2 ด้านสำคัญ ได้แก่ 

1) งบประมาณด้านการป้องกันประเทศ (Defense Spending) โดยเฉพาะในแถบยุโรปกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างทวีคูณ เพื่อสร้างอำนาจต่อรองและศักยภาพในการปกป้องตนเองโดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากมหาอำนาจเพียงอย่างเดียว

2) โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่งยวด (Critical Infrastructure) โดยเฉพาะ AI Model ที่เริ่มมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม ทั้งระบบการทำงาน การศึกษา และการสื่อสาร ทำให้ประเทศที่มีทรัพยากรมนุษย์เชี่ยวชาญด้าน AI จะได้เปรียบและดึงดูดเงินลงทุนจากทั่วโลก

  1. วัฒนธรรมการค้าโลกเปลี่ยนจาก Global เป็น Regional

รูปแบบการค้าระหว่างประเทศกำลังเผชิญกับการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ จากเดิมที่เน้นระบบโลกาภิวัตน์ (Globalization) หมดยุคที่เน้นแค่ “สินค้าถูกและดี” แต่เปลี่ยนมาเน้น “ความปลอดภัยและความเชื่อใจ” นำไปสู่แนวคิดใหม่ 3 ข้อ ได้แก่

1) การเปลี่ยนผ่านจากยุค Globalization สู่ Regionalization รูปแบบการซื้อขายระหว่างประเทศกำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบเดิมที่เป็น Globalization เน้นประสิทธิภาพทางการแลกเปลี่ยน ไปสู่ระดับภูมิภาค Regionalization ที่เน้นความปลอดภัย เป็นการค้าที่ไม่ได้มองหาแค่ประสิทธิภาพอีกต่อไป แต่มองหาความปลอดภัยและความไว้วางใจระหว่างประเทศต่างๆ โดยจะเลือกซื้อขายกับพันธมิตรในภูมิภาคหรือกลุ่มที่มีค่านิยมร่วมกัน เช่น กลุ่มเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศอำนาจปานกลางฝั่งยุโรป

2) จากการพึ่งพาสู่ “การกระจายความเสี่ยง” คือ การที่หลายประเทศในโลกเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพามหาอำนาจ จึงเกิดแนวโน้มการกระจายความเสี่ยงด้วยการแสวงหาพันธมิตรและคู่ค้าทางธุรกิจใหม่ ๆ ที่เราอาจไม่เคยเห็นมาก่อน เพื่อสร้างจุดยืนที่มั่นคงด้วยขาของตนเอง ไม่มีใครอยากพึ่งพามหาอำนาจใดประเทศเดียวอีกต่อไป การหาพันธมิตรหลายทิศทางจึงกลายเป็นกลยุทธ์หลัก

3) การส่งเสริมการบริโภคของท้องถิ่น (Local Consumption) ทุกประเทศพยายามผลักดันการผลิตในประเทศให้ได้มากที่สุด เพื่อเปลี่ยนผ่านจากยุคที่เน้น “ประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน” (Efficiency Supply Chain) ไปสู่ยุคที่เน้น “ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน” (Resilience Supply Chain) แม้ความยืดหยุ่นที่สูงขึ้นจะทำให้ประสิทธิภาพทางการค้าลดลงก็ตาม

  1. โมเดล “5-Layer Cake” เทคโนโลยีคือ โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

ในยุคที่การลงทุนล่วงหน้าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ทุกประเทศต้องลงทุนใน “5-Layer Cake” เพื่อความอยู่รอด ประกอบด้วยชั้นแรกคือ “พลังงาน” ซึ่งเป็นรากฐานของทุกสิ่ง ชั้นที่สองคือ “ชิปคอมพิวเตอร์” ที่เปรียบเสมือนสมองของโลกดิจิทัล ชั้นที่สามคือ “ระบบคลาวด์” ที่ทำหน้าที่เป็นแกนกลางของข้อมูล ชั้นที่สี่คือ “AI Model” หรือปัญญาประดิษฐ์ที่ขับเคลื่อนอนาคต และชั้นบนสุดคือ “แอปพลิเคชันที่พัฒนาจาก AI Model” ที่เป็นช่องทางสู่ผู้ใช้งานจริง

แต่นี่ไม่ใช่การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนทันที กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF เตือนว่าโลกอาจเผชิญภาวะเติบโตต่ำกว่าเกณฑ์ เพราะเงินทุนมหาศาลถูกดึงไปสร้างอนาคต ความท้าทายที่แท้จริงคือการเปลี่ยนต้นทุนเหล่านี้ให้กลายเป็นกำไรและการจ้างงานที่เป็นรูปธรรม ถือเป็นโจทย์สำคัญของทุกประเทศที่ต้องพยายามสร้างผลกำไรจากการลงทุนเหล่านั้น และหาโอกาสทางการเติบโตผ่านเทคโนโลยี AI ให้ได้

  1. AI ฟองสบู่ หรือยุคสมัยใหม่?

ในทุกยุคสมัยจะมีเทคโนโลยีจะเข้ามาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ตั้งแต่การเข้ามาของเว็บไซต์ไปสู่สมาร์ทโฟน ตลอดจนการมาถึงของโซเชียลมีเดีย และตอนนี้คือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์ในทุกก้าวเดิน 

AI ไม่ได้แค่เปลี่ยนวิธีการทำงาน แต่กำลังเปลี่ยน “ผืนผ้าของสังคม” ทั้งหมด ตั้งแต่วิธีที่เราเรียนรู้ สื่อสาร จนถึงโครงสร้างเศรษฐกิจและการบริหารราชการ โดย AI เปลี่ยนแปลงผืนผ้าของสังคมผ่านการแทรกซึมในชีวิตประจำวัน โครงสร้างทางเศรษฐกิจ และการบริหารงานของภาครัฐ

แต่คำถามสำคัญ คือ การลงทุนใน AI ที่เข้ามามีบทบาทอย่างยิ่งยวดนี้ต้องลงทุนล่วงหน้าด้วยเม็ดเงินมหาศาล หลายประเทศต้องกู้เงินมาลงทุน หาเงินดึงดูดนักลงทุนเข้าประเทศ จึงเป็นการลงทุนที่นักลงทุนหลายคนเตือนว่าตอนนี้เปรียบเสมือน “ฟองสบู่” ที่ยังไม่แน่ชัดว่าจะสร้างกำไรได้จริง การลงทุนหลายล้านล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐาน AI นี้จะกลายเป็นฟองสบู่ที่แตก หรือจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กันแน่ สิ่งนี้คือโจทย์สำคัญของทุกประเทศที่ต้องหาคำตอบ

  1. แผนที่อำนาจใหม่ของโลก

ด้วยภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ในปัจจุบัน โลกแบ่งขั้วอำนาจชัดเจนขึ้นเป็น 3 กลุ่มอย่างชัดเจน ได้แก่

1) ประเทศมหาอำนาจ (Great Power) คือ กลุ่มผู้เขียนกฎเกม เป็นกลุ่มประเทศที่มีอำนาจมหาศาล ทั้งในด้านการป้องกันประเทศ มีเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง เป็นศูนย์กลางทางอำนาจ ได้เปรียบทาง

พลังงาน มีความมั่นคงทางอาหาร และมีเทคโนโลยีเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน และรัสเซีย ที่ครอบครองทั้งพลังงาน เทคโนโลยี และอำนาจทางทหาร

2) ประเทศอำนาจปานกลาง (Middle Power) คือ กลุ่มผู้สร้างพันธมิตร เป็นกลุ่มประเทศที่มีอำนาจระดับภูมิภาคหรือระหว่างประเทศ เช่น สหภาพยุโรป ที่พยายามรวมตัวกันเป็นพันธมิตรเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง ไม่ต้องพึ่งจมูกคนอื่นหายใจ อย่างไรก็ตาม แต่ละประเทศก็ยังมีความต้องการพึ่งพาตนเองเป็นหลักอยู่

3) ประเทศด้อยอำนาจ (Small Power) คือ กลุ่มผู้รับราคา เป็นประเทศที่ยังขาดอิทธิพลในเวทีโลก อยู่กันตามภูมิภาค ไม่มีสิทธิ์มีเสียงมากมาย มักมีสถานะเป็นผู้รับราคา (Price Taker) แทนที่จะเป็นผู้กำหนดราคา (Price Maker) และยังคงขาดเสียงในเวทีโลก

4 หัวใจสำคัญ : ทางรอดของประเทศไทย

สุดท้าย ท๊อป จิรายุส ได้เน้นย้ำถึง 4 หัวใจสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของประเทศไทยในยุคแห่งการแย่งชิงอำนาจ (Power Accumulation Era) นี้

1) สร้างความน่าเชื่อถือ และขยายเครือข่ายพันธมิตร ประเทศไทยต้องเร่งสร้างความน่าเชื่อถือในสายตาชาวโลกและเร่งสร้างพันธมิตรทางการค้าที่หลากหลาย ไม่พึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งจนเกินไป อย่าผูกตัวเองเข้ากับมหาอำนาจใดประเทศเดียวจนเกินควร

2) สร้างความมั่นคง และความยั่งยืนในทุกมิติ ประเทศไทยต้องสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนในทุกมิติ ตั้งแต่พลังงาน อาหาร ไปจนถึงเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง

3) สร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยต้องสร้างเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น โดยเฉพาะการมีโครงสร้างพื้นฐานแบบ 5-Layer Cake เป็นของตนเอง ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนอย่างมหาศาลเพื่อยืนหยัดด้วยขาตนเอง 

4) ปรับตัวให้เร็ว ประเทศไทยต้องพัฒนาขีดความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันกระแสโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว เพราะโลกหมุนเร็ว ใครปรับตัวไม่ทันจะตกขบวน

“หากประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนทั้ง 4 ปัจจัยนี้ได้พร้อมกัน เราจะไม่ได้แค่รอดในยุค Power Accumulation Era แต่เราจะเติบโตและเป็นผู้เล่นสำคัญในภูมิภาค เราจะสามารถก้าวข้ามผ่านความท้าทายและประสบความสำเร็จในยุค Power Accumulation Era ที่แต่ละประเทศในโลกขับเคลื่อนไปด้วยการสะสมอำนาจได้” คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา กล่าวทิ้งท้าย

ท่ามกลางโลกที่กำลังเปลี่ยนและการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปรับตัวเล็กน้อย แต่เป็นการปรับโครงสร้างพื้นฐานของระเบียบโลกทั้งหมด คำถามไม่ใช่ว่าเราจะเปลี่ยนหรือไม่ แต่คือเราจะเปลี่ยนได้เร็วพอหรือไม่ และจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือเปล่า

จากเวทีดาวอสในครั้งนี้ ข้อความที่ชัดเจน คือ ยุคของการพึ่งพาและรอคอยได้สิ้นสุดลงแล้ว ยุคใหม่เป็นของผู้ที่กล้าลงทุน กล้าเปลี่ยนแปลง และพร้อมสร้างอำนาจของตัวเอง ประเทศไทยจะเลือกเดินไปข้างหน้าหรือจะยืนดูคนอื่นผ่านไป คำตอบอยู่ที่การตัดสินใจและการลงมือทำของเราในวันนี้

]]>
1557332
THE WISDOM ตอกย้ำความสำเร็จมัดใจลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งด้วยสิทธิพิเศษ UP & MORE PERSONALIZED ‘เลือกได้เอง-ใช้ได้จริง’ https://positioningmag.com/1556721 Wed, 28 Jan 2026 03:28:57 +0000 https://positioningmag.com/?p=1556721

ต้องบอกว่าเรื่อง Privilege หรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกใช้บริการแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งอยู่ไม่น้อย ยิ่งถ้าแบรนด์ไหนมีการออกแบบสิทธิประโยชน์ให้เข้ากับตัวเองมากที่สุด ยิ่งช่วยสร้างเอ็นเกจเมนต์ให้อยู่กับแบรนด์นานขึ้นไปอีก

ด้วยเหตุนี้ เดอะวิสดอมกสิกรไทยเดินหน้าตอกย้ำความสำเร็จของกลยุทธ์ UP & MORE PERSONALIZED มอบประสบการณ์ดูแลลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง (Wealth) อย่างเหนือระดับ ด้วยจุดเด่นที่ให้ลูกค้าเลือกแพ็กเกจสิทธิพิเศษได้เองตามไลฟ์สไตล์ สามารถใช้สิทธิ์ได้เต็มจำนวน หมดกังวลเรื่องสิทธิ์เต็ม นอกจากนี้สิทธิพิเศษจะเพิ่มขึ้นตามระดับเงินลงทุน 10, 30, 50, และ 150 ล้านบาท ยิ่งลงทุนมาก ยิ่งได้รับสิทธิพิเศษมากขึ้น

ความสำเร็จของกลยุทธ์ดังกล่าวถือเป็นการยกระดับมาตรฐานใหม่เพื่อดูแลลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง ด้วยการเปลี่ยนจากการมอบสิทธิพิเศษแบบเหมารวม ที่ลูกค้าทั้งหมดจะได้สิทธิพิเศษแบบเดียวกัน มาเป็นการส่งมอบเอกสิทธิ์ที่ “ออกแบบได้ตามความต้องการส่วนบุคคล”

ซึ่งความสำเร็จนี้สะท้อนผ่านการครองอันดับ 1 ทั้งในด้านดัชนีความพึงพอใจและความภาคภูมิใจของลูกค้า (NPS & Brand Pride Index) ในกลุ่มธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง โดยเฉพาะเอกสิทธิ์ด้านการเดินทาง (Travel) ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ครอบคลุมตั้งแต่ Priority Pass™ พร้อมผู้ติดตาม 1 คน แบบไม่จำกัดครั้ง บริการ Limousine รับ-ส่งสนามบินทั้งในและต่างประเทศ ไปจนถึงบัตรสมาชิกโรงแรม สะท้อนให้เห็นว่าการมอบสิทธิพิเศษที่ตรงใจและใช้ได้จริง คือ หัวใจสำคัญของการดูแลลูกค้าในยุคปัจจุบัน

สำหรับปี 2569 เดอะวิสดอมกสิกรไทยยังคงเดินหน้ามอบประสบการณ์ที่เป็นที่สุด ผ่าน 4 แพ็กเกจไลฟ์สไตล์ให้ลูกค้าเลือกรับ 1 แพ็กเกจที่สะท้อนตัวตนได้ดีที่สุด

1.JOYFUL TRAVELER สำหรับนักเดินทางผู้มองหาความสะดวกสบายสูงสุด ด้วยสิทธิ์เข้าใช้บริการห้องรับรองพิเศษ Priority Pass™ Airport Lounge ณ สนามบินต่างประเทศทั่วโลก พร้อมผู้ติดตาม 1 ท่าน ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

2. PLEASURE SEEKER แพ็กเกจสำหรับลูกค้าที่ต้องการความรื่นรมย์ในการใช้ชีวิต ผ่านสิทธิพิเศษจาก Club Marriott, บัตรกำนัลสำหรับดินเนอร์หรู หรือที่พักในโรงแรมชั้นนำ

3. WELLNESS LOVER:สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ด้วยบริการฟิตเนสใช้ได้ทุกวัน ไม่มีโควต้า, โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี และบริการสปาชั้นนำ

4. LIFE EXPLORER: สำหรับผู้ที่ต้องการความหลากหลายในหนึ่งเดียว ทั้งบัตรกำนัล Starbucks, บริการล้างรถ, ห้องรับรองพิเศษในสนามบิน และโปรแกรมตรวจสุขภาพ

โดยลูกค้าสามารถเลือกแพ็กเกจสิทธิพิเศษที่ต้องการได้ด้วยตนเอง ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2569 ผ่านเมนู THE WISDOM Privilege บนแอปพลิเคชัน LINE KBank Live

นอกจากนี้ เดอะวิสดอมกสิกรไทย ยังคงผนึกกำลังกับ K WEALTH เพื่อให้บริการที่ปรึกษาด้านการลงทุนส่วนบุคคลแบบเอ็กซ์คลูซีฟ มอบโซลูชันที่ครอบคลุมทั้งการเงิน การลงทุน และการปกป้องความมั่งคั่ง  เพื่อเสริมเสถียรภาพของพอร์ตให้แข็งแกร่ง ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงต่างๆ และเติบโตอย่างยั่งยืน

การสานต่อกลยุทธ์ UP & MORE PERSONALIZED ในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของเดอะวิสดอมกสิกรไทยในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วยเอกสิทธิ์ที่เลือกได้เองและใช้งานได้จริง สร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจที่จับต้องได้ พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำที่ขับเคลื่อนมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดบริหารความมั่งคั่งอย่างต่อเนื่อง

*สิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรหลักเดอะวิสดอมกสิกรไทยที่มียอดเงินฝาก / เงินลงทุนกับธนาคารเฉลี่ย 6 เดือนย้อนหลัง ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป และ/หรือ จำนวนเงินเบี้ยประกันชีวิต ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยผู้ถือบัตรจะต้องยังคงสถานะดังกล่าว ณ วันที่แจ้งรับสิทธิพิเศษจนถึงวันที่ใช้สิทธิพิเศษ

* ระยะเวลาการใช้สิทธิ์ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 – 31 มีนาคม 2570

* ห้องรับรองพิเศษ ณ สนามบินชั้นนำในต่างประเทศ ที่มีสัญลักษณ์ Priority Pass™ เท่านั้น

* ศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ https://www.kasikornbank.com/k_45iH6vP

* ใช้เท่าที่จำเป็น และชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

]]>
1556721
BAM ชูทรัพย์มหาชนฯ โมเดลธุรกิจใหม่ที่ลงตัว ปลดล็อกทั้งปมเศรษฐกิจและสังคม ประกาศความสำเร็จยอดขายทะลุเป้า เติมฝันคนอยากมีบ้านกว่า 1,000 ราย https://positioningmag.com/1556201 Mon, 26 Jan 2026 04:00:58 +0000 https://positioningmag.com/?p=1556201

ผลลัพธ์ความสำเร็จโครงการ ทรัพย์มหาชน เพื่อบ้านของคนสู้ชีวิต ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ไม่ใช่แค่ยอดขายที่ทะลุเป้าหมาย 800 ล้านบาท แต่ยังเติมฝันคนอยากมีบ้าน ผ่านการส่งมอบบ้านไปแล้วกว่า 1,000 ครัวเรือน ซึ่ง BAM จะยึดเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาทั้งเศรษฐกิจและสังคม


โมเดลธุรกิจแบบใหม่ตอบโจทย์ทั้งเศรษฐกิจและสังคม

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM มองว่า ทรัพย์มหาชนฯ คือการสร้างโมเดลใหม่ของการทำธุรกิจที่ผสมผสานระหว่างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้อย่างดี ซึ่งอาจนำไปสู่การปฏิรูประบบการเงินในวงกว้าง โดย BAM จะนำบทเรียนจากโครงการมาปรับรูปแบบให้ตอบโจทย์มากขึ้น ผ่านการนำ Key Success มาต่อยอดอายุ จัดโปรโมชัน ขยายสู่ทรัพย์มหาชนฯ เฟสสอง ที่จะพัฒนาแนวทางให้เหมาะสมกับบริบทกลุ่มลูกค้าที่มีหลากหลายความต้องการ

แนวคิด Opportunities for All ของ BAM ถูกนำมาต่อยอดสู่โครงการทรัพย์มหาชนฯ โดยคัดทรัพย์จำนวนกว่า 15,000 รายการ ทั้งบ้าน, ห้องชุดพักอาศัย, อาคารพาณิชย์ และที่ดินเปล่า มูลค่ารวมกว่า 14,000 ล้านบาท กระจายอยู่ทั่วประเทศ กลายเป็นโซลูชันที่สร้างโอกาสใหม่ให้สังคมไทยเข้าถึงสิทธิ์ในการมีบ้านหลังแรกได้จริง ควบคู่การทำธุรกิจ และลดการตั้งสำรองตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อระบาย Port Folio ที่ถือครองมานานด้วย


ยอดขายทะลุเป้า กว่า 50% ลูกค้าซื้อเงินสด

กระแสตอบรับที่ดีจากกลุ่มเป้าหมาย ทำให้ภายในระยะเวลา 4 เดือน (ก.ย.-ธ.ค. 2568) ขายทรัพย์ไปแล้วมูลค่ารวมกว่า 800 ล้านบาท โดยห้องชุดพักอาศัย หรือคอนโดมิเนียม มาแรงเป็นอันดับหนึ่ง จำนวน 477 รายการ มูลค่า 186 ล้านบาท ตามมาด้วยทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 236 รายการ มูลค่า 260 ล้านบาท และบ้านเดี่ยว จำนวน 231 รายการ มูลค่า 318 ล้านบาท รวมถึงทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ทั้งนี้ ข้อมูลอัปเดท ณ วันที่ 20 มกราคม 2569 ยอดขายรวมขยับมาอยู่ที่ 972 ล้านบาท จากผู้สนใจจำนวน 6,722 ราย

หนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจของผู้ซื้อทรัพย์คือ กว่า 50% ซื้อเงินสด สะท้อนว่าทรัพย์มหาชนฯ ไม่ใช่แค่โอกาสของคนตัวเล็กที่อยากมีบ้าน แต่ยังรวมถึงนักลงทุนอีกด้วย BAM จึงเตรียมขยายเงื่อนเวลาและขอบบนของราคาทรัพย์จาก 3 ล้านบาท เป็น 5 ล้านบาทในเฟสสอง ซึ่ง ดร.รักษ์ อธิบายว่า ข้อดีของการซื้อเงินสด ทำให้ผู้ซื้อได้ทรัพย์ที่ดีในราคาต่ำกว่าราคาตลาดราว 20% จึงเป็นมุมที่หลายคนมองถึงการลงทุนเพื่อนำไปขาย หรือปล่อยเช่า


ความสำเร็จคือ Win-Win เดินต่อยอดสู่เฟสสอง

“ทรัพย์มหาชน เป็นการนำทุกขเวทนาของ BAM ที่ต้องโดนตั้งสำรองในการถือครองทรัพย์ยาวนาน มาเป็นตัวตั้งในการทำงานครั้งนี้ ซึ่งความสำเร็จคือ Win – Win นอกจากเราไม่ต้องตั้งสำรองแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายจำนวนหลักร้อยล้านต่อปี มีทั้งค่าภาษี ค่าใช้จ่ายในการดูแลทรัพย์ และค่านิติอีกด้วย ในมุมนี้เป็นการพลิกทรัพย์ร้างให้กลายเป็นทรัพย์สร้างคุณค่า โดย BAM เชื่อว่าทรัพย์มือสองยังเป็นที่ต้องการของตลาด เนื่องจากราคา ทำเลที่ตั้ง ตอบโจทย์ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน” ดร.รักษ์ กล่าว

การต่อยอดความสำเร็จสู่ทรัพย์มหาชน เฟสสอง BAM จะเพิ่มกลุ่มเป้าหมายเป็นบุคคลทั่วไปให้สามารถเข้าถึงทรัพย์ได้ง่ายขึ้น โดยจะปรับเงินทำสัญญา และขยายราคาป็น 5 ล้านบาท มีทรัพย์มากกว่า 21,000 รายการ ประกอบด้วย บ้าน, ห้องชุดพักอาศัย, อาคารพาณิชย์ และที่ดินเปล่า มูลค่ารวมกว่า 32,000 ล้านบาท ซึ่งทรัพย์ไฮไลต์จะอยู่ในย่านกรุงเทพฯชั้นใน (CBD1-2) และคอนโดมิเนียมใกล้ระบบขนส่งมวลชน ซึ่งกลุ่มเป้าหมายจะเป็นมนุษย์เงินเดือน ทั้งพนักงานออฟฟิศและข้าราชการระดับซี 5 ขึ้นไป

“ในปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไม่สูงมากนักราว 3,000 – 3,500 ยูนิต คิดเป็นเม็ดเงินรวม 2,500 -2,800 ล้านบาท เพราะความผันผวนของเศรษฐกิจเหวี่ยงแรงกว่าปีที่แล้วมาก อาจนำมาสู่การปิดกิจการของธุรกิจเพิ่มเติม และเป็นอีกหนึ่งสาเหตุทำให้ลูกค้าในกลุ่มนี้หดหายไป รวมถึงค่าครองชีพที่สูงขึ้น ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงอาจส่งผลกระทบให้คนผ่อนไม่ไหว แต่ลูกค้า BAM จะไม่กระทบมาก เพราะเราให้ผ่อนตามความไหวของแต่ละคนไม่เหมือนกับแบงก์”


พร้อมลุยโปรเจ็กใหม่ขาย “คอนโดพร้อมผู้เช่า”

จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันมีกลุ่มคนที่มีต้องการซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อปล่อยเช่าเป็น Passive Income ประมาณ 70,000 – 100,000 คน ทำให้ BAM มองเห็นโอกาสใหม่เตรียมเปิดขาย “คอนโดพร้อมผู้เช่า” ในปลายไตรมาสแรกของปีนี้ โดยร่วมกับพันธมิตรที่เป็นนายหน้าอยู่แล้ว ช่วยหาผู้เช่าเข้ามาอยู่ในทรัพย์ของ BAM เพื่อขายพร้อมสัญญาเช่า โดยจะนำร่อง 100 ยูนิต นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายโมเดลทรัพย์มหาชนไปสู่รูปแบบอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยสร้างการรับรู้ในลูกค้ากลุ่มที่ไม่เคยรู้จักตัวตนของ BAM ได้เป็นอย่างดี

ส่วนการแก้ปัญหาทรัพย์ร้างนั้น ดร.รักษ์มองว่า สิ่งหนึ่งที่ต้องทำคือ เปลี่ยนมุมมองของคน Generation Rent ที่เน้นเช่ามากกว่าซื้อบ้านมาเป็นภาระ โดยนำ NPA เข้ามาเป็นหนึ่งในสมการของการลงทุน เพราะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ซึ่งมาร์จินในการถือครอง NPA จะอยู่ประมาณ 17% ต่อปี

BAM ภายใต้การขับเคลื่อนของ ดร.รักษ์ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา มุ่งนำปัญหาของลูกหนี้มาบริหารจัดการ เพื่อสร้างการเติบโตไปด้วยกัน พร้อมพยายามสร้างแรงบันดาลให้กับ AMC อื่น ๆ ว่าหนี้เสียไม่ใช่คำสาป และหนี้เสียสามารถทำให้กลับมาเป็นหนี้ดีได้

 

 

]]>
1556201
พื้นที่เล็ก ๆ กลางสวน ที่พร้อมรับฟังคุณด้วยหัวใจ https://positioningmag.com/1554407 Thu, 08 Jan 2026 12:05:44 +0000 https://positioningmag.com/?p=1554407

“กรุงเทพ ดีต่อใจ” Bangkok Bestival 2026 ชวนมาร่วมพูดคุยและรับฟังกันแบบ เพื่อนช่วยเหลือเพื่อน ผ่านกิจกรรม “ม้านั่งมีหู”

พื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคน ได้มานั่งเล่า พูดคุย หรือระบายความรู้สึก กับอาสาสมัครเพื่อนรับฟัง ผู้ผ่านการอบรมการปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้น
ท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลายของสวนสาธารณะ 🌿🫂
เพราะบางครั้ง…แค่มีใครสักคนตั้งใจฟัง ก็ช่วยให้ใจเบาลงได้

🆓 จองใช้บริการม้านั่งได้ฟรี!
📅 วันที่ 10–11 มกราคม 2569
⏰ รอบแรก 12.00–16.00 น.
⏰ รอบสอง 16.00–20.00 น.
📍 สวนเบญจกิติ

✅ ลงทะเบียนล่วงหน้า (รับจำนวนจำกัด)
https://form.everestwebdeals.co/…
หมายเหตุ: ให้สิทธิ์ผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้าก่อน สามารถ Walk-in มาใช้บริการได้
ผู้ใช้บริการแบบ Walk-in สามารถสอบถามคิวกับทีมงานที่จุดลงทะเบียนใกล้ม้านั่งภายในงานได้

ไม่ว่าเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ หรือเรื่องไหน ๆ ก็มาเล่าได้เลยนะ 💚

“ม้านั่งมีหู” ม้านั่งที่มีเพื่อนรับฟัง พร้อมฟังคุณด้วยหัวใจแบบไม่ตัดสิน
โครงการโดย Sati App, TIMS และ จุดพักใจ

#กรุงเทพดีต่อใจ #BangkokBestival2026 #สุขแรกแห่งปี #สวนลุมพินี #สวนเบญจกิติ #อุทยานเบญจสิริ #สวนปทุมวนานุรักษ์ #QSNCC #กทม #OneBangkok #ThaiBev #SustainabilityExpo

]]>
1554407
เริ่มต้นปีใหม่ด้วยตัวตนที่ดีกว่า BETTER ME Workshop จาก SX ชวนเรียนรู้ CPR – แยกขยะ – บันทึกธรรมชาติ ที่งานกรุงเทพดีต่อใจ https://positioningmag.com/1553985 Wed, 07 Jan 2026 03:40:11 +0000 https://positioningmag.com/?p=1553985

ปีใหม่นี้…มาอัปเกรดตัวเองให้เป็นเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิม (Better Me) ในงาน “กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026” งานอีเวนต์ที่ไม่ได้มีแค่ความสนุก แต่ยังปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์โลกและทักษะชีวิตที่จำเป็น ผ่านกิจกรรม เวิร์กชอปสุดสร้างสรรค์จากเครือข่าย Sustainability Expo (SX)

ใครที่อยากทำกิจกรรมดีๆ ต้องพุ่งตัวไปที่โซน Workshop

CPR 101: เรียนรู้วิธีช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) และการใช้เครื่อง AED ทักษะสำคัญที่อาจช่วยชีวิตคนใกล้ตัวได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน วันที่ 10 ม.ค.69 เวลา 16.00 – 16.45 น.

  •  SX WASTE MANAGEMENT STATION: อย่าเพิ่งทิ้งถ้ายังไม่ได้แยก เรียนรู้วิธีจัดการขยะที่ถูกต้อง แยกขยะให้เป็นประโยชน์ และ SX Repartment Store ร่วมแบ่งปันและอุดหนุนของบริจาค(คุณภาพดี) พร้อมสะสมแต้มผ่าน SX Application แลกรับของที่ระลึกรักษ์โลก วันที่ 10 – 11 ม.ค.69 เวลา 10.00 – 18.00 น.
  •  Nature memorizing Journey Workshop : พักสายตาจากหน้าจอมา “บันทึกธรรมชาติ” ผ่านงานศิลปะ ฝึกสังเกตความงามของระบบนิเวศรอบตัว ฮีลใจด้วยศิลปะและธรรมชาติบำบัด วันที่ 10 – 11 ม.ค.69 เวลา 15.30 – 17.30 น.

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Yoga in The Park & Sound Bath ให้คุณได้รีเซตร่างกายและจิตใจท่ามกลางพื้นที่สีเขียวใจกลางกรุง

มาร่วมสร้างสังคมคุณภาพและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน เริ่มต้นง่ายๆ ที่ตัวเราเอง พบกันที่ “กรุงเทพดีต่อใจ”

วันที่: 9 – 11 มกราคม 2569 📍 สถานที่: สวนเบญจกิติ, สวนลุมพินี, อุทยานเบญจสิริ, สวนปทุมวนานุรักษ์

อย่าลืม โหลดแอป SX ไว้สะสมแต้มแลกของรางวัลหน้างาน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพดีต่อใจ

ติดตามรายละเอียดงานพร้อมวันจัดงานของแต่ละกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ FB fanpage : กรุงเทพดีต่อใจ

www.facebook.com/bangkokbestival

#กรุงเทพดีต่อใจ #BangkokBestival2026 #สุขแรกแห่งปี #สวนลุมพินี #สวนเบญจกิติ #อุทยานเบญจสิริ #สวนปทุมวนานุรักษ์ #QSNCC #กทม #OneBangkok #ThaiBev #SustainabilityExpo

]]>
1553985
กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026 : สุขแรกแห่งปีจากธรรมชาติ ใจกลางกรุงเทพฯ https://positioningmag.com/1553974 Tue, 06 Jan 2026 04:00:58 +0000 https://positioningmag.com/?p=1553974

 

งาน “กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026” จัดขึ้นเพื่อส่งมอบ สุขแรกแห่งปี ให้กับชาวกรุงเทพฯ ผ่านกิจกรรมที่ช่วยเติมพลังทั้งกายและใจ โดยเน้นการใช้ พื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน เพื่อให้ทุกคนได้เริ่มต้นปีด้วยความสดชื่น สมดุล และเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างแท้จริง

9–11 มกราคม 2569

สวนเบญจกิติ • สวนลุมพินี • อุทยานเบญจสิริ • สวนปทุมวนานุรักษ์

หนึ่งใน ไฮไลต์สำคัญของงานปีนี้ อยู่ที่กิจกรรมภายใน สวนเบญจกิติ ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของไทย—โดยเฉพาะเรื่อง ป่า และ น้ำ ซึ่งเป็นรากฐานของระบบนิเวศ และเป็นแนวคิดที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาสวนป่าเบญจกิติให้เป็นพื้นที่สีเขียวต้นแบบของกรุงเทพฯ ในวันนี้

ภายในงานพบกับ นิทรรศการพิเศษ 3 ส่วน ได้แก่
1⃣ พระราชกรณียกิจเพื่อการคืนป่า

นำเสนอพระราชดำริด้านการฟื้นฟูผืนป่าและต้นน้ำ ที่ทรงริเริ่มเพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ให้ธรรมชาติไทย

2⃣ บุปผาราชินี

เรียนรู้พรรณไม้ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

3⃣ สวนป่าเบญจกิติ

ถ่ายทอดที่มาของสวนป่าใจกลางกรุงซึ่งเกิดจากพระราชดำริด้านสิ่งแวดล้อม และบทบาทของพื้นที่สีเขียวต่อวิถีชีวิตคนเมือง

พร้อมด้วยกิจกรรมเพื่อร่วมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

ทำบุญตักบาตร: ถวายเป็นพระราชกุศลและเพื่อความเป็นสิริมงคล (พระสงฆ์ 109 รูป)

วันศุกร์ที่ 9 ม.ค.69

เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป
ริมทะเลสาบ สวนเบญจกิติ

จุดถวายสักการะ (บริเวณจุดตักบาตร)

งาน “กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026” จึงไม่ใช่เพียงเทศกาลแห่งความสุขต้นปี แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการรำลึก เรียนรู้ และเชื่อมโยงหัวใจผู้คนกับธรรมชาติ—ตามรอยพระราชปณิธานของพระองค์ท่านที่ทรงมุ่งมั่นรักษ์ป่า รักษ์น้ำ และรักษ์แผ่นดินไทย

มาร่วมสัมผัสสุขแรกแห่งปี ท่ามกลางธรรมชาติ และร่วมกันน้อมรำลึกฯ ไปด้วยกัน 💚🌿✨

ยิ่งร่วมกิจกรรม…ยิ่งได้คะแนนใน SX แอปพลิเคชัน แลกของที่ระลึกสุด Eco ได้ด้วยนะ

iOS AppStore : https://apps.apple.com/…/sustainability-expo/id1640414525

Play Store : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.sx2022

#กรุงเทพดีต่อใจ #BangkokBestival2026 #สุขแรกแห่งปี #สวนลุมพินี #สวนเบญจกิติ #อุทยานเบญจสิริ #สวนปทุมวนานุรักษ์ #QSNCC #กทม #OneBangkok #ThaiBev #SustainabilityExpo

 

]]>
1553974
“กรุงเทพดีต่อใจ” ชวนครอบครัวจูงมือลูกหลาน ปล่อยพลังสร้างสรรค์ เสริมทักษะเด็กยุคใหม่ผ่านการ “เล่น” และ “เรียนรู้” ในสวนกลางกรุง https://positioningmag.com/1553931 Sun, 04 Jan 2026 23:20:52 +0000 https://positioningmag.com/?p=1553931

“กรุงเทพดีต่อใจ” ชวนครอบครัวจูงมือลูกหลาน ปล่อยพลังสร้างสรรค์ เสริมทักษะเด็กยุคใหม่ผ่านการ “เล่น”

และ “เรียนรู้” ในสวนกลางกรุง

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาที่เที่ยวที่ได้ทั้งความสนุกและสาระ ขอเชิญชวนจูงมือลูกหลานมาเปิดประสบการณ์เรียนรู้รูปแบบใหม่ในงาน “กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026” ครั้งที่ 4 เทศกาลที่เปลี่ยน 4สวนสาธารณะใจกลางเมือง (สวนเบญจกิติ, สวนลุมพินี, อุทยานเบญจสิริ, สวนปทุมวนานุรักษ์) ให้กลายเป็นพื้นที่เล่นและเรียนรู้ที่ใหญ่ที่สุด

กิจกรรมไฮไลต์

🌳Kids Climbing โดย Big Trees ชวนน้อง ๆ มาปืนต้นไม้อย่างถูกวิธีและปลอดภัย ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และความกล้าหาญ วันที่ 10 – 11 มกราคม 2569 รอบเช้า 10.00 – 12.00 น. รอบบ่าย 14.00 – 16.00 น.

♟Chess Kids Club โดยสมาคมขุนทองคำ ประลองปัญญา ฝึกสมาธิกับการเล่นหมากรุกในสวน วันที่ 10 – 11 มกราคม 2569 รอบเช้า 10.00 – 12.00 น. รอบบ่าย 14.00 – 16.00 น.

🦋Nature Journey Workshop โดย NSM สำรวจธรรมชาติที่หลากหลายในสวนกลางเมือง กับนักวิชาการจาก อพวช. วันที่ 11 มกราคม 2569 เวลา 14.00 – 16.00 น.

🎨ระบายสีกลางสวน และฟังนิทานแสนสนุก เสริมสร้างจินตนาการไม่รู้จบ วันที่ 11 มกราคม 2569 เวลา 14.00 – 17.00 น.

พิเศษ เข้างานฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

หมายเหตุ : กิจกรรม Kids Climbing และ Nature Journey Workshop เปิดรับลงทะเบียนล่วงหน้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพดีต่อใจ

www.facebook.com/bangkokbestival

#กรุงเทพดีต่อใจ #BangkokBestival2026 #สุขแรกแห่งปี #สวนลุมพินี #สวนเบญจกิติ #อุทยานเบญจสิริ #สวน

ปทุมวนานุรักษ์ #OSNCC #กทม #OneBangkok #ThaiBey #SustainabiltyExpo

]]>
1553931
ชิลล์กลางสวนกับ “มีสุข ฟาร์มมาร์เก็ต” ในงาน “กรุงเทพดีต่อใจ” ชอปสินค้าชุมชน สินค้าเพื่อสุขภาพ ฟังเพลงฮีลใจ รับลมหนาวแรกของปี https://positioningmag.com/1553921 Sun, 04 Jan 2026 03:47:46 +0000 https://positioningmag.com/?p=1553921

🍃 ชิลล์กลางสวนกับ “มีสุข ฟาร์มมาร์เก็ต” ในงาน “กรุงเทพดีต่อใจ” ชอปสินค้าชุมชน สินค้าเพื่อสุขภาพ ฟังเพลงฮีลใจ รับลมหนาวแรกของปี

ชวนคนกรุงออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ รับ “สุขแรกแห่งปี” กันที่สวนป่ากลางเมือง กับงาน “กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026” ครั้งที่ 4 ที่เปลี่ยนสวนสาธารณะให้เป็นพื้นที่แห่งความสุข

ไฮไลต์ที่สายชิลล์ห้ามพลาด คือโซน “มีสุข ฟาร์มมาร์เก็ต” ณ สวนเบญจกิติ ตลาดนัดชุมชนสุดกรีนที่คัดสรรของดีของอร่อยมาเพียบ

🥗 สายกิน พบกับผักผลไม้ปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก และอาหารเพื่อสุขภาพที่คัดมาแล้วว่าดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพ

🛍 สายชอป อุดหนุนสินค้าชุมชน งานคราฟต์เก๋ๆ

🎶 สายฮีลใจ แดดร่มลมตก เวลา 17.00 – 18.30 น. มานั่งฟัง “ดนตรีในสวนดีต่อใจ” บรรยากาศพระอาทิตย์ตกดิน ท่ามกลางธรรมชาติสีเขียว ช่วยบำบัดความเหนื่อยล้าจากการทำงานได้ดีที่สุด

งานนี้ กทม. ผนึกกำลังภาคเอกชนและเครือข่ายความยั่งยืน จัดเต็มความสุขให้เข้าฟรี เตรียมเสื่อปิกนิก และถุงผ้ามาให้พร้อม แล้วมาจอยกัน

🗓 วันที่: 9 – 11 มกราคม 2569 ⏰ เวลา: ตลาดเปิด 14.00 – 20.00 น. 📍 พิกัด: สวนเบญจกิติ

🚝 การเดินทาง: MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพดีต่อใจ

www.facebook.com/bangkokbestival

#กรุงเทพดีต่อใจ #BangkokBestival2026 #สุขแรกแห่งปี #สวนลุมพินี #สวนเบญจกิติ #อุทยานเบญจสิริ #สวนปทุมวนานุรักษ์ #QSNCC #กทม #OneBangkok #ThaiBev #SustainabilityExpo

]]>
1553921
สร้างสมดุลชีวิต เริ่มปีใหม่ด้วยกิจกรรมสุขภาพกาย–ใจ ที่ Bangkok Bestival 2026 https://positioningmag.com/1553909 Sat, 03 Jan 2026 03:27:32 +0000 https://positioningmag.com/?p=1553909

🌿💚 สร้างสมดุลชีวิต เริ่มปีใหม่ด้วยกิจกรรมสุขภาพกายใจ ที่ Bangkok Bestival 2026

ปีใหม่ทั้งที… ชวนมาดูแลสุขภาพแบบเต็มที่!
กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026” กลับมาเติมพลังให้ทุกคน ท่ามกลางความสงบและความเขียวสดชื่นของสวนใจกลางกรุงเทพฯ ผ่านกิจกรรมฟื้นฟูกาย–ใจที่สนุก อ่อนโยน และเข้าถึงได้สำหรับทุกวัย

🧘‍♀️✨ Yoga in the Park & Sound Bath

📅 วันที่ 9 และ 10 มกราคม 2569

  • รอบเช้า: 08.00–09.30 น.
  • รอบบ่าย: 16.00–17.30 น.

ชวนยืดเหยียด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ และตั้งหลักใจด้วยคลาสโยคะกลางสวนป่าเบญจกิติ
อบอวลด้วยอากาศดี ๆ และความเงียบสงบที่หาได้ยากในเมืองใหญ่

หลังจบคลาสโยคะ คุณจะได้เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนลึกด้วย นอนอาบเสียง (Sound Bath)
คลื่นเสียงบำบัดจากเครื่องดนตรีเฉพาะทางที่ช่วยผ่อนคลายลึก และปรับสมดุลระบบประสาทอย่างอ่อนโยน

กิจกรรมนี้เหมาะอย่างยิ่งกับคนทำงานที่อยากลดความเครียด และเริ่มต้นปีใหม่ด้วยพลังดี ๆ จากภายใน

🌬🌱 ชี่กงในสวน โดย A ROOT by THAI GROUP

📅 วันที่ 10 และ 11 มกราคม 2569 เวลา 07.00-08.00 น.

สายสุขภาพแนวธรรมชาติห้ามพลาด! เวิร์กชอปดูแลตนเองที่จะพาคุณ

  • เคลื่อนไหวช้า ๆ สบาย ๆ
  • จัดระเบียบลมหายใจ
  • ปล่อยความเครียดออกจากร่างกาย
  • ฟื้นฟูพลังชีวิตแบบที่ทำต่อเองที่บ้านได้

เหมาะกับทุกวัย โดยเฉพาะคนที่อยากเริ่มต้นเส้นทางการดูแลตัวเองอย่างยั่งยืน

🌳✨ เข้าร่วมได้ฟรี ตลอดงาน!

“กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026”
จัดขึ้นในพื้นที่สวนสาธารณะใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อให้ทุกคนได้ดูแลตัวเองในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและปลอดภัย

ปีใหม่นี้… มาให้รางวัลตัวเองด้วยสุขภาพดี ๆ กัน 🌿💚

ยิ่งร่วมกิจกรรม…ยิ่งได้คะแนนใน SX แอปพลิเคชัน แลกของที่ระลึกสุด Eco ได้ด้วยนะ

iOS AppStore : https://apps.apple.com/…/sustainability-expo/id1640414525

Play Store : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.sx2022

ติดตามรายละเอียดงานพร้อมวันจัดงานของแต่ละกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ FB fanpage : กรุงเทพดีต่อใจ

www.facebook.com/bangkokbestival

 

 

#กรุงเทพดีต่อใจ #BangkokBestival2026 #สุขแรกแห่งปี #สวนลุมพินี #สวนเบญจกิติ #อุทยานเบญจสิริ #สวนปทุมวนานุรักษ์ #QSNCC #กทม #OneBangkok #ThaiBev #SustainabilityExpo

]]>
1553909