PR News – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Fri, 27 Mar 2026 12:09:49 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ไฮเออร์ ประเทศไทย พร้อมทะยานสู่โกลบอลแบรนด์ ทุ่มงบปี 69 กว่า 1,200 ลบ. ขยายเครือข่าย “จุดจำหน่าย ดีลเลอร์ โมเดิร์นเทรด และออนไลน์” ทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวไลน์อัปผลิตภัณฑ์กว่า 50 รายการ https://positioningmag.com/1566675 Fri, 27 Mar 2026 12:05:23 +0000 https://positioningmag.com/?p=1566675 • ไฮเออร์ ประเทศไทย เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ เผยโกยรายได้ปี’ 68 กว่า 11,230 ล้านบาท ด้าน “เครื่องปรับอากาศ” ครองใจคนไทย – ครองแชมป์สัดส่วนพอร์ตธุรกิจ ตั้งเป้าปิดปี 69 ด้วยรายได้ 14,000 ลบ.

ไฮเออร์ (ประเทศไทย) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกและแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 17 ปีซ้อน เดินหน้ารุกตลาดปี 2569 อัดงบลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาท เร่งขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งดีลเลอร์ โมเดิร์นเทรด และออนไลน์ เพื่อเพิ่ม การเข้าถึงผู้บริโภคในทุกพื้นที่ พร้อมกันนี้ ยังเปิดตัวไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ครบทุกหมวดสินค้ากว่า 50 รายการ เพื่อยกระดับสู่ Smart Ecosystem ที่เชื่อมต่อทุกการใช้ชีวิตอย่างไร้รอยต่อ ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ในประเทศไทยผ่านกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมต่อยอดสู่การเป็น Global Brand อย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 เติบโต 25% หรือราว 14,000 ล้านบาท

มร. ต่ง เจี้ยนผิง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในปี 2568 จะได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ผันผวน แต่ถือเป็นปีที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสำคัญของอุตสาหกรรม โดยผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากขึ้น ทั้งในด้านความสะดวกสบาย การประหยัดพลังงาน และเทคโนโลยีอัจฉริยะที่สามารถเชื่อมต่อและเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานมากยิ่งขึ้น ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนานวัตกรรมของไฮเออร์ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผสานเทคโนโลยี AI และฟังก์ชันด้านสุขอนามัย ที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ไฮเออร์ ประเทศไทย สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง แม้อยู่ในสภาวะตลาดที่ท้าทาย โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 11,230 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 14% สะท้อนศักยภาพการเติบโตในทุกกลุ่มสินค้า เริ่มจากเครื่องปรับอากาศภายในบ้านที่ยังคงครองอันดับ 1 ของตลาดในเชิงปริมาณ ด้วยยอดขาย 4,600 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มตู้เย็นมียอดขาย 2,200 ล้านบาท เติบโต 39% และเครื่องซักผ้ามียอดขาย 1,540 ล้านบาท เติบโต 23% ด้านตู้แช่ยังคงครองอันดับ 1 ของตลาด ด้วยยอดขาย 1,100 ล้านบาท เติบโต 23% ส่วนเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์มียอดขาย 860 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มทีวีเติบโตโดดเด่นด้วยยอดขาย 760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% และเครื่องทำน้ำอุ่นมียอดขาย 170 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 52% สะท้อนความแข็งแกร่งของพอร์ตสินค้าและความสามารถในการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม

มร. ต่ง เจี้ยนผิง กล่าวเสริมว่า “สำหรับปี 2569 ไฮเออร์ยังคงเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม พร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วย AI Transformation โดยนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในทุกมิติทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การบริหารซัพพลายเชน และบริการหลังการขาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมงบลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาท เพื่อขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วประเทศ ผ่านการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ทั้งทาง ดีลเลอร์ โมเดิร์นเทรด และออนไลน์ พร้อมเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยจะมุ่งขยายสัดส่วนสินค้าพรีเมียม และพัฒนา Smart Ecosystem ที่เชื่อมต่อทุกผลิตภัณฑ์เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว โดยตั้งเป้าผลักดันรายได้ในปี 2569 เติบโตกว่า 25% หรือราว 14,000 ล้านบาท”

พร้อมกันนี้ ยังเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แนวคิด “AI Smart Living” ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้า สะท้อนถึงการยกระดับไฮเออร์สู่การเป็น AI Ecosystem Brand ที่เชื่อมต่อทุกอุปกรณ์ภายในบ้านเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ประกอบด้วย

• กลุ่มเครื่องปรับอากาศ กลุ่มสินค้าหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของไฮเออร์ในปีนี้ โดยชูสินค้าเรือธง Haier UV Cool Voice Series รุ่น VRSA มีทั้งหมด 4 สี สีเงิน (สีใหม่) สีฟ้า สีชมพู สีขาวที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI Voice สั่งงานด้วยเสียงได้โดยไม่ต้องใช้รีโมตหรือเชื่อมต่อ Wi-Fi เสริมด้วยระบบ UVC Pro ที่ช่วยลดกลิ่นอับและยับยั้งเชื้อโรคได้ถึง 99.9%ฟังก์ชัน AI ECO ช่วยประหยัดพลังงานอัจฉริยะ และแผ่นกรอง PM1.0 ที่ช่วยดักจับฝุ่นขนาดเล็ก พร้อมเทคโนโลยี Black Fin ที่ออกแบบให้ทนทานต่อการกัดกร่อน เหมาะกับสภาพอากาศเขตร้อน อีกทั้งยังเตรียมเปิดตัว Solar AC Series เครื่องปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ช่วยลดค่าไฟเหลือ 0 บาท ตอบโจทย์เรื่องรักโลก และ Portable AC Series รุ่น 09K และ 12K BTU ที่มาพร้อมฟังก์ชัน Fast Cooling, Filter cleaning reminder และติดตั้งง่าย รองรับการใช้งานที่หลากหลายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ โดยตั้งเป้าเติบโต 15%

• กลุ่มเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ไฮเออร์เดินหน้าขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับดีมานด์ในภาคธุรกิจและอาคารเชิงพาณิชย์ โดยเตรียมเปิดตัว 2 ซีรีส์ 4 รุ่น ได้แก่ HCSI-24XSR32, HCSI-38XTR32 (แบบ Cassette) และ HCFI-24XSR32, HCFI-38XTR32 (แบบ Ceiling) ซึ่งมาพร้อมระบบ Self-Cleaning และ Antibacterial Filter ที่ช่วยยับยั้งแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าโต 40%

• กลุ่มตู้เย็น กลุ่มสินค้าที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของไฮเออร์ โดยเตรียมเปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุด 3 ซีรีส์ ได้แก่ Horizon, Space Fit Pro และ Space Slim สำหรับ Horizon ซีรีส์มาพร้อมความจุขนาดใหญ่ถึง 700 ลิตร ตอบโจทย์ผู้ที่รักการทำอาหารด้วยพื้นที่จัดเก็บขนาดใหญ่พิเศษ พร้อมโดดเด่นด้วยนวัตกรรม PureSpace Ice ที่สามารถผลิตน้ำแข็งได้อย่างสะอาด ปราศจากกลิ่นรบกวน Space Fit Pro ซีรัส์ ถูกออกแบบในสไตล์ Built-in แบบ 0 Gap (Zero Gap) ผสานความเรียบหรูเข้ากับการติดตั้งอย่างลงตัว พร้อมนวัตกรรม Nutri-Bank ที่นำเทคโนโลยีสนามแม่เหล็กมาใช้ในการถนอมอาหาร ช่วยยืดอายุความสดใหม่ของวัตถุดิบได้ยาวนานยิ่งขึ้น และ Space Slim โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเฉียบ แต่ยังคงมอบความจุที่มากขึ้น ตอบรับไลฟ์สไตล์ของบ้านยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งความสวยงามและประสิทธิภาพในการใช้งานอย่างลงตัว โดยตั้งเป้าโต 32%

• กลุ่มเครื่องซักผ้า เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องตอบโจทย์ผู้บริโภคคนไทย ด้วยการเปิดตัว 4 ซีรีส์ใหม่ นำโดย L+ ซีรีส์, Laundry Center ซีรีส์, X9 ซีรีส์ และ เครื่องซักผ้า 3 ถังซีรีส์ (Triple Drum) พร้อมชูเทคโนโลยีเด่น ได้แก่ Essence Wash ซักสะอาดภายใน 39 นาที 3D Drying ช่วยให้ผ้าแห้งแม้อากาศชื้น และ Smart Dosing ระบบเติมน้ำยาซักผ้าอัตโนมัติ รวมถึงนวัตกรรมซักแยก 3 ถังในเครื่องเดียว เพื่อการใช้งานที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูง โดยตั้งเป้าโต 36%

• กลุ่มตู้แช่ เปิดตัว 2 ซีรีส์ใหม่ ที่พัฒนาฟังก์ชันด้านสุขอนามัยและประสิทธิภาพการใช้งานอย่างต่อเนื่อง มาพร้อมเทคโนโลยีเด่น อาทิ High Temperature Alarming ระบบแจ้งเตือนเมื่ออุณหภูมิสูงกว่าปกติ หรือ Smart Dew Control Clarity Restored (90% External Heat Reflection) เทคโนโลยีความร้อนอัจฉริยะ ช่วยลดการเกิดหยดน้ำและฝ้าที่กระจก และ DEO Fresh / H-DEO Fresh เทคโนโลยียับยั้งแบคทีเรียสูงถึง 99.9% และกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในตู้ โดยตั้งเป้าโต 18%

• กลุ่มทีวี ไฮเออร์เตรียมเปิดตัวทีวีใหม่รวม 7 ซีรีส์ มากกว่า 20 รุ่น พร้อมเติมเต็มทุกอรรถรส ด้วยฟังก์ชันใหม่ AI Vocal Separation สนุกสนานกว่าที่เคย เปลี่ยนห้องนั่งเล่นที่บ้านของคุณให้กลายเป็นห้องคาราโอเกะส่วนตัว และ 4K Resolution สัมผัสประสบการณ์ความคมชัด สมบูรณ์แบบ มองเห็นทุกรายละเอียด โดยตั้งเป้าโต 32%

• กลุ่มเครื่องทำน้ำอุ่น ขยายพอร์ตสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุดกว่า 6 ซีรีส์ รวม 12 รุ่น ครอบคลุมทั้งกลุ่มแมสและพรีเมียม เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกเซ็กเมนต์ และรองรับความต้องการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าเติบโต 30%

นอกจากนี้ บริษัทยังวางกลยุทธ์การตลาดแบบบูรณาการ เพื่อยกระดับการรับรู้แบรนด์และสร้างการมีส่วนร่วมในทุก Touchpoint ผ่านสื่อโฆษณาครบวงจร ทั้งทีวี สื่อ Out of Home และแพลตฟอร์มดิจิทัล ควบคู่กับกิจกรรมออนไลน์อย่าง Haier Dream For Fans Season 6 โปรโมชัน ณ จุดขาย และ Roadshow ทั่วประเทศ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง ขณะเดียวกันยังเดินหน้ากลยุทธ์ Sport Marketing ผ่านกิจกรรมสำคัญ อาทิ การเป็น Official Partner ของทีมฟุตบอลระดับโลกอย่าง Liverpool F.C. และ Paris Saint-Germain F.C. อีกทั้งยังมีงาน Pop-up “Champion Your Haier Life” กิจกรรมวิ่งมินิมาราธอน และการจัดแข่งขันฟุตบอลครั้งแรกในปี 2569 เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคในรูปแบบไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้น พร้อมต่อยอดภาพลักษณ์แบรนด์ระดับโลก ผ่านการต่อสัญญา ‘BamBam’ ในฐานะ Brand Ambassador ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยจะมีการสร้างสรรค์แคมเปญและกิจกรรมตลอดทั้งปี เพื่อเชื่อมต่อแบรนด์กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

“ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของไฮเออร์ในภูมิภาคอาเซียน และเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตในระดับโลก โดยในปี 2569 บริษัทมุ่งยกระดับองค์กรสู่การเป็น Global Brand อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการพัฒนาโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะที่เชื่อมต่อเป็นระบบเดียวกัน พร้อมยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภคให้ครอบคลุมในทุกมิติของการใช้งาน ควบคู่กับการขยายการเข้าถึงตลาดและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันรายได้สู่ 14,000 ล้านบาท และวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเติบโตที่สำคัญของไฮเออร์ในระดับโลกในระยะยาว” มร. ต่ง เจี้ยนผิง กล่าวสรุป

ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมข้อมูลข่าวสาร โปรโมชัน และกิจกรรมอื่น ๆ จากไฮเออร์ได้ที่ Facebook: Haier Thailand, Instagram: @haierthailand_official, X (Twitter): @ThailandHaier, YouTube: @HaierThailandOfficial, TikTok: @haier_thailand และ Line OA : @haierthailand หรือดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://www.haier.com/th

#Haier #HaierThailand #HaierMoreCreationMorePossibilities

 

 

]]>
1566675
BYD HYROX Bangkok ปิดฉากการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ยอดนักแข่งทะลุ 17,500 คน https://positioningmag.com/1566666 Fri, 27 Mar 2026 11:12:05 +0000 https://positioningmag.com/?p=1566666 • ยอดผู้เข้าร่วมพุ่งทะยานกว่าเท่าตัว พร้อมทัพนักกีฬา 17,500 คน หลั่งไหลสู่ BITEC บางนา สร้างประวัติศาสตร์การแข่งขัน HYROX ครั้งใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ

BYD HYROX Bangkok ปิดฉากการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอย โดยเนรมิต ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) ให้กลายเป็นสังเวียนทดสอบขีดความสามารถของเหล่าคนรักการออกกำลังกายในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การแข่งขันซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 มีนาคม 2026 ตลอดสามวันเต็ม นับเป็นการแข่งขัน HYROX ที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จที่สุดเท่าที่เคยจัดในกรุงเทพฯ โดยมีนักกีฬาและผู้ชมนับหมื่นคนเข้าร่วมประชันความแข็งแกร่ง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความมุ่งมั่น และพลังของคอมมูนิตี้สายฟิตเนส

เสียงดนตรีดังกึกก้องทั่วสนาม ผสานกับเสียงเชียร์จากทุกทิศทาง และภาพนักกีฬาที่ทยอยเข้าเส้นชัยในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จและความท้าทาย หลอมรวมเป็นพลังที่ปกคลุมทั่ว BITEC ตลอดสุดสัปดาห์ของการแข่งขัน โดยตลอดทั้งงานมีผู้ชมมากกว่า 21,250 คนเข้าร่วม เพื่อร่วมให้กำลังใจครอบครัว เพื่อน และคนใกล้ชิด

BYD HYROX Bangkok 2026: ยกระดับสู่หมุดหมายใหม่ของการแข่งขันฟิตเนสระดับโลก

การแข่งขัน BYD HYROX Bangkok 2026 ภายใต้การสนับสนุนจาก BYD ผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก      ในฐานะพันธมิตรยานยนต์ระดับภูมิภาคและผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญของ HYROX ในกรุงเทพมหานคร โดยในปีนี้มีนักกีฬาตบเท้าเข้าร่วมชิงชัยตลอดทั้ง 3 วัน รวมกว่า 17,500 คน  ซึ่งมากกว่ายอดผู้เข้าแข่งขันจำนวน 8,700 คนในการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมาถึงเท่าตัว โดยยอดผู้เข้าร่วมที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 100% ในครั้งนี้ นับเป็นการสร้างสถิติใหม่ของจำนวนผู้สมัครเข้าแข่งขัน HYROX ในระดับภูมิภาคอย่างเป็นทางการ

เหล่านักกีฬาจากประเทศไทยและทั่วทุกมุมโลกต่างร่วมลงสนามแข่งขัน โดยครอบคลุมทั้งประเภทเดี่ยว (Singles) คู่ (Doubles) ทีมผลัด (Relay) และประเภท Adaptive ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเปิดกว้าง ความหลากหลาย และเสน่ห์ในระดับสากลของรูปแบบการแข่งขัน HYROX โดยในประเภทเดี่ยว ผู้เข้าแข่งขันต่างมุ่งสร้างผลงานที่ดีที่สุดของตนเอง ขณะที่การแข่งขันประเภทคู่และทีมผลัดเปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันรวมพลังเป็นทีมเพื่อก้าวผ่านความท้าทายร่วมกัน ส่งผลให้ยอดผู้เข้าแข่งขันรวมพุ่งสู่หลักหมื่น พร้อมสร้างบรรยากาศการแข่งขันที่คึกคักตลอดงาน

“กระแสตอบรับตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานับเป็นปรากฏการณ์อันน่าทึ่ง” William Petty ผู้จัดการฝ่ายอีเวนท์ ของ HYROX ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว “การได้เห็นนักกีฬากว่า 17,500 คนรวมตัวกันภายใน BITEC ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ HYROX ในกรุงเทพฯ ทั้งในด้านความเข้มข้นของการแข่งขัน จำนวนผู้เข้าร่วม และพลังอันยอดเยี่ยมจากทั้งนักกีฬาและผู้ชม ล้วนตอกย้ำถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของกีฬาประเภทนี้ในภูมิภาค ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี กรุงเทพฯ ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันที่น่าตื่นเต้นและน่าจับตามองบนปฏิทินการแข่งขันของ HYROX APAC พลังขับเคลื่อนจากคอมมูนิตี้ฟิตเนสในท้องถิ่นนับเป็นแรงผลักดันสำคัญ สะท้อนให้เห็นว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวขึ้นมามีบทบาทโดดเด่นยิ่งขึ้นบนเวทีโลกของ HYROX”

นอกเหนือจากการแข่งขันในสนามแล้ว BYD HYROX House ยังช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของงานตลอดช่วงสุดสัปดาห์ โดยโซนกิจกรรมสไตล์เฟสติวัลแห่งนี้ได้กลายเป็นจุดรวมตัวของนักกีฬา กองเชียร์ และครอบครัว ที่มาร่วมพักผ่อนและใช้เวลาร่วมกัน ภายในประกอบด้วยการแสดงสดจากศิลปินชื่อดัง อย่าง TWOPEE และ GAVIN:D รวมถึงดนตรีจากดีเจ อาหารและเครื่องดื่มที่คัดสรรมาอย่างดี ตลอดจน Singha Sparkling Recovery Lounge ซึ่งให้บริการซาวน่าอบไอน้ำ บ่อแช่น้ำร้อนและน้ำเย็น ไปจนถึงนวัตกรรมรองเท้านวดระบบแรงดัน เพื่อให้นักกีฬาสามารถผ่อนคลายและฟื้นฟูร่างกายได้อย่างต่อเนื่องหลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน

จุดประกายการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ในวงการฟิตเนส

หลังการเปิดตัวในปี 2017 โดย Christian Toetzkeและ Moritz Fürsteซึ่งมีผู้เข้าร่วมเพียง 650 คน HYROX ได้เติบโตอย่างรวดเร็วจนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในการแข่งขันฟิตเนสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ภายใต้แนวคิด “The Fitness Race for Everybody” ที่มุ่งให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม ขณะเดียวกัน HYROX ยังมีความแตกต่างจากการแข่งขันกีฬาประเภท Endurance แบบดั้งเดิมหรือกิจกรรมฟิตเนสในระดับท้องถิ่น ด้วยการดำเนินการแข่งขันภายใต้รูปแบบมาตรฐานเดียวกันในทุกสนามทั่วโลก เพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬาจะได้ลงแข่งขันในโครงสร้างการแข่งขันที่เหมือนกันในทุกรายการ

ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในประเภทโปร (Pro) แบบทีมผลัด (Relay) หรือประเภท Adaptive ผู้เข้าแข่งขันทุกคนล้วนต้องเผชิญกับรูปแบบการแข่งขันเดียวกัน โดยการแข่งขันประกอบด้วยการวิ่งระยะทาง 1 กิโลเมตร จำนวน 8 รอบ สลับกับสถานีออกกำลังกายแบบฟังก์ชันนัลในแต่ละรอบ

โดยลำดับสถานีตามมาตรฐานการแข่งขัน ประกอบด้วย:
● SkiErg (เครื่องสกี) 1,000 ม.
● Sled pull (ดึงเลื่อน) 50 ม.
● Sled push (ผลักเลื่อน) 50 ม.
● Burpee broad jumps (เบอร์ปี้กระโดดไกล) 80 ม.
● Rowing (เครื่องพาย) 1,000 ม.
● Farmers carry (แบกน้ำหนัก) 200 ม.
● Sandbag lunges (ลันจ์พร้อมกระสอบทราย) 100 ม.
● Wall balls (ขว้างบอลผนัง) 100 ครั้ง

การเตรียมตัวฝึกในสไตล์ HYROX ได้จุดประกายวัฒนธรรมการออกกำลังกายรูปแบบใหม่ที่กำลังแผ่ขยายไปทั่วประเทศไทย ส่งผลให้ยิมและฟิตเนสหลายแห่งเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ HYROX Training Club อย่างเป็นทางการ เพื่อรองรับความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ประเทศไทยมี HYROX Training Club จำนวนกว่า 150 แห่ง จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงการแข่งขันรายการหนึ่ง วันนี้ HYROX ได้ยกระดับสู่ปรากฏการณ์ทางสังคมที่ขับเคลื่อนโดยพลังของคอมมูนิตี้ และกำลังพลิกโฉมวงการฟิตเนสในภูมิภาคนี้อย่างมีนัยสำคัญ

แม้ HYROX จะเป็นพื้นที่ที่ต้อนรับ “Everyday Athletes” หรือนักกีฬาในทุกระดับความสามารถ แต่ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมายังได้เผยให้เห็นผลงานอันยอดเยี่ยมของเหล่านักกีฬาจากประเภทโปร (Pro) ที่ต่างแข่งขันกันอย่างเข้มข้นเพื่อช่วงชิงสิทธิ์ผ่านเข้ารอบสู่การแข่งขันชิงแชมป์โลก PUMA HYROX World Championships 2026 ณ กรุงสตอกโฮล์ม

สรุปรายชื่อผู้คว้าชัยชนะที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นประจำสุดสัปดาห์นี้:
ประเภทเดี่ยวโปร (Singles Pro)
HYROX Pro Men: Dexter Buchanan จาก New Zealand ทำเวลาสุทธิไป 56:48 นาที
HYROX Pro Women: Tanja Stroschneiderจาก Austria ทำเวลาสุทธิไป 1:03:16 ชั่วโมง

ประเภทคู่โปร (Doubles Pro)
HYROX Pro Doubles Men: James Hogg และ Luke Hastings จาก Great Britain และ Australia ทำเวลาสุทธิไป 55:33 นาที
HYROX Pro Doubles Women: Maire Mc Ginley และ Rachel O’Connor จาก Ireland และ Great Britain ทำเวลาสุทธิไป 57:42 นาที

หลังปิดฉากสุดสัปดาห์แห่งความยิ่งใหญ่ลงอย่างงดงาม BYD HYROX Bangkok 2026 ได้สร้างความสำเร็จที่ไม่อาจปฏิเสธได้ วันนี้การแข่งขันฟิตเนสระดับโลกไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น แต่ยังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสำหรับคอมมูนิตี้สายฟิตเนสในภูมิภาคนี้อย่างแท้จริง ในขณะที่เหล่านักกีฬาเริ่มกลับเข้าสู่ยิมเพื่อฟื้นฟูร่างกาย เสริมสร้างความแข็งแกร่ง และเตรียมความพร้อมสำหรับความท้าทายครั้งใหม่ สิ่งนี้ได้สะท้อนให้เห็นว่า HYROX ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขัน แต่คือคอมมูนิตี้ระดับโลกที่หลอมรวมเป็นหนึ่งด้วยหยาดเหงื่อ พลังใจ และการมุ่งมั่นพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นและการลงทะเบียนซื้อบัตรโปรดเยี่ยมชม https://hyroxthailand.com/

 

]]>
1566666
ABM Connect ร่วมกับ Brand Buffet และสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย จัดเสวนา The New Mandate for Brands in the AI Era https://positioningmag.com/1566658 Fri, 27 Mar 2026 11:02:31 +0000 https://positioningmag.com/?p=1566658 ABM Connect เอเจนซีประชาสัมพันธ์ชั้นนำ จับมือ Brand Buffet และสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย จัดงานเสวนา “The New Mandate for Brands in the AI Era” ณ Victor Club @ Sathorn Square เพื่อเปิดมุมมองใหม่ด้านการสื่อสารและการสร้างแบรนด์ในยุคที่ AI ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่เป็น “Answer Engine” หรือผู้สรุปคำตอบให้ผู้บริโภค และกำลังพลิกโฉมพฤติกรรมการค้นหา การตัดสินใจ และความเชื่อมั่นต่อแบรนด์อย่างมีนัยสำคัญ
งานเสวนาครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้บริหารองค์กร นักการตลาด นักสร้างแบรนด์ นักประชาสัมพันธ์ ตลอดจนผู้ที่กำลังมองหา “โอกาสและทางรุก” ของแบรนด์และองค์กรต่างๆ ในโลกที่ข้อมูลจำนวนมหาศาลถูกกรอง ตีความ และส่งต่อผ่าน AI มากขึ้นเรื่อย ๆ

AI เปลี่ยนกติกาการสื่อสาร จาก Search Engine สู่ Answer Economy

ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยี AI ไม่เพียงยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภค แต่ยังเปลี่ยน “กติกา” ทางการสื่อสารของแบรนด์อย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ผู้บริโภคค้นหาข้อมูลจาก Search Engine สู่ยุคที่คำตอบจำนวนมากถูกสรุปและนำเสนอโดย AI ผ่านบทสนทนาแบบเบ็ดเสร็จ หรือ “Answer Economy”

จากแนวคิด “Answer Economy” คุณเสรี ศิรินพวงศากร Executive Director บริษัท เอบีเอ็ม คอนเนค จำกัด (ABM Connect) ชี้ให้เห็นว่า “แบรนด์ต้องวางตัวเองให้เป็น “คำตอบ” ที่ AI เลือก ผ่านการออกแบบข้อมูล เนื้อหา และต้องเชื่อมโยงกับการทำพีอาร์และการสื่อสารอย่างมียุทธศาสตร์ในทุกช่องทาง ต้องมองภาพของทั้งฝั่งคนถาม  (ผู้บริโภค) และคนตอบ (AI) ควรโฟกัสกับการตอบคำถามที่เป็นประโยคยาว ๆ ในบทสนทนา ซึ่งเป็นประเด็นที่จะช่วยแก้ปัญหา Pain Points มากกว่าแค่คีย์เวิร์ด ตลอดจนการป้อนข้อมูลให้ AI สังเคราะห์ได้ง่าย สอดคล้องกับคำถาม และมีบริบทที่แบรนด์ต้องการสื่อสาร (Brand Narrative) รวมอยู่ในคำตอบนั้น ซึ่งก็มาจากแหล่งข้อมูลของแบรนด์ (Earned Media) ที่เข้าใจได้ง่ายและชัดเจนนั่นเอง”

งาน “The New Mandate for Brands in the AI Era” จึงมุ่งสะท้อนภาพการเปลี่ยน Landscape ครั้งสำคัญ พร้อมตั้งคำถามเชิงกลยุทธ์ว่า แบรนด์จะทำอย่างไรให้ข้อมูลของตน “ถูกเลือก” ไปเป็นคำตอบของ AI ท่ามกลางข้อมูลมหาศาล และจะรักษาความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และอำนาจในการเล่าเรื่องของแบรนด์ไว้ได้อย่างไร

ด้าน คุณภัททิญา ธนาพล Head of Strategy & Planning บริษัท เอบีเอ็ม คอนเนค จำกัด ระบุว่า บทบาทของพีอาร์ในปัจจุบันนี้คือการสร้างให้แบรนด์เป็น Source of Truth ด้วยการนำ AI Optimization หรือ AIO มาปรับใช้ในการทำคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้าง Trust Signal ให้เกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้าง Authority และ Trust ให้แบรนด์ปรากฏอยู่ใน “คำตอบ” ของ AI อย่างสม่ำเสมอ หรือที่เรียกว่า Share of Answer “การลงทุนในแบรนด์ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเทคโนโลยี เปรียบเสมือน “ดอกเบี้ยทบต้น” แบรนด์ต้องสร้าง Authority ไปเรื่อย ๆ อย่างสม่ำเสมอ วาง Digital Footprint ของแบรนด์ให้แข็งแกร่ง เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์อยู่รอดและชนะในเกมนี้ได้ในที่สุด”

นอกจากนี้ ภายในงานมีผู้นำความคิดจากองค์กรชั้นนำด้านแบรนด์ การตลาด และสื่อ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง      ในหลากหลายมิติ โดยได้รับเกียรติจาก คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ดร.ปอยหลวง โคนทรงแสน Chief Executive Officer บริษัท เดอะ แพลตฟอร์ม จำกัด คุณรัสรินทร์ อรุณอิทธิวิทย์ Co-Founder จาก Brand Buffet คุณอานุภาพ คงมาลัย รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รวมทั้ง คุณอนุภัทร พิสิฐโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด (เต่าบิน) และคุณรติ พันธุ์ทวี นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย

ทั้งหมดได้ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับภาพใหญ่ของการสร้าง “Source of Truth” ให้แบรนด์ และความสำคัญในการปรับตัวของแบรนด์ในการสร้างตัวเองให้เป็นคำตอบพร้อมด้วยแนวทางรูปแบบคอนเทนต์ที่ต่อจากนี้ Brand Narrative จะเป็นเครื่องมือหลักที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นที่แบรนด์ต่าง ๆ ไม่ควรมองข้าม

แบรนด์ที่ปรับตัวได้ไวต่อสถานการณ์ และสามารถออกแบบโครงสร้าง Brand Narrative ได้อย่างมีกลยุทธ์          จะเปลี่ยนชื่อเสียงของแบรนด์ให้กลายเป็น “ต้นทุนความน่าเชื่อถือ” ผ่านรูปแบบคอนเทนต์ของแบรนด์ ที่เป็นส่วนหนึ่งของคำตอบในโลกข้อมูลล้นได้อย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นโจทย์เชิงกลยุทธ์ระดับ Top-line ที่อุตสาหกรรมโฆษณาและการสื่อสารต้องร่วมกันขับเคลื่อนและลงมือทำตั้งแต่วันนี้

]]>
1566658
อานตี้ แอนส์ เปิดเกมรุกตลาดซอฟท์เพรทเซล ดึงอินไซต์ “Savory Lover” เสิร์ฟเมนูใหม่ ‘ไก่เบคอนชีสเพรทเซล’ ชูกลยุทธ์คาแรกเตอร์การ์ตูน ปั้น Engagement คนรุ่นใหม่ https://positioningmag.com/1566651 Fri, 27 Mar 2026 10:54:58 +0000 https://positioningmag.com/?p=1566651 อานตี้ แอนส์ (Auntie Anne’s) ผู้นำตลาดซอฟท์เพรทเซล บริหารงานโดย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (ซีอาร์จี) เดินหน้าสร้างสีสันตลาดต่อเนื่อง เปิดตัวเมนูใหม่ในกลุ่ม Savory กับ “ไก่เบคอนชีสเพรทเซล” เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาประสบการณ์รสชาติที่เข้มข้นและแตกต่าง โดยผสานความหอมรมควันของเบคอนเข้ากับความเข้มข้นของชีสแบบจัดเต็มในทุกคำ

จันทรัตน์ โตวินัส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ แบรนด์ อานตี้ แอนส์ เปิดเผยว่า เมนูดังกล่าวพัฒนาขึ้นจากอินไซต์    ผู้บริโภคที่นิยมรสชาติ Savory มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเลือกใช้ “เบคอนไก่ 100%” เพื่อขยายการเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง พร้อมมอบเนื้อสัมผัสที่นุ่มและทานง่ายยิ่งขึ้น เมื่อผสานกับแป้งเพรทเซลสูตรเฉพาะของแบรนด์ที่ท็อปด้วยมอซซาเรลลาชีสและเชดด้าชีส รวมถึงซอสเชดด้าชีสที่อยู่ภายใน ช่วยยกระดับรสชาติให้ครบทั้งความหอม มัน และเข้มข้นในคำเดียว สะท้อนแนวทางของแบรนด์ในการพัฒนาเมนูให้สอดรับกับเทรนด์ผู้บริโภค ควบคู่กับการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในด้านการตลาด แบรนด์ใช้กลยุทธ์ Cartoon Character Marketing ผ่านตัวละคร “น้อง Pretzy (เพรทซี่)” และ “น้องไก่เบคอน” เพื่อสร้างการจดจำและเชื่อมโยงกับผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีทัศนคติเชิงบวกต่อคาแรกเตอร์การ์ตูน ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูสดใส เป็นมิตร และเข้าถึงง่ายมากยิ่งขึ้น พร้อมต่อยอดสู่การสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับลูกค้า ทั้งในกลุ่มฐานเดิมและการขยายสู่ลูกค้าใหม่

ขณะเดียวกัน แบรนด์ยังมุ่งเติมเต็มประสบการณ์ความอร่อยในทุกช่วงเวลา ผ่านการพัฒนาสินค้า ควบคู่กับการนำเสนอโปรโมชั่นและกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการทดลองและเพิ่มความถี่ในการบริโภคเมนู “ไก่เบคอนชีสเพรทเซล” วางจำหน่ายในราคา 99 บาทต่อชิ้น พร้อมชุดเซ็ตในราคาเริ่มต้น 139 บาท ได้แก่

• ชุดทวิสต์ ดูโอ้ – ไก่เบคอน ชีสเพรทเซล + ออริจินัล สติ๊กซ์ ราคา 139 บาท
• ชุดทวิสต์ รีเฟรช – ไก่เบคอน ชีสเพรทเซล + เลมอนเนด 22 ออนซ์ ราคา 149 บาท
• ทวิสต์ แก็ง – ไก่เบคอน ชีสเพรทเซล + ชีสซี่ ชิกเก้น ไบท์ส + อัลมอนด์ เพรทเซล ราคา 199 บาท

วางจำหน่ายที่ร้านอานตี้ แอนส์ ทุกสาขา (ยกเว้นบูท) และช่องทางเดลิเวอรี ตั้งแต่ วันนี้ – 15 พฤษภาคม 2026 แนะนำหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/AuntieAnnesThailand/

]]>
1566651
กลุ่มธุรกิจ TCP บริษัทเครื่องดื่มสัญชาติไทยรายแรก ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลด้านการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ของ AWS ระดับ Core ที่โรงงานปราจีนบุรี https://positioningmag.com/1566641 Fri, 27 Mar 2026 10:46:19 +0000 https://positioningmag.com/?p=1566641 • กลุ่มธุรกิจ TCP บริษัทเครื่องดื่มสัญชาติไทยรายแรกที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลด้านการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน Alliance for Water Stewardship (AWS) ระดับ Core ที่โรงงานปราจีนบุรี อันเป็นมาตรฐานสากลระดับโลก ครอบคลุมการประเมินความเสี่ยง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ และการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียในลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบ

• เดินหน้าสร้างความมั่นคงด้านน้ำร่วมกับชุมชนและพันธมิตรในลุ่มน้ำบางปะกง มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และเสริมศักยภาพการดูแลทรัพยากรน้ำ เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว

ท่ามกลางความท้าทายด้านทรัพยากรน้ำทั่วโลก โรงงานปราจีนบุรีภายใต้กลุ่มธุรกิจ TCP เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการจัดการน้ำของอุตสาหกรรมไทย ได้รับการรับรองมาตรฐาน Alliance for Water Stewardship (AWS) ระดับ Core ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ธุรกิจ ชุมชน และระบบนิเวศ โดยการรับรองนี้ครอบคลุมการดำเนินงานของ บริษัท ที.ซี. ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด หรือโรงงานปราจีนบุรี ตั้งอยู่บนลุ่มน้ำบางปะกง จ.ปราจีนบุรี นับเป็นบริษัทเครื่องดื่มสัญชาติไทยรายแรกที่ได้รับรองมาตรฐานดังกล่าว

ยกระดับมาตรฐานการจัดการน้ำของอุตสาหกรรมไทย

มาตรฐาน Alliance for Water Stewardship (AWS) เป็นมาตรฐานสากลด้านการจัดการทรัพยากรน้ำที่ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ด้วยความเข้าใจถึงความท้าทายของแหล่งน้ำในพื้นที่ที่องค์กรดำเนินงานอยู่ รวมถึงการตระหนักถึงความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำในบริเวณโดยรอบ ผ่านการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียในระดับลุ่มน้ำ เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางดูแลทรัพยากรน้ำอย่างสมดุลและยั่งยืน

การรับรองมาตรฐาน AWS ครอบคลุมการประเมินการจัดการน้ำขององค์กรใน 5 มิติสำคัญ ได้แก่ การเสริมสร้าง      ธรรมาภิบาลด้านทรัพยากรน้ำ (Good Water Governance) การรักษาสมดุลของทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน (Sustainable Water Balance) การดูแลคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี (Good Water Quality Status) การอนุรักษ์พื้นที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ (Important Water-Related Areas) ตลอดจนการส่งเสริมการเข้าถึงน้ำสะอาด สุขาภิบาล และสุขอนามัย (WASH) เพื่อสร้างคุณค่าร่วมให้กับธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

Water Stewardship หัวใจของการเติบโตอย่างยั่งยืน

กลุ่มธุรกิจ TCP ในฐานะผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวภายใต้แบรนด์ กระทิงแดง เรดบูล เรดดี้ โสมพลัส สปอนเซอร์ แมนซั่ม ไฮ่! เพียวริคุ ซันสแนค และวอริเออร์ ดำเนินธุรกิจภายใต้เป้าหมาย “ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า” ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักขององค์กร พร้อมตั้งเป้าหมายมุ่งสู่น้ำสุทธิเป็นบวก (Net Water Positive) ภายในปี 2573 เพื่อคืนน้ำกลับสู่ธรรมชาติและชุมชนให้มากกว่าปริมาณที่ใช้ในกระบวนการผลิต

โรงงานปราจีนบุรี มีการควบคุมการใช้น้ำในกระบวนการผลิตอย่างเข้มงวด พร้อมปรับปรุงกระบวนการผลิตและระบบสาธารณูปโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ โดยตั้งเป้าลดอัตราส่วนการใช้น้ำต่อผลิตภัณฑ์ (Water Use Ratio: WUR) ลง 3% ต่อปี ควบคู่กับการฟื้นฟูและเพิ่มศักยภาพแหล่งน้ำในพื้นที่ นอกจากนี้ ตลอดกว่า 7 ปีที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจ TCP สามารถเพิ่มศักยภาพการกักเก็บและเติมน้ำกลับสู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้มากกว่า 18 ล้านลูกบาศก์เมตร ผ่านโครงการ “TCP โอบอุ้มลุ่มน้ำไทย” โดยลุ่มน้ำบางปะกงเป็นหนึ่งในพื้นที่ดำเนินโครงการ

นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP เผยว่า “ทรัพยากรน้ำเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญต่อทั้งชุมชน ระบบนิเวศ และการเติบโตของภาคธุรกิจ กลุ่มธุรกิจ TCP ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างรับผิดชอบมาอย่างต่อเนื่องและตั้งเป้ามุ่งสู่ Net Water Positive ภายในปี พ.ศ. 2573 การได้รับการรับรองมาตรฐาน AWS ของโรงงานปราจีนบุรี พื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง จึงไม่เพียงสะท้อนความมุ่งมั่นขององค์กรในการดูแลทรัพยากรน้ำในพื้นที่ แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญขององค์กรไทยในการยกระดับมาตรฐานการจัดการน้ำของอุตสาหกรรมไทยให้เทียบเท่าระดับสากล”

Beyond the Factory: ร่วมดูแลลุ่มน้ำบางปะกง

นอกเหนือจากการบริหารจัดการน้ำภายในโรงงาน กลุ่มธุรกิจ TCP ยังขยายการดำเนินงานสู่ระดับลุ่มน้ำบางปะกง เพื่อมุ่งแก้ปัญหาความท้าทายด้านน้ำร่วมกัน ผ่านความร่วมมือกับ WWF Thailand และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในลุ่มน้ำ ทั้งหน่วยงานภาครัฐท้องถิ่น ชุมชน และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางดูแลทรัพยากรน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเดียวกัน

ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาศักยภาพการกักเก็บน้ำ การดูแลคุณภาพแหล่งน้ำ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันและลดความเสี่ยงด้านทรัพยากรน้ำในพื้นที่ แนวทางนี้ช่วยสนับสนุนการสร้าง Water Security ให้กับทั้งชุมชน ระบบนิเวศ และภาคธุรกิจในระยะยาว

นายสก็อตต์ แมคเครดี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ Alliance for Water Stewardship (AWS) กล่าวว่า “การได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล AWS ระดับ Core สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ที.ซี. ฟาร์มาซูติคอล ในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ณ โรงงานปราจีนบุรี อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่าโรงงานมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อความท้าทายด้านทรัพยากรน้ำที่เกิดขึ้นร่วมกันในพื้นที่ลุ่มน้ำ พร้อมทั้งเดินหน้าส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมการใช้น้ำอย่างรับผิดชอบ ทั้งในระดับโรงงานและระดับลุ่มน้ำ”

นางพนอ บุญคง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 บ้านคลองหัวเสือ ต.บางแตน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า “เรารู้สึกภูมิใจที่ชุมชนของเราได้มีส่วนร่วมกับความสำเร็จครั้งนี้ เมื่อก่อนพวกเราใช้น้ำกันตามสภาพที่มีอยู่ และไม่ค่อยรู้ว่าน้ำในคลองเปลี่ยนแปลงอย่างไร รู้เพียงว่าช่วงน้ำทะเลหนุนทำให้การปลูกข้าวยากขึ้น เมื่อทางกลุ่มธุรกิจ TCP และทีมงาน WWF เข้ามาช่วยดูแล ให้ความรู้เรื่องการจัดการน้ำ ชวนลอกคูคลอง กำจัดผักตบชวา และซ่อมแซมประตูน้ำ ทำให้ชุมชนมีน้ำจืดใช้มากขึ้น ยังนำผักตบชวามาต่อยอดทำปุ๋ยหรือจักสานเป็นตะกร้า สร้างรายได้เสริมให้คนในพื้นที่ วันนี้ทุกคนเริ่มเห็นคุณค่าของน้ำในพื้นที่มากขึ้น มีความรู้ติดตัวและอยากช่วยกันดูแลทรัพยากรน้ำต่อไป เพื่อให้ลูกหลานยังมีน้ำที่ดีใช้ในอนาคต”

ในวาระครบรอบ 70 ปีของกลุ่มธุรกิจ TCP การได้รับการรับรองมาตรฐาน AWS สะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างรับผิดชอบ และนับเป็นอีกก้าวสำคัญขององค์กรไทยในการยกระดับมาตรฐานการจัดการน้ำของอุตสาหกรรมให้ทัดเทียมระดับสากล พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Water Positive ภายในปี 2573 เพื่อสร้างอนาคตที่สมดุลระหว่างธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิด “ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า”

ความสำเร็จครั้งนี้ยังตอกย้ำมาตรฐานการดำเนินงานของโรงงานผลิต ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจ TCP และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคว่าสินค้าทุกชิ้นได้รับการผลิตภายใต้กระบวนการที่ให้ความสำคัญทั้งคุณภาพ มาตรฐานระดับสากล และการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบในทุกขั้นตอน

 

 

]]>
1566641
ทรู คอร์ปอเรชั่น โชว์ศักยภาพ AI พลิกค้าปลีกไทย สู่ผลลัพธ์ธุรกิจที่วัดผลได้บนเวทีโลกในงาน NVIDIA GTC 2026 https://positioningmag.com/1566634 Fri, 27 Mar 2026 10:36:01 +0000 https://positioningmag.com/?p=1566634 ภายในงาน NVIDIA GTC 2026 หนึ่งในเวทีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ซึ่งรวมผู้นำเทคโนโลยีและนวัตกรชั้นนำจากทั่วโลก ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นบริษัทไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับเชิญขึ้นเวที นำเสนอวิสัยทัศน์ที่สะท้อนศักยภาพด้านนวัตกรรมดิจิทัลของประเทศไทยสู่สายตานานาชาติ โดย นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Reimagining Store Operations at Scale to Accelerate ROI” สะท้อนวิสัยทัศน์การนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจค้าปลีกสู่ระบบอัจฉริยะในระดับขนาดใหญ่ (at scale) พร้อมสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง

ไทยยกระดับบทบาทใหม่บนเวที AI โลก

การขึ้นเวที NVIDIA GTC 2026 ซึ่งเป็นศูนย์รวมผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก สตาร์ทอัพ และนักนวัตกรรมจากทั่วโลกในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของ ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะผู้นำเทเลคอม-เทคคอมปานีไทย แต่ยังแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถของบุคลากรไทย และความแข็งแกร่งของระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศ โดย นายเอกราช กล่าวถึงมุมมองเชิงกลยุทธ์ว่า “นี่ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่คือการพลิกนิยามการดำเนินธุรกิจในระดับขนาดใหญ่ และพิสูจน์ว่า ประเทศไทย สามารถเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม ไม่ใช่เพียงผู้ตาม”

พลิกโฉมร้านค้าสู่ Intelligent Retail ด้วย AI

ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้นำเสนอแนวทางการยกระดับธุรกิจค้าปลีกสู่ “Intelligent, Data-Driven Ecosystem” ผ่านการผสาน AI และเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างครบวงจร โดยมีไฮไลต์สำคัญ ได้แก่

1. ระบบวิเคราะห์ร้านค้าอัจฉริยะด้วย AI (AI-Powered Store Intelligence)
• วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบเรียลไทม์
• ระบบติดตามจำนวนลูกค้าเข้า-ออกและอัตราการเปลี่ยนเป็นยอดขาย (Conversion) ด้วย AI
• การจัดวางสินค้า และชั้นวางสินค้าแบบอัจฉริยะ (Smart Merchandising & Shelf Optimization)

2. การยกระดับประสิทธิภาพบุคลากรในระดับขนาดใหญ่ (Workforce Productivity at Scale)
• ใช้ AI ช่วยวางแผนกำลังคนและบริหารงานหน้าร้าน
• ลดงานซ้ำซ้อนด้วยระบบอัตโนมัติ
• เพิ่มประสิทธิภาพพนักงาน พร้อมลดต้นทุนการดำเนินงาน

3. การบูรณาการดิจิทัลแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง (End-to-End Digital Integration)
• เชื่อมโยงข้อมูลจาก Telco, Retail และ AI Platform
• สนับสนุนการตัดสินใจแบบ Real-time ในทุกสาขา
• ผสานการควบคุมจากส่วนกลาง พร้อมการดำเนินงานที่ตอบโจทย์แต่ละพื้นที่

เร่งสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจ (ROI) ด้วยเทคโนโลยี

หนึ่งในประเด็นสำคัญของการนำเสนอ คือการก้าวข้ามจาก “การทดลองใช้เทคโนโลยี” สู่ “การสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม” โดยเน้น
• การเร่งสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจ ROI ผ่านการขยายผลในระดับองค์กร
• การเพิ่มรายได้ต่อสาขาด้วยการใช้ข้อมูลเชิงลึกจาก AI เพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำยิ่งขึ้น
• การลดต้นทุนการดำเนินงานผ่านระบบอัตโนมัติและการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกกระบวนการ
• การเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล Data-driven decision making

สะท้อนศักยภาพบุคลากรไทยสู่เวทีนานาชาติ

การเข้าร่วมเวที NVIDIA GTC 2026 ของทรู คอร์ปอเรชั่น ในครั้งนี้ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสำคัญ
• ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมดิจิทัล
• สร้างความร่วมมือระหว่างธุรกิจโทรคมนาคม ค้าปลีก และเทคโนโลยี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศดิจิทัล
• ขับเคลื่อนศักยภาพคนรุ่นใหม่ของไทยในการพัฒนาโซลูชันที่สามารถใช้งานได้จริงในระดับสากล

ทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสู่การเป็น AI-First Telco-Tech Company โดยใช้ AI เป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้องค์กรธุรกิจไทยในยุคดิจิทัล

]]>
1566634
มากกว่าพื้นที่ แต่คือโมเมนต์ดีๆ เดอะ ปาร์ค รวมพลเชลตี้ ในงาน “The Shelties Soirée” เติมเต็ม Pet-Friendly Community ใจกลางเมือง https://positioningmag.com/1566626 Fri, 27 Mar 2026 10:28:35 +0000 https://positioningmag.com/?p=1566626 ปล่อยพลังความสดใส สร้างโมเมนต์ใจฟูให้กลุ่มคนรักสัตว์ด้วยความสดใสแบบเกินต้าน เดอะ ปาร์ค (The PARQ) ร่วมกับ BKK Dog Society จัดงาน “The Shelties Soirée” รวมพลเหล่า Paw Parents และน้องเชลตี้ขนฟู บนพื้นที่ “PET PARQ” คอมมูนิตี้ PET FRIENDLY บน สวนลอยฟ้า ที่เดอะ ปาร์ค ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น  เป็นกันเองใจกลางพระราม 4

เติมเต็มรอยยิ้มแบบไม่พักตลอดงานด้วยกิจกรรมสนุก ๆ ที่ให้เจ้าของและน้อง ๆ ได้มีโมเมนต์น่ารัก พร้อมวัดระดับความซี้ระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเกมเดินตามคำสั่ง, บททดสอบความนิ่ง หรือ เกมเก้าอี้ดนตรีเวอร์ชั่นน้องหมา ที่เรียกทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากคนรอบข้างได้อย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งกิจกรรมสุดเอ็กคลูซีฟคือ Close Circles เปิดพื้นที่ให้ Paw Parents ของเหล่าเชลตี้ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และเคล็ดลับการดูแลน้อง ๆ ร่วมกับทีมสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลสัตว์วัฒนะเวช ให้ความรู้สึกเหมือนได้พบเพื่อนใหม่ที่เข้าใจซึ่งกันและกัน ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนจังหวะของงานไปสู่บรรยากาศสบาย ๆ กับเสียงดนตรีเบา ๆ ท่ามกลางพื้นที่สีเขียว ที่ช่วยเติมเต็มช่วงเช้าของวันให้สดใส เติมเต็มพลังงานดี ๆ ทั้งเจ้าของและเพื่อนซี้สี่ขาไปได้ตลอดวัน

“The Shelties Soirée” สะท้อนบทบาทของ The PARQ ในการเป็น Urban Wellness Community ภายใต้แนวคิด Life Well Balanced ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ และให้ความสำคัญของสัตว์เลี้ยงที่เปรียบเสมือนสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว ด้วยแนวคิดนี้ PET PARQ จึงเป็นพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ Pet-Friendly Lifestyle อย่างแท้จริง ทั้งกิจกรรม พื้นที่ และคอมมูนิตี้ ที่เปิดโอกาสให้ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุขและลงตัว

ติดตามข่าวสารล่าสุดและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Facebook: The PARQ Instagram: @THEPARQBKK Line OA: @The PARQ

Website: www.theparq.com โทร. 02-080-5700

#TheSheltiesSoiree #ThePARQ #LifeWellBalanced #ThePARQPetFriendly

 

]]>
1566626
กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ แต่งตั้ง ‘จิมมี่ ฟาน’ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด มีผล 1 พฤษภาคม 2569 https://positioningmag.com/1566621 Fri, 27 Mar 2026 10:24:15 +0000 https://positioningmag.com/?p=1566621 กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ แจ้งความคืบหน้าตามแผนการสืบทอดตำแหน่งผู้บริหาร (Succession Planning) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจการเงินดิจิทัล โดยคณะกรรมการบริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด (CardX) มีมติแต่งตั้ง คุณจิมมี่ ฟาน (Jimmy Fan) ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CardX คนใหม่ โดยมีผลตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อเสริมสร้างความต่อเนื่องด้านยุทธศาสตร์และประสานการทำงานของธุรกิจการเงินดิจิทัลภายใต้กลุ่ม เอสซีบีเอกซ์

คุณจิมมี่ ฟาน เป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์โดดเด่นด้านฟินเทค ธุรกิจสินเชื่อดิจิทัล และการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อขยายโอกาสทางการเงินในประเทศไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มันนิกซ์ จำกัด (MONIX) บริษัทฟินเทคที่ก่อตั้งขึ้นในรูปแบบบริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ และ Abakus Group จากประเทศจีนตั้งแต่ปี 2563 โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาแพลตฟอร์ม FINNIX แอปพลิเคชันสินเชื่อดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแมชชีนเลิร์นนิ่ง (Machine Learning) เพื่อให้บริการสินเชื่อรายย่อยขนาดเล็ก และเสริมสร้างศักยภาพทางการเงินแก่กลุ่มผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินแบบดั้งเดิม (Unbanked Customer)

คุณอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การแต่งตั้งคุณจิมมี่เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ CardX สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของกลุ่ม เอสซีบีเอกซ์ในศักยภาพความเป็นผู้นำและประสบการณ์ทางด้านธุรกิจสินเชื่อผู้บริโภคดิจิทัล โดย CardX เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลของกลุ่มฯ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และการพัฒนานวัตกรรมที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง”

“คุณจิมมี่มีความเชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการประเมินเครดิต การบริหารพอร์ตสินเชื่อ และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า การนำพา MONIX เติบโตอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับความสามารถในการสร้างผลกำไรและรักษาคุณภาพสินทรัพย์ สะท้อนถึงความเหมาะสมอย่างยิ่งในการเข้ามาขับเคลื่อน CardX ในระยะต่อไป ผมเชื่อมั่นว่าคุณจิมมี่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ CardX และเร่งการเติบโตของธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ได้ตามแผนที่วางไว้” คุณอาทิตย์ กล่าวเสริม

คุณจิมมี่ ฟาน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ (MBA) จาก The University of Chicago Booth School of Business และเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้บริหารที่มีความรอบรู้ด้านธุรกิจ การดำเนินงาน และการวิเคราะห์เชิงเทคนิค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของแผนการสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ เพื่อสร้างความต่อเนื่องด้านผู้นำ และตอกย้ำบทบาทของ CardX ในฐานะหนึ่งในกลไกการเติบโตหลักของกลุ่มในธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค

]]>
1566621
ครั้งแรกในไทย! TikTok Shop เปิดเวที TikTok Shop Awards 2026 รวมตัวท็อปแบรนด์–ครีเอเตอร์ สร้างค่ำคืนแห่ง “Discovery Commerce” เปลี่ยนคอนเทนต์สู่ยอดขายจริง ยกระดับอีคอมเมิร์ซสู่การค้นพบ https://positioningmag.com/1566613 Fri, 27 Mar 2026 10:16:06 +0000 https://positioningmag.com/?p=1566613 วงการอีคอมเมิร์ซไทยถูกเขย่าอีกครั้ง เมื่อ TikTok Shop เปิดฉาก TikTok Shop Awards 2026 อย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีเหล่าครีเอเตอร์และคนดังแถวหน้าของวงการร่วมสร้างสีสัน อาทิ เชน ธนาตรัยฉัตร ภูโชคอนันต์, เม พรีมายา, เอแคลร์ จือปาก, แก้มบุ๋ม ปรียาดา สิทธาไชย และ เจนนี่ รัชนก (เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น) เนรมิตค่ำคืนระดับแฟลกชิปที่รวมพลังแบรนด์ ครีเอเตอร์ และพาร์ทเนอร์ทั่วทั้งอีโคซิสเต็มกว่า ท่ามกลางบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สะท้อนยุคใหม่ของการค้า ในยุคที่ “คอนเทนต์” ไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิง แต่คือแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจจริง

ภายในงานยังอัดแน่นด้วยโชว์และโมเมนต์ไฮไลต์ที่ตอกย้ำพลังของ Discovery Commerce — โมเดลอีคอมเมิร์ซยุคใหม่ที่ผสานคอนเทนต์ ความบันเทิง และการช้อปปิ้งเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ เปลี่ยน “การค้นพบสินค้า” ให้กลายเป็น “การตัดสินใจซื้อ” ได้ทันทีบนแพลตฟอร์มเดียว และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจดิจิทัลในปัจจุบัน

เปิดโผตัวท็อป! แบรนด์ผู้ชนะ TikTok Shop Mall แห่งปี

เสียงจริงแห่งยุค Discovery Commerce ที่เปลี่ยนคอนเทนต์เป็นยอดขาย อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สะกดทุกสายตาในค่ำคืน TikTok Shop Awards 2026 คือการประกาศรายชื่อ “แบรนด์ตัวท็อป” ที่สามารถสร้างปรากฏการณ์บนแพลตฟอร์มได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ยอดขายที่เติบโต แต่คือความสามารถในการใช้คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ และการเล่าเรื่อง เพื่อครองใจผู้บริโภคในยุค Discovery Commerce

สุดยอดรางวัลสาขาร้านแบรนด์แท้แห่งปี (TikTok Shop Mall)

1.รางวัล Top TikTok Shop Mall – Beauty and Personal Care
YerpallThailand ตัวแม่สายบิวตี้ ปั้นยอดขายจาก “ผลลัพธ์จริง” แบรนด์ที่ขึ้นแท่นตัวท็อปจากการใช้คอนเทนต์รีวิวแบบเห็นผลจริง ผสาน LIVE อย่างต่อเนื่อง จนสร้างความเชื่อมั่นและปิดการขายได้แบบเรียลไทม์ กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ผู้บริโภค “เชื่อแล้วซื้อทันที”

2.รางวัล Top TikTok Shop Mall – Health
BioActive+ ตัวจริงสายสุขภาพที่ “ไม่เริ่มจากการขาย แต่เริ่มจากการสร้างคุณค่า” เปลี่ยนเรื่องวิทยาศาสตร์ให้เข้าใจง่ายผ่านคอนเทนต์และการไลฟ์ จนสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างแข็งแรง พร้อมผลลัพธ์ที่ผู้บริโภคสัมผัสได้จริง สะท้อนพฤติกรรมนักช้อปบน TikTok Shop ที่ตัดสินใจจาก “ความเชื่อมั่น” ไม่ใช่เพียงราคา

3.รางวัล Top TikTok Shop Mall – Food and Beverage
VFOODS แบรนด์ขนมแห่งความทรงจำของคนไทย ที่เติบโตจากร้านโชห่วยสู่การกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งบน TikTok Shop ด้วยการหยิบ “ความคิดถึง” มาผสานกับคอนเทนต์ยุคใหม่ จนกลายเป็นไวรัลในโลก Discovery Commerce และพิสูจน์ว่าแบรนด์คลาสสิกก็สามารถกลับมาปังและขายได้อีกครั้งในยุคดิจิทัล

4.รางวัล Top TikTok Shop Mall – Home and Living
Solomon Mattress ใช้คอนเทนต์เล่าเรื่องปัญหาการนอน พร้อมโชว์ผลลัพธ์อย่างชัดเจน ทำให้สินค้ามูลค่าสูงตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น พร้อมปิดการขายผ่าน LIVE อย่างมีประสิทธิภาพ

5.รางวัล Top TikTok Shop Mall – Mobile
Xiaomi Thailand ตัวท็อปสายเทคและไลฟ์สไตล์ ที่เปลี่ยนสินค้าสมาร์ทโฮมและของใช้ในบ้านให้กลายเป็น “ของต้องมี” ด้วยดีไซน์มินิมอลโดนใจคนรุ่นใหม่ ผสานคอนเทนต์รีวิวการใช้งานจริงที่เข้าใจง่าย

6.รางวัล Top TikTok Shop Mall – Women Apparel
ATIPASHOPP ตัวแม่สายแฟที่ทำให้ทุกลุค “ขายได้จริง” ด้วยพลัง LIVE ที่ดึงดูดผู้ชมอย่างต่อเนื่อง พร้อมจุดแข็งด้านสินค้าหลากหลายสี หลายไซซ์ เปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงสนุกกับแฟชั่นได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องไซซ์ กลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ไทยที่น่าจับตามองบน TikTok Shop

7.รางวัล Top TikTok Shop Mall – Men Apparel
Mc Jeans แบรนด์ระดับตำนาน ที่กลับมาปังในโลกดิจิทัล ผสานความแข็งแรงของแบรนด์เข้ากับคอนเทนต์รูปแบบใหม่ สร้าง relevance กับคนรุ่นใหม่ และเปลี่ยนการรับรู้ให้กลายเป็นยอดขายได้อย่างลงตัว

เปิดโผครีเอเตอร์ผู้คว้ารางวัล ตัวจริงแห่งสายติดตะกร้า

ครีเอเตอร์ที่สามารถเปลี่ยน “ความคิดสร้างสรรค์” ให้กลายเป็น “ยอดขาย” ได้จริง ผ่านคอนเทนต์ที่เข้าถึงผู้ชม เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และสร้างการตัดสินใจซื้อได้ทันทีบน TikTok Shop

สุดยอดรางวัลสาขาครีเอเตอร์ติดตะกร้าแห่งปี

1.รางวัล TikTok Shop Creators – Health & Beauty
tiffanyfanie_busy คว้ารางวัลไปครองในฐานะเจ้าแม่สายบิวตี้ที่โดดเด่นจากการไลฟ์อย่างต่อเนื่อง สร้างคอมมูนิตี้ผู้ติดตามที่เหนียวแน่น ถ่ายทอดการใช้จริงแบบตรงไปตรงมา จนเกิดความเชื่อมั่น

2.รางวัล TikTok Shop Creators – Gadget
arteereview ตัวจริงสายแกดเจ็ต ที่รีวิวเข้าใจง่าย ตรงจุด และมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

3.รางวัล TikTok Shop Creators – Family & Parenting
cutieclub.live โดดเด่นด้วยคอนเทนต์รีวิวของใช้ภายในบ้านที่เข้าใจง่ายและใช้งานได้จริง สร้างความรู้สึก “ดูแล้วอยากมีตาม” และเปลี่ยนการรับชมให้กลายเป็นการตัดสินใจซื้อ

4.TikTok Shop Creators – Fashion
koolkool888 ตัวแม่สายแฟ ที่นำเสนอสไตล์ในชีวิตจริงและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชม จนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนยอดขาย

รางวัลพิเศษสำหรับครีเอเตอร์ติดตะกร้าแห่งปี

1.รางวัล TikTok Shop Super Top Creators
pimrypie__tiktok ตัวแม่แห่งการขาย ที่สร้างปรากฏการณ์ทุกครั้งที่ไลฟ์ ผสานความบันเทิงและการขายได้อย่างทรงพลัง สร้างยอดขายระดับมหาศาล พร้อมกำหนดมาตรฐานใหม่ของการทำคอนเทนต์เชิงพาณิชย์

2.รางวัล TikTok Shop Super Top Creators – TikTok Shop Mall
win.william_official ครีเอเตอร์ที่เชื่อมแบรนด์กับผู้บริโภคได้อย่างลงตัว โดดเด่นในการนำเสนอสินค้าแบรนด์อย่างเป็นธรรมชาติ สร้างทั้งภาพลักษณ์และยอดขายได้พร้อมกัน

3.รางวัล TikTok Shop Rising Star Creators
janeydm ดาวรุ่งพุ่งแรงที่เปลี่ยนพลังคอนเทนต์เป็นยอดขายจริง เติบโตอย่างรวดเร็วจากสไตล์ที่มีเอกลักษณ์และเข้าใจผู้ชม พร้อมสร้างปรากฏการณ์ด้วยการไลฟ์ที่มีผู้ชมพร้อมกันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนอิทธิพลและพลังการขายที่โดดเด่นบน TikTok Shop

การจัดงานในครั้งนี้ตอกย้ำจุดยืนของ TikTok Shop Awards 2026 ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเวทีเฉลิมฉลองความสำเร็จของแบรนด์และครีเอเตอร์ แต่ยังสะท้อนภาพของยุคใหม่ที่ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรมดิจิทัลมาบรรจบกัน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจครีเอเตอร์และอีคอมเมิร์ซไปพร้อมกัน TikTok Shop มุ่งมั่นยกย่องผู้ประกอบการและครีเอเตอร์ที่สามารถเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นคอนเทนต์ที่สร้างมูลค่าเชิงธุรกิจ พร้อมเปิดโอกาสให้คนไทยทั่วประเทศสามารถเข้าถึงเครื่องมือ ความรู้ และโอกาสใหม่ในการเติบโตในยุค Discovery Commerce อย่างยั่งยืน

ติดตามชมบรรยากาศและไฮไลต์ของงาน TikTok Shop Awards 2026 ได้ผ่านบัญชีทางการ TikTok: @tiktokshop_th

]]>
1566613
ช้อปสนุกยิ่งกว่าเคย! “CENTRAL MIDNIGHT SALE : BAG UP YOUR SUMMER” เมื่อถุงช้อปปิ้งจากห้างเซ็นทรัล ไม่ได้มีไว้เพียงใส่สินค้า แต่เป็นพื้นที่ของประสบการณ์ช้อป ที่คัดสรรไอเทมแบรนด์ดังอย่างดีที่สุด https://positioningmag.com/1566605 Fri, 27 Mar 2026 10:04:11 +0000 https://positioningmag.com/?p=1566605 ปัจจุบัน “การช้อปปิ้ง” ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกซื้อสินค้า แต่คือการสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ห้างเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จึงเดินหน้าตอกย้ำบทบาท “LIFESTYLE RETAIL DESTINATION” ที่ผสานเทรนด์ สินค้า และประสบการณ์เข้าด้วยกันอย่างครบมิติ

โดยล่าสุดได้ส่งมอบประสบการณ์ช้อปที่ตอบโจทย์ลูกค้าทั่วประเทศ ผ่านแคมเปญเซลครั้งใหม่ “CENTRAL MIDNIGHT SALE : BAG UP YOUR SUMMER ดีลดีเต็มมือ พร้อมถือกลับบ้าน” กระตุ้นกำลังซื้อรับหน้าร้อน ด้วยโปรโมชันจากแบรนด์ชั้นนำ ครอบคลุมทุกหมวดสินค้า ทั้งบิวตี้ แฟชั่น เครื่องประดับ และสินค้าแผนกบ้าน    พร้อมมอบสิทธิประโยชน์จากห้างฯ และบัตรเครดิต รวมสูงสุด 55% (เมื่อช้อปตามเงื่อนไข) พร้อมดีลอื่นๆ อีกมากมายเพื่อนักช้อป ระหว่างวันที่ 25 มี.ค. – 6 เม.ย. 2569 ณ ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา, CENTRAL APP และทุกช่องทางช้อปปิ้ง

พิเศษ! พลาดไม่ได้กับโปรโมชัน “ช้อปดีลฮอต” 3 วันเท่านั้น ระหว่างวันที่ 27–29 มี.ค. 2569 ลดทุกไอเทม สูงสุด 50% (เฉพาะแบรนด์ที่ร่วมรายการ)

สำหรับคอนเซปต์งานในครั้งนี้ ห้างเซ็นทรัลหยิบยกแนวคิดมาจากของใกล้ตัวที่ทุกคนคุ้นชิน อย่าง “ถุงช้อปปิ้งสีแดงของห้างเซ็นทรัล และถุงช้อปปิ้งสี CHIDLOM PINK ของเซ็นทรัลชิดลม” ให้เป็นมากกว่าถุงช้อปปิ้งที่ใส่สินค้าสุดฮอต แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของเทรนด์ใหม่ที่สะท้อนถึงการมอบดีลที่ดีที่สุด เป็นไอเทมข้างกายที่เมื่อเปิดถุงช้อปปิ้งของลูกค้าแต่ละท่านออกมาจะบ่งบอกความเป็นตัวตน รสนิยม และสไตล์ของคนนั้นๆ

รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “เซ็นทรัลมิดไนต์เซลเป็นแคมเปญซิกเนเจอร์ที่เติบโตต่อเนื่องทุกปี โดยมีกลุ่มแฟชั่น บิวตี้ และไลฟ์สไตล์เป็นหมวดสินค้าหลักที่ได้รับความนิยม และในปีนี้ เรามุ่งยกระดับประสบการณ์ช้อปให้มากกว่าการเลือกซื้อสินค้าด้วยการคัดสรรแบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลก รวมถึงสินค้าคอลเลกชันพิเศษมาให้ลูกค้าช้อป และค้นหาสไตล์ของตัวเอง เรานำเทคโนโลยีมาช่วยออกแบบประสบการณ์ที่แตกต่างและมีความหมายเชื่อมโยงกับตัวลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล พร้อมระดมความคิดเพื่อส่งมอบความสนุกช้อปครั้งใหม่ กับคอนเซปต์ ดีลดีเต็มมือ พร้อมถือกลับบ้าน ที่คาดว่าน่าจะถูกใจใครหลายๆ คน สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้ง ‘ความคุ้ม’ และ ‘ความเป็นตัวตน’ ”

พบกับไฮไลต์โปรโมชัน อาทิ สินค้าใหม่ลดสูงสุด 30% รับสิทธิประโยชน์จากห้างฯ และบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ รวมสูงสุด 55% รับ DIGITAL COUPON หรือคูปองแทนเงินสด และเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย

ห้ามพลาด! กับโปรโมชัน “ช้อปดีลฮอต 3 วันเท่านั้น” ระหว่างวันที่ 27–29 มี.ค. 2569 ลดทุกไอเทม สูงสุด 50% (เฉพาะแบรนด์ที่ร่วมรายการ) พร้อมรับบัตรของขวัญเซ็นทรัล 500 บาท เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ (ตามเงื่อนไข) อาทิ

· สินค้าแผนกบิวตี้ แกเลอรี รับทันที SPECIAL GIFT* (เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข) ได้แก่ AUGUSTINUS BADER • AVEDA • BOBBI BROWN • CHARLOTTE TILBURY • CLARINS • CLÉ DE PEAU BEAUTÉ • CLINIQUE • COACH • ELEMIS • ESTÉE LAUDER • GIORGIO ARMANI • GUERLAIN • HELENA RUBINSTEIN • JO MALONE LONDON • KANEBO • KIEHL’S • LACOSTE • LANCÔME • LA MER • L’OCCITANE • MAC COSMETIC • MCM • MONTBLANC • SHISEIDO • SHU UEMURA • SISLEY • THREE • YSL BEAUTY และสินค้า 1 แถม 1* (รายการตามที่กำหนด) ได้แก่ CLARINS • DRUNK ELEPHANT • ISSEY MIYAKE • JUNGSAEMMOOL • NARCISO RODRIGUEZ • NARS

· ไอเทมแฟชั่นแบรนด์ดัง สินค้าเฉพาะรุ่นลด 15% – 70%* ได้แก่ AX ARMANI EXCHANGE • COCCINELLE • EMPORIO ARMANI • FURLA • PAUL SMITH • POLO RALPH LAUREN • TORY BURCH

· แฟชั่นผู้ชายและยีนส์ ลดทุกไอเทม 20% – 50%* ได้แก่ BEARBEARY • CALVIN KLEIN • CATERPILAR • COLUMBIA • CROCODILE • DAPPER • FRED PERRY • GIORDANO • GUY LAROCHE • HEAVY • HUSH PUPPIES • JACK RUSSEL • JACOB • JOCKEY • JOHN HENRY • JOHN LANGFORD • KENNETH COLE • LUIGI BATANI • MANWOOD • PIERRE CARDIN • SARAMANDA • SCHOLL • SUIT SELECT • TAKEO KIKUCHI • TIMBERLAND • TOMMY HILFIGER • TOMMY JEANS และดีลพิเศษ สินค้าลดเฉพาะรุ่น ลดสูงสุด 50%* ได้แก่ ALBEDO • CALVIN KLEIN JEANS • DEVY • FREEWOOD • G2000 • GASOLINE • GQ • GUESS • HARA • LACOSTE • LEE • MC JEANS • NIYOM JEANS • PIERRE CARDIN • TAKEO KIKUCHI • WRANGLER

· สินค้าแฟชั่นผู้หญิง ดีลพิเศษเฉพาะรุ่น ลดสูงสุด 50%* ได้แก่ BSC • CALVIN KLEIN UNDERWEAR • CHERILON • CLAUDIA KLEID • ELLE • EPISODE • ESPADA • FERRENI BLACK • FITFLOP • G2000 • GIORDANO LADIES • GUESS • HUSH PUPPIES • JESSICA • JEUNE STYLE • KARDINA ANDRIA • MIRAH • NATURALIZER • PULCINELLA • SABINA • SAMO ONDOH • SIRENA • ST.JAMES • THAMES • THE BLOOMING STORY ลดทุกไอเทม15% – 30%* ได้แก่ ANELLO • ESPADA • FITFLOP • G2000 • GIORDANO • GUESS • KIPLING • PANDORA • SABINA • SWAROVSKI • WACOAL

· สินค้าแฟชั่นวัยรุ่น ลดทุกไอเทม 20% – 50%* ได้แก่ LACOSTE • PAUL FRANK • NYLA • RIP CURL • NEW ERA • XLARGE • SCOTCH&SODA • EA7 ดีลพิเศษ สินค้าลดเฉพาะรุ่น ลดสูงสุด 50*% ได้แก่ ADIDAS • NIKE • PUMA • FILA • QUIKSILVER • ROXY • BILLABONG • NEW BALANCE • MLB • CONVERSE • VANS • CAMPER • KEDS • KEEN • CROCS • OOFOS • SUNGLASS HUT • MARVEL VISION • MARSHALL • SHOKZ • JBL สินค้า 1 แถม 1* ได้แก่ BAOJI • ROVING FOX • MUUNIQUE

· สินค้าแม่และเด็ก รถเข็น คาร์ซีท ลดสูงสุด 40%* และรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 10%* ตามเงื่อนไข ได้แก่ CHICCO • BEBE’ AMICO • COZY N’ SAFE • CAMERA • EMBIX • JOOLZ • SILVERCROSS • CYBEX • GLOWY STAR แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าเด็กอ่อน ลดสูงสุด 40%* และรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 10%* ได้แก่ PHILIPS AVENT • CHICCO • SPECTRA • PUREEN • ATTITUDE MOM • BEABA • IMANI • NATUR • GLOWY STAR แผนกเสื้อผ้าเด็ก สินค้าทุกชิ้นลด 50%* ได้แก่ BABY FANTASY • PAUL FRANK • BARBIE • DISNEY PRINCESS และเสื้อผ้าเด็กอ่อน ได้แก่ ANGEL BABY ซื้อ 2 ฟรี 1 (เฉพาะรุ่น) และ SANRIO ลด 50%* เมื่อซื้อครบ 2 ชิ้น (เฉพาะรุ่น) แผนกเครื่องนอนเด็กอ่อน ลด 40% – 50%* ได้แก่ SOFFLIN • AIRY (เฉพาะรุ่น) และแบรนด์ LEGO: สินค้าลดเพิ่มสูงสุด 25%* ของเล่นเด็ก ลด 30%* ทั้งแบรนด์ ได้แก่ CITY TOYS • PAW PATROL • DISNEY • SQUISHMALLOWS • PLAY-DOH • MARVEL • TRANSFORMERS • NERF • POKEMON • COCOMELON • PEPPA PIG • HASBRO GAMING • MR. BEAST LAB • GOO JIT ZU • FURBY

· แผนกนาฬิกา สินค้าเฉพาะรุ่น ลดสูงสุด 55%* ได้แก่ ORIS • GUESS รับส่วนลดเพิ่ม 5%* ได้แก่ RADO • MIDO • TISSOT • CITIZEN • ORIENT

· สินค้า HOME, SMALL APPLIANCE & LUGGAGE แผนกกระเป๋าเดินทาง ลดเพิ่ม 1,000* บาท เมื่อช้อปครบ 3,000 บาทขึ้นไป ต่อใบเสร็จ ได้แก่ DELSEY • LOJEL • ECHOLAC • ELEMENTS • CAGGIONI • BP WORLD • PROOFS • POLO WORLD • POLO TRAVEL สินค้าแบรนด์ DYSON ลดเพิ่ม 10%* เมื่อช้อปครบ 50,000 บาทขึ้นไป ต่อใบเสร็จ แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า ลดเพิ่ม 5-8%* ได้แก่ ELECTROLUX • TEFAL • TOSHIBA • PHILIPS • MINIMEX • DELONGHI • NESPRESSO • CUIZIMATE • DREAME • NINJA • SHARK • PANASONIC • KENWOOD • BWELL • LESASHA • BRAUN • HITACHI แผนกผ้าขนหนู, อุปกรณ์ห้องน้ำ, เครื่องครัว และของตกแต่งบ้าน ลดเพิ่ม 5-10%* ได้แก่ ESQUIRE • FROLINA • HAVEN • TEFAL • CUIZIMATE • CENTRAL HOME • ZWILLING • MEYER • OCEAN • LOCKNLOCK • EAZY CLEAN • LE CREUSET • NORITAKE • ZOJIRUSHI • TORA • OSIM • FULICO แผนกที่นอน ลดเพิ่ม 5%* ได้แก่ OMAZZ • DUNLOP • LOTUS • SLUMBERLAND • STEVENS • BEDGEAR • MR.BIG แผนกเครื่องนอน ลดเพิ่ม 5%* ได้แก่ PASAYA • RALPH LAUREN • ESQUIRE • OMAZZ • AKEMI • LOTUS • LEON • JESSICA • MR.BIG • FROLINA • PIUMINO • LAURA ASHLEY • DUNLOPILLO • PERICO • EXOTICA

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ตรวจสอบ ณ จุดขายอีกครั้ง

· ช้อปครบ รับทันทีของขวัญสุดพิเศษ FOLDABLE PICNIC TABLE (โต๊ะปิกนิกพับได้) เมื่อช้อปครบ 20,000 บาทขึ้นไปต่อวัน (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อท่าน / ของมีจำนวนจำกัด)

· โปรโมชันพิเศษช้อป 5,000 บาทขึ้นไป/เซลส์สลิป รับบัตรของขวัญเซ็นทรัล 500 บาท จากบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิตกสิกรไทย เฉพาะที่ห้างเซ็นทรัลสาขาชิดลม, ลาดพร้าว, เซ็นทรัล @เซ็นทรัลเวิลด์, ปิ่นเกล้า, บางนา เท่านั้น (สิทธิ์มีจำนวนจำกัด โปรตรวจสอบเงื่อนไข ณ จุดขาย)

· กิจกรรมพิเศษเพื่อลูกค้าทั่วไทย! LUCKY WHEEL หมุนลุ้นดีล เพิ่มความสนุกให้การช้อป สำหรับลูกค้าที่ช้อปครบทุก 5,000 บาทขึ้นไป (สามารถรวมใบเสร็จได้ และใช้ได้ภายในวันต่อวันเท่านั้น) โดยนำใบเสร็จมาร่วมหมุนลุ้นรับดีลและของรางวัลพิเศษมากมาย โดยกิจกรรมจัดขึ้นที่ห้างเซ็นทรัล 18 สาขา ได้แก่ ลาดพร้าว, รังสิต, ปิ่นเกล้า, เซ็นทรัลเวิลด์, บางนา, พระราม 2, ภูเก็ต, พัทยา, เชียงใหม่, หาดใหญ่, เวสต์เกต, อีสต์วิลล์, ป่าตอง, เซ็นทรัลเมกาบางนา, อุดรธานี, ขอนแก่น, แฟชั่นไอส์แลนด์ และพระราม 9 พร้อมจัดเต็มสีสันความสนุกอีกมากมายเพื่อนักช้อปตัวจริงที่ห้างเซ็นทรัลเท่านั้น

มาช้อปสนุก พร้อมถือถุงแดงเซ็นทรัลทั่วทั้งเมืองไปด้วยกัน หรือทำคอนเทนต์เปิดถุงช้อปในสไตล์ที่เป็นคุณกับแคมเปญ “CENTRAL MIDNIGHT SALE : BAG UP YOUR SUMMER ดีลดี เต็มมือ พร้อมถือกลับบ้าน” ระหว่างวันที่ 25 มี.ค. – 6 เม.ย. 2569 ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา หรือช้อปสะดวกผ่านทุกช่องทางช้อปปิ้งของห้างเซ็นทรัลได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้ง CENTRAL APP, WWW.CENTRAL.CO.TH, CENTRAL CHAT & SHOP และ FACEBOOK / TIKTOK SHOP: CENTRAL DEPARTMENT STORE

#CENTRALMIDNIGHTSALE #CENTRALDEPARTMENTSTORE #CENTRALAPP

]]>
1566605