Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Sun, 25 Jan 2026 06:23:16 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 MNB THAI เปิดตัว 2 นวัตกรรมใหม่จากเกาหลี ยกระดับเวชศาสตร์ความงาม สู่มิติใหม่ของการยกกระชับผิวอย่างสมบูรณ์แบบ กับ โปรแกรม COOLTERA และ ELRAVIE PREMIER https://positioningmag.com/1556374 Sun, 25 Jan 2026 06:22:55 +0000 https://positioningmag.com/?p=1556374 “Program COOLTERA โปรแกรมยกกระชับผิวครบมิติ ผสาน 2 เทคโนโลยี จาก Coolfase และ Liftera 2 ในหนึ่งเดียว พร้อม “Program ELRAVIE PREMIER” ฟิลเลอร์เกาหลี ด้วยการผลิตโดยใช้ HI Technology (High Molecular Ideal Reticulated Matrix) มอบผลลัพธ์ที่สวยเป็นธรรมชาติ และความคงทนและประสิทธิภาพยาวนานกว่า 18 เดือน

บริษัท เอ็มเอ็นบี ไทย จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและนำเข้าเวชสำอาง เครื่องมือแพทย์จากประเทศเกาหลี จัดงานเปิดตัว 2 นวัตกรรมใหม่จากเกาหลีที่จะยกระดับเวชศาสตร์ความงามสู่มิติใหม่ของการยกกระชับผิวอย่างสมบูรณ์แบบอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ได้แก่ ‘PROGRAM COOLTERA’ โปรแกรมยกกระชับผิวครบมิติผสานพลังงานจาก 2 เทคโนโลยี จาก PROGRAM Coolfase และ PROGRAM Liftera 2 ระดับแนวหน้า เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ผ่านโปรแกรม Cooltera ภายใต้แนวคิด “Two Technologies, One Perfection Results” เพื่อมอบผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจน อ่อนโยน และ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการเห็นผลโดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น “ครบ จบ ในโปรแกรมเดียว” และ โปรแกรม ‘ELRAVIE FILLER’ ฟิลเลอร์เกาหลีระดับพรีเมียมที่ออกมาพร้อมกันทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น DEEP, SOFT, LIGHT พร้อมกับสโลแกน “Feel Natural, Last Longer” ด้วยการผลิตโดยใช้ HI Technology (High Molecular Ideal Reticulated Matrix) ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การเติมเต็มใบหน้าที่เน้นผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ผิวเรียบเนียน ไม่บวมหลังฉีดและสามารถคงประสิทธิภาพได้ยาวนานกว่า 18 เดือน

ครอบคลุมการใช้งานในหลากหลายระดับชั้นผิว Elravie Premier ผลิตด้วยเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงที่ช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์มีความละเอียด คงตัว และ กระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้ผลลัพธ์หลังการเติมเต็มกลมกลืนกับผิวจริงและดูเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง

งานเปิดตัวในครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ท่ามกลางแขกรับเชิญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ความงาม เซเลบริตี้ชื่อดัง อินฟลูเอนเซอร์ ร่วมงานมากมาย อาทิ นายแพทย์ เกรียงไกร อ่าวอุดมพันธ์, แพทย์หญิง อตินุช ดวงแก้ว, นายแพทย์ ธนพัฒน์ ดีประเสริฐวิทย์, แพทย์หญิง จารุตา อุ่นจิตติชัย, ณิชชา บุณยากร, ธันย์ธนิดา สงวนผลไพโรจน์, นาขวัญ รายนานนท์, นุชนาถ ระวีแสงสูรย์, วิมลลักษณ์ นิลวิไลภร, เอวิตา ยุคล, ชัญญ ธนเพ็ญชาติ, ฐิติพงศ์ ล้อประเสริฐ, เกศิณี ปิ่นเจริญ เป็นต้น ไฮไลท์ในงานกับความรู้ด้านเวชศาสตร์ความงามเปิดประสบการณ์การเรียนรู้แบบใกล้ชิดสุดพิเศษ

โดยการบรรยายจากผู้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน นำโดย ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ แพทย์หญิงรังสิมา วณิชภักดีเดชา หัวหน้าภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และหัวหน้าศูนย์เลเซอร์ผิวหนัง ศิริราช (SiSL) และ แพทย์หญิงพรรณวดี ทองเจริญศิริกุล อาจารย์แพทย์ประจำหน่วยตจศัลยศาสตร์ ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและหัตถการทางผิวหนัง ที่ได้พาทุกท่านพบกับนิยามใหม่ของการดูแลผิวที่ได้ผลจริง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน ด้วยประสิทธิภาพของเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ความก้าวหน้าของนวัตกรรมความงาม อีกหนึ่งทางเลือกที่คลินิกความงามและแพทย์ให้ความไว้วางใจ ณ RARIN Bangkok Riverside

จิน แบค ลี และ คยองมิน ปาร์ค 2 ผู้บริหารระดับสูงแห่ง บริษัท เอ็มเอ็นบี ไทย จำกัด ได้เปิดเผยว่า “การจัดงาน Grand Launching MNB 2026 Elravie Premier Cooltera ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ บริษัท เอ็มเอ็นบี ไทย จำกัด ในการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างเป็นทางการครั้งแรกของบริษัทฯ เพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมความงามและยกระดับมาตรฐานการดูแลผิวอย่างครบมิติในการเป็นผู้นำเข้า ยา เวชสำอาง และ เครื่องมือแพทย์ จากประเทศเกาหลี บริษัทฯ เราดำเนินธุรกิจมานานกว่า 8 ปี โดยมีวิสัยทัศน์ที่ต้องการเป็นมากกว่าบริษัท “การขายสินค้า” แต่ต้องเป็นเพื่อนและคู่ค้าทางธุรกิจ ของคลินิก และสถาบันเสริมความงามทั่วประเทศไทย เพราะเราให้มากกว่าด้วยการดูแล มากกว่าด้วยการสนับสนุนและมากกว่าด้วยการเติบโตไปด้วยกันกับสโลแกน ‘Do MNB Do Dream Do together’”

ด้าน นายแพทย์ ธนพัฒน์ ดีประเสริฐวิทย์ ได้เปิดเผยเพิ่มเติมถึงข้อมูลของ ฟิลเลอร์ใหม่ “ELRAVIE PREMIER” ว่า ELRAVIE นับเป็นฟิลเลอร์ระดับพรีเมียมของประเทศเกาหลีที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและถูกจับตามองในวงการแพทย์ความงาม ด้วยจุดเด่นด้านผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและคงอยู่ยาวนาน Elravie Premier มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ DEEP, LIGHT และ SOFT ออกแบบมาเพื่อการเติมเต็มในหลากหลายระดับชั้นผิว ให้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียน ไม่บวมหลังฉีด และให้ผิวสัมผัสที่กลมกลืนเป็นธรรมชาติ โดยสามารถคงประสิทธิภาพได้นานกว่า 18 เดือน ความงามที่ยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง Elravie Premier ผลิตด้วย HI Technology (High Molecular Ideal Reticulated Matrix) เทคโนโลยีการผลิตเฉพาะที่ช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์มีความละเอียด คงตัว และกระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอ

ส่งผลให้ผลลัพธ์หลังฉีดดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็ง ไม่เป็นก้อน และให้ความรู้สึก “Feel Natural, Last Longer” ตามแนวคิดของแบรนด์อย่างแท้จริง Elravie Premier จึงไม่ใช่เพียงฟิลเลอร์เพื่อการเติมเต็ม แต่คือการออกแบบความงามที่เคารพโครงสร้างใบหน้า และเสริมเสน่ห์เฉพาะตัวของแต่ละบุคคล การเปิดตัวในครั้งนี้จึงไม่เพียงสะท้อนถึงความก้าวหน้าของนวัตกรรมความงาม แต่ยังตอกย้ำทิศทางของวงการเวชศาสตร์ความงามยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ คุ้มค่า และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง

ขณะที่ แพทย์หญิง จารุตา อ่อนจิตติชัย ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หัวใจของโปรแกรม COOLTERA คือการทำงานร่วมกันของ 2 เทคโนโลยี ได้แก่ Coolfase พลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) และ Liftera 2 พลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ (MMFU) การผสานการทำงานที่ช่วยดูแลผิวได้ทั้งผิวชั้นตื้นและผิวชั้นลึกในขั้นตอนเดียว โดย Coolfase จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ฟื้นฟูคุณภาพผิวให้แน่น เรียบ และดูอิ่มฟู ขณะที่ Liftera 2 ทำหน้าที่ยกกระชับผิวในระดับโครงสร้าง ปรับกรอบหน้าให้ดูคมชัดอย่างเป็นธรรมชาติผลลัพธ์ที่ได้จึงครอบคลุมทั้ง หน้ายก – ยุบ – ยุง -ไม่เจ็บ -ไม่ต้องพักฟื้น ตอบโจทย์ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ความไม่กระชับ ไปจนถึงผู้ที่ต้องการคงความอ่อนเยาว์อย่างต่อเนื่อง โดยไม่รบกวนชีวิตประจำวัน
MNB Thai เชื่อมั่นว่า Elravie Filler และโปรแกรม Cooltera จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะส่งมอบประสบการณ์การรักษาที่ดีที่สุดให้แก่คนไข้ บริษัทพร้อมที่จะเคียงข้างและสนับสนุนความสำเร็จของทุกๆ คลินิกด้วยมาตรฐานการบริการที่ดียิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต

สนใจผลิตภัณฑ์ MnB Thai ติดต่อผู้แทนทั่วประเทศ Line OA: @‌mnbthai หรือคลิก https://lin.ee/5ddjYwx Facebook: https://www.facebook.com/MnBThaiOfficial IG: https://www.instagram.com/mnbthaiofficial/ Website: https://www.mnbthai.com โทร 02-126-7956

]]>
1556374
“โค้ก” เปิดฟีลซ่าส์! นำถ้วย Original FIFA World Cup™ Trophy ถึงไทยแล้ว! พร้อมเปิดให้ชมอย่างยิ่งใหญ่ 24 มกราคมนี้ ที่ไอคอนสยาม! https://positioningmag.com/1556368 Sat, 24 Jan 2026 13:50:32 +0000 https://positioningmag.com/?p=1556368 แฟนบอลชาวไทยเตรียมตัวให้พร้อม เพราะปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์กำลังจะเริ่มต้นขึ้น กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด ขอเชิญชวนคนไทยมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ครั้งสำคัญ    ที่ “โค้ก” เปิดฟีลซ่าส์ นำสัญลักษณ์แห่งชัยชนะอันทรงเกียรติที่สุดในโลกฟุตบอลอย่างถ้วย FIFA World Cup™ Trophy ของจริง เดินทางถึงไทยแล้ว ภายใต้แคมเปญระดับโลก FIFA World Cup™ Trophy Tour by Coca-Cola ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 พร้อมเปิดให้ชมอย่างใกล้ชิด ในวันที่ 24 มกราคมนี้ เพียงวันเดียวเท่านั้น ที่ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

ยกระดับความพิเศษอย่างไม่เคยมีมาก่อน เพื่อฉลองโอกาสครบรอบ 2 ทศวรรษของ FIFA World Cup Trophy Tour by Coca-Cola โดยแคมเปญนี้ได้นำถ้วยฟุตบอลโลกของจริงเดินทางเยือนสมาชิกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า 30 สมาคม ครอบคลุม 75 จุดทั่วโลก ตลอดการเดินทางรวมกว่า 150 วัน รวมถึงประเทศไทย ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตสำหรับแฟนฟุตบอลชาวไทย กับประสบการณ์ชมถ้วย FIFA World Cup Trophy ของจริง ที่สง่างาม ตัวถ้วยทำจากทองคำแท้ 18 กะรัตอันล้ำค่า ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งในการมาชมด้วยตาตนเองสักครั้งในชีวิต

“โคคา-โคล่า” ได้จัดพิธีต้อนรับและเปิดตัวถ้วยฟุตบอลโลกอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีแขกผู้มีเกียรติคนสำคัญเข้าร่วม อาทิ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ฯพณฯ พิงค์ กิดนิกร เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศ ไทย, ฯพณฯ อิลเซ ลิเลียน เฟร์เรร์ ซิลบา เอกอัครราชทูตเม็กซิโกประจำประเทศไทย, เอลิซาเบธ เจ. โคนิก อัครราชทูตที่ปรึกษา สหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย, ผู้บริหารระดับสูงจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า รวมถึง จิลแบร์โต ซิลวา ตำนานนักเตะชาวบราซิลผู้เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา) และนักเตะดาวรุ่งของไทยอีกมากมาย ตอกย้ำหนึ่งในพันธกิจสำคัญของแคมเปญนี้ คือการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลรุ่นใหม่ของไทย

เซลแมน คาเรกา ประธานภูมิภาคอาเซียนและแปซิฟิกตอนใต้ เดอะ โคคา-โคล่า คัมปะนี กล่าวว่า “ “โคคา-โคล่า” ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำจิตวิญญาณของกีฬาฟุตบอลมาให้คนไทยได้สัมผัส ในแคมเปญ FIFA World Cup Trophy Tour by Coca-Cola เราประทับใจในความรักและแพชชั่นที่คนไทยมีต่อกีฬาฟุตบอลอย่างแท้จริง “โคคา-โคล่า” ภูมิใจที่ได้นำถ้วยฟุตบอลโลกเดินทางมาจัดแสดงให้ชมอย่างใกล้ชิดถึงใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อเปิดประสบ การณ์ระดับโลกสุดพิเศษนี้ให้กับคนไทย ซึ่งมีเพียง “โค้ก” เท่านั้นที่ทำได้ และช่วยเชื่อมโยงคนไทยและคนทั่วโลกให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ก่อนมหกรรมฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังจะมาถึงในปีนี้”

โรมี ไก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของฟีฟ่า กล่าวว่า “ถ้วยฟุตบอลโลก ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นสัญลักษณ์กีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เช่นเดียวกับ “โค้ก” ที่เป็นหนึ่งในแบรนด์ไอคอนิคระดับโลกที่ทุกคนรู้จัก ความร่วมมือสองทศวรรษของฟีฟ่ากับ “โคคา-โคล่า” ใน FIFA World Cup Trophy Tour by Coca-Cola มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการนำจิตวิญญาณของกีฬาฟุตบอลไปสู่ผู้คนทั่วโลก ตลอดห้าครั้งที่จัดแคมเปญ เราได้นำถ้วยฟุตบอลโลกเดินทางเยือน 182 สมาคมสมาชิกจากทั้งหมด 211 แห่ง ซึ่งแคมเปญในปีนี้จะพิเศษยิ่งกว่า เพราะไม่เพียงแต่เป็นการฉลองครบรอบ 20 ปีของ FIFA World Cup Trophy Tour by Coca-Cola เท่านั้น แต่กำลังจะมีการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยประเทศเจ้าภาพถึง 3 ประเทศ คือ แคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา

 

สำหรับในวันที่ 24 มกราคม 2569 “โค้ก” จะเนรมิต ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม เป็นพื้นที่เปิดฟีลซ่าให้คนไทยได้เฉลิมฉลองโลกของฟุตบอลอย่างไม่เคยมีมาก่อน พร้อมจัดแสดงถ้วย FIFA World Cup Trophy ของจริงให้ได้สัมผัสประสบการณ์ชมอย่างใกล้ชิด ภายในงานยังจัดเต็มด้วยธีมที่ตื่นตาตื่นใจ บอกเล่าเรื่องราวความร่วมมืออันยาว นานระหว่าง “โคคา-โคล่า” และฟีฟ่า ด้วยบรรยากาศแสงสีเสียง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสบรรยากาศการเฉลิมฉลองกับเกมกีฬาฟุตบอลไปกับ “โค้ก” อย่างประทับใจไม่รู้ลืม

นอกจากจะได้ชมถ้วยฟุตบอลโลกของจริงแล้ว แฟนฟุตบอลยังจะได้เปิดฟีลซ่า กับโซนกิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟหลากรูปแบบ เช่น เกม Strike Score Challenge ท้าประลองความแม่นยำในฝีมือดวลจุดโทษ, เกม Interactive Perfect Pass ประลองทักษะรับส่งลูกฟุตบอลแบบมือโปร และเกม Coke AI Kick Challenge ท้าทายทักษะฟุตบอลที่ว่าแน่ต้องไม่แพ้เอไอ เพียงร่วมเล่นเกมจะได้รับแสตมป์เพื่อสะสมในพาสปอร์ตของงาน นำไปแลกรับเครื่องดื่มเติมความซ่าสดชื่น และของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก “โค้ก” คอบอลยังดับกระหายคลายความร้อนแรงของเกมได้ที่ Mixology Counter ที่มีมิกโซโลจิสต์มากฝีมือคอยรังสรรค์เครื่องดื่มม็อกเทล “โค้ก” สูตรพิเศษ ที่ได้แรงบันดาลใจจากนานาประเทศทั่วโลก พร้อมโฟโต้บูธที่มีเทคโนโลยี AI Jersey Fans สุดล้ำ ให้คุณเก็บภาพโมเมนต์ฟีลซ่าของคุณกับ “โค้ก” ในแบบไม่ซ้ำใคร

ความเร้าใจยังไม่จบเพียงเท่านี้ ภายในงานยังจัดเต็มการแสดงจากเหล่า Magic Maker ของ “โค้ก” ทั้ง ‘พีพี กฤษฏ์’, ‘บิวกิ้น พุฒิพงศ์’, และ ‘ปัน สรณวรรธ’ ที่จะมาปลุกทุกฟีลซ่าให้แฟนฟุตบอลได้ฉลองช่วงเวลาประวัติศาสตร์นี้ไปพร้อมกัน ร่วมด้วยศิลปินสุดฮอตอย่าง VIIS, PERSES และ โอ๊ต ปราโมทย์ นอกจากนี้แฟนฟุตบอลยังจะได้ใกล้ชิดกับ ‘จิลแบร์โต ซิลวา’ ตำนานนักเตะฟุตบอลโลกผู้เป็นแรงบันดาลใจ ที่จะมาปรากฏตัวภายในงานด้วยตนเอง ปิดท้ายด้วยไฮไลต์เหนือจินตนาการ กับการแสดงโดรนเหนือแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน ที่สะกดทุกสายตาด้วยภาพจำลองระยิบระยับของถ้วยฟุตบอลโลก และแผนที่ประเทศไทย ให้แฟนฟุตบอลได้เก็บภาพความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิตอันแสนประทับใจในแคมเปญนี้กับ “โค้ก” อย่างไม่รู้ลืม

อย่าพลาด! อีเวนท์จัดแสดงถ้วย FIFA World Cup ของจริง 24 มกราคมนี้ ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม โดยเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมพร้อมร่วมกิจกรรมมากมายตั้งแต่เวลา 10:00-20:00 น. มาร่วมเปิดประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตเพื่อสัมผัสโมเมนต์ประวัติศาสตร์นี้ด้วยตาตัวเอง!

เตรียมพบกิจกรรมอีกมากมายตลอดทั้งแคมเปญ

การจัดแสดงถ้วยฟุตบอลโลกของจริง เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกิจกรรมอีกมากมายที่ “โค้ก” เตรียมจัดเต็มตลอดทั้งแคมเปญในปี พ.ศ. 2569 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองกับแฟนฟุตบอลอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ อาทิ คอนเทนต์ดิจิทัลสุดสร้างสรรค์ และกิจกรรมอีกมากมาย ตอกย้ำถึงความตั้งใจของ “โค้ก” ในการมอบโมเมนต์แห่งความสุขเพื่อเชื่อมโยงแฟนฟุตบอลกับมหกรรมกีฬาระดับโลก ในแบบฉบับที่มีเพียง “โค้ก” เท่านั้นที่ทำได้

ติดตามกิจกรรมและความเคลื่อนไหวของแคมเปญ ได้ที่เฟซบุ๊คของ Coca-Cola Thailand และเข้าชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ FIFA World Cup Trophy Tour by Coca-Cola ได้ที่ cokeurl.com/trophy-tour ส่วนแคมเปญในประเทศไทย เข้าชมได้ที่ www.coca-cola.com/th/th/offerings/fifa-world-cup-2026

#โค้กเปิดฟีลซ่าส์  #FIFATrophyTour  #AllTheFeels  #FIFAWorldCup  #CokeTH

]]>
1556368
นับถอยหลังสู่ MILANO CORTINA 2026 : EA7 EMPORIO ARMANI จุดประกายทั่วเมืองมิลานด้วยกิจกรรมสุดพิเศษต้อนรับโอลิมปิก https://positioningmag.com/1556359 Fri, 23 Jan 2026 14:51:42 +0000 https://positioningmag.com/?p=1556359 อีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ ก่อนพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกฤดูหนาว Milano Cortina 2026 จะเริ่มต้นขึ้น EA7 Emporio Armaniในฐานะพาร์ทเนอร์ของ Milano Cortina Foundation และผู้สนับสนุนเครื่องแต่งกายอย่างเป็นทางการของทีมชาติอิตาลี (Italia Team) ได้จัดงานเปิดตัวกิจกรรมเฉลิมฉลองโอลิมปิกที่จะเกิดขึ้นทั่วเมืองมิลาน โดย EA7 Emporio Armani เดินหน้าสานต่อจุดยืนด้านนวัตกรรมเชิงเทคนิคและสมรรถนะทางการกีฬาอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำบทบาทในฐานะ Olympic and Paralympic Eyewear Partner ของ Milano Cortina 2026 ด้วยการเปิดตัวแคมเปญโฆษณาชุดใหม่ที่ได้ Sofia Goggia แชมป์สกีระดับโลกมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เช่นเดียวกับธรรมเนียมของแบรนด์ EA7 Emporio Armani ยังได้รับเกียรติให้ออกแบบชุดเครื่องแต่งกายอย่างเป็นทางการสำหรับนักกีฬาทีมชาติอิตาลี ซึ่งจะสวมใส่ในพิธีเปิดการแข่งขัน วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026 ณ San Siro Stadium ตอกย้ำการมีส่วนร่วมของแบรนด์ในมหกรรมกีฬาระดับโลกที่ทุกคนตั้งตารอคอย

งานอีเวนต์

การเฉลิมฉลองเริ่มต้นขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา ด้วยงานอีเวนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ ร้าน Emporio Armani Milano ซึ่งเนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นอารีน่าที่ถ่ายทอดพลังแห่งกีฬาฤดูหนาว พร้อมบอกเล่าบทบาทและแนวคิดของแบรนด์ผ่านประสบการณ์เสมือนจริง โดยบริเวณด้านหน้าอาคารประดับด้วยการจัดแสดงแสงสีอันน่าทึ่ง พร้อมก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์บนถนน Via Croce Rossa ที่ค่อยๆ ละลายเผยให้เห็นชุดทีมชาติอิตาลี ภายในงานแขกผู้มีเกียรติได้สัมผัสกับบรรยากาศผ่านเสียง กลิ่น และกำแพง LED สุดตระการตา โดยไฮไลต์ของค่ำคืนนี้คือการเปิดตัววิดีโอแคมเปญใหม่ ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อนักกีฬาทีมชาติอิตาลีโดยเฉพาะ เสริมด้วยผลงานศิลปะที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานมีส่วนร่วม และการแสดงสด ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนด้วยจังหวะดนตรีจาก DJ Shablo ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศให้สมบูรณ์แบบ

กิจกรรมทั่วเมือง

ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม ถึง 16 กุมภาพันธ์ ทาง EA7 จะนำความตื่นเต้นของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิม  ปิกฤดูหนาว Milano Cortina 2026 ไปยังจุดสำคัญต่างๆ ทั่วเมืองมิลาน เริ่มจากการตกแต่งหน้าร้านสุดพิเศษและป๊อปอัพสโตร์ 2 แห่ง ภายในร้าน Emporio Armani สาขา Via Manzoni 31 ที่สะท้อนจิตวิญญาณของมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่างชัดเจน นอกจากนี้ EA7 ยังจัดกิจกรรมในโลเคชันไอคอนิกของเมือง ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่ใน Triennale การจัดแสดงนิทรรศการพิเศษพร้อมเนื้อหามัลติมีเดีย ถ่ายทอดเรื่องราวความร่วมมือระหว่าง EA7 และทีมชาติอิตาลี ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2012 ขณะเดียวกันที่จัตุรัส Piazza Duca d’Aosta จะจัดพื้นที่ Casa EA7 ให้ผู้เข้าชมได้รับชมไฮไลต์การแข่งขันย้อนหลังและสนุกกับโฟโต้บูธสุดพิเศษ พร้อมติดตามคอนเทนต์วิดีโอรวมถึงพอด แคสต์จากนักกีฬา โค้ช และแขกรับเชิญ ปิดท้ายประสบการณ์ที่โรงแรม Armani Hotel ชวนคุณมาลิ้มลองค็อกเทลธีมโอลิมปิก ของหวาน และเมนูอาหารเช้าสุดพิเศษที่ Armani/Ristorante และ Bamboo Bar พร้อมรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันได้ที่ Bamboo Bar ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานที่เยี่ยมชมกิจกรรมของ EA7 ครบทั้ง 4 จุด ได้แก่ ร้าน Emporio

Armani, Triennale, Casa EA7 ณ Piazza Duca d’Aosta และ Armani Hotel เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งบนเส้นทาง EA7 URBAN SLALOM สามารถสะสมตราประทับจากแต่ละสถานที่ เพื่อรับของที่ระลึกสุดพิเศษ ซึ่งสามารถแลกรับได้ที่ร้าน Emporio Armani Milano สาขาVia Manzoni 31

#EA7 #EmporioArmaniTH @emporioarmani

 

]]>
1556359
เข้างานฟรี ! ห้ามพลาด 2 วันสุดท้าย “Dream City” สวนป่าเบญจกิติ มหกรรมสร้างเด็กเก่ง เพิ่มทักษะสมอง EF 24-25 ม.ค.นี้ เท่านั้น https://positioningmag.com/1556350 Fri, 23 Jan 2026 13:24:23 +0000 https://positioningmag.com/?p=1556350 เปิดไปแล้วอย่างเป็นทางการ สำหรับงานมหกรรมพัฒนาทักษะสมองเพื่อเด็กดี เก่ง สุข สมวัย “Dream City เมืองสร้างฝัน EF สร้างคน” มหกรรมยกระดับทักษะสมองอีเอฟ ในเด็กปฐมวัยในกรุงเทพมหานคร สู่เป้าหมาย “เมืองอนุบาลระดับโลก”

มหกรรมครั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายประกอบด้วย กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) สถาบันรักลูกเลิร์นนิ่ง กรุ๊ป (RLG) สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทยฯ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และองค์กรต่าง ๆ ร่วมมือกันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 มกราคม 2569 ที่พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ (โรงงานยาสูบเดิม) เพื่อเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ โมเดลการเรียนรู้ นอกห้องเรียนที่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง

บรรยากาศงานสองวันแรกคึกคักเป็นอย่างยิ่ง เพราะมี น้อง ๆ หนูๆ และคุณครู จากโรงเรียนต่างๆ ในกทม. และนครปฐม รวม 61 โรงเรียน รวมกว่า 3,400 คน มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และทำกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการอย่างคับคั่ง

งานนี้เด็กๆ ร่วมกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน ในซุ้มกิจกรรมต่างๆ ที่มีถึง 40 ซุ้ม ตั้งแต่การเล่นเกม การแยกสี การทดลองทางวิทยาศาสตร์ ที่ส่วนนี้ทางกลุ่มดาว ประเทศไทย ได้จัดซุ้มห้องเรียนเคมีดาว โดยเนรมิตห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ขนาดเล็ก ที่สามารถพิสูจน์ผลทดลองได้จริงๆ และไม่เป็นอันตราย และยังเปิดให้เด็กๆได้ร่วมทดลองง่ายๆ เห็นผล เช่น การแยกสีจากเปลือกไม้ด้วยแอลกอฮอล์ การหาค่าPH การทำประจุไฟฟ้า ทดลองหาคุณสมบัติของคาร์บอนการแยกน้ำด้วยไฟฟ้า เป็นต้น

อีกหนึ่งโซนที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากน้อง ๆ คือ ‘ซุ้มอาชีพในฝัน’ ที่นี่ เด็กๆ จะได้ทำความรู้จักกับอาชีพที่สร้างแรงบันดาลใจ โดยมีการแนะนำอาชีพที่น่าสนใจหลากหลาย เช่น นักบิน นักวิทยาศาสตร์ และนักเคมี อินฟลูเอนเซอร์ รวมทั้งอาชีพนวัตกรรมแห่งอนาคต บาริสต้า รุกขกร หรือหมอต้นไม้ เพื่อเปิดโลกทัศน์และช่วยให้เด็กๆ ได้ค้นหาความชอบของตนเองผ่านการเรียนรู้ในกิจกรรมนี้ และให้เด็กๆ เติบโตเป็นคนดี เก่ง และมีความสุขด้วยทักษะสมองอีเอฟ

นอกจากสาระและความสนุกแล้ว ภายในงานยังมีพื้นที่พักผ่อนกว้างขวางให้เด็กๆ ได้นั่งพักหรือสนุกกับเกมสันทนาการ หากเริ่มหิวก็มีซุ้มจำหน่ายอาหารที่กรุงเทพมหานครคัดสรร ‘ของดีของเด่น’ จากทุกเขตมาให้เลือกชิมกันอย่างจุใจ พร้อมไฮไลท์พิเศษ! เพลิดเพลินไปกับ เวทีการแสดงดนตรีในสวนจากศิลปินมากหน้าหลายตา ที่จะมาช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายในพื้นที่สาธารณะได้อย่างน่าประทับใจให้กับทุกคน

โอกาสสุดท้าย! พลาดไม่ได้กับงานแห่งปี เพื่ออนาคตของเจ้าตัวน้อย คุณพ่อ คุณแม่ และคุณครูท่านไหนที่ยังไม่ได้มา… ขอย้ำว่าห้ามพลาด! กับงาน “Dream City เมืองสร้างฝัน EF สร้างคน” เรายังมีนัดกันอีก 2 วันสุดท้ายในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 24-25 มกราคมนี้

ถามว่าทำไมต้องมางานนี้ ก็เพราะ “ทักษะสมอง EF” คือรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้เด็กๆ เก่ง คิดเป็น ทำเป็น แก้ไขปัญหาได้ดี มีวินัย ยับยั้งชั่งใจ และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีความสุข พร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ทุกอาชีพที่ยิ่งใหญ่ เริ่มต้นจากความฝันเล็กๆ ในวันนี้ เพราะที่นี่… เราไม่ได้สร้างแค่นักบินหรือนักวิทย์ แต่เรากำลังสร้าง ‘ผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ’

มาร่วมกันสร้าง “เมืองในฝัน” ให้น่าอยู่ ด้วยการบ่มเพาะเด็กๆ ในวันนี้ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่มีคุณภาพ เพื่อสร้างสังคมที่งดงามไปด้วยกัน ด้วยอีเอฟพัฒนาคน “เมืองสร้างฝัน จะเป็นจริงได้ด้วยมือของเด็กๆ”

เสาร์-อาทิตย์นี้ (24-25 ม.ค.) ถ้ายังไม่มีแพลนไปไหน ขอเชิญที่งาน “Dream City เมืองสร้างฝัน EF สร้างคน” ฟรี!!!! ที่พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ

]]>
1556350
“SHICHI JAPANESE RESTAURANT” ก้าวสู่ปีที่ 9 เดินเกมรุกสู่ย่านเศรษฐกิจ เปิดตัวสาขาล่าสุด “SHICHI SATHORN” ยกระดับประสบการณ์ Table Service ครั้งใหม่ https://positioningmag.com/1556340 Fri, 23 Jan 2026 13:13:05 +0000 https://positioningmag.com/?p=1556340 Shichi Japanese Restaurant ร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมียมที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงจากประเทศญี่ปุ่น ฉลองครบรอบ 9 ปีของการเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมเปิดตัวสาขาใหม่ล่าสุด “Shichi Sathorn” อย่างเป็นทางการ ณ Supalai Icon Sathorn ซึ่งนับเป็น Strategic Move สำคัญของแบรนด์ในการขยายบทบาทจากร้านอาหารสำหรับครอบครัว สู่การเป็นจุดหมายด้านอาหารและประสบการณ์สำหรับกลุ่มนักธุรกิจ ผู้บริหาร คนทำงานเมือง และชาวต่างชาติในย่านเศรษฐกิจหลักของกรุงเทพฯ

การเปิดสาขาสาทรครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มจำนวนสาขา แต่คือการต่อยอดแนวคิด Experience-Driven Dining ที่ Shichi พัฒนามาตลอด 9 ปี เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิต การทำงาน และการสร้างความสัมพันธ์ในช่วงเวลาที่มีความหมายของคนเมือง ผ่านการผสมผสานคุณภาพอาหาร การบริการ และการออกแบบพื้นที่อย่างมีกลยุทธ์

นายปพนธีร์ ชาญชนะโยธิน กรรมการบริหาร บริษัท ปั้นข้าว ปั้นรัก จำกัด ( Shichi สาทร )กล่าวว่า “ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา Shichi เติบโตจากร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมียมสำหรับครอบครัว สู่การเป็นร้านที่ลูกค้าเลือกใช้ในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการฉลอง การพบปะ หรือการทำธุรกิจ สิ่งที่เราเรียนรู้คือ ลูกค้าไม่ได้มองหาแค่อาหารอร่อย    แต่กำลังมองหาความมั่นใจและความสบายใจในทุกครั้งที่ก้าวเข้ามาในร้าน

Shichi Sathorn คือบทต่อไปของการเติบโตเชิงคุณภาพ เราออกแบบสาขานี้จากพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก ตั้งแต่พื้นที่ Private Room การตกแต่ง ไปจนถึงรูปแบบการเสิร์ฟอาหารแบบ Table Service เพื่อให้ร้านสามารถเป็นทั้งพื้นที่รับรองแขก พื้นที่พูดคุยงาน และพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ เราอยากให้ลูกค้ารู้สึกว่า Shichi เป็นร้านที่สามารถพาแขกคนสำคัญมาได้อย่างมั่นใจ

ในตลาดที่แข่งขันสูง เราไม่เชื่อว่าความยั่งยืนจะมาจากการเติบโตที่เร็วที่สุด แต่เกิดจากการเลือกสิ่งที่ดีกว่าให้กับลูกค้าในทุกการตัดสินใจ ภายใต้อุดมการณ์ ‘Always Better’ ที่ Shichi ยึดถือมาตั้งแต่วันแรก ตั้งแต่วัตถุดิบที่นำเข้าจากญี่ปุ่นด้วยตัวเอง การดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ไปจนถึงการไม่ลดมาตรฐานแม้ต้นทุนจะผันผวน เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การเป็นร้านอาหารที่ลูกค้าเคยมา แต่เป็นร้านที่ลูกค้าเลือกกลับมาเสมอ เพราะเชื่อใจในคุณภาพและประสบการณ์ที่เราให้ได้จริง”

Modern Japanese Luxury: พื้นที่ที่ออกแบบเพื่อความเป็นส่วนตัวและความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

Shichi Sathorn ถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Modern Japanese Luxury ถ่ายทอดความหรูหรา สุขุม และเรียบง่ายตามแบบญี่ปุ่น พร้อมกลิ่นอายความอบอุ่นที่ทำให้ทุกมื้ออาหารรู้สึกผ่อนคลายและเป็นส่วนตัว โดดเด่นด้วยการจัดสรร Private Room หลายขนาด รองรับตั้งแต่ 6–8 ท่าน และสามารถเชื่อมต่อห้องเพื่อรองรับกลุ่มขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการรับรองแขก นัดประชุม หรือการพูดคุยเชิงธุรกิจในบรรยากาศที่เป็นทางการแต่ยังคงความผ่อนคลายและความเป็นส่วนตัว

บางห้องได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้งานเชิงธุรกิจอย่างแท้จริง ด้วยอุปกรณ์สำหรับการพรีเซนต์หรือประชุมไปพร้อมกับการรับประทานอาหาร สะท้อนความเข้าใจเชิงลึกในพฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มนักธุรกิจ ซึ่งเป็น Insight สำคัญที่ Shichi ได้เรียนรู้จากการขยายสาขาในใจกลางเมืองช่วงที่ผ่านมา

Table Service & Signature Menu: เมื่อมื้ออาหารกลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ

อีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญของ Shichi Sathorn คือการยกระดับมื้ออาหารให้มากกว่าความอร่อย ผ่านแนวคิด Table Service ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารอย่างใกล้ชิด เป็นส่วนตัว และเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้ทุกมื้อรู้สึกพิเศษกว่าที่เคย ที่นี่ เชฟไม่ได้อยู่แค่หลังครัว แต่จะออกมาปรุงและเสิร์ฟอาหารถึงโต๊ะ พร้อมเล่าเรื่องราวของวัตถุดิบ เทคนิคการปรุง และจังหวะการเสิร์ฟอย่างละเมียดละไม เสมือนเชื้อเชิญให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมกับอาหารในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนคำแรกไปจนถึงความประทับใจหลังจานสุดท้าย

คอนเซ็ปต์อาหารของ Shichi Sathorn ยังคงยึดหัวใจของแบรนด์ในฐานะ “อาหารญี่ปุ่นพรีเมียมที่ให้ความสำคัญ กับคุณภาพวัตถุดิบ” ไม่ว่าจะเป็นปลาสดนำเข้าจากญี่ปุ่น เนื้อคุณภาพสูง หรือวัตถุดิบตามฤดูกาลที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ก่อนนำมาปรุงด้วยเทคนิคที่เรียบง่าย แต่ใส่ใจในรายละเอียด เพื่อดึงรสชาติแท้จริงออกมาอย่างชัดเจน      ในทุกคำ

เมนูซิกเนเจอร์ที่กลายเป็นไฮไลต์ของสาขานี้ ต้องยกให้ Shichi Steak Flambé เมนูสเต็กไฟลุกสุดตื่นตา ที่เชฟจะราดสาเกแล้วจุดไฟบนเนื้อกันแบบสด ๆ ถึงโต๊ะ เสียงซู่เบา ๆ พร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเปลวไฟช่วยปลุกประสาทสัมผัสตั้งแต่ยังไม่ทันได้ชิม ก่อนจะเสิร์ฟเนื้อชิ้นสวยแบบพอดีคำ มาตรฐานใช้ Wagyu Australian Striploin MB 8–9 นุ่ม ฉ่ำ เต็มรสชาติ นอกจากจะอร่อยจนประทับใจ เมนูนี้ยังเพิ่มสีสันให้มื้ออาหาร และแทบจะเป็นโมเมนต์บังคับที่ทุกคนต้องหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเก็บไว้เป็นความทรงจำร่วมกันโดยไม่รู้ตัว

นอกเหนือจากเมนูพิเศษแบบ Table Service แล้ว Shichi Sathorn ยังรวบรวมซิกเนเจอร์เมนูของแบรนด์มาแบบครบครัน ตั้งแต่ Shichi Roll โรลแซลมอนซอสเมนไทโกะ เมนูขายดีอันดับ 1 ที่ขายได้กว่า 2,000 จานต่อเดือน ไปจนถึงซาชิมิและซูชิพรีเมียมที่โดดเด่นทั้งความสดและการแล่ปลาอย่างประณีต เสริมทัพด้วย Shichi Dynamite ซี่โครงเนื้อวากิวย่างถ่าน กลิ่นหอมชวนหิวที่ช่วยขับรสชาติของวัตถุดิบออกมาอย่างชัดเจน พร้อมเมนูจานแชร์และจานหลักสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัย ที่เหมาะได้ทั้งมื้อกลางวันแบบเป็นทางการ และมื้อค่ำสบาย ๆ หลังเลิกงาน

ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาให้สอดรับกับจังหวะชีวิตของคนเมือง ตั้งแต่มื้อกลางวันที่ต้องการความเรียบหรูและมั่นใจ    ไปจนถึงมื้อเย็นที่อยากผ่อนคลาย ใช้เวลากับอาหารดี ๆ และบทสนทนาดี ๆ ในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัว

สำหรับ Shichi Sathorn มื้ออาหารจึงไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่คือ ประสบการณ์บนโต๊ะอาหาร ที่เชื่อมโยงผู้คน ความสัมพันธ์ และช่วงเวลาสำคัญเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ สมกับแนวคิด Value Beyond Taste ที่แบรนด์ตั้งใจถ่ายทอดในทุกจานอย่างแท้จริง

โอกาสของ Shichi ในสมรภูมิอาหารญี่ปุ่นพรีเมียม

ตามผลสำรวจล่าสุดของ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ระบุว่าตลาดอาหารญี่ปุ่นในประเทศ ไทยยังคงเป็นหนึ่งในหมวดที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง และในปี 2568 เริ่มเห็น “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” ที่สะท้อนการคัดกรองของตลาดมากขึ้น โดยผลสำรวจล่าสุดของ JETRO ระบุว่า ไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นรวม 5,781 ร้าน ลดลง 2.2% จากปีก่อนหน้าที่มี 5,916 ร้าน ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 2550 ที่จำนวนร้านปรับลดลง ทั้งนี้ JETRO ชี้ว่า ตลาดไม่ได้ถดถอย แต่กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันเชิงปริมาณไปสู่การแข่งขันเชิงคุณภาพ โดยกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตคือร้านที่มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน เมนูเฉพาะทาง (Specialty) มีการเล่าเรื่องราว และมอบประสบ การณ์ที่แตกต่าง รวมถึงแบรนด์ที่ปรับรสชาติและคอนเซ็ปต์ให้เข้ากับผู้บริโภคไทยได้อย่างลงตัว (Localized)

ท่ามกลางบริบทดังกล่าว Shichi Japanese Restaurant มองเห็นโอกาสในการเติบโตเชิงคุณภาพ ไม่ใช่จากการขยายสาขาอย่างรวดเร็วหรือการแข่งขันด้านราคา แต่จากการสร้าง ความไว้วางใจระยะยาว ผ่านมาตรฐานวัตถุดิบ การบริการ และประสบการณ์ที่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นหัวใจของตลาดอาหารญี่ปุ่นพรีเมียมในยุคที่ผู้บริโภค “เลือกมากขึ้น” และให้ความสำคัญกับคุณภาพและความแตกต่างอย่างชัดเจนยิ่งกว่าเดิม พร้อมต่อยอดแนวคิด Experience-Driven Dining ให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองและช่วงเวลาสำคัญได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

นายธนัท ทองโสมแก้ว กรรมการบริหาร บริษัท ปั้นข้าว ปั้นรัก จำกัด (Shichi สาทร) กล่าวว่า “ปี 2568 Shichi Group มีรายได้รวมประมาณ 300 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของผลประกอบการและความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจ ท่ามกลางการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมร้านอาหาร จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่กลับมาใช้จ่ายนอกบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียมซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพ ประสบการณ์ และความสม่ำเสมอของมาตรฐานมากกว่าปัจจัยด้านราคา รายได้เติบโตจากทั้งฐานลูกค้าเดิมที่มีความเชื่อมั่นต่อแบรนด์และการขยายสาขาในทำเลศักยภาพ ซึ่งช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าใหม่ ขณะที่มูลค่าเฉลี่ยต่อบิลอยู่ในระดับพรีเมียมราว 3,000 บาทต่อบิล โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจและการรับรองแขก ส่งผลให้ Shichi มีอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำในระดับสูง และสามารถรักษาระดับ Willingness to Pay ของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา Shichi สามารถรักษาความแข็งแกร่งในตลาดอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้อุดมการณ์ “Always Better – เลือกสิ่งที่ดีกว่าเพื่อคุณ” ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นกรอบการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในทุกมิติของธุรกิจ ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น การบริหารประสบการณ์ลูกค้าอย่างใกล้ชิด ไปจนถึงการยึดมั่นในมาตรฐานโดยไม่ปรับลด แม้เผชิญความผันผวนด้านต้นทุน ทั้งนี้ Shichi เชื่อว่าการรักษาอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำ (Repeat Rate) และความไว้วางใจของลูกค้า คือปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”

เนื่องในโอกาสครบรอบ 9 ปี และการเปิดตัวสาขาใหม่ “Shichi Sathorn” ทางร้านจัดโปรโมชันพิเศษ ลดทั้งร้าน 40% ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Shichi Sathorn (Supalai Icon Sathorn) เปิดบริการทุกวัน วันจันทร์ถึงศุกร์ เปิดตั้งแต่ 11.00 – 14.00 น., 17.00 – 22.00 น. และวันเสาร์–อาทิตย์ ตั้งแต่ 11.00 – 22.00 น. เพื่อขอบคุณลูกค้าทุกคนที่สนับสนุนแบรนด์มาโดยตลอด และเปิดโอกาสให้ลูกค้าใหม่ได้สัมผัสคุณภาพอาหารและการบริการของ Shichi อย่างแท้จริง

สำรองที่นั่งโทร. 097 824 4665 LINE : @shichi พร้อมติดตามข่าวสารรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Instagram: @shichibkk

Facebook: Shichi Japanese Restaurant หรือ website https://www.shichi.co.th/

]]>
1556340
27 ม.ค. นี้! LINE STICKERS ชวนฉลองความสำเร็จครีเอเตอร์ไทย กับงาน LINE STICKERS AWARDS 2025 พร้อมโชว์พิเศษ–กิจกรรมสุดครีเอทีฟ https://positioningmag.com/1556335 Fri, 23 Jan 2026 13:05:15 +0000 https://positioningmag.com/?p=1556335 LINE STICKERS เตรียมจัดงาน “LINE STICKERS AWARDS 2025” งานประกาศรางวัลแห่งปีของโลก LINE STICKERS ที่รวมทั้ง ความสนุก ความสร้างสรรค์ และโมเมนต์พิเศษจากศิลปินและครีเอเตอร์ ไว้ในงานเดียว เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและสนับสนุนพลังความคิดสร้างสรรค์ของครีเอเตอร์และศิลปินไทย พร้อมมอบรางวัลผลงานสติกเกอร์ยอดเยี่ยมกว่า 10 สาขา ในวันที่ 27 มกราคม 2569 ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

ตลอดทั้งวันพบกับกิจกรรมภายในงานมากมาย เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาร่วมสนุกและใกล้ชิดโลกของ LINE STICKERS ไม่ว่าจะเป็นโซน Where Every LINE Begins ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจุดเริ่มต้นของการเป็นครีเอเตอร์ และกิจกรรม STAMP RALLY ชวนสะสม Character Stamp จากโซนต่าง ๆ เพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ

ในช่วงเย็น เตรียมพบกับช่วงไฮไลต์ของงานกับพิธีประกาศรางวัล LINE STICKERS AWARDS 2025 พร้อมโชว์และโมเมนต์พิเศษจาก นิว–ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ และ โพก้าซัง (Polcasan) ชมความน่ารักของฝาแฝดสุดไวรัล  น้องโซล – น้องโมเน่ และความสนุกสุดป่วนจากแก๊งฟอร์จากบ้าน FORGI FORFUN

แฟน ๆ ห้ามพลาด! มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน LINE STICKERS AWARDS 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นใน วันที่ 27 มกราคม 2569 ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป โดยจะเริ่มพิธีประกาศรางวัลในเวลา 18.00 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account: @linestickersth Facebook: LINE STICKERS Thailand

#LSA2025 #LINESTICKERS #LINESTICKERSAWARDS25

 

 

]]>
1556335
กู้ผิวพัง เสริมเกราะป้องกันฝุ่น ด้วย 5 STEPS จาก found & found https://positioningmag.com/1556327 Fri, 23 Jan 2026 13:00:00 +0000 https://positioningmag.com/?p=1556327 เพราะฝุ่น PM2.5 นอกจากจะทำลายสุขภาพกายแล้ว ยังเป็นตัวร้ายตัวจิ๋วที่ทำลายผิวหน้าให้เกิดการอักเสบและระคายเคืองได้อีกด้วย ใครที่มีผิวอ่อนแอ เป็นสิว ผิวแพ้ง่ายถ้าไม่อยากผิวพังเพราะวิกฤตฝุ่นพิษก็ต้องเสริมปราการผิวให้แข็งแรงเข้าไว้ สำหรับสาว ๆ คนไหนที่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกใช้สกินแคร์ตัวไหนดี วันนี้ found & found ขอแนะนำ 5 สเต็ปสกินแคร์รูทีน ที่ไม่ใช่แค่กู้ผิวได้แต่ยังปกป้องผิวแพ้ง่ายให้แข็งแรงขึ้นอย่างสมดุล จะมีไอเทมอะไรบ้างไปดูกันเลย

Step 1 คลีนผิวสะอาดใส ด้วย “theralogic Madecell Derma Repair B5 Bubble Foam Cleanser”

โพมล้างหน้าสูตรอ่อนโยน ช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก มาพร้อมฟองโฟมนุ่มละเอียดไม่บาดผิว คงความชุ่มชื้นหลังล้างหน้า และ pH อ่อนโยนไม่ทำลายเกราะป้องกันผิว

Step 2 เติมความชุ่มชื้นให้ผิว ด้วย “MEDIHEAL – Teatree Trouble Pad”

แผ่นบำรุงผิวที่มาในรูปแบบ Gauze Pad จากเส้นใยธรรมชาติ ช่วยให้ส่วนผสมซึมเข้าผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพและอ่อนโยน ไม่ระคายเคืองผิวช่วยปลอบประโลมและปรับสมดุลผิวอ่อนแอที่มีแนวโน้มเกิดสิวง่ายให้กลับมาแข็งแรง

Step 3 ปรนนิบัติผิวอย่างสมดุล ด้วย “CICA METHOD Booster Serum”

เซรั่มบำรุงและปลอบประโลมผิวขั้นสุด ช่วยลดเลือนริ้วรอยและรอยแดงจากสิว ด้วยสารสกัดจากใบบัวบก และสารสกัดธรรมชาติช่วยปลอบประโลมให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น มีสุขภาพดี

Step 4 เสริมเกราะป้องกันสิว ผิวแข็งแรง ด้วย “Dr.G R.E.D Blemish Clear Soothing Cream”

เนื้อครีมบางเบา ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยเติมน้ำและล็อกความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยปลอบประโลมพร้อมเสริมเกราะป้องกันให้ผิวแข็งแรง

Step 5 ปกป้องผิวขั้นสุด ด้วย “FRUDIA Whats Wrong Help Cicaderm Sun Cream

กันแดดสำหรับผิวแพ้ง่ายและเป็นสิว ช่วยปกป้องผิว ทั้งจากรังสี UVA/UVB ฝุ่น และมลภาวะ และด้วยเทคโนโลยี SNOW ICE ช่วยลดอุณหภูมิผิว มอบผิวสดชื่นเย็นสบายทันทีหลังใช้

งานกู้ผิวจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะนี่คือสเต็ปการดูแลผิวสวยสู้ฝุ่นปี 2026 ที่มัดรวม สกินแคร์รูทีนตัวท็อปของ เกาหลี-ญี่ปุ่น ไว้ที่สายบิวตี้ห้ามพลาด ใครยังขาดไอเทมไหนและอยากเพิ่มไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง ช้อปได้แล้ววันนี้ที่ร้าน found & found ทุกสาขา หรือเลือกช้อปบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ง่าย ๆ เพียงปลายนิ้วกดผ่านช่องทาง GrabMart Line Man Mart, Shopee, Lazada และ Tiktok Shop คลิกเลย https://foundnfound.click/bn1

ชวนสัมผัสประสบการณ์บิวตี้รูปแบบใหม่สไตล์ J/K Beauty เจอครบจบที่ found & found พร้อมติดตามสินค้าใหม่และกิจกรรมอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: foundnfound.official, IG: found.n.found LINE Official Account: @foundnfound หรือคลิก https://bit.ly/foundnfound-line

 

]]>
1556327
เมย์แบงก์ เปิดตัวแคมเปญ “Maybank Free-ด้อม” พื้นที่ปลอดภัยของการเทรด ทดลองลงทุน DR ฟรีค่าคอมมิชชัน 100,000 บาทแรก https://positioningmag.com/1556322 Fri, 23 Jan 2026 12:53:01 +0000 https://positioningmag.com/?p=1556322 บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงการลงทุนได้อย่างเท่าเทียมเปิดตัวแคมเปญพิเศษ “Maybank Free-ด้อม” หรือ “พื้นที่ปลอดภัยของการเทรด” เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้ทดลองจังหวะตลาด ปรับพอร์ต หรือเริ่มต้นกลยุทธ์การลงทุนใหม่อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนค่าคอมมิชชันตั้งแต่ก้าวแรก ภายใต้แนวคิด Democratizing Investment

Maybank Free-ด้อม ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนในทุกช่วงจังหวะ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ต้องการทดลองตลาด  ผู้ที่มองหาโอกาสขยับพอร์ต หรือผู้ที่อยากเริ่มต้นกลยุทธ์ใหม่อย่างรอบคอบ โดยเมย์แบงก์มอบสิทธิพิเศษ “เทรดฟรีค่าคอมมิชชัน” สำหรับการซื้อ–ขาย DR เครื่องมือศักยภาพที่ช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถลงทุนในหลักทรัพย์ระดับโลก ด้วยวงเงินสูงสุด 100,000 บาทแรก*

รายละเอียดแคมเปญ Maybank Free-ด้อม

• สำหรับลูกค้าใหม่ที่ยังไม่เคยมีพอร์ตลงทุนกับ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด
• เปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชัน Maybank Invest และกรอกโค้ดรับสิทธิ์ MSTHAC01
• ระยะเวลาแคมเปญตั้งแต่ 15 มกราคม – 31 มีนาคม 2569
• *ฟรีค่าคอมมิชชันสำหรับการซื้อ–ขาย DR เท่านั้น
สำหรับยอดลงทุนไม่เกิน 100,000 บาทแรก
รับสิทธิ์เทรดฟรีเป็นระยะเวลา 1 เดือน นับจากวันที่บัญชีได้รับการอนุมัติ
• บริษัทจะทำการเครดิตเงินคืนค่าคอมมิชชันเข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ภายในวันที่ 30 เมษายน 2569

แคมเปญ “Maybank Free-ด้อม” นับเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของเมย์แบงก์ในการเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้เรียนรู้และบริหารพอร์ตอย่างอิสระ ลดข้อจำกัดด้านต้นทุน และสร้างประสบการณ์การลงทุนที่มั่นใจยิ่งขึ้น ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://maybank.short.gy/tradefreecommission

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Maybank Invest และเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Maybank Free-ด้อม ได้แล้ววันนี้ที่ https://maybank.go.link/5HuKX สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-658-5050 (วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.30–17.30 น.) Line: @maybankfriends อีเมล: mst.clientservice@maybank.com

 

]]>
1556322
FWD ประกันชีวิต ติดอันดับ Top 50 Companies in Thailand 2026 ต่อเนื่องปีที่ 3 ยืนยันความสำเร็จด้านการพัฒนาคนและวัฒนธรรมการทำงานที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ https://positioningmag.com/1556316 Fri, 23 Jan 2026 12:49:34 +0000 https://positioningmag.com/?p=1556316 FWD ประกันชีวิต ติดอันดับ Top 50 Companies in Thailand 2026 หรือ 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด จากการจัดอันดับโดย WorkVenture แพลตฟอร์มออนไลน์หางานชั้นนำของประเทศไทย เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน และเป็นบริษัทประกันชีวิตเพียงรายเดียวที่ติดโผประจำปีนี้ จากผลโหวตของคนรุ่นใหม่ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล บ่งบอกถึงความสำเร็จด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลและการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง

นายเดวิด โครูนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประจำประเทศไทยและกัมพูชา บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ FWD ประกันชีวิต กล่าวว่า “ที่ FWD ประกันชีวิต เรามุ่งมั่นในการพัฒนาคนและวัฒนธรรมองค์กรอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวทางการบริหารองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (Diversity, Equity and Inclusion: DE&I) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน ความหลากหลายของประสบการณ์ ความคิด และมุมมอง ช่วยให้เรามองเห็นโอกาสใหม่ๆ สนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างรอบด้าน และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าในสังคมที่มีความหลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแนวคิด DEI ไม่ได้เป็นเพียงกรอบแนวคิด แต่ถูกนำมาปรับใช้จริงในการทำงาน ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้างและเคารพทุกความแตกต่าง เปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม เพื่อให้สามารถเป็นตัวของตัวเอง ทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ และร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว”

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ FWD ประกันชีวิต ได้รับเสียงโหวตจากคนรุ่นใหม่ คือ แนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ให้ความสำคัญกับ Employee Experience ที่เปิดกว้างและครอบคลุม เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมในทุกมิติของการทำงาน ตั้งแต่การออกแบบรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากพนักงานทุกระดับ ไปจนถึงการสร้างพื้นที่ให้ผู้บริหารและพนักงานได้แลกเปลี่ยนมุมมองอย่างตรงไปตรงมา ผ่านกิจกรรมและรูปแบบการทำงานต่างๆ เช่น CEO Meets Staff ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานจากหลากหลายสายงานและระดับได้มีส่วนร่วม พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สะท้อนมุมมองต่อการทำงาน และเข้าใจทิศทางขององค์กรโดยตรงกับผู้บริหาร ช่วยสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งร่วมกันในการขับเคลื่อนองค์กรอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน FWD ประกันชีวิต มุ่งพัฒนาศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เราสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนให้พนักงานทุกคนได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ ด้วยการนำแพลตฟอร์มการเรียนรู้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา (Anytime learning) ผ่านหลักสูตรออนไลน์ระดับสากลอย่าง LinkedIn Learning ที่มีหลักสูตรหลากหลายครอบคลุมทุกสายงาน ตอบโจทย์ทั้งการพัฒนาทักษะในสายอาชีพและความสนใจเฉพาะบุคคล ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเสริมประสิทธิภาพด้านทรัพยากรบุคคล ภายใต้แนวคิด “Digital by Design” เพื่อให้การทำงานสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น Career Hub คือแพลตฟอร์มเส้นทางอาชีพแบบครบวงจรที่พัฒนาขึ้นจากเสียงของพนักงาน เพื่อช่วยให้ทุกคนสำรวจเส้นทางการเติบโต ตั้งเป้าหมาย และพัฒนาทักษะที่ต้องการได้อย่างเป็นระบบ พร้อมฟีเจอร์แนะนำเครื่องมือเรียนรู้ที่เหมาะกับแต่ละคน ช่วยให้ก้าวสู่เป้าหมายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึง AI Coaching & AI Role Play (บน LinkedIn Learning) ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ และปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับพนักงานแต่ละคน (Personalised) ให้พนักงานเหมือนมีโค้ชส่วนตัวที่คอยสนับสนุนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลของกายและใจในการทำงานผ่านการจัดกิจกรรมภายในองค์กร พร้อมทั้งสวัสดิการการทำงานต่างๆ ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของพนักงาน เพื่อให้ทุกคนเติบโตไปพร้อมกับองค์กร

FWD ประกันชีวิต ยังปลูกฝังค่านิยมองค์กรที่เป็นพื้นฐานของความสำเร็จในระยะยาว ตั้งแต่การทำงานเชิงรุกและมองไปข้างหน้า (Proactive) การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการเปิดรับแนวคิดใหม่ (Innovative) การทำงานด้วยความมุ่งมั่นและรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำ (Committed) การดูแลและใส่ใจทั้งลูกค้าและพนักงาน (Caring) ไปจนถึงการทำงานอย่างโปร่งใส เปิดกว้าง และยึดมั่นในจริยธรรม (Open) ซึ่งค่านิยมเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในทุกมิติของการทำงาน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างความสำเร็จร่วมกันขององค์กร

นายเดวิด กล่าวเพิ่มเติมว่า “การได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งใน Top 50 Companies in Thailand 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จึงไม่ใช่เพียงรางวัลแห่งความสำเร็จ แต่เป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ FWD ประกันชีวิต ในการสร้างองค์กรที่เข้าใจคนรุ่นใหม่ และพร้อมเติบโตไปกับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานในอนาคต”

สำหรับการจัดอันดับ Top 50 Companies in Thailand 2026 โดย WorkVenture มาจากการสำรวจความคิดเห็นของคนทำงานรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นผลสำรวจที่มาจากความคิดเห็นโดยตรงของผู้เข้าร่วมโหวตมากกว่า 12,167 คน อายุระหว่าง 22–35 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มคนทำงานและบัณฑิตจบใหม่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป ผ่านการสำรวจแบบปลายเปิด ซึ่งสะท้อนมุมมองต่อองค์กรที่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด ซึ่งการติดอันดับอย่างต่อเนื่องของ FWD ประกันชีวิต แสดงถึงความเชื่อมั่นของคนรุ่นใหม่ต่อแนวทางการบริหารคนขององค์กร และตอกย้ำว่าองค์กรที่ตอบโจทย์คนทำงานในปี 2026 จำเป็นต้องเข้าใจในสิ่งที่คนทำงานต้องการ ทั้งโอกาสการเติบโต ความสมดุลชีวิตการทำงาน และวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ซึ่งเป็นแนวทางที่ FWD ประกันชีวิต มุ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

]]>
1556316
Gulf Edge จับมือ Google Cloud ขับเคลื่อนไทยสู่ยุค AI ผนึกกำลังส่งมอบบริการ Sovereign และ Agentic AI พร้อมจัดตั้ง Center of Excellence https://positioningmag.com/1556310 Fri, 23 Jan 2026 12:39:53 +0000 https://positioningmag.com/?p=1556310 บริษัท กัลฟ์ เอ็ดจ์ จำกัด (Gulf Edge) ในเครือกลุ่มบริษัทกัลฟ์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Google Cloudเพื่อนำเทคโนโลยี AI มาใช้ยกระดับการดำเนินธุรกิจอย่างเต็มตัว โดย Gulf Edge จะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันกลุ่มบริษัทกัลฟ์และบริษัทในเครือ รวมถึง AIS ให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน AI ด้วยเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ขั้นสูง มุ่งขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ในการส่งมอบบริการ Sovereign AI ที่มีความปลอดภัยและอธิปไตยทางข้อมูล ผสมผสาน Agentic AI ที่มีความฉลาดในการจัดการ เพื่อประโยชน์สูงสุดของภาคธุรกิจไทย ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นต่อยอดจากการขยายการเข้าถึงบริการ Google Distributed Cloud (GDC) แบบ Air-gapped ภายในประเทศ โดยจะผสานความเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของ Gulf Edge เข้ากับโครงข่ายที่ครอบคลุมของ AIS และเทคโนโลยี AI แบบครบวงจรของ Google Cloud เพื่อผลักดันให้องค์กรทุกขนาดในอุตสาหกรรมไทยสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านคลาวด์และ AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) กล่าวว่า “การขยายความร่วมมือกับ Google Cloud ครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลแห่งอนาคตของประเทศไทย เพื่อผลักดันให้กลุ่มบริษัทกัลฟ์และบริษัทในเครือก้าวสู่การเป็นผู้นำในยุค AI อย่างแท้จริง GULF ตั้งเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนว่าจะเป็นผู้บุกเบิกการนำเทคโนโลยี Sovereign Cloud ที่มีความปลอดภัยสูงสุด และ Agentic AI ที่ชาญฉลาด มาปรับใช้ในธุรกิจของเราและบริษัทในเครือ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ความร่วมมือนี้จะช่วยจุดประกายการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลในไทย ทั้งการสร้างบุคลากรที่มีทักษะแห่งอนาคต และการเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ สอดรับกับเทรนด์ AI โลก การนำจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานของกัลฟ์ มาผสานกับเทคโนโลยีระดับโลกจาก Google จะช่วยปลดล็อกศักยภาพให้ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าถึง AI ซึ่งไม่เพียงแต่จะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเท่านั้น แต่ยังช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของ GDP และเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างยั่งยืน”

ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งAgentic AI ผ่านการผสานข้อมูลและอัจฉริยภาพทางเทคโนโลยี

หัวใจสำคัญของความร่วมมือระหว่าง Google Cloud และ Gulf Edge โดยมี AIS เป็นทั้งองค์กรต้นแบบและพันธมิตรในระบบนิเวศคือการสร้างแพลตฟอร์ม Agentic AI ยุคใหม่ที่สามารถรวบรวมข้อมูลเครือข่ายและการดำเนินงานที่มีอยู่อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลประสิทธิภาพเครือข่ายแบบเรียลไทม์ หรือความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป การนำข้อมูลเหล่านี้มาบูรณาการภายใต้สภาพแวดล้อมที่มั่นคงปลอดภัยและยืดหยุ่นจะช่วยเร่งการส่งมอบ AI Agents ไปทั่วทั้งองค์กร ผ่าน Gemini Enterprise ซึ่งมีความสามารถเหนือกว่าระบบอัตโนมัติทั่วไปสามารถคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อนพร้อมทั้งยกระดับการดูแลลูกค้าไปอีกขั้น

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ AIS ที่มุ่งยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าสู่มาตรฐานใหม่ในทุกช่องทางบริการผ่านการนำ AI Models และโซลูชั่นคลาวด์ชั้นนำของ Google มาใช้งานไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชัน myAIS หรือศูนย์บริการลูกค้าที่เพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI นอกจากนี้การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลยังช่วยให้พนักงานทำงานได้คล่องตัวขึ้นด้วยเครื่องมืออัจฉริยะที่ช่วยจัดการงานประจำให้โดยอัตโนมัติ ทำให้พนักงานสามารถทุ่มเทเวลาไปกับการดูแลลูกค้าในส่วนที่สำคัญและมีความซับซ้อนได้มากขึ้น ส่งผลให้ผู้ใช้บริการได้รับประสบการณ์ที่รวดเร็วตรงใจและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างชาญฉลาด

เร่งสร้างนวัตกรรมทั่วประเทศด้วย Sovereign AI และ Agentic AI

ความร่วมมือที่ขยายขอบเขตขึ้นในครั้งนี้ได้วางบทบาทให้ Gulf Edge เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการบุกเบิกตลาด
(Go-to-market partner) ในการผลักดันการเข้าถึงและใช้งานเทคโนโลยี Agentic AI ระดับองค์กรอาทิ Gemini Enterprise รวมไปถึงการให้บริการ Sovereign Cloud ที่มีอธิปไตยทางข้อมูลส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมควบคู่ไปกับการตอบโจทย์ด้านการจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศ (Data Residency) สำหรับอุตสาหกรรม ที่มีกฎระเบียบควบคุมเข้มงวดส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจสามารถพัฒนานวัตกรรมได้อย่างเต็มที่ โดยมั่น ใจได้ว่าข้อมูลที่ละเอียดอ่อนจะถูกจัดเก็บและดูแลอยู่ภายใต้ขอบเขตอธิปไตยของประเทศ

นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทมีแผนที่จะร่วมกันจัดตั้ง Center of Excellence (CoE) ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและ AI เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเชิงลึกและการนำไปปรับใช้งานจริงภายใน Gulf Edge โดยศูนย์แห่งนี้จะพัฒนาต้นแบบนวัตกรรม (Innovation Blueprints) เฉพาะทางสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจค้าปลีก การเงิน และการผลิต ซึ่งจะเป็นโครงร่างทางเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยสูงบนระบบของ Google Cloud เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ การยกระดับทักษะผู้เชี่ยวชาญในศูนย์ความเป็นเลิศนี้จะเปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) โดยเริ่มจากกลุ่มบริษัทกัลฟ์ ก่อนจะขยายผลไปสู่การส่งเสริมการใช้งาน AI ในวงกว้างแก่องค์กรทุกขนาดทั่วประเทศไทย

นายคาร์ธิก นาเรน (Karthik Narain) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และธุรกิจ Google Cloud กล่าวว่า “AI คือโอกาสครั้งสำคัญที่สุดแห่งยุคที่จะพลิกโฉมทั้งวิธีการทำงาน การดำเนินธุรกิจ รวมไปถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เราภูมิใจที่ได้ผนึกกำลังกับ Gulf Edge เพื่อร่วมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะพาสังคมไทยก้าวสู่อนาคตดิจิทัลอย่างเต็มตัว เรามุ่งหวังที่จะเสริมศักยภาพให้ทุกองค์กรในประเทศไทยมีความคล่องตัว พร้อมรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อน และเปลี่ยนไอเดียที่ยิ่งใหญ่ให้กลายเป็นความจริงที่จับต้องได้”

 

]]>
1556310