การรถไฟแห่งประเทศไทย – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Mon, 10 Sep 2012 00:00:00 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 “ร.ฟ.ท.” ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ แยก 3 หน่วยธุรกิจ กำกับดูแลกิจการรถไฟไทย https://positioningmag.com/55711 Mon, 10 Sep 2012 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=55711

ร.ฟ.ท. ปรับโครงสร้างครั้งประวัติศาสตร์กิจการรถไฟไทย ในรูปแบบหน่วยธุรกิจ (Business Unit: BU) แยก 3 หน่วยธุรกิจกำกับดูแลกิจการ หน่วยธุรกิจการเดินรถ หน่วยธุรกิจการซ่อมบำรุง และหน่วยธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน หวังช่วยยกระดับการให้บริการทั้งในด้านความปลอดภัย ความสะดวกรวดเร็ว การตรงต่อเวลา และปริมาณขบวนที่เพิ่มขึ้น ทั้งเพิ่มความคล่องตัวสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในส่วนการโดยสาร และการขนส่งสินค้าของ ร.ฟ.ท. สามารถแข่งขันในด้านราคาและคุณภาพกับการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเชื่อมโยง และรองรับ  AEC ด้วยงบลงทุน 1.76 แสนล้านบาท 3-5 ปี จะรับรู้การเปลี่ยนแปลงของ ร.ฟ.ท. แน่

พล.ต.ท. ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้กำกับดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปัจจุบันที่ราคาของพลังงานในตลาดโลกได้มีแนวโน้ม และคาดว่าจะสูงขึ้นไปอีก ทำให้ต้นทุนด้านการขนส่งโดยรวมสูงขึ้นและส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้น ดังนั้นเพื่อให้ประเทศไทยยังคงระดับความสามารถในการแข่งขันกับนานาชาติการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งระบบการขนส่งด้วยระบบรางเป็นรูปแบบการขนส่งทางบกที่มีต้นทุนต่ำที่สุด สามารถขนส่งผู้โดยสารและสินค้าได้ทีละมาก ๆ รวมทั้งก่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในระดับที่ต่ำกว่าการขนส่งทางบกในรูปแบบอื่น ๆ อย่างมาก อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาการคมนาคมขนส่งทางรางขาดการสนับสนุนจากรัฐบาลทำให้โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ อาทิ ทาง และรถจักร มีสภาพเก่าและไม่มีการทดแทนอย่างเหมาะสม ทำให้ระดับการให้บริการการขนส่งและโดยสารของการรถไฟแห่งประเทศไทยอยู่ในลักษณะถดถอย และส่งผลกระทบให้การรถไฟแห่งประเทศไทยมีผลการดำเนินงานขาดทุนสะสมอย่างต่อเนื่องมากว่า 20 ปี

ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณมูลค่า 1.76 แสนล้านบาทเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของการรถไฟแห่งประเทศไทย อาทิ ระบบทางคู่ (873 กม.) และ รถจักรใหม่กว่า 70 คัน ตลอดจนรถโดยสารและรถขนส่งสินค้าใหม่ 605 คัน ที่จะช่วยยกระดับการให้บริการทั้งในด้านความปลอดภัย ความสะดวกรวดเร็ว การตรงต่อเวลา และปริมาณขบวนที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนสนับสนุนให้การรถไฟแห่งประเทศไทยดำเนินการปรับโครงสร้างให้อยู่ในรูปแบบหน่วยธุรกิจ (Business Unit: BU) ที่มุ่งเน้นในด้านการดำเนินงานที่มีความคล่องตัวสูง สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดทั้งในส่วนการโดยสารและการขนส่งสินค้าเพื่อให้การรถไฟแห่งประเทศไทยสามารถให้บริการในระดับที่สามารถแข่งขันในด้านราคาและคุณภาพกับการขนส่งในรูปแบบอื่น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

พล.ต.ท. ชัจจ์ กุลดิลก กล่าวต่อว่า สำหรับในเบื้องต้น การรถไฟแห่งประเทศไทย จะประกอบไปด้วย 3 หน่วยธุรกิจ คือ

1) หน่วยธุรกิจการเดินรถที่รับผิดชอบในด้านการกำหนดตารางเดินรถให้สอดคล้องต่อความต้องการของตลาดทั้งในส่วนการโดยสารและการขนส่ง

2) หน่วยธุรกิจการซ่อมบำรุง ที่รับผิดชอบในด้านการสนับสนุนความพร้อมของรถจักรรวมทั้งการควบคุมค่าใช้จ่ายของรถจักร และล้อเลื่อนให้อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันกับการขนส่งในรูปแบบอื่น ๆ 

3) หน่วยธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน ที่รับผิดชอบในการหาประโยชน์จากที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยในการที่จะนำมาสนับสนุนการดำเนินงานโดยในระยะแรกจะเป็นเรื่องของการลดภาระหนี้สิน อาทิ ภาระบำเหน็จบำนาญ เป็นต้น 

โดยหน่วยธุรกิจทั้งสามยังคงเป็นหน่วยงานภายใต้การรถไฟแห่งประเทศไทย แต่มีการปรับแนวทางและระเบียบการดำเนินการให้มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ขององค์กร สำหรับในส่วนของการอื่น ๆ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย จะทำหน้าที่ในด้านการวางแนวนโยบายและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการพัฒนาและดูแลรักษาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ โครงข่ายทางรถไฟ ระบบอาณัติสัญญาณ และงานบุคลากรและการบริหารทั่วไป ทั้งนี้อำนาจของผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยยังคงมีเช่นเดิม แต่มีการมอบอำนาจให้หัวหน้าหน่วยธุรกิจตัดสินใจในประเด็นด้านการปฎิบัติงานเพื่อเป็นการสร้างความคล่องตัวในการให้บริการของการรถไฟแห่งประเทศไทย

รมช. คมนาคม กล่าวต่ออีกว่า อย่างไรก็ดีการลงทุน 1.76 แสนล้านบาท นั้นจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-5 ปี กว่าประชาชนจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในการให้บริการของการรถไฟแห่งประเทศไทย เนื่องจากระยะเวลาที่ใช้ในการก่อสร้างทางคู่และจัดหารถจักรและล้อเลื่อน โดยคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2563 การรถไฟแห่งประเทศไทยสามารถเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าจาก 11 ล้านตัน ในปี 2553 เป็น 37 ล้านตัน และปริมาณผู้โดยสารจาก 48 ล้านคนในปี 2553 เป็น 71 ล้านคน โดยขบวนรถโดยสารจะมี ความเร็วเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 90-100 ก.ม. ต่อชั่วโมง จาก 50-60 ก.ม. ต่อชั่วโมงในปัจจุบัน ซึ่งหากการรถไฟสามารถดำเนินการได้ตามที่ได้คาดการณ์ไว้ก็จะช่วยประหยัดพลังงานให้กับประเทศได้ถึงปีละ 2-3 หมื่นล้านบาทต่อปี และยังยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เนื่องจากต้นทุนของโลจิสติกส์จะลดลงอีกด้วย

 “หากการปรับโครงสร้างในครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ กระทรวงคมนาคมก็จะพยายามผลักดันให้โครงข่ายเส้นทางรถไฟเป็นทางคู่ทั้งหมดรวมทั้งจัดสร้างเส้นทางใหม่ ๆ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับประเทศต่าง ๆ ใน AEC รวมทั้งพัฒนาและยกระดับบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับระบบรางให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในด้านเทคโนโลยีและรูปแบบการให้บริการ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการคมนาคมและโลจิสติกส์ด้วยระบบรางในทศวรรษหน้า” รมช. คมนาคม กล่าวสรุปในตอนท้าย

]]>
55711
การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรม "เดินทาง ดูหนัง เล่าเรื่อง" https://positioningmag.com/55332 Thu, 28 Jun 2012 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=55332

การรถไฟแห่งประเทศไทย เชิญผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมย้อนยุคสุดเก๋ ในงาน “เดินทาง ดูหนัง เล่าเรื่อง” ในวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2555 เวลา 10.00 – 19.00 น. ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง กรุงเทพฯ ภายในงานจะเป็นการเนรมิต สถานีรถไฟหัวลำโพง ให้เป็นบรรยากาศแบบคลาสสิคแบบย้อนยุคในช่วงปี 70-80 ของไทย โดยนำทุกท่านเข้าสู่เรื่องราวของสถานีหัวลำโพงในอดีต ผ่านโซนต่างๆ 4 โซน คือ หัวลำโพงราม่า, สนามหลวง, ชานชาลา และ ตุ๊กตากระดาษ พร้อมร่วมรำลึกอดีตไปกับบู๊ธกิจกรรมย้อนยุคมากมาย นอกจากนั้นภายในงานยังมีการประกาศผลรางวัลผู้ชนะ โครงการการประกวดหนังสั้น “ในความผูกพันของฉันกับรถไฟไทย” ซึ่งมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดจำนวนมากอีกด้วย ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ในวันและเวลาดังกล่าวโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

]]>
55332
เอไอเอสร่วมกับการรถไฟ จัดแคมเปญไปไหนไปด้วย เอไอเอสช่วยออกให้ 60 บาท https://positioningmag.com/44862 Fri, 21 Nov 2008 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=44862

เอไอเอส พลัส เป็นปลื้ม หลังลูกค้าตอบรับใช้สิทธิรถทัวร์เกินคาด พร้อมต่อยอดสิทธิพิเศษเรื่องการเดินทางต่อเนื่อง ล่าสุด! ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย จัดแคมเปญ “ขึ้นรถไฟไปไหนไปด้วย เอไอเอสช่วยออกให้ 60 บาท” ให้ลูกค้าซื้อบัตรโดยสารรถไฟในราคาอุ่นใจ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางทั้งกลับบ้านและท่องเที่ยว ดีเดย์เริ่ม 22 พ.ย. 51 – 30 เม.ย. 52

นางวิลาสินี พุทธิการันต์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการ เอไอเอส เผยว่า “หลังจากที่เอไอเอส พลัส ได้มอบสิทธิพิเศษแกนการเดินทางในแคมเปญ “ไปไหนไปด้วย เอไอเอสช่วยออกให้ 60 บาท” ให้ลูกค้าเอไอเอสที่เดินทางโดยรถทัวร์ ซื้อตั๋วค่าโดยสารกลับบ้านในราคาประหยัดไปแล้ว ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้เรามั่นใจว่าสิทธิพิเศษด้านการเดินทางตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน (Daily Life) ได้อย่างแท้จริง ล่าสุด เอไอเอสต่อยอดให้ลูกค้าได้มีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้นโดยจะได้ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย จัดแคมเปญ “ขึ้นรถไฟไปไหนไปด้วย เอไอเอสช่วยออกให้ 60 บาท” ให้ลูกค้าเอไอเอสที่ซื้อบัตรโดยสารรถไฟเส้นทางปกติทั่วประเทศ ทุกชั้น ในราคาตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไป เอไอเอสจะออกค่าบัตรโดยสารให้ลูกค้าได้ประหยัดถึง 60 บาทต่อที่นั่ง ซึ่งไม่เพียงแต่จะมอบสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของลูกค้าเท่านั้น เอไอเอสยังได้มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยว กับโปรแกรมเที่ยวเส้นทางพิเศษในช่วงเทศกาลต่างๆ ที่ทางการรถไฟจัดขึ้น โดยประเดิมเส้นทางแรก กรุงเทพ – ทุ่งดอกทานตะวัน – เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อีกด้วย เรียกว่าเป็นสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทางของลูกค้าได้ทั้งเพื่อกลับบ้านและเพื่อการท่องเที่ยว”

ทางด้านนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวถึงแคมเปญนี้ว่า “นับว่าเป็นครั้งแรกของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ได้เอไอเอส ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนรายแรกเข้ามาร่วมทำแคมเปญมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า โดยความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าที่เดินทางโดยรถไฟได้รับประโยชน์จากการซื้อตั๋วในราคาที่ประหยัด อีกทั้งยังเป็นการร่วมขยายกลุ่มผู้สนใจหรือกลุ่มผู้เดินทางทั้งกลับบ้านและท่องเที่ยวให้มาเข้าร่วมกิจกรรมได้ง่าย พร้อมเป็นการสร้างสีสันกิจกรรมการตลาดให้กับแคมเปญนี้ ทำให้ลูกค้าเอไอเอสเองได้รับสิทธิพิเศษมากขึ้นด้วย สำหรับเส้นทางพิเศษท่องเที่ยวชมทุ่งทานตะวันกับการรถไฟได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี จุดเด่นของเส้นทางนี้คือลูกค้าจะได้สัมผัสบรรยากาศด้วยเส้นทางรถไฟที่ตัดผ่านทุ่งทานตะวันเหลืองอร่ามบานสะพรั่งสองข้างทาง พร้อมเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางรถไฟลอยน้ำแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมามีผู้สนใจเที่ยวทริปนี้เป็นจำนวนมากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ คาดว่าปีนี้คงจะได้รับความสนใจไม่แพ้กันเพราะปีนี้อากาศหนาวเร็ว จะช่วยให้บรรยากาศการท่องเที่ยวคึกคักขึ้นแน่นอน”

สำหรับแคมเปญ “ขึ้นรถไฟไปไหนไปด้วย เอไอเอสช่วยออกให้ 60 บาท” เที่ยวเส้นทางปกติ ลูกค้าเอไอเอสจะประหยัดค่าโดยสารรถไฟได้ถึง 60 บาทเมื่อซื้อบัตรโดยสารรถไฟราคาตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไป ทุกชั้น ทุกวัน เพียงนำโทรศัพท์ไปแสดงเพื่อรับสิทธิ 1 เบอร์ต่อ 1 ที่นั่ง ที่สถานีหัวลำโพง เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 51 – 30 เม.ย. 52 และสำหรับลูกค้าที่สนใจเดินทางท่องเที่ยวเส้นทางพิเศษกรุงเทพ – ทุ่งดอกทานตะวัน – เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะได้รับสิทธิซื้อบัตรโดยสารในราคาอุ่นใจ โดยเอไอเอสจะช่วยออกให้ 60 บาทเช่นกัน เดินทางทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย. 51 – 4 ม.ค. 52 ลูกค้าสนใจซื้อตั๋วได้แล้ววันนี้ที่สถานีหัวลำโพง ณ จุดจำหน่ายตั๋วช่องที่ 1 และที่ 2

“สำหรับแคมเปญนี้ ไม่เพียงแต่จะมอบความสะดวกสบายให้ลูกค้าเอไอเอสได้ซื้อตั๋วโดยสารรถไฟได้ในราคาอุ่นใจเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อให้ประชาชนเกิดการรับรู้และหันมาท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้นด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่เอไอเอสตระหนักและให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้ลูกค้าได้รับสิทธิพิเศษที่มากกว่า เอไอเอสสัญญาว่าจะเดินหน้าพัฒนารูปแบบสิทธิพิเศษในแกนการเดินทางให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดตลอดไปให้สมกับเพื่อนที่อยู่เคียงข้างลูกค้าทุกการเดินทาง” นางวิลาสินี กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เอไอเอส คอลเซ็นเตอร์ 1175 หรือ กดฟรีที่ *545 แล้วโทรออก

]]>
44862
รฟท. -ดีแทค แสดงความยินดีน้องสองนักกีฬาเหรียญเงินโอลิมปิก https://positioningmag.com/43981 Mon, 13 Oct 2008 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=43981

การรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมกับ โครงการทำดีทุกวันจากดีแทค จัดกิจกรรมประกาศเกียรติคุณแก่ นางสาวบุตรี เผือดผ่อง หรือ น้องสอง นักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย เจ้าของรางวัลเหรียญเงินโอลิมปิก โดยมี นายยุทธนา ทัพเจริญ (ที่ 3 จากขวา) ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย มอบเหรียญเบิกทางโดยสารรถไฟชั้น 1 ฟรี และ นายพีระพงษ์ กลิ่นลออ (ที่ 6 จากซ้าย) ผู้อำนวยการสำนักงานสำนึกรักบ้านเกิด ดีแทค มอบบัตรเติมเงินแฮปปี้มูลค่า 50,000 บาท ลายพิเศษครบรอบ 111 ปี การรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งผลิตขึ้นเป็นชุดที่ 2 ในคอลเล็กชั่นไทย-ลาวเหมือนน้องพี่ เชื่อมความแฮปปี้โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย พิธีจัดขึ้นที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) เมื่อเร็ว ๆ นี้.

]]>
43981