ธุรกิจกัญชา – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Mon, 17 Jun 2019 02:49:16 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 “ไมค์ ไทสัน” จากแชมป์มวยสู่ธุรกิจ “กัญชา” ระดับพรีเมียม เสิร์ฟบนรีสอร์ตหรูครบวงจร https://positioningmag.com/1234837 Sun, 16 Jun 2019 11:18:32 +0000 https://positioningmag.com/?p=1234837 ไม่มีอะไรแน่นอน นักกีฬาดังหลายคนเมื่อเข้าสู่บั้นปลายการเล่นอาชีพ หลายคนเริ่มผันมาทำธุรกิจ โดยอาศัยชื่อเสียงของตนเองเป็นแบรนด์ ต่อยอดให้มีเงินเก็บกินไว้ใช้หลังจากรีไทร์ไปแล้ว

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงจอมสับของ ยูเวนตุส มีธุรกิจทำเงินมากมายทั้งกิจการโรงแรมส่วนตัวที่บ้านเกิดและสเปน รวมถึงเสื้อผ้า หูฟัง ภายใต้แบรนด์อันทรงพลังชื่อ CR7, มาเรีย ชาราโปว่า นางฟ้าเทนนิสแห่งรัสเซีย เปิดไลน์ขนมหวานชื่อ ชูการ์โปว่า ขายดิบขายดีในหลายประเทศ

หรือที่เป็นตำนานอย่าง ไมเคิล จอร์แดน จับมือ ไนกี้ ผลิตรองเท้าแบรนด์แอร์ จอร์แดนที่ไม่ว่าจะออกมากี่รุ่น หรือเอารุ่นเก่ามาทำ Reissue ขายใหม่ แพงแค่ไหนก็มีแต่สาวกต่อคิวซื้อทั้งหน้าร้านและออนไลน์อย่างบ้าคลั่งจนตอนนี้กลายเป็นเศรษฐีมีเท่าไหร่ก็ใช้ไม่หมด

ไร่กัญชาขุมทรัพย์ทำเงินมหาศาล

ส่วนคนที่น่าสนใจที่สุดชั่วโมงนี้คือ ไมค์ ไทสัน อดีตกำปั้นรุ่นยักษ์ชาวอเมริกัน มีธุรกิจที่ไม่ธรรมดาแถมยังมีลูกค้ามากมายที่พร้อมให้การสนับสนุนตั้งแต่วัยรุ่นยันวัยดึก แถมไม่ผิดกฎหมายเพราะนั่นคือธุรกิจกัญชา ที่แม้ว่ารัฐบาลของสหรัฐอเมริกาจะยังไม่อนุญาตให้ใช้ได้อย่างถูกกฎหมายไปทั่วประเทศ

แต่ก็มีบางรัฐที่ได้รับการยกเว้นรวมถึงแคลิฟอร์เนีย ที่มฤตยูดำลงหลักปักฐานสร้างไร่กัญชาที่นี่ โดยมีผู้เชี่ยวชาญทั้งสายเกษตรและการแพทย์คอยให้คำปรึกษาดูแลการผลิตทุกขั้นตอน

เจ้าของแชมป์โลกเฮฟวี่เวท 3 สถาบัน หลังแขวนนวมออกห่างจากวงการหมัดมวยก็มีหน้าที่การงานอื่นเข้ามามากมายทั้งคอมเมนเตเตอร์ให้ความเห็นเรื่องคู่ชกไฟต์ต่างๆ, เป็นนักแสดงรับเชิญภาพยนตร์เรื่องดังอย่าง แฮงค์โอเวอร์, เปิดการแสดงแบบเดี่ยวไมโครโฟน มีผู้ชมชื้อตั๋วมาฟังประสบการณ์ของเจ้าตัวกันแบบอบอุ่นและออกอากาศตามช่องเคเบิล HBO และอื่นๆ อีกมากมาย

กระนั้นก็ไม่มีธุรกิจอันใดที่จะสร้างความมั่งคั่งให้แก่อดีตกำปั้นวัย 52 ปี ได้เท่าธุรกิจกัญชาเกรดพรีเมียมที่ทำอยู่ในปัจจุบัน

อดีตกำปั้นควบคุมการผลิตด้วยตนเอง

ธุรกิจกัญชาของ ไมค์ ไทสัน เริ่มต้นขึ้นเมื่อรัฐบาลอเมริกาปลดล็อกให้รัฐแคลิฟอร์เนีย ซื้อขาย และเสพกัญชาได้อย่างถูกกฎหมายเมื่อปี 2016 เจ้าตัวและเพื่อนฝูงก็เดินทางไปซื้อที่ดินกว่า 100 ไร่ บริเวณใกล้เคียงอุทยานแห่งชาติ เดธ วัลลี

พร้อมกับตั้งชื่อบริษัทเรียบร้อยว่า “Tyson Holistic” ซึ่งเป้าหมายก็คือผลิตกัญชาสำหรับใช้เพื่อความผ่อนคลาย หรือใช้สำหรับผสมอาหารด้วยคุณภาพระดับสูงเหนือกว่ากัญชาจากพ่อค้าทั่วไป ภายใต้แบรนด์ชื่อ “Tyson Ranch” แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์ของไทสันไม่ต้องให้คนดังมาช่วยโปรโมตการขายเพราะคนพิสูจน์คุณภาพก็คือเจ้าตัวเอง

หน้าตาผลิตภัณฑ์พร้อมโลโก้แบรนด์

สมัยครองความยิ่งใหญ่บนสังเวียนผืนผ้าใบไอรอน ไมค์ เคยพูดออกสื่อว่าเขาเสพกัญชาทุกครั้งก่อนขึ้นเวที ส่งผลให้ตนเองมีกำลังวังชาตะบันหน้าคู่แข่งได้อย่างทรงพลัง และนั่นก็ทำให้วงการแพทย์ของอเมริกาต้องนำเรื่องกัญชาที่เคยผิดกฎหมาย มาทบทวนใหม่จนพบว่า

นอกจากความเคลิบเคลิ้มผ่อนคลายก็ยังมีสรรพคุณทางยาด้วย จนทำให้มีนักกีฬาคนอื่นเริ่มหันมาใช้บ้าง แต่แน่นอนว่ามีข้อดีก็ต้องมีข้อเสียเมื่อบางคนใช้มันอย่างไม่บันยะบันยังจนกลายเป็นเสพติดขาดไม่ได้ ผิดกับ ไทสัน ที่ใช้อย่างพอดีไม่เสียผู้เสียคน

กลับมาที่ไร่กัญชาของ ไมค์ ไทสัน ถึงนักชกคนดังจะไม่ได้ลงมือปลูกเองแต่ก็มีเกษตรกรผู้เชี่ยวชาญจ้างมาทำการเพาะปลูก โดยเจ้าตัวจะตรวจสอบคุณภาพสินค้าขั้นสุดท้ายก่อนปล่อยสู่ตลาดในรูปแบบตลับสีดำหรูหราน่าอุดหนุน และแน่นอนว่าคนที่เสพกัญชามาทั้งชีวิตอย่าง ไทสัน ไม่ปล่อยสินค้าเกรดต่ำออกตลาด

ทำให้มีลูกค้ามากมายที่เป็นทั้งแฟนคลับหรือไม่รู้จักมาก่อน ยกนิ้วให้สินค้าของเขาและอุดหนุนแบบอุ่นหนาฝาคั่ง ส่วนรายได้แม้ไม่มีการเปิดเผยเลขที่ชัดเจนแต่ก็คาดว่าอดีตกำปั้นรายนี้ทำเงินจากกัญชาเฉียด 1,000 ล้านเหรียญ (ประมาณ 31,200 ล้านบาท) แล้ว

แม็คเกรเกอร์ ได้ทดลองแล้วยังติดใจ

ลูกค้าส่วนใหญ่กว่า 90% ของอดีตนักชกผู้อื้อฉาวคือวัยรุ่นที่ชอบความสนุกสนาน โดยเฉพาะตามงานเทศกาลดนตรีที่เจ้าตัวจะนำสินค้าไปจำหน่ายในพื้นที่ที่ไม่ผิดกฎหมายให้เด็กที่บรรลุนิติภาวะแล้วได้ใช้ ขณะที่ผู้ใหญ่ซึ่งมีความเครียดจากหน้าที่การงานก็หันมาอุดหนุนสินค้าสายเขียวของ ไทสัน เช่นเดียวกัน

แถมยังมีนักแสดงคนดังมากมายให้ความสนใจมาพูดคุยและลิ้มรสผลิตภัณฑ์ของเขาแบบสลับสับเปลี่ยนกันไปอย่าง ฌอน เพนน์, โรซีแอนน์ แม้แต่ คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ นักสู้จอมโวแห่ง UFC ก็ยังมีโอกาสได้ลองสินค้าและยกนิ้วให้ว่ามันเยี่ยมไปเลย

อยู่บนเนื้อที่ขนาด 420 เอเคอร์

ธุรกิจของ ไมค์ ไทสัน มั่งคั่งถึงขีดสุดจนทำให้นักมวยจอมกัดหูเปิดโปรเจกต์ใหม่เรียบร้อยนั่นคือการเปิดรีสอร์ตกัญชาขนาดใหญ่ในพื้นที่กว่า 420 เอเคอร์ที่ แคลิฟอร์เนีย ใกล้กับบริเวณดีเสิร์ต ฮอต สปริงส์ โดยแผนการที่วางไว้คือสร้างโรงแรมที่พัก, พื้นที่สันทนาการต่างๆ ที่เปิดให้ลูกค้ามากางเต็นท์นอนสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ

คอนเสิร์ตที่จะดึงศิลปินดังแวะเวียนมาให้ความบันเทิง และที่ขาดไม่ได้คือจำหน่ายกัญชาเกรดพรีเมียมในพื้นที่ของตัวเอง พร้อมกับเปิดหลักสูตรอบรมให้ความรู้เรื่องกัญชาแก่ผู้ที่สนใจเช่นกัน โดยปัจจุบันกำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่

แม้ทุกวันนี้กัญชาจะยังไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วโลกให้การยอมรับในวงกว้าง แต่ประสบการณ์จากผู้ใช้จริงอย่าง ไทสัน นอกเหนือจากเรื่องธุรกิจก็คือการล้างภาพลักษณ์ความเป็นยาเสพติดของมัน โดยระบุว่าหากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ตกเป็นทาสของมัน

สิ่งนี้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อตนเองผมอยากให้ทุกคนมองในมุมของผมบ้าง การเข้าสู่วงการนี้ผมไตร่ตรองมาดีแล้ว ที่ผ่านมาผมอาจเสพยาหนักแต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไป และการใช้กัญชาช่วยเหลือผู้คนในสายตาผมก็คือสิ่งที่ดี”.

Source

]]>
1234837
Coca-Cola ไม่ซื้อบริษัทปลูกกัญชา Aurora Cannabis https://positioningmag.com/1204289 Fri, 21 Dec 2018 04:58:06 +0000 https://positioningmag.com/?p=1204289 Image Source: NY Post

จากที่เคยมีข่าวลือว่า Coca-Cola จะลงทุนใหญ่ในธุรกิจกัญชา ล่าสุดมีการวิเคราะห์ว่าดีลนี้อาจจะไม่เกิดขึ้น (อย่างน้อยก็ในตอนนี้) เพราะเจ้าพ่อแบรนด์เครื่องดื่มขนาดใหญ่อย่าง Coca-Cola มักใช้เงินลงทุนเริ่มแรกเพียงเล็กน้อยในการพัฒนาแบรนด์เครื่องดื่ม ไม่ใช่การมุ่งเป็นผู้ผลิตหรือซัปพลายเออร์ส่วนผสม ซึ่งในกรณีนี้คือ CBD ที่พบในกัญชา

ที่สำคัญ นักวิเคราะห์เชื่อว่า Coca-Cola จะสนใจลงทุนในพื้นที่อื่นมากกว่า เช่น แบรนด์เครื่องดื่ม CBD ขนาดเล็ก ที่สามารถต่อยอดธุรกิจได้ดีกว่าการลงทุนในบริษัท Aurora Cannabis บริษัทปลูกกัญชาที่มีข่าวลือมานายหลายเดือนก่อนหน้านี้

ปิดฉากข่าวลือ

ย้อนไปเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีข่าวว่า Coca-Cola กำลังสนใจลงทุนพัฒนาเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชา จุดนี้มีการวิเคราะห์ในเวลานั้นว่า Coca-Cola จะมุ่งลงทุนเพื่อหวังผลในระยะยาว

ล่าสุดสำนักข่าว SeekingAlpha วิเคราะห์ว่า Coca-Cola ไม่ได้กำลังเตรียมเงินลงทุนหลักพันล้านในบริษัทผู้ปลูกกัญชาอย่างที่หลายคนเชื่อ ซึ่งก่อนหน้านี้ Coca-Cola ยอมรับว่าได้เปิดการเจรจากับ Aurora Cannabis (ACB) จนมีการตีพิมพ์แพร่หลายผ่านรายงานของสื่อใหญ่อย่าง Bloomberg

ช่วงนั้น Bloomberg รายงานระบุชัดเจนว่าทั้งคู่หารือเรื่องการลงทุนในอุตสาหกรรมกัญชา แน่นอนว่าการเจรจานั้นมีหลายระดับ นักลงทุนจึงถูกเตือนว่าไม่ควรสับสนว่าการเจรจาที่เกิดขึ้นจะเกี่ยวกับรูปแบบการลงทุนหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะมีการเตือนอย่างไร ข่าวนี้ก็ทำให้นักลงทุนฝันหวานเพราะทิศทางธุรกิจกัญชานั้นหอมหวนจนกลุ่มทุนชั้นนำหลายแห่งยอมรับว่ากำลังศึกษาหาทางลงทุนในตลาดกัญชาทางการแพทย์และสุขภาพ

ประเด็นนี้ SeekingAlpha พบว่ากระแสร้อนแรงของการลงทุนในธุรกิจผลิตกัญชาถูกกระตุ้นเพราะคำให้สัมภาษณ์ของซีอีโอ Aurora Cannabis ไม่ใช่ผู้บริหารของ Coca-Cola และความเห็นของโฆษก Coca-Cola อย่าง Kent Landers ก็เป็นคำแถลงทั่วไปเกี่ยวกับความสนใจในเครื่องดื่ม CBD

Kent Landers ระบุว่า Coca-Cola กำลังติดตามการเติบโตของการประยุกต์ใช้ CBD ที่ไม่มีผลทางกล่อมประสาทอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีอยู่ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม กัญชาก็ยังเป็นสิ่งไม่ถูกต้องตามกฎหมายของสหรัฐฯ ถือเป็นอีกขีดจำกัดที่ทำให้ยักษ์ใหญ่เครื่องดื่มเข้าไปในตลาดกัญชาไม่สะดวก

ซีอีโอปิดปากเงียบ

ความคืบหน้าล่าสุดของ Coca-Cola คือการให้ความเห็นเรื่องนี้เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซีอีโอ Coca-Cola พูดชัดเจนขณะประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ว่าบริษัทไม่มีแผนจะเปิดตลาดเครื่องดื่ม CBD ในขณะนี้

CBD หรือ Cannabidiol เป็นสารประกอบที่พบในต้นกัญชา CBD แตกต่างจากส่วนผสมอื่นของกัญชาอย่าง tetrahydrocannabinol หรือที่รู้จักกันในนาม THC ซึ่งเป็นตัวการที่ออกฤทธิ์กับระบบประสาท CBD ได้รับการยืนยันว่าจะไม่ทำให้ใครมึนเมา เรียกว่าเป็นด้านดีของกัญชาที่สามารถนำไปต่อยอดได้อีกหลากหลาย เช่น ต้านการอักเสบ ลดอาการปวดหัว ต้านอาการคลื่นไส้ และป้องกันการชักได้ (ข้อมูลจากองค์กรอนามัยแคนาดา Health Canada)

Coca-Cola เป็นหนึ่งในหลายบริษัทกลุ่มเครื่องดื่มที่ถูกมองว่ากำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการใช้ CBD ในรูปของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแต่ทั้งหมดติดปัญหาเรื่อง timing ซึ่งยังไม่มีสัญญาณว่าเวลานี้คือเวลาที่เหมาะสมในการเข้าสู่ตลาดเครื่องดื่ม CBD.

ที่มาhttps://seekingalpha.com/article/4228917-coca-cola-buying-cannabis-grower

]]>
1204289