บิงซู – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 22 Feb 2018 04:07:45 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 เมื่อ “A&W” ก็ยังต้องมี “บิงซู” หลังผนึกเครือซีพี เพิ่มไลน์เมนูนางเอกในร้าน https://positioningmag.com/1158095 Wed, 21 Feb 2018 12:07:21 +0000 https://positioningmag.com/?p=1158095 การทำธุรกิจในสังเวียนเดียวกัน นอกจากเห็นแบรนด์แข่งขันกันแล้ว ในอีกด้านหนึ่งก็ต้องจับมือกัน เพื่อ Co-Branding เพื่อทำตลาดและขยายฐานลูกค้าร่วมกันมากขึ้น

ล่าสุดผู้เล่นในตลาดอาหารบริการด่วน (QSR) บริษัท เอ็นพีพี ฟู๊ด อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (NPPF) ผู้บริหารแฟรนไชส์ร้านอาหารบริการด่วน A&W ร้านปิ้งย่างแบรนด์มิยาบิ และคาเฟ่ขนมหวานมิสเตอร์โจนส์ออร์แฟเนจ  (Mr.Jones’ Orphanage) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัท ซีพี บีแอนด์เอฟ (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ CP B&F ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เพื่อพัฒนาธุรกิจอาหารให้  win win ทั้ง 2 ฝ่าย

การร่วมมือครั้งนี้เอ็นพีพีเอฟ อาศัยจุดแข็งของ ซีพี บีแอนด์เอฟ ที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจอาหารมานานกว่า 20 ปี มาเป็นพันธมิตรนำอาหารประเภทเบเกอรี่ ไอศกรีม บิงซู และเครื่องดื่มเข้าไปจำหน่ายในร้าน A&W  ช่วยเพิ่มเมนูรายการสินค้าภายในร้านให้มีความวาไรตี้มากขึ้น จากเดิมร้านมีเมนูพระเอกของร้านคือ ไก่ทอด รูทเบียร์ เคอร์ลี่ฟรายส์ และวาฟเฟิล

ส่วนร้านมิสเตอร์โจนส์ออร์แฟเนจ นอกจากมีเค้ก เบเกอรี่ โทสต์ต่างๆ ก็ได้ “บิงซู” มาเป็นแม่เหล็กของร้านเพิ่ม รับเทรนด์น้ำแข็งไสเกาหลีที่มาแรงมาก

อย่างไรก็ตาม ซีพี บีแอนด์เอฟ ไม่ได้แค่นำสินค้าไปจำหน่าย แต่ยกร้านกาแฟไปตั้งเป็น coffee corner ให้เป็นส่วนหนึ่งของร้านพร้อมเสิร์ฟลูกค้าด้วย

ส่วนซีพี ได้ประโยชน์จากการจับมือครั้งนี้ คือการขยาย “ช่องทางขาย” ให้ร้านกาแฟมีสาขาครอบคลุมตลาดมากขึ้น เพิ่มการขายเมล็ดกาแฟได้ด้วย รับเทรนด์ธุรกิจร้านกาแฟมูลค่า 17,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 15% จากปี 2559-60 (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย)

“การร่วมมือครั้งนี้ช่วยเพิ่มศักยภาพธุกิจอาหารและเครื่องดื่มให้ร้าน A&W มีความมั่นคงมากขึ้น และในอนาคตบริษัทจะร่วมกับซีพี บีแอนด์เอฟ พัฒนาสินค้าอื่น ๆ เพื่อเข้าไปจำหน่ายในร้านอาหารของเครือซีพีอีกทางหนึ่งด้วย สร้างการเติบโตต่อเนื่อง” นักกีล ซึง กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิปปอน แพ็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ NPP กล่าว

กลุ่มเอ็นพีพี และเครือซีพีถือเป็นพันธมิตรกันมานาน เพราะบริษัทรับจ้างผลิตสินค้าในรูปแบบ Private Label หรือเฮาส์แบรนด์ให้กับซีพีออลล์เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออก

นักกีล กล่าวอีกว่า ทิศทางการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้จะขยายร้าน A&W เพิ่มจำนวน 30 สาขา จากปัจจุบันมี 33 สาขา จากร้าน 2 รูปแบบ ได้แก่ 1.รูปแบบผลิตภัณฑ์ครบวงจร (Full Restaurant) ให้บริการตามสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊ม) ห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 2.รูปแบบผลิตภัณฑ์ขนมหวาน (Sweet & Treat) และภายใน 2-3 ปีข้างหน้า บริษัทตั้งเป้ามีร้าน A&W ให้บริการจำนวน 100 สาขาทั่วประเทศ

เอ็นพีพี มีรายได้ในปี 2559 ประมาณ 1,020 ล้านบาท ขาดทุนราว 137 ล้านบาท โดยธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มทำรายได้หลัก 42.03ตามด้วยบรรจภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนตัว 31.32บรรจุภัณฑ์พลาสติก 12.55ขวด PET 11.31ธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ 1.97และธุรกิจติดตั้งสื่อโฆษณา 0.82%. 

]]>
1158095
บิงซู Product of the year 2017 https://positioningmag.com/1151933 Wed, 27 Dec 2017 23:07:21 +0000 https://positioningmag.com/?p=1151933 ต้องเรียกว่าเป็น Product of the year แห่งปี 2560 สำหรับ “บิงซู” ขนมหวานฮอตฮิต จนติดอันดับสุดยอดคำค้นหาผ่าน Google ประจำปี 2560 ที่ต้องการนำเสนอมุมมองที่โดดเด่นของปีจากเหตุการณ์สำคัญมากมายที่เกิดขึ้นจากเทรนด์การค้นหาที่มาแรงในประเทศไทย

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าขนมหวานสัญชาติเกาหลีอย่าง “บิงซู” ได้รับความสนใจจากคนไทยมากที่สุด ในขณะที่ร้านอาหารที่ถูกค้นหามากที่สุด ยังเป็น ร้านจุดสามจุด ซึ่งเป็นร้านที่ขึ้นชื่อในเรื่องของบิงซูอีกด้วย

นอกจากนี้ รายงานการวิจัยจาก Thoth Zocialหัวข้อ “Retail Food Consumer Insight” พบว่า “หมวดของหวานและเครื่องดื่ม” 5 อันดับแรกที่คนอยากกินคือ เค้ก ไอติม บิงซู กาแฟ และแพนเค้ก

ลึกลงไปเมื่อนำมาเปรียบเทียบแนวโน้มการค้นหาระหว่าง “บิงซู” กับ “อาหารคลีน” การันตีชัดว่า การค้นหาบิงซู จะมีมากขึ้น สวนทางกับอาหารคลีน ที่ความนิยมลดน้อยลงเรื่อย ๆ ด้วยซ้ำ

ปรากฏการณ์ “บิงซูฟีเวอร์” ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ แต่ถูกเผยแพร่และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น จากการเผยแพร่วัฒนธรรมเกาหลีผ่านสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะบันเทิงและภาคธุรกิจ รวมทั้งไลฟ์สไตล์ที่ติดมากับบรรดาโอ้ปป้า บอยแบนด์ เกิร์ลกรุ๊ปทั้งหลาย บวกกับความสวยงาม ดูน่ากินและรสชาติอร่อยของตัวบิงซูเอง ทำให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากที่เคยเป็นแค่ขนมหวานประจำชาติเกาหลี บิงซูเลยมีอิทธิพลมากขึ้นจนโดมิเนตตลาดน้ำแข็งไสทั่วเอเชีย ที่แค่เอ่ยถึงใคร ๆ ก็รู้จัก และผู้รับอิทธิพลที่ดีอย่างไทย ก็ซึมซับรับรู้กันถ้วนทั่ว และทำให้ “บิงซู” เป็นคำที่เหมือนถูกเสกเข้าปากคนไทย ถูกพูดถึงมากที่สุด จนกลายเป็นโปรดักต์ออฟเดอะเยียร์ไปแล้ว 

มารู้จักบิงซูให้ลึกซึ้งอีกสักรอบ

บิงซู เป็นขนมแบบดั้งเดิมในเกาหลี ในสมัยก่อน บิงซู เป็นอาหารอันโอชะที่มีกินเฉพาะในกลุ่มคนรวยและขุนนาง เพราะคนทั่วไปไม่มีที่ไสน้ำแข็ง และไม่มีอุปกรณ์ทำความเย็นเหมือนสมัยนี้ นิยมรับประทานในช่วงฤดูร้อน เพราะจะมีการเปิดตัวรสชาติใหม่ในช่วงฤดูร้อน

แต่ละรสชาติจะแตกต่างกันไปตามชนิดของบิงซูที่นำเสนอตามส่วนผสมและท็อปปิ้ง มีตั้งแต่ นม ช็อกโกแลต ชาเขียว และรสผลไม้ที่เป็นผง แยม และเกล็ดธัญพืช ที่ปรุงด้วยไอศกรีม บางสูตรยังราดด้วยนมข้นหรือนมสดตามความชอบของแต่ละคน และการนำเสนอของร้าน

คุณลักษณะที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับ บิงซู คือการนำเสนอด้วยรสชาติและความคิดสร้างสรรค์ในการจัดแต่งที่ต่างกันทั้งปริมาณและรสชาติที่ไม่ซ้ำกันของแต่ละพื้นที่ แต่ละร้านว่าจะดึงอะไรมาเป็นจุดขาย

ที่นิยมในเกาหลีทั่วไป ๆ ได้แก่  binksu injeolmi (ข้าวเกาหลี) บิงซูถั่วแดง (Patbingsu) สตรอเบอร์รี่บิงซูง ทั้งแบบแยม และสตรอเบอร์รี่สด บิงซูช็อกโกแลต โยเกิร์ตบิงซูที่โรยหน้าด้วยโยเกิร์ตรสต่าง ๆ และชีสบิงซู ซึ่งชีสเป็นอาหารอีกชนิดที่เกาหลีนิยมนำมาราดบนอาหารสารพัดชนิด   

บิงซูไฮไลต์ของไทยที่แตกต่างก็ต้องบิงซูทุเรียน นอกจากนั้นก็ยังมีผลไม้ที่นิยมในกลุ่มคนเอเชียอย่างเมลอน

แต่ทุเรียนนี่เป็นซิกเนเจอร์ของไทยที่ลงตัวกับบิงซู ถึงขนาดร้านดังอย่าง อาฟเตอร์ยู ก็ยังต้องเปิดห้องเฉพาะเพื่อเสิร์ฟบิงซูทุเรียนที่สาขาสยามพารากอน ส่วนร้านอื่น ๆ บางร้านก็กระชากเรตติ้งด้วยการนำเสนอบิงซูทุเรียนถาด แบบกินให้จุใจกันไปเลยก็มี แถมถ้าใครชื่นชอบสไตล์ญี่ปุ่น ก็มีคากิโกริ น้ำแข็งไสสไตล์ญี่ปุ่นเสิร์ฟให้ด้วย

ภาพจาก : afteryoudessertcafe.com

ผลของความนิยมบิงซูที่หลากหลายที่ไม่จำกัดเฉพาะในเกาหลี ยังวัดได้จากการจำหน่ายเครื่องทำบิงซู ซึ่งมีการนำเข้าจากเกาหลี รวมทั้งจากจีน และที่ผลิตเองในไทยที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

ใครที่เคยไปเดินงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับเครื่องจักร โรงแรม หรืองานอาหารต่าง ๆ ก็จะเห็นว่ามีบูธเครื่องทำบิงซูจากเกาหลีมาจัดแสดงสินค้าเพื่อขายในงานเหล่านี้ในบ้านเราเพิ่มขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา

บิงซูของชาติอื่นในเอเชีย เรียกว่าอะไร

สำหรับคนไทย บิงซู ที่เข้าใจง่ายสุดก็คือ น้ำแข็งไส แม้จะไม่วิจิตรอลังการเท่าก็ตาม แต่บิงซูดั้งเดิมอย่างบิงซูถั่วแดงก็มีหน้าตาไม่ต่างจากน้ำแข็งไสราดน้ำแดงใส่นมของไทยเท่าไร ส่วนประเทศอื่น ๆ ในเอเชียก็มีชื่อเรียกต่างกันไป

ในประเทศจีนเรียกว่า เป่าปิง (Baobing) ญี่ปุ่นเรียก คากิโกริ (Kakigori) มาเลเซียเรียก ไอซ์คาจัง (Ice Kacang หรือ Ice Kajang) ฟิลิปปินส์เรียก ฮาโล-ฮาโล (Halo-Halo) ซึ่งหน้าตาขนมจากชาติต่าง ๆ เหล่านี้ก็ไม่หนีบิงซูเท่าไร เพียงแต่คิดช้าไม่มีฟูดสไตล์ลิสต์มาปรับแต่ง จนโดนบิงซูเบียดตกขอบกันไปหมด

ในที่กันดารของจีนอย่างซินเกียงก็มีน้ำแข็งไสใส่โยเกิร์ตผสมน้ำผึ้งแสนอร่อย แต่ก็กินกันเป็นของพื้นบ้าน แต่บิงซูของเกาหลีโกอินเตอร์ ทำให้ทุกคนเรียกเป็นคำฮิตติดปาก จนดันให้บิงซูเป็นโปรดักต์แห่งปีได้ ก็เพราะเริ่มมากจากเรื่องของไอเดียล้วน ๆ

ทำไมบิงซู กลายเป็นน้ำแข็งไสที่เด่นที่สุดในเอเชีย 

เกาหลีเป็นประเทศที่พัฒนาสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยไสน้ำแข็งให้เป็นเกล็ดนุ่มสวยละมุนละลายในลิ้นเมื่อตักเข้าปากอย่างจริงจัง แล้วในขณะเดียวกัน ก็พัฒนานวัตกรรมและดีไซน์ของกินให้ดูวิจิตรด้วยฟูดสไตล์ลิสต์

ที่สำคัญไม่ลืมใส่สตอรี่ให้กับบิงซู เพราะถ้าลองนึกดูให้ดี รวมทั้งเปรียบเทียบใกล้ตัวอย่างน้ำแข็งใสของไทย เรากินกันมานาน แต่เมื่อไม่มี “สตอรี่” น้ำแข็งใสของไทยก็เลยหยุดอยู่แค่นั้น

ในขณะที่เกาหลีบอกเล่าเรื่องราวของบิงซู ซึ่งเริ่มจากบิงซูที่มีส่วนผสมของถั่วแดง ไว้ว่าเป็นเรื่องราวที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สมเป็นขนมหวานประจำชาติ เพราะ Patbingsu หรือบิงซูถั่วแดงนั้น มีรับประทานกันมาตั้งแต่สมัยรางวงศ์โชซอน (ประมาณกลางศตวรรษที่ 15)

นอกจากสิ่งประดิษฐ์ ที่ทำบิงซูได้อร่อยขึ้น คือ สไตล์การนำเสนอด้วยส่วนผสมของอาหารเกาหลีสมัยใหม่ก็มีส่วนช่วยทำให้บิงซูกลายเป็นน้ำแข็งไสหรู ราคาแพง ที่ใคร ๆ ก็อยากสั่งมาถ่ายรูปแชร์ให้เพื่อน ๆ ดู แม้สุดท้ายจะกินไม่หมดและต้องจ่ายเงินอย่างน้อยเกือบ 200 บาท สำหรับบิงซูในร้านขนมหวานหรือร้านอาหารทั่วไป   

ร้านต่าง ๆ รวมถึงเชฟขนมหวาน ก็ยิ่งสนุกกับการผสมสี ปรุงรสชาติ ของบิงซู รวมทั้งปรับขนาดหลากหลาย เพื่อหวังดึงดูดลูกค้าให้ว้าว ทุกครั้งที่บิงซูถูกเสิร์ฟที่โต๊ะ

จากเมนูพื้นบ้านเกาหลีสู่ร้านขนมหวานหรูของเอเชีย

บิงซู รวมทั้งขนมหวานประเภทพาย เค้ก ถั่วแดง เค้กข้าว ของเกาหลี เหมือนได้รับการชุบชีวิตใหม่อีกครั้ง นับตั้งแต่ที่วัฒนธรรมเกาหลีถูกเผยแพร่ออกไป โดยเฉพาะผ่านสื่อบันเทิง อย่างซีรีส์ โดยเฉพาะช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

ตลาดขนมเหล่านี้กลับมาได้รับการพูดถึง ยอมรับ และบรรจุเป็นเมนูอยู่ในร้านขนมดัง ๆ ทำให้ตลาดขนมดั้งเดิมของเกาหลีเหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง จนถึงขั้นดึงดูดร้านขนมดังจากต่างประเทศต้องเข้ามาขอร่วมแชร์ส่วนแบ่งตลาดขนมในเอเชียและในเกาหลีเอง

ดังเช่นกรณีร้านเดอะชีสเค้กแฟคตอรี่ (The Cheesecake Factory) ร้านขนมชื่อดังจากอเมริกาก็บุกเข้าเกาหลีในช่วง 3-4 ปีก่อนหน้านี้ และขยายไปประเทศอื่น ๆ ในเอเชียรวมทั้งไทยด้วย และที่เห็นได้ชัดคือการเกิดปรากฏการณ์ของ คาเฟ่ขนม (dessert cafés) ที่มีลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละร้านเกิดขึ้นจำนวนมากในกรุงโซล

ปรากฏการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ขนมหวานดั้งเดิม ที่เคยถูกมองว่าโบราณ อยู่นอกสายตาคนรุ่นใหม่กลับมานิยมอีกครั้ง ทั้งถั่วแดง น้ำแข็งไสบิงซู และเค้กข้าว

แน่นอน สำหรับประเทศไทย บิงซู เป็นวัฒนธรรมที่สาวกเกาหลีของไทยรับมามากขนาดไหน ไม่ต้องสืบให้มาก เอาแค่ทุกวันนี้จะกินน้ำแข็งไสราดนมธรรมดา คนรุ่นใหม่ก็แทบจะเปลี่ยนไปเรียกว่าเป็นบิงซูกันไปหมดแล้ว

แม้แต่ไอศกรีมสเวนเซ่นส์ก็ต้องยอมทิ้งลาย เอาไอศกรีมมาปั่นเป็นบิงซู เอาใจลูกค้า 

ความนิยมของบิงซู แรงขนาดทำให้ร้านไอศกรีมอย่าง สเวนเซ่นส์ ซึ่งมียอดขายตกต่อเนื่องติดกันมา 2-3 ปี ยังต้องเลือกหันมาเล่นเกมตามกระแส เอาไอศกรีมมาปั่นเป็นบิงซู เสิร์ฟเอาใจลูกค้ายุคนี้ เพราะโดนพื้นฐานบิงซู ก็คือการเอานมปรุงรสชาติแล้วมาปั่นเป็นเกล็ดหิมะดี ๆ นี่เอง แถมตั้งราคาขายได้แพงกว่าไอศกรีมด้วยซ้ำ สำหรับบิงซูสเวนเซ่นส์ที่ขายตั้งแต่ถ้วยละ 199-319 บาท

แม้แต่ ไทยดริ้งค์ เจ้าของน้ำอัดลมเอส หลังจากผลวิจัยตลาดพบว่า “บิงซู” คือที่ 1 ขนมหวานของวัยรุ่น จึงต้องนำเอา “บิงซู” มาใช้กับน้ำอัดลมสีตัวใหม่ คือ เอสเพลย์ กลิ่นเมลอนบิงซู เอาใจวัยทีนและเอสเพลย์ กลิ่นแมงโก้บิงซู เพื่อจับกลุ่เป้าหมายที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อย รวมถึงร้านอาหารญี่ปุ่น “โออิชิ” ยังต้องเพิ่มขนมคากิโกริใส่ในเมนูของหวานถึง 3 รสชาติ

เช่นเดียวกับ ร้านไอศกรีม ร้านขนมหวาน รวมถึงร้านอาหารอื่น ๆ ทั้งที่เป็นเชน และเป็นร้านเดี่ยว ไม่ว่าเหยียบย่างเข้าร้านไหน บิงซู ก็ถูกบรรจุเป็นเมนูขนมหวานสามัญประจำร้านกันทั่วทุกร้านแล้ว แถมยังต้องทำป้ายสวย ๆ เรียกแขกไว้หน้าร้านเป็นเมนูไฮไลต์อีกด้วย

ไม่น่าเชื่อจริง ๆ ว่ายุคนี้ แค่เปลี่ยนจากคำว่าน้ำแข็งไส แถมคำว่าทรงเครื่องให้ด้วย ถ้าทำเป็น บิงซู ให้เกล็ดน้ำแข็งนุ่มและมีรสชาติในตัว เท่านี้ก็อัพราคาจากถ้วยละหลักสิบ เป็นหลัก 2-3 ร้อยบาทได้สบาย ๆ

ของอร่อย กินง่าย รสชาติหลากหลาย ถ่ายรูปแชร์ต่อก็เริ่ด ยิ่งเป็นการเสริมยอดขายต่อยอดความดังให้บิงซู ติดท็อปชาร์ตอย่างที่เห็นอยู่ทุกวันนี้นั่นเอง.

]]>
1151933
เอสเพลย์ พลิกเกมสู้ศึกน้ำสี 1.5 หมื่นล้าน ลุยรีแบรนด์ เกาะกระแสบิงซู นำน้ำแข็งใสเกาหลีใส่ขวดดื่มได้ https://positioningmag.com/1148289 Mon, 27 Nov 2017 11:10:00 +0000 https://positioningmag.com/?p=1148289 ตลาดน้ำอัดลมมีขนาดใหญ่มูลค่า 50,000 ล้านบาท ยังคงขับเคี่ยวแข่งขันจากผู้เล่น ระดับ “บิ๊กแบรนด์” บิ๊กเพลเยอร์ อย่าง โค้กและเป๊ปซี่การจะแย่ง “ส่วนแบ่งทางการตลาด” ย่อมยากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับแบรนด์น้องใหม่ที่เข้ามาทำตลาดไม่นาน

“เอส” แบรนด์น้ำอัดลมสัญชาติไทย ทำตลาดมาเกือบ 6 ปี มีส่วนแบ่งทางการตลาดรวม 10อยู่ในภาวะ “ทรงตัว” แต่เมื่อแบ่งย่อยไปดูพอร์ตโฟลิโอน้ำสี “เอสเพลย์” สามารถสร้างยอดขาย “เติบโต 11.6% ทำให้บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด ผู้ทำตลาด ตัดสินใจ “พลิกกลยุทธ์” ครั้งใหม่ โดยคว้าโอกาสจากน้ำสี ซึ่งมีมูลค่าตลาด 15,000 ล้านบาท

ล่าสุด บริษัทได้ “รีแบรนด์เอส เพลย์” ให้ภาพลักษณ์ และกลุ่มเป้าหมายแยกออกจากน้ำดำ “เอส” อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยการปรับดีไซน์แบรนด์โลโก้ใหม่ “เอส เพลย์” เน้นคำว่า “เพลย์” ให้ใหญ่และเพิ่มสีสันบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่น สอดคล้องกับการเล่นยิ่งขึ้น เพื่อมุ่งเจาะ “กลุ่มเป้าหมายใหม่” วัยรุ่นอายุ 13-15 ปี จากเดิมที่รวมกับน้ำดำ กลุ่มเป้าหมายจะอยู่ระหว่าง 16-18 ปี

ตอนแรกที่ทำตลาดน้ำอัดลม ทั้งกลุ่มเราเรียกว่าเอส แล้วแยกเป็นเอสโคล่า เอสน้ำสี เอส เคลียร์(กลิ่นเลม่อน) แต่ก็พบว่า กลุ่มเป้าหมายที่ดื่มเอสโคล่า และน้ำสี เป็นคนกลุ่มกัน ต้องใช้กลยุทธ์แตกต่างกัน การสร้างแบรนด์ ทำการตลาด เอสเพลย์ จึงต้องมีแนวทางของตัวเองที่ชัดเจน โดยกลุ่มเป้าหมายเอสโคล่า จะมีทัศนคติแบบคนรุ่นใหม่ แต่เอสเพลย์ ต้องมีสีสันในชีวิต สุดท้ายจึงต้องแยกออกมา เพื่อตอบโจทย์ความสนุก และเล่นให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย เจษฎากร โชส์ รองกรรมการผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด บอก

นอกจากนี้ การเติบโตที่ร้อนแรงของเอส เพลย์ ทำให้บริษัท “คาดหวัง” ว่าพอร์ตโฟลิโอของน้ำสีจะให้ขึ้นไปถึง 50เพื่อเป็นตัว “ฉุด” การเติบโตของพอร์ตน้ำอัดลมโดยรวมให้ขยับขึ้นด้วย เพราะหากดูแค่น้ำดำ “เอส” มีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 10ซึ่งไม่ขยับเพิ่มขึ้นเลย

เกมรบด้าน “ผลิตภัณฑ์” ของเอสเพลย์ ต้องปรับให้เข้มข้นและชัดเจน ตอบโจทย์ตลาด โดยนำเอากระแส “บิงซู” หรือน้ำแข็งใสเกล็ดหิมะสไตล์เกาหลี ที่ฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองในช่วง 2 ปี นำมาลงขวดปั้นให้เป็นสินค้าใหม่ 2 รสชาติ ได้แก่“เอส เพลย์ เมลอน บิงซู” และ “เอส เพลย์ แมงโก้ บิงซู” กลายเป็นบิงซูดื่มได้ ซึ่งยังไม่มีน้ำอัดลมเจ้าใดฉีกตลาดทำเช่นนี้มาก่อน

จากการสำรวจกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นที่อยู่ตามติวเตอร์ต่างๆ เช่น อาคารวรรณสรณ์ พบว่ามีความตื่นเต้นกับสินค้าใหม่ไม่น้อย

เพื่อเพิ่มดีกรีเรียกเสียงกรี๊ด ให้กับสินค้าใหม่ จึงไปดึง 2 ศิลปินเกาหลี “เตนล์” และ “แทยง” บอยแบนด์จาก NCT มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ และมาทำ Full wrap บนบรรจุภัณฑ์ขนาด 515 มิลลิลิตร(มล.) เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมา

ส่วนบิงซูดื่มได้จะยืนหยัดในตลาดได้นานแค่ไหน ต้องดูผลตอบรับจากตลาด แต่ผู้บริหารเองก็ออกจะไม่มั่นไม่น้อย เพราะดูอย่างการออกสินค้าใหม่อย่าง “เอส เพลย์ เกรปเบอร์รี่” กลายเป็นสินค้าฮิตติดตลาดไปเรียบร้อยแล้ว และยังทำสัดส่วนยอดขายให้กับกลุ่มน้ำสีของเอส เพลย์ เป็นอันดับ 1 ขณะที่กลุ่มน้ำสีมีทั้งหมด 7 รสชาติ ได้แก่ น้ำส้ม, น้ำเขียวโซดา, เคลียร์(เลม่อน), แดงสตรอวเบอรี่, ลิ้นจี่และแพร์, ฮาวายเอี้ยนพันซ์ และเกรป เบอร์รี่

สำหรับภาพรวมตลาดน้ำสี ณ เดือนตุลาคม 2560 มีมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท ติดลบ 8.9โดยแฟนต้า ของค่ายโคคา-โคล่า ยังเป็นเบอร์ 1 มีส่วนแบ่งทางการตลาด 50% สไปร์ 20เอส เพลย์ 11.4มิรินด้า จากค่ายเป๊ปซี่มีส่วนแบ่งตลาด 5-6%  

การพลิกกลยุทธ์น้ำสีครั้งนี้ ไทยดริ้งค์ทุ่มงบ 150 ล้านบาท ในการทำตลาด และคาดหวังยอดขายปี 2561 จะเติบโต 2 หลัก  มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มเป็น 13โดยเฉพาะช่องทางห้างค้าปลีกสมัยใหม่(โมเดิร์นเทรด)และร้านสะดวกซื้อ 25จาก 17.6%

และถ้าเป็นไปได้ ต้องการให้พอร์ตน้ำสีเอส เพลย์ มีสัดส่วนยอดขาย 50จากปัจจุบันสัดส่วน 30และน้ำดำเอส โคล่า 70%

“น้ำสีเราเป็นเบอร์ 2 ของตลาด และเราเห็นโอกาสเติบโตในช่องทางโมเดิร์นเทรดมาก เพราะบางเดือนยอดขายเราขึ้นเป็นผู้นำตลาดสลับคู่แข่ง ส่วนตลาดน้ำดำ ก็ต้องหาทางมูฟต่อ คิดกลยุทธ์ใหม่ๆมาบุกตลาดเพิ่ม จากวันนี้ Positioning เอสโคล่าชัดเจนแล้ว ส่วนเอส เพลย์ปูทางดีมาตั้งแต่แรก เราจึงพลิกเกมในการทำตลาดเพื่อหาโอกาสใหม่”

]]>
1148289