ภาษีน้ำตาล – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Fri, 11 Oct 2019 02:57:14 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 สิงคโปร์เตรียมแบนโฆษณา “น้ำอัดลม-เครื่องดื่มน้ำตาลสูง” ในสื่อทุกประเภท ต้านโรคเบาหวาน https://positioningmag.com/1249446 Thu, 10 Oct 2019 15:20:10 +0000 https://positioningmag.com/?p=1249446 รัฐบาลสิงคโปร์เตรียมออกมาตรการแบนโฆษณาน้ำอัดลม และน้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนลดการบริโภคน้ำตาล และลดสถิติผู้ป่วยเบาหวานที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

ห้ามลงสื่อโฆษณาทุกประเภท!

โดยที่สิงคโปร์ขึ้นชื่อว่ามีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งสาเหตุหลักมาจากแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย รวมถึงความนิยมในการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดที่ราคาไม่แพง

นโยบายใหม่ซึ่งทางการสิงคโปร์จะแถลงรายละเอียดเพิ่มเติมในปีหน้า ยังกำหนดให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มน้ำตาลสูงต้องแสดงคำเตือนบนฉลากผลิตภัณฑ์ด้วย ซึ่งถือเป็นมาตรการที่เข้มข้นยิ่งกว่าในบางประเทศ เช่น เม็กซิโก และอังกฤษ ซึ่งจำกัดการโฆษณาอาหาร และเครื่องดื่มที่มีแคลอรีสูงผ่านสื่อโทรทัศน์เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเสพติดอาหารขยะ

กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ บอกว่า “เราจะออกมาตรการห้ามโฆษณาเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล (sugar-sweetened beverages – SSBs) ในสื่อโฆษณาทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นวิทยุโทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ สื่อนอกบ้าน รวมถึงช่องทางออนไลน์”

ทั้งนี้ รัฐบาลสิงคโปร์ยังอยู่ระหว่างพิจารณาจัดเก็บภาษีน้ำตาลจากผู้ผลิตและนำเข้าเครื่องดื่ม หรืออาจถึงขั้นห้ามการจำหน่ายเครื่องดื่มบางชนิด

บริษัท โคคา-โคล่า ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ที่สุดของโลกออกมาขานรับนโยบายของสิงคโปร์ พร้อมยืนยันจะปรับลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มที่วางขายบนเกาะศูนย์กลางการเงินแห่งนี้

อาเหม็ด เยเฮีย ผู้จัดการโคคา-โคล่าประจำสิงคโปร์และมาเลเซีย บอกว่า

เราจะพิจารณาปรับลดปริมาณน้ำตาลสำหรับเครื่องดื่มสูตรต่างๆ ที่จำหน่ายในสิงคโปร์ เพราะเราเห็นด้วยว่าการใส่น้ำตาลในปริมาณที่เหมาะสมเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้ามากเกินไปก็ไม่ดีต่อสุขภาพ

พร้อมคาดการณ์ว่าคำสั่งแบนโฆษณาจะไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทมากนัก กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์จะมีการสอบถามความคิดเห็นผู้บริโภค ผู้ผลิตเครื่องดื่ม และอุตสาหกรรมโฆษณา แต่ยังไม่ระบุว่าคำสั่งแบนจะเริ่มมีผลบังคับเมื่อใด.

]]>
1249446
คุมเข้ม! “ชาเขียว-น้ำอัดลม” โหมการตลาดชิงโชค ดึงคนไทยกินหวานมากขึ้น กรมอนามัย ขู่ชง กม.ควบคุมแบบเครื่องดื่มชูกำลัง https://positioningmag.com/1169299 Wed, 09 May 2018 09:57:04 +0000 https://positioningmag.com/?p=1169299 ถึงแม้บรรดาเครื่องดื่มอย่างชาเขียว น้ำอัดลม จะมีสูตรน้ำตาลน้อย หวานน้อย ออกมาเพื่อรับมือกับภาษีน้ำตาล มีการบังคับใช้มาตั้งแต่ .. 2560 แต่ผ่อนปรนให้เวลาปรับสูตรเป็นเวลา 2 ปี ส่งผลให้ผู้ประกอบการหันมาทำเครื่องดื่มสูตรหวานน้อยกันมากขึ้น เพื่อไม่ต้องจ่ายภาษีมากขึ้น เพราะหากเครื่องดื่มยิ่งมีปริมาณน้ำตาลในอัตรากรัมต่อ 100 มิลลิลิตรมากขึ้นก็ยิ่งเสียภาษีสูงขึ้น

แต่เจ้าของสินค้าก็หันมาตลาดชิงโชค นำ ศิลปินดารามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ช่วยโปรโมต ชิงโชคแจกทั้งรถยนต์ ทองคำ โทรศัพท์มือถือ ร่วมกับศิลปินชื่อดัง กระตุ้นยอดขายต่อเนื่องเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดชนิดไม่มีใครยอมใคร

ทำเอากรมอนามัยกังวลว่าการชิงโชคยิ่งเป็นการกระตุ้นให้คนหันมาบริโภคมากขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้

เครื่องดื่มเหล่านี้เมื่อทำสูตรน้ำตาลน้อยจะเสียภาษีน้อยลง แต่การทำการตลาดโดยการชิงโชค เท่ากับให้คนหันมาบริโภคเพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้มีรายได้มากขึ้น ประชาชนต้องรู้เท่าทันในเรื่องเหล่านี้ เนื่องจากการกินหวานมากๆ ส่งผลทั้งโรคอ้วนและเบาหวาน นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

*** อาจต้องใช้ กม.ห้ามแบบเครื่องดื่มชูกำลัง

หากการชิงโชคในเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากอย่างชาเขียวหรือน้ำอัดลมเป็นปัญหามาก ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเสนอให้มีการออกกฎหมายควบคุมตรงนี้เหมือนเครื่องดื่มชูกำลังในอดีต ซึ่งกรมอนามัยจะทำข้อมูลว่าชิงโชคของเครื่องดื่มเหล่านี้ส่งผลกระทบมากหรือไม่แค่ไหน ก็จะเสนอเป็นข้อมูลไปยังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อพิจารณาออกประกาศห้ามการชิงโชคในเครื่องดื่มเหล่านี้เหมือนกับที่กรมอนามัยเสนอกรมสรรพสามิตในการคุมภาษีน้ำตาลที่สำเร็จมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม นอกจากการมีกฎหมายบังคับใช้ ประชาชนก็ต้องตระหนักในเรื่องเหล่านี้ด้วยว่าไม่ควรรับประทานหวานมากเกินไปจึงจะดีที่สุด

อัตราภาษีตามค่าความหวาน

มี 6 ระดับคือ

  1. ค่าความหวาน 0-6 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ไม่เสียภาษี
  2. ค่าความหวาน 6-8 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 10 สตางค์ต่อลิตร
  3. ค่าความหวาน 8-10 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 30 สตางค์ต่อลิตร
  4. ค่าความหวาน 10-14 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 50 สตางค์ต่อลิตร
  5. ค่าความหวาน 14-18 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 1 บาทต่อลิตร
  6. ค่าความหวาน 18 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ขึ้นไป เสียภาษี 1 บาทต่อลิตร

และหลังพ้นเวลาผ่อนผันไปแล้วอีก 2 ปี หากค่าความหวานไม่ลดลง จะมีการปรับขึ้นภาษีแบบขั้นบันได.

]]>
1169299