มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 22 Jul 2010 00:00:00 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 เอแบคโพลล์และสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดตัว ABAC Consumer Index https://positioningmag.com/52701 Thu, 22 Jul 2010 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=52701

ดร.อุดม หงส์ชาติกุล ผู้อำนวยการโครงการ ABAC Consumer Index บัณฑิตวิทยาลัยบริหารธุรกิจ และนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ร่วมกับ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอแบค นวัตกรรมทางสังคม การจัดการและธุรกิจ (Social Innovation Management and Business Analysis, ABAC – SIMBA) เปิดตัวโครงการวิจัย “ปฏิรูปคลังข้อมูลดัชนีผู้บริโภค” (Consumer Index Reform) ในภูมิภาคอาเซียน วันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ดร.อุดม กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญหรือ ABAC ได้ก่อตั้งมาครบ 40 ปีในปี2552 ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า มหาวิทยาลัยฯ ได้ผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพออกมามากมาย หลายคนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจและสังคม เป็นทั้งนักบริหารและนักธุรกิจชั้นนำของประเทศ ทำงานอยู่ในทุกภาคส่วน และในโอกาสครบรอบ 40 ปีแห่งการก่อตั้ง ทางมหาวิทยาลัยฯ จึงได้จัดทำโครงการ ABAC Consumer Index ขึ้น เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการทำสิ่งดีๆ เพื่อตอบแทนสังคม ในรูปแบบของการเผยแพร่ผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์

ABAC Consumer Index ที่จัดทำขึ้นนี้ เป็นการเก็บข้อมูลในประเทศ และจะเป็นการก้าวสู่ความร่วมมือระดับภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ ประเทศฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับการร่างนโยบายสาธารณะของภาครัฐ ตลอดจนช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจของภาคเอกชน โดยข้อมูลที่ทำการสำรวจจะเป็นข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำและเชื่อถือได้ นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติและความคาดหวังของผู้บริโภค เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในการบริโภคสินค้าและบริการอย่างเหมาะสมอีกด้วย

ขณะที่ ดร.นพดล กล่าวว่า โครงการวิจัยเพื่อปฏิรูปคลังข้อมูลดัชนีผู้บริโภคเป็นโครงการที่จะจัดเก็บข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับดัชนีผู้บริโภคหรือ Consumer Index ที่จะได้รับการปฏิรูปทั้งระบบโดยจะทำการวิจัยเกี่ยวกับ Consumer Planning Index ที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการวางแผนใช้ชีวิตของผู้บริโภค Consumer Spending Index เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการจับจ่ายใช้สอย Consumer Sentiment Index ที่เป็นข้อมูลความรู้สึกนึกคิดของผู้บริโภคต่อสภาวะเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมของประเทศ Consumer Confidence Index เป็นข้อมูลความเชื่อมั่นต่อแหล่งที่มาของรายได้ของตนเองและสภาวะเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ และข้อมูลที่เป็น “จุดเปลี่ยน” ของการปฏิรูปคลังข้อมูลของผู้บริโภคคือ Consumer Happiness Index ที่จะทำให้ได้ข้อมูลดัชนีความสุขของกลุ่มผู้บริโภค

ดร.นพดล กล่าวต่อว่า โครงการนี้จะเป็นครั้งแรกที่เรามีการวัดความสุขมวลรวม (Gross Domestic Happiness, GDH) ในกลุ่มผู้บริโภค ที่เพิ่มเติมไปจากการให้ความสำคัญกับ Gross Domestic Product หรือ GDP ในการมองระบบเศรษฐกิจมหภาค และจะมุ่งสู่การสร้างคลังข้อมูลดัชนีผู้บริโภคในภูมิภาคอาเซียนผ่าน ASEAN Consumer Index ที่น่าจะเป็นครั้งแรกเช่นกันในความร่วมมือของสถาบันวิจัยในประเทศต่างๆ ของภูมิภาคนี้ โดยขณะนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากสถาบันวิจัยและสถาบันการศึกษาในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์และมาเลเซีย ขณะนี้เราได้รับการตอบรับที่ดีและน่าจะเริ่มต้นได้ใน 5 ประเทศนี้ก่อน และคณะผู้วิจัยกำลังเปิดรับเครือข่ายสถาบันวิจัยและสถาบันการศึกษาเพิ่มเติมจากทุกประเทศในอาเซียนและกลุ่มประเทศแถบเอเซียทั้งหมด ที่จะมาร่วมกันสร้างคลังข้อมูลดัชนีผู้บริโภคเพื่อเป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจของกลุ่มคนสี่ฝ่ายคือ กลุ่มนักลงทุนผู้ผลิต กลุ่มผู้บริโภค และหน่วยงานภาครัฐในระดับท้องถิ่น และบริษัทหรือองค์กรระหว่างประเทศ โดยคาดว่าผลวิจัยดัชนีผู้บริโภคภายในประเทศจะทำเป็นรายไตรมาส ในขณะที่คลังข้อมูลดัชนีผู้บริโภคของอาเซียนน่าจะเริ่มนำเสนอได้ในไตรมาสแรกของปี 2011
เป็นต้นไป

“ผลวิจัยจะเน้นไปที่กลุ่มผู้บริโภคเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผู้ประกอบการ กลุ่มผู้บริโภค และหน่วยงานภาครัฐใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจเพื่อให้เกิดตลาดเสรีและการแข่งขันสมบูรณ์ที่เอื้อประโยชน์สุขแก่ทุกๆ ฝ่ายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมให้มากที่สุด โดยโครงการนี้เป็นความร่วมมือกับสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค)และเปิดโอกาสให้กับทุกองค์กรภาคีที่สนใจสนับสนุนโครงการปฏิรูปคลังข้อมูลดัชนีผู้บริโภคนี้” ผอ.ศูนย์วิจัยเอแบคฯ กล่าว

ดร. อุดม ผู้อำนวยการโครงการ ABAC Consumer Index เปิดเผยผลสำรวจที่ค้นพบครั้งนี้ว่า การวิจัยครั้งนี้ได้ร่วมกับศูนย์วิจัย ABAC – SIMBA หรือเอแบคโพลล์ เก็บรวบรวมข้อมูลจากประชาชนในระดับครัวเรือนอายุ 15 – 60 ปี จำนวน 2,250 ตัวอย่าง จาก 12 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี ชลบุรี นครราชสีมา อุดรธานี กาฬสินธุ์ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต และสงขลา ระหว่างวันที่ 16 – 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือกว่าร้อยละ 80 ติดตามข่าวสารด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างน้อย 1ครั้งต่อสัปดาห์

ดร. อุดม กล่าวต่อว่า เมื่อสอบถามถึง ประเภทสินค้าหรือบริการที่ประชาชนจับจ่ายใช้สอยช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา 3 อันดับแรก ได้แก่ ของกิน อาหาร (รวมถึงร้านอาหาร) ร้อยละ 44.4 หรือคิดประมาณ 132 บาทต่อวัน รองลงมาคือ ของใช้อุปโภค เช่น สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน ร้อยละ 10.4 และ แฟชั่น เครื่องแต่งกาย ร้อยละ 10.6 เมื่อคิดเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่อเดือน ประมาณ 8,885 บาทต่อเดือน

นอกจากนี้เมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบันเมื่อเทียบกับ ช่วง 6 เดือนแรก ของปีนี้ พบว่า ตัวอย่างเกินครึ่ง หรือร้อยละ 54.9 คิดว่าแย่ลง ร้อยละ 33.9 คิดว่าทรงตัว ในขณะที่ร้อยละ 11.2 คิดว่า ดีขึ้น สำหรับการคาดการต่อราคาสินค้าใน 3 เดือนข้างหน้า พบว่าตัวอย่าง เกือบ 4 ใน 5 หรือร้อยละ 78.8 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ร้อยละ 14.9. คาดว่าเท่าเดิม แต่มีเพียงร้อยลละ 6.2 คาดว่าแย่ลง เมื่อสอบถามถึงความคิดเห็นต่อสภาวะการจ้างงานในปัจจุบันพบว่า ต้วอย่างเกือบครึ่ง หรือร้อยละ 48.7 ระบุลดลง ร้อยละ 43.8 ระบุเท่าเดิม และร้อยละ 7.5 ระบุเพิ่มขึ้น ส่วนสภาวะรายได้ของครัวเรือน พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 48.1 ระบุลดลง ร้อยละ 41.6 ระบุเท่าเดิม และร้อยละ 10.3 ระบุเพิ่มขึ้น

ที่น่าพิจารณาคือ ตัวอย่างเกินครึ่ง หรือร้อยละ 57.8 ไม่มีเงินเก็บออม และ ร้อยละ 42.2 มีเงินเก็บออม โดยมีรูปแบบการเก็บออม ใน 3 อันดับแรกคือ การออมเงินฝากกับธนาคาร รองลงมาคือ การทำประกัน และ ซื้อสลากออมสินตามลำดับ สำหรับประเภทกองทุนตัวอย่างสนใจจะลงทุนใน 3 อันดับแรก การลงทุนเพื่อประหยัดภาษีและเพื่อการเกษียณ LTF/RMF รองลงมาคือ การลงทุนในตลาดซื้อขายล่วงหน้าสินค้าเกษตร และการลงทุนในตลาดซื้อขายล่วงหน้าตลาดทองคำ (Gold Future) ตามลำดับ

ผลสำรวจยังพบว่า เมื่อถามถึงการวางแผนท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในอีก 3 เดือนข้างหน้านั้น พบว่า ตัวอย่างส่วนใหญ่หรือ ร้อยละ 84.7 ไม่ได้วางแผนไปเที่ยวต่างจังหวัด และร้อยละ 97.2 ไม่ได้วางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์ความสุขมวลรวมของกลุ่มผู้บริโภคในที่ทำงานและการประกอบอาชีพปัจจุบัน พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 6.82 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน หรือ ค่อนข้างมีความสุขในการทำงานและ การประกอบอาชีพในปัจจุบัน

จากการพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 59.6 เป็นเพศหญิง ร้อยละ 40.4 เป็นเพศชาย ทั้งนี้เมื่อพิจารณาจำแนกตามช่วงอายุพบว่า ร้อยละ 15.6 ระบุอายุ 15-24 ปี ร้อยละ 29.1 อายุ 25-35 ปี ร้อยละ 24.4 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 30.9 ระบุอายุ 46-60 ปี ตัวอย่างร้อยละ 36.6 ระบุสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา/ต่ำกว่า ร้อยละ 22.9 ระบุสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น/เทียบเท่า ร้อยละ 18.8 ระบุสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ป.ว.ช. ร้อยละ 7.6 ระบุสำเร็จการศึกษาระดับปวส./อนุปริญญา หรือเทียบเท่า และร้อยละ 14.1 ระบุสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป

ทั้งนี้เมื่อพิจารณาอาชีพประจำที่ทำอยู่ในปัจจุบันพบว่า ร้อยละ 4.6 ระบุอาชีพข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 10.5 ระบุอาชีพพนักงาน/ลูกจ้างเอกชน ร้อยละ 38.5 ระบุอาชีพธุรกิจส่วนตัว/ค้าขาย ร้อยละ 6.8 ระบุเป็นนักเรียนนักศึกษา ร้อยละ 29.3 ระบุอาชีพเกษตรกร/รับจ้างทั่วไป ร้อยละ 7.5 ระบุเป็น แม่บ้าน/พ่อบ้าน/เกษียณอายุ ในขณะที่ร้อยละ 2.8 ระบุว่างงาน/ไม่ได้ประกอบอาชีพ ทั้งนี้เมื่อพิจารณารายได้ส่วนตัวต่อเดือนพบว่าร้อยละ 82.3 ระบุรายได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน ในขณะที่ร้อยละ 17.7 ระบุรายได้มากกว่า 15,000 บาทต่อเดือน ตามลำดับ

]]>
52701
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จับมือ เอไอเอส เปิดตัว AU UTown SIM https://positioningmag.com/48410 Fri, 10 Jul 2009 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=48410

9 กรกฎาคม 2552, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดมิติใหม่แห่งโลกการศึกษาร่วมกับ AIS ครั้งแรกของไทย ด้วย “AU UTown SIM” ซิมเพื่อการเรียนรู้ที่ผสมผสานนวัตกรรมไร้สายมารวมไว้เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน และการบริหารจัดการด้านการศึกษาครบวงจร พร้อมต่อยอดความร่วมมือใน UTown สังคมนักศึกษาออนไลน์เสมือนจริงในโลกไซเบอร์ให้สามารถสนองตอบนักศึกาได้ครบครันยิ่งขึ้นทั้ง Education Lifestyle และ Personal Lifestyle

ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ อธิการบดี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) กล่าวว่า “นโยบายด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมศักยภาพให้ทั้งผู้เรียนและผู้สอน รวมถึงบุคลากรด้านต่างๆ ให้สามารถทำหน้าที่ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพไร้ข้อจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มนักศึกษาทุกระดับของ ม.อัสสัมชัญที่จะต้องสามารถเปิดรับโอกาสทางการศึกษาได้ทุกที่ ทุกเวลา ดังนั้นที่ผ่านมาจึงเดินหน้าสรรหานวัตกรรมชั้นนำมาสร้างเป็นเครื่องมือเพื่อตอบวัตถุประสงค์ดังกล่าวมาโดยตลอด ทั้งนี้ล่าสุดได้ร่วมมือกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส นำเทคโนโลยีไร้สายเข้ามาเปิดมิติใหม่แห่งโลกการศึกษา ด้วย “AU UTown SIM” ซิมเพื่อการเรียนรู้ รวมถึงเทคโนโลยีไร้สายต่างๆที่จะเป็นช่องทางหลักให้นักศึกษาเชื่อมต่อและมีปฏิสัมพันธ์เข้ามาที่โลกแห่งการเรียนการสอนของม.อัสสัมชัญ ได้อย่างไร้ซึ่งอุปสรรคเรื่องสถานที่และเวลา”

ด้าน นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด เอไอเอส เปิดเผยถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “ปัจจุบันเทคโนโลยีไร้สาย เป็นเสมือนหนึ่งสะพานเชื่อมต่อโลกเข้าด้วยกันเพื่อให้เดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้หมายรวมถึงการเข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนรากฐานหลักของประเทศด้านต่างๆ อย่าง ระบบการศึกษา ที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปได้อย่างมั่นคง ดังนั้นความร่วมมือกับ ม.อัสสัมชัญในครั้งนี้จึงมีทั้งการนำเทคโนโลยีเข้ามา Customize เป็น Education Solutions รวมถึงการจัดแพ็คเกจบริการพิเศษ และการร่วมต่อยอดใน UTown สังคมนักศึกษาออนไลน์เสมือนจริงของ ม.อัสสัมชัญ ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยความร่วมมือทั้งหมดนี้ถือเป็น การตอกย้ำความตั้งใจของเอไอเอส ที่จะนำเทคโนโลยีไร้สายเข้ามาประยุกต์ใช้ในลักษณะของ Mobile Education ที่จะเสริมศักยภาพให้ระบบบริหารจัดการการศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งย่อมส่งผลถึงการพัฒนาคุณภาพการเรียนของนักศึกษาที่จะมีก้าวสู่ความเป็นเลิศและก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งกับตัวเองและประเทศชาติต่อไป”

โดย ดร. สุนทร พิบูลย์เจริญสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานบัณฑิตศึกษา และ ดร. สันติธร บุญเจือ ผู้อำนวยการศูนย์บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ ม.อัสสัมชัญ ร่วมกันกล่าวว่า “โจทย์หลักที่เราให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการบริหารจัดการด้านการศึกษาก็คือ เพื่อสร้างเครื่องมืออำนวยความสะดวกและสนับสนุนให้นักศึกษาได้ใช้เวลามุ่งมั่นกับการเรียนอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวล หรือเสียเวลากับการเดินทาง รวมทั้งยังสามารถติดตาม Update ข้อมูลความเคลื่อนไหวทั้งของตัวเอง และมหาวิทยาลัยได้อย่างรวดเร็ว Real Time ซึ่งส่วนนี้เชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีที่เอไอเอสนำมาไว้ใน AU UTown SIM จะตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจน”

“นอกจากนี้ยังมุ่งหวังถึงการสร้างสังคมการเรียนรู้ของนักศึกษาทั้งจากม.อัสสัมชัญ และจากสถาบันอื่นๆ อันจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ หรือ พัฒนาแนวคิดใหม่ๆ ต่อยอดการศึกษาให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเมื่อกลางปี 2551 ที่ผ่านมา จึงเปิดตัว “UTown” มหาวิทยาลัยเสมือนจริง เพื่อสร้างประสบการณ์นอกห้องเรียนบนโลกออนไลน์ ที่ผสานความบันเทิงและการเรียนรู้อย่างลงตัว ในรูปแบบ 3 มิติ หรือ 3D-Virtual Community Online ที่วันนี้ได้ร่วมกับ เอไอเอส ต่อยอดให้ UTown เฟส 2 ก้าวสู่ความเป็น Virtual Community เต็มร้อย ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์เรื่อง Student Social Networking แล้ว ยังเพิ่มส่วนของ Lifestyle ที่มีร้านค้ามากมายให้เลือกช็อป อาทิ AIS Shop บานาน่าไอที ซารางเฮ Lens2u Kengsohigh perfume ฯลฯ พร้อมเปิดช่องทางชำระเงินผ่าน mPAY – Mobile Payment จากเอไอเอส ส่งผลให้ UTown เป็นสังคมออนไลน์ 3 มิติ เสมือนจริงของนักศึกษาที่สมบูรณ์แบบที่สุด 1 เดียวในเมืองไทย โดยคาดว่าจะสามารถขยายผล เพิ่มจำนวนสมาชิกได้อย่างก้าวกระโดด”
ด้าน นายสุรศักดิ์ อารีย์สว่างกิจ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ดิจิคราฟต์ จำกัด (ประเทศไทย) ผู้ร่วมพัฒนาโครงการ UTown กล่าวเสริมว่า “เชื่อว่า UTown จะตรงใจกลุ่มนักศึกษาคนรุ่นใหม่ได้อย่างแน่นอน เพราะปัจจุบันแนวโน้มการใช้งานออนไลน์ในประเทศเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งประเทศกว่า 15,000,000 คน โดยผลสำรวจจากเนคเทคเมื่อปลายปี 2551 ระบุจำนวนผู้ที่เคยซื้อของออนไลน์ เพิ่มขึ้นจาก 28.9% มาเป็น 45.9% พบว่าผู้บริโภคนิยมซื้อหนังสือ และจองตั๋วภาพยนตร์ แต่ก็มีผู้ใช้งานบางส่วนยังกังวลและไม่มั่นใจระบบชำระเงิน ไม่อยากเปิดเผยเลขบัตรเครดิต ติว่าขั้นตอนยุ่งยาก รวมถึงผลสำรวจยังระบุอีกว่าควรมีการกำกับดูแลสังคมออนไลน์ เพื่อความปลอดภัยของเยาวชนสูงถึง 72.7% และความสงบสุขของสังคม 17.7%”

“ดังนั้นจาก UTown ในเฟสแรก ที่เปิดให้นักศึกษา ม.อัสสัมชัญ นำรหัสประจำตัวนักศึกษา (ID) มาลงทะเบียนที่ www.utown.in.th เพื่อเป็นสมาชิกและรับข่าวสารทำกิจกรรมของทางมหาวิทยาลัยได้นั้น ในเฟส 2 จึงเพิ่มเติมฟังก์ชั่นอี-คอมเมิร์สให้มีความสมบูรณ์ สะดวกแก่ผู้ใช้ และลดความกังวลเบื้องต้นได้มากยิ่งขึ้น โดยจุดเด่นสำคัญอยู่ตรงที่พลเมืองสามารถเลือกซื้อสินค้าในรูปแบบ 3 มิติ (3D – Virtual) และพูดคุยโต้ตอบ (Interact) กับคนขายได้แบบ Real Time ซึ่งหากว่าเจ้าของร้านไม่อยู่ก็สามารถใช้ฟีเจอร์ที่มีเรียกว่า NPC (Non Player Character) ที่เป็นหุ่นยนต์เฝ้าร้าน 24 ชั่วโมง ให้สามารถตอบคำถามทั่วไปเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการได้ด้วย”

ทั้งนี้ นางสาวมาลิวร เตียนโพธิ์ทอง กรรมการผู้จัดการบริษัท มาโช บิส จำกัด ผู้ดูแลด้านการตลาดโครงการ UTown กล่าวเสริมว่า “คาดการณ์ว่ารูปแบบการขายสินค้าและบริการบนโลกเสมือนจริงจะมีมูลค่าประมาณ 5-10 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ และจะมีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 150,000-200,000 รายภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงการสร้างกิจกรรมที่เป็น Talk of the town อย่างยิ่งใหญ่ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น การจัด Virtual Concert ครั้งแรกของประเทศไทย หรือ เปิดตัว Laptop ตัวใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย ผ่าน UTown เป็นต้น”

สำหรับ AU UTown SIM ซิมเพื่อการเรียนรู้ของ ม.อัสสัมชัญ เกิดขึ้นจากความร่วมมือในการ Customize เทคโนโลยี DSTK (Dynamics SIM Tool Kit) เข้ามาฝังไว้ในซิมการ์ด และสร้างเป็นเมนูเพื่อให้นักศึกษาได้รับและเข้าถึงข้อมูลที่จะสนับสนุนการเรียน การสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวกสบาย ประหยัดเวลา เพราะข้อมูลทุกอย่างส่งตรงถึงมือถือ โดยรายละเอียดความร่วมมือครั้งนี้ ประกอบด้วย 3 กลุ่ม

บริการจาก AU UTown SIM
– รับข่าวสารของม.อัสสัมชัญ
– รับผลสอบ
– รับตารางเรียน
– เช็คห้องเรียน
– E-Learning ผ่าน TV On Mobile
– ใช้ mPAY เป็นช่องทางเติมเงิน ABAC Smart Card และเป็นช่องทางการเงินในบริษัทจำลองของ ABAC

UTown
– เปิด AIS Shop ในโลก Cyber ให้ใช้บริการและช็อป ชม ได้เสมือนจริง
– ใช้ mPAY ชำระค่าสินค้าและบริการในร้านค้าต่างๆ

บริการอื่นๆ
– แพ็คเกจโทรหากันฟรีในกลุ่มของนักศึกษาและบุคลากร ม.อัสสัมชัญ รวมถึงแพ็คเกจ Data ราคาพิเศษ
– Wireless Gadget รุ่นล่าสุด อาทิ Super 3G Air card, BlackBerry, Android Power Phone, ฯลฯ ให้เชื่อมต่อเข้าสู่โลกแห่งการเรียนรู้ในราคาพิเศษ อาทิ

โดยนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สามารถติดต่อรับ AU UTown SIM ได้ที่จุดให้บริการของเอไอเอสในม.อัสสัมชัญ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ศกนี้ รวมถึงนักศึกษาทุกสถาบันและผู้ที่สนใจ สมัครสมาชิกของ UTown ได้ที่ www.utown.in.th ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

]]>
48410
เอแบคเปิดหลักสูตร วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการวิเคราะห์และการจัดการการลงทุน https://positioningmag.com/47070 Tue, 31 Mar 2009 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=47070

มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มหาวิทยาลัยที่เปิดหลักสูตรนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทย เป็นหนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมมือกับ สถาบันกองทุนเพื่อพัฒนาตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการ University Networking เพื่อร่วมมือกันในการเผยแพร่ความรู้ด้านตลาดทุนในเชิงลึกในการสร้างบุคลากรที่มีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญเป็น Capital Market Professionals สำหรับการเป็นผู้ลงทุนหรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่มีคุณภาพให้กับอุตสาหกรรม พร้อมได้เปิดหลักสูตร วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการวิเคราะห์และการจัดการการลงทุน Master of Science in Investment Analysis and Management (MSc.IAM) เพื่อการสร้างบุคลากรสู่อุตสาหกรรมตลาดทุนไทย ดำเนินการโดยบัณฑิตวิทยาลัยบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ พร้อมด้วยการสนับสนุนจากกลุ่มบริษัทการเงินทั้งในและต่างประเทศ อาทิเช่น HSBC, Bloomberg, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ACAP Plc.

ดร. กิตติ โพธิกิตติ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า “ศักยภาพในการเป็นแหล่งเรียนรู้ และการเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ ความรู้ทางด้านตลาดทุน ของมหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ (เอแบค) จะสามารถผลิตบุคลากรที่มีความรู้ มีคุณธรรม และความสามารถในเชิงทักษะการทำงาน ที่เป็นมืออาชีพทัดเทียมในระดับสากล โดยนักศึกษาที่จบจากสาขาตลาดทุนเหล่านี้ จะเป็นที่ต้องการอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมตลาดทุนไทย เพราะในปัจจุบันเรายังค่อนข้างขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านตลาดทุนอยู่มาก ยิ่งในขณะนี้มีการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ มากมาย ซึ่งผลิตภัณฑ์ทางการเงินเหล่านี้ ล้วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจต่างๆ ในตลาดการเงิน อย่างเช่น ธนาคาร ที่เน้นให้พนักงานต้องมีความรู้ ด้าน Financial Planning มากขึ้นหรือ บริษัทประกันภัย ที่เน้นความรู้ทางด้าน Wealth Management ดังนั้น การร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะเป็นการผนึกกำลังอันสำคัญ ในการสร้างบุคลากรให้มีความแข็งแกร่ง เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ให้สามารถฝ่ากระแสการเปลี่ยนแปลงอันเชี่ยวกรากในยุคโลกาภิวัตน์นี้”

อาจารย์ จอห์น มาทัสโก ผู้อำนวยการหลักสูตร Investment Analysis and Managementและผู้ริเริ่มโครงการความร่วมมือหลักสูตรทางด้านการจัดการทางการเงินระหว่างมหาวิทยาลัย Exeter ประเทศอังกฤษ กับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญมากว่า 20 ปี กล่าวถึงหลักสูตร Investment Analysis and Management ว่าเนื้อหาของหลักสูตรนี้จะสอดคล้องกับหลักสูตรสำหรับสอบ CFA และจะเป็นหลักสูตรที่ให้ความรู้ในเชิงลึก ให้นักศึกษาเตรียมรับมือต่อสภาวะการณ์ต่างๆ อย่างทันเหตุการณ์ ทั้งสามารถถ่ายทอดให้สังคมวงกว้างได้ตระหนักในความสำคัญของเครื่องมือทางการตลาดเงินและตลาดทุน

ทางด้าน อาจารย์ ปัญจมาพร เศรษฐ์จินดา ผู้ประสานงานหลักสูตร MSc.IAM กล่าวถึงรายละเอียดหลักสูตรว่า
โครงสร้างหลักสูตร

• เป็นหลักสูตรนานาชาติ 1 ปีครึ่ง ภาคพิเศษ

• วิชาพื้นฐานทั่วไป 3 วิชา 30 ชั่วโมง

• วิชาเอก 27 หน่วยกิต

• วิชาเลือก 9 หน่วยกิต ในสาขาวิชาการจัดการความมั่งคั่งส่วนบุคคล การจัดการสินทรัพย์ลงทุนสถาบัน และการบริหารความเสี่ยงการลงทุน

• การวิทยานิพนธ์ 12 หน่วยกิต หรือการค้นคว้าอิสระ 3 หน่วยกิต (แผนไม่ทำวิทยานิพนธ์)

จุดเด่นของหลักสูตร
• เป็นหลักสูตรที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ของหลักสูตร Chartered Financial Analysts ระดับ 1 และ 2 ซึ่งเป็นประกาศนียบัตรวิชาชีพทางการวิเคราะห์การเงินและการลงทุนที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกมานานกว่า 60 ปี

• เปิดโอกาสให้บัณฑิตพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะทางโดยเลือกจากสาขาการจัดการความมั่งคั่งส่วนบุคคล การจัดการกลุ่มสินทรัพย์ลงทุนสถาบัน การจัดการความเสี่ยงหรือการเงินองค์กร เพื่อให้บัณฑิตมีความรู้เพื่อสอบใบอนุญาตเฉพาะทางต่อไป

• มุ่งเน้นความเข้าใจทางทฤษฎีและการนำไปประยุกต์ในสถานการณ์จริงโดยการสร้างสถานการณ์จำลอง และการถ่ายทอดประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินและการลงทุน

• เรียนรู้จากประสบการณ์จริงโดยใช้บริการ BLOOMBERG PROFESSIONAL(R) ซึ่งเป็นบริการจัดเสนอข้อมูลทางการเงินและการตลาดทั้งข้อมูลแบบเรียลไทม์ และข้อมูลเก่า ตลอดจนราคา การซื้อขาย ข่าวสาร และเครื่องมือการติดต่อสื่อสาร ในรูปผลิตภัณฑ์เบ็ดเสร็จชุดเดียว เพื่อให้บริการแก่บรรษัท องค์กรข่าว บุคลากรมืออาชีพด้านการเงินและกฎหมาย รวมทั้งบุคคลธรรมดาทั่วโลก

กลุ่มเป้าหมาย
บุคคลากรด้านตลาดทุน นักลงทุน บุคลลากรในสถาบันการเงิน นักวิเคราะห์ด้านการเงิน นักวิชาการและนักวิจัยด้านเศรษฐกิจ

]]>
47070
"ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วม ม.อัสสัมชัญ เปิดสอนสาขาวิชาตลาดทุน" https://positioningmag.com/46430 Sat, 28 Feb 2009 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=46430

พันธ์ศักดิ์ เวชอนุรักษ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สถาบันกองทุนเพื่อพัฒนาตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์ฯ และภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ อธิการบดี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการสร้างบุคลากรสู่อุตสาหกรรมตลาดทุนไทย โดยการเปิดสาขาวิชาตลาดทุน พร้อมมอบ TSI Investment Simulation Program (โปรแกรมระบบจำลองการซื้อขายตราสารทางการเงิน) และมุมความรู้ตลาดทุน (SET Corner) เพื่อเป็นเครื่องมือเผยแพร่ความรู้ในเชิงปฏิบัติ แก่ นิสิต นักศึกษา

]]>
46430
เอแบค จับมือกับตลาดหลักทรัพย์ เปิดสาขาวิชาตลาดทุน https://positioningmag.com/46304 Fri, 20 Feb 2009 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=46304

ภราดา ดร. บัญชา แสงหิรัญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ร่วมกับ นายพันธ์ศักดิ์ เวชอนุรักษ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สถาบันกองทุนเพื่อพัฒนาตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงเปิดสาขาวิชาตลาดทุน เพื่อผลิต Capital Market Professionals สู่ตลาดอุตสาหกรรม โดยมี ดร. กิตติ โพธิกิตติ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยบริหารธุรกิจ และนางจิราพร คูสุวรรณ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สถาบันกองทุนเพื่อพัฒนาตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมในพิธีแถลงข่าวพร้อมผู้บริหารทั้งสองฝ่าย ณ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตหัวหมาก เมื่อเร็วๆนี้

สืบเนื่องจากการลงนามความร่วมมือระหว่างทั้งสองสถาบันภายใต้โครงการ University Networking ในปี 2551 ทาง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กับ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เล็งเห็นถึง กระแสโลกาภิวัตน์ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และการลงทุนที่มีความสลับซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจในภาคตลาดทุน มีความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตลาดทุนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

ทั้งสองสถาบัน จึงได้ริ่เริ่มความร่วมมือด้าน การเปิดสาขาวิชาตลาดทุนหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตการวิเคราะห์และจัดการการลงทุน ซึ่งจะเป็นหลักสูตรที่เน้นเพื่อการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านตลาดทุนใน เชิงลึกในการสร้างบุคลากร ที่มีความเชี่ยวชาญเป็น Capital Market Professionals สำหรับการเป็นผู้ลงทุนหรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่มีคุณภาพให้กับอุตสาหกรรมตลาดทุนไทย และถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือของทั้งสองสถาบัน ซึ่งจะดำเนินการร่วมกันตามข้อตกลง ดังนี้

การเปิดสาขาวิชาตลาดทุน
สนับสนุน และร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ(เอแบค) ในการเปิดหลักสูตรวิชาด้านตลาดทุน เพื่อผลิต Capital Market Professionals ซึ่งเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรม

การเป็นศูนย์การอบรมหลักสูตรใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพในตลาดทุน
ตลาดหลักทรัพย์ให้สิทธิแก่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ(เอแบค) เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดอบรมหลักสูตรใบอนุญาต สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพในตลาดทุน

ในโอกาสเดียวกันนี้ มีการส่งมอบ TSI Investment Simulation Program ไปใช้ในการเรียนการสอนด้านการลงทุน มูลค่า 8,000,000 บาท และ SET Corner ณ หอสมุด วิทยาเขตหัวหมาก ซึ่งเป็นมุมความรู้ ที่รวบรวมสื่อการเรียนรู้ อาทิหนังสือ วารสาร e-Learning ที่เกี่ยวกับความรู้ด้านการเงินและการลงทุน ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จัดทำขึ้น มูลค่า 100,000 บาท

]]>
46304
เปิดตัว เอแบคแชนแนล https://positioningmag.com/45495 Fri, 26 Dec 2008 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=45495

เอแบคแชนแนล – ภราดา ดร. บัญชา แสงหิรัญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ พร้อมด้วย อธิคม ศานติสรร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แอกเซส แอนด์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด และนายวิวัฒน์ พงศธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดาต้าโปร คอมพิวเตอร์ ซิสเต็มส์ จำกัด ร่วมพิธีเปิด “ABAC Channel” สื่อใหม่ในรูปแบบดิจิตอลคอนเทนต์ประสิทธิภาพสูงผ่านจอแอลซีดีทีวี ภายในมหาวิทยาลัยเป็นแห่งแรก โดยติดตั้งทั้ง 3 วิทยาเขต คือ หัวหมาก, สุวรรณภูมิ และซิตี้แคมปัส เร็วๆนี้

]]>
45495
ทรูไลฟ์ ลงนามสัญญา “ABAC Online Community” https://positioningmag.com/45268 Tue, 16 Dec 2008 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=45268

บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย นายทวีชัย ภูรีทิพย์ (ที่ 3 จากขวา) ผู้จัดการทั่วไป ทรูไลฟ์ดอทคอม และ ดร.อธิป อัศวานันท์ (ที่ 2 จากขวา) ผู้ช่วยผู้อำนวยการ Strategic Projects & Innovation ลงนามสัญญาร่วมกับ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ โดย ดร.ชวลิต หมื่นนุช (ที่ 3 จากซ้าย) รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และ อาจารย์บัญชา สกุลดี (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา โดยทรูไลฟ์จะเป็นผู้พัฒนาและสร้างสรรค์ “ABAC Online Community” ให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเป็นแห่งแรก เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักศึกษายุคใหม่ให้สามารถเชื่อมต่ออัพเดทข้อมูลข่าวสารของมหาวิทยาลัยผ่าน http://schoolbus.truelife.com ได้ทุกที่ทุกเวลา ณ ชั้น 21 อาคาร ทรู ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก เมื่อเร็ว ๆ นี้

]]>
45268
เมืองไทยประกันชีวิตสนับสนุนกิจกรรมการศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ https://positioningmag.com/44959 Tue, 25 Nov 2008 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=44959

นางพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด บริษัทของคนหัวคิดทันสมัย มอบรางวัลและถ่ายภาพที่ระลึก ร่วมกับ นายชลิต ลิมปนะเวช คณบดี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ คณาจารย์ และน้องๆ นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ “Public Relations Workshop 2008” เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเปิดประสบการณ์ในการคิดสร้างสรรค์แผนประชาสัมพันธ์และโครงการดีๆ เพื่อตอบแทนสังคม ทั้งนี้บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาของเยาวชนมาโดยตลอด โดยมุ่งเน้นให้สังคมเติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแกร่งสืบไป ณ ศูนย์การเรียนรู้เมืองไทยประกันชีวิต เมื่อเร็วๆ นี้

]]>
44959
ทรู ผนึกกำลัง เอแบค และ เอ.อาร์. จัดแข่งขันสุดยอดนักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ “ไทยแลนด์ อี-คอมเมิร์ช 2009” https://positioningmag.com/44572 Tue, 11 Nov 2008 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=44572

บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) และบริษัท เอ.อาร์. อินฟอร์เมชัน แอนด์ พับลิเคชั่น จำกัด ประกาศเปิด “โครงการแข่งขันพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2552 หรือ Thailand e-Commerce Challenge 2009” เพื่อเป็นเวทีส่งเสริมการค้าระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แก่นิสิต นักศึกษา และเพิ่มโอกาสให้ผู้แข่งขันได้รับประสบการณ์จากการทำธุรกิจจริง ด้วยการสร้างร้านค้าออนไลน์บน www.weloveshopping.com เว็บไซต์ e-Commerce อันดับ 1 ของไทย โดยเปิดรับสมัครผ่าน www.weloveshopping.com หรือโทร 02-900-9999 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ อธิการบดี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า บทบาทการส่งเสริมสนับสนุนให้นักศึกษาและเยาวชนจัดตั้งบริษัทจำลองและการเผยแพร่องค์ความรู้ด้าน SME แก่บุคคลกลุ่มต่างๆ ทั่วไป ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้ดำเนินการต่อเนื่องจนเป็นผลสำเร็จมาเป็นระยะเวลานาน ประกอบกับการเป็น ที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ ในฐานะผู้นำในการจัดการศึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และด้านบริหารธุรกิจ ตลอดจนปณิธานในการรังสรรค์สังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งความรู้และมีสมรรถนะในการแข่งขันบนเวทีโลก เป็นเหตุผลสำคัญที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญพร้อมที่จะผนึกกำลังกับองค์กรชั้นนำทั้ง 2 คือ ทรู และเครือเออาร์ จัดการแข่งขัน “โครงการแข่งขันพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2552 หรือ Thailand e-Commerce Challenge 2009” (TEC 2009) ขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักเรียน นักศึกษา และบุคคลที่สนใจทั่วประเทศให้มีขีดความสามารถเข้าสู่มาตรฐานการทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตในระดับสากล

นายอติรุฒม์ โตทวีแสนสุข ผู้อำนวยการบริหาร ด้าน Office/SME Solution & Wireless Access บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ความร่วมมือในการจัดแข่งขันโครงการแข่งขันพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2552 เป็นไปตามนโยบายของกลุ่มทรูที่จะส่งเสริมการทำธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) แบบครบวงจร เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและเต็มรูปแบบ พร้อมที่จะแข่งขันกับคู่แข่งในไทยและต่างประเทศได้เต็มที่ยิ่งขึ้น โดยกลุ่มทรู ให้การสนับสนุนด้านข้อมูลความรู้ ช่องทางในการขายที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน พร้อมเปิดให้สร้างร้านค้าออนไลน์บนเว็บไซต์ www.weloveshopping.com ที่สุดแห่งไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้ง คอนเวอร์เจนซ์ ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว จากปีที่แล้วมีผู้เข้าชม 240 ล้านครั้ง มาเป็นกว่า 500 ล้านครั้งในปีนี้ รวมถึงมีร้านค้าออนไลน์ 136,000 ร้าน จึงช่วยเพิ่มโอกาสนำสินค้าและบริการของผู้ประกอบธุรกิจไปสู่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกซึ่งมีจำนวนมากกว่า 800 ล้านคน กว่า 225 ประเทศทั่วโลก และยังเป็นการส่งเสริมและยกระดับการทำการตลาดออนไลน์แก่ผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้สามารถแข่งขันกันในโลกธุรกิจจริงได้ นอกจากนี้ ทรู ยังส่งบุคลากรผู้เชี่ยวชาญมากด้วยประสบการณ์ มาเป็นวิทยากรภาคปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ทดลองฝึกฝีมือก่อนการแข่งขันจริง

ทางด้าน นายปฐม อินทโรดม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ.อาร์. อินฟอร์เมชัน แอนด์ พับลิเคชั่น จำกัด กล่าวว่า “เอ. อาร์. ในฐานะสื่อไอทีอันดับ 1 ของประเทศไทย เล็งเห็นความสำคัญของธุรกิจ อีคอมเมิร์ซ ที่จะช่วยให้เยาวชนรุ่นใหม่สามารถเติบโตสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจได้ง่ายขึ้น และยังเป็นการสร้างเวทีทางความคิดให้กับนิสิต นักศึกษาจากทั่วประเทศได้นำเสนอแนวคิด มุมมองใหม่ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอด และพัฒนาไปสู่แผนการตลาดในโลกธุรกิจจริง รวมถึงเป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจของประเทศไทยอีกทางหนึ่ง สำหรับ “โครงการแข่งขันพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2552 หรือ Thailand e-Commerce Challenge 2009” ในครั้งนี้ นอกจาก เอ.อาร์. จะเป็นสื่อสนับสนุนอย่างเป็นทางการแล้ว ยังได้นำเอาประสบการณ์จากธุรกิจออนไลน์ของบริษัท เช่น ThaiMail.com, BuzzIdea.TV มาร่วมถ่ายทอด และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เข้าร่วมโครงการอย่างเต็มที่ด้วย”

สำหรับรูปแบบการแข่งขัน “โครงการแข่งขันพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2552 หรือ Thailand e-Commerce Challenge 2009” จะเปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิตนักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่สนใจ สมัครเข้าร่วมโครงการ ซึ่งประกอบด้วยการสัมมนาทางวิชาการ การฝึกภาคปฏิบัติ และการแข่งขันในระยะเวลา 3 เดือน คือเดือนเมษายน – มิถุนายน 2552 โดยแบ่งประเภทการแข่งขันเป็น 3 ประเภทได้แก่ ประเภทบุคคลทั่วไป ประเภทสถาบันอุดมศึกษา หรือเทียบเท่า และประเภทสถาบันอาชีวศึกษา และมัธยมศึกษา ทั้งนี้ สามารถสมัครแข่งขันได้ทั้งแบบเดี่ยว คู่ หรือเป็นทีม (ไม่เกินทีมละ 3 คน) ในส่วนของการตัดสิน คณะกรรมการจะพิจารณาจากเกณฑ์ ได้แก่ คะแนนยอดขายสูงสุด คะแนนผู้เยี่ยมชมสูงสุด คะแนนจำนวน Transaction และคะแนนความคิดสร้างสรรค์ โดยรางวัลชนะเลิศจะได้รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ใบประกาศเกียรติคุณ เงินรางวัล และทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 2,000,000 บาท ผู้สนใจสามารถสมัครผ่านทางเว็บไซต์ www.weloveshopping.com และโทร 02-900-9999 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

]]>
44572
เอแบค เปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงศักยภาพ ในโครงการแข่งขันธุรกิจจำลองในสถาบันอุดมศึกษา ครั้งที่ 4 https://positioningmag.com/44414 Tue, 04 Nov 2008 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=44414

“เอแบค” รุกสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการยุคใหม่ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพ จัดตั้ง “ธุรกิจจำลอง” ในสถาบันของตนและร่วมแข่งขันในโครงการฯ ในครั้งที่ 4 นี้ เน้นสร้าง “เครือข่าย” ธุรกิจจำลองระหว่างสถาบันให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ตั้งเป้า 50 สถาบันการศึกษาในเมืองไทยร่วมแข่งขัน และดึงนักธุรกิจชั้นนำเดินสายเข้าถึงที่ในภูมิภาคต่างๆ

ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยว่า จากความสำเร็จในการจัดโครงการ 3 ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ โครงการแข่งขันธุรกิจจำลองมีจุดม่งหมายเพื่อสร้างจิตสำนึกในการเป็นผู้ประกอบการที่สามารถสร้างงานได้ด้วยตนเอง และพัฒนาความเป็นนักธุรกิจมืออาชีพ สำหรับโครงการแข่งขันในปีที่ 4 นี้ ได้สานต่อจากครั้งที่ 3 โดยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายสถาบันการศึกษาตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง รวมทั้งได้รับโล่พระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับสถาบันที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ในปีนี้ คาดว่าจะมีสถาบันการศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมประมาณ 50 สถาบัน

อาจารย์บัญชา สกุลดี Deputy Vice President for Student Affairs มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยว่า ความโดดเด่นของโครงการบริษัทจำลอง มิใช่เป็นเพียงแค่เป็นการประกวดการเขียนแผนธุรกิจแต่เพียงอย่างเดียว แต่จะเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้นำแผนธุรกิจมาปฏิบัติจริงให้นักศึกษาได้เกิดการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะ ในรูปแบบและระดับต่าง ๆ แบบครบวงจร ทั้งในด้านการบริหารงานและการฝึกฝนภาคสนาม โดยนักศึกษาสามารถทำงานตามที่ตนเองถนัดในแต่ละแผนกในสายการบริหาร การตลาด การเงินและการบัญชี การบริหารงานบุคคล หัวหน้าพนักงานขายและพนักงานขาย เป็นต้น โดยมีการวัดและประเมิน ในด้านการวางแผนและผลการดำเนินงาน การตลาด การบริหารบุคล การประชาสัมพันธ์ นวัตกรรม การทำประโยชน์เพื่อสังคม และการนำเสนอ มีนักศึกษาเข้าร่วมโครงการจากทั่วประเทศกว่า 5,000 คน นักศึกษาจากทุกมหาวิทยาลัยนอกจากจะได้ฝึกฝนในการดำเนินธุรกิจแล้วยังให้ความสำคัญต่อสังคม หลายโครงการได้ถูกริเริ่มขึ้นเพื่อคืนกำไรสู่สังคม อาทิเช่น โครงการฝึกอบรมผู้ประกอบการให้กับนักโทษในเรือนจำ โครงการให้ทุนการศึกษาปันน้ำใจสู่เด็กน้อยเพื่อด้อยโอกาส โครงการประหยัดพลังงาน โครงการธนาคารขยะ เป็นต้น

ทางด้าน ดร.จิราภา ศรีกาฬสินธุ์ ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้จับมือสถาบันการศึกษา 50 แห่งทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ โดยการสร้างและพัฒนาระบบเครือข่ายธุรกิจจำลองในแต่ละภูมิภาค โดยมีสถาบันแม่ข่ายเข้าร่วมในแต่ละภูมิภาคเป็นผู้ประสานงานหลักในพื้นที่ ซึ่งจะหมุนเวียนไปในแต่ล่ะปี ในปีนี้ ภาคเหนือได้แก่ มหาวิทยาลัยพายัพ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ภาคใต้ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ และภาคกลาง มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ นอกจากการพัฒนาระบบการเรียนรู้โดยการฝึกอบรมแล้ว ในปีนี้ทางโครงการยังจัดทำระบบe – learning ผ่านทางระบบ website ของโครงการ www.u-ed.org ซึ่งนักศึกษาสามารถศึกษาและเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง รวมทั้งจัดนักธุรกิจที่ปรึกษาให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาตลอดโครงการ และเน้นการพัฒนาสินค้าชุมชนในแต่ละภูมิภาคมาสร้างช่องทางการตลาดใหม่ ๆ ทำให้สถาบันได้ใกล้ชิดกับชุมชนมากขึ้น ก่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพและเศรษฐกิจในชุมชนให้เข้มแข็ง นอกจากนี้

ความยิ่งใหญ่และความสำเร็จของโครงการมาจากการความเสียสละอุทิศตนของ ศิษย์เก่าที่เคยเป็นอดีตผู้บริหารบริษัทจำลองของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งปัจจุบันได้เติบโตอยู่ในแวดวงธุรกิจเป็นทั้งเจ้าของธุรกิจและนักบริหารแบบมืออาชีพ จนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ได้นำประสบการณ์และความสามารถกลับมาช่วยรุ่นน้อง ช่วยสถาบัน ในการเพิ่มศักยภาพของคนรุ่นใหม่และส่งเสริม SMEs ไทยให้เทียบทันสากล

รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ: ดร. จิราภา ศรีกาฬสินธ์
ผู้้ช่วยรองอธิการบดี ฝ่ายกิจการนักศึกษา
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
โทรศัพท์ 0-2723-2131-2

]]>
44414