ม็อบฮ่องกง – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Sat, 06 Jun 2020 14:20:43 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 รสชาติแห่งประชาธิปไตย! ร้านไอศกรีมในฮ่องกงผุดไอติม “รสแก๊สน้ำตา” สนับสนุนม็อบ https://positioningmag.com/1282346 Fri, 05 Jun 2020 19:05:34 +0000 https://positioningmag.com/?p=1282346 Photo : Real Hong Kong News
ร้านไอศกรีมในฮ่องกงนำเสนอไอศกรีมรสใหม่ที่สุดแสนจะอินเทรนด์สุดๆ ของแผ่นดิน นั่นคือ ไอศกรีมรสแก๊สน้ำตา เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวประชาธิปไตย
โดยที่ส่วนประกอบหลักของไอศกรีมรสแก๊สน้ำตานี้ ได้แก่ พริกไทยดำ ซึ่งจะกระตุกให้นึกถึงรสชาติแสบร้อน และกลิ่นฉุนๆ เมื่อโดนแก๊สน้ำตา และสเปรย์พริกไทยของตำรวจปราบจลาจลฮ่องกง

ในปีที่ผ่านมาเป็นปีแห่งศึกวุ่นวายของฮ่องกงจากการปะทะรุนแรงระหว่างกลุ่มประท้วงและตำรวจปราบจลาจลซึ่งมีอาวุธหลักคือ แก๊สน้ำตา และสเปรย์พริกไทย ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตามากกว่า 16,000 ครั้ง เพื่อสลายการประท้วงต่อต้านกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปดำเนินคดีที่จีน

Photo : AP

รสชาติของมันเหมือนกับแก๊สน้ำตา เมื่อได้ลิ้มลองรสแล้วรู้สึกหายใจลำบาก ฉุน ปวดแสบปวดร้อน ทำให้ต้องดื่มน้ำมากๆ ในทันที แอนนิต้า หว่อง ลูกค้าคนหนึ่งของร้านไอศกรีมรสแก๊สน้ำตาเล่าประสบการณ์ตอนโดนแก๊สน้ำตาในที่ชุมนุมประท้วงการได้กินไอศกรีมรถแก๊สน้ำตาทำให้ฉันหวนนึกถึงความเจ็บปวดระหว่างการประท้วง ซึ่งฉันไม่เคยลืมเลย

การทำไอศกรีมรสแก๊สน้ำตานี้เป็นการสนับสนุนการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย เจ้าของร้านไอศกรีมที่ไม่เผยนามกล่าว และว่าเขาได้ลองใช้ส่วนประกอบหลายชนิด อาทิ วาซาบิ และมัสตาร์ด ในที่สุดก็พบว่าพริกไทยดำให้รสชาติที่ใกล้เคียงกับแก๊สน้ำตาที่สุดโดยทำให้เกิดความระคายเคืองในลำคอ

Photo : AP

ร้านขายไอศกรีมรสแก๊สน้ำตายังเปิดพื้นที่สำหรับแสดงความคิดเห็นต่อการเคลื่อนไหว รวมทั้งการใช้กระดาษแถบกาวเขียนแสดงความเห็นและติดตามผนังห้อง

เรานำพริกไทยดำมาคั่วและบด จากนั้นจึงนำมาทำไอศกรีมแบบอิตาลีซึ่งมีรสชาติร้อน เราเน้นให้เกิดความรู้สึกหลังจากที่กิน คือให้มีความรู้สึกระคายเคืองในลำคอ เหมือนกับการสูดแก๊สน้ำตาเข้าไป เจ้าของร้านไอศกรีมวัย 31 ปี กล่าว

Source

]]>
1282346
“แคร์รี ลัม” ซัดกลับอเมริกา “สองมาตรฐาน” หนุนม็อบฮ่องกง แต่กลับปราบผู้ประท้วงเหยียดผิว https://positioningmag.com/1281751 Tue, 02 Jun 2020 10:20:33 +0000 https://positioningmag.com/?p=1281751 แคร์รี ลัม ผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ออกโรงวิจารณ์รัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ว่าทำตัว “สองมาตรฐาน” โดยสนับสนุนม็อบฮ่องกงที่ต่อต้านกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ แต่กลับใช้ความรุนแรงปราบผู้ประท้วงต้านเหยียดผิวในอเมริกา

ในการแถลงข่าวครั้งแรกของ ลัม หลังจากที่สหรัฐฯ ประกาศถอนสถานะพิเศษทางการค้าของฮ่องกง ผู้นำหญิงรายนี้ฝากเตือนรัฐบาลประเทศต่างๆ ว่าการใช้บทลงโทษกับฮ่องกงจะทำให้พวกเขาต้องเป็นฝ่ายเสียผลประโยชน์เอง

“พวกเขาห่วงใยความมั่นคงของชาติตัวเองเสียเหลือเกิน แต่พอเป็นความมั่นคงของเรา พวกเขากลับมองผ่านเลนส์ที่ถูกตัดแสง (tinted glasses)”

“ที่สหรัฐฯ เราได้เห็นแล้วว่า รัฐบาลท้องถิ่นจัดการกับผู้ประท้วงที่ก่อจลาจลอย่างไร เมื่อเปรียบเทียบกับจุดยืนที่พวกเขาแสดงต่อการชุมนุมประท้วงในฮ่องกงที่แทบจะเหมือนกันไม่มีผิดเมื่อปีที่แล้ว”

จีนซึ่งเริ่มหมดความอดทนกับกิจกรรมของผู้ประท้วงซึ่งทำให้เศรษฐกิจฮ่องกงเข้าสู่ภาวะถดถอยครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี ประกาศเมื่อเดือน พ.ค. ว่าจะบังคับใช้กฎหมายความมั่นแห่งชาติเพื่อป้องปรามขบวนการแบ่งแยกดินแดน, การบ่อนทำลายรัฐ, ลัทธิก่อการร้าย และการแทรกแซงจากต่างชาติ

(Photo by Doug Mills-Pool/Getty Images)

กฎหมายฉบับนี้ยังจะเปิดทางให้หน่วยข่าวกรองจีนสามารถเข้าไปตั้งฐานปฏิบัติการในฮ่องกงได้อย่างเปิดเผยด้วย

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ระบุว่า เวลานี้ฮ่องกงไม่มีอำนาจปกครองตนเองขั้นสูงอย่างที่จีนเคยให้สัญญาไว้เมื่อตอนรับมอบเกาะแห่งนี้กลับคืนจากอังกฤษในปี 1997 ดังนั้นจึงหมดสิทธิ์ที่จะได้รับการปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ

ทางการจีน และฮ่องกงต่างยืนยันว่าสิทธิและเสรีภาพของประชาชนยังคงอยู่เหมือนเดิม ซึ่ง ลัม ก็ได้กล่าวย้ำอีกครั้งในวันนี้ โดยระบุว่า ความวิตกกังวลที่สาธารณชนมีต่อกฎหมายความมั่นคงแห่งชาตินั้น “เป็นเรื่องที่เข้าใจได้” ในระหว่างที่กฎหมายยังร่างไม่เสร็จ

ตำรวจสหรัฐฯ ยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมโดยสันติที่ทำเนียบขาวเมื่อวานนี้ ในขณะที่ ทรัมป์ ขู่จะใช้ทหารจัดการพวกที่ลุกฮือก่อจลาจล ซึ่งมีชนวนเหตุมาจากการเสียชีวิตของหนุ่มผิวสี ‘จอร์จ ฟลอยด์’ ระหว่างถูกตำรวจจับกุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

Photo : Josh Edelson | AFP | Getty Images

หลายเมืองทั่วสหรัฐฯ ต้องประกาศเคอร์ฟิวเพื่อควบคุมสถานการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่มีการลุกฮือประท้วงการลอบสังหาร มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ เมื่อปี 1968

ตำรวจสหรัฐฯ ในบางพื้นที่ก็ได้ร่วมเดินขบวนและคุกเข่าแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับผู้ประท้วง

สำหรับผู้ประท้วงในฮ่องกงนั้นเรียกร้องให้มีการจัดเลือกตั้งทั่วไป (universal suffrage) และให้ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบกรณีตำรวจฮ่องกงใช้ยุทธวิธีที่ป่าเถื่อนกับผู้ชุมนุม

ทางการฮ่องกงยังไม่เคยถึงขั้นประกาศเคอร์ฟิว ขณะที่ตำรวจก็ปฏิเสธข้อครหาใช้ความรุนแรงเกินเหตุ

Source

]]>
1281751
ลุยต่อ! “ม็อบฮ่องกง” กลับมาประท้วงต่อ หลัง COVID-19 เริ่มคลี่คลาย https://positioningmag.com/1275670 Mon, 27 Apr 2020 15:07:19 +0000 https://positioningmag.com/?p=1275670 หลังจากสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ในฮ่องกงเริ่มคลี่คลาย กลุ่มผู้เรียกร้องประชาธิปไตยก็กลับมารวมตัวชุมนุมกันอีกครั้ง เมื่อวันที่ 26 เม.. และต้องการให้ตำรวจปล่อยตัวนักเคลื่อนไหวที่ถูกจับกุมในช่วงก่อนหน้านี้

กลุ่มคนที่มารวมตัวประท้วงกันในครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวอายุน้อย มีจำนวนประมาณ 300 คน พวกเขามาชุมนุมกันภายในห้างสรรพสินค้า Cityplaza ในย่านไท่กู๋ชิง ทางฝั่งตะวันออกของฮ่องกง

บรรดาผู้ประท้วงต้องการให้ปล่อยตัวนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย 15 คน ที่ถูกจับกุมไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จากข้อกล่าวหาเข้าร่วมการประท้วงที่ไม่ได้รับอนุญาตเมื่อปี 2019

ตำรวจฮ่องกงได้นำกำลังเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้ประท้วง ตามคำสั่งของภาครัฐที่ห้ามมิให้มีการรวมตัวกันเกิน 4 คนในพื้นที่สาธารณะ โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น

การชุมนุมครั้งนี้ ทำให้ทางห้างต้องประกาศปิดก่อนเวลา ส่งผลให้ทั้งผู้ประท้วง รวมถึงบุคคลทั่วไปที่เข้าไปจับจ่ายซื้อของต้องออกจากห้างสรรพสินค้าทั้งหมด

จากข้อมูลเมื่อวันที่ 26 เมษายน ฮ่องกงมีผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 จำนวน 1,035 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตมีจำนวน 4 ราย

Source

]]>
1275670
ประท้วงยืดเยื้อฉุด GDP ฮ่องกงชะงัก ขณะที่กว่างโจว สิงคโปร์แซงหน้า https://positioningmag.com/1251009 Fri, 25 Oct 2019 09:49:41 +0000 https://positioningmag.com/?p=1251009 (เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.asiatimes.com)

HK’s GDP stalls as Guangzhou, Singapore soar past

By KG Chan

เศรษฐกิจฮ่องกงกำลังย่ำแย่ทำท่าตกลงสู่ภาวะถดถอย โดยเป็นผลพวงของสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน และกระแสการประท้วงอย่างยืดเยื้อในเขตบริหารพิเศษแห่งนี้เอง สภาพเช่นนี้ทำให้ในปีนี้อันดับของฮ่องกงในรายชื่อนครในแดนมังกร ซึ่งมีขนาดของจีดีพีสูงที่สุดหล่นลงไปอยู่อันดับ 5 หลังจากปีที่แล้วก็ถูกสิงคโปร์ ซึ่งเป็นคู่แข่งรายสำคัญระดับนานาชาติ แซงเลยหน้าไปเล็กน้อย ทว่าถ้าวัดกันที่ตัวเลขจีดีพีเฉลี่ยต่อหัวประชากรแล้ว ก็จะถูกสิงคโปร์ทิ้งห่างถึง 40% ทีเดียว

ฮ่องกงน่าจะจมถลำลงสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิคไปเรียบร้อยแล้วนับตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ขณะที่เศรษฐกิจของเขตพิเศษแห่งนี้ซึ่งประสบความยากลำบากจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ –ที่เป็น 2 คู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของนครแห่งนี้— อยู่แล้ว แถมยังต้องถูกตีกระหน่ำเพิ่มขึ้นอีกจากความไม่สงบในนครซึ่งยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 4

ในรอบครึ่งแรกของปี 2019 เศรษฐกิจของฮ่องกงอยู่ในอาการโซซัดโซเซแล้ว โดยสามารถขยายตัวได้เพียงแค่ 0.5% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นฝีก้าวที่เชื่องช้าที่สุดนับตั้งแต่ตอนประสบภาวะถดถอยในปี 2009 จากนั้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา ทั้งจำนวนผู้เดินทางมาเยือนและยอดการค้าปลีกต่างตกลงฮวบฮาบ ขณะที่การส่งออกยังคงทรุดตัวต่อเนื่อง เช่นเดียวกับอารมณ์ความรู้สึกทั้งของภาคธุรกิจ การลงทุน และผู้บริโภค ต่างดำดิ่งลงลึกกันทั่วหน้า

เหรินหมินรึเป้า (พีเพิลส์เดลี่) หนังสือพิมพ์ที่เป็นปากเสียงอย่างเป็นทางการของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ออกมาเตือนอีกครั้งหนึ่งว่า อิทธิพลบารมีทางเศรษฐกิจของฮ่องกงนั้นกำลังหดหายลดทอนลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเปรียบเทียบกับพวกนครที่กำลังบูมจำนวนหนึ่งบนแผ่นดินใหญ่ หรือกับสิงคโปร์ ซึ่งเป็นนครรัฐที่มีฐานะเป็นคู่แข่งขันรายสำคัญ

ในการจัดอันดับเมืองต่างๆ ในความปกครองของจีนโดยใช้เกณฑ์ผลผลิตทางเศรษฐกิจในรอบปี ฮ่องกงทำท่าจะหล่นลงไปอยู่อันดับ 5 ในปีนี้ ขณะที่ กว่างโจว มีหวังจะแซงหน้าขึ้นไปได้ เนื่องจากเมืองเอกของมณฑลกวางตุ้งและเป็นข้อต่อที่กำลังรุ่งเรืองของการค้า การพาณิชย์ และอุตสาหกรรมการผลิตในบริเวณภาคใต้ของจีนแห่งนี้ สามารถยืนท้าทายลมปะทะระดับโลกทั้งหลาย และทำอัตราเติบโตได้อย่างเข้มแข็งในระดับ 7.1% ต่อปี จนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในมียอดอยู่ที่ 1.17 ล้านล้านหยวน (165,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในรอบครึ่งปีแรกของปี 2019

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จำนวนผู้โดยสารและตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ที่เข้าออกสนามบินและท่าเรือของกว่างโจวนั้น ต่างแซงหน้าฮ่องกงไปแล้วในระหว่างเวลาดังกล่าว

นี่หมายความว่า เวลานี้นครใหญ่ของจีนซึ่งคุยอวดได้ว่ามีขนาดเศรษฐกิจใหญ่โตกว่าฮ่องกงไปเรียบร้อยแล้ว จะประกอบด้วย เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เซินเจิ้น และกว่างโจว

ขณะเดียวกัน ขนาดเศรษฐกิจของฮ่องกงเมื่อเปรียบเทียบกับยอดจีดีพีโดยรวมของทั่วทั้งประเทศจีน ก็ได้หล่นวูบลงมาจากที่เคยขึ้นไปสูงสุดคือ 27% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศโดยรวมของจีนเมื่อปี 1993 แต่มาถึงปี 2017 ก็ถอยกรูดจนเหลือไม่ถึง 3% นี่เป็นอีกจุดหนึ่งที่ข้อเขียนชิ้นนี้ในเหรินหมินรึเป้าตั้งข้อสังเกต

ในปี 1997 ตอนที่อังกฤษส่งมอบนครแห่งนี้กลับคืนมาอยู่ในอำนาจอธิปไตยของจีนนั้น จีดีพีของฮ่องกงยังมีขนาดเท่ากับประมาณ 20% ของแผ่นดินใหญ่ และใหญ่กว่าผลผลิตทางเศรษฐกิจของมณฑลกวางตุ้งทั่วทั้งมณฑล ทั้งนี้ในสมัยที่รุ่งเรืองที่สุด นครแห่งนี้ในช่วงที่ตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ได้แสดงบทบาทที่สำคัญยิ่งด้วยการเป็นคนกลางเรื่องการค้าและการลงทุนของจีน กับส่วนอื่นๆ ของโลก

มีความคิดเห็นกันด้วยว่า แม้กระทั่งพวกนครของแผ่นดินใหญ่ที่ถือเป็นนครชั้นสองระดับรองๆ ลงมาอีก เป็นต้นว่า ฉงชิ่ง (จุงกิง) เทียนจิน (เทียนสิน) ซูโจว อู่ฮั่น เฉิงตู และ หนานจิง (นานกิง) ก็อาจพากันวิ่งเลยหน้าฮ่องกง จนกระทั่งทำให้นครแห่งนี้ตกจากอันดับท็อป 10 ไปเลยภายในช่วงทศวรรษหน้า ขณะที่ศูนย์กลางชุมชนเมืองบนแผ่นดินใหญ่เหล่านี้ต่างกำลังมีเศรษฐกิจที่เติบโตขยายตัว เนื่องจากมีการลงทุนที่คึกคักเข้มแข็ง และฐานประชากรของพวกเขาก็มีความมั่นคง

เมื่อปีที่แล้ว สิงคโปร์ได้แซงหน้าฮ่องกงในเรื่องจีดีพีเป็นครั้งที่สองในรอบ 10 ปี ถึงแม้นำไปไม่มากไม่มาย นั่นคือ 364,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ 362,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ต้องไม่ลืมว่าสิงคโปร์มีประชากร 5 ล้านคน เปรียบกับฮ่องกงซึ่งมี 7 ล้านคน ดังนั้นเมื่อดูที่ตัวเลขจีดีพีเฉลี่ยต่อหัวประชากรแล้ว ของสิงคโปร์จะอยู่ในระดับสูงกว่าของฮ่องกงราวๆ 40% ทีเดียว ทั้งนี้ตามตัวเลขของเหรินหมินรึเป้า

จวบจนถึงเวลานี้ สิงคโปร์ยังคงสามารถหลีกเลี่ยงไม่ตกลงสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค ซึ่งมีคำจำกัดความทางวิชาการว่าหมายถึงอัตราเติบโตของเศรษฐกิจเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อยู่ในสภาพติดลบติดต่อกัน 2 ไตรมาสขึ้นไป ทั้งนี้เศรษฐกิจของนครรัฐแห่งนั้นในไตรมาส 3 ขยายตัวได้ 0.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว และอยู่ในระดับโตได้ 0.6% เมื่อเปรียบกับไตรมาสก่อนหน้า

สิงคโปร์อยู่ในฐานะที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากความปั่นป่วนวุ่นวายในฮ่องกง เนื่องจากพวกคนมั่งคั่งร่ำรวยระดับอัลตร้าริชของฮ่องกง พากันมองหาสถานที่ซึ่งมีความปลอดภัยมากกว่า สำหรับนำทรัพย์สินของพวกเขาไปจอดพักเอาไว้ ส่วนพวกบรรษัทนานาชาติก็เริ่มต้นตัดแยกแบ่งการดำเนินงานบางส่วนออก และโยกย้ายไปไว้ที่ศูนย์ธุรกิจและการเงินซึ่งมีเสถียรภาพมากกว่า

สิงคโปร์ในปีนี้ยังสามารถน็อกเอาต์สหรัฐฯ แซงขึ้นสู่อันดับหนึ่งในรายงานความสามารถในการแข่งขันประจำปี 2019 ที่จัดทำโดย เวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่ม (World Economic Forum) สำหรับเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ก็ยังถือว่าทำได้ไม่เลว โดยวิ่งขึ้นมาอยู่ในอันดับสาม (ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.weforum.org/reports/how-to-end-a-decade-of-lost-productivity-growth).

Source

]]>
1251009
ประท้วงฮ่องกงบานปลาย บุกเผาร้านค้าแบรนด์จีน “เสี่ยวหมี่” ย่านมงก๊ก https://positioningmag.com/1250385 Sun, 20 Oct 2019 19:49:53 +0000 https://positioningmag.com/?p=1250385

Photo : SCMPHongKong

ผู้ประท้วงในฮ่องกงยิ่งบ้าระห่ำ พุ่งเป้าโจมตีกิจการร้านค้าจากจีน ล่าสุดเซาท์ ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์รายงานว่ากลุ่มผู้ประท้วงในเขตมงก๊ก บุกเผาร้านค้าต่างๆ ได้แก่ ร้านขายโทรศัพท์มือถือแบรนด์ดังเสี่ยวหมี่ร้านสาขาของยักษ์ใหญ่ยาแผนจีนถง เหรินถังและ Best Mart 360 นอกจากนี้ยังจุดไฟเผาบริเวณทางออกของสถานีรถไฟใต้ดินมงก๊ก

สถานการณ์ประท้วงในฮ่องกงตอนดึกวันที่ 20 .. ตำรวจปราบจลาจลและผู้ประท้วงในฮ่องกงลุยศึกแลกแก็สน้ำตาและระเบิดขวด ขณะที่ประชาชนหลายหมื่นคนหลั่งไหลมาเข้าร่วมการเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลซึ่งผิดกฎหมาย ร้านค้า กลุ่มธนาคารของจีน และสถานีรถไฟใต้ดิน ได้ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มประท้วง

สถานีรถไฟใต้ดิน MTR รวมทั้งสิ้นอย่างน้อย 14 แห่ง ปิดบริการ การเดินทางโดยรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมฮ่องกงกับแผ่นดินใหญ่ก็หยุดชะงัก

กลุ่มผู้ประท้วงได้ปาระเบิดขวดใส่สถานีตำรวจกิมซาจุ่ยในเกาลูนหลังจากที่ตำรวจยิงแก็สน้ำตาสลายกลุ่มประท้วง นอกจากนี้ผู้ประท้วงสร้างสิ่งกีดขวางที่ถนนนาธาน (Nathan Road) แหล่งค้าปลีกในเกาลูน ขณะที่ตำรวจยกโขยงมาประจันหน้ายิงแก็สน้ำตา อีกทั้งมีการยิงปืนฉีดน้ำแรงดันสูงสลายกลุ่มประท้วง พ่นน้ำสีฟ้าใส่ผู้ประท้วงเพื่อระบุตัวพวกเขา ขณะที่ผู้ประท้วงทั้งปาระเบิดขวดและก้อนอิฐโต้ตอบ

ระหว่างที่เดินขบวนไปตามถนน ผู้ประท้วงได้เข้าไปป่วนสถานีรถไฟใต้ดิน ร้านค้า และธนาคารจีน ขณะนี้กลุ่มที่มีสายสัมพันธ์กับจีนในฮ่องกงวิตกความปลอดภัยของตน

ในตอนดึกวันที่ 20 .. ผู้ประท้วงในมงก๊ก ได้บุกเผาร้านค้าสาขาของแบรนด์จีน ได้แก่ ร้านโทรศัพท์มือถือ เสี่ยวหมี่ ยักษ์ใหญ่ร้ายยาแผนจีน ถงเหรินถัง และ Best Mart 360

สำหรับ Best Mart 360 นี้ กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลหัวรุนแรงชี้ว่ามีเอี่ยวกับ ฝูเจี้ยน แก๊งส์ ซึ่งโจมตีผู้เดินขบวน แต่ Best Mart 360 ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา

ตำรวจเผยว่าพวกเขาได้จับกุมผู้ประท้วงที่ปาระเบิดขวด กว่า 40 คน

ทั้งนี้ตำรวจได้ประกาศให้การเดินขบวนในวันอาทิตย์เป็นการประทำผิดกฎหมายเนื่องจากความวิตกต่อความปลอดภัยสาธารณะ แต่กลุ่มประท้วงก็หลั่งไหลออกมา มีทั้งเด็กนักเรียนและคนแก่ หลายคนถือร่มบังหน้า ไม่ให้กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ตามถนนบันทึกภาพของตน และถูกจับกุมตัว

การประท้วงในช่วงสองสามชั่วโมงแรกเป็นไปอย่างสงบสันติ ผู้ประท้วงชูป้าย ปลดปล่อยฮ่องกงเป็นอิสระ

ทั้งนี้ฮ่องกงถูกปกครองภายใต้สูตรการปกครอง หนึ่งประเทศ สองระบบ ซึ่งให้อิสระเสรีแก่ฮ่องกงอย่างที่แผ่นดินใหญ่ไม่มี เช่น การศาลยุติธรรมที่อิสระ

แต่ผู้ประท้วงไม่พอใจผู้นำ แคร์รี่ แลม ว่าล้มเหลวในการปกป้องเสรีภาพ โดยปล่อยให้ปักกิ่งเข้ามาครอบงำอำนาจปกครองบริหาร และการแถลงนโยบายประจำปีของแลม ก็ไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องของผู้ประท้วง ได้แก่ การปฏิรูปการเลือกตั้ง ตั้งคณะกรรมาธิการอิสระมาไต่สวนการกระทำของตำรวจ อภัยโทษผู้ที่ถูกจับกุมหรือถูกตั้งข้อหา หยุดระบุว่าผู้ประท้วงเป็นผู้ก่อจลาจล และถอนกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปดำเนินคดีที่จีนอย่างเป็นทางการ

ฝ่ายประท้วงชี้ว่าแม้แลมบอกว่ากฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปจีนได้ตายแล้วแต่มันยังไม่ถูกถอดถอนอย่างเป็นทางการ

ขณะนี้ฮ่องกงเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษซึ่งเป็นผลกระทบจากความไม่สงบ.

Source

]]>
1250385
จีนเริ่มแบนสินค้า “เสื้อดำ หน้ากาก ร่ม” ที่ส่งออกไปยังฮ่องกง https://positioningmag.com/1250330 Sat, 19 Oct 2019 16:36:40 +0000 https://positioningmag.com/?p=1250330 บริษัท จัดส่งซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง พรมแดนติดฮ่องกงได้ แจ้งกับลูกค้าว่า “ด่านศุลกากรได้คุมการส่งออกเสื้อผ้าสีดำและสินค้ารายการอื่นๆ อาทิ หมวกเหลือง ร่มสีเหลือง ธง เสาธง แบนเนอร์โปสเตอร์ ถุงมือ หน้ากาก เสื้อยืดสีดำ แท่งโลหะ หลอดฟลูออเรสเซนต์ กระบอง”

รายงานข่าว อ้างประกาศที่ตามมาโพสต์เมื่อวันที่ 26 กันยายนโดย EXPRESS ที่ตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง ว่า รายการสิ่งของต้องห้าม ประกอบด้วย : อาหาร ของเหลว ผงแป้ง ก๊าซ สินค้าแบรนด์ปลอม เครื่องจักรขนาดใหญ่ หมวกกันน็อค ร่ม สายรัดข้อมือ ผ้าเช็ดตัว แอมป์ เครื่องส่งรับวิทยุ เสื้อดำและเสื้อผ้าอื่นๆ แว่นตา ลูกปัดโลหะ ลูกโลหะ กรรไกรทำสวน โซ่โลหะ คบเพลิง กล้องส่องทางไกล ของเล่นควบคุมระยะไกล

“ลูกค้าที่ส่งผลิตภัณฑ์จะต้องใช้ชื่อจริงของพวกเขา หากรายการชื่อสินค้าทางไปรษณีย์กับสินค้าจริงไม่ตรงกัน สินค้าเหล่านี้จะถูกทิ้งไว้ในคลังสินค้า…สำหรับการส่งสินค้าดังกล่าว [ไปยังฮ่องกง] จะมีการสอบสวนอย่างละเอียด”

Source

]]>
1250330
ม็อบฮ่องกงสะเทือนวงการบันเทิง : ดาราลำบากใจเลือกทางไหนก็เจ็บตัว https://positioningmag.com/1243803 Sun, 25 Aug 2019 09:57:47 +0000 https://positioningmag.com/?p=1243803 ในกระแสแห่งการประท้วง เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่อุตสาหกรรมบันเทิง และเหล่าดาราต่างได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองไปด้วย ขณะที่เหล่าดาราจีนแผ่นดินใหญ่ต้องออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนรัฐบาลกันถ้วนหน้า เหล่าดาราฮ่องกงก็ได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน หากเลือกสนับสนุนผู้ประท้วง

การประท้วงต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนของฮ่องกงกลายเป็นเรื่องบานปลายใหญ่โตแล้ว ผู้ชุมนุมได้ยกระดับการประท้วงให้กลายเป็นการต่อต้านรัฐบาลฮ่องกง จนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจฮ่องกงในขณะนี้

ไม่อยากหมดอนาคต! (ในจีนแผ่นดินใหญ่) อย่าแสดงจุดยืนสนับสนุนม็อบ

สำหรับคราวนี้ดาราฮ่องกงส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่แสดงจุดยืนใดๆ แต่ก็ยังมีดาราฮ่องกงหลายๆ คนที่แสดงจุดยืนสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงเต็มตัว รวมถึงดาราอาวุโสวัย 71 ปี ดีนนี ยิป ที่เคยคว้ารางวัลระดับนานาชาติได้มากมายจากหนัง A Simple Life ที่ถึงขั้นไปร่วมชุนนุมเพื่อต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนด้วย จนแอปเพลงในจีนแผ่นดินใหญ่อย่าง QQ, Xiami, และ NetEase Cloud Music ได้ลบผลงานเพลงของเธอทั้งหมดทิ้งทันที

ดีนนี ยิป บอกว่าเธอไม่รู้สึกเสียใจ และมองว่าขณะนี้ “ฮ่องกงต้องการความช่วยเหลือ ฉันจะปกป้องประชาธิปไตยของฮ่องกงด้วยทุกอย่างเท่าที่มีอยู่”

เช่นเดียวกับ เดนนิส โห ศิลปินชื่อดังที่ประสบความสำเร็จมากมายกับการไปแสดงคอนเสิร์ตในจีนแผ่นดินใหญ่ และเคยเล่นคอนเสิร์ตปีละเป็นร้อยรอบ แต่สุดท้ายเธอก็โดนแบนห้ามเข้าไปแสดงในจีน จากการแสดงจุดยืนทางการเมืองต่อต้านรัฐบาลปักกิ่งมาตลอด

แม้แต่ดาราที่ไม่ได้ออกตัวอย่างมากมายอย่าง เสอซื่อมั่น เองก็ยังได้รับผลกระทบไปด้วย จากการที่เธอแค่กดไลค์ IG ภาพการประท้วงเท่านั้น ทั้งๆ ที่ในจีนแผ่นดินใหญ่แบนห้ามเข้า IG ด้วยซ้ำไป เสอซื่อมั่น ถูกชาวจีนแผ่นดินใหญ่เข้าไปโจมตีใน Weibo ของเธอมากมาย

คนทรยศ!!!

แน่นอนว่าดาราฮ่องกงที่เลือกอยู่ฝั่งรัฐบาลปักกิ่งก็มีอยู่เหมือนกัน และส่วนใหญ่ก็เป็นดาราที่เน้นทำงานในจีนแผ่นดินใหญ่เป็นหลักด้วย รวมถึง เฉินหลง พี่ใหญ่แห่งวงการบันเทิงที่ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างเต็มตัวว่าเขารักทั้งฮ่องกงที่เป็น “บ้านเกิด” และจีนแผ่นดินใหญ่ที่เป็น “ประเทศของตัวเอง”

ส่วน เหลียงเจียฮุย ก็ออกมาสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มตัว ไม่แปลกที่ เหลียงเจียฮุย จะมีจุดยืนในทำนองนี้ Chasing the Dragon II ผลงานล่าสุดของเขาทำเงินในจีนแผ่นดินใหญ่ถึง 43 ล้านเหรียญฯ มากกว่าที่ได้เงินในฮ่องกงเป็นสิบเท่าตัว นอกจากนั้นเขายังเล่นหนังที่เน้นฉายในจีนแผ่นดินใหญ่อีกหลายเรื่อง และกำลังจะมีผลงานกำกับเรื่องแรกคือ Midnight Diner เข้าฉายด้วย

ผู้กำกับ เผิงเฮ่าเสียง ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นผู้กำกับที่สร้างหนังสะท้อนชีวิตของคนฮ่องกงโดยตรง ก็เลือกฝั่งจีนแผ่นดินใหญ่เช่นเดียวกัน โดยเขาโพสต์ข้อความว่าจะขอ “ปกป้องธงชาติจีน” หลังมีผู้ประท้วงไปปลดธงจีนทิ้งโยนลงทะเล ซึ่งจุดยืนดังกล่าวทำให้ดาราชื่อดัง แชปแมน ตู้ รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทั้งคู่เป็นเพื่อนที่ทำงานด้วยกันมานาน แต่คราวนี้กลับมีความเห็นแตกต่างกันมาก

“คุณเองก็มีเงินอยู่แล้วตั้งเยอะแยะ” แชปแมน ตู้ เขียน “บอกว่าตัวเองขอปกป้องธงชาติใช่รึเปล่า? แน่จริงก็กระโดดลงทะเลไปพร้อมกับธงชาติเลยซิ หวังจิง (ผกก. อีกคน) ยังมีศักดิ์ศรีมากกว่าคุณ เพราะอย่างน้อยเขาก็ยังกล้าที่จะบอกว่าเขาไม่แคร์คนฮ่องกงอีกแล้ว”

ดาราฮ่องกงอย่าง ชอว์น หยู และไอดอลหนุ่ม แจ็คสัน แห่งวง GOT7 ก็แสดงตัวขอ “ปกป้องธงชาติจีน” ด้วยเช่นเดียวกัน แม้ชาวจีนน่าจะถูกใจกับจุดยืนของพวกเขา แต่ชาวฮ่องกงกลับไม่พอใจมาก GOT7 ถึงกับต้องเลื่อนคอนเสิร์ตในฮ่องกงกันเลยทีเดียว

ดาราจีนแผ่นดินใหญ่พร้อมโดนด่า

ขณะที่ดาราฮ่องกงแบ่งแยกเป็น 2 ทาง แต่ดาราจีนแผ่นดินใหญ่กลับแสดงจุดยืนชัดเจน

กลายเป็นปรากฏการณ์ก็ว่าได้เมื่อมีดาราจีน และนางแบบจากแผ่นดินใหญ่ ประกาศยกเลิกสัญญากับสินค้าของชาติตะวันตกที่เคยแสดงออกว่าไม่เคารพนโยบาย “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ของจีนแผ่นดินใหญ่ นำโดยดาราสาวคนดัง หยางมี่ ที่ขอยกเลิกสัญญากับแบรนด์ต่างชาติที่จำหน่ายเสื้อที่ตีพิมพ์ชื่อ ไต้หวัน และ ฮ่องกง ในฐานะประเทศทันที

ตอนนี้มีดาราหลายคนที่ทำแบบเดียวกัน แม้พวกเขาจะต้องสูญเสียเงินไม่น้อยจากการขอเลิกสัญญาก็ตาม ทั้งนางแบบซูเปอร์สตาร์ หลิวเหวิน ดาราสาว หลิวหยุน ที่ยกเลิกสัญญากับ Calvin Klein ทันที เช่นเดียวกับ เลย์ แห่งวง EXO ก็ขอยุติสัญญากับ Samsung ด้วยเหตุผลเดียวกัน

แต่ที่ดังที่สุดก็คือดาราสาว หลิวอี้เฟย ที่กำลังจะมีผลงานการแสดงในหนังฮอลลีวูด Mulan ที่บอกว่าเธอสนับสนุนการทำงานของตำรวจฮ่องกง และยึดมั่นในนโยบาย “หนึ่งประเทศสองระบบ จนทำให้ชาวฮ่องกงไม่พอใจมาก ส่วนชาวอเมริกันเองก็ไม่ค่อยสบอารมณ์กับเรื่องนี้ และบอกว่า หลิวอี้เฟย ที่โตมาในสังคมอเมริกันน่าจะตระหนักถึงคุณค่าของประชาธิปไตยมากกว่านี้ จนเกิดกระแสเรียกร้องให้แบนหนัง Mulan ผลงานการแสดงของเธอกันเลยทีเดียว

แน่นอนว่าหลายคนอาจผิดหวังกับจุดยืนของดาราหลายๆ คน และมองว่าอย่างน้อยพวกเขาและเธอก็น่าจะอยู่เงียบๆ ปิดปากเอาไว้ดีกว่า แต่ต้องไม่ลืมว่ารัฐบาลปักกิ่งพร้อมแบน แบล็คลิสต์ และตรวจสอบดำเนินคดีกับเหล่าคนดังในกรณีต่างๆ แบบไม่ไว้หน้า และไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายใดๆ เสมอ การประกาศจุดยืนทางการเมืองจึงอาจจะไม่ใช่ทางเลือกของพวกเขาและเธอ แต่เป็นความจำเป็นสำหรับอาชีพในจีนแผ่นดินใหญ่.

Source

]]>
1243803