แบนโฆษณา – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Mon, 04 Nov 2019 04:43:41 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 เปิดศึกโฆษณาการเมือง Twitter-Facebook หลังทวิตภาพประกาศแบนโฆษณา https://positioningmag.com/1252027 Sat, 02 Nov 2019 18:59:55 +0000 https://positioningmag.com/?p=1252027 กลายเป็นศึก 2 คน 2 คมไปแล้วสำหรับ Jack Dorsey ประธานบริหารของ Twitter ที่ประกาศเมื่อว่าจะไม่มีการซื้อขายโฆษณาทางการเมืองในระบบ Twitter อีกต่อไป กำหนดดีเดย์คือตั้งแต่พฤศจิกายน 2019 เป็นต้นไป

แม้ว่าจะไม่มีการเอ่ยชื่อ Mark Zuckerberg เจ้าพ่อ Facebook แต่ก็ชัดเจนว่าความเคลื่อนไหวนี้กระทบกับจุดยืนการรับเงินซื้อโฆษณาทางการเมืองที่พบว่ามีการแสดงข้อมูลเท็จบน Facebook อย่างจัง ทำให้สื่อทั่วโลกจับตาเป็นพิเศษเพราะ CEO Twitter นั้นออกหมัดตรงถึง Facebook มากขึ้นเรื่อย แม้ว่าทั้งคู่จะตกที่นั่งคล้ายกัน เรื่องถูกตรวจสอบเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม

Twitter ไม่ใช่คนแรกที่เลือกเดินทางนี้ ยังมี TikTok ที่ประกาศไปก่อนหน้านี้แล้วว่าจะห้ามโฆษณาทางการเมืองบนแพลตฟอร์ม

สื่อมอง Twitter กำลังกระทุ้ง Facebook

การประกาศงดซื้อขายโฆษณาทางการเมืองบนแพลตฟอร์ม Twitter อาจถูกมองว่าเป็นการตัดสินใจเพื่อรับช่วงเวลาเตรียมการเลือกตั้งปี 2020 ที่จะมีขึ้นวันที่ 22 พฤศจิกายนปีหน้า บนเหตุผลที่ Twitter มองว่าการจ่ายเงินเพื่อเพิ่มตัวเลข reach ของเนื้อหาที่เป็นสุนทรพจน์ทางการเมืองนั้นมีแง่มุมและแนวทางหลากหลายซึ่งโครงสร้างระบบประชาธิปไตยปัจจุบันอาจยังรับมือไม่ได้

คำพูดนี้ทำให้สื่อเชื่อว่า Jack Dorsey กำลังกระทุ้ง Mark Zuckerberg เพราะการประกาศจุดยืนใหม่ของ Twitter นั้นเกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาทีก่อนที่จะมีการประกาศผลประกอบการ Facebook ซึ่งตัว Facebook ยังไม่มีวี่แววเมินโฆษณาทางการเมือง เนื่องจากต้องการยืนฝั่งสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นหรือ freedom of speech

Facebook ยืนยันช่วงก่อนหน้านี้ว่าจะไม่ปิดกั้นโฆษณาทางการเมือง แม้ว่าโฆษณานั้นจะแสดงข้อมูลเท็จ โดยให้เหตุผลว่าหาก Facebook ปิดกั้น ก็จะเข้าข่ายละเมิดภารกิจของบริษัทในการส่งเสริมความเสรีในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ Facebook ประกาศแบบนี้ Twitter ก็ประกาศคนละทางว่าไม่อนุญาตให้มีโฆษณาทางการเมืองอีกต่อไป ซึ่งรวมถึงโฆษณาแคมเปญจากผู้สมัครทางการเมืองและโฆษณาในหัวข้ออ่อนไหวอื่นด้วย เช่น ภาวะโลกร้อนหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก และการทำแท้ง

ความเห็นของ Dorsey ที่ไม่ลงรอยกับ Zuckerberg ถูกสื่ออเมริกันจับตามองใกล้ชิด โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Dorsey ใช้คำว่า “Hell no” หรือไม่มีทางเลยเมื่อถูกถามว่า Twitter จะเข้าร่วมโครงการเงินดิจิทัล Libra Currency ของ Facebook หรือไม่? ไม่ว่าอย่างไร จุดยืนชัดเจนของ Twitter จะถูกประกาศอีกครั้งในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้นโยบายใหม่ใน 7 วันถัดมา เพื่อแจ้งให้ผู้โฆษณาปัจจุบันทราบรายละเอียดก่อนที่การเปลี่ยนแปลงจะมีผลบังคับใช้

หน้าที่ใคร?

ในมุมของ Zuckerberg เจ้าพ่อ Facebook ยืนยันว่ามีเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจคนละทางกับ Twitter โดยบอกว่าที่ต้องอนุญาตให้โฆษณาทางการเมืองที่มีข้อมูลเท็จแสดงผลบน Facebook เพราะไม่คิดว่าเป็นเรื่องเหมาะสมสำหรับบริษัทเอกชนที่จะเซ็นเซอร์นักการเมืองและข่าวสาร

แต่ประเด็นนี้ Twitter มองว่าปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยการทำให้โฆษณาทางการเมืองไม่สามารถให้บริการได้จนกว่าจะมีทางออกที่ดีกว่าเพื่อให้ทุกอย่างอยู่ในความดูแลอยู่เสมอ โดยที่ชาวออนไลน์จะยังสามารถโพสต์สิ่งที่ต้องการบน Twitter ได้ต่อไป แต่พวกเขาไม่สามารถจ่ายเงินให้ Twitter เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายและขยายข้อความทางการเมืองที่อาจทำให้เข้าใจผิดได้

CEO ของ Twitter ยอมรับว่าปัญหานี้จะส่งผลต่อการสื่อสารบนอินเทอร์เน็ตทั้งหมดไม่ใช่แค่โฆษณาทางการเมือง โดย Dorsey ทวีตว่าทางที่ดีที่สุดที่ Twitter จะทำได้คือการมุ่งเน้นที่รากฐานของปัญหา โดยไม่ต้องรับภาระและความซับซ้อนในการรับเงินค่าโฆษณา ซึ่งความพยายามแก้ไขปัญหาทั้ง 2 ทางจะช่วยแก้ไขภาพเสียและบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของ Twitter ได้ด้วย

โฆษณาทางการเมืองนั้นได้รับการยืนยันว่ามีสัดส่วนน้อยมาก ทำให้ผลกระทบทางธุรกิจโดยรวมของโฆษณากลุ่มนี้อยู่ในระดับน้อยทั้ง Facebook และ Twitter โดยประธานฝ่ายการเงิน Twitter ทวีตว่าการโฆษณาทางการเมืองสร้างรายได้เพียง 3 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงการเลือกตั้งกลางปี 2018

แม้จะถูกเหน็บแนมขนาดไหน Zuckerberg ยังคงยึดมั่นในแนวทางเดิมว่าไม่ใช่หน้าที่ของ Facebook ในการคุมกำเนิดโฆษณาทางการเมือง โดยมองว่าการประกาศของ Dorsey เป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม แต่ในที่สุดแล้ว Facebook จะยังติดตามผลดีผลเสียอย่างต่อเนื่องว่าจะอนุญาตให้มีการลงโฆษณาทางการเมืองหรือไม่ในอนาคต.

]]>
1252027
ต่ำกว่า 18 ปี “ห้ามดู” Instagram จำกัดวัยรุ่นเห็นโพสต์ยาลดน้ำหนัก-ศัลยกรรมความงาม https://positioningmag.com/1247149 Sat, 21 Sep 2019 04:53:35 +0000 https://positioningmag.com/?p=1247149 อินสตาแกรม (Instagram) เครือข่ายสังคมภาพสุดฮิตประกาศนโยบายใหม่ จำกัดไม่ให้ผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีชมโพสต์ที่เน้นโปรโมทผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก ขณะเดียวกันก็ไม่อนุญาตให้วัยรุ่นดูโพสต์ขั้นตอนการทำศัลยกรรมความงาม รวมถึงจะสั่งแบนโฆษณาบางรูปแบบที่ส่งเสริมผลิตภัณฑ์กลุ่ม “ผอมเร็ว” แบบผิดปกติด้วย

ความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของ Instagram เกิดขึ้นหลังจากมีกระแสวิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับ Instagram influencer หรือเน็ตไอดอลที่มีผู้ติดตามบน Instagram จำนวนมากที่โพสต์ภาพผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักเป็นการโฆษณา โพสต์เหล่านี้อาจทำให้วัยรุ่นมีทัศนคติไม่ถูกต้องเกี่ยวกับค่านิยมรูปร่างกายมนุษย์ ซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิดคิดว่าควรใช้ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักเพื่อให้บรรลุเป้าหมายหุ่นเพรียวลมแบบไม่เสียเหงื่อและไม่ต้องเสียเวลา

เบื้องต้น Instagram ยกตัวอย่างว่าบริษัทจะจำกัดผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ให้เห็นโพสต์ที่แสดง “ซองชาลดน้ำหนัก” ในโพสต์ รวมถึงทุกโพสต์ที่มีจุดประสงค์กระตุ้นให้ผู้ติดตามซื้อ ซึ่งผู้โพสต์จะพบว่าโพสต์นั้นไม่มีการแสดงต่อผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

ไม่เพียงไม่แสดงโพสต์ Instagram ยังกล่าวอีกว่าจะลบโพสต์ทั้งหมดหากในโพสต์มีคำบรรยายสรรพคุณเกินจริง เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักหรือการลดน้ำหนักบางวิธี รวมถึงโพสต์ที่มีการให้ข้อเสนอเชิงพาณิชย์ เช่น รหัสส่วนลด ก็จะถูกแบนเช่นกัน

เอ็มม่า คอลลินส์ (Emma Collins) ผู้จัดการการเปลี่ยนแปลงนโยบายสาธารณะของ Instagram กล่าวว่าบริษัทต้องการให้ Instagram เป็นสถานที่ที่ดี เหมาะสำหรับทุกคนให้มาใช้งานรวมกันได้ โดยย้ำว่านโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานต่อเนื่องของ Instagram เพื่อลดแรงกดดันที่บางครั้งผู้ชมอาจจะรู้สึกกับโซเชียลมีเดียในแง่ลบ

สำหรับประเทศไทย Instagram ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการถึงแผนการจัดการเนื้อหาในผู้ใช้กลุ่มอายุต่ำกว่า  18 ปี ซึ่งคาดว่าจะมีความเคลื่อนไหวในไทยและตลาดอื่นออกมาประกาศในเร็ววัน.

Source

]]>
1247149
Google แบนโฆษณาเงินคริปโต-ICO ตามรอยเฟซบุ๊กแล้ว https://positioningmag.com/1161730 Thu, 15 Mar 2018 03:33:03 +0000 https://positioningmag.com/?p=1161730 จากที่เฟซบุ๊ก (Facebook) ออกมาประกาศแบนโฆษณาที่เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล และการทำ ICO ไปแล้วตั้งแต่เมื่อต้นปี ล่าสุด แพลตฟอร์มโฆษณายักษ์ใหญ่อีกรายอย่างกูเกิล (Google) ก็ออกมาประกาศแบนโฆษณาที่เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลแล้วเช่นกัน

คอนเทนต์ที่จะถูกแบนนั้น ไม่ใช่เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเงินคริปโตอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคอนเทนต์ที่แนะนำการลงทุน คำแนะนำในการซื้อขาย หรือโฆษณาเกี่ยวกับวอลเล็ต (Wallet) ด้วย

สำหรับนโยบายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2018 เป็นต้นไป 

สก็อต สเปนเซอร์ ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืนในการโฆษณา กล่าวว่า “เราไม่มีลูกแก้ววิเศษมาทำนายว่า อนาคตเงินคริปโตจะสร้างอิมแพ็กระดับใด แต่ในตอนนี้เราก็เห็นตัวอย่างของผู้บริโภคที่เสียหาย หรือมีความเสี่ยงจะเสียหายจากการทำ ICO เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งทำให้เราต้องการส่งคำเตือนไปยังคนเหล่านี้

การแบนเงินคริปโต และการทำ ICO นั้น อาจสะท้อนได้จากรายงานด้านโฆษณาประจำปีของกูเกิล ที่พบว่ามีการระงับโฆษณาไปมากกว่า 3.2 พันล้านชิ้นในปี 2017 เพิ่มขึ้นจากปี 2016 ที่มีอยู่แค่ 1.7 พันล้านชิ้นมาเกือบสองเท่า 

ส่วนหนึ่งที่ต้องทำเช่นนี้ อาจเป็นเพราะรายได้หลักของอัลฟาเบ็ต (Alphabet) บริษัทแม่ของกูเกิลมาจากเงินค่าโฆษณา (84 เปอร์เซ็นต์) ซึ่งการทำให้รายได้ตัวนี้เพิ่มมูลค่า จึงเป็นการทำให้นักโฆษณามั่นใจได้ว่า แพลตฟอร์ม หรือระบบนิเวศของกูเกิลนั้น ปลอดภัยอย่างแท้จริง.

ที่มา : mgronline.com/cyberbiz/detail/9610000025816

]]>
1161730