แมนยู – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Fri, 15 Jul 2022 05:41:18 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 สรุปทุกดราม่า ‘The Match’ กับบทเรียนสำคัญของ ‘ผู้จัด’ หากคิดการใหญ่ https://positioningmag.com/1392561 Thu, 14 Jul 2022 16:58:35 +0000 https://positioningmag.com/?p=1392561 จบไปแล้วสำหรับแมตช์ประวัติศาสตร์ในรอบ 100 ปี ที่สองสโมสรระดับ Top ของโลกอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล ได้เจอกันนอกเกาะอังกฤษ และนับเป็นแดงเดือดครั้งแรกในเอเชียและในประเทศไทยอีกด้วย อย่างไรก็ตาม นอกจากความยิ่งใหญ่ของงาน การแข่งขันที่เข้มข้นและผลสกอร์ที่เกินคาด อีกสิ่งที่เหล่าแฟนบอล (และไม่ใช่แฟนบอล) จะจดจำไปอีกนานคงจะหนีไม่พ้น ดราม่า ที่เกิดตั้งแต่ก่อนแข่งยันจบการแข่งขัน อีกทั้งยังมีสารพัดมีมขำ ๆ ที่เกิดขึ้น โดยทาง Positioning จะสรุปรวมทุกดราม่าใน The Match กันว่ามีอะไรบ้าง

ตั๋วแพงยิ่งกว่าดูที่อังกฤษ

ย้อนไปเมื่อวันที่ 2 เมษายน ถือเป็นวันแรกของการเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขันฟุตบอล ‘ศึกแดงเดือด’ THE MATCH: Bangkok Century Cup 2022 ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปะทะ ลิเวอร์พูล โดยจะเป็นการเตะช่วงพรีซีซั่น ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ประเทศไทย โดยบัตรเข้าชมการแข่งขันได้จัดจำหน่ายผ่าน Thaiticketmajor โดยมีจำหน่ายทั้งหมด 7 ราคา คือ 5,000 / 7,000 / 12,000 / 15,000 / 20,000 / 22,000 และ 25,000 บาท รวมความจุทั้งหมด 60,000 ที่นั่ง

หลังจากเปิดราคามาก็มีเสียงบ่นว่า ตั๋วแพง เพราะถ้าเทียบราคากับศึกแดงเดือดในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ โดยราคาเริ่มต้นที่ 2,000 บาท จนถึง 20,000 บาท ซึ่งเป็นตั๋วแบบ Hospitality มีรถรับส่ง มีอาหารให้กิน 1 มื้อ แต่แน่นอนว่าถ้าแค่เทียบที่ราคาคงไม่ได้ เพราะถึงตั๋วในอังกฤษราคาไม่แพงแต่ก็ไม่ได้หาซื้อได้ง่าย ๆ อีกทั้งถ้าจะเดินทางไปชมเองก็คงต้องเสียมากกว่านี้แน่นอน

ดึง แจ็คสัน หวัง โชว์เปิดเพราะตั๋วขายไม่หมด?

หลังจากที่เปิดจำหน่ายตั๋ว มีข่าวออกมาว่าแม้ว่าภายในวันแรกที่เปิดจำหน่าย ตั๋วโซนราคา 25,000 / 12,000 / 7,000 และ 5,000 บาท ถูกจำหน่ายหมดแล้ว เหลือบัตรโซนราคา 20,000 และ 15,000 บาท จากนั้นวันที่ 9 มิถุนายน ก็มีประกาศบิ๊กเซอร์ไพรส์ว่า แจ็คสัน หวัง ศิลปินชื่อดังแห่งวง GOT7 จะมาแสดงเปิดเกมแดงเดือดเป็นเวลา 1 ชั่วโมงเต็ม

แน่นอนว่าในโลกกีฬา การมีศิลปินมาแสดงโชว์เปิดงานหรือคั่นระหว่างพัก ถือเป็นเรื่องปกติ อย่างนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2022 ก็ได้ Camila Cabello มาขึ้นโชว์เพื่อเป็นสีสันก่อนแข่งขัน แต่กับ The Match นี้ หลายคนมองว่าการใช้แจ็คสัน หวังมาแสดงเปิดเกมไม่น่าใช่ เซอร์ไพรส์ แต่ต้องการดึงให้เหล่า อากาเซ่ หรือแฟนคลับ GOT7 มาซื้อบัตรเข้าชมที่เหลือ เนื่องจาก บัตรขายไม่หมด มากกว่า

อย่างไรก็ตาม ทาง เสี่ยวินิจ เลิศรัตนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด ออกมากล่าวเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า การจัดคอนเสิร์ตขึ้นในงานเดอะแมตช์ ไม่ใช่เพิ่งคิด แต่คิดมาตั้งแต่เริ่มจะจัดการแข่งขันครั้งนี้แล้ว และก่อนที่จะมาลงตัวที่แจ็คสัน หวัง ชื่อของ ลิซ่า แบล็กพิงก์ และ วงคาราบาว ก็ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือก แต่ด้วยช่วงเวลาต่าง ๆ มาลงตัวที่แจ็คสัน หวัง

ดราม่าจริงเริ่มที่พิมรี่พาย

ไม่ว่าจะเป็นเสียงบ่นเรื่องตั๋วแพงหรือการดึงแจ็คสัน หวังมาเพื่อขายบัตรเหล่าอากาเซ่กลายเป็นแค่เรื่องน้ำจิ้ม เพราะดราม่าของจริงได้เริ่มต้นในช่วงค่ำคืนวันที่ 24 มิ.ย. พิมรี่พายได้ไลฟ์สด ขายตั๋วแดงเดือด ถ้าแค่ขายตั๋วคงไม่ดราม่า แต่ด้วยจำนวนตั๋วที่นำมาขายสูงถึง 2 หมื่นใบ แบ่งเป็นบัตร 20,000 บาท รวม 10,000 ใบ และ บัตร 15,000 บาท รวม 10,000 ใบ โดยหลายคนตั้งคำถามว่า “ไหน Thaiticketmajor จำกัดการซื้อแค่คนละ 4 ใบไง”

ไม่ใช่แค่จำนวนตั๋วในมือ แต่ยัง ลด 25% โดยบัตร 20,000 บาท ขาย 15,000 บาท บัตร 15,000 บาท ขาย 11,000 บาท อีกทั้งยังมีการ ขายบัตรชมซ้อม ทั้งที่บัตรเข้าชมการซ้อมจะเป็นการสุ่มจากผู้ที่ซื้อบัตรเข้าชมซะอย่างงั้น และที่ดราม่าไปอีกขั้นเพราะจะนอกจากได้ตั๋วราคาลดพิเศษ มีการขายบัตรซ้อม พิมรี่พายยังสุ่มจับเลขที่ออเดอร์เพื่อ ไปกินข้าวกับแจ็คสัน หวังและนักเตะเตะแมนยูฯ ลิเวอร์พูล อีกด้วย ซึ่งข้อนี้ทั้งแฟนบอลและแฟนคลับก็มองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติศิลปินและนักเตะเลย

หลังจากดราม่าเกิดขึ้น เสี่ยวินิจก็ได้ออกมาชี้แจงว่า บัตรในส่วนที่พิมรี่พายเอาไปขาย คือ บัตรโควต้าของ 2 ทีมที่กันไว้ให้ทีมเอาไปขายแฟนบอลต่างประเทศ แต่บัตรเหลือตีกลับมาที่เฟรชแอร์​ โดยบัตรส่วนนี้ ไม่ได้ถูกขายในระบบตั้งแต่แรก โดยทางพิมรี่พายติดต่อขอซื้อบัตรเอง และได้ขายให้ในราคาปกติ แต่พิมรี่พายไปจัดกิจกรรมเอง และเรื่องนัดกินข้าวตามข่าวนั้น ไม่เป็นความจริง

เรื่องเหมือนจะจบแค่นั้น แต่ก็ไม่จบเพราะทั้ง 2 สโมสรออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า “สโมสรไม่เคยอนุมัติการขายบัตรรูปแบบดังกล่าว และไม่มีการรับประทานอาหารค่ำที่ผู้โชคดีจะได้พบกับนักเตะชุดใหญ่ของทีม” ซึ่งแถลงการณ์ของทั้งสองสโมสรนั้นขัดแย้งกับที่เสี่ยวินิจออกมาชี้แจง หลายคนจึงตีความว่า เสี่ยวินิจอาจให้พิมรี่พายช่วยขายตั๋วที่เหลือให้มากกว่า

แจกตั๋วฟรีโค้งสุดท้าย

หลังจากกระแสดราม่าเรื่องตั๋วจะซาลงไป แต่ก็กลับมีดราม่าอีกครั้งก่อนแข่งแค่ 1 วัน เนื่องจากบูธ แอดไวซ์ ไอที (Advice IT) ได้จำหน่าย ขายตั๋วลดราคา 50% สำหรับตั๋วราคา 7,000 บาท 12,000 บาท และ 15,000 บาท โดยทางแอดไวซ์ได้ระบุว่า “วางแผนมาแล้วเพื่อตอบแทนลูกค้าตั้งแต่แรกแล้ว”

แต่ดราม่าลด 50% ยังไม่ทันข้ามวัน มาวันที่ 12 ก.ค. แอดไวซ์ก็ได้ประกาศผ่าน Facebook เพจว่า แจกตั๋วแดงเดือดฟรีจำนวน 25 ใบ โดยตั๋วที่นำมาแจกนั้นเป็น ตั๋วที่ลูกค้าสละสิทธิ ดังนั้น จึงไม่อยากให้เกิดดราม่า ซึ่งหลังจากมีประกาศก็มีคนจำนวนมากไปต่อแถวบริเวณประตู 1 เพื่อรอรับตั๋วฟรี

ถ่ายทอดสดสะดุดเพราะ AIS Play ล่ม

นอกจากแฟนบอลจะสามารถรับชมการแข่งขันในสนามแล้ว ยังมีช่องทางรับชมอื่น ๆ จากสปอนเซอร์ ได้แก่ โรงภาพยนตร์ SF 47 สาขา รวมกว่า 30,000 ที่นั่ง โดยมีการจำหน่านแพ็กเกจเดี่ยวชมเฉพาะดูเกมแดงเดือดในราคา 500 บาท และแพ็กเกจคู่ชมคอนเสิร์ตแจ็คสัน หวังในราคา 900 บาท

อีกช่องทางคือ AIS Play สำหรับลูกค้า และดราม่าก็บังเกิดตรงนี้ เนื่องจากมีผู้ชมจำนวนมากจน แอปล่ม ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่แฟนบอลที่รอชมจำนวนมากจนเกิดเป็นแฮชแท็ก #aisplay ขึ้นเทรนด์อันดับ 1 บนทวิตเตอร์ จนเอไอเอสต้องแก้ไขสถานการณ์โดยเพิ่มช่องทางการถ่ายทอดสดใช้ชมผ่านทาง www.ais.th/live รวมถึงได้ออกมาชดเชยลูกค้าในภายหลัง เช่น ยกเว้นค่าบริการและมอบอินเทอร์เน็ตและโทรฟรี

ถ้วยแชมป์ก็ดราม่า

ปิดฉากแดงเดือดด้วยดราม่าสุดท้าย ถ้วยแชมป์ เริ่มจาก ขนาดที่ใหญ่ โดยมีน้ำหนักถึง 20 กิโลกรัม ซึ่งชาวเน็ตหลายคนมองว่า มันใหญ่เกินไป แถมหน้าตายังไม่เหมือนถ้วยรางวัลอีกด้วย ซึ่งสาเหตุที่ขนาดถ้วยมันใหญ่ขนาดนี้ จริง ๆ แล้วมันใหญ่เพราะฐาน ที่ได้ สุเชาว์ เภาพงษ์ นักทำเคสคอมตั้งโต๊ะระดับโลกมาออกแบบฐาน (ซึ่งเป็นเคสคอมพิวเตอร์) ให้มีรูปลักษณ์เหมือนสนามราชมังฯ โดยมีโทรฟี่แชมป์ The Match วางอยู่ด้านใน

ซึ่งในตอนแรก ผู้ออกแบบไม่คิดว่าจะมอบให้พร้อมกับฐาน คิดว่าจะมอบแค่ถ้วย ส่วนฐานก็มีไว้ตั้งโชว์เฉย ๆ แต่ทางผู้จัดงานนั้นชอบผลงานดังกล่าวมาก จึงตัดสินใจเลือกมอบถ้วยพร้อมฐานไปเลย และนอกจากดราม่าเรื่องขนาดแล้ว ยังมีดราม่าว่า แชมป์ The Match อย่าง แมนยูฯ ไม่เอาถ้วยกลับไปด้วย โดยถูกวางไว้ที่ห้องนักข่าว

อย่างไรก็ตาม ทางผู้จัดก็ได้ออกมาชี้แจงว่า ไม่ใช่ไม่เอากลับ แต่ไม่สะดวก เพราะสโมสรต้องไปเตะพรีซีซั่นที่ออสเตรเลียต่อ ดังนั้น ทางผู้จัดก็เลยต้องใส่แพ็กเกจใส่กล่องให้เรียบร้อย แล้วส่งตามหลังไปให้ที่สโมสร เป็นอันจบดราม่าเรื่องการทิ้งโทรฟี่ไว้ไทย

มีมขำ ๆ ก่อนแดงเดือด

นอกจากดราม่าแล้ว ยังมีมีมขำ ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ทั้ง 2 สโมสรมาถึงไทยอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การนั่งบน ถังน้ำแข็ง ของกัปตันทีมแมนยูฯ อย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่หลายคนชอบแซวว่าเป็น นักเตะสายคอนเทนต์ ที่ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรมักจะถูกแซวเสมอ เหมือนกับภาพที่กำลังนั่งชิล ๆ อยู่บนลังน้ำแข็งจนชาวเน็ตชี้ว่า นี่มัน Soft Power ของไทยชัด ๆ

หรืออย่างฝั่งลิเวอร์พูลเองก็มีมีมฮา ๆ เมื่อนักเตะเลือกขึ้นรถบัส ต้อม เสริมยนต์ คันสีขาวที่ไม่ได้ตกแต่งโลโก้ของสโมสร ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความเข้าใจผิด แต่เพราะนักเตะขึ้นไปจับจองที่นั่งแล้วจึงต้องปล่อยเลยตามเลย แต่ก็ถือเป็นโมเมนต์น่ารักเพราะเหล่านักเตะได้โบกมือทักทายแฟนบอลแบบชัด ๆ ผ่านกระจกกันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ก็มีเรื่องราวขำ ๆ เช่น Official Page Liverpool FC ได้โชว์ภาพ ติอาโก้ อัลคันทาร่า นักเตะชื่อดังของลิเวอร์พูลที่สวมกางเกงมวยไทยพร้อมแคปชั่น ติอาโก้น้อย ศิษย์หงส์แดง หรือ อารอน วาน-บิสซาก้า นักเตะแมนยูฯ ได้โพสต์ IG ขอบคุณคนไทยที่มาเชียร์ศึกแดงเดือด แต่ดังลงรูปธงชาติผิดเป็นของ คอสตา ริก้า ในแคปชั่น หรือโมเมนต์น่ารัก ๆ เมื่อแจ็คสัน หวัง หยิบเปเปอร์ชู้ตที่ติดหัว เอริค เทนฮาก กุนซือคนใหม่ของแมนยูฯ

แม้จะมีดราม่ามากมาย แต่สุดท้าย The March ก็ปิดฉากลงด้วยดี โดยมีจำนวนผู้ชม 50,248 คน มีเซอร์ไพรส์ช่วงโชว์ของแจ็คสัน หวัง ที่ได้น้อง มิลลิ ดนุภา (MILLI) แร็ปเปอร์สาวชาวไทยมาร่วมแจม ขณะที่แฟนบอลก็เต็มอิ่มคุ้มค่าการรอคอย เพราะนอกจากจะได้พบกับนักเตะจากทีมรัก ยังได้ชมการแข่งขันที่เข้มข้นด้วยชัยชนะของแมนยูฯ ด้วยสกอร์ 4-0 อย่างไรก็ตาม The Match ก็จะเป็นบทเรียนสำคัญให้กับผู้จัดงานและสปอนเซอร์ว่าหากคิดจัดงานใหญ่ต้องเตรียมพร้อมและเตรียมใจกับอะไรบ้าง

]]>
1392561
สรุปดราม่า ‘พิมรี่พาย’ ทุ่ม 400 ล. เหมาบัตร ‘แดงเดือด’ ขาย พร้อมสุ่มกินข้าวกับ ‘แจ็คสัน หวัง’ https://positioningmag.com/1389953 Thu, 23 Jun 2022 17:03:50 +0000 https://positioningmag.com/?p=1389953 เชื่อว่าสาวก ‘หงส์แดง’ และ ‘ปีศาจแดง’ หลายคนกำลังตั้งตารอแมตช์ประวัติศาสตร์ในรอบ 100 ปีของสองสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล ที่มีการเจอกันนอกเกาะอังกฤษ เป็นครั้งแรกในเอเชียและในประเทศไทย ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน แต่แล้วก็มีดราม่าเมื่อ ‘พิมรี่พาย’ ขายบัตรแดงเดือด แถมขายต่ำกว่าราคาจริง อีกทั้งยังจัดจะสุ่ม กินข้าวกับ แจ็คสัน หวัง และ นักเตะของทั้ง 2 ทีม

ย้อนไปเมื่อวันที่ 2 เมษายน ถือเป็นวันแรกของการเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขันฟุตบอล ‘ศึกแดงเดือด’ THE MATCH: Bangkok Century Cup 2022 ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปะทะ ลิเวอร์พูล โดยจะเป็นการเตะช่วงพรีซีซัน ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ประเทศไทย

โดยบัตรเข้าชมการแข่งขันได้จัดจำหน่ายผ่าน Thaiticketmajor โดยมีจำหน่ายทั้งหมด 7 ราคา คือ 5,000 / 7,000 / 12,000 / 15,000 / 20,000 / 22,000 และ 25,000 บาท ซึ่งภายในวันแรกที่เปิดจำหน่าย ตั๋วโซนราคา 25,000 / 12,000 / 7,000 และ 5,000 บาท ถูกจำหน่ายหมดแล้ว โดยเหลือบัตรโซนราคา 20,000 และ 15,000 บาท โดยปัจจุบัน บัตรทั้ง 2 โซนมีเหลือไม่ถึง 1,000 ใบ

จากนั้นวันที่ 9 มิถุนายน ก็มีประกาศบิ๊กเซอร์ไพรส์ว่า แจ็คสัน หวัง ศิลปินชื่อดังแห่งวง GOT7 จะมาแสดงเปิดเกมแดงเดือดเป็นเวลา 1 ชั่วโมงเต็ม ซึ่งก็มีข้อสงสัยว่าที่ต้องดึงแจ็คสัน หวัง มาแสดงคอนเสิร์ตก่อนเปิดเกม เพื่อดึงให้เหล่า อากาเซ่ หรือแฟนคลับ GOT7 มาซื้อบัตรเนื่องจาก บัตรขายไม่หมด 

อย่างไรก็ตาม ทาง เสี่ยวินิจ เลิศรัตนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรชแอร์ เฟสติวัล จำกัด ออกมากล่าวเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า การจัดคอนเสิร์ตขึ้นในงาน เดอะแมตช์ ไม่ใช่เพิ่งคิด แต่คิดมาตั้งแต่เริ่มจะจัดการแข่งขันครั้งนี้แล้ว และก่อนที่จะมาลงตัวที่แจ็คสัน หวัง ชื่อของ ลิซ่า แบล็กพิงก์ และวง คาราบาว ก็ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือก แต่ด้วยช่วงเวลาต่าง ๆ มาลงตัวที่แจ็คสัน หวัง

แต่แล้วดราม่าของ The Match ก็บังเกิด เมื่อ พิมรี่พาย ทุ่ม 400 ล้านบาท ซื้อบัตร The Match มาขายรวมแล้ว 20,000 ใบ แบ่งเป็นบัตร 20,000 บาท รวม 10,000 ใบ และ บัตร 15,000 บาท รวม 10,000 ใบ นอกจากนี้ยังมี ตั๋วเข้าชมการซ้อมของทั้ง แมนยูฯ, ลิเวอร์พูล รวมทั้ง แจ็คสัน หวัง วันที่ 11 ก.ค. นี้อีกด้วย ซึ่งตามจริงแล้ว บัตรเข้าชมการซ้อมจะเป็นการสุ่มจากผู้ที่ซื้อบัตรเข้าชม The Match

เนื่องจากบัตร The Match จำกัดการซื้อที่ 1 คนไม่เกิน 4 ใบ จึงทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมพิมรี่พายถึงมีบัตรในมือถึง 20,000 ใบ ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งของความจุ อีกทั้งเป็น ชื่อตัวเองในการซื้อทั้งหมด นอกจากนี้ ยัง จำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าราคาขาย โดย บัตรราคา 20,000 บาท ขาย 15,000 บาท ส่วนบัตรราคา 15,000 บาท ขาย 11,000 บาท อีกทั้งยัง ได้สิทธิ์ดูซ้อมอีกด้วย

จากไลฟ์ของพิมรี่พาย ทำให้กลุ่มแฟนบอลที่ซื้อตั๋วเข้าชมตั้งเเต่วันแรกรู้สึกไม่พอใจที่มีบัตรมาขายในราคาถูกและยังได้ชมการซ้อม แต่ดราม่าไม่ได้จบแค่กลุ่มแฟนบอล เพราะในไลฟ์ของพิมรี่พายได้พูดว่า จะสุ่มจับเลขที่ออเดอร์เพื่อไปกินข้าวกับแจ็คสัน หวัง แถมล้อมวงด้วยนักเตะแมนยูฯ ลิเวอร์พูล ซึ่งทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าการที่จะพาศิลปินชื่อดังและนักเตะระดับโลกทั้ง 2 ทีมมานั่งกินข้าวด้วยมันเป็นไปได้จริงหรือ

“เดี๋ยวเอาใบเลขที่ออเดอร์จับสลากแล้วเราไปกินข้าวกับ แจ็คสัน หวัง กันเพื่อนรัก พิมรี่ เพื่อนรัก เพื่อนรัก ฝั่งตรงข้ามเป็นแจ็คสัน หวัง นั่งกินข้าวกัน และพิมรี่ ล้อมวงนักเตะแมนยู ลิเวอร์พูล และเอาเพื่อนรักไปนั่งกินข้าวด้วย”

ขณะที่เหล่าแฟนคลับของแจ็คสัน หวังเองก็ไม่พอใจอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้พิมรี่พายก็มีดราม่าที่ พาดพิงถึงแจ็คสัน หวัง ว่าคนดูไลฟ์ของแจ็คสัน หวังยังไม่เท่ากับที่ตนไลฟ์ขายของ และยิ่งให้มานั่งกินข้าวด้วยถือเป็นการ ไม่ให้เกียรติศิลปินและนักเตะระดับโลก และมองว่า ทำเหมือนกับศิลปินมารับงานกินข้าว ซึ่งจากเรื่องราวต่าง ๆ นี้ก็ทำให้เกิด #พิมรี่พาย ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ตามด้วย #ProtectJacksonWang #Thaiticketmajor

ซึ่งหลังจากดราม่าเกิดขึ้น ล่าสุด​ เสี่ยวินิจ ได้ออกมาชี้แจงว่า บัตรในส่วนที่พิมรี่พายเอาไปขาย คือ บัตรโควต้าของ 2 ทีม คือ แมนฯยู​ และ ลิเวอร์พูล เป็นบัตรที่กันไว้ให้ทีมเอาไปขายแฟนบอลต่างประเทศ แต่บัตรเหลือตีกลับมาที่เฟรชแอร์​ โดยบัตรส่วนนี้ ไม่ได้ถูกขายในระบบไทยทิคเก็ตเมเจอร์ตั้งแต่แรก เพราะให้โควต้า 2 ทีมไปขาย​ จากนั้นทาง พิมรี่พายติดต่อขอซื้อบัตร ก็ขายให้ในราคาปกติ ไม่ได้ลด แต่พิมรี่พายไปจัดกิจกรรมเอง ส่วนที่จะสุ่มผู้โชคดีได้นั่งกินข้าวกับแจ็คสัน หวังและนักเตะแมนยู ลิเวอร์พูล ก็ไม่เป็นความจริง

เรียกได้ว่า ก่อนจะฟาดแข้งศึกแดงเดือด ก็เกิดดราม่าเดือด ๆ ก่อนเสียแล้ว

]]>
1389953
‘แอดไวซ์’ สิงห์ไอทีภูธรขอผงาดเข้ากรุงด้วยแมตช์ ‘แดงเดือด’ หวังยกระดับแบรนด์ก่อน IPO https://positioningmag.com/1381017 Fri, 08 Apr 2022 07:14:32 +0000 https://positioningmag.com/?p=1381017 จากคำถามง่ายของลูกสาวที่ว่า “ทำไมที่เซ็นทรัลเวิลด์มี Banana มี J.I.B แต่ไม่เคยเห็น Advice ประกอบการเป้าหมายที่จะพาบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ จักรกฤช วัชระศักดิ์ศิลป์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานผลิตภัณฑ์ การขายและการตลาด บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด จึงต้องพยายามดัน แอดไวซ์ ให้เป็นที่รู้จักในกรุงเทพฯ ให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม

จากการรวมกันของร้านไอทีสู่แบรนด์แอดไวซ์

จุดเริ่มต้นของ แอดไวซ์ ไอที (Advice IT) ค้าปลีกสินค้าไอทีชั้นนำของประเทศไทยที่มีฉายาว่า สิงห์ภูธร นั้นเกิดขึ้นจากการรวมตัวของร้านค้าไอทีทั่วประเทศ ซึ่งมีรูปแบบการดำเนินการที่เรียกว่า แอดไวซ์ ดิสทริบิวชั่น (Advice Distributions) โดยการนำเอาร้านค้าไอทีที่เป็นลูกค้าขายส่งมาสร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงระบบหลังบ้านเข้าด้วยกัน โดยในอดีตเน้นการขายส่งเป็นหลักโดยมีสัดส่วนถึง 88% แต่ปัจจุบันเหลือแค่ 33% ที่เหลือเป็นค้าปลีก

ปัจจุบัน แอดไวซ์มีสาขาที่ให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศถึง 350 สาขา แต่มีสาขาในกรุงเทพฯ ราว 10 กว่าสาขาเท่านั้น และจากเป้าหมายที่จะ IPO หรือ จดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ การเป็นที่รู้จักและภาพลักษณ์ที่ดีนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นแอดไวซ์ต้องเร่งเดินหน้า เนื่องจากพิษโควิดทำให้เป้าหมายที่ต้อง IPO ให้แล้วเสร็จในปี 64 ต้องล่าช้าไป

ฉีกขนบค้าปลีกไอที

ปกติแล้วธุรกิจค้าปลีกไอทีส่วนใหญ่จะใช้โปรโมชันหรือทำโฆษณาออนไลน์เป็นหลัก แต่ยากที่จะมาลงทุนทำ ภาพยนตร์โฆษณา แต่แอดไวซ์ถือเป็นผู้เล่นไม่กี่รายที่ทำ ย้อนไปในปี 2559 แอดไวซ์ได้ภาพยนตร์โฆษณาออกมา 2 เรื่อง “เพราะเพื่อนบ้านคือกล้องวงจรที่ดีที่สุด” และเรื่อง “12 ปีเป็นอายุที่เหมาะสมเด็กในการเล่น แท็บเล็ต”  ซึ่งทั้ง 2 เรื่องก็เกิดได้รับการพูดถึงอย่างมาก

จนมาปี 2021 ที่ผ่านมา แอดไวซ์ได้ทำภาพยนตร์โฆษณาอีกครั้ง โดยเน้นเรื่อง “เราได้อะไรจากการฟัง?” โฆษณาดังกล่าวได้แจ้งเกิด ป้าอ้วนขายข้าวหลาม ที่เสมือนเป็นตัวแทนคนหาเช้ากินค่ำที่ไม่เข้าใจเรื่องสินค้าไอที และด้วยฝีปากแบบแม่ค้าที่พูดตรง ๆ ห้วน ๆ และทำให้ป้าอ้วนเป็นที่ถูกใจใครหลาย ๆ คน จากนั้น แอดไวซ์ก็จับ ป้าอ้วน มาต่อยอดทำคลิปรีวิวคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีจนเกิดเป็นไวรัลอีกรอบ

The Match จิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย?

แน่นอนว่าจุดประสงค์ของภาพยนตร์โฆษณาตัวล่าสุดของแอดไวซ์ก็คือ การสร้างภาพแบรนด์ที่ดีขึ้น เพราะอย่างที่เกริ่นไปตอนแรกว่า แอดไวซ์ต้องการที่จะทำ IPO เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เพื่อเป็นบริษัทมหาชน และเมื่อมีความแข็งแรงมากพอแล้วในต่างจังหวัด ดังนั้น กรุงเทพฯ จึงเป็นหมุดหมายที่สำคัญมาก และการจะเจาะคนกรุงนั้น แอดไวซ์ได้พุ่งเป้าไปที่ Gen Z

ที่ผ่านมา แอดไวซ์ใช้ อีสปอร์ต มาเป็นกลยุทธ์ในการทำตลาดตั้งแต่ปี 2019 เพื่อเจาะกลุ่ม Gen Z อาทิ ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการจัด “Esports Thailand Championship presented by Advice” การจัดกิจกรรม “Advice E-Sports 2019 Episode 2” ใน 18 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ แต่ก็ไม่ได้เจาะจงไปเฉพาะเจาะจงไปที่ Gen Z คนกรุงนัก

การที่ใช้อีสปอร์ตเป็นกลยุทธ์ในการตลาดไม่ได้มีเพียงเพื่อสร้างการรับรู้หรือขยายตลาดไปยัง Gen Z เท่านั้น แต่เพราะปัญหาซัพพลายเชนที่มีไม่พอ แถมสินค้าใหม่ ๆ ก็เริ่มมีราคาสูงขึ้น การที่เจาะกลุ่มคนเล่นเกมก็จะช่วยให้ขายสินค้าได้ แพงขึ้น เพราะคนกลุ่มนี้จ่ายหนักกว่าคนต่างจังหวัด

ด้วยความที่การทำ IPO ของบริษัทไม่ได้เป็นไปตามแผน ประกอบกับที่ปีนี้มีการจัดศึก แดงเดือด ของ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ยูในเต็ด ในประเทศไทย หรือ The Match Bangkok Century Cup 2022 ทำให้ จักรกฤช สาวกหงส์แดงที่มีเลือดของ The Kop เต็มเปี่ยมเห็นโอกาสที่จะใช้ สปอร์ตมาร์เกตติ้ง ช่วยให้เข้าถึงคนกรุงเทพฯ โดยยอมทุ่มเงินหลักร้อยล้านกระโดดเข้ามาเป็น สปอนเซอร์ ในศึกแดงเดือดในไทยครั้งนี้

“แน่นอนว่าใช้งบขนาดนี้ยังไง ROI ในเรื่องยอดขายไม่คุ้มอยู่แล้ว แต่เรามองว่ามันจะช่วยทำให้แอดไวซ์เป็นที่รู้จักของคนกรุงมากขึ้น เพราะกิจกรรมจัดในกรุงเทพฯ เป็นหลัก ขณะที่กลุ่ม Gen Z นอกจากเล่นเกมเขาก็ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลด้วย และสุดท้าย แอดไวซ์อยากคืนกำไรให้ลูกค้าแล้วก็ประเทศ เพราะการแข่งขันจะช่วยฟื้นการท่องเที่ยวในไทย”

เป้าหมายสุดท้ายเป็นคอมมูนิตี้ไอที

สำหรับแผนการการขยายสาขาของแอดไวซ์จะเน้นที่กรุงเทพฯ เป็นหลัก ส่วนในต่างจังหวัดจะเน้นรีโนเวตสาขาให้มีขนาดใหญ่มากขึ้นเพื่อสร้างเป็น คอมมูนิตี้ ไม่ใช่แค่ร้านขายสินค้าไอที เช่น พื้นที่ให้ Work From Home การจัดพื้นที่พูดคุยแลกเปลี่ยน เป็นต้น นอกจากนี้ แอดไวซ์ยังขยายสู่สมาร์ทดีไวซ์อื่น ๆ เช่น อุปกรณ์ IoT ภายในบ้านอีกด้วย

ไม่รู้ว่าตั้งแต่การใช้ ป้าอ้วน มา อีสปอร์ต บวกกับการเป็นสปอร์นเซอร์ The Match จะเพียงพอสำหรับสร้างการรับรู้รวมถึงเสริมภาพให้กับแบรนด์พอที่จะ IPO หรือไม่ ซึ่งทางแอดไวซ์คาดว่าในเดือน มิ.ย.จะมีรายละเอียดที่ชัดเจนว่าจะแล้วเสร็จให้ได้ภายในปีนี้หรือไม่ คงต้องติดตามกัน

]]>
1381017
ครอบครัว “ออร์เตก้า” เจ้าของแบรนด์ Zara เตรียมเจรจาซื้อสโมสร “แมนฯ ยูไนเต็ด” https://positioningmag.com/1294956 Wed, 02 Sep 2020 15:20:12 +0000 https://positioningmag.com/?p=1294956 Radio El Fuego สื่อสเปนตีข่าว ตระกูลเกลเซอร์ ตกลงขาย “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้กับครอบครัวออร์เตก้า หรือที่เรารู้จักกันในชื่อเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า Zara

สำหรับครอบครัวออร์เตก้า นำโดย อมานซิโอ วัย 84 ปี ประธาน Inditex และผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้า Zara เป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 6 ของโลกและและเคยขึ้นไปเป็นเบอร์ 1 มาแล้วด้วย

ครอบครัวออร์เตก้า มีทรัพย์สินราว 73,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้นไม่มีปัญหาในการซื้อ แมนฯ ยู ที่ว่ากันว่าเป็นสโมสรลูกหนังที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก

กระนั้นก็ตาม หลายคนยังไม่เชื่อรายงานนี้ เพราะว่าที่ผ่านมาตระกูลเกลเซอร์ก็พัวพันกับการขาย แมนฯ ยู หลายครั้งแต่ไม่เคยเกิดขึ้นเสียที นอกจากนี้ครอบครัวออร์เตก้า ไม่ใช่ประเภทที่ชอบลงทุนทางด้านกีฬานี้ แม้ Radio El Fuego จะอ้างแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ก็ตาม

แหล่งข่าวเผยว่า “ดีลนี้อาจจะต้องใช้เวลานาน เพราะความซับซ้อนทางด้านโครงสร้างหุ้นของ แมนฯ ยู โดยกินเวลา 3-4 เดือนเลยทีเดยวถึงจะเสร็จสมบูรณ์ เราได้ยินด้วยว่าครอบครัวออร์เตก้าวางแผนแล้วว่าจะบริหารทีมอย่างไร ที่สำคัญจะนำรูปแบบของสเปนที่แฟนบอลสามารถโหวตเลือกผู้นำได้ แน่นอนยังเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น เราต้องรอดูว่าจะเป็นอย่างไร”

Source

]]>
1294956
แมนฯยู ลุ้นเซ็น “Haier” สปอนเซอร์คาดอก ทุบสถิติรับสูงสุดในโลก 2.5 พันล้าน/ปี https://positioningmag.com/1255131 Fri, 29 Nov 2019 08:27:43 +0000 https://positioningmag.com/?p=1255131 “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ่อเซ็นสปอนเซอร์คาดอกรายใหม่ที่จะทำเงินสูงเป็นสถิติโลก 70 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,590 ล้านบาท) ต่อปี

ปัจจุบันสัญญาสปอนเซอร์คาดอกของแมนฯยู กับ เชฟโรเล็ต จะสิ้นสุดลงในปี 2021 ซึ่งมีโอกาสค่อนข้างสูงที่จะไม่ขยายข้อผูกมัดออกไป เพราะบริษัทค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่มองว่าเงิน 64 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,368 ล้านบาท) ต่อปีที่จ่ายให้นั้นไม่คุ้ม อีกทั้งผลงานทีมก็ไม่สู้ดีไม่ได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ล่าสุด แมนฯยู เจรจากับสปอนเซอร์รายใหม่ราบรื่นด้วยดีกับทาง “ไฮเออร์” (Haier) บริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าของสาธารณรัฐประชาชนจีน จากการตีข่าวตรงกันของสื่ออังกฤษแทบทุกสำนัก

ซึ่งหาก แมนฯยู เซ็นกับ “ไฮเออร์” จะรับเงินมากที่สุดในโลก 70 ล้านปอนด์ต่อปี กระนั้นก็ตามยังมีเวลาถึงปี 2021 ดังนั้นยังเปิดกว้างรับทุกข้อเสนอและสปอนเซอร์เจ้าใหม่ที่จะเข้ามาเจรจา

Source

]]>
1255131
เปิดผลประกอบการ “แมนฯยู” ไตรมาสแรกซีซันนี้ รายได้หด 67 ล้านปอนด์ https://positioningmag.com/1254184 Tue, 19 Nov 2019 17:17:50 +0000 https://positioningmag.com/?p=1254184 Photo : Pixabay

“ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รายได้หด 67 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,480 ล้านบาท) ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการวืดไปเตะ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ผลประกอบการไตรมาสแรกฤดูกาลนี้ 2019-2020 ของ แมนฯยู ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าที่ควร โดยรายรับลดลงมาอยู่ระหว่าง 560-580 ล้านปอนด์ (ประมาณ 20,720-21,460 ล้านบาท) ตกลงจากฤดูกาล 2018-2019 ที่รับไป 627.1 ล้านปอนด์ (ประมาณ 23,200 ล้านบาท)

ขณะที่หนี้สุทธิเพิ่มขึ้น 137.3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5 พันล้านบาท) ไปอยู่ที่ 385.4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 14,260 ล้านบาท) อันมาจากการซื้อ 3 นักเตะเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาคือ แฮร์รี่ แม็คไกวร์, อารอน วาน-บิสซาก้า และ ดาเนียล เจมส์

แม้ว่า แมนฯยู จะไม่ได้เตะ แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ เอ็ด วูดวอร์ด ประธานบริหาร เผยว่ายังมีเรื่องดีที่ทีมได้บรรลุข้อตกลงสัญญาใหม่ออกอากาศที่ ซีบีเอส ยักษ์ใหญ่ด้านโทรทัศน์ที่สหรัฐอเมริกา “เราได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในแง่ของการออกอากาศทั่วโลกที่มีสัญญากันจนถึงปี 2024 ซึ่งสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 50% เลยทีเดียวจากข้อผูกพันก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะการที่ทีมยังได้ไปเตะ ยูโรปา ลีก”

สุดท้าย วูดวอร์ด ย้ำว่าการสร้างทีม แมนฯยู ขึ้นมาใหม่ในครั้งนี้ต้องอาศัยความอดทนที่ไม่สำเร็จเพียงข้ามคืน หลังหมดยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

“เราต้องหลอมรวมนักเตะจากระดับอคาเดมี่ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้ใช้เวลาเพียงข้าคืน แต่เราได้ลงทุนและเชื่อว่าเดินทางเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว เรามีวิสัยทัศน์และปรัชญาฟุตบอลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โครงสร้างการสรรหาบุคลากรการวิเคราะห์และสถาบันการศึกษาของเรากำลังเริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว ซึ่งผมข้อย้ำว่าการประสบความสำเร็จในสนามรวมถึงการเงินที่แข็งแกร่งนั้นจะต้องควบคู่กันไป” วูดวอร์ด ทิ้งท้าย

Source

]]>
1254184