การ์ดโปเกมอน – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Mon, 23 Mar 2026 07:18:14 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ย้อนรอยวิวัฒนาการ ‘การ์ดโปเกมอน’ จากที่เคย ‘ตกต่ำ’ นานนับสิบปี สู่การคืนชีพจนครองใจนักสะสมทั่วโลก https://positioningmag.com/1565300 Fri, 20 Mar 2026 05:07:24 +0000 https://positioningmag.com/?p=1565300 ดูเหมือนว่าช่วงนี้ วงการการ์ดของเมืองไทยก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะการ์ดจากการ์ตูน วันพีซ (One Piece) และ การ์ดโปเกมอน (Pokémon Trading Card Game : TCG) โดยเฉพาะการ์ดโปเกมอน ที่ปัจจุบันขึ้นแท่นเป็นการ์ดเกมที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก ซึ่งก็คือการ์ด Pikachu Illustrator ที่ปิดประมูลไปในราคากว่า 500 ล้านบาท แต่กว่าการ์ดโปเกมอนจะฮิตขนาดนี้ ใครจะไปคิดว่าจะเคยมียุคมืดมาก่อน

จากกลยุทธ์ Cross-media 

อย่างที่รู้กันว่า จุดเริ่มต้นของ โปเกมอน (Pokémon) มาจากวิดีโอเกมบนเครื่อง Game Boy ที่พัฒนาโดย ซาโตชิ ทาจิริ (Satoshi Tajiri) ผู้ก่อตั้งบริษัท Game Freak โดยปล่อยออกมาในปี 1996 และในปีเดียวกันนั้นเอง สึเนะคาซุ อิชิฮาระ (Tsunekazu Ishihara) ประธาน The Pokémon Company คนปัจจุบัน ที่ขณะนั้นเขาทำงานอยู่ที่บริษัท Creatures Inc. ซึ่งเป็นหนึ่งในสามบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์โปเกมอนร่วมกับ Nintendo และ Game Freak ได้มีแนวคิดที่ต้องการเปลี่ยนระบบ การแลกเปลี่ยนโปเกมอน ในเกมบอยให้กลายเป็น สิ่งจับต้องได้ จนเกิดเป็นการ์ดโปเกมอน

แม้ในช่วงแรก โปรเจกต์นี้เกือบถูกระงับเนื่องจาก Nintendo ไม่มั่นใจในยอดขาย จนต้องให้บริษัท Media Factory เข้ามาช่วยจัดจำหน่ายแทน แต่เมื่อวางขายจริง การ์ดโปเกมอนกลับกลายเป็นปรากฏการณ์ทันที ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาพประกอบที่สวยงามและการดึงดูดจินตนาการของผู้เล่นที่อยากเห็นโปเกมอนในรูปแบบที่มีสีสันและมีชีวิตชีวา เพราะเกมบอยยุคนั้นยังเป็นภาพขาวดำ นอกจากนี้ การใช้การ์ดกระดาษทำให้เด็ก ๆ สามารถพกพาไปเล่นที่โรงเรียน แลกเปลี่ยน และสะสมได้ง่ายกว่าอีกด้วย 

จากนั้นบริษัทก็เดินหน้ากลยุทธ์ Cross-media โดยออก มังงะ ตามออกมาช่วงเดือนพฤศจิกายน 1996 และปล่อย อนิเมะ ในเดือนเมษายน 1997 ซึ่งอนิเมะนี่แหละที่เป็นตัวจุดกระแสให้โปเกมอนกลายเป็นปรากฏการณ์ไปทั่วโลก

สึเนะคาซุ อิชิฮาระ (Tsunekazu Ishihara) ประธาน The Pokémon Company

ยุคมืดจากการมาของคู่แข่งสุดแกร่ง

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จไม่ได้ยั่งยืนเสมอไป โดยในปี 1998 ช่วงนั้นการ์ตูนเรื่อง Yu-Gi-Oh! ที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับเกมการ์ดเป็นธีมหลัก ได้คลอดเกม Yu-Gi-Oh! Duel Monsters ซึ่งออกมาใกล้ ๆ กับเกม Pokémon Card GB เกมแนวสะสมการ์ดโปเกมอน ที่แทบจะยกเอาเกมการ์ดจริงมาไว้ในวิดีโอเกมได้เกือบ 100%

ด้วยความที่โปเกมอนวางภาพลักษณ์เป็นมิตรและสดใส เหมาะสำหรับ เด็กเล็ก แต่ Yu-Gi-Oh! มาในสไตล์ดาร์กแฟนตาซีและการแข่งขันที่ดุเดือด ซึ่งถูกใจกลุ่ม เด็กโตและวัยรุ่น มากกว่า อีกทั้ง การ์ตูนยูกิเน้นเรื่องการเล่นการ์ดเป็นหลัก ทำให้เด็กดูแล้วอยากซื้อการ์ดมาเล่นตามทันที ผลคือยอดขาย Pokémon Card GB ต่ำกว่า Yu-Gi-Oh! ถึง 3 เท่า

ยิ่งไปกว่านั้น ปี 2001 ก็มีการ เปลี่ยนดีไซน์ด้านหลังการ์ด เปลี่ยนคำว่า Pocket Monsters เป็น Pokémon ผลที่ตามมาคือการ์ดรุ่นเก่า 5 ปีถูกจำกัดในทัวร์นาเมนต์ทางการ แฟนพันธุ์แท้จึงรู้สึกว่าของสะสมที่เก็บมาสูญเสียมูลค่าทันที ทำให้ตั้งแต่ปี 2001 สื่อกระแสหลักและผู้คนในอุตสาหกรรมก็แทบไม่สนใจการ์ดโปเกมอนอีกเลย 

การฟื้นคืนชีพและสถานะที่เปลี่ยน

จะกระทั่งในปี 2018 Creatures Inc. ใช้กลยุทธ์ Loss Leader ออกชุด GX Starter Deck ในราคาเพียง 500 เยน (ราว 150 บาท) จากปกติ Starter Deck ขายอยู่ที่ 2,000 เยน (ราว 400 บาท) ทำให้เด็กหน้าใหม่เข้าถึงได้ง่าย และกลุ่มนักสะสมผู้ใหญ่ (Millennials) ที่เคยเลิกเล่นไป ก็เริ่มกลับมาซื้อสะสม เพื่อสนองความทรงจำในอดีตที่ตอนเป็นเด็กอาจจะยังซื้อไม่ได้

นอกจากนี้ การ์ดรุ่นใหม่ ๆ มักจะใส่ การ์ดพิเศษ หรือ การ์ดระดับสูง อย่าง Special Illustration Rare (SIR) หรือระดับความหายากใหม่ล่าสุดอย่าง Mega Hyper Rare (MHR) ที่เพิ่งเปิดตัว มีโอกาสสุ่มเจอในซองต่ำมาก รวมถึงการออกชุดพิเศษ ทำให้นักสะสมแย่งชิงกันจนเกิดปรากฏการณ์ FOMO (Fear of Missing Out)

อีกจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดคือ การระบาดของ COVID-19 ปี 2020 ที่หลายคนหากิจกรรมทำเพราะออกจากบ้านไม่ได้ ประกอบกับจุดกระแสจากโซเชียลมีเดียและอินฟลูเอนเซอร์ เช่น โลแกน พอล (Logan Paul) หรือสตรีมเมอร์ที่เปิดซองการ์ดบน TikTok และ YouTube เพื่อหาการ์ดหายาก ทำให้การ์ดหายากกลายเป็นที่ต้องการทั่วโลก

บวกกับการเข้ามาของบริษัทประเมินการ์ดอย่าง PSA (Professional Sports Authenticator) และออกเซอร์ ทิฟิเคตรับรองคุณภาพ การ์ดที่ได้คะแนน PSA 10 สูงสุดก็ราคาทะยานสูงอย่างไม่เคยมีมาก่อน ส่งผลให้กระแสฟื้นตัวอย่างชัดเจน และสถานะของการ์ดโปเกมอนจึงค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากที่ใช้เล่นมาเป็น สะสม และได้กลายเป็น สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Assets)

Logan Paul

ขึ้นแท่นสินทรัพย์ทางเลือกเหนือหุ้น

ปัจจุบัน การ์ดโปเกมอนถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ทางเลือก ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยข้อมูลจาก Card Ladder ระบุว่า การ์ดโปเกมอนหายากมีผลตอบแทนสะสมตั้งแต่ปี 2004 ถึงปัจจุบันสูงถึง 3,821% ซึ่งทิ้งห่างดัชนี S&P 500 ที่ทำได้ 483% ในช่วงเวลาเดียวกัน

โดยการ์ดที่แพงที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน คือการ์ดเกม Pikachu Illustrator โดยเฉพาะใบที่ผ่านการรับรอง PSA 10 ซึ่งประมูลไปในราคาสูงกว่า 570 ล้านบาท (ราว 16.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2026 นี้ โดยโลแกน พอล จากเดิมที่ซื้อมา 5.27 ล้านดอลลาร์ในปี 2022

ปัจจุบัน โปเกมอนไม่ได้หยุดแค่การ์ดกระดาษ แต่กำลังขยายอาณาจักรสู่ Pokémon TCG Pocket แอปพลิเคชันบนมือถือที่เน้นการสะสมและการเปิดซองดิจิทัล ซึ่งสร้างรายได้ถล่มทลายกว่า 1,300 ล้านดอลลาร์ในปีแรกของการเปิดตัว มียอดดาวน์โหลดทะลุ 150 ล้านครั้ง แซงหน้าสถิติปีแรกของ Pokémon GO ไปเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2024 การ์ดโปเกมอนมียอดขายทั่วโลกสูงถึง 11,900 ล้านใบ (เพิ่มขึ้น 22.7% จากปีก่อนหน้า) ทำให้ในปี 2025 มีการคาดการณ์ว่าการผลิตจะสูงถึง 10,200 ล้านใบ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาไม่ให้โดนรีเซลปั่นราคาจนเกินไป 

การกลับมาเป็นของสะสมยอดฮิตอีกครั้งไม่ได้เป็นเรื่องของโชคชะตาหรือกระแสชั่วคราว แต่มันคือการพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของ IP (Intellectual Property) ที่รู้จักปรับตัวตามยุคสมัย จาก ของเล่นเด็ก ในวันวาน สู่ สินทรัพย์เลอค่า ในวันนี้ และกำลังก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มตัวในอนาคต แม้ตัวเลขการผลิตจะพุ่งสูงขึ้นจนน่าจับตา แต่ตราบใดที่ความถวิลหาอดีต (Nostalgia) ยังคงทำงานร่วมกับนวัตกรรมใหม่ ๆ โปเกมอนเทรดดิ้งการ์ดเกมก็น่าจะยังคงเป็น ราชาแห่งวงการการ์ด ที่ยากจะหาใครมาล้มแชมป์ได้ในเร็ววัน

YouTube Cloudsphere / tcw.cards / bbc / economictimes / finance-yahoo/ Mr.Snorlax

]]>
1565300
เปิดลิสต์ ‘สินค้าไทย’ ขายดีบน ‘eBay’ พร้อมผุดโครงการ ‘NextGen’ หนุน SME ลุยตลาดโลก https://positioningmag.com/1348600 Thu, 26 Aug 2021 04:04:08 +0000 https://positioningmag.com/?p=1348600 หากจะพูดถึงตลาดอีคอมเมิร์ซไทยในปัจจุบัน แม้อัตราการเติบโตจะสูงแต่การแข่งขันก็สูงไม่ต่างกัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการไทยที่เริ่มขายสินค้ายากขึ้นเพราะผู้ขาย ‘จีน’ ก็เข้ามาขายสินค้าในไทยมากขึ้น เนื่องจากไม่มี boundary เพราะโลกออนไลน์ ซึ่งผู้ประกอบการไทยบางรายก็เลยต้องพึ่ง ‘eBay’ (อีเบย์) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติอเมริกันส่งสินค้าออกสู่ตลาดโลก

จิวเวลรี่ อะไหล่รถ อาหารเสริม 3 สินค้าไทยขายดี

อ้างอิงจากการคาดการณ์เทรนด์อีคอมเมิร์ซของ ป้อม ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ CEO and Founder tarad.com ได้เคยระบุไว้ว่าตลาด Inbound Cross Border หรือสินค้าที่มาจากต่างประเทศเป็นส่วนที่น่าเป็นห่วง เพราะสินค้าจาก จีน บน 3 มาร์เก็ตเพลสดังของไทยมีสัดส่วนถึง 77% หรือประมาณ 135 ล้านชิ้น ขณะที่สินค้าไทยมีสัดส่วนแค่ 23% หรือประมาณ 39 ล้านชิ้น ดังนั้น ทางรอดของผู้ประกอบการก็คือ Outbound Cross Border หรือการนำสินค้าไทยออกไปขายต่างประเทศ ซึ่งอีเบย์ก็ถือที่เป็นหนึ่งในช่องทางเอาสินค้าไทยออกไปขายต่างประเทศได้

รินทร์ลิตา ศรีโรจนภิญโญ หัวหน้าฝ่ายการตลาด อีเบย์ ประเทศไทย ระบุว่า ผู้ค้าไทยยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปี ทั้งจำนวนร้านค้ารายใหม่ และยอดขายที่เติบโตของร้านค้าเดิมที่มีอายุเกิน 1 ปี โดย 3 กลุ่มสินค้าเด่นที่ขายดีมาก ได้แก่ จิวเวลรี่ เพชรพลอย เครื่องประดับ นาฬิกาหรู ตามด้วย อะไหล่ยนต์ อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ รถบรรทุก มอเตอร์ไซค์ และ สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม อาหารเสริม เครื่องสำอาง ซึ่งสินค้าทั้ง 3 กลุ่มสามารถขายได้ดีในตลาด สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่

จากการศึกษาในปี 2564 นี้ อีเบย์เห็นเทรนด์ 5 กลุ่มสินค้า ที่มีความต้องการเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วได้แก่

  • อะไหล่รถจักรยานยนต์
  • จิวเวลรี่แบบมีพลอยประดับ หรือมีตัวเรือนเป็นเนื้อเงิน เนื้อทองคำ
  • เพชรแบบเป็นเม็ดที่มีใบรับรอง
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลและจัดแต่งเส้นผม
  • ต้นไม้ตกแต่งบ้าน

โดยทั้งหมดนี้เป็นกลุ่มสินค้าที่เป็นที่นิยมในตลาดที่มีอัตราการเติบโตของยอดขายมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว

“95% ของผู้ขายไทย ขายสินค้าไปยังต่างประเทศ ขณะที่ผู้ซื้อไทยส่วนใหญ่จะเน้นซื้อสินค้าประเภทของสะสมเป็นหลัก แต่เราไม่ได้เน้นตลาดในประเทศ เพราะช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คนไทยมีเครดิตการ์ดไม่ถึง 3% ทำให้การซื้อขายบนแพลตฟอร์มยาก ขณะที่ปัจจุบันยังจำกัดวงแค่ของสะสม ทำให้ปัจจุบันอีเบย์ยังไม่มีแผนที่จะทำตลาดโดเมสติก”

Trading Cards สินค้าขายดีสุดบน eBay

ในส่วนของตลาดโลกนั้น สินค้าเฉพาะกลุ่มในอีเบย์นั้นมีการเติบโตเพิ่มขึ้นสูงมาก โดยในปีที่ผ่านมา สินค้าขายดีและมีมูลค่าสูงที่สุดบนอีเบย์ทั่วโลก ได้แก่

  • การ์ดสะสม เช่น การ์ดกีฬา การ์ดเกม และการ์ดโปเกมอน ที่มีการขายไปแล้วมากกว่า 45 ล้านใบในปี 2563 ด้วยอัตราการขายออกสูงถึงกว่า 90 ใบในหนึ่งนาที
  • กลุ่มอะไหล่ยนต์
  • อุปกรณ์วิดีโอเกม
  • รองเท้าผ้าใบ
  • ของสะสมลักซ์ชัวรี

ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2564 อีเบย์มีผู้ซื้อทั่วโลกมากกว่า 159 ล้านคน มีผู้ขายกว่า 19 ล้านคน มีสินค้ามากกว่า 1,500 ล้านรายการ โดยมียอดการใช้จ่ายมากกว่า 22,100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 730,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่า โควิดทำผู้ซื้อใจร้อน เน้นส่งด่วน 

“เราเห็นเทรนด์การส่งด่วน แต่มันก็ส่งผลต่อผู้ประกอบการไทยที่ขายสินค้าที่มีน้ำหนักเบา แต่เราก็เห็นการปรับตัวคือขายแบบเป็น ‘เซต’ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาต้นทุน และเพิ่มยอดขาย”

ผุด eBay NextGen เพิ่มจำนวนผู้ขาย

เพราะอีเบย์ไทยไม่ได้ทำตลาดโดเมสติกหรือซื้อขายภายในประเทศเหมือน Shopee, Lazada ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำก็คือ เพิ่มจำนวนผู้ขายใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดโลกผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.เน้นโครงการสนับสนุนผู้ขาย, 2.ส่งเสริมการขายกลุ่มสินค้าที่มีการเติบโตสูง ซื้อง่าย ขายคล่อง เป็นที่ต้องการตลาด และ 3.นำระบบชำระเงิน ebay PM ซึ่งเป็นระบบชำระเงินที่อีเบย์ผู้พัฒนามาใช้

โดยอีเบย์ได้พัฒนาโครงการ ‘eBay NextGen’ ที่จะเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทยที่ยังไม่เคยค้าขายบนอีเบย์มาก่อน โดยจะให้สิทธิพิเศษ อาทิ

  • อนุมัติให้ลงขายสินค้าในหมวดหมู่ขายดีราคาสูงได้ทันที
  • ได้รับ Selling Limit เพิ่มพิเศษ สามารถขายสินค้าที่มีราคาสูง
  • ฟรีค่าเปิดร้าน eBay Store โดยจะสนับสนุนค่าธรรมเนียมการเปิดร้านนาน 3 เดือน
  • ออกค่าโฆษณาสินค้าให้ 50% สูงสุดไม่เกิน 1,000 เหรียญสหรัฐ
  • ให้คำปรึกษาโดยทีม Business Development Manager

“ปกติผู้ขายใหม่ในอีเบย์จะมีข้อจำกัดคือ ขายสินค้าได้เดือนละ 10 รายการ ในวงเงินยอดขายรวมกันไม่เกิน 500 เหรียญ หรือประมาณ 16,350 บาท และไม่สามารถขายขายสินค้าในบางหมวดหมู่ได้ เช่นหมวดหมู่สินค้าขายดี แต่เพราะสินค้าขายดีของไทยเป็นจิวเวลรี่ โครงการ eBay NextGen ก็จะช่วยให้ขายของได้เร็วขึ้น”

]]>
1348600
ราคาเป็นเหตุสังเกตได้ ‘การ์ดโปเกมอน’ ถูกขายหมดเกลี้ยง จนบริษัทต้องเร่งพิมพ์เพิ่ม https://positioningmag.com/1318996 Thu, 11 Feb 2021 07:21:05 +0000 https://positioningmag.com/?p=1318996 ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาการ์ดซื้อขายโปเกมอนได้รับความต้องการสูง เนื่องจากการ์ดรุ่นเก่าที่ถูกซื้อขายในมูลค่าสูงมาก ที่ผ่านมาก็มี ‘คนไทย’ ที่เพิ่งเปิดประมูลการขายการ์ดโปเกมอนสุดหายากที่มีราคาแพงสุดในโลก โดยคุณ ‘Krit Nu Kaewsuwan’ ได้ประมูลการ์ด Pokémon topsun charizard 1/1 ไปในราคา 481,200 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทย 14,436,000 บาท เลยทีเดียว

นอกจากความปังด้านราคาซื้อขายเเล้ว ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมายังเป็นการครบรอบรอบ 25 ปี ซีรีส์โปเกมอนอีกด้วย ขณะเดียวกันเหล่ายูทูบเบอร์ก็ทำคอนเทนต์ ‘สุ่มเปิดการ์ด’ จนมีผู้เข้าชมหลายล้านครั้ง ซึ่งสาเหตุทั้งหมดทำให้การ์ดถูกขายหมดเกลี้ยง

เพื่อรองรับความต้องการที่สูง Pokémon ประกาศในวันนี้ว่าจะพิมพ์การ์ดใหม่ “เราทราบดีว่าแฟน ๆ บางคนกำลังประสบปัญหาในการซื้อผลิตภัณฑ์การ์ดโปเกมอน เนื่องจากความต้องการที่สูงมากและข้อจำกัดในการจัดส่งทั่วโลกที่ส่งผลกระทบต่อความพร้อมใช้งาน ดังนั้น เรายืนยันว่าจะเร่งเดินหน้าผลิตการ์ดที่กำลังขาดตลาดด้วยกำลังการผลิตสูงสุด”

อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทไม่มีกรอบเวลาที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับเวลาที่คาดว่าผู้ค้าปลีกจะได้รับการจัดส่งใหม่ แต่บริษัทให้คำมั่นว่าจะ “เติมสต๊อกให้กับผู้ค้าปลีกโดยเร็วที่สุด”

และเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 25 ปี Nintendo จึงได้หาวิธีต่าง ๆ ในการรำลึกถึงโอกาสนี้ ซึ่งรวมถึงการร่วมมือกับ McDonald’s เพื่อแจกการ์ดสะสมเมื่อคุณซื้อ Happy Meal โดยแต่ละแพ็กประกอบด้วยการ์ดพิเศษ 4 ใบ โดยการ์ดทั้งหมดจะมีโลโก้ Pokémon 25th ชุดนี้มีการ์ดทั้งหมด 50 ใบให้สะสม

Source

]]>
1318996