กิจการเพื่อสังคม – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Wed, 04 Mar 2026 04:37:16 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 Good Goods แบรนด์ที่จุดประกายสินค้าชุมชนให้มีชีวิต เพื่อ ‘ลดความเหลื่อมล้ำ’ แบบยั่งยืน https://positioningmag.com/1560868 Mon, 23 Feb 2026 11:10:15 +0000 https://positioningmag.com/?p=1560868 เพราะต้องการลดความเหลื่อมล้ำ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ Good Goods (กุ๊ด กุ๊ดส์) แบรนด์ที่สร้างขึ้นมาสำหรับจุดประกายสินค้าท้องถิ่นให้มีชีวิตผ่านการเพิ่มมูลค่าด้วยการออกแบบ และเน้นทำงานร่วมกับชุมชน ภายใต้หลักคิด สอน ‘จับปลา’ ไม่ใช่ ‘หาปลา’ มาให้กิน เพื่อให้ปัญหาถูกแก้อย่างยั่งยืน

 

ตอนนี้แบรนด์ดังกล่าวกำลังก้าวสู่ปีที่ 9 และยังเดินหน้าภารกิจอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันได้มีการทำงานร่วมกับ 63 ชุมชน ใน 32 จังหวัด และมีเป้าหมายขยายขอบเขตการทำงานให้ครอบคลุมพื้นที่มากกว่าเดิม เพื่อสร้างอิมแพคเชิงบวกให้มากขึ้น

เพิ่มมูลค่าสู่เวทีสากล

 

Good Goods เป็นแบรนด์ที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ ‘เซ็นทรัล ทำ’ (Central Tham) วิสาหกิจเพื่อสังคมที่เป็นโครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล จุดประสงค์หลักเพื่อนำสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอดให้มีความร่วมสมัย เพิ่มมูลค่าสู่เวทีสากล และนำกำไร 100% จากการดำเนินการกลับไปพัฒนาชุมชน เปิดตัวสาขาแรกเมื่อปี 2562 ณ เซ็นทรัลเวิลด์

 

“หลายคนอาจเข้าใจว่า Good Goods เป็นการนำสินค้าชุมชนที่มีอยู่แล้วนำมาจัดจำหน่าย แต่ความจริงเราทำงานในหลายมิติ เพราะเราให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์เป็นอย่างมาก สำคัญไปกว่านั้น คือ เราอยากสร้างสิ่งที่หาที่ไหนไม่ได้ เพื่อสร้าง identity ที่ชัดและแตกต่าง สำหรับสื่อสารแบรนด์ได้อย่างมีพลัง” รชดล ยิ่งพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการอาวุโสแบรนด์ Good Goods บริษัท เซ็นทรัล ทำ วิสาหกิจเพื่อสังคม เล่าให้ Positioning ฟัง

 

ด้วยโจทย์ที่วางไว้ ขั้นตอนการทำงานของ Good Goods จึงประกอบไปด้วย

1.การคัดเลือก : ค้นหาอัตลักษณ์หรือจุดเด่นของแต่ละท้องถิ่น

  1. การพัฒนา : ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เช่น ดีไซเนอร์เข้าไปศึกษาและให้คำแนะนำกับชุมนในการปรับจูนสินค้าให้มีดีไซน์ที่ ‘โดน’ และ ‘ตรงใจ’ ทั้งตลาดและผู้บริโภค

3.การสนับสนุน : ให้ความรู้เรื่องการบริหารจัดการ, มาตรฐานการผลิต และแหล่งเงินทุน

4.ช่องทางขาย : นำสินค้ามาวางจำหน่ายในศูนย์การค้าหรือร้านค้าในเครือเซ็นทรัล และภายในร้าน Good Goods ซึ่งจะคัดทำเลที่มีความเป็นพรีเมียม เพื่อให้สอดคล้องกับสินค้าที่ถูกวางไว้ว่า จะยกระดับสินค้าชุมชน

5.หมุนเวียน : นำกำไร 100% ที่ได้จากการดำเนินการนำกลับไปทำโครงการสาธารณประโยชน์ในชุมชนนั้นๆ ต่อไป

ปัจจุบันสินค้าของ Good Goods จะแบ่งออกเป็นกลุ่มหลักๆ ได้แก่

-สินค้าแฟชั่น เช่น กระเป๋าสานพลาสติก, เสื้อผ้าลายไทยดีไซน์โมเดิร์น, เครื่องประดับทำมือ ฯลฯ

-ของใช้ในบ้าน เช่น งานเซรามิก, งานจักสาน, ผ้าทอมือ ฯลฯ

-สุขภาพและความงาม เช่น น้ำหอมและสบู่ข้าวหอมมะลิ, สบู่ข้าวก่ำ ฯลฯ

-อาหารและเครื่องดื่ม เช่น กาแฟดริปจากเมล็ดกาแฟรักษาป่า, ขนมไทยประยุกต์ ฯลฯ

 

ยึดวิธีคิดสอน ‘จับปลา’ ไม่ใช่ ‘เอาปลา’ ไปให้เลย

 

รชดล ย้ำว่า การทำงานทั้งหมดจะเป็นการจับมือทำงานร่วมกัน เริ่มที่ ‘ชุมชน’ และสุดท้ายผลประโยชน์กลับไปที่ ‘ชุมชน’

 

“เราสอนให้เขาจับปลา ไม่ใช่เอาปลาไปให้เลย เพื่อให้มีความรู้ติดตัว และต่อให้ไม่มีเรา พวกเขาก็จะอยู่ได้ และเมื่อเห็นผลสำเร็จ เราเองพยายามสร้างให้เป็นศูนย์เรียนรู้ เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้ให้ชุมชนอื่นไปขยายผลต่อ”

กรณีศึกษาที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนจากวิธีคิดดังกล่าว ก็คือ ‘กระเป๋าสานพลาสติก’ ที่ทาง Good Goods ทำงานร่วมกับผู้พิการจากสมาคมรวมใจคนพิการ จ.อุดรธานี ภายใต้แนวคิดที่ใส่ใจทั้งการใช้งานและความครีเอตในการดีไซน์ ทำให้กระเป๋านี้กลายเป็น Hot Item ที่ขายดี และเป็นของที่นักท่องเที่ยวต้องซื้อ

 

โดยปี 2567 มียอดขายอยู่ที่ 30 ล้านบาท ถือเป็นการเปลี่ยนชุมชนให้เป็น ‘ศูนย์เศรษฐกิจ’ สร้างผู้พิการจากกลุ่มเปราะบางให้กลายเป็น ‘หัวหน้าครอบครัว’ เพราะเพิ่มรายได้ครอบครัวของผู้พิการที่เข้าร่วมจากเดิมอยู่แค่หลักพันต้นๆ มาเป็น 30,000 บาทต่อเดือน

 

“ผลลัพธ์ที่ได้จากเริ่มต้นมีคนเข้าร่วม 13-14 คน ผ่านมา 5 ปีมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 300 คน เพราะเห็นผลจริง และเราก็เปลี่ยนที่นี้ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ให้ผู้พิการทั่วประเทศมาเรียนรู้ด้วยกัน เอากำไร 100% มาสร้าง Wellbeing สร้างสิ่งแวดล้อม อาทิ ห้องน้ำ ห้องเรียน ให้เหมาะกับคนพิการ เพิ่มคุณภาพชีวิตและคุณภาพการทำงานที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เริ่มต้นจากตัวพวกเขาโดยตรง และสุดท้ายวนกลับมาที่ตัวเขาโดยตรง”

 

โจทย์ที่ไม่เคยเปลี่ยน

 

แม้แบรนด์จะมีอายุก้าวสู่ปีที่ 9 แต่ทาง ผู้อำนวยการอาวุโส Good Goods บอกว่า โจทย์การทำงานตั้งแต่วันแรกมาถึงวันนี้ยังคงเหมือนเดิม นั่นคือ ทำเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคม โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับความเป็นอยู่ของคนในชุนให้ดีขึ้น ควบคู่ไปกับการให้คุณค่าของคน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของเครือเซ็นทรัลในการทำงานด้านความยั่งยืน

 

โดยปัจจุบัน Good Goods ได้มีการทำงานร่วมกับ 63 ชุมชน ใน 32 จังหวัด และมีเป้าหมายขยายขอบเขตการทำงานให้ครอบคลุมพื้นที่มากกว่าเดิม

 

ขณะที่สาขา ก็มีแผนจะขยายเพิ่มเติม ซึ่งหลักๆ ยังโฟกัสไปกับเครือเซ็นทรัล จากตอนนี้มีอยู่ราว 10 สาขา อาทิ เซ็นทรัลเวิลด์, จริงใจมาร์เก็ต เชียงใหม่, เซ็นทรัล ชิดลม, เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า, เซ็นทรัล สมุย, เซ็นทรัล  พาร์ค ฯลฯ

 

สำหรับความท้าทายของ Good Goods บนเส้นทางที่จะเดินหน้าต่อนั้น มีทั้งปัจจัยภายในและภายนอก โดยปัจจัยภายใน เป็นเรื่องการออกแบบโครงสร้างให้สอดคล้องกับการสเกลอัพธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น

 

ส่วนปัจจัยภายนอก หนีไม่พ้นเรื่อง ‘การเปลี่ยนของพฤติกรรมของผู้บริโภค’ ที่แบรนด์ต้องเรียนรู้และปรับเปลี่ยนตัวเองให้ทัน รวมถึงการจูนให้เข้ากับลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ขณะเดียวกัน ต้องรักษาลูกค้ากลุ่มเดิมไว้ให้ได้

 

ทั้งหมดเพื่อให้ Good Goods สามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมีพลังและไปได้ไกลสำหรับขับเคลื่อนการจุดประกายสินค้าท้องถิ่นให้มีชีวิต และมีมูลค่าเพิ่มไปสู่เวทีระดับสากล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างยั่งยืน

]]>
1560868
ดีทีจีโอได้รับเลือกเป็นหนึ่งในบริษัทที่ดำเนินงานอย่างมีจริยธรรมมากที่สุดในโลก ประจำปี 2022 และเป็นองค์กรแรกของไทย ที่ได้รับเลือกถึง 4 ปีติดต่อกัน https://positioningmag.com/1378347 Fri, 22 Apr 2022 10:00:27 +0000 https://positioningmag.com/?p=1378347 Worlds Most Ethical Companies คือการให้เกียรติและยกย่ององค์กรที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำ ที่ยอดเยี่ยมและมีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยจริยธรรม รวมถึงปฏิบัติตามข้อกำหนด กฎระเบียบ และมีการกำกับดูแลที่ดีที่สุด


ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (DTGO) ได้รับเลือกจากสถาบัน Ethisphere ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในการกำหนดและพัฒนามาตรฐานการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมให้เป็นหนึ่งในองค์กรที่ดำเนินงานอย่างมีจริยธรรมมากที่สุดในโลกประจำปี 2022 หรือ 2022 “World’s Most Ethical Companies”

DTGO ถือเป็นองค์กรภาคธุรกิจแห่งแรกในไทยที่ได้รับการคัดเลือกติดต่อกันถึง 4 ปี นับตั้งแต่ได้รับครั้งแรกในปี 2019 สำหรับปี 2022 มีองค์กรที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมทั้งสิ้น 135 องค์กร จาก 22 ประเทศ และ 45 กลุ่มอุตสาหกรรม

DTGO ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2536 ที่ให้ความสำคัญด้านธุรกิจและสังคม รวมถึงมีเป้าหมายในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับทุกคนและสังคมทุกรุ่น ภายใต้อุดมการณ์ “Adding Value in Everything We Do” หรือการเพิ่มคุณค่าในทุกสิ่งที่ทำ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนส่วนรวม ธุรกิจของ DTGO ประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจมากมายหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นำโดยบริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ จำกัด (MQDC) ธุรกิจการเงินดิจิตอล นำโดยบริษัทดิจิต้าไลฟ์ จำกัด ธุรกิจเทคโนโลยี ซึ่งเป็นการร่วมทุนเพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยร่วมก่อตั้งบริษัทโอโบดรอยด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Obodroid) และ บริษัทโอโบตรอนส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Obotrons) ในการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และนวัตกรรม รวมถึง Home Intelligent Systems ธุรกิจการค้าที่มีบริษัทดี ซูพรีม คอร์ปอเรชั่น จำกัดเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหาและการค้าระดับโลก และธุรกิจพลังงาน โดยบริษัทยูนิสัส กรีน เอ็นเนอร์จี จำกัด ในการออกแบบและดำเนินงานด้านระบบพลังงานและสาธารณูปโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ความหลากหลายทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ นี้เองทำให้ DTGO สามารถรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งรวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเมื่อปี 2564 MQDC หนึ่งในกลุ่มธุรกิจของ DTGO ได้ร่วมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจ โรงพยาบาลสนามภาคเอกชนแห่งแรกในไทย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่บริษัทฯได้ริเริ่มให้กับสังคม โรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจนี้ นับเป็นการบูรณาการทักษะความรู้ของกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยีโดยโอโบดรอยด์ คอร์ปอเรชั่น ที่พัฒนา “ไข่ต้ม ฮอสพิทอล” (KaitommHospital) หรือระบบ Telemedicine Tablet สำหรับให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์สื่อสารกับผู้ป่วยแบบไร้การสัมผัส หรือพัฒนา “หุ่นยนต์ปิ่นโต” ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ทำหน้าที่ส่งอาหาร เครื่องดื่ม และยาภายในโรงพยาบาลสนาม

DTGO มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานภายใต้แนวทาง Social Integrated Business ที่ให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจควบคู่ไปกับการทำกิจการเพื่อสังคม โดยมีการจัดสรร 2% ของรายรับสูงสุดให้กับการริเริ่มและดำเนินโครงการภาคสังคม ซึ่งรวมถึงมูลนิธิพุทธรักษาที่เน้นด้านการศึกษา สมาคมบลูคาร์บอนโซไซตี้ ที่เน้นด้านสิ่งแวดล้อม อีกทั้งงานด้านสาธารณสุขที่ร่วมมือกับองค์กรและมูลนิธิต่าง ๆ เป็นต้น

การได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน World’s Most Ethical Companies ถึง 4 ปีซ้อนถือเป็นการตอกย้ำถึงการ “ดำเนินงานบนพื้นฐานของหลักจริยธรรม” ตามมาตฐานระดับโลกของ DTGO เพราะต้องผ่านการประเมินภายใต้ระบบ Ethics Quotient (EQ) ที่เข้มงวดของสถาบัน Ethisphere ภายใต้ 5 หมวดหลักคือด้านกระบวนการดำเนินงานด้านจริยธรรมและการกำกับดูแล ด้านการสร้างวัฒนธรรมด้านจริยธรรม ด้านหน้าที่และความรับผิดชอบขององค์กรในฐานะพลเมืองที่ดี ด้านการกำกับดูแลกิจการ และด้านความเป็นผู้นำและชื่อเสียงขององค์กร

สมาชิกองค์กรทุกคนที่ DTGO เชื่อว่าจริยธรรมและความซื่อสัตย์เป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จอย่างยั่งยืนขององค์กร อีกทั้งความสำเร็จทางธุรกิจจะมีส่วนทำให้บรรลุเป้าหมายในการช่วยสังคมและโลกใบนี้ รวมไปถึงส่งเสริมการอนุรักษ์ระบบนิเวศและทำให้ทุกคนค้นพบศักยภาพสูงสุดในชีวิต

ดูข้อมูลเกี่ยวกับ DTGO เพิ่มเติมได้ที่ www.dtgo.com

รายชื่อองค์กรที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นองค์กรที่ดำเนินงานอย่างมีจริยธรรมประจำปี 2565 https://worldsmostethicalcompanies.com/honorees.

]]>
1378347