ก้องภพ เอื้อศิริทรัพย์ – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 18 Dec 2025 08:22:30 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 KIKI Beauty Space ซาลอนลักชู 100 ล้าน พร้อมขยายแฟรนไชส์ไปลาวสาขาแรก    https://positioningmag.com/1552140 Wed, 17 Dec 2025 04:29:38 +0000 https://positioningmag.com/?p=1552140
  • KIKI Beauty Space ครบรอบ 5 ปี เป็นอาณาจักรบิวตี้ย่านสยามสแควร์ คาดปิดรายได้ 100 ล้าน
  • เตรียมเปิดแผนกแต่งหน้า เพื่อบริการครบลูป แบบ One Stop Service แต่งสวยตั้งแต่หัวจรดเท้า
  • ขยายสาขาไปลาวสาขาแรก ด้วยโมเดลแฟรนไชส์ เตรียมเปิดที่เวียงจันทน์เดือนมีนาคม 2569
  • ขยายแฟรนไชส์ต่างประเทศครั้งแรก

    ใครที่เป็นสายบิวตี้ น่าจะเคยได้ยินชื่อ KIKI Beauty Space (กีกี้ บิวตี้ สเปซ) กันมาบ้าง เรียกได้ว่าเป็นบิวตี้ เดสทิเนชันแห่งใหญ่ใจกลางสยามสแควร์ ก่อตั้งโดย ก้องภพ เอื้อศิริทรัพย์ ผู้บริหาร บริษัท นับเงินไม่ทัน จำกัด ปัจจุบัน KIKI Beauty Space ได้ทำธุรกิจมา 5 ปีแล้ว ที่ผ่านมามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมี 2 สาขา ได้แก่ สาขาสยามสแควร์ ซอย 3 และเมกา บางนา

    KIKI Beauty Space ถือว่าเป็นซาลอนระดับพรีเมียม ไปจนถึงลักชัวรี่ มีบริการด้านความงามที่หลากหลายทั้งผม ทำเล็บ ขนตา แต่งหน้า

    kiki

    ในปีนี้ถือเป็นมูฟเมนต์ครั้งใหญ่ในการโกอินเตอร์สู่ประเทศเพื่อนบ้าน เป็นปรากฎการณ์สำคัญของวงการซาลอนไทยกับการเปิด KIKI Beauty Space สาขาที่นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศ สปป.ลาว เป็นครั้งแรก เป็นโมเดลการขายแฟรนไชส์ ด้วยมูลค่า 20 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบช่วงเดือนมีนาคม 2569

    สาขานี้จะเป็นรูปแบบ One Stop Service แฟลกชิปสโตร์ 4 ชั้นเหมือนสาขาที่สยามสแควร์ พร้อมสร้างจุดขาย เปิดคาเฟ่ให้บริการเครื่องดื่ม อาหารคาวหวานครบครัน ตั้งอยู่ในทำเลสุดไพรม์ “ถนนคูเวียง” ย่านธุรกิจ และถนนสายแฟชั่น ใกล้ Parkson Laos ห้างหรูใจกลางเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของสปป.ลาว

    ก้องภพ เอื้อศิริทรัพย์ เริ่มเล่าว่า “เราให้สิทธิ์ผู้ถือมาสเตอร์แฟรนไชส์ที่ลาว สามารถขายแฟรนไชส์ในประเทศลาวต่อได้ โดยแบ่งโมเดลให้สามารถเปิดสาขาได้เป็นสองแบบ แบบแรก คือ Full Service (แผนกทำผม ตัด ดัด ยืด ทำสีผม ทำทรีทเมนท์ / แผนกต่อผม / แผนก Face ให้บริการแว็กซ์คิ้ว ต่อขนตา / แผนก Mani padi ทำเล็บ รวมถึงให้บริการสปามือเท้า ทาสีเจล ต่อเล็บหลายรูปแบบ และแผนกเมคอัพ) และแบบที่สองคือ Hair Salon อย่างเดียว โดยมีการนำโพรดักส์ของ KIKI Beauty ไปให้บริการในร้านด้วย อาทิ แชมพู ทรีทเมนท์ หรือ Hair Oil เราจะใช้โพรดักส์ของเราในร้านอยู่แล้ว รวมถึงโพรดักส์ Hair Care ของแบรนด์ดังต่างประเทศกว่า 10 แบรนด์ ก็จะมีวางจำหน่ายในร้านเหมือนที่ไทยด้วย”

    kiki

    ก้องภพ เสริมว่า ลูกค้าชาวลาว คุณจินดาวร เพชรหลวงศรี ผู้บริหารบริษัท Miracle Lao Sol ทำธุรกิจเกี่ยวกับก่อสร้าง ทำเหมือง โรงเรียนที่ลาว ใช้บริการมา 2-3 ปีแล้ว เวลามาไทยก็จะมาที่ร้านทุกครั้ง จึงสนใจซื้อแฟรนไชส์ไปเปิดที่ลาว เพราะมองเห็นโอกาสในการเปิดซาลอนระดับลักชัวรี่ ที่ลาวถึงแม้จะมีร้านซาลอนพรีเมียมที่คนไทยไปใช้บริการ แต่ยังไม่มีร้านที่ให้บริการความงามแบบ One Stop Service มักจะต้องไปทำแยกทีละร้าน

    นอกจากนี้ยังมีผู้สนใจซื้อแฟรนไชส์ไปที่ดูไบ และสิงคโปร์สอบถามเข้ามาเช่นกัน แต่ที่น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุดคือ เวียดนาม คาดว่าจะเปิดสาขาที่โฮจิมินห์ หรือฮานอย

    เติมไลน์อัพสินค้า พร้อมเปิดบริการแต่งหน้า

    นอกจากการขยายสาขาไปเวียงจันทน์แล้ว ปีนี้ KIKI Beauty Space ยังเปิดบริการเพิ่ม ก็คือแต่งหน้า เพื่อตอบโจทย์ความเป็น One Stop Service ให้มากขึ้น มาที่เดียวครบจบทั้งหน้าผม ให้บริการทั้งผู้ชายผู้หญิง โดยมีเมคอัพอาร์ทติสประจำที่สาขาสยามสแควร์

    ทำให้ปัจจุบัน KIKI Beauty Space มีบริการทั้งหมด 5 แผนก ได้แก่

    • แผนกทำผม ตัด ดัด ยืด ทำสีผม ทำทรีทเมนท์
    • แผนกต่อผม
    • แผนก Face ให้บริการแว็กซ์คิ้ว ต่อขนตา
    • แผนก Mani padi ทำเล็บ รวมถึงให้บริการสปามือเท้า ทาสีเจล ต่อเล็บหลายรูปแบบ
    • แผนกเมคอัพ บริการตั้งแต่การแต่งหน้าไปออกงานจนถึงการแต่งหน้าเจ้าสาว

    kiki

    “บริการแต่งหน้าเพิ่งเปิดตัวเดือนพฤศจิกายน เพราะลูกค้าเรียกร้องกันเข้ามาเยอะ โดยจะเข้ามาอุด Pain Point เวลาลูกค้ามาทำผมไปงาน จะต้องให้ช่างแต่งหน้ามาแต่งที่ร้านด้วย จะทำบริการไหนต้องแยกไปแต่ละร้าน เราเลยเอาทุกบริการมารวมไว้ในที่เดียว ใช้บริการได้ครบ ไปงานต่อได้เลย”

    นอกจากฝั่งธุรกิจบริการแล้ว KIKI Beauty Space ยังมีทางฝั่งธุรกิจ โพรดักส์ออกเป็น 4 แบรนด์ย่อย แต่ยังคงความเป็นโพรดักส์พรีเมียมอยู่ ได้แก่ KIKI Hair Care เน้นผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม, KIKI Care ประเภท Bath & Body, KIKI Perfume น้ำหอม และต่อยอดแบรนด์สู่ไลน์คอสเมติก ในชื่อ KIKI Cosmo ไม่ได้โฟกัสแค่ให้ลูกค้าเข้ามาหาที่ร้าน แต่ต้องไปหาลูกค้าถึงบ้าน

    kiki

    โดยกลุ่มเครื่องสำอางจะเริ่มวางตลาดในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2569 เป็นการพัฒนาสินค้าขึ้นมาใหม่ร่วมกับโรงงานประเทศเกาหลี

    คาดรายได้ทะลุหลัก 100 ล้าน

    ปัจจุบันรายได้ของ KIKI Beauty Space ทะลุ 110 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนที่ 80 ล้านบาท

    แบ่งสัดส่วนรายได้เป็นฝั่งบริการ 80% และสินค้า 20% ตอนนี้รายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากสินค้าที่เป็นพาร์ทเนอร์กับแบรนด์ต่างประเทศ 10 แบรนด์ พวกแชมพู สินค้าบำรุงเส้นผมต่างๆ ส่วนสินค้าที่เป็นแบรนด์ของ KIKI มีอยู่สัดส่วน 20-30%

    ในปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโต 20% และตั้งเป้าในการปรับพอร์ตสัดส่วนรายได้ให้เป็นบรกิาร 50% และสินค้า 50% จะมีการรีแบรนด์และปรับราคาของโพรดักส์ซึ่งเป็น luxury Self-Care ให้มีความชัดเจนขึ้น ราคาเข้าถึงง่ายขึ้นและแบรนด์ดูสนุกขึ้น

    ปัจจุบัน KIKI Beauty Space มีลูกค้าที่เป็นสมาชิกอยู่มากกว่า 50,000 ราย ไม่รวมกับฐานลูกค้าประจำ และฐานลูกค้าวอล์คอินเข้ามาในร้านอีกไม่ต่ำกว่า 60,000 คน สมาชิกมีความหลากหลายอายุตั้งแต่ 20-60 ปี

    สัดส่วนลูกค้าแบ่งเป็นผู้หญิง 60% ผู้ชาย 40% รวมถึงลูกค้าต่างชาติ 25% ต่อเดือน ส่วนใหญ่เป็นชาว สิงคโปร์, ฮ่องกง, สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ และยุโรป

    บริการที่ลูกค้าใช้บริการมากที่สุดก็คือ ต่อผม และทำสีผม มียอดสเปนดิ้งเฉลี่ย 20,000-30,000 บาท

    สำหรับแผนในปีหน้า ก้องภพบอกว่าตั้งเป้าการเติบโตที่ 200% เพราะมีบริการใหม่ และสินค้าใหม่ๆ ออกมา ทำให้รายได้เติบโตแบบก้าวกระโดดได้แน่นอน

    ]]>
    1552140
    “ก้องภพ เอื้อศิริทรัพย์” ผู้บุกเบิก KIKI Beauty Space อาณาจักรบิวตี้ 100 ล้าน    https://positioningmag.com/1458141 Tue, 09 Jan 2024 07:50:31 +0000 https://positioningmag.com/?p=1458141 คุยกับ “ก้อง – ก้องภพ เอื้อศิริทรัพย์” ผู้ก่อตั้ง KIKI Beauty Space อาณาจักรบิวตี้ซาลอนแห่งใหญ่ย่านสยามสแควร์ เตรียมเปิดบริษัทโฮลดิ้ง “นับเงินกรุ๊ป” รวมธุรกิจในเครือทั้งร้านอาหาร Koko และ KBS ล่าสุดเตรียมเปิด KIKI X รวมบริการบิวตี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า หวังปั้นอาณาจักรบิวตี้ 100 ล้าน

    หนุ่มสถาปัตย์ ผันตัวสู่เส้นทางสายบิวตี้

    ก้องภพ เอื้อศิริทรัพย์ หรือ ก้อง หนึ่งในนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง ที่จับทำเลย่านสยามสแควร์ได้อยู่หมัดด้วยการปั้น กีกี้ บิวตี้ สเปซ (KIKI Beauty Space) ลักชัวรี่ บิวตี้ ซาลอนให้แจ้งเกิดได้ในใจกลางสยาม โดยที่ก้องภพไม่ใช่นักธุรกิจหน้าใหม่แต่อย่างใด แต่เป็นพี่น้องกับ “นันทนัช เอื้อศิริทรัพย์” หนึ่งในผู้ก่อตั้งเครือรวยไม่หยุด กรุ๊ป ผู้บริหารแบรนด์ดังอย่าง Fire Tiger และ nice two Meat u นั่นเอง

    จุดเริ่มต้นของ KIKI Beauty Space มาจากพี่สาว (นันทนัช) ทำธุรกิจในย่านสยามสแควร์อยู่แล้ว และได้เช่าพื้นที่ที่ตึกหนึ่งมา จึงให้ก้องภพเริ่มทำธุรกิจ

    kiki

    ก้องภพได้เรียนมาทางด้านสถาปัตยกรรม แล้วต่อปริญญาโททางด้าน Business Consultant จากนั้นได้ทำงานเป็นที่ปรึกษาทางด้านการเงิน เรื่องการลงทุนต่างประเทศ หลังจากที่ทำงานประจำได้สักพักก็ได้ออกมาทำธุรกิจเป็นของตัวเองในวัย 26 ปี ได้รวบรวมสกิลจากที่เรียนมาทั้งด้านศิลปะ รวมไปถึง Design Thinking มาคิดอย่างเป็นระบบในธุรกิจ

    ก้องภพได้เริ่มเล่าว่า ในตอนแรกไม่ได้เริ่มเปิด KIKI Beauty Space เสียทีเดียว แต่เป็นการทำร้านมัลติแบรนด์สโตร์ก่อน เริ่มตั้งแต่ช่วงปี 2562 เป็นช่วงก่อนมีการระบาดของ COVID-19 ได้ 2 เดือน พอได้พื้นที่เช่ามาก็ลองทำการสำรวจพื้นที่ว่าในโซนนั้นเป็นเดสติเนชั่นของสยาม คนเดินผ่านเยอะ เลยอยากทำอะไรที่เข้าถึงคนได้ทุกกลุ่ม จึงเริ่มจากคอนเซ็ปต์สโตร์ที่มีทั้งสินค้าแฟชั่นหลายแบรนด์ และมีบริการความสวยความงามด้วย ทั้งทำเล็บ สินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง สกินแคร์ เน้นไปทางสายเกาหลี

    kiki

    แต่พอมีการระบาดของ COVID-19 ก็ทำการปรับแผนใหม่ ประกอบกับการได้พื้นที่เพิ่มจึงทำการรีแบรนด์ใหม่ทั้งหมด ตัดธุรกิจส่วนสินค้ามัลติแบรนด์ออก เปลี่ยนเป็นบริการเพียงอย่างเดียว โฟกัสที่บริการซาลอนผม วางจุดยืนเป็นลักชัวรี่ บิวตี้ ซาลอน พอหลังจากช่วงล็อกดาวน์ก็ได้รับการตอบรับอย่างดี เพราะผู้คนอัดอั้นกับการทำผมอย่างมาก

    ในตอนนั้นใช้งบลงทุน 30 ล้าน มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่หลายรอบ รีโนเวตทั้งหมด 4 รอบ จนปัจจุบันได้พื้นที่เต็มทั้งหมด 2 คูหา 4 ชั้น พื้นที่รวม 300 ตารางเมตร

    โดยราคาค่าบริการทำสีผมเริ่มต้น 4,000-30,000 บาท ทรีทเมนต์เริ่มต้น 3,000-8,000 บาท และต่อผม เริ่มต้นที่ 15,000 บาท

    kiki

    ด้วยความที่ก้องภพเรียนทางด้านสถาปัตยกรรมมา จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบเป็นพิเศษ แม้ร้านจะมีภาพลักษณ์ลักชัวรี่ แต่ดีไซน์ต้องให้ดูจับต้องได้ มินิมัลแบบโมเดิร์น เปลี่ยนมุมมองที่คนมองร้านซาลอนในอดีต ทำให้ลูกค้าเวลาเข้าร้านจะรู้สึกเป็นกันเอง

    ส่วนชื่อ KIKI (กีกี้) มีที่มาว่า ต้องการอยากได้ชื่อที่คนเรียกง่าย จดจำง่าย และต้องขึ้นต้นด้วยตัว K เหมือนชื่อตัวเอง เลยเอาชื่อจากที่คุณแม่ชอบเรียกว่า “ก้องกี้” มาตัดเหลือกีกี้

    ต่อยอดสู่ “นับเงิน กรุ๊ป”

    ปัจจุบันก้องภพมีธุรกิจในเครือ 3 กลุ่มด้วยกัน มีกิมมิกในการตั้งชื่อบริษัทไม่แพ้เครือรวยไม่หยุด กรุ๊ป ได้แก่

    1. ธุรกิจบิวตี้ : บริษัท นับเงินไม่ทัน จำกัด มี KIKI Beauty Space เน้นบริการบิวตี้ซาลอนโดยเฉพาะ และที่เพิ่งเปิดล่าสุดกับ KIKI X (กีกี้ เอ็กซ์)
    2. ธุรกิจอาหาร : บริษัท นับเงินรัวๆ จำกัด ร้าน KOKO ร้านอาหารไทยในตำนานที่สยามสแควร์
    3. สินค้า Self Care Product : บริษัท นับเงินล้านๆ จำกัด เปิดตัวสินค้าตัวแรกก็คือ KBS THE HAIR FILLER ฟิลเลอร์ผม

    kiki x

    เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมายังมีการขยายแบรนด์ใหม่อย่างกีกี้ เอ็กซ์ (KIKI X) ที่สยามสแควร์ซอย 3 เพื่อเป็นเดสติเนชั่นแห่งใหม่ที่ต่อยอดบริการความสวยตั้งแต่หัวจรดเท้า โดยคำว่า X มาจาก extension หมายถึงการต่อเติม รวมบริการความงามเกี่ยวกับการต่อทั้งหมด ได้แก่ ต่อผม ต่อเล็บ รวมถึงต่อขนตา พร้อมกันนี้ยังแตกไลน์แบรนด์แฮร์แคร์น้องใหม่เพื่อขยายตลาดไปยังกลุ่มแมสโดยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวแรกคือ KBS ฟิลเลอร์ผมที่คัดสรรสุดยอดสารสกัดจากทั่วโลก

    “ด้วยความที่ธุรกิจของเราเริ่มต้นจากลักชัวรี่ บิวตี้ ซาลอน ทำให้เราเห็น Pain Point ของคนไทยคือปัญหาสุขภาพผมโดยเฉพาะกลุ่มที่ทำสีผมหรือผมโดนสารเคมี จึงตั้งใจนำความรู้และประสบการณ์ที่มีในการทำซาลอนระดับพรีเมียมมาต่อยอดสู่นวัตกรรมฟิลเลอร์ผมเป็นรายแรกของไทย ใช้เวลาอยู่ร่วมปีเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์แฮร์แคร์ที่มีคุณภาพจำหน่ายในราคาที่เข้าถึงได้ เพราะอยากให้ผลิตภัณฑ์ของเราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในทุกเซกเมนต์โดยเฉพาะกลุ่มแมส  ซึ่งจะเน้นวางจำหน่ายในช่องทางออนไลน์ทั้งช่องทางโซเชียลหลักของแบรนด์ รวมถึงช่องทางอีมาร์เก็ตเพลสต่างๆ”

    koko

    รวมไปถึงธุรกิจร้านอาหาร ด้วยการรีแบรนด์ร้านอาหารไทยในตำนานอย่าง KOKO (โกโก้) อยู่คู่สยามมาเกือบ 30 ปี เติมพอร์ตธุรกิจ F&B

    ก้องภพเล่าว่า ได้เริ่มเทกโอเวอร์ร้าน KOKO ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน ปี 2566 เนื่องจากพี่สาวที่ทำธุรกิจในสยามอยู่แล้ว มาทานข้าวที่ร้านแล้วเจอเจ้าของร้านที่ตอนนี้อายุ 70 ปีแล้ว แต่เริ่มมีปัญหาด้านสุขภาพ ทำให้ทำต่อไม่ไหว แล้วไม่มีทายาทที่ดูแลกิจการต่อ แต่ก็ไม่อยากทิ้งแบรนด์ จึงตัดสินใจเข้าซื้อกิจการแล้วรีแบรนด์ใหม่ทั้งระบบ ทั้งโลโก้ แบรนดิ้ง ได้เชฟ และสูตรอาหารเดิม พร้อมกับเปลี่ยนการอ่านชื่อร้านจาก โคโค่ เป็น โกโก้ เพื่อให้คล้องกับร้าน กีกี้

    อาณาจักรบิวตี้ 100 ล้าน

    ปัจจุบัน KIKI Beauty Space มีทั้งหมด 2 สาขา ได้แก่ สยามสแควร์ และเมกา บางนา รวมไปถึง KIKI X อีก 1 สาขา ก้องภพมองว่าการมี 3 ธุรกิจในตอนนี้ถือว่าโอเคแล้ว อยากโฟกัสให้แข็งแรงมากกว่านี้ ยังไม่เร่งในการเปิดแบรนด์ใหม่

    “ร้านกีกี้เริ่มจากมีพนักงานแค่ 3 คน จนตอนนี้มีพนักงาน 100 กว่าคนแล้ว การทำธุรกิจคือ การเรียนรู้ด้วยตัวเอง และส่วนยากที่สุดก็คือส่วนที่เราควบคุมไม่ได้ เราพยายามทำบริการให้เป็น One Stop Service มากที่สุด ซึ่งลูกค้าก็เกิดจากการบอกปากต่อปากกันเอง”

    kiki

    ในตอนนี้ถ้าจะเรียก KIKI Beauty Space เป็นอาณาจักรความงาม 100 ล้านก็ไม่ผิดมากนัก มีการตั้งเป้าเติบโต 500% ภายใน 3 ปีข้างหน้านี้ด้วย

    ปัจจุบันแบ่งสัดส่วนรายได้ ธุรกิจบิวตี้ 80% และธุรกิจอาหาร 20% สัดส่วนลูกค้าผู้หญิง 60% และผู้ชาย 40% เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้มีเพียง 10% เท่านั้น มีการตั้งเป้าว่าในอนาคตจะเพิ่มสัดส่วนรายได้ของร้านอาหารเป็น 50% ให้ได้

    ]]>
    1458141