ช่องวัน31 – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Tue, 03 Feb 2026 09:32:59 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ‘Big C x One31’ ตั้งบริษัท ‘Big One Entertainment’ ชูกลยุทธ์ Content Meets Commerce ซึมเข้าหัวใจลูกค้าผ่านหน้าจอ https://positioningmag.com/1557946 Tue, 03 Feb 2026 09:32:34 +0000 https://positioningmag.com/?p=1557946
เรียกได้ว่าเปลี่ยนขั้วธุรกิจแบบสุด ๆ จากค้าปลีก สู่เอนเตอร์เทนเมนต์ เมื่อบริษัท บิ๊กซี สตูดิโอ จำกัด ผนึก บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ช่อง One31 จัดตั้ง บริษัท บิ๊ก วัน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (BIG ONE ENTERTAINMENT COMPANY LIMITED) เพื่อทำธุรกิจคอนเทนต์ ผ่านกลยุทธ์ Content Meets Commerce เพื่อค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่ใจผู้บริโภค ในวันที่การสื่อสารแบบเดิมอาจไม่ได้ผลอย่างที่เคย

จากละครสู่ยอดขาย

การร่วมจัดตั้งบริษัท Big One Entertainment ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่มี Case Study ที่พิสูจน์แล้วจากละครเรื่อง ตามหารักที่เธอลืม ผลงานสร้างของช่อง One31 ที่ Big C เป็นสปอนเซอร์หลักหลักและใช้กลยุทธ์ Tie-in สินค้า ผลลัพธ์ที่ได้คือ:

  • Engagement: เรตติ้งเปิดตัวสูงถึง 6.61 มียอดผู้ชมกว่า 5 ล้านคน สูงสุดในปีนั้น
  • Conversion: ยอดขายกลุ่มอาหารทะเลของ Big C พุ่งสูงถึง +100%

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า เมื่อคอนเทนต์สร้าง “อารมณ์ร่วม” (Emotional Connection) ได้สำเร็จ ผู้บริโภคจะไม่ได้มองว่านี่คือโฆษณา แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่พวกเขาพร้อมจะสนับสนุน 

เปลี่ยนงบการตลาดให้เป็นกำไร

การจัดตั้งบริษัทร่วมทุน Big One Entertainment ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท (สัดส่วน 50:50) สำหรับ Big C คือการยกระดับกลยุทธ์จาก Content Marketing สู่ Content Business อย่างเต็มตัว เพราะแทนที่ผลลัพธ์ของการใช้งบการตลาดจะกลับมาเป็นเพียง ยอดขาย หรือ Brand Awareness แต่ถ้า Big C เป็นเจ้าของคอนเทนต์เอง ก็ยังสามารถ หาเงินจากคอนเทนต์ได้ด้วย ดังนั้น ในมุมของ Big C การลงทุนใน JV นี้ถือเป็นการนำงบประมาณการตลาดที่มีอยู่แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

เพราะแทนที่จะใช้งบไปกับโฆษณาทั่วไป แต่เลือกที่จะสร้าง ROI (Return on Investment) ด้วยคอนเทนต์ที่ผลิตเอง ไม่ว่าจะเป็นการขายลิขสิทธิ์ หรือและรายได้จากตั๋วหนังผ่านเครือข่ายโรงภาพยนตร์ในสาขา Big C กว่า 80 แห่ง และฐานลูกค้ากว่า 22 ล้านคน คือขุมทรัพย์ข้อมูลที่ช่วยให้ผลิตคอนเทนต์ได้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย

มองไกลถึงตลาดโลก

เนื่องจากBig C มีสาขาอยู่ในหลายประเทศในอาเซียน ดังนั้น คอนเทนต์จึงเป็นส่วนสำคัญต่อการเติบโตของอาณาจักร Big C ในอนาคต เพราะเทรนด์ของอุตสาหกรรมบันเทิงโลกที่ผู้ชมเริ่มสนใจคอนเทนต์จากประเทศต่าง ๆ มากขึ้น โดยความสำเร็จของซีรีส์เกาหลี ไทย และประเทศอื่น ๆ บน Netflix และแพลตฟอร์มอื่นพิสูจน์แล้วว่า คอนเทนต์ที่ดีสามารถทะลุกำแพงภาษาและวัฒนธรรมได้

“ถ้าเราจะไปบุกตลาดอเมริกา การซื้อบิลบอร์ดหรือโฆษณาแบบเดิมอาจไม่ได้ผล แต่ถ้าเราปล่อย คอนเทนต์ที่เป็นโลคอลให้ค่อย ๆ ซึมไป คนที่นิวยอร์กหรือแคลิฟอร์เนียก็อาจเห็นได้ และใช้ราคาถูกกว่าและได้รีชกว้างกว่ามาก” อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)

บริษัทลงทุนในคอนเทนต์มากขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

ถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) มองว่า การที่บริษัทนอกอุตสาหกรรมบันเทิงเริ่มเข้ามาลงทุนในคอนเทนต์มากขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ พวกเขาเห็นว่า คอนเทนต์ป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสื่อสารกับผู้บริโภค สร้างความแตกต่าง และยกระดับแบรนด์ สิ่งที่ Big C และ ONEE สร้างขึ้นอาจกลายเป็นต้นแบบให้กับธุรกิจอื่น ๆ ที่กำลังมองหาวิธีใหม่ในการเชื่อมต่อกับลูกค้า

ดังนั้น หากบริษัทอื่นเข้ามาร่วม Joint Venture ในลักษณะเดียวกัน ทางบริษัทก็พร้อมเปิดกว้าง แต่ต้องดูจุดแข็งและดูความเป็นไปได้ แต่มองว่าโมเดลนี้เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถขยายได้

ตั้งเป้าคืนทุนใน 3 ปี

สำหรับโรดแมพในการผลิตคอนเทนต์ ปีแรก (2569) จะมีฉาย 1 เรื่อง และจะผลิตให้ได้อย่างน้อย 5 เรื่องภายในปี 2571 จากนั้นจะผลิตปีละ 2 เรื่อง ในส่วนของรายได้วางเป้าไว้ที่  

  • ปี 2569 อยู่ที่ 59 ล้านบาท
  • ปี 2570 อยู่ที่ 206 ล้านบาท
  • ปี 2571 อยู่ที่ 353 ล้านบาท

โดยคาดการณ์ว่าภายใน 3 ปีจะคืนทุน และมีกำไรประมาณ 80 ล้านบาท

]]>
1557946