ญี่ปุ่น – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 14 Nov 2024 12:40:48 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 โอซาก้า ออกฎหมาย ห้ามสูบบุหรี่ริมถนนทั่วเมือง มีผลบังคับใช้ ม.ค. 2025  https://positioningmag.com/1498866 Wed, 13 Nov 2024 14:48:50 +0000 https://positioningmag.com/?p=1498866 Hideyuki Yokoyama นายกเทศมนตรีโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศในระหว่างการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบพิเศษของเทศบาลว่า จะออกกฏหมายห้ามสูบบุหรี่ริมถนนทั่วเมือง โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2025 เป็นต้นไป เพื่อรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและปรับปรุงรูปลักษณ์ของเมือง

เนื่องจากทางนครโอซาก้า กำลังเตรียมการสำหรับงาน Osaka-Kansai World Expo ที่กำลังจะมาถึงในปี 2025 ที่กําหนดไว้ในเดือนเมษายน ดังนั้นจึงมีการออกกฎหมายขยายการห้ามสูบบุหรี่ริมถนนให้ครอบคลุมทั่วทั้งเมือง และกำลังดำเนินการสร้างพื้นที่สูบบุหรี่มากกว่า 140 แห่งทั่วเมืองโอซาก้า เพื่อให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎระเบียบได้ง่ายขึ้น

ก่อนหน้านั้นในปี 2007 ทางนครโอซาก้ามีการออกกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ตามท้องถนน โดยครอบคลุม 6 พื้นที่รวมถึงบริเวณใกล้เคียงของสถานี JR Osaka สถานที่ท่องเที่ยว Ebisubashi-suji และ Shinsaibashi-suji ที่มีคนพลุกพล่านให้เป็นพื้นที่เขตปลอดบุหรี่ โดยมีกําหนดค่าปรับ 1,000 เยน หรือประมาณ 230 บาท สําหรับผู้ที่ทำการละเมิดกฏหมายดังกล่าว ต่อมาในเดือนมีนาคม 2024 สมัชชาเทศบาลนครโอซาก้าได้ผ่านพระราชกฤษฎีกาฉบับแก้ไข เพื่อขยายพื้นที่ห้ามสูบบุหรี่ จาก 6 พื้นที่ให้ครบคลุมไปทั่วเมืองโอซาก้า 

ทั้งนี้ นายกเทศมนตรรีนครโอซาก้ายังกล่าวว่า เมื่อถึงเวลาที่พระราชกฤษฎีกาฉบับแก้ไขมีผลบังคับใช้ อย่างเป็นทางการ ทางนครโอซาก้าวางแผนจะสร้างสถานีใหม่เพิ่มเติมและปรับปรุงสถานีที่มีอยู่ โดยจํานวนสถานีสูบบุหรี่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 300 แห่งเมื่อถึงเวลาเปิดงาน Expo

ที่มา : THE MAINICHI NEWSPAPERS

 

]]>
1498866
7-Eleven ในญี่ปุ่นเตรียมเปิดบริการให้ลูกค้าสั่งพิซซ่าจากร้านได้ในบางพื้นที่ แถมมีแผนขยายไปยังทั่วประเทศ https://positioningmag.com/1481696 Sun, 07 Jul 2024 10:10:26 +0000 https://positioningmag.com/?p=1481696 7-Eleven ในประเทศญี่ปุ่น ได้เปิดบริการให้ลูกค้าสามารถที่จะสั่งพิซซ่าอบร้อนจากร้านสะดวกซื้อได้ ซึ่งลูกค้าจะเริ่มต้นสามารถใช้บริการดังกล่าวได้ในช่วงเดือนสิงหาคม และจะมีการขยายสาขาเพิ่มเติมหลังจากนี้

7-Eleven ในประเทศญี่ปุ่น เตรียมหารายได้จากธุรกิจใหม่ๆ ล่าสุดบริษัทเตรียมนำสาขามากถึง 12,000 สาขาใน 3 เขตใหญ่ของประเทศให้บริการในการส่งพิซซ่าอบร้อน ซึ่งลูกค้าสามารถสั่งผ่านแอปพลิเคชัน 7 Now และตั้งเป้าที่จะขยายสาขาเพิ่มเติมหลังจากนี้

ในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ 7-Eleven ในประเทศญี่ปุ่นในสาขาในเขต Hokkaido เขต Kyushu รวมถึงเขต Kanto มากถึง 12,000 สาขาจะพร้อมให้บริการพิซซ่าอบร้อนส่งถึงบ้านของลูกค้า โดยค่าส่งพิซซ่าจะอยู่ในช่วง 110 เยน จนถึง 550 เยน

โดยระยะเวลาในการจัดส่งพิซซ่าของทางบริษัทนั้นจะอยู่ในช่วง 30 นาที แต่ทางบริษัทได้กล่าวว่าจะพยายามส่งพิซซ่าให้ได้ไวที่สุดภายใน 20 นาที

ผู้บริโภคในประเทศญี่ปุ่นสามารถเริ่มสั่งพิซซ่าอบร้อนจากร้านสะดวกซื้อรายดังกล่าวในช่วงเริ่มต้นจะมีพิซซ่า 2 หน้าให้เลือกคือหน้าไก่เทอริยากิในราคา 880 เยน กับ หน้ามาร์การิต้าในราคา 780 เยน ซึ่งผู้บริหารของบริษัทในประเทศญี่ปุ่นกล่าวว่าหน้าพิซซ่าทั้ง 2 เป็นหน้าที่คนญี่ปุ่นต้องการรับประทานมากที่สุด

ในช่วงที่ผ่านมา 7-Eleven ในญี่ปุ่นได้ปรับตัวในด้านธุรกิจ และมีบริการใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริการ Delivery หรือแม้แต่การวางจำหน่ายสินค้าประเภทใหม่ๆ เพื่อที่จะเจาะกลุ่มลูกค้า หรือแม้แต่ขยายรายได้ให้กับบริษัทเพิ่มมากขึ้น

แผนของ 7-Eleven ในประเทศญี่ปุ่นยังเตรียมที่จะขยายบริการดังกล่าวไปยังส่วนที่เหลือภายในประเทศในภายหลัง ซึ่งขึ้นกับการขยายบริการในส่วนของแอปฯ 7 Now ของบริษัทด้วย

ที่มา – Yahoo News Japan, Asahi Shimbun, SoraNews24

]]>
1481696
ญี่ปุ่นตั้งเป้าส่งออก การ์ตูน อนิเมะ เกมส์ ออกสู่ตลาดโลกให้ได้ 20 ล้านล้านเยนภายในปี 2033 https://positioningmag.com/1476645 Wed, 05 Jun 2024 10:56:13 +0000 https://positioningmag.com/?p=1476645 รัฐบาลญี่ปุ่นวางเป้าที่จะส่งออก การ์ตูน อนิเมะ เกมส์ ออกสู่ตลาดโลกให้ได้ 20 ล้านล้านเยน หรือเติบโตมากถึง 4 เท่า ภายในปี 2033 ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวอยู่ในภายใต้แผนการ Cool Japan ที่รัฐบาลเตรียมนำกลับมารีบูตใหม่อีกครั้ง

รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าที่จะส่งออก การ์ตูน อนิเมะ เกมส์ รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้อง ออกสู่ตลาดโลกให้ได้มากกว่าเดิมมากถึง 4 เท่า หรือคิดเป็นเงินมากถึง 20 ล้านล้านเยน ภายในปี 2033 โดยแดนอาทิตย์อุทัยนั้นกำลังรวบรวมศักยภาพของวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับประเทศ และวัฒนธรรมญี่ปุ่นนั้นกำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก

เอกสารของรัฐบาลญี่ปุ่นชี้ว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื้อหาอย่างอนิเมะและมังงะ (การ์ตูนญี่ปุ่น) มีบทบาทสำคัญในการดึงดูดผู้ชมรุ่นเยาว์จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ในต่างประเทศ นอกจากนี้เนื้อหาต่างๆ ยังทำหน้าที่เป็นประตูสู่ประเทศญี่ปุ่น

ไม่เพียงเท่านี้ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด ความนิยมในอนิเมะญี่ปุ่นนั้นเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนิเมะอย่าง Demon Slayer

เป้าหมายดังกล่าวรวมอยู่ในยุทธศาสตร์ Cool Japan ซึ่งตั้งเป้าหมายที่กว้างขึ้นโดยมีเป้าหมายที่จะกวาดรายได้ประมาณ 50 ล้านล้านเยนต่อปีภายในปี 20333 ผ่านสิ่งที่เรียกว่าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว รวมถึงการส่งออกเนื้อหาญี่ปุ่น สินค้าเกษตร แฟชั่น และเครื่องสำอาง สินค้า รวมถึงการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ท่องเที่ยวภายในประเทศด้วย

ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นยังได้สั่งให้บรรดารัฐมนตรีนำแผนดังกล่าวไปปฏิบัติโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันรัฐบาลญี่ปุ่นยังเตรียมสนับสนุนผู้ที่ทำงานในสายดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการจัดการในเรื่องข้อตกลงทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม หรือแม้แต่ในเรื่องการว่าจ้างในอุตสาหกรรมเหล่านี้

นอกจากนี้รัฐบาลยังเตรียมตัวขอความร่วมมือในต่างประเทศเพื่อจัดการปัญญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่ง การ์ตูน อนิเมะ ของญี่ปุ่นเองถือว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

ตัวเลขล่าสุดในปี 2022 รัฐบาลญี่ปุ่นรายงานถึงการส่งออก การ์ตูน อนิเมะ เกมส์ รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องนั้นมีตัวเลขอยู่ที่ 4.7 ล้านล้านเยน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวนั้นถือว่าใกล้เคียงกับตัวเลขการส่งออกอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศญี่ปุ่นด้วยซ้ำ

ญี่ปุ่นได้ใช้ยุทธศาสตร์ Cool Japan มาเป็นเวลานานนับหลายปี ซึ่งถือเป็นการใช้ซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศอีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ดีรัฐบาลญี่ปุ่นมองว่ากลยุทธ์ดังกล่าวนั้นต้อง ‘รีบูต’ ใหม่อีกครั้ง เนื่องจากความนิยมของ การ์ตูน อนิเมะ อย่างล้นหลามในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ที่มา – NHK, Kyodo News, CNA

]]>
1476645
Krungsri Consumer เตรียมส่งโปรโมชันผ่อน 0% นาน 3 เดือนสำหรับการใช้จ่ายในญี่ปุ่น คาดยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่แดนอาทิตย์อุทัยโต 50% ในปีนี้ https://positioningmag.com/1468749 Tue, 02 Apr 2024 13:41:38 +0000 https://positioningmag.com/?p=1468749 กรุงศรี คอนซูมเมอร์ (Krungsri Consumer) เปิดเผยถึงผลประกอบการในปี 2023 ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทได้เตรียมส่งโปรโมชั่นจูงใจให้ลูกค้าสำหรับการจับจ่ายในประเทศญี่ปุ่น โดยบริษัทตั้งเป้ายอดการใช้จ่ายบัตรในประเทศญี่ปุ่นจะเติบโตมากถึง 50% ในปีนี้

อธิศ รุจิรวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด ได้กล่าวถึงยอดการใช้จ่ายบัตรรวมถึงยอดสินเชื่อส่วนบุคคลในปี 2023 ที่ผ่านมา โดยบริษัทมียอดบัตรเครดิตใหม่ 339,000 บัตร ยอดใช้จ่ายบัตร 365,000 ล้านบาท (เติบโต 10%) สินเชื่อใหม่ 92,000 ล้านบาท (เติบโต 6%) และสินเชื่อคงค้าง 148,400 ล้านบาท (เติบโต 3%)

สำหรับหมวดใช้จ่ายที่เติบโตสูงในปี 2023 ที่ผ่านมาได้แก่ ตัวแทนท่องเที่ยว สายการบิน โรงแรมและรถเช่า ตามลำดับ ซึ่งอธิศได้ชี้ถึงการเดินทางได้กลับมาอีกครั้ง ผู้คนเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น

แต่ถ้าหากเทียบยอดค่าใช้จ่ายสูงที่สุดในปีที่ผ่านมา ได้แก่ ประกันภัย ปั๊มน้ำมัน การซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และตกแต่งบ้าน โดยเขาชี้ถึงคนไทยได้ซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งในอดีตไม่เคยมีหมวดหมู่นี้ติดอันดับต้นๆ ด้วยซ้ำ แสดงให้เห็นว่าไลฟ์สไตล์คนไทยเปลี่ยนไป

กลยุทธ์ในปี 2024 นั้น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด ยังได้กล่าวว่าบริษัทจะเน้นการขยายพันธมิตรให้มากกว่านี้ ขณะเดียวกันก็จะเจาะกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น โดยเขาชี้ว่าเพื่อที่จะรีเฟรชพอร์ตโฟลิโอของบริษัทด้วย ไม่ให้มีลูกค้าในช่วงอายุใดอายุหนึ่งมีสัดส่วนมากเกินไป

เขายังกล่าวว่าในปีนี้จะมีการเน้นในส่วนของ Flagship Product มากขึ้น ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะมีการปรับปรุงบัตรและเปิดตัวบัตรใหม่ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ยังรวมถึงกลยุทธ์ในการทำงานแบบประสานพลังในเครือกรุงศรีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงินฝาก ประกัน หรือแม้แต่เรื่องของการบริหารความมั่งคั่งให้กับลูกค้าบัตรเครดิต

บริษัทตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตร 393,000 ล้านบาท ยอดสินเชื่อใหม่ 100,000 ล้านบาท ยอดสินเชื่อคงค้าง 151,000 ล้านบาท

อธิศ รุจิรวัฒน์ – กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด / ภาพจากบริษัท

ลูกค้ากรุงศรีฯ เที่ยวญี่ปุ่นเยอะ เตรียมจับมือพันธมิตรเพิ่ม

สมหวัง โตรักตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด ได้กล่าวถึงข้อมูลยอดใช้จ่ายผ่านบัตรของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ในปี 2023 นั้น สัดส่วนยอดใช้จ่ายผ่านบัตรในต่างประเทศ ญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของลูกค้าของบริษัท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับผลสำรวจที่ Visa ได้ทำไว้ว่าญี่ปุ่นถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับ 1 ของคนไทยอยากไปเที่ยว

กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด กล่าวว่า ปัจจัยดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศญี่ปุ่น ในฐานะบริษัทในเครือกรุงศรี หนึ่งในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) บริษัทจึงเตรียมต่อยอดแคมเปญ “เรื่องญี่ปุ่น ต้องกรุงศรี” ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา

บริษัทยังเปิดเผยข้อมูลลูกค้าของบัตรเครดิตในเครือกรุงศรีในปี 2023 ได้ใช้จ่ายในประเทศญี่ปุ่นมากถึง 2,200 ล้านบาท โดยลูกค้ากลุ่ม Gen X และ Gen Y นั้นมีสัดส่วนมากถึง 80% ซึ่งมียอดเฉลี่ยต่อคน 32,000 บาท เติบโต 10% เมื่อเทียบกับปี 2022

แต่ถ้าหากเรียงตามยอดใช้จ่ายในประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า โรงแรมหรือที่พัก สินค้าแฟชั่นเครื่องแต่งกาย เครื่องสำอางสินค้าเบ็ดเตล็ด และ สนามบินและสินค้าปลอดภาษี ตามลำดับ

สมหวัง โตรักตระกูล – กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด / ภาพจากบริษัท

ชู 4 แนวทางหลักขับเคลื่อนแคมเปญ

เพื่อต่อยอดกับแคมเปญดังกล่าว สมหวังยังกล่าวว่าบริษัทนั้นจะตั้งเป้าสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าในญี่ปุ่นมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการจับมือกับพันธมิตรในประเทศญี่ปุ่นและไทยเพิ่มมากขึ้น 600 แบรนด์ หรือแม้แต่การใช้เครือข่ายของ MUFG ในประเทศญี่ปุ่นเพื่อเพิ่มพันธมิตรในญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น โดยแนวทางในการขับเคลื่อน “เรื่องญี่ปุ่น ต้องกรุงศรี” ได้แก่

  • ขยายความร่วมมือโดยเพิ่มจำนวนพันธมิตร เพิ่มสิทธิประโยชน์ เสริมหมวดหมู่ใหม่ๆ เพื่อคนรักญี่ปุ่น
  • นำเสนอทางเลือกในการชำระเงินที่หลากหลาย อำนวยความสะดวกให้ลูกค้า เช่น Tap & Go
  • เสริมประสบการณ์ให้หลากหลาย ครบทุกเรื่องญี่ปุ่น ทั้งในและต่างประเทศ เช่น เพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านร้านอาหาร การช้อปปิ้ง และบริการ งานอีเวนต์ที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น
  • ใช้ข้อมูลและนวัตกรรม เพื่อที่จะเสริมประสิทธิภาพการตลาด

เตรียมส่งโปรโมชั่นผ่อน 0% นาน 3 เดือน หรือใช้บัตร Krungsri Boarding Card ก็ได้

สมหวังยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่าบริษัทเตรียมส่งโปรโมชั่นผ่อน 0% นาน 3 เดือน โดยลูกค้าสามารถเลือกผ่อนชำระรายการที่เป็นสกุลเงินเยนหรือร้านค้าในประเทศญี่ปุ่นได้ผ่านทางแอปพลิเคชั่น UCHOOSE ได้ ซึ่งเขาคาดว่าโปรโมชั่นดังกล่าวน่าจะออกมาได้ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้

นอกจากนี้สมหวังยังได้ชี้ถึงอีกทางเลือกของคนที่ชอบเที่ยวคือ Krungsri Boarding Card จากธนาคารกรุงศรีฯ ซึ่งเป็นบัตร VISA Prepaid Card ที่มีกระเป๋าเงิน e-Wallet ซึ่งสามารถใช้ 16 สกุลเงินต่างประเทศ และสกุลเงินบาทได้นั้น สมหวังได้ชูจุดเด่นที่ลูกค้าสามารถตั้งซื้อเรทค่าเงินได้ผ่านทาง Krungsri Mobile App

สมหวังได้กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่ญี่ปุ่น 2,950 ล้านบาทในปีนี้ ซึ่งเติบโต 50% เทียบกับปี 2023 ที่ผ่านมา จากสิทธิประโยชน์ที่ครบ และเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง จะช่วยให้กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เป็นผู้นำธุรกิจในเซกเมนต์ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้

อธิป ศิลป์พจีการ – ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารธุรกิจกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด / ภาพจากบริษัท

ต้องปรับตัวให้เข้ากับนโยบายแบงก์ชาติ

อธิป ศิลป์พจีการ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารธุรกิจกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด ในส่วนของนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ได้ให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อที่จะแก้ปัญหาหนี้ในครัวเรือนที่มีระดับสูงอยู่ในเวลานี้ อธิปได้กล่าวว่าทางกรุงศรีฯ​ ได้มีนโยบายดังกล่าวมานานแล้ว แค่ต้องปรับตัวให้เข้ากับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยเท่านั้น

หลังจากนี้ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เตรียมจะเริ่มการสื่อสารกับลูกค้าในกลุ่มผ่านทุกช่องทางตามกำหนดการของ ธปท. เพื่อแจ้งสถานะว่าลูกค้าเหล่านี้อยู่ในกลุ่มลูกหนี้เป็นหนี้เรื้อรังนั้นจะสามารถเลือกที่จะปิดหนี้ผ่านโครงการสินเชื่อพิเศษที่อัตราดอกเบี้ย 15% ต่อปีได้

อย่างไรก็ดีเขาชี้ว่าลูกค้าที่เป็นกลุ่มลูกหนี้เป็นหนี้เรื้อรังนั้นคาดว่ามีไม่ถึง 10% ที่จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าว เนื่องจากลูกค้าต้องการวงเงินสำรองเพื่อใช้จ่ายยามฉุกเฉิน ยกเว้นว่าลูกหนี้คนดังกล่าวนั้นต้องการที่จะยกเลิกบริการสินเชื่อไปเลย

กังวลเรื่องการปรับอัตราชำระบัตรเครดิตขั้นต่ำ

กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด ได้กล่าวถึงนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ได้ออกนโยบายไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องของการเพิ่มอัตราชำระบัตรเครดิตขั้นต่ำจาก 5% เป็น 8% เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมานั้น เขากังวลว่ามาตรการดังกล่าวดูเหมือนว่าตัวเลขอาจไม่สูง แต่ถ้ามองในมุมของลูกค้าเขากังวลว่าจะกระทบต่อภาระในการชำระหนี้

อธิศ ได้กล่าวว่า อัตราส่วนคงค้างของสินเชื่อของลูกหนี้ที่มีค่างวดค้างชำระเกินกว่า 90 วันของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ อยู่ที่ระดับ 1.14% สำหรับบัตรเครดิต และ 2.5%

เขากล่าวถึงตัวเลขในเดือนกุมภาพันธ์เริ่มเห็นสัญญาณของการผิดนัดชำระหนี้บ้างแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้าที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะที่คนมีเงินก็จะไม่มีปัญหาในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด เขายังกล่าวเสริมว่ากรณีดังกล่าวเปรียบได้กับการขอให้คนที่ยังไม่ฟื้นตัวดีมากพอจ่ายเงินมากขึ้น

อธิศ ยังกล่าวว่าหลังจากในส่วนของมาตรการให้ชำระบัตรเครดิตขั้นต่ำ 8% ออกมา 6 เดือนแล้วจะมีการประเมินผลอีกที และจะนำประเด็นดังกล่าวไปพูดคุยกับทางธนาคารแห่งประเทศไทยในภายหลัง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกันเป็นระยะๆ ในเรื่องดังกล่าว

]]>
1468749
ธนาคารกลางญี่ปุ่นขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 17 ปี นักวิเคราะห์ชี้เงินเยนอาจไม่แข็งค่าเท่าที่คาด https://positioningmag.com/1466718 Tue, 19 Mar 2024 10:25:19 +0000 https://positioningmag.com/?p=1466718 ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วง 0-0.1% ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 17 ปี และยังเป็นการประกาศชัยชนะเชิงสัญลักษณ์ว่าแดนอาทิตย์อุทัยได้ออกจากสภาวะเงินฝืดแล้ว แต่สำหรับค่าเงินเยนแล้วนั้นนักวิเคราะห์มองว่าอาจไม่ได้แข็งค่าเท่าที่คาดจากท่าทีที่ระมัดระวังของ BoJ

ธนาคารกลางญี่ปุ่น ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในช่วง 0-0.1% ซึ่งการปรับดอกเบี้ยดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี หลังจากที่ญี่ปุ่นได้ใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลาย รวมถึงการใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบมาเป็นระยะเวลานาน

BoJ ได้ประกาศอัตราดอกเบี้ยในช่วง 0-0.1% จากเดิมที่ญี่ปุ่นได้ใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบที่ -0.1% มาเป็นระยะเวลาเกิน 10 ปี มาตรการดังกล่าวตามมาหลังจากที่ญี่ปุ่นได้ปรับค่าแรงเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5.3% เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าแดนอาทิตย์อุทัยได้พ้นจากสภาวะเงินฝืดเป็นที่เรียบร้อย

ถ้อยแถลงของ BoJ ยังมีการกล่าวถึงตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่นอยู่ในช่วง 2% (หรือมากกว่า) ซึ่งมีลักษณะมั่นคงมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง และมองว่านโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของญี่ปุ่นได้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวแล้ว

นอกจากนี้ในถ้อยแถลงของ BoJ ยังกล่าวว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตราที่สูงกว่าอัตราการเติบโตที่เป็นไปได้ (Potential Growth Rate)

นโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่นนอกจากมีการปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีนโยบายที่จะยกเลิกการซื้อกองทุนหุ้นญี่ปุ่นที่ซื้อขายในตลาดหุ้น (ETF) ทรัสต์การลงทุนในอสังหาริมทัพย์ในประเทศญี่ปุ่น (REITS) หรือแม้แต่การควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี (Yield Curve Control) เพื่อควบคุมให้นโยบายการเงินอยู่ในสภาวะผ่อนคลาย

การที่ญี่ปุ่นต้องใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบเนื่องจากปัญหาเงินฝืด ซึ่งเป็นผลกระทบของเศรษฐกิจในยุค 1990 ที่ฟองสบู่แตก ส่งผลต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น จนเรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาทศวรรษที่สาบสูญ จนท้ายที่สุด ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ออกนโยบายผ่อนคลายทางการเงินออกมาเพื่อจะแก้ปัญหาดังกล่าวนับตั้งแต่ปี 2012

ในช่วงที่ผ่านมา BoJ ได้ส่งสัญญาณการยกเลิกนโยบายผ่อนคลายทางการเงินมาโดยตลอด หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อในญี่ปุ่นนั้นปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนคาดว่าในท้ายที่สุดแล้วญี่ปุ่นจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี BoJ ยังยืนยันว่าจะไม่ใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดเหมือนกับธนาคารกลางของประเทศพัฒนาหลายประเทศที่มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เร็วและรุนแรง เช่น สหรัฐอเมริกา ฯลฯ และยังชี้ว่านโยบายทางการเงินของญี่ปุ่นในช่วงเวลานี้ยังอยู่ในสภาวะผ่อนคลายอยู่

ผลกระทบจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของญี่ปุ่นหลายปีที่ผ่านมาคือส่งผลทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่า ซึ่งส่งผลดีต่อภาคการส่งออกและท่องเที่ยวของญี่ปุ่น แต่ผลกระทบคือการนำเข้าสินค้าของญี่ปุ่นจะมีราคาสูงมากขึ้น

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้ให้มุมมองเกี่ยวกับค่าเงินเยนว่า “ตลาดคาดว่า BoJ จะเปลี่ยน แปลงนโยบายพร้อมกับท่าทีระมัดระวังเกี่ยวกับการคุมเข้มนโยบายเพิ่มเติมในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยหาก BoJ ส่งสัญญาณว่าอาจเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวจะไม่เพียงพอที่จะทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นได้”

สำหรับค่าเงินเยนเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทล่าสุดในวันนี้ (19 มีนาคม) ซื้อขายในช่วง 0.2396-0.2415 เยนต่อ 1 บาท ซึ่งยังไม่ได้แข็งค่าในทันทีจากนโยบายการปรับขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าว

ที่มา – Reuters, The Guardian, CNN

]]>
1466718
ยังคงร้อนแรง! ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น Nikkei ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 40,000 จุด เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ https://positioningmag.com/1464958 Mon, 04 Mar 2024 06:12:17 +0000 https://positioningmag.com/?p=1464958 ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นอย่าง Nikkei 225 ได้ทำสถิติใหม่ที่ 40,000 จุดเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยปัจจัยที่ทำให้หุ้นญี่ปุ่นมาถึงจุดนี้ได้คือมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน กำไรของบริษัททำสถิติใหม่ การปฏิรูปด้านธรรมาภิบาล หรือแม้แต่เม็ดเงินจากนักลงทุนชาวต่างชาติ

ดัชนี Nikkei 225 ซึ่งรวบรวมบริษัทในประเทศญี่ปุ่นที่มีขนาดบริษัทใหญ่ที่สุด 225 บริษัท โดยล่าสุดวันนี้ (จันทร์ที่ 4 มีนาคม) ได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ทะลุ 40,000 จุดเป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นได้เอาชนะจุดสูงสุดเดิมที่เคยทำไว้ตั้งแต่ปี 1989 ไว้ได้

ผลกระทบจากสภาวะตลาดหุ้นตกลงอย่างหนักของญี่ปุ่นหลังจากปี 1989 ยังก่อเกิดปัญหาคือ เศรษฐกิจมีปัญหาจากเงินฝืดที่เกาะกินเป็นระยะเวลายาวนานตั้งแต่ยุค 1990 จนทำให้มีการตั้งฉายาว่า ‘ทศวรรษที่หายไป’

มาตรการธนู 3 ดอก ซึ่งถือเป็นมาตรการผ่อนคลายทางการเงินตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นเกิดสภาวะดังกล่าวซ้ำรอย โดยมาตรการดังกล่าวธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ซื้อสินทรัพย์ต่างๆ ในตลาดหุ้นไม่ว่าจะเป็น ETF หุ้นญี่ปุ่น พันธบัตรรัฐบาล หรือกองทรัสต์ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลทำให้ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา

ในช่วงที่ผ่านมากำไรของบริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นยังทำสถิติสูงสุดติดต่อกันหลายไตรมาส ขณะที่ค่าเงินเยนที่อ่อนค่ายังส่งผลให้บริษัทที่ทำธุรกิจในต่างประเทศมีกำไรเพิ่มสูงขึ้น ไม่เพียงเท่านี้ญี่ปุ่นเองมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ส่งผลทำให้ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นอย่าง Nikkei 225 ทำสถิติสูงสุดใหม่แล้ว / ข้อมูลจาก Google Finance

ขณะเดียวกันญี่ปุ่นยังสนับสนุนให้มียกเว้นการจัดเก็บภาษีจากกำไรและเงินปันผลที่ได้รับจากการลงทุนบางส่วนภายใต้โครงการ Nisa ซึ่งจะสร้างผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นเพิ่มมากขึ้น รวมถึงตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นมีนโยบายในการปฏิรูปด้านธรรมาภิบาล ทำให้บริษัทมีความโปร่งใสมากขึ้น

ขณะเดียวกัน การเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัทญี่ปุ่นของนักลงทุนชื่อดังอย่าง Warren Buffett ทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเริ่มเป็นที่สนใจของนักลงทุนชาวต่างชาติมากขึ้น นอกจากนี้ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ยังทำให้เม็ดเงินของนักลงทุนยิ่งไหลเข้าไปยังญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น

ในปี 2023 ที่ผ่านมาตลาดหุ้นญีปุ่นถือเป็นอีก 1 ตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในโลก และในปี 2024 ยังทำผลตอบแทนที่ดี นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาดัชนีได้ให้ผลตอบแทนไปแล้วถึง 20.20%

อย่างไรก็ดีเศรษฐกิจของญี่ปุ่นนั้นถือว่าอยู่ในสภาวะท้าทายจากปัญหาโครงสร้างประชากรที่มีผู้สูงอายุจำนวนมาก ทำให้แรงงานมีจำนวนขาดแคลน ซึ่งส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว

โดยบทวิเคราะห์ล่าสุดจาก Bank Of America นั้นนักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่าดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นในสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 41,000 จุด จากปัจจัยของกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่ยังเพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่อง

ที่มา – Al Jazeera, Reuters

]]>
1464958
รัฐบาลญี่ปุ่นทุ่มเงินเกือบ 11,000 ล้านบาท สนับสนุนการพัฒนาชิป 2 นาโนเมตร รวมถึงชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI https://positioningmag.com/1462515 Tue, 13 Feb 2024 07:47:18 +0000 https://positioningmag.com/?p=1462515 รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศทุ่มเงินเกือบ 11,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการพัฒนาชิป 2 นาโนเมตรให้ได้ภายในปี 2027 และยังรวมถึงการพัฒนาชิปที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลด้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวกำลังมีบทบาทสำคัญในอนาคต

รัฐบาลญี่ปุ่นได้ทุ่มเงินมากถึง 45,000 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทยเกือบ 11,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการพัฒนาชิปสำหรับ AI หรือแม้แต่เทคโนโลยีการผลิตชิปให้ได้ 2 นาโนเมตรให้ได้ภายในปี 2027 หลังจากที่ญี่ปุ่นได้ทุ่มทุนในการดึงอุตสาหกรรมไฮเทคเข้ามาในประเทศมากขึ้น

เม็ดเงินวิจัยและพัฒนาชิปจะนำไปใช้โดย Leading-Edge Semiconductor Technology Center ซึ่งมีการก่อตั้งในปี 2022 โดยแยกเป็น 28,000 ล้านเยนสำหรับพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการออกแบบชิปรุ่นต่อไปสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเม็ดเงินอีกส่วน 17,000 พันล้านเยนสำหรับพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตชิป 2 นาโนเมตรหรือดีกว่าให้ได้

สำหรับ Leading-Edge Semiconductor Technology Center นั้นมีแกนนำคือ มหาวิทยาลัยโตเกียว AIST ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลญี่ปุ่น รวมถึง Rapidus บริษัทร่วมทุนของภาคเอกชนญี่ปุ่นเพื่อพัฒนาการผลิตชิป ซึ่งประกอบไปด้วยบริษัทอย่าง Sony NTT SoftBank Toyota ฯลฯ

โดย Leading-Edge Semiconductor Technology Center การวิจัยมีทั้งในเรื่องเทคโนโลยีการผลิต หรือแม้แต่วัสดุในการผลิตชิป ซึ่งญี่ปุ่นเองถือเป็นประเทศที่ส่งออกวัตถุดิบในการผลิตชิปอันดับต้นๆ ของโลก และจะมีการร่วมมือกับบริษัททั้งในญี่ปุ่นรวมถึงผู้เล่นสำคัญที่อยู่ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

ก่อนหน้านี้ Fumio Kishida นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ต้องการให้มีการผลิตชิปในประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง และหวังว่าแผนการดังกล่าวทำให้ญี่ปุ่นสามารถกลับมาเป็นผู้นำในด้านนี้ได้ หลังจากที่เกิดความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยที่รัฐบาลเตรียมให้เม็ดเงินและสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อที่จะเพิ่มกำลังการผลิตชิปในญี่ปุ่นมากถึง 3 เท่าภายในปี 2030

ซึ่งบริษัทที่สนใจเข้าไปตั้งโรงงานผลิตชิปในญี่ปุ่นก็คือ TSMC และยังมีการประกาศตั้งโรงงานเพิ่มเติมที่จะผลิตชิปด้วยเทคโนโลยี 3 นาโนเมตร

ขณะเดียวกัน Rapidus เองซึ่งเป็นบริษัทของญี่ปุ่นได้วางเป้าหมายที่จะผลิตชิปด้วยเทคโนโลยี 1.4 นาโนเมตรให้ได้ภายในปี 2028

ที่มา – Reuters, JiJi, Nikkei Asia

]]>
1462515
P&G เผยยอดขาย SK-II ในจีนไตรมาสที่ผ่านมาลดลง 34% สาเหตุมาจากการแบนสินค้าจากญี่ปุ่น https://positioningmag.com/1460196 Wed, 24 Jan 2024 18:25:06 +0000 https://positioningmag.com/?p=1460196 P&G ได้เปิดเผยยอดขาย SK-II ในจีนไตรมาสที่ผ่านมาของปี 2023 ลดลง 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2022 สาเหตุมาจากการแบนสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่น เนื่องจากกรณีการปล่อยน้ำเสียจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ และยังรวมถึงปัญหาผู้บริโภคชาวจีนที่ไม่จับจ่ายใช้สอยจากสภาวะเศรษฐกิจ

Procter & Gamble หรือ P&G ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแบรนด์สกินแคร์ชื่อดังจากญี่ปุ่นอย่าง SK-II ได้รายงานผลประกอบการของบริษัทในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาของปี 2023 โดยยอดขายแบรนด์สกินแคร์ดังกล่าวตกลงมากถึง 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2022

ผู้บริหารของ P&G ได้ยอมรับว่าสาเหตุสำคัญมาจาก การแบนสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นจากการปล่อยน้ำเสียจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะลงสู่ทะเลเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2023 ที่ผ่านมา เหตุดังกล่าวทำให้รัฐบาลจีนได้ออกมาตรการแบนอาหารทะเลจากญี่ปุ่น นอกจากนี้ชาวจีนเองยังกังวลว่าสินค้าของแบรนด์สกินแคร์ดังกล่าวอาจปนเปื้อนส่วนผสมที่มีสารกัมมันตภาพรังสีด้วย

การปล่อยน้ำเสียของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดังกล่าว ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศยืนยันถึงความปลอดภัย รวมถึง UN ก็ออกมาไฟเขียวในเรื่องดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความเชื่อมั่นของชาวจีนกลับมาสูงขึ้นด้วยซ้ำ

อีกสาเหตุที่สำคัญคือ SK-II ยังประสบปัญหายอดขายไม่ฟื้นตัวในประเทศจีน เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะชนชั้นกลางในประเทศจีนเป็นหลักซึ่งกำลังประสบปัญหาไม่จับจ่ายใช้สอยอย่างที่ควร ซึ่งกลุ่มลูกค้าดังกล่าวเป็นเป้าหมายสำคัญของแบรนด์จากญี่ปุ่นรายนี้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบรนด์ดังกล่าวถูกแบนจากกลุ่มลูกค้าชาวจีน แต่ในช่วงที่ผ่านมา CEO ของ P&G เองเคยได้เตือนถึงความตึงเครียดระหว่างจีนกับญี่ปุ่นจะส่งผลกระทบต่อยอดขาย SK-II แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานนักยอดขายของแบรนด์สกินแคร์ดังกล่าวนั้นฟื้นตัวกลับมาเสมอ ซึ่งแตกต่างกับครั้งนี้

ขณะเดียวกันแบรด์ญี่ปุ่นรายอื่นต่างก็เคยโดนชาวจีนแบนมาแล้ว เช่น ในปี 2012 ที่ Uniqlo ต้องปิดสาขาในประเทศจีนชั่วคราว หรือแม้แต่กรณีการใช้ฝ้ายที่มาจากมณฑลซินเจียง เป็นต้น

อย่างไรก็ดี Andre Schulten ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการเงินของ P&G ได้กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทได้ทำวิจัยผู้บริโภคในประเทศจีน บริษัทเชื่อว่ายอดขายของ SK-II จะกลับมาฟื้นตัวได้ภายในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2024 ได้

ที่มา – BBC, CNBC

]]>
1460196
7-Eleven วางเป้ามีร้านสะดวกซื้อในเอเชียแตะระดับ 50,000 สาขาภายในปี 2026 จากปัจจัยชนชั้นกลางที่เพิ่มมากขึ้น https://positioningmag.com/1458325 Thu, 11 Jan 2024 03:45:50 +0000 https://positioningmag.com/?p=1458325 เซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ได้ตั้งเป้ามีร้านสะดวกซื้อในเอเชียแตะระดับ 50,000 สาขาภายในปี 2026 นอกจากนี่ยังรวมถึงเชนร้านสะดวกซื้อจากญี่ปุ่นหลายแห่งที่มองถึงการขยายสาขาในประเทศต่างๆ ในเอเชีย จากปัจจัยชนชั้นกลางที่เพิ่มมากขึ้น

Nikkei Asia รายงานข่าวว่า 7-Eleven เจ้าของเชนร้านสะดวกซื้อจากญี่ปุ่นได้ตั้งเป้าที่จะมีสาขาในทวีปเอเชียให้แตะระดับ 50,000 สาขา ขณะเดียวกันคู่แข่งร้านสะดวกซื้อรายอื่นจากญี่ปุ่นก็ตั้งเป้าที่จะเพิ่มสาขาให้ได้เช่นกัน แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของธุรกิจร้านสะดวกซื้อในทวีปเอเชีย

สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า Seven & i Holdings เจ้าของ 7-Eleven ซึ่งถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่น ตั้งเป้าในปี 2026 จะมีสาขาในทวีปเอเชียเพิ่มขึ้นอีก 3,600 สาขา ซึ่งจะทำให้มีสาขารวมกันแตะระดับใกล้ 50,000 สาขา มากกว่าจำนวนสาขาในเดือนกุมภาพันธ์ของปี 2023 ซึ่งมีสาขาราวๆ 46,000 สาขาเท่านั้น

โดยโมเดลของ Seven & i Holdings เจ้าของ 7-Eleven คือการให้สิทธิ์แฟรนไชส์กับพันธมิตรในแต่ละประเทศ ปัจจุบันสาขา 7-Eleven นอกประเทศญี่ปุ่นที่มีจำนวนสาขาจำนวนมากกว่า 5,000 สาขา เช่น ไต้หวันที่มีสาขามากกว่า 6,600 สาขา หรือแม้แต่ในเกาหลีใต้ที่มีสาขามากกว่า 14,000 สาขา

สำหรับในประเทศไทย CPALL ซึ่งเป็นผู้รับสิทธิ์เปิดร้าน 7-Eleven ในไทย ลาว รวมถึงกัมพูชา ตัวเลขล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2023 ที่ผ่านมา บริษัทมีจำนวนร้านสะดวกซื้อเป็นจำนวนมากถึง 14,391 ในประเทศไทย 1 สาขาในประเทศลาว และ 72 สาขาในกัมพูชา

นอกจากนี้เชนร้านสะดวกซื้อคู่แข่งอย่าง ลอว์สัน (Lawson) ยังตั้งเป้าที่จะเปิดร้านในทวีปเอเชียอีกราวๆ 6,800 สาขาในจีนและอาเซียน ภายในปี 2026 ซึ่งจะทำให้มีสาขารวมกันราวๆ 13,000 สาขา

สื่อญี่ปุ่นรายดังกล่าวได้รวบรวมตัวเลขเชนร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่นนั้นได้มีจำนวนสาขานอกประเทศญี่ปุ่นรวมกันราวๆ 60,000 สาขา แซงหน้าสาขาในประเทศญี่ปุ่นซึ่งมากกว่า 50,000 สาขาไปแล้วเมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เชนร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่นขยายสาขาในทวีปเอเชียเพิ่มมากขึ้นคืออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ ที่หลายประเทศมี GDP เติบโตมากกว่า 5% ทำให้ชนชั้นกลางมีจำนวนมากขึ้น ส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันร้านสะดวกซื้อเองก็ถือว่าตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันด้วย

เชนร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่นได้เปลี่ยนสมรภูมิหลักจากประเทศญี่ปุ่นไปยังหลายประเทศในทวีปเอเชีย ซึ่งบริษัทเหล่านี้คาดหวังว่าจะสามารถเอาชนะคู่แข่งในแต่ละประเทศด้วยผลิตภัณฑ์และสินค้าคุณภาพ นอกจากนี้ยังรวมถึงบริการต่างๆ ที่ได้รับการฝึกฝนมาจากญี่ปุ่น

]]>
1458325
ขาดแคลนแรงงานแล้วไง! เกษตรกร ‘ญี่ปุ่น’ เริ่มนำ ‘หุ่นยนต์เอไอ’ ใช้เก็บเกี่ยวผลผลิตแทนมนุษย์ https://positioningmag.com/1451675 Tue, 14 Nov 2023 06:04:24 +0000 https://positioningmag.com/?p=1451675 อย่างที่รู้ ๆ กันว่า ญี่ปุ่น ถือเป็นประเทศที่มีผู้สูงอายุเยอะ อัตราการเกิดต่ำ ทำให้มีความท้าทายด้านแรงงาน ดังนั้น เพื่อบรรเทาปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น เกษตรกรรมอัจฉริยะ จึงกำลังถูกนำมาใช้มากขึ้นในญี่ปุ่น

มีฟาร์มแห่งหนึ่งในเมืองฮันยุ จังหวัดไซตามะ กำลังเป็นผู้นำในการเริ่มใช้ Agrist หุ่นยนต์เอไอ ในการเก็บเกี่ยว แตงกวา ที่ปลูกอยู่ในเรือนกระจกขนาดใหญ่ โดยหุ่นดังกล่าวจะวิ่งไปตามทางเพื่อเก็บเกี่ยว โดยเอไอจะช่วยให้หุ่นยนต์สามารถเลือกแตงกวาที่สุกแล้วได้อย่างแม่นยำ โดยหุ่นยนต์จะวางตำแหน่งแขนให้ตรงกับแตงกวาอย่างแม่นยำ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ลำต้นเสียหาย

“เราเริ่มต้นใช้หุ่นยนต์ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากในเรือนกระจกก่อน เพราะหุ่นยนต์จะเคลื่อนที่ได้สะดวกมากกว่า และเพื่อที่จะใช้หุ่นยนต์ได้อย่างเต็มที่ ฟาร์มอาจจะต้องเตรียมการโดยคำนึงถึงการวางตำแหน่งพืชผลล่วงหน้า” Takanori Fukao ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการหุ่นยนต์จากมหาวิทยาลัยโตเกียวแนะนำ

สำหรับหุ่นยนต์เอไอนั้นถูกพัฒนาโดยบริษัทสตาร์ทอัพ Agrist Inc. โดยบริษัทเริ่มพัฒนาตั้งแต่ปี 2019 โดยใช้กล้องตรวจจับภาพเพื่อให้เอไอตรวจสอบว่าผลผลิตว่ามีลักษณะเหมาะสมในการเก็บเกี่ยวหรือไม่ โดย Agrist จะใช้เวลาเก็บเกี่ยวประมาณ 2 นาที 1-3 ลูก

“ในตอนแรกเรากลัวว่าหุ่นยนต์อาจจะตัดก้านแตงกวาออกไป แต่มันเคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำ เราคาดหวังที่จะได้ประโยชน์จากหุ่นยนต์อย่างมากในขณะนี้ เนื่องจากแรงงานขาดแคลน” ทาเคชิ โยชิดะ หัวหน้าฟาร์มทาคามิยะ โนะ ไอไซ กล่าว

นอกจากนี้ยังมีบริษัท Inaho Inc. ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนด้านการเกษตรในคามาคุระ จังหวัดคานากาว่า ได้นำหุ่นยนต์ที่ติดตั้งเอไอไปใช้กับฟาร์มแห่งหนึ่งในเนเธอร์แลนด์ โดยสามารถเลือกเก็บ มะเขือเทศเชอร์รี่ ทั้งแบบเป็นพวงหรือแยกทีละผลได้โดยอัตโนมัติ ขึ้นอยู่กับกลไกที่ใช้

โดยเอไอจะวิเคราะห์ภาพและเลือกมะเขือเทศหลายลูกที่สุกและง่ายต่อการเลือกก่อนที่หุ่นยนต์จะใช้แขนในการเก็บเกี่ยว เนื่องจากมะเขือเทศเกาะอยู่รอบ ๆ ใบและลำต้น ดังนั้น หุ่นยนต์ในการเก็บเกี่ยวจึงจำเป็นต้องมีกลไกที่ซับซ้อน ซึ่งทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงในการพัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถดำเนินการตามกระบวนการทั้งหมดได้ และอาจใช้เวลามากกว่าคน ดังนั้น บริษัทจึงจะใช้หุ่นยนต์ในเวลากลางคืน ส่วนคนจะเก็บในเวลากลางวัน

ทั้งนี้ Inaho หวังที่จะส่งออกเทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะไปทั่วโลก โดยเริ่มจากเนเธอร์แลนด์ซึ่งเป็นมหาอำนาจด้านอาหารเกษตร

“แม้ว่าจะต้องใช้เวลามากขึ้นเพื่อให้หุ่นยนต์เก็บเกี่ยวพืชผลทั้งหมด แต่ที่มีอยู่ในปัจจุบันก็สามารถรองรับฟาร์มที่ขาดแคลนแรงงานได้อย่างเพียงพอ” Soya Oyama ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Inaho กล่าว

Source

]]>
1451675