ตี๋น้อย – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Tue, 30 Dec 2025 05:35:06 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 สรุป ‘สงครามหม้อเดือด’ ในปี 2568 ปีที่เรียกได้ว่า (แข่งขัน) เดือดของแท้ https://positioningmag.com/1553812 Mon, 29 Dec 2025 09:09:41 +0000 https://positioningmag.com/?p=1553812 ขณะที่ความท้าทายเรื่องภาวะเศรษฐกิจ ต้นทุนพุ่งที่สูงขึ้น และการแข่งขันดุเดือด จะกดดันให้ภาพรวมตลาดธุรกิจ ‘ร้านอาหาร’ ดูซบเซา แต่ไม่ใช่กับ ‘ตลาดหม้อร้อน’ ที่มีมูลค่ากว่า 25,000 ล้านบาท ซึ่งเรียกได้ว่า ปีนี้การแข่งขันดุเดือดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเซ็กเม้นต์ Budget Buffet ราคาต่ำกว่า 300 บาท

 

นำขบวนโดย 3 ผู้เล่นรายหลัก ได้แก่ พี่ใหญ่ของวงการหม้อร้อน ‘MK’ ที่ตอนนี้ได้แบรนด์น้องใหม่ ‘โบนัส สุกี้’ มาเสริมกำลัง, ‘สุกี้ตี๋น้อย’ ผู้เขย่าบัลลังก์ของพี่ใหญ่ และ ‘ลัคกี้ สุกกี้’ แบรนด์อายุ 3 ปี ทว่าทำรายได้ทะลุ 2,000 ล้านบาท ที่ต่างฝ่ายต่างปล่อยหมัดเด็ดแบบไม่มีใครยอมใคร เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางธุรกิจ ทั้งจัดโปรโมชั่น เสิร์ฟและเพิ่มความหลากหลายเมนู รวมถึงเร่งขยายสาขา

 

MK ยักษ์ใหญ่ที่ขอทวงบัลลังก์ผู้นำ

 

เริ่มจาก MK แบรนด์อายุกว่า 40 ปี หลังจากผลประกอบการทั้งรายได้และกำไรลดลงต่อเนื่อง เมื่อเปิดปี 2568      ได้แสดงให้เห็นถึงความต้องการทวงบัลลังก์ผู้นำในตลาดหม้อร้อนคืน ด้วยการสร้างไวรัลจากการประกาศเปลี่ยนชื่อเฉพาะกิจมาเป็น MongKol

 

จากนั้นได้เปิดโมเดล ‘บุฟเฟ่ต์’ เพื่อแก้เกมอย่างจริงจัง ผ่านแบรนด์ ‘MK BUFFET’ มีให้เลือกหลายระดับราคา ได้แก่ 499,699 และ 899 บาท ขณะเดียวกันก็ได้มีการจัดโปรฯ ‘MK คุ้มเกินคุ้ม 299’ ภายในร้าน MK เดิม

 

แต่ที่น่าสนใจ คือ การตั้งบริษัท ‘คุ้มคุ้ม’ ขึ้นมาลุยธุรกิจที่เน้น ‘ความคุ้มค่า’ เป็นหลัก ซึ่งเปิดตัวธุรกิจแรกมาก็ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก นั่นคือ ‘โบนัส สุกี้’ เพื่อลุยตลาดสุกี้ Budget Buffet ราคาต่ำกว่า 300 บาทแบบเต็มกำลัง

 

ที่มาของแบรนด์ใหม่นี้ ‘ทานตะวัน และ ธีร์ ธีระโกเมน’ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกว่า จะมาเสริมพอร์ตสุกี้ของ MK ให้แข็งแรงมากขึ้น โดยนอกจากความคุ้มค่าแล้ว ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความหลากหลาย และประสบการณ์ที่ดีในมื้ออาหาร

 

และทั้งคู่ยืนยันว่า การที่ MK เพิ่งมาบุกโมเดลบุฟเฟ่ต์ไม่ได้เป็นการขยับตัวที่ ‘ช้าไป’ เนื่องจาก MK ให้ความสนใจและศึกษาตลาดบุฟเฟ่ต์มานานพอสมควร เพราะมีการเติบโตน่าสนใจ และสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน คือ ต้องการมากกว่าแค่ความคุ้มค่า ซึ่งผู้เล่นแต่ละรายมี ‘จุดเด่น’ และ ‘จุดด้อย’ แตกต่างกัน

สำหรับ MK จะใช้ศักยภาพของกรุ๊ปทั้งหมดที่มี อาทิ เครือข่ายร้านอาหารกว่า 600 สาขาในเครือ, ซัพพลายเออร์มากกว่า 1,000 ราย, คลังสินค้าและครัวกลางรองรับได้ 1,000 สาขา, ระบบโลจิสติกส์พร้อมรถขนส่งกว่า 500 คัน ส่งของได้ทุกวันทั่วไทย

 

ที่ขาดไม่ได้ คือ ‘ราคาเข้าถึงง่าย’ มาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ เพื่อให้โบนัส สุกี้ เป็นแบรนด์สุกี้บุฟเฟ่ต์ที่มีการเติบโตเร็วสุดในตลาด และขึ้นเป็นผู้นำในอนาคต โดยล่าสุดทาง MK ได้โชว์ฟอร์มของโบนัส สุกี้ว่า เปิดมา 6 เดือน ทำยอดขายไป 200 ล้านบาท ทะลุเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้เชื่อมั่นในแนวทางที่เดินมาและเตรียมเดินหน้าต่อเนื่อง

 

ตามแผนที่วางไว้โบนัส สุกี้ จะมีสาขา 16 แห่งในปี 2568 และในปี 2569 จะเพิ่มเป็นมากกว่า 70 แห่งในปี 2569 มียอดขายรวมกว่า 3,600 ล้านบาท ก่อนจะเพิ่มเป็น 100 สาขาทั่วประเทศในปี 2570

 

ตี๋น้อยจัดโปรฯ-เร่งเปิดสาขาต่อเนื่อง

 

ด้าน ‘สุกี้ตี๋น้อย’ ในปี 2568 ก็มีการขยับและเปิดเกมรุกต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจของปีนี้ที่ ‘เฟิร์น-นัทธมน พิศาลกิจวนิช’ ซีอีโอ บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ก่อตั้งสุกี้ตี๋น้อย ตั้งรายได้ไว้ 9,000 ล้านบาท หลักๆ มาจาก

 1.‘การขยายสาขาใหม่’ โดยในปีนี้เราได้เห็นการขยายสาขาผ่านการหาพื้นที่ด้วยรูปแบบใหม่ นั่นคือ การเช่าพื้นที่เก่าของโชว์รูมรถมาเปิดเป็นสาขาของสุกี้ตี๋น้อย

2.‘การเปิดแบรนด์ใหม่’ จับกลุ่มเซ็กเมนต์พรีเมียม กับแบรนด์ Teenoi Gold ให้บริการบุฟเฟ่ต์พรีเมียม ราคาเริ่มต้นที่ 599 บาท ปัจจุบันมี 1 สาขา ได้แก่ เมเจอร์รัชโยธิน ชั้น 2 โซนอเวนิว และมีแผนขยายสาขาอีกหลายแห่ง อาทิ Index Living Mall บางใหญ่ และชลบุรี, โลตัส นครปฐม, ธัญญาพาร์ค ฯลฯ

3.‘จัดโปรฯ’ ต่อเนื่อง พร้อมเพิ่มความหลากหลายของเมนู

 

นอกจากนี้เรายังได้เห็นการใช้ช่องทางโซเชียล มีเดีย เข้ามาสื่อสารและสร้างเอนเกจกับลูกค้า รวมถึงดึง ‘เฟิร์น-นัทธมน’ มาทำ CEO Branding มากขึ้นด้วย  

 

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทางเพจสุกี้ตี๋น้อย โพสต์ข้อความว่า ตอนนี้สุกี้ตี๋น้อยบรรลุเป้าหมายยอดขาย 9,000 ล้านบาทไปเป็นที่เรียบร้อย

 

ส่วนเป้าหมายในปี 2569 ทางเฟิร์น-นัทธมนประกาศจะเปิดสาขาเพิ่มอีก 32 สาขา เป็นจำนวนสูงที่สุดเท่าที่ทำมา ขณะที่รายได้ตั้งเป้าจะทะลุ 10,000 ล้านบาทให้ได้

 

ลัคกี้ สุกี้ ผนึกกำลัง CRG ท้าชิงผู้นำตลาด

 

ขณะที่น้องใหม่มาแรงอย่างบริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด เจ้าของแบรนด์ ‘ลัคกี้ สุกี้’ และ ‘ลัคกี้ บาร์บีคิว’ ซึ่งเปิดมา 3 ปีทำยอดขายไป 2,000 ล้านบาท โดยหลังจาก CRG เข้ามาถือหุ้น 40% ด้วยมูลค่าลงทุน 940 ล้านบาท ก็ทำให้ชื่อของลัคกี้ สุกี้ ถูกจับตามองมากขึ้นอีกครั้ง

 

การร่วมทุนที่เกิดขึ้น ‘รสรินทร์ ติยะวราพรรณ’ กรรมการบริหาร มิราเคิล แพลนเนท บอกว่า สิ่งที่มองหาไม่ใช่เพียงการขยายสาขา แต่คือการสร้างรากฐานธุรกิจที่แข็งแรง และมาตรฐานที่พร้อมรองรับการขยายตัวในระยะยาว ซึ่ง CRG และ มิราเคิล แพลนเนท มีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับธุรกิจอาหารไทยให้แข็งแกร่ง

 

แน่นอนเป้าหมายที่ต้องการไปให้ถึง ก็คือ การทำให้ลัคกี้ สุกี้ ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดสุกี้ และบาร์บีคิวของไทยภายในไม่กี่ปีข้างหน้า

 

โดยหลังจากได้ CRG มาเป็นพาร์ทเนอร์แล้ว จะมีขยายสาขาเพิ่มทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ปีละ 20 – 25 สาขา เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าให้มากขึ้น โดยตั้งเป้าภายใน 3 ปี จะสามารถขยายสาขาได้ต่อเนื่อง และมีจำนวนสาขา 100 – 120 สาขาทั่วประเทศ

 

เปิดปี 2569 เราน่าจะได้เห็นความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนของการผนึกกำลังครั้งนี้ ซึ่งน่าจับตามอง

ยอดขายโตแต่กำไรลดปัจจัยท้าทายของผู้ประกอบการ

 

อย่างไรก็ตาม การทำศึกบุฟเฟ่ต์ที่มี ‘สงครามราคา’ เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก จะปลุกให้ตลาดหม้อร้อนคึกคักและเติบโตสวนกระแสภาพรวมของธุรกิจร้านอาหาร ขณะเดียวกันก็นำมาซึ่งความท้าทายที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญ นั่นคือ การรักษาสมดุลระหว่าง ‘วอลุ่ม’ กับ ‘มาร์จิน’

 

เพราะแม้โมเดลบุฟเฟ่ต์จะดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขายให้เติบโต แต่ฉุด ‘กำไร’ ให้ลดลง ซึ่งประเด็นนี้ชัดเจนจากผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 ของทั้ง‘บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน)’ เจ้าของ ‘MK’ และ บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด ‘สุกี้ตี๋น้อย’

 

โดย เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป มีรายได้รวม 3,884 ล้านบาท เติบโต 5.5% กำไรสุทธิไป 226 ล้านบาท ลดลง -33.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ส่วน บีเอ็นเอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป ในไตรมาส 3 ปี 2568 ทำกำไร221 ล้านบาท ลดลง 21% ขณะที่ ไตรมาส 1 ปี 2568 ทำกำไรสุทธิ 271 ล้านบาท ลดลง 2.1% ไตรมาส 2 ปี 2568 ทำกำไรสุทธิ 311 ล้านบาท ลดลง 6.7%

 

ดังนั้น จึงน่าสนใจว่า ศึกบุฟเฟ่ต์หม้อร้อนต่อจากนี้จะดำเนินต่อไปในทิศทางใด แต่เชื่อว่า ดีกรีความร้อนแรงคงไม่ลดลงอย่างแน่นอน

 

เพราะแม้กำไรจะลดลง ทั้ง MK และ สุกี้ตี๋น้อย ยังยืนยันจะเพิ่มโปรโมชั่นใหม่และขยายโมเดลบุฟเฟ่ต์ต่อเนื่อง ส่วนลัคกี้ สุกี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ประกาศชัดไม่เล่น ‘สงครามราคา’ แต่เมื่อรายอื่นพร้อมใจกันเล่น จะเปลี่ยนใจกระโดดเข้าสู่สมรภูมินี้หรือไม่ 

]]>
1553812
‘โบนัส สุกี้’ – ‘ลัคกี้ สุกี้’ เปิดเกมรุกเขย่าบัลลังก์ผู้นำบุฟเฟ่ต์สุกี้ https://positioningmag.com/1547545 Tue, 18 Nov 2025 11:09:52 +0000 https://positioningmag.com/?p=1547545 แม้ภาพรวมตลาดธุรกิจร้านอาหารจะดูซบเซา จากความท้าทายในเรื่องภาวะเศรษฐกิจ สภาพการแข่งขันที่ดุเดือด และต้นทุนพุ่งสูงขึ้น ทว่า ‘ตลาดสุกี้’ ที่ปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 25,000 ล้านบาทกลับมีความร้อนแรง โดยเฉพาะเซ็กเม้นต์ Budget Buffet ราคาต่ำกว่า 300 บาทลงมา

ล่าสุด ‘ศึกบุฟเฟ่ต์สุกี้’ ระลอกใหม่ปะทุ โดยพี่ใหญ่ MK ประกาศส่ง ‘โบนัส สุกี้’ ลุยตลาดสุกี้ Budget Buffet เต็มกำลัง ซึ่งจากนี้จะขยาย 1-2 สาขาทุกสัปดาห์ และตั้งเป้าว่า ในปี 2569 มีสาขามากกว่า 70 สาขา สร้างรายได้กว่า 3,600 ล้านบาท เพื่อให้โบนัส สุกี้ เป็นแบรนด์สุกี้บุฟเฟ่ต์ที่มีการเติบโตเร็วสุดในตลาด และขึ้นเป็นผู้นำในอนาคต

การบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ทาง MK จะใช้ศักยภาพของกรุ๊ปทั้งหมดที่มี อาทิ เครือข่ายร้านอาหารกว่า 600 สาขาในเครือ, ซัพพลายเออร์มากกว่า 1,000 ราย, คลังสินค้าและครัวกลางรองรับได้ 1,000 สาขา, ระบบโลจิสติกส์พร้อมรถขนส่งกว่า 500 คัน ส่งของได้ทุกวันทั่วไทย ที่ขาดไม่ได้ คือ ‘ราคาเข้าถึงง่าย’ มาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

‘ทานตะวัน และ ธีร์ ธีระโกเมน’ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกว่า MK ให้ความสนใจและศึกษาตลาดบุฟเฟ่ต์มานานพอสมควร เนื่องจากมีการเติบโตน่าสนใจ และสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน คือ ต้องการมากกว่าแค่ความคุ้มค่า

นั่นจึงเป็นที่มาของ ‘โบนัส สุกี้’ แบรนด์ใหม่ในเซ็กเม้นท์ Budget Buffet ที่จะมาเสริมพอร์ตสุกี้ของ MK ให้แข็งแรงมากขึ้น ซึ่งนอกจากความคุ้มค่าแล้ว ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความหลากหลาย และประสบการณ์ที่ดีในมื้ออาหาร

สำหรับโบนัส สุกี้ จะเน้นสร้างความแตกต่างและขับเคลื่อนการเติบโต ภายใต้กลยุทธ์ 6 Extra Bonus ประกอบด้วย

Product : การมีเมนูมากกว่า 60 รายการ และมีมากกว่าแค่สุกี้ ทั้งติ่มซำ ของทานเล่น น้ำจิ้ม และเมนูซิกเนเจอร์ เช่น หมูนุ่มหมักไข่โบนัส โรลปูอัดโบนัส พร้อมไฮไลต์เครื่องดื่มสลัชชีชาไทย

Price : ราคาเข้าถึงง่าย 219 บาท ทานได้ 2 ชั่วโมง 15 นาที และจะมีการทำโปรโมชันต่อเนื่องทุกเดือน

People : จะใช้ศักยภาพของเอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ปในเรื่องการเทรนนิ่งพนักงาน เพื่อให้บริการและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้ามาเป็นจุดแข็ง รวมถึงจะจ้างงานคนในท้องถิ่นตามการขยายตัวของแบรนด์

Promotion Bonus : ให้โบนัสลูกค้ากับเมนูพิเศษที่แจกฟรีทุกโต๊ะ วันละสองรอบ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ชั่วโมงโบนัส’

Place : ร้านมีขนาดใหญ่ประมาณ 500 ตร.ม. บาร์อลังการ และสะอาด โดยเริ่มต้นจะโฟกัสเปิดในทำเลทั้งหัวเมืองใหญ่และเมืองรองที่เป็นพื้นที่ชุมชนหนาแน่นและมีศักยภาพในการเติบโต

Process : ความพร้อมทั้งหน้าบ้านหลังบ้าน มาตรฐาน MK Group ระบบการจัดการที่สาขา จัดเก็บสินค้าอย่างมีระบบ สดใหม่ สามารถเสิร์ฟได้รวดเร็ว ระบบหลังบ้านที่รองรับการขยายได้แบบไม่สะดุด

ทั้งสองเชื่อว่า ด้วยประสบการณ์กว่า 40 ปี และจุดแข็งที่มีทั้งหมด จะทำให้โบนัสสุกี้เติบโตเร็วแบบก้าวกระโดด เป็นแบรนด์สุกี้บุฟเฟ่ต์ที่มีการเติบโตเร็วสุดในตลาด และคาดหวังจะเป็นผู้นำของตลาดนี้ในอนาคต

ทำไมทั้งคู่ถึงเชื่อมั่นแบบนั้น?

ส่วนหนึ่งเห็นจากการเปิดมา 4 เดือนแรก มีลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำแล้วกว่า 25% และทานซ้ำสูงสุด 37 ครั้งภายใน 4 เดือน ขณะที่ผลสำรวจความพึงพอใจลูกค้าพบว่า กว่า 95% ประทับใจ ทั้งการบริการ พนักงาน และความคุ้มค่า

สำหรับแผนขยายสาขา ในปี 2568 จะเปิดให้ครบ 16 สาขา และในปี 2569 จะขยายมากกว่า 70 สาขา มียอดขายรวมกว่า 3,600 ล้านบาท ก่อนจะเพิ่มเป็น 100 สาขาทั่วประเทศในปี 2570

พอใจผลประกอบการไม่หวั่นกำไรลด

แม้การทำศึกบุฟเฟ่ต์ที่มี ‘สงครามราคา’ เป็นตัวขับเคลื่อนหลักจะฉุดให้กำไรไตรมาส 3 ปี 2568 ของ MK ลดลง แต่ทางธีร์บอกว่า รู้สึกพอใจกับผลประกอบการดังกล่าว โดยเฉพาะการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้น 5%

พร้อมกับอธิบายเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่ทำให้กำไรลดลง โดยเขาบอกว่า หลัก ๆ มาจากสภาพเศรษฐกิจ และ Fixed cost ต้นทุนพุ่งสูงขึ้น เช่น ค่าแรง ค่าเช่าพื้นที่ ฯลฯ ซึ่งจากนี้ต้องมาดูว่า จะหาวิธีควบคุมและบริหารจัดการให้ดีขึ้นได้อย่างไร

สำหรับการประเมินภาพปีหน้า ธีร์มองว่า การแข่งขันจะสูงขึ้น และสงครามราคาเหมือนในปีนี้ก็จะยังมีให้เห็น ส่วนการมีผู้เล่นรายใหญ่เข้ามาถือหุ้นผู้เล่นรายเดิมในตลาด ทั้งคู่มองเชิงบวก คือ เมื่อมีผู้เล่นใหม่เข้ามา ผู้บริโภคจะมีทางเลือกมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดยิ่งเติบโตมากขึ้น

“ถ้าถามว่า มองการแข่งขันตอนนี้อย่างไร เรามองการแข่งขันมีทุกยุค สำหรับผมการแข่งขันเป็นสิ่งสวยงาม เป็นความสนุก และแต่ละรายมีทางของตัวเอง เราเองก็จะชนะด้วยข้อดีและจุดเด่นของเราที่จะนำมาซึ่งความสามารถในการแข่งขันของเรา นอกจากโบนัส สุกี้แล้ว ทาง MK ยังจะสานต่อบุฟเฟ่ต์คุ้มคุ้ม 299 บาท ส่วนรูปแบบจะเป็นอย่างไร ขอรอดูผลตอบรับเมื่อจบปี 2568 อีกครั้ง”

ลัคกี้ สุกี้ ผนึกกำลัง CRG ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดสุกี้

ด้านบริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด เจ้าของแบรนด์ ‘ลัคกี้ สุกี้’ และ ‘ลัคกี้ บาร์บีคิว’ หลังจาก CRG เข้ามาร่วมทุน 40% ก็เตรียมเร่งสปีดในการขยายสาขาเต็มกำลัง

‘ณัฐ วงศ์พานิช’ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า การร่วมทุนกับมิราเคิล แพลนเนท คือ การจับมือกันของสององค์กรที่มีความแข็งแกร่ง เพื่อนำศักยภาพที่ดีที่สุดของทั้งสองฝ่ายมาผนึกกัน ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตของบริษัทฯ เนื่องจากเห็นว่าธุรกิจร้านสุกี้ในรูปแบบบุฟเฟต์มีโอกาสขยายได้อีกมาก และเชื่อมั่นในศักยภาพของแบรนด์ ลัคกี้ สุกี้ และ ลัคกี้ บาร์บีคิว ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือครั้งนี้ จะนำความเชี่ยวชาญทางด้านการบริหารจัดการด้านธุรกิจอาหาร เทคโนโลยี และเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าในปัจจุบัน เพื่อสนับสนุนให้มิราเคิล แพลนเนท มีการเติบโตทั้งด้านผลการดำเนินงาน และการขยายธุรกิจได้อย่างมั่นคงและรวดเร็ว ตามเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมสร้างความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับแผนการขยายธุรกิจ จะมีขยายสาขาเพิ่มทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด ปีละ 20 – 25 สาขา เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าให้มากขึ้น โดยตั้งเป้าภายใน 3 ปี จะสามารถขยายสาขาได้ต่อเนื่อง และมีจำนวนสาขา 100 – 120 สาขาทั่วประเทศ

ขณะที่ ‘รสรินทร์ ติยะวราพรรณ’ กรรมการบริหาร มิราเคิล แพลนเนท เผยถึงเหตุผลที่ตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจกับ CRG ว่า มาจากความเชื่อมั่นในศักยภาพ และความเป็นมืออาชีพขององค์กร ที่มีความเข้าใจเชิงลึกในธุรกิจร้านอาหาร ทั้งด้านการวางกลยุทธ์ การมองภาพระยะยาว และระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งพิสูจน์ได้จากผลงานและความสำเร็จที่ CRG สร้างร่วมกับพันธมิตรหลายรายมาแล้ว

“สิ่งที่เรามองหาไม่ใช่เพียงการขยายสาขา แต่คือการสร้างรากฐานธุรกิจที่แข็งแรง และมาตรฐานที่พร้อมรองรับการขยายตัวในระยะยาว ซึ่ง CRG และ มิราเคิล แพลนเนท มีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับธุรกิจอาหารไทยให้แข็งแกร่ง โดยตั้งเป้าให้ ลัคกี้ สุกี้ ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดสุกี้ และบาร์บีคิวของไทยภายในไม่กี่ปีข้างหน้า”

ตี๋น้อยเตรียมจัดโปรฯฉ่ำ-เปิดสาขาต่อเนื่อง

ขณะที่ ‘สุกี้ตี๋น้อย’ ผู้นำและผู้บุกเบิกตลาดบุฟเฟ่ต์สุกี้ แม้การประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 จะทำกำไรไป 221 ล้านบาท ลดลง 21% เมื่อเทียบการเติบโตกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ก็ยังเดินหน้าทำตามแผนธุรกิจเดิม โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2568 ไว้ 9,000 ล้านบาท

การสร้างรายได้ให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ‘เฟิร์น-นัทธมน พิศาลกิจวนิช’ ซีอีโอ บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ก่อตั้งสุกี้ตี๋น้อย หลัก ๆ มาจาก ‘การขยายสาขาใหม่’ ซึ่งปัจจุบันสุกี้ตี๋น้อยมี 86 สาขา และ Teenoi BBQ 4 สาขา

ขณะที่ในปี 2569 ตั้งเป้าจะเปิดสาขาเพิ่มอีก 32 สาขา เป็นจำนวนสูงที่สุดเท่าที่ทำมา พร้อมกับประกาศจัดโปรฯ ต่อแบบฉ่ำ ๆ ไม่หยุดพัก ส่วนรูปแบบจะออกมาเป็นอย่างไรขอให้ติดตาม

ความเคลื่อนไหวของผู้เล่นรายหลักแถมเป็นรายใหญ่ทั้งสามรายแบบไม่มีใครยอมใคร สะท้อนให้เห็นว่า พร้อมสู้กับศึกครั้งนี้ จึงทำให้น่าจับตามองเป็นอย่างมากว่า ศึกบุฟเฟ่ต์สุกี้จะไปจบลงตรงไหน?   

]]>
1547545