นักวางแผนการตาย – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 12 Mar 2026 10:18:13 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 จาก ‘ความกลัว’ สู่ ‘การวางแผน’ จุดเปลี่ยนสร้างโอกาสใหม่ธุรกิจ ‘ตายดี’ https://positioningmag.com/1564063 Thu, 12 Mar 2026 10:07:26 +0000 https://positioningmag.com/?p=1564063 ในอดีต ‘ความตาย’ เป็นเรื่องคนไทยมักจะไม่พูดถึงและไม่มีการวางแผน เพราะมองเป็นเรื่อง ‘มืดมน’ และ ‘เป็นการแช่ง’ แต่ปัจจุบันทัศนคตินี้ได้เปลี่ยนไป โดยคนไทยหันมาสนใจและวางแผนการตายกันมากขึ้น ซึ่งกลายเป็นตัวจุดประกายสร้างโอกาสให้เกิดธุรกิจใหม่ นั่นคือ ธุรกิจ ‘ตายดี’

 

‘วรรณา จารุสมบูรณ์’ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่ม Peaceful Death เล่าว่า นิยามของการตายดี ไม่ใช่แค่เรื่องของ ‘คนตาย’ แต่เป็น ‘กระบวนการเรียนรู้ของคนข้างหลัง’ มีความสำคัญเท่ากับการวางแผนการเงิน และไม่มีสูตรสำเร็จขึ้นอยู่กับต้นทุนชีวิต ครอบครัว และชุมชน เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายวาระสุดท้ายที่ต้องการ

สำหรับปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภาพดังกล่าว มาจาก 3  ประเด็นหลัก

 

1.โรคร้ายใกล้ตัวที่ทุกบ้านต้องเผชิญ โดยเฉพาะมะเร็ง ทำให้คนเริ่มตระหนักถึงความไม่แน่นอน

2.ปรากฏการณ์โควิด-19 กระตุกให้คนอายุน้อยอย่าง Gen Z เห็นว่า ความตายเป็นเรื่องใกล้ตัว  ไม่ได้เลือกอายุ ทำให้กลุ่มคนรุ่นใหม่สนใจการวางแผนดูแลสุขภาพและการตายมากขึ้น ซึ่งเทรนด์นี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในไทย ในต่างประเทศก็เห็นอย่างชัดเจน

3.การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aged Society) ซึ่งผู้สูงอายุเองไม่อยากเจ็บป่วยจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และเป็นภาระลูกหลาน

ขณะที่คนรุ่นใหม่กังวลเรื่อง ‘อิสรภาพในชีวิต’ และภาระค่าใช้จ่ายที่อาจทำให้แผนชีวิตที่ปั้นมาต้องพังทลาย จึงมองการเตรียมตัวตายเป็นเรื่องของ ‘การบริหารจัดการ’ ไม่ใช่เรื่องอัปมงคล ทำให้คนกลุ่มนี้สนใจการวางแผนความตายทั้งของตัวเองและคนในครอบครัวเพิ่มขึ้น

 

โอกาสของธุรกิจใหม่

 

จากการที่คนใส่ใจเรื่องการตายดี ก็ได้สร้างโอกาสทำให้เกิดธุรกิจและบริการรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งตอนนี้มีให้เห็นกันมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น

นักวางแผนการตาย: อาชีพเฉพาะทางที่ช่วยเตรียมความพร้อมและวางแผนวาระสุดท้ายของชีวิต ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สิทธิทางกฎหมาย และการจัดงานศพเพื่อให้สามารถจากไปอย่างสงบ

ธุรกิจเกื้อกูลผู้สูงวัย: ตั้งแต่ Nursing Home, โรงพยาบาลประคับประคอง (เช่น รพ.คูน) ไปจนถึงธุรกิจเช่าลูกหลาน, เช่าลุง/ป้า ฯลฯ

ฟิตเนสผู้สูงวัย: เน้นการมีสุขภาพดีเพื่อให้ผู้สูงวัยพึ่งพาตัวเองได้นานที่สุด

Digital Memorial Platforms: แพลตฟอร์มเก็บความทรงจำ วิดีโอข้อความ และพินัยกรรมออนไลน์ที่จะส่งต่อเมื่อถึงเวลา เช่น แพลตฟอร์มอนุสรณ์ออนไลน์ เป็นต้น

Green Burial: การจัดการศพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้หีบศพย่อยสลายได้ หรือการเปลี่ยนร่างเป็นปุ๋ยอินทรีย์ (Human Composting) ฯลฯ

อีเวนท์ที่ให้ความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนถึงมีกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับการ ‘ตายดี’ อย่างเช่น Death Fest  เป็นต้น

ต่างเจนมองความตายต่างกัน

 

จากประสบการทำงานใน Peaceful Death มากว่า 20 ปี วรรณาบอกว่า แต่ละช่วงวัยมีมุมมองต่อเรื่องนี้แตกต่างกัน โดย

 

Gen Z : เป็นเจนที่มองว่า ชีวิตเป็นของตัวเอง จึงควรมีสิทธิ์เลือก แม้กระทั่งการลาโลกหากเป็นไปได้

 

คนอายุ 40-50 ปี : เป็นกลุ่มที่กลัวความตายมากที่สุด เนื่องจากอยู่ในวัยที่มีห่วงทั้งชีวิตครอบครัว และหน้าที่การงาน ทำให้มองว่า ชีวิตจะจบตอนนี้ไม่ได้

 

วัย 50-60 ปี : มองชีวิตเริ่มมีความไม่แน่นอน พูดง่ายๆ คือจะตายวันไหนก็ไม่รู้ ทำให้กังวลและคิดถึงการเตรียมตัวตาย 

 

60 ปีขึ้นไป : กลัวเจ็บป่วยหรือตาย แล้วจะเป็นภาระให้คนอยู่ จึงเริ่มมองการวางแผนเพื่อเตรียมตัวตาย แต่บางส่วนยังเลี่ยงคุยเรื่องนี้อยู่ 

 

วางแผนการตายช่วยลดค่าใช้จ่ายและภาระระบบสาธารณสุข

 

ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่ม Peaceful Death ย้ำว่า การวางแผนการตาย ไม่เพียงช่วยสร้างโอกาสให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ และช่วยให้คนได้ใช้วาระสุดท้ายของตัวเองตามต้องการเท่านั้น

 

แต่ประเด็นสำคัญ คือ การลดภาระในการดูแลที่หลายครั้งเป็นการยื้อชีวิต ซึ่งแทบจะทำให้ ‘ผู้ดูแล’ ต้องทิ้งชีวิตของตัวเองไปเลย และช่วยลดค่าใช้จ่ายครอบครัวกับการรักษาที่ไม่จำเป็น

 

รวมถึง ‘ลดภาระระบบสาธารณสุข’ เมื่อคนรู้วิธี ‘ไม่ยื้อชีวิต’ โดยไม่จำเป็น จะช่วยลดภาวะ Burn Out ของบุคลากรทางการแพทย์ และคืนเตียงให้ผู้ป่วยที่ยังมีโอกาสรักษาหาย

]]>
1564063