บิลล์ เกตส์ – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Sun, 22 Jan 2023 08:18:42 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 “บิล เกตส์” นำเทรนด์คนรวย? ขายทุกสิ่งที่เป็นเจ้าของ สมทบทุนกิจกรรมการกุศล https://positioningmag.com/1416078 Sat, 21 Jan 2023 14:25:36 +0000 https://positioningmag.com/?p=1416078 ย้อนไปเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว บิล เกตส์ (Bill Gates) บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 7 ของโลก ประกาศว่าจะมอบทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่ให้กับองค์กรการกุศล และกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ โดยอ้างถึงความจำเป็นในการตอบแทนชุมชน เพื่อช่วยเหลือผู้คนในรูปแบบที่มีแรงกระเพื่อมมากที่สุด

จากข้อมูลของสำนักข่าว Forbes ปัจจุบัน เกตส์มีทรัพย์สินอยู่ที่ 103,600 ล้านดอลลาร์ และได้พยายามอย่างมากที่จะดึงตัวเองออกจากลิสต์รายชื่อเศรษฐีของโลก โดยปี 2565 ที่ผ่านมา เกตส์บริจาคเงิน 20,000 ล้านดอลลาร์ให้กับมูลนิธิบิลแอนด์เมลินดา (Bill & Melinda Foundation) ซึ่งจัดตั้งขึ้นร่วมกับอดีตภรรยาเมลินดา เฟรนช์ เกตส์” (Melinda French Gates) เพื่อช่วยลดปัญหาสังคม เช่น ปมความยากจน ภาวะความไม่เท่าเทียมกัน และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ

Photo : GATES NOTES

คำถามคือแนวคิดของบิล เกตส์ จะจุดประกายให้เกิดกระแสใหม่ในกลุ่มมหาเศรษฐีระดับโลก ที่เดินตามการสละทรัพย์สมบัติในมือเพื่อการกุศลหรือไม่? โดย ณ ตอนนี้ เศรษฐีส่วนใหญ่ยังคงนิ่งเฉย แต่ด้วยอิทธิพลกว้างไกลของเกตส์ สื่อต่างประเทศเชื่อว่าอาจมีความหวังที่มหาเศรษฐีรายอื่นจะเริ่มฉุกคิด ว่าความมั่งคั่งที่มีนั้นจะถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อโลกได้อย่างไร

ขายทุกสิ่งที่เป็นเจ้าของ

บิล เกตส์ นั้นกล่าวถึงแผนการขายทรัพย์สินทั้งหมดที่มีเมื่อวันพุธที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ผ่านการตอบคำถามในรายการ Reddit AMA (Ask Me Anything) ประจำปีครั้งที่ 11 ซึ่งเปิดกว้างให้ชาวเน็ตส่งคำถามถึงบิล เกตส์ได้ทุกเรื่อง สำหรับครั้งนี้ เกตส์ไม่เพียงย้ำว่าจะนำทุกสิ่งที่เขาเป็นเจ้าของออกมาจำหน่าย เพื่อนำเงินไปเป็นทุนให้มูลนิธิที่เขาดำเนินการร่วมกับอดีตภรรยา แต่ยังยอมรับว่าท้ายที่สุดแล้ว การทำเช่นนี้จะดีดให้ตัวเองไม่อยู่ในรายชื่อบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอีกต่อไป

คำถามตั้งต้นที่ทำให้บิล เกตส์กล่าวตอบเช่นนี้ คือคำถามว่าจะเป็นเรื่องขัดแย้งหรือไม่สำหรับเขาที่จะเป็นนักมนุษยธรรมผู้ช่วยพัฒนาชีวิตและความสุขให้ผู้คน ในขณะที่ยังสะสมที่ดินและทรัพยากรที่หายากที่สุดไว้ที่ตัว? เกตส์จึงตอบว่า ทุกอย่างที่ผมเป็นเจ้าของจะถูกขาย เป็นการตอบที่ชัดเจนว่าผู้ร่วมก่อตั้งยักษ์ใหญ่ไมโครซอฟท์ ได้วางแผนที่จะมอบความมั่งคั่งเกือบทั้งหมดให้กับมูลนิธิของตัวเอง โดยหมดความสนใจที่จะเกาะแน่นในทำเนียบคนรวยระดับโลก

ความน่าตื่นเต้นของการประกาศครั้งนี้ คือเทรนด์จัดการทรัพย์สินที่อาจจะเกิดขึ้นกับมหาเศรษฐีโลก โดยเกตส์ระบุว่าในระหว่างที่ที่ดินและทรัพย์สินส่วนใหญ่ถูกขายออก กลุ่มการลงทุนของเกตส์จะพยายามลงทุนในทรัพย์สินที่ให้ดอกผล ซึ่งรวมถึงพื้นที่เพาะปลูก ในสัดส่วนที่น้อยกว่า 4% ของทั้งหมดที่มีในขณะนี้

นี่ถือเป็นการลงรายละเอียดครั้งแรกหลังจากการประกาศสละ ทรัพย์สินส่วนใหญ่ ที่เกตส์เคยให้ข่าวไว้ในเดือนกรกฎาคม 2565 เวลานั้นเกตส์ได้ประกาศเป็นครั้งแรกว่าตัวเขาวางแผนที่จะมอบสมบัติส่วนใหญ่ให้กับมูลนิธิ Bill & Melinda Gates Foundation แม้ว่าก่อนหน้านี้ เกตส์จะประกาศบริจาคเงินรวม 20,000 ล้านดอลลาร์ให้กับมูลนิธิเมื่อปีที่แล้ว (ราว 6.6 แสนล้านบาท)

มองเป็นหน้าที่

หลักคิดของการบริจาคครั้งนี้ไม่ใช่การเอาบุญ แต่เกตส์เผยไว้ในโพสต์บน Twitter ว่าผมมีหน้าที่ต้องคืนทรัพยากรให้กับสังคมด้วยวิธีที่มีแรงกระเพื่อมมากที่สุด ในการลดความทุกข์ทรมาน และปรับปรุงพัฒนาคุณภาพชีวิต และผมหวังว่าคนอื่น ๆ ที่มีฐานะมั่งคั่งและสิทธิพิเศษจะก้าวขึ้นมา ในเวลานี้เช่นกัน

แรงกระเพื่อมที่เกตส์หมายถึง คืออิมแพคที่จะส่งผลถึงสังคมได้ชัดเจนที่สุด ขณะที่คำถามในรายการ Reddit Ask Me Anything นั้นเชื่อมโยงถึงพื้นที่การเกษตรประมาณ 275,000 เอเคอร์ในสหรัฐอเมริกาที่เกตส์เป็นเจ้าของ (ราว 695,750 ไร่) เรื่องนี้มหาเศรษฐีเจ้าพ่อไมโครซอฟท์กล่าวว่าตัวเขาเป็นเจ้าของพื้นที่การเกษตรน้อยกว่า 1 ใน 4,000 ของประเทศ และทุกพื้นที่ภายใต้การดูแลของเขา ถูกซื้อเพื่อจัดหางานให้กับชุมชนมากขึ้น

เกตส์เสริมว่าทีมการลงทุนมืออาชีพอยู่เบื้องหลังการซื้อที่ดินทั้งหมดของเขา แต่ทั้งหมดทั้งปวง ตัวเกตส์จะยึดมั่นในคำมั่นสัญญาที่จะทิ้งทรัพย์สมบัติไปเพื่อสิ่งที่ดีกว่า นำไปสู่การตัดสินใจขายทุกอย่าง ที่เป็นเจ้าของ และทิ้งเงินไว้ให้มูลนิธินี้

สิ่งที่น่าจับตาจากนี้คือ ภายใต้อิทธิพลของเกตส์ แนวคิดนี้อาจจะจุดประกายให้เกิดกระแสใหม่เรื่องการสละทรัพย์สินทั่วโลก เพื่อนำไปสนับสนุนการกุศลอย่างเต็มที่ ซึ่งหากเป็นจริง เราอาจได้เห็นประโยชน์มากมายที่งอกเงยจากความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีอีกหลายคน รวมถึงในเมืองไทยก็ได้!

]]>
1416078
2 เทคนิค ‘บริหารเวลา’ จาก CMO ‘Microsoft’ ที่เรียนรู้มาจาก ‘บิลล์ เกตส์’ https://positioningmag.com/1399128 Tue, 06 Sep 2022 13:33:59 +0000 https://positioningmag.com/?p=1399128 ย้อนไปปี 1997-1999 ‘คริส คาโปสเซลา’ (Chris Capossela) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดคนปัจจุบันของ ‘ไมโครซอฟท์’ (Microsoft) ก็ได้โอกาสเป็นผู้เขียนบทพูดให้กับ ‘บิลล์ เกตส์’ (Bill Gates) หลังจากทำงานในบริษัทมาได้ 6 ปี ทำให้ระหว่าง 2 ปีนั้น คริสได้เดินทางไปทั่วโลกไปกับหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดและทรงอิทธิพลที่สุดของเทคโนโลยี และหนึ่งในบทเรียนที่มีค่าที่สุดที่เขาได้เรียนรู้จากบิลล์ เกตส์ก็คือ การบริหารเวลา ที่ช่วยให้บรรลุความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงาน

วางแผนล่วงหน้าหนึ่งปี

คริส เล่าว่า บิลล์ เกตส์ เป็นคนที่พิถีพิถันในการวางแผนตารางงาน โดยเทคนิคที่น่าสนใจคือ เขาจะวางแผนกำหนดการต่าง ๆ ล่วงหน้า 1 ปี ดังนั้น แทนที่จะวางแผนกำหนดการเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือน แต่จริง ๆ แล้วการทำแผนล่วงหน้าในปีต่อไปเป็นสิ่งสำคัญกว่าที่คิด

เพราะการวางแผนล่วงหน้าให้ได้มากที่สุด จะช่วยให้สามารถสร้างจังหวะชีวิตตามตารางเวลา แบ่งเป้าหมายใน 1 ปีออกเป็นงานย่อย ๆ ที่จัดการได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ปรับปรุงสมดุลชีวิตส่วนตัวและการทำงาน รวมถึงผลประโยชน์อื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องมีเป้าหมายหรือแผนทั้งหมดสำหรับ 12 เดือนข้างหน้าเพื่อสร้างกลยุทธ์นี้ในการทำงาน แต่ให้วางแผนเป็นโครงร่างคร่าว ๆ สำหรับเป้าหมายประจำปี รวมถึงแพลนวันสำคัญ วันหยุด และเหตุการณ์สำคัญอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยให้สามารถวางแผนการทำงานในช่วงหยุดยาว และจัดสรรเวลาสำหรับใช้กับครอบครัว

“เวลาคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของเรา คุณไม่สามารถเรียกมันกลับมาได้เมื่อมันจากไป … ดังนั้นคุณควรถามตัวเองว่า ฉันอยากจะใช้ชีวิตอย่างไรในปีหน้า”

จัดระเบียบเวลาทำงานเป็นกลุ่มต่าง ๆ

หลายคนน่าจะเคยเจอปัญหาที่ต้องเสียเวลาในการประชุมแบบตัวต่อตัวหรือตอบกลับอีเมลหลายร้อยฉบับ ซึ่งเล่าว่า บิลล์ เกตส์ก็ได้แก้ไขปัญหานี้อย่างสร้างสรรค์ โดยการ จัดเวลาเป็นกลุ่มต่าง ๆ เพื่อดูว่าเขาใช้เวลาไปเท่าไรในแต่ละกลุ่มและปรับตารางเวลาของเขาให้เหมาะสม

โดย Gates เคยเปิดเผยในการสัมภาษณ์เมื่อปี 2017 ว่า บางครั้งเขารู้สึกว่าเขาต้องจัดตารางงาน “ทุกนาที” เพื่อพิสูจน์ “ความจริงจัง” ของเขาในฐานะผู้นำธุรกิจ

Capossela ได้จำลองเทคนิคนี้และจัดเวลาของเขาออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ คน (การว่าจ้าง การสรรหา และการจัดการทีม) กลยุทธ์ของบริษัท กลยุทธ์การตลาด และลูกค้า และใช้เวลา 25% ของวันทำงานของสำหรับแต่ละกลุ่ม โดย คริสแนะนำว่า ให้ช่วงทดลองใช้งานเป็นเวลา 3-4 เดือน และให้ลองดูว่าการจัดสรรเวลาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น หรือช่วยควบคุมงานได้ดีขึ้นหรือไม่

ฉันพบว่ามันช่วยให้ฉันมีกลยุทธ์มากขึ้นเกี่ยวกับการบริหารเวลาและแบ่งเบางานที่กินเวลา

Source

]]>
1399128