ผลสำรวจ Gen Z – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Fri, 30 Jan 2026 01:52:46 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ถ้าไม่ให้ความก้าวหน้า ขอบาย! Gen Z กว่า 50% อยู่ไม่ยืด วางแผนลาออกใน 1-2 ปีนี้ https://positioningmag.com/1557405 Fri, 30 Jan 2026 01:52:01 +0000 https://positioningmag.com/?p=1557405 โรเบิร์ต วอลเทอร์ส บริษัทด้านการจัดหางาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน Gen Z ก้าวเข้ามาเป็นกำลังหลักในตลาดแรงงาน ความคาดหวังต่อที่ทำงานก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องรูปแบบการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร ไปจนถึงคุณภาพชีวิตในการทำงาน หากองค์กรยังใช้สูตรเดิม อาจรักษาคนรุ่นนี้ไว้ได้ไม่นาน

มุมมองจากองค์กร ยอมรับบริหาร Gen Z ยาก

  • 72% ขององค์กร เปิดรับการจ้างงาน Gen Z
  • มากกว่า 50% มองว่า Gen Z เด่นด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี เป็นทักษะสำคัญต่อธุรกิจ
  • แต่ 44% ยอมรับตรงกันว่า “การบริหาร Gen Z คือความท้าทาย”

สะท้อนว่า องค์กรเห็นศักยภาพ แต่ยังปรับระบบให้เข้ากับวิธีคิดและการทำงานของคนรุ่นนี้ได้ไม่เต็มที่

มุมมองจาก Gen Z องค์กรยังไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร

  • มีเพียง 33% ที่รู้สึกว่าองค์กร “พร้อม” จริง
  • อีก 46% มองว่าองค์กร “ค่อนข้างพร้อม” แต่ยังไม่สุด
  • 56% คาดว่าจะทำงานกับที่เดิมแค่ 1–2 ปี
  • มีเพียง 27% ที่คิดว่าจะอยู่ต่อ 3–5 ปี
พูดง่าย ๆ คือ Gen Z ไม่ได้ตั้งใจลาออกเร็ว แต่ถ้าไม่เห็นอนาคต ก็พร้อมไปต่อที่อื่น

Gen Z อยากได้อะไรจากที่ทำงาน?

1. ความยืดหยุ่น = มาตรฐาน ไม่ใช่โบนัส

  • 54% ต้องการรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นหรือรีโมตได้
  • รองลงมา คือ งานที่มีโครงสร้างชัดเจน (25%)
  • และการทำงานเป็นทีม (17%)

สำหรับ Gen Z ความยืดหยุ่นไม่ใช่สวัสดิการพิเศษ แต่คือ “สิ่งที่ควรมี” เพื่อให้ชีวิตกับงานไปด้วยกันได้

2. เรียนรู้จากของจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี

  • 50% เลือกเรียนรู้จากการทำงานจริง (on-the-job training)
  • 25% ให้ความสำคัญกับระบบพี่เลี้ยง (mentorship)
  • เวิร์กช็อป/สัมมนา 17%
  • คอร์สภายนอก ได้รับความสนใจน้อยที่สุด

Gen Z ชอบการเรียนรู้แบบ “ทำไป เก่งไป” มากกว่านั่งเรียนแล้วไม่ได้ใช้

3.โตได้จริง วัฒนธรรมดี ชีวิตไม่พัง

  • 52% ของ Gen Z อยู่กับองค์กรเพราะ “โอกาสเติบโตในอาชีพ”
  • 24% ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กร
  • 20% เลือกความยืดหยุ่นด้านเวลางานและสถานที่

ขณะเดียวกัน

  • 37% ให้ความสำคัญกับความมั่นคงในงาน
  • 37% ให้ความสำคัญกับสุขภาวะและคุณภาพชีวิต
เงินสำคัญ แต่ สุขภาพจิตและชีวิตที่ดี สำคัญไม่แพ้กัน

แล้วอะไรคือโจทย์ยากขององค์กร?

แม้ Gen Z จะเก่งดิจิทัล (52%) และมีความคิดสร้างสรรค์ (25%)

แต่ 44% ของผู้จัดการ มองว่าการทำงานร่วมกับ Gen Z ไม่ง่าย

เหตุผลหลักคือ

  • วิธีคิดและสไตล์การทำงานต่างจากรุ่นก่อน
  • ชอบสื่อสารแบบ digital-first เร็ว ตรง ประหยัดเวลา
  • แต่บางครั้งถูกมองว่าขาดทักษะการสื่อสารแบบเผชิญหน้า

นี่ไม่ใช่ปัญหาความสามารถ แต่คือ “ช่องว่างระหว่างวัย” ที่ต้องจัดการให้ดี

องค์กรควรปรับอย่างไร ถ้าอยากรั้ง Gen Z ให้อยู่ยาว?

  • เพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน ไฮบริดหรือรีโมตได้ พร้อมโครงสร้างงานที่ชัดเจน
  • เน้นการเรียนรู้จากการลงมือทำ + soft skills เช่น เวิร์กช็อป, ภาวะผู้นำ การสื่อสา
  • ดูแลสุขภาวะอย่างจริงจัง สุขภาพจิต การเงิน และสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย
  • สร้างระบบพี่เลี้ยงและการทำงานข้ามรุ่น ลดช่องว่างวัย แลกเปลี่ยนทักษะซึ่งกันและกัน
  • ให้ feedback เร็ว ชัด และสร้างสรรค์ ไม่ใช่แค่ประเมินผล แต่ช่วยให้เห็นทางเติบโต
  • จัดเครื่องมือและเทคโนโลยีให้พร้อม พร้อมสอนใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

มองไปข้างหน้า Gen Z คือโอกาส ไม่ใช่ปัญหา

Gen Z คือคนทำงานที่ปรับตัวไว เก่งเทคโนโลยี และมีพลังสร้างสรรค์

หากองค์กรปรับวัฒนธรรมให้สอดคล้อง สื่อสารให้ชัด และเปิดใจรับความต่าง

คนรุ่นนี้จะไม่ใช่ “พนักงานที่อยู่ไม่นาน” แต่จะกลายเป็น แรงขับเคลื่อนสำคัญขององค์กรในระยะยาว
]]>
1557405