ละครสั้น – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Tue, 05 May 2026 13:53:06 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 รู้จัก ‘ReelShort’ แอปฯ ซีรีส์แนวตั้งหมื่นล้านที่ฮอลลีวูดเคยปฏิเสธ กำลังบุกไทยด้วยกองทัพซีรีส์ 4,000 เรื่อง พร้อมอัปเดตเรื่องใหม่ทุกวัน https://positioningmag.com/1571961 Tue, 05 May 2026 13:52:51 +0000 https://positioningmag.com/?p=1571961 ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ซีรีส์แนวตั้ง หรือ ละครสั้น กำลังมาแรงแค่ไหน หากอ้างอิงเฉพาะตัวเลขลูกค้าของ AIS ยังพบว่า มีลูกค้าที่ดูซีรีส์แนวตั้งกว่า 9 ล้านรายต่อเดือน เติบโตถึง 56% มีฐานลูกค้าใช้บริการกว่า 9 ล้านรายต่อเดือน โดยล่าสุด ก็ได้ผนึกกับ ReelShort (รีลช็อต) จัดโปรฯ สำหรับลูกค้า คำถามคือ ReelShort เป็นใคร ใหญ่ขนาดไหนถึงมีซีรีส์ใหม่อัปเดตได้วันละเรื่อง!

รู้จัก ReelShort

ReelShort ก่อตั้งโดย Joey Jia เขาเรียนจบปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าจาก Harbin Engineering University ประเทศจีน จากนั้นมาต่อปริญญาโทสาขาเดิมที่ University of Utah และภายหลังยังเรียน MBA เพิ่มที่ University of Chicago Booth School of Business อีกด้วย

ก่อนจะก่อตั้งบริษัทของตัวเอง เขาผ่านงานในองค์กรใหญ่ด้านโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตมาหลายปี โดยเริ่มจาก ZTEUSA ขยับขึ้นมาเป็น EVP ฝ่าย Sales & Marketing ก่อนจะย้ายไปดำรงตำแหน่ง CEO ที่ Changyou.com (US) และ GM ที่ ChineseAll Digital Publishing Group

Joey Jia CEO ReelShort

จาก “เรื่องเล่า” สู่ธุรกิจ

ในปี 2017 เขาก่อตั้ง Crazy Maple Studio (CMS) ที่ซิลิคอน วัลเลย์ โดยเริ่มต้นจากทีมงานเพียง 3 คน ทำงานออกมาจากห้องสมุดสาธารณะ Palo Alto เป้าหมายแรกคือการสร้างแพลตฟอร์มให้นักเขียนทั่วไปได้มีช่องทางเผยแพร่และสร้างรายได้จากเรื่องราวของตัวเอง ผลิตภัณฑ์แรกคือ Chapters แอปนิยายอินเทอร์แอคทีฟที่ผู้อ่านเลือกเส้นทางเรื่องราวได้เอง

จนในปี 2022 Jia สังเกตเห็นเทรนด์ละครสั้นแนวตั้งที่กำลังบูมอยู่ในจีน เขาจึงนำแนวคิดนี้ไปเสนอกับฝั่งฮอลลีวูด แต่กลับถูกปฏิเสธ เพราะช่องทางกระจายคอนเทนต์ที่มีอยู่ไม่รองรับโปรดักชันงบต่ำ ทุกคนบอกว่า “ถ้าลงทุนน้อยขนาดนี้ เราไม่มีทางกระจายให้ได้”

เขาจึงหันมาใช้คลัง IP และสตอรี่ไลน์ที่สะสมไว้ใน Chapters รวมกับเงินทุนจาก COL Group สร้างแพลตฟอร์มจัดจำหน่ายของตัวเองขึ้นมาเลย และนั่นคือจุดกำเนิดของ ReelShort ในเดือนสิงหาคม 2022

แอปพุ่งสู่จุดเปลี่ยนในเดือนพฤศจิกายน 2023 เมื่อซีรีส์สองเรื่องอย่าง “The Double Life of My Billionaire Husband” และ “Fated to My Forbidden Alpha” กลายเป็นไวรัล ทำให้แอปทะยานขึ้นสู่อันดับสูงสุดของ Apple App Store แซงหน้า TikTok

ภายในเวลาเพียง 2 ปี ReelShort มียอดดาวน์โหลดสะสม 78.6 ล้านครั้ง มีผู้ใช้งานต่อเดือน 50 ล้านราย และมีรายได้รวม 272.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปีจาก TIME100

และในปี 2024 รายได้รวมของ ReelShort แตะ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ไตรมาสแรกของปี 2025 ทำรายได้จากการซื้อในแอปไปแล้วกว่า 130 ล้านดอลลาร์ ในช่วงมีนาคมถึงเมษายน 2025 ReelShort ยังครองอันดับหนึ่งในชาร์ต Entertainment App ของสหรัฐฯ ต่อเนื่องกว่า 30 วัน

ไทยตลาดแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 2022 วันนี้มีผู้ใช้งานต่อเดือนกว่า 80 ล้านคนทั่วโลก และกำลังก้าวเข้าสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ผ่านความร่วมมือกับ AIS โดย ยาเปิง หนาน รองประธานกรรมการ บริษัท เครซี่ เมเปิลสตูดิโอ เล่าถึงสาเหตุที่เลือกไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาค ว่า ไม่ใช่แค่เพราะคนไทยรักซีรีส์ แม้ว่านั่นจะเป็นเหตุผลหนึ่ง แต่มีปัจจัยอื่น ๆ โดยเฉพาะอัตราการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือที่สูงมาก และพฤติกรรมนั้นสอดคล้องกับคอนเทนต์ Mobile-first

ซึ่งการจับมือกับ AIS ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในโลกที่พวกเขาร่วมงานกับผู้ให้บริการโทรคมนาคม ไทยจึงไม่ได้เป็นแค่ตลาดใหม่ แต่คือ ต้นแบบ ที่จะนำไปขยายต่อทั่วภูมิภาค

ปัจจุบัน ReelShort มีคลังคอนเทนต์กว่า 4,000 เรื่อง โดยมากกว่า 3,000 เรื่องมีซับไตเติลภาษาไทย และอีกกว่า 300 เรื่องพากย์เสียงไทยเรียบร้อยแล้ว แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ReelShort มีสตูดิโอผลิตคอนเทนต์อยู่ที่ฮอลลีวูด ผลิตเรื่องใหม่ปีละ 300–400 เรื่อง ไม่ใช่แค่นำเข้าจากจีนอย่างเดียว

ยาเปิง หนาน รองประธานกรรมการ บริษัท เครซี่ เมเปิลสตูดิโอ

ยาเปิง เปิดเผยว่า ในอนาคต ReelShort มีแผนจะทำ Local content for local users อย่างจริงจัง กำลังมองหาพาร์ทเนอร์โปรดักชันในไทยเพื่อสร้างละครสั้นที่เล่าเรื่องราวแบบไทยแท้ ๆ และอาจได้เห็นนักแสดงไทยเล่นคู่กับนักแสดงฮอลลีวูดด้วย

“เหมือนที่เรามีคอนเทนต์จากบราซิล ญี่ปุ่น เกาหลี ที่ใช้นักแสดงในท้องถิ่น เพราะวัฒนธรรมคือสิ่งที่นักแสดงท้องถิ่นถ่ายทอดได้ดีที่สุด”

ใครที่ชอบดูซีรีส์แนวตั้ง?

เพราะในไทยพึ่งเปิดตัวไป ทำให้ยังไม่มีอินไซต์มากนัก แต่ถ้าเป็นในตลาดสหรัฐอเมริกา กลุ่มผู้ชมครอบคลุมตั้งแต่อายุ 20 – 60 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทเนื้อหา ในอเมริกาพบว่าผู้ชายก็ดูเยอะมากหากเจอเนื้อหาที่ตรงใจ ไม่ใช่แค่ผู้หญิงอย่างที่หลายคนเข้าใจ

ตัวเลขที่น่าสนใจคือผู้ใช้งานในสหรัฐฯ ใช้เวลาดู ReelShort เฉลี่ย 35 นาทีต่อวัน เทียบกับ Netflix บนมือถือที่อยู่ที่ประมาณ 20 นาที แต่ยังห่างจาก YouTube หรือ TikTok ที่เฉลี่ยสูงถึง 60 นาทีต่อวัน แต่ตัวเลขนี้สะท้อนว่าละครสั้นกำลังกลายเป็นความบันเทิงที่คนเลือกจริง ๆ ไม่ใช่แค่เปิดเล่นๆ

สำหรับซีรีส์แนวตั้งจะมีประมาณ 60 ถึง 100 ตอนต่อเรื่อง เฉลี่ยตอนละ 1 นาที โดยโครงสร้างที่ออกแบบมาให้แต่ละตอนจบด้วย Cliffhanger ทำให้ผู้ชมส่วนใหญ่ไม่ได้ดูแค่ตอนเดียว “พอมันติดแล้ว คนมักดูต่อเนื่องหลายตอน” ทีมงานยอมรับตรง ๆ และถ้าเรื่องไหนประสบความสำเร็จ ซีซันต่อก็พร้อมตามมาได้ทันที

ซีรีส์แนวตั้งพรีเมียม ยังไม่แมสอย่างที่คิด

หลายคนอาจคิดว่าซีรีส์แนวตั้ง หรือละครสั้นนั้นแมส นั่นอาจยังไม่ถูกต้องทั้งหมด โดยเฉพาะ ซีรีส์แนวตั้งพรีเมียม ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก และหลายคนยังไม่เข้าใจว่า ต่างจากคลิปโซเชียลฟรีทั่วไปอย่างไร นี่จึงเป็นความท้าทายหลัก  และการพึ่งแค่โซเชียลมีเดียเพื่อสร้างการรับรู้นั้นเข้าถึงได้แค่เฉพาะกลุ่ม การจับมือกับ AIS จึงเป็น ทางลัด ที่จะช่วยกระจายไปสู่ Mass market ได้เร็วกว่า

“เราเชื่อว่าถ้าได้ลองดูแล้ว พวกเขาจะหลงรักมันเอง”

โดยแอป ReelShort เปิดให้ทุกคนดาวน์โหลดได้ทั่วไป แต่ความร่วมมือกับ AIS ทำให้ลูกค้าในเครือได้รับสิทธิประโยชน์และราคาที่คุ้มค่ากว่าการสมัครเองโดยตรง เป้าหมายคือให้คนไทยได้ลองสัมผัส Format ใหม่นี้ในราคาที่เข้าถึงได้ก่อน

ปัจจุบัน รูปแบบรายได้ของ ReelShort มีสองแบบ ได้แก่ Pay-per-episode ดูฟรีได้ 10–15 ตอนแรก จากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะจ่ายดูต่อเป็นตอน ๆ ไหม วิธีนี้ช่วยให้ผู้ชมใหม่ไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ และจ่ายเฉพาะเรื่องที่ชอบจริง ๆ

แบบที่สองคือ Subscription รายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายปี สำหรับคนที่อยากดูได้ไม่อั้น ซึ่งกลายเป็นโมเดลที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะ ReelShort อัปเดตเรื่องใหม่ทุกวัน

จะแนวตั้งแนวนอน เวลา คือคู่แข่งตัวจริง

ยาเปิง มองว่า คนทำคอนเทนต์ละครสั้นแนวตั้ง มีเป็นร้อย ๆ ราย ส่วนใหญ่จะเป็นรายย่อยจากจีน แต่ถ้าเป็นระดับใหญ่ที่ขยายตลาดไปทั่วโลก ยังมีผู้เล่นไม่กี่ราย ซึ่งจะแข่งกันเรื่องเนื้อหา คุณภาพ ส่วนการแข่งขันกับ ซีรีส์แนวนอน ไม่ได้แข่งกันโดยตรง แต่แข่งกันในเรื่องการ แย่งเวลา

ละครยาวเหมาะกับการนั่งดูในห้องนั่งเล่นกับครอบครัว มีเวลาตายตัว มีสมาธิเต็มๆ แต่ละครสั้นคือคอนเทนต์ที่ออกแบบมาสำหรับ ช่องว่าง ของชีวิต เช่น ระหว่างรอรถ ระหว่างพักกลางวัน หรือแค่ก่อนนอน มันเข้าถึงอารมณ์ได้เร็ว ไม่ต้องใช้สมาธิมาก และโปรดักชันที่สั้นกว่าทำให้ ปรับตามเทรนด์ได้เร็วกว่าซีรีส์ยาวหลายเท่า

อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว ทั้งสองแพลตฟอร์มอยู่ร่วมกันได้  แค่ครองพื้นที่คนละช่วงเวลาในชีวิตประจำวัน ขณะที่วิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งอย่าง Jia เคยให้มุมมองว่า ReelShort ไม่ได้แข่งกับ Netflix หรือ TikTok โดยตรง แต่ต้องการเป็น ช่องทางกระจายคอนเทนต์ สำหรับนักสร้างสรรค์มืออาชีพกลุ่มกลาง ที่มีฝีมือแต่ไม่มีพื้นที่ ไม่ใหญ่พอสำหรับ Netflix ไม่ใช่ Influencer แบบ TikTok แต่มีเรื่องดี ๆ ที่รอคนดูอยู่

ยาเปิง ทิ้งท้ายว่า แม้ว่าแอปละครสั้นจะผุดขึ้นมามากมายเป็นร้อย ๆ เจ้า ส่วนใหญ่จะเป็นรายเล็ก ๆ จากจีน แต่สิ่งที่ทำให้ ReelShort ต่างออกไปคือการเป็น บริษัทระดับโลกอย่างแท้จริง มีคอนเทนต์ระดับฮอลลีวูด ปรับเนื้อหาเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น และให้ความสำคัญกับคุณภาพจนสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ชม ปัจจุบัน ReelShort ครองส่วนแบ่งตลาดราว 1 ใน 3 ในสหรัฐฯ

]]>
1571961