วางแผนการเงิน – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Fri, 30 Jan 2026 13:57:56 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 รู้จัก FOMO Spending เทรนด์การซื้อเพราะกลัวตกกระแส ไม่ใช่ต้องการจริงๆ https://positioningmag.com/1557636 Fri, 30 Jan 2026 12:18:45 +0000 https://positioningmag.com/?p=1557636 FOMO (Fear of Missing Out) หรือการกลัวตกกระแส หรือพลาดของใหม่และเทรนด์ต่าง ๆ ไปจนถึงกลัวพลาดการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ซึ่งความรู้สึกนี้อาจพาไปสู่การใช้เงินกลายเป็น FOMO Spending หมายถึงการใช้จ่ายที่ไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า ‘จำเป็นหรือไม่’ แต่เริ่มจาก ‘ถ้าไม่ซื้อตอนนี้จะช้าไปหรือเปล่า’

 

รายงานของ Deloitte ระบุว่า คนรุ่นใหม่จำนวนมากตัดสินใจใช้จ่ายจากแรงกระตุ้นทางอารมณ์และแรงกดดันจากสังคมออนไลน์มากกว่าการวางแผนทางการเงิน ขณะที่งานวิจัยของ McKinsey & Company ชี้โซเชียลคอนเทนต์และอินฟลูเอนเซอร์มีอิทธิพลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อในชีวิตประจำวัน

 

นั่นสะท้อนว่า FOMO Spending ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ซึ่งทาง KTC ได้ทำเช็กลิสต์ 5 ข้อ ให้ลองสำรวจดูว่าเรากำลังมีอาการ FOMO หรือไม่ ก่อนที่เงินจะไหลไปกับกระแสโดยไม่รู้ตัว

 

1.ใจสั่นเมื่อเจอคำว่า ‘ลิมิเต็ด’

 

เคยตัดสินใจซื้อของบางอย่างแค่เพราะหาซื้อยาก เช่น กระเป๋าที่ต้องแย่งกันกด หรือตุ๊กตาที่หมดไว จนสุดท้ายต้องไปซื้อราคารีเซลล์แพง ๆ ทั้งที่ตอนแรกไม่อยากได้ขนาดนั้นแต่พอรู้ว่า ‘มีจำนวนจำกัด’ หรือ ‘อาจไม่ได้ซื้ออีก’ ความรู้สึกก็เปลี่ยนเป็นต้องมีให้ได้

 

2.ความสุขของการซื้อ คือการได้โพสต์

 

ของบางชิ้นไม่ได้ซื้อเพราะความจำเป็นแต่ซื้อเพราะอยากให้มีคอนเทนต์ บางครั้งเราให้ความสำคัญกับการลงสตอรี่หรือถ่ายรูปมากกว่าการใช้งานจริง และเมื่อโพสต์เสร็จของชิ้นนั้นก็แทบไม่ถูกหยิบมาใช้อีกเลย

 

3.ซื้อเพราะกลัวไม่มีเรื่องคุย

 

รองเท้ารุ่นใหม่ คาเฟ่เปิดใหม่ คอนเสิร์ตที่ทุกคนไป หลายอย่างไม่ได้จำเป็นกับชีวิตเราเท่าไร แต่กลับจำเป็นกับวงสนทนา เพราะถ้าไม่ไป ไม่ซื้อ หรือไม่มีเหมือนคนอื่น ก็กลัวจะรู้สึกว่า ‘หลุดวง’ หรือ ‘แปลกแยก’

 

4.โดนป้ายยาเมื่อไร กดซื้อเมื่อนั้น

 

แค่ไถโทรศัพท์ไม่กี่นาทีก็เจอรีวิวติด ๆ กัน เห็นคลิปแกะกล่อง เห็นคนลองใช้จริง แล้วพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘ดี’ สมองจึงเริ่มสรุปทันทีว่า ของมันต้องมีทั้งที่ความจริงเราอาจไม่ได้ต้องการมัน

 

5.จ่ายก่อน คิดทีหลัง

 

หลายคนไม่ได้เสียเงินเพราะซื้อของแพงแต่เสียเงินเพราะซื้อบ่อย ของชิ้นเล็ก ๆ ราคาไม่ถึงหนึ่งแบงค์แดงอาจดูเหมือนไม่กระทบอะไร แต่พอรวมหลายครั้งเข้า เงินในบัญชีก็หายไปแบบไม่รู้ตัว และสุดท้ายก็ย้อนกลับมาถามตัวเองว่า ‘เราซื้อไปทำไม’

 

หากลองเช็กลิสต์แล้ว คำตอบคือ ‘ใช่’ มากกว่า 1 ข้อ อาจเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาต้องตั้งหลักใหม่ เพราะบางทีเราไม่ได้อยากได้จริง ๆ แค่กำลัง FOMO เท่านั้น ซึ่งทางแก้ คือ ก่อนกดซื้อ ลองถามตัวเองว่า ‘ถ้าไม่มีใครพูดถึงสิ่งนี้ เราจะยังอยากได้ไหม’

 

ถ้าคำตอบยัง ‘ไม่ชัดเจน’ ให้พักไว้ก่อน 24 ชั่วโมง เพราะของที่จำเป็นจริง ๆ…จะไม่หายไปในวันเดียว แต่หากใจยังตอบว่า ‘ใช่’ สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการวางแผนใช้จ่าย เพื่อไม่ให้เป็นภาระในอนาคต

]]>
1557636
ปีนี้สาหัสแน่!! เตือนคนไทยควรมีเงินสำรองฉุกเฉิน 6 เดือน-ลดฟุ่มเฟือย-เลี่ยงก่อหนี้ https://positioningmag.com/1519181 Wed, 23 Apr 2025 05:17:19 +0000 https://positioningmag.com/?p=1519181 ปีนี้สาหัสแน่!! สมาคมนักวางแผนการเงินไทย เตือนคนไทยควรมีเงินสำรองฉุกเฉิน 6 เดือน-ลดฟุ่มเฟือย-เลี่ยงก่อหนี้ รับมือยุคข้าวยากหมากแพง แถมอะไรๆ ก็ไม่แน่นอน

 

‘สมาคมนักวางแผนการเงินไทย’ ได้ให้คำแนะนำประชาชนคนไทยต้องวางแผนการเงิน เพื่อประคองการใช้ชีวิตประจำวันไป หลังต้องเผชิญเหตุแผ่นดินไหว รวมถึงผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกจากสงครามการค้า และการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ยุคประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย  

 

สำหรับการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ช่วงเกือบ 5-6 ปีที่ผ่านมาหลังได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่สำคัญ เช่น การแพร่ระบาดโควิด19 ทำให้เห็นถึงความสำคัญของ ‘การสำรองเงินเผื่อฉุกเฉิน’ โดยตามหลักการแล้ว หากเป็น ‘มนุษย์เงินเดือน’ ควรมีการสำรองเงินเผื่อกรณีฉุกเฉินเป็นจำนวนเงิน 6 เดือนของเงินเดือน แต่ถ้าเป็น ‘กลุ่ม Freelance’ ต้องสำรองเงินจำนวน 12 เดือนของค่าใช้จ่ายส่วนตัว และเมื่อกลับสู่ภาวะปกติการสำรองเงินฉุกเฉินก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น

 

สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของไทยเมื่อ 28 มี.ค.2568 ที่ผ่านมา ทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันวินาศภัยกับที่อยู่อาศัยมากขึ้น ทั้งบ้านและคอนโดมิเนียม กรณีที่ผ่อนหมดแล้วและไม่ได้ทำประกันภัยไว้ แต่กรณีที่มีการผ่อนชำระกับสถาบันการเงิน ให้กลับไปตรวจสอบว่าได้มีการทำประกันภัยไว้หรือไม่ และได้ครอบคลุมการคุ้มครองเหตุจากภัยธรรมชาติแผ่นดินไหวหรือไม่  นอกจากนี้ ยังเห็นความจำเป็นมากขึ้นกับการทำประกันชีวิตโดยเฉพาะผู้มีรายได้หลักที่หาเลี้ยงครอบครัว 

 

นโยบายภาษีนำเข้าสินค้าของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่สร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยได้เกิดความผันผวนต่อภาวะการลงทุนทั้งตลาดหุ้น และตลาดตราสารหนี้

 

หากมีการจัดพอร์ตการลงทุนในแบบกระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์ จะช่วยให้ลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้ ซึ่งการจัดพอร์ตการลงทุนในภาวะแบบนี้ แนะนำให้ลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมลง ด้วยการเพิ่มน้ำหนักใน ‘สินทรัพย์เสี่ยงต่ำ’ รวมถึง ‘เงินสด’ ให้มากขึ้น

 

เพราะหากราคาสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวลงแรง หลังนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ เริ่มเห็นผลกระทบชัดเจน ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงกลางปีนี้ ย่อมเป็นโอกาสของการกลับไปเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศ ภายใต้แนวทางการจัดพอร์ตโดยกระจายลงทุนในหลายสินทรัพย์ให้สอด คล้องกับระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมของตัวเรา

]]>
1519181