สมาร์ทโฟนจอพับ – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Fri, 11 Jul 2025 05:53:17 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 เปิดอินไซต์สาวก ‘จอพับ’ ของ ‘ซัมซุง’ พร้อมอัปเดตสเปก-ราคา Galaxy Z Fold 7 / Flip 7 และ Flip 7 fe https://positioningmag.com/1529632 Fri, 11 Jul 2025 04:31:11 +0000 https://positioningmag.com/?p=1529632 หากพูดถึง สมาร์ทโฟนจอพับ เชื่อว่าชื่อของ ซัมซุง (Samsung) จะต้องเด้งเข้ามาในฐานะ ผู้บุกเบิกรายแรกของโลก ที่เปิดตัวรุ่นแรกไปในปี 2019 ดังนั้น ไปดูกันว่ามีอินไซต์อะไรน่าสนใจจาก สาวกจอพับ ที่ซัมซุงนำมาเปิดเผย พร้อมกับอัปเดตสเปกและราคาของ Galaxy Z Fold 7, Galaxy Z Flip 7 และ Galaxy Z Flip 7 fe ที่เพิ่งเปิดตัว
  1. 50% ของลูกค้าจอพับ ย้ายมาจาก Bar Type : ซัมซุงเล่าว่า คนส่วนใหญ่มักจะเปรียบเทียบสมาร์ทโฟนจอพับกับสมาร์ทโฟน Bar Type หรือทรงแท่งแบบดั้งเดิม ไม่ได้เทียบกับจอพับในตลาด ดังนั้น การแข่งขันของสมาร์ทโฟนจอพับจึงไม่ได้แค่แข่งกับสมาร์ทโฟนตระกูลจอพับแบรนด์อื่น แต่เป็นการแข่งกับสมาร์ทโฟนแบบดั้งเดิม
  2. คนใช้ Fold ส่วนใหญ่เป็น CEO หรือเจ้าของกิจการ : อาจไม่น่าแปลกใจนักหากผู้ใช้ส่วนใหญ่ของ Galaxy Z Fold ถึง 45% จะอยู่ในวัย 35-44 ปี และ 60% เป็นผู้ชาย นอกจากนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้บริหาร, เจ้าของธุรกิจ หรือคนที่ทำงานฝ่ายขายหรือวิเคราะห์ เพราะ Pain point ของคนทำงานคือ อยากได้ดีไวซ์หน้าจอใหญ่ แต่ไม่ต้องการพกหลายเครื่อง ดังนั้น Galaxy Z Fold จึงมาช่วยตอบโจทย์
  3. สีมีผลต่อการซื้อของผู้หญิง : จริง ๆ แล้วสัดส่วนผู้ใช้ Z Fold เคยเป็นผู้ชายถึง 70% โดยสาเหตุที่ผู้หญิงใช้น้อยเป็นเพราะ สี และเมื่อซัมซุงออก Z Fold 6 สีชมพู ทำให้สัดส่วนผู้หญิงเพิ่มจาก 30% เป็น 40%
  4. ชายแท้ก็อยากใช้ Flip แต่ไม่กล้าใช้ : ในส่วนของผู้ใช้ Galaxy Z Flip แน่นอนว่าส่วนใหญ่ต้องเป็นวัยรุ่น อายุ 25-34 ปี และสัดส่วนถึง 79% เป็น #ผู้หญิง แต่จริง ๆ แล้ว #ชายแท้ ก็ให้ความสนใจอยากใช้ Flip เช่นกัน เนื่องจากผู้ชาย #ชอบยัดมือถือใส่กระเป๋ากางเกง ดังนั้น มือถือ Bar Type หรือทรงแท่งแบบดั้งเดิม อาจจะใหญ่เกินไป
  5. คนใช้ Flip ตัดสินใจจากจอนอก : 36% ของลูกค้า Flip ตัดสินใจเลือกซื้อมาจากจอนอกที่ใหญ่ขึ้น เพราะใช้ Flip ในการ #ถ่ายรูป ซึ่งผู้ใช้บอกว่า #จอเต็ม กับ #จอติ่ง ให้ความรู้สึกต่างกันเวลาถ่ายรูป นอกจากนี้ คนใช้ Flip มักจะ #ใช้แทนกระจก ดังนั้น เวลาขึ้นลิฟท์แล้วเห็นสาว ๆ หยิบ Flip มาส่องหน้าก็ไม่ต้องแปลกใจไป
  6. สีดำยังเป็นสีที่ขายดีสุดแม้แต่กับ Flip : แม้ว่าสีจะทำให้ผู้หญิงมาใช้ Z Fold มากขึ้น แต่ #สีดำ ยังเป็นสีที่ขายดีที่สุดตลอดกาล ไม่ใช่แค่กับ Z Fold แต่กับ Z Flip ที่สาว ๆ ใช้ สีที่ขายดีสุดก็เป็นสีดำ
  7. แบตฯ, น้ำหนัก และรอยพับ 3 Pain point ที่คนไม่อยากใช้จอพับ : อย่างไรก็ตาม สมาร์ทโฟนจอพับก็ยังมีข้อจำกัดใหญ่ เช่น #น้ำหนัก และ #แบตเตอรี่ ที่หนักกว่าและแบตฯ อึดน้อยกว่าสมาร์ทโฟน Bar Type นอกจากนี้ #รอยพับ ก็ยังเป็นอีกข้อจำกัดที่ทำให้หลายคนยัง #ไม่เปิดใจ

Galaxy Z Fold 7 / Flip 7 พร้อมอุด Pain point

สำหรับ Galaxy Z Fold 7 และ Flip 7 ที่พึ่งเปิดตัว ก็ออกมาแก้ Pain point ใหญ่ ๆ ทั้งน้ำหนัก ความจุแบตเตอรี่ และรอยพับจอ โดย Galaxy Z Fold 7 มีความหนาตอนกางที่ 4.2 มิลลิเมตร และ 8.9 มิลลิเมตรเมื่อพับ ส่วนหน้าจอนอกขยายใหญ่ขึ้นเป็น 6.5 นิ้ว ในสัดส่วน 16.9 เหมือน Bar Type และเมื่อกางจะมีขนาด 8 นิ้ว ขณะที่แบตเตอรี่ความจุอยู่ที่ 4,400 mAh น้ำหนักรวม 216 กรัม ส่วนกล้องหลังได้ปรับจากความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ไปเป็น 200 ล้านพิกเซล

ส่วน Galaxy Z Flip 7 มีความหนา 13.7 มม. เมื่อพับ และ 6.5 มม. เมื่อกางออก ส่วนจอนอกปรับให้กว้างถึง 4 นิ้ว และมีขนาดเต็มจอ มีน้ำหนัก 188 กรัม แบตเตอรี่ความจุ 4,300 mAh กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล

ทั้งนี้ ทั้ง 2 รุ่น ใช้ Snapdragon 8 Elite for Galaxy ซึ่งเป็นชิปเซตระดับสูงของควอลคอมม์ มาพร้อมกับ One UI 8 พื้นฐาน Android 16 พร้อมระบบระบายความร้อนที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ทั้ง 2 รุ่นยังมีการปรับปรุงรอยพับให้เนียนขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

ส่วน Samsung Galaxy Z Flip FE เป็นจอพับรุ่นประหยัด โดยมีหน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว ตัวเครื่องหนา 14.9 มม. ตอนพับ และ 6.9 มม. ตอนกาง หนัก 187 กรัม ส่วนจอนอกมี 3.4 นิ้วเท่ากับรุ่น Z Flip 6 ใช้ชิป Exynos 2400 RAM 8GB แบตเตอรี่ 4,000 mAh กล้องหลังตัวหลัก 50MP และอัลตร้าไวด์ 12MP กล้องหน้า 10MP

สรุปราคา

สำหรับราคาจำหน่ายของ Samsung Galaxy Z Fold 7 มีให้เลือกทั้งหมด 3 สีคือ สีน้ำเงิน Blue Shadow สีเงิน Silver Shadow และสีดำ Jet Black

รุ่น 12GB/256GB ราคา 67,900 บาท

รุ่น 12GB/512GB ราคา 72,900 บาท

รุ่น 16GB / 1TB ในราคา 85,900 บาท

Samsung Galaxy Z Flip 7 มีให้เลือก 3 สี สีน้ำเงิน Blue Shadows สีแดง Coralred และสีดำ Jet Black

รุ่น 12GB/256GB ราคา 40,900 บาท

รุ่น 12GB/512GB ราคา 45,900 บาท

Samsung Galaxy Z Flip 7 FE มี 2 สี สีดำ และสีขาว

รุ่น 8GB/128GB ราคา 32,900 บาท

รุ่น 8GB/256GB ราคา 35,900 บาท

สำหรับโปรโมชั่นในช่วงสั่งจองระหว่าง 10 ก.ค. – 31 ก.ค. 2568 จะได้รับฟรีเพิ่มความจุเป็น 2 เท่า มูลค่าสูงสุด 13,000 บาท รวมกับโปรโมชั่นเก่าแลกใหม่ลดเพิ่มสูงสุด 5,000 บาท พร้อมประกันคุ้มครองจอ (ไม่รวมอุบัติเหตุ) 2 ปี และส่วนลด 30% ในการแลกซื้อ Galaxy Watch8 ซีรีส์

ต้องรอดูว่าทำให้ #บาง #เบา ขนาดนี้แล้ว จะดึงให้ให้คนใช้ Bar Type เปลี่ยนใจได้ไหม

]]>
1529632
‘ซัมซุง’ หั่นเป้ายอดขาย ‘มือถือจอพับ’ หลังยอดขายเริ่มร่วง หันไปดัน ‘S series’ รุ่นเรือธงแทน https://positioningmag.com/1505013 Thu, 26 Dec 2024 05:52:22 +0000 https://positioningmag.com/?p=1505013 ดูเหมือนว่า มือถือจอพับ อย่าง Samsung Galaxy Z series จะไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร ดังนั้น ซัมซุง (Samsung) เลยหั่นเป้ายอดขาย เพื่อไปเน้นที่รุ่นเรือธงอย่าง S series แทน โดยวางเป้าหมายยอดจัดส่งให้มากกว่า S24 series

ตามข้อมูลจากแผนก Mobile Experience ของ Samsung Electronics ได้วางเป้าหมายยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงอย่าง Samsung galaxy S25 Series ที่จะเปิดตัวในปีหน้าที่ 37.4 ล้านเครื่อง ภายในครึ่งปีแรก โดยเมื่อเทียบกับยอดจัดส่ง Galaxy S24 Series ที่ทำได้ 35 ล้านเครื่อง ถือว่าเป้าสูงขึ้น +7% ซึ่งยังไม่รวม Galaxy S25 Slim ที่วางเป้าไว้ 3 ล้านเครื่อง แปลว่าเมื่อรวม S25 ทั้งหมดจะอยู่ที่ 40.4 ล้านเครื่อง

ในทางกลับกัน Galaxy Z7 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟน จอพับ ซึ่งประกอบด้วย Z Fold 7 และ Z Flip 7 ที่จะเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 โดยซัมซุงได้ ลดเป้า จากที่ Galaxy Z6 มียอดจัดส่ง 8.2 ล้านเครื่อง เหลือ 5 ล้านเครื่อง โดยแบ่งเป็น Z Flip 7 จำนวน 3 ล้านเครื่อง และ Z Fold 7 จำนวน 2 ล้านเครื่อง

สาเหตุที่ซัมซุงหั่นเป้าของ Z series ก็เพราะ ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร โดยปัจจุบันตลาดที่ Z series มีการใช้งานมากที่สุดก็คือ เกาหลีใต้ แต่ในขณะที่เปิดตัว Galaxy Z Fold / Flip 6 ปริมาณการขายล่วงหน้ามีเพียง 910,000 เครื่อง ซึ่งลดลงจากที่ Z Fold / Flip 5  ทำได้ 1.02 ล้านเครื่อง ในขณะที่กําไรจากการดําเนินงานของแผนก Mobile Experience ใน Q3/2024 อยู่ที่ 2.82 ล้านล้านวอน ซึ่งสะท้อนถึงยอดขายของ Galaxy Z Fold / Flip 6 ลดลง 16.3% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

นอกจากจะลดเป้าของ Z series แล้ว ทางซัมซุงยังปรับลดปริมาณการจัดส่งเป้าหมายของสมาร์ทโฟนทั้งหมดในปีหน้าเหลือ 230 ล้านเครื่อง จากที่ปีนี้วางเป้าไว้ 250 ล้านเครื่อง โดยคาดว่าที่ซัมซุงปรับเป้ารวมลง เป็นผลมาจาก ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกยังไม่ฟื้นตัวสู่ระดับก่อนเกิด COVID-19

จากข้อมูลของบริษัทวิจัยตลาด IDC การจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกทั้งหมดในปีที่แล้วอยู่ที่ 1.17 พันล้านเครื่อง ลดลง 3.2% จากปีที่แล้ว IDC คาดการณ์ว่าการจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกจะดีดตัวขึ้นในปีนี้

]]>
1505013
‘เลอโนโว’ ลั่น! จะปั้นให้ ‘โมโตโรล่า’ ขึ้นเบอร์ 3 ตลาดสมาร์ทโฟนโลกใน 3 ปี https://positioningmag.com/1459490 Fri, 19 Jan 2024 06:05:34 +0000 https://positioningmag.com/?p=1459490 โมโตโรล่า หนึ่งในแบรนด์ที่ยิ่งใหญ่ในยุคฟีเจอร์โฟน โดยเฉพาะการทำฟีเจอร์โฟน จอพับ แต่ปัจจุบัน โมโตโรล่า ได้ถูกซื้อไปโดย เลอโนโว ไปตั้งแต่ปี 2014 และภายใน 3 ปีจากนี้ เลอโนโวปักเป้าจะพาโมโตโรล่าขึ้นเป็น Top3 ของโลก

Matthew Zielinski รองประธานบริหารของ เลอโนโว (Lenovo) บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซีสัญชาติจีน และเป็นเจ้าของแบรนด์ โมโตโรล่า (Motorola) กล่าวว่า บริษัทได้พยายามส่งเสริมแบรนด์และวางตําแหน่งเป็น ผู้เล่นสมาร์ทโฟนระดับ High-end เพื่อแข่งขันกับ ซัมซุง (Samsung) และ แอปเปิล (Apple) และตั้งเป้าจะเป็นผู้เล่น Top3 ของโลกภายใน 3 ปี

ปัจจุบัน Apple และ Samsung ถือเป็นสองผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกโดยมีส่วนแบ่งรวมกันประมาณ 40% ขณะที่โมโตโรล่าและเลอโนโวรวมกันมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 4% (อ้างอิงตัวเลขไตรมาส 3/2023) และเป็นผู้เล่น อันดับ 8 ของโลก ตามข้อมูลของ Counterpoint Research อย่างไรก็ตาม โมโตโรล่าก็แข็งแรงในบางตลาด โดยถือเป็นผู้จําหน่ายสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับ 3 ในอเมริกา และอันดับ 2 ในละตินอเมริกา

ย้อนไปในปี 2020 Lenovo ได้กลับมารีแบรนด์ Motorola Razr พร้อมออก สมาร์ทโฟนจอพับ ซึ่งเคยเป็นจุดเด่นของแบรนด์สมัยยุคฟีเจอร์โฟน ดังนั้น กลยุทธ์การสร้างการเติบโตของโมโตโรล่าก็คือ กลุ่มระดับพรีเมียมของตลาด ซึ่งปัจจุบันมีเพียง Apple และ Samsung ที่ครองตําแหน่ง

โดย Matthew Zielinski กล่าวว่า กําลังมองหาการเติบโตอย่างเสถียร ในตลาดที่มีอยู่จนกว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดถึง 10% และโลโนโวพร้อมที่จะเพิ่มโรงงานผลิตสินค้าใน อินเดีย โดย Matthew Zielinski มองอินเดียว่า “เป็นหนึ่งในประเทศยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดของเลอโนโว” เพราะประเทศอินเดียนั้นมีการเติบโตที่ยอดเยี่ยมมาก และเลอโนโวพร้อมจะ วางเดิมพันให้มากเท่าที่เราจะทําได้

Source

]]>
1459490
‘ซัมซุง’ ตั้งเป้ายอดขายสมาร์ทโฟนจอพับ 15 ล้านเครื่อง พร้อมแง้มมีแผนจะทำราคาให้ “ถูกลง” ในอนาคต https://positioningmag.com/1439453 Mon, 31 Jul 2023 13:54:36 +0000 https://positioningmag.com/?p=1439453 ซัมซุง (Samsung) เพิ่งเปิดตัว 2 สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นใหม่ไปหมาด ๆ ได้แก่ Galaxy Z Fold 5 และ Z Flip 5 ซึ่งทั้ง 2 รุ่นต่างก็ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีจากนักข่าวและเหล่า KOLs สายเทคโนโลยีทั่วโลก และทางซัมซุงเองก็มั่นใจว่า สมาร์ทโฟนจอพับ มีแม่เหล็กที่จะทำให้ วัยรุ่น เปลี่ยนใจจาก iPhone

Roh Tae-moon ประธาน Samsung Electronics เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมา ซัมซุงมียอดขายสมาร์ทโฟนจอพับทั้งหมด 10 ล้านเครื่อง ส่วนเป้าหมายของซัมซุงปีนี้วางไว้ที่ 15 ล้านเครื่อง ขณะที่ยอดขายสมาร์ทโฟนจอพับทั้งหมดของซัมซุงคาดว่าจะอยู่ที่ 30 ล้านเครื่องภายในสิ้นปี นอกจากนี้ Roh Tae-moon ยังได้เปิดเผยอีกว่า มีแผนจะออกสมาร์ทโฟนจอพับในราคาต่ำกว่า 1,000 ดอลลาร์ (ราว 35,000 บาท) โดยบริษัทกำลังเจรจากับพันธมิตรด้านการจัดหาเพื่อลดต้นทุนการผลิตอุปกรณ์พับได้โดยไม่กระทบต่อข้อมูลที่สำคัญ

โดยเขามั่นใจว่า สมาร์ทโฟนจอพับมีแรงมากพอที่จะดึงดูด วัยรุ่น ให้เปลี่ยนใจจาก iPhone หลังจากที่ได้ทำการสำรวจกลุ่มวัยรุ่นชาวเกาหลีใต้ที่มีอายุ ต่ำกว่า 30 ปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มจะชื่นชอบ iPhone ของ Apple มากกว่า แต่จากผลการสำรวจพบว่า สมาร์ทโฟนจอพับ เป็นสินค้าที่ดึงดูดกลุ่มวัยรุ่นได้มากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ Galaxy Z Flip

Galaxy Z Flip 5 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถดึงดูดผู้บริโภควัยหนุ่มสาวได้เป็นพิเศษ โดยหลังจากวิเคราะห์ฟังก์ชันและแอปที่ใช้บ่อยที่สุดของกลุ่มรุ่นวัยหนุ่มสาวแล้ว เราจะเร่งความพยายามเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพฟังก์ชันดังกล่าว” Roh Tae-moon กล่าว

มองตลาด ‘สมาร์ทโฟน’ ขาลง เซกเมนต์ ‘พรีเมียม’ คือ โอกาสเดียวสร้างการเติบโต

สำหรับตลาดสมาร์ทโฟนจอพับถือเป็นเซกเมนต์ที่ยังเติบโตได้ในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก โดยบริษัท TrendForce คาดการณ์ว่า ตลาดสมาร์ทโฟนพับได้ทั่วโลกจะเติบโต 55% ส่วนบริษัท Counterpoint มองว่าจะเติบโตได้ 42% และจากการคาดการณ์ของสถาบันวิจัยตลาดหลายแห่งเชื่อว่า ยอดขายสะสมของสมาร์ทโฟนพับได้ทั่วโลกจะเกิน 100 ล้านเครื่อง ภายใน 5 ปีข้างหน้า

bloomberg / koreatimes

]]>
1439453
ยังสู้! ‘Honor’ อดีตแบรนด์ลูก ‘Huawei’ เข็น ‘มือถือจอพับ’ ลุยตลาดโลกชน Samsung https://positioningmag.com/1398803 Sat, 03 Sep 2022 21:52:14 +0000 https://positioningmag.com/?p=1398803 หลังจากที่ ‘สหรัฐฯ’ แบน ‘Huawei’ และทำให้หลายประเทศเลือกที่จะแบนตามไปด้วย ทำให้บริษัทจำต้องขายแบรนด์ลูกอย่าง ‘Honor’ ที่เน้นไปในกลุ่มสมาร์ทโฟนราคาประหยัดทำตลาดในเวทีโลกได้ต่อไป ซึ่งล่าสุดแบรนด์ก็เริ่มหันมาจับตลาดไฮเอนด์ โดยเตรียมส่ง สมาร์ทโฟนจอพับ ลงสู่ตลาดโลก

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Honor ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่น Honor 70 ในยุโรป พร้อมเปิดเผยว่าเตรียม เปิดตัวสมาร์ทโฟนจอพับ ครั้งแรกในตลาดต่างประเทศนอกเหนือจากจีน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้ประกาศจะวางจำหน่ายในภูมิภาคนี้และตลาดต่างประเทศอื่น ๆ ด้วยในอนาคต

ปัจจุบัน Honor กำลังเผชิญกับการต่อสู้ที่ยากลำบากนอกประเทศจีน โดยบริษัทมีส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนโลก ไม่ถึง 1% ขณะที่ผู้นำในตลาดสมาร์ทโฟนจอพับในปัจจุบันยังเป็น Samsung และนอกเหนือจากมือถือจอพับได้ที่กำลังจะเปิดตัว แบรนด์ยังระบุว่าจะให้ความสำคัญกับตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมนอกประเทศจีนอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่ามีคู่แข่งสำคัญอย่าง Apple นอกจากนี้ คู่แข่งร่วมชาติอย่าง Xiaomi , Oppo และ Realme ก็เริ่มเจาะกลุ่มไฮเอนด์มากขึ้นเช่นกัน

“คู่แข่งร่วมชาติของ Honor ได้ทำตลาดอย่างจริงจังในตลาดยุโรปในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น Honor จะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงอย่างไม่น่าเชื่อนอกประเทศจีน”

James Manning Smith นักวิเคราะห์อาวุโสของ CCS Insight มองว่า ในขณะที่เศรษฐกิจโลกถดถอย ตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากลูกค้ามีกำลังซื้อสูง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อ Samsung และ Apple โดยจากรายงานของ Counterpoint Research ระบุว่า ยอกจัดส่งสมาร์ทโฟนที่ราคามากกว่า 1,000 ดอลลาร์ หรือ 36,000 บาท เติบโตขึ้น 94% ในช่วงไตรมาส 2 โดยส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ Apple และ Samsung

“หนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Honor ในปีนี้คือการพยายามใช้ประโยชน์จากเทรนด์นี้ โดยพยายามเอาชนะยอดขายจากแบรนด์ระดับพรีเมียมที่มีชื่อเสียง”

ในช่วงปลายปี 2020 บริษัท Huawei ได้ขายแบรนด์ Honor ให้กับกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน เพื่อเอาตัวรอดจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ในช่วงปี 2019 และ 2020 ซึ่งผลกระทบจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ทำให้ Huawei ไม่สามารถใช้งาน Google และการเข้าถึงชิป

]]>
1398803
‘ซัมซุง’ หวังดัน ‘มือถือจอพับ’ สู่ตลาดแมส ตั้งเป้ายอดขายแซงหน้า ‘Note’ https://positioningmag.com/1394356 Fri, 29 Jul 2022 10:44:38 +0000 https://positioningmag.com/?p=1394356 ตอนนี้แบรนด์จากฝั่งเอเชียต่างก็ทยอยออก ‘สมาร์ทโฟนจอพับ’ สู่ตลาดเพียบ ไม่ว่าจะเป็น Huawei, Xiaomi, Oppo และ Samsung (ซัมซุง) ซึ่งซัมซุงเองก็ออกมาทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ Galaxy Fold 2, Fold 3 และ Z Flip 3 โดยซัมซุงก็ตั้งเป้าที่จะพาเหล่ามือถือจอพับเข้าสู่กระแสหลัก และตั้งเป้ายอดขายให้เท่ากับ Galaxy Note ที่ยกเลิกการผลิตไปแล้ว

Samsung Galaxy Note ถือเป็นอีกมือถือเรือธงของค่ายจากเกาหลี โดยมีจุดเด่นที่ ปากกา และ หน้าจอขนาดใหญ่ ซึ่งนับตั้งแต่ที่เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าววางจำหน่ายในปี 2011 ก็สามารถทำยอดขายรวมได้ถึง 190 ล้านเครื่องทั่วโลก ตามข้อมูลของ IDC อย่างไรก็ตาม ในปี 2022 นี้ ซัมซุงก็ได้ยกเลิกจำหน่ายรุ่น Note แล้วหยิบปากกาไปใส่ใน Galaxy S22 Ultra ที่เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงตัวบนสุดแทน

อย่างไรก็ตาม ซัมซุงได้วางแผนที่จะดันสมาร์ทโฟนจอพับสู่กระแสหลัก พร้อมตั้งเป้าหมายที่จะขายอุปกรณ์ดังกล่าวให้เกินกว่าที่ซีรีส์ Note เคยทำได้ อย่างไรก็ตาม ซัมซุงไม่ได้กำหนดระยะเวลาชัดเจนว่าจะไปสู่เป้าหมายภายในกี่ปี ขณะที่กว่าซีรีส์ Note จะพาตัวเองไปถึงยอดขายรวมขนาดนั้นก็ใช้เวลานับ 10 ปี โดย Note 20 ที่เป็นรุ่นสุดท้ายทำยอดขายได้ประมาณ 12 ล้านเครื่อง

ส่วนสมาร์ทโฟนจอพับนั้นตลอดการเปิดตัวรุ่นแรกในปี 2019 โดย Galaxy Z Flip 3 และ Galaxy Z Fold 3 ซึ่งเป็นโทรศัพท์แบบพับได้รุ่นล่าสุดของซัมซุงทำยอดขายได้ราว 8 ล้านเครื่อง และบริษัทกำลังเตรียมพร้อมที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนจอพับรุ่นใหม่ในเดือนหน้า

สาเหตุที่ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์ของเกาหลีใต้กำลังมองหาการผลักดันยอดขายโทรศัพท์มือถือแบบพับได้ก็เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของแผนกอุปกรณ์พกพา ซึ่งได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัสดุที่สูงขึ้นและความต้องการของผู้บริโภคที่ลดลง ซึ่งซัมซุงคาดว่าตลาดสมาร์ทโฟนจะยังคงทรงตัวหรือเติบโตเล็กน้อยในช่วงครึ่งหลังของปี

“ในช่วงครึ่งหลังเราจะยังคงรักษาโมเมนตัมยอดขายของซีรีส์ S และเราจะรักษาความสามารถในการทำกำไรที่มั่นคงโดยกำหนดเป้าหมายการขายไปที่สมาร์ทโฟนจอพับ โดยเราต้องการที่จะสร้างยอดขายให้เหนือกว่า Note-series” Sung Koo Kim รองประธานฝ่ายประสบการณ์มือถือของบริษัทกล่าว

โดยในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา กำไรในธุรกิจมือถือของซัมซุงลดลงเมื่อเทียบเป็นรายไตรมาสเนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้นและผลกระทบด้านสกุลเงิน อย่างไรก็ตาม รายรับของแบรนด์ก็ยังเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบเป็นรายปี เนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของรุ่นพรีเมียม เช่น สมาร์ทโฟน S22 และแท็บเล็ตซีรีส์ Tab S8

Source

]]>
1394356
คาดการณ์ “iPhone พับได้” มาปี 2566! กางแล้วหน้าจอใหญ่กว่า iPad mini https://positioningmag.com/1330396 Tue, 04 May 2021 14:08:23 +0000 https://positioningmag.com/?p=1330396 นักวิเคราะห์คนดังคาดแอปเปิล (Apple) มีแนวโน้มเปิดตัวไอโฟน (iPhone) แบบพับได้ในปี 2566 หรืออีก 2 ปีนับจากนี้ มั่นใจ iPhone พับได้จะขายดีเทน้ำเทท่า อย่างต่ำ 15 ล้านเครื่องตั้งแต่ช่วงเปิดตัว

หมิงชิ เกา (Ming-Chi Kuo) นักวิเคราะห์จากบริษัททีเอฟไอซีเคียวริตี้ส์ (TFI Securities) กล่าวว่า จากการสำรวจในอุตสาหกรรมพบแนวโน้มสูงที่ iPhone แบบพับได้จะทำยอดขายกว่า 15-20 ล้านเครื่องในปี 2566 โดย iPhone รุ่นใหม่น่าจะมีหน้าจอ OLED ขนาด 8 นิ้วแบบพับได้ ซึ่งหากข้อมูลนี้เป็นจริง จะหมายความว่าหน้าจอ iPhone รุ่นนี้จะสามารถใช้งานเป็นแท็บเล็ตที่มีหน้าจอใหญ่กว่าจอแสดงผล 7.9 นิ้วบน iPad mini

นักวิเคราะห์คนดังให้เหตุผลว่า อุปกรณ์รุ่นพับเก็บได้กลายเป็นสิ่งที่ต้องมีสำหรับแบรนด์สมาร์ทโฟนรายใหญ่ โดยมองว่า ยุคที่ 5G แพร่หลาย สมาร์ทโฟนพับได้จะถือเป็นจุดขายหลักต่อไปของรุ่นไฮเอนด์ ซึ่งที่ผ่านมา ซัมซุง (Samsung) หัวเว่ย (Huawei) และเสียวหมี่ (Xiaomi) ได้เปิดตัวรุ่นพับได้บ้างแล้ว แต่ก็ยังมีราคาที่คนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึง

ดังนั้น Apple จึงมีโอกาสสูงที่จะเป็นผู้นำเทรนด์อุปกรณ์พับได้ ซึ่งจะเบลอภาพการแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนแท็บเล็ตและแล็ปท็อปไปได้มากในช่วง 2 ปีข้างหน้า สำหรับ Apple พบว่า อุปสรรคสำคัญที่เจ้าพ่อไอทีอาจต้องเอาชนะ คือ แท็บเล็ตตระกูล iPad ของ Apple เน้นการป้อนข้อมูลด้วยดินสอรุ่นใหญ่แอปเปิลเพนซิล” (Apple Pencil) แต่โทรศัพท์แบบพับได้ส่วนใหญ่ไม่รองรับการป้อนข้อมูลด้วยปากกา เนื่องจากจอที่ค่อนข้างบอบบาง เมื่อเทียบกับหน้าจอโทรศัพท์แบบดั้งเดิม

แน่นอนว่าโฆษกของ Apple ไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อคำวิเคราะห์นี้ ล่าสุด Apple เพิ่งประกาศว่าสามารถกวาดรายได้เกือบ 9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสที่ผ่านมา เฉลี่ยแล้วเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อวันในช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19

Photo : Shutterstock

เบ็ดเสร็จแล้ว ช่วงมกราคมมีนาคมปี 2564 ธุรกิจของ Apple เติบโตขึ้น 54% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว รายได้ 89,600 ล้านดอลลาร์ หักปากกานักวิเคราะห์คาดว่า Apple จะมีรายรับน้อยกว่านั้น การเติบโตทั้งหมดมาจากผลกำไรจากธุรกิจ iPhone และ iPad โดยรายได้ iPhone เพิ่มขึ้น 66%

ตัวเลขนี้แสดงชัดว่า iPhone มีดีมานด์ในตลาดที่ไม่ธรรมดา รายรับทั่วโลกสำหรับ iPhone เพิ่มขึ้นแตะ 48,000 ล้านดอลลาร์จากไตรมาสก่อนหน้าที่ประมาณ 29,000 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ทั้งหมดเป็นผลมาจากความน่าสนใจของ iPhone 12 ไลน์ใหม่ ซึ่งเปิดตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 63 ส่งให้ iPhone เป็นสมาร์ทโฟนที่ขายดีที่สุดในสหรัฐฯ ในช่วงไตรมาสดังกล่าว และขายดีมากในจีน ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย

ในขณะที่บริษัทไอทีหลายแห่งกำลังดิ้นรนเพื่อแก้ปัญหาชิปขาดตลาด แต่ซีอีโอ Apple ย้ำว่า บริษัทไม่มีข้อจำกัดด้านซัปพลายเชน นี่จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ยอดขายโทรศัพท์สูงเกินคาด

นอกจาก iPhone รายได้จาก iPad ยังเพิ่มขึ้น 78% ขณะที่รายได้จากบริการก็เพิ่มขึ้น 26% ที่สำคัญ รายได้จากคอมพิวเตอร์แมคอินทอช Mac เพิ่มขึ้น 70% และรายได้ของอุปกรณ์สวมใส่ (AirPods และ Apple Watch) เพิ่มขึ้น 24%

Source

]]>
1330396