สมาร์ทโฟน 5G – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 27 Jan 2022 06:39:14 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ‘Vivo’ ทุ่ม 40 ล้านผุด ‘แฟลกชิปสโตร์’ แห่งแรก พร้อมส่งสมาร์ทโฟน ‘5G’ อีก 7 รุ่นเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 25% https://positioningmag.com/1371874 Thu, 27 Jan 2022 05:02:11 +0000 https://positioningmag.com/?p=1371874 ทำตลาดในไทยมาแล้วถึง 8 ปีสำหรับแบรนด์สมาร์ทโฟนสัญชาติจีนอย่าง ‘วีโว่’ (Vivo) แม้จะทำตลาดมาอย่างยาวนานจนมีสาขากว่า 130 สาขา แต่กลับไม่เคยมี ‘แฟลกชิปสโตร์’ ในที่สุดแบรนด์ก็ทุ่มงบถึง 40 ล้านบาทสร้างแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกที่สยามพารากอน พร้อมส่งสัญญาณการโหมทำตลาด 5G

เบล เฮ่อ ผู้บริหารฝ่ายขาย วีโว่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า สาเหตุที่ Vivo เปิดแฟลกชิปสโตร์ครั้งแรกแม้จะทำตลาดในไทยมา 8 แล้วก็คือ ต้องการ ‘โชว์นวัตกรรม’ ใหม่ ๆ ซึ่งสโตร์นี้จะมีการนำ ‘คอนเซ็ปต์สมาร์ทโฟน’ ที่ยังไม่วางจำหน่ายมาให้ลูกค้าได้สัมผัส พร้อมกับนำเสนอสินค้าใหม่ ๆ รวมถึงให้บริการแบบพรีเมียม ทั้งนี้ สโตร์ดังกล่าวได้ออกแบบภายใต้แนวคิด ‘ความสุขของมนุษย์’ โดยตั้งอยู่ที่ชั้น 3 สยามพารากอน

“เรารู้ว่าแม้การระบาดของโควิดยังไม่หมดไป แต่เรามีแผนที่จะเปิดแฟลกชิปสโตร์นานแล้ว ดังนั้นไม่ช้าก็เร็วยังไงก็ต้องเปิด เราจึงเลือกที่จะเปิด โดยหากถ้าสโตร์ได้รับการตอบรับที่ดี ในอนาคตก็มีโอกาสที่เราจะขยายไปที่อื่นต่อไป”

ในปีที่ผ่านมา Vivo มียอดขายสมาร์ทโฟนกว่า 3 ล้านเครื่อง คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 19% ของตลาดรวม โดยรวมตลอด 8 ปีมีผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนของแบรนด์รวม 10 ล้านคน และในส่วนของตลาดสมาร์ทโฟน 5G แบรนด์เองมีส่วนแบ่งการตลาดที่ 19% เช่นกัน

ทั้งนี้ ในตลาดเอเชียแปซิฟิกทั้งหมด Vivo มียอดจัดส่งสมาร์ทโฟน 5G สูงสุดช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 ที่ผ่านมา โดยครองส่วนแบ่งของยอดจัดส่งสมาร์ตโฟน 5G ได้มากถึง 1 ใน 5 โดยมีอัตราการเติบโตของการจัดส่ง (Shipment) ต่อปีสูงถึง 215% อ้างอิงจากรายงานของบริษัทวิจัยข้อมูลตลาดชั้นนำอย่าง Strategy Analytics

“5G จะนำประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับผู้บริโภค ทั้งการใช้งานโซเชียล การเล่นเกม และการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะยิ่งทำให้เขารู้สึกสนุกที่จะใช้งาน ผู้บริโภคก็จะยิ่งเริ่มสนใจที่จะใช้งานสมาร์ทโฟน 5G ดังนั้น 5G ถือว่ามีส่วนสำคัญในการเติบโตของตลาด”

เบล เฮ่อ ผู้บริหารฝ่ายขาย วีโว่ (ประเทศไทย)

สำหรับปีนี้ Vivo มีแผนที่จะเปิดสโตร์เพิ่มอีก 10% จากจำนวนปัจจุบันที่ 130 สาขา และรุกตลาดสมาร์ทโฟน 5G อย่างต่อเนื่อง โดยจะนำ สมาร์ทโฟน 5G เข้ามาทำตลาดอีก 7 รุ่น ครอบคลุมกลุ่ม กลาง-บน โดยจะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟนเพื่อตอบสนองต่อการเล่นเกม การทำงานเพื่อรับเทรนด์ Work From Home โดยภายในสิ้นปี Vivo ต้องการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟน 5G เป็น 25% ส่วนยอดขายรวมทั้งหมดตั้งเป้าไว้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านเครื่อง

“ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนไทยเติบโตประมาณ 5% และตอนนี้ผู้บริโภคมีตัวเลือกเยอะมาก แต่ละแบรนด์ก็จะมีเป้าหมายผู้บริโภคแตกต่างกันไป แต่ที่เราอยู่มาได้ถึง 8 ปีเป็นเพราะเราเอาผู้บริโภคเป็นที่ตั้ง พยายามนำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงด้วย 5 เซ็กเมนต์ที่ครอบคลุมตั้งแต่รุ่นล่าง-บน นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายถ้าทั้ง 2 ส่วนนี้ดียอดขายก็จะตามมา”

]]>
1371874
‘Realme’ ปักเป้าขึ้นเบอร์ 3 สมาร์ทโฟนไทยปีหน้า ชูกลยุทธ์ ‘1+5+T’ มัดใจลูกค้ายุค 5G https://positioningmag.com/1367795 Mon, 20 Dec 2021 09:30:06 +0000 https://positioningmag.com/?p=1367795 แม้ ‘Realme’ (เรียลมี) จะไม่ถึงกับเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนหน้าใหม่ในตลาดขนาดนั้น เพราะก่อตั้งแบรนด์มาแล้วตั้งแต่ปี 2561 แต่กลับเป็นม้ามืดที่เติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในตลาดโลกและตลาดประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงที่มีการมาของ 5G รวมไปถึงการสะดุดของ Huawei (หัวเว่ย) ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีของสมาร์ทโฟนหน้าใหม่จะผงาดขึ้นมา ซึ่งเรียลมีเองก็เร่งเครื่องหวังขึ้นเป็นเบอร์ 3 ในตลาดไทยให้ได้

ย้อนรอย Realme

Realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนจากประเทศจีน เริ่มก่อตั้งในเดือนพฤษภาคม 2561 โดย Sky Li อดีตทีมผู้บริหารสมาร์ทโฟน Oppo แบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี โดยหลายคนมักจะพูดว่า Realme ก็คือแบรนด์ลูกของ Oppo ซึ่งทาง Realme ก็ออกมาบอกว่าทาง Oppo เป็นเพียงผู้ผลิตสินค้าให้เท่านั้น แต่ทีมบริหารภายใน Realme ได้แยกจากกันโดยสิ้นเชิง

ตลอด 3 ปีที่ Realme ทำตลาด ปัจจุบันมียอดขายทั่วโลกครบ 100 ล้านเครื่อง โดยในปี 2021 มีอัตราการเติบโต 149% ขึ้นเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 6 โดยตลาดที่ค่อนข้างโดดเด่นก็คือ อินเดีย ที่สามารถขึ้นเป็นเบอร์ 2 ในตลาด และสำหรับประเทศไทย Realme อยู่อันดับที่ 5 ในตลาด แต่ภายในปีหน้า Realme ต้องการขึ้นเป็น Top 3 หรือมีส่วนแบ่งตลาด 14%

กลยุทธ์ 1+5+T

ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนไทยช่วงไตรมาส 2 เสียวหมี่ (Xiaomi) ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 21% ตามมาด้วย Oppo, Samsung และ Vivo ตามลำดับ ส่วน Realme อยู่อันดับที่ 5 ด้วยส่วนแบ่งตลาดประมาณ 9%

โดย ศิรศร เบญจาธิกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ เรียลมี ประเทศไทย กล่าวว่า Realme ตั้งเป้าที่จะขึ้นเป็นเบอร์ 3 ภายในปีหน้าโดยจะใช้กลยุทธ์ 1+5+T เพื่อสร้าง Realme Ecosystem ให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภคอย่างเต็มตัว โดย

  • 1 แทน สมาร์ตโฟนที่จะเป็นศูนย์กลางการควบคุม Ecosystem ทั้งหมด
  • 5 แทนหมวดหมู่หลักของอุปกรณ์ AIoT ทั้งหมด ได้แก่ 1. อุปกรณ์หูฟังไร้สาย 2. อุปกรณ์สวมใส่ 3. โทรทัศน์ 4. แท็บเล็ต และ 5. แล็ปท็อป
  • T ย่อมาจากแบนด์ TechLife ซึ่งทั้งหมดนี้จะมี realme Link แอปพลิเคชันเชื่อมต่อกัน และสร้างเป็น AIoT ecosystem เพื่อให้ผู้ใช้งานอุปกรณ์ realme สามารถใช้งานร่วมได้อย่างเต็มรูปแบบ

“เรารู้ว่าคู่แข่งเราก็มีสินค้าเหมือนกับเรา แต่จุดอ่อนเขาคือการสั่งงานผ่านแอปต่าง ๆ แยกกัน แต่ของเราสั่งผ่านแอป Realme Link จบที่เดียวไม่ว่าจะมีกี่อุปกรณ์ และเราจะทำราคาที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด โดยปีหน้าคาดว่าจะมีสินค้าใหม่ ๆ เพิ่มอีกอย่างน้อย 20 Item”

ในส่วนของสมาร์ทโฟน Realme จะโฟกัสที่ตลาด Hi-end โดยเฉพาะ GT Series ราคาอยู่ที่ 13,990-19,990 บาท นอกจากนี้จะเน้นไปที่สมาร์ทโฟน 5G โดยในปี 65 สมาร์ทโฟน 70% จะเป็นรุ่น 5G ซึ่ง Realme เห็นศักยภาพของตลาด 5G ไทยที่ไปพร้อม โดยเชื่อว่าในปีหน้าราคาสมาร์ทโฟน 5G จะเริ่มที่ 6,990 บาท ซึ่งยิ่งทำให้จับต้องง่าย ดังนั้นเชื่อว่า สัดส่วนยอดขายสมาร์ทโฟน 5G ของตลาดสมาร์ทโฟนไทยจะอยู่ที่ 30-40%

“ตลาดมือถือยังเติบโตได้อยู่ เพราะคนขาดมือถือไม่ได้ ยิ่งการที่ 5G ดีขึ้น การมาของเกมออนไลน์ที่เติบโตขึ้น คนที่เขาก็อยากเปลี่ยนสมาร์ทโฟน โดยตอนนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 8-9 เดือนสำหรับกลุ่มล่าง ส่วนกลุ่มบนประมาณ 1 ปีเปลี่ยน”

ไม่หวั่นปัญหาชิปขาดแคลน พร้อมเพิ่มหน้าร้านเท่าตัว

ในปีหน้า Realme จะเพิ่มหน้าร้านจาก 75 แห่งเป็น 120 แห่ง เพื่อเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะกับสินค้ากลุ่ม AIoT เพราะพนักงานจะช่วยแนะนำสินค้าให้ลูกค้ารู้จักได้ ขณะที่ตลาดออนไลน์ที่กำลังเติบโต บริษัทก็จะเน้นไปที่การทำโปรโมชันต่าง ๆ พร้อมออกสินค้า Excursive เพื่อกระตุ้นตลาด

“ที่ผ่านมาเรามีบางรุ่นที่ขายเฉพาะออนไลน์ รวมทั้งทำแฟลชเซลล์ในวัน 12.12 โดยสามารถขายได้ถึง 500 เครื่องในไม่กี่นาที”

ปัญหาชิปขาดตลาดที่ผ่านมาส่งผลให้ยอดส่งมอบสินค้าในไทยไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เปลี่ยนซัพพลายเออร์ชิปเจ้าใหม่เป็น UNISOC และมีการจองซัพพลายล่วงหน้า ทั้งนี้ การที่แบรนด์เน้นทำตลาดกลุ่ม Hi-end ก็จะช่วยให้บริษัทมีรายได้มากขึ้น แม้จะขายสินค้าได้น้อยลงก็ตาม

“ปีหน้าทุกแบรนด์จะงัดทุกทางที่จะมาสร้างความแตกต่างเพื่อดึงลูกค้า เราเองก็มั่นใจว่าสินค้าเราครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม แต่ละซีรีส์มีคาแร็กเตอร์ชัดเจน เช่น C Series เน้นผู้สูงอายุ และใช้เป็นเครื่องที่สอง ส่วนไฮเอนด์จะเน้นวัยรุ่นชอบเล่นเกม ซึ่งไฮเอนด์ถือเป็นความท้าทายที่เรายังเข้าไม่ถึง ดังนั้น จึงเป็นกลุ่มที่เราอยากจะไปในปีหน้า”

]]>
1367795
จับตา TCL คัมแบ็กตลาดสมาร์ทโฟนไทย ขอลุย 5G ราคาต่ำกว่า 7,000 https://positioningmag.com/1361000 Tue, 09 Nov 2021 05:11:37 +0000 https://positioningmag.com/?p=1361000 หากพูดถึงแบรนด์ ‘TCL’ เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ต้องรู้จักแน่นอน เพราะถือเป็นแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติจีนรายใหญ่ โดยในปี 2010 ถือเป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 25 ของโลกเลยทีเดียว และสินค้าขึ้นชื่อก็คือ ‘โทรทัศน์’ ซึ่งในปี 2008  TCL มีส่วนแบ่งการตลาดของตลาดโทรทัศน์ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของโลกเลยทีเดียว แต่หากพูดถึง ‘สมาร์ทโฟน’ หรือ ‘มือถือ’ เชื่อว่าคนไทยไม่คุ้นแน่นอน

เคยผลิตสมาร์ทโฟนมาแล้ว 3 แบรนด์

ย้อนไปช่วงปี 2017 TCL เคยบุกตลาดสมาร์ทโฟนไทยภายใต้ชื่อแบรนด์ Alcatel สมาร์ทโฟนราคาประหยัด ซึ่งในปี 2016 ทาง TCL ได้ซื้อ license แบรนด์มาจาก Nokia โดยอายุสัญญาจะหมดลงในปี 2024 หรืออีก 2 ปี อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทยเองแบรนด์ Alcatel ก็เงียบหายไปนาน นอกจากนี้ TCL ยังมีแบรนด์ Palm ในมืออีกด้วย

แต่ไม่ใช่แค่ 2 แบรนด์ที่ยกมา แต่ในปี 2016 TCL ได้เป็นผู้สานต่อตำนาน BlackBerry สมาร์ทโฟนที่สมัยหนึ่งเคยได้รับความนิยมและเฟื่องฟูมากในไทย โดยในตอนแรก BlackBerry ได้จ้าง TCL ผลิตสมาร์ทโฟนให้ อาทิรุ่น DTEK50 กับ DTEK60 แต่หลังจากนั้น BlackBerry ก็ได้ขายสิทธิ์ผลิตสมาร์ทโฟนให้กับ TCL โดยทาง TCL ใช้ชื่อว่า BlackBerry Mobile ในการทำตลาด

แต่เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2020 เป็นวันที่ไลเซนส์แบรนด์ BlackBerry หมดลง ซึ่งทาง TCL ก็เลือกที่จะไม่ต่อสัญญา และเป็นบริษัท OnwardMobility และ FIH Mobile Limited ที่เข้ามารับช่วงต่อ พร้อมจะคืนชีพ BlackBerry ลงสู่ตลาด 5G

จับตารุกตลาดไทย

หลังจากที่ผลิตสมาร์ทโฟนภายใต้ชื่อแบรนด์อื่น ๆ มานาน จนมาในปี 2019 TCL ก็ทำสมาร์โฟนแบรนด์ของตัวเอง โดยเริ่มรุกตลาดแถบยุโรปก่อน และในปี 2021 นี้ก็เริ่มเข้ามารุกตลาดประเทศไทย โดยเริ่มจากรุ่น TCL 20R 5G ที่มาในราคา 6,990 บาท ซึ่งเทียบกับราคาสมาร์ทโฟน 5G ถือว่าทำได้ดีกว่าหลายแบรนด์ในตลาด

ซึ่งทาง TCL ก็ได้บริษัท VST ECS เป็นตัวแทนนำเข้ามาทำตลาด นอกจากนี้ยังเป็นพันธมิตรกับทาง ทรูมูฟ เอช อีกด้วย ซึ่งจุดแข็งของ VST ECS คือ มีช่องทางการจัดจำหน่ายกว่า 48,000 แห่ง ทำให้ TCL สามารถวางจำหน่ายได้ครอบคลุม และการได้ทรูมูฟ เอชเป็นพันธมิตร ทำให้ TCL สามารถขายคู่แพ็กเกจในราคาเริ่มต้นที่ 990 บาท เท่านั้น ซึ่งตรงกับเป้าหมายของ TCL ที่เน้นจับไปที่กลุ่มล่าง-กลาง และต้องการขยายการเข้าถึงให้ได้มากที่สุด

ไม่หวันมาช้า มั่นใจชื่อแบรนด์

แม้ในสายตาคนจะมองว่าตลาดสมาร์ทโฟนแข่งขันกันรุนแรงและมีแบรนด์จีนครองตลาดโดยเฉพาะกลุ่มล่าง-กลาง แต่ทาง สเตฟาน สไตรท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด TCL Communication มองว่า TCL ยังสามารถแข่งขันได้ ด้วยชื่อแบรนด์ที่มีกว่า 30 ปี รวมถึงเป็นผู้ผลิตสินค้าเอง ทำให้สามารถคุมคุณภาพและราคาให้จับต้องได้

“เราเห็นโอกาสการเติบโตของตลาดไทย และเราไม่ได้รุกตลาดไทยช้า เพราะที่ผ่านมาเราเคยรุกตลาดสมาร์ทโฟนในไทย ภายใต้แบรนด์ Alcatel รวมไปถึง BlackBerry ดังนั้น เรามีประสบการณ์ อีกทั้งเรามีโรงงาน ทีม R&D ของตัวเอง ทำให้เราสามารถพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ในขั้นสูงได้ และที่สำคัญเรื่องของราคา ที่จะทำให้เราสามารถแข่งขันในตลาดได้”

แม้ที่ผ่านมา แบรนด์ TCL มีการเติบโตสูงติด Top 5 ในหลายประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย, แคนนาดา และ อเมริกา แต่สำหรับไทย สเตฟาน ยังไม่ได้วางเป้าหมายว่าจะชิงส่วนแบ่งตลาดได้มากน้อยแค่ไหนเพราะเพิ่งเข้ามาในตลาด ดังนั้นจะเน้นการวางรากฐานให้แข็งแรงไปก่อน

สเตฟาน สไตรท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด TCL Communication

ก็ไม่รู้ว่าสมาร์ทโฟนจาก TCL จะทำได้ดีแค่ไหน เพราะ 3 แบรนด์ที่ผ่านมาก็ปลิวไปหมดแล้ว นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างของแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชื่อดังสัญชาติเกาหลีอย่าง LG ที่ต้องยกธงขาวยอมแพ้ในตลาดสมาร์ทโฟนไปแล้ว ขณะที่ตลาดสมาร์ทโฟนไทยเองก็ไม่ง่าย โดยเฉพาะแบรนด์จีนด้วยกัน ดังนั้น จากนี้คงต้องรอดูกันยาว ๆ ต่อไป

]]>
1361000