สมุนไพรไทย – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Fri, 06 Mar 2026 11:45:05 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 เส้นทาง “สยามบัวขาว” จากเภสัชกรนักสู้ สู่เจ้าของอาณาจักรสมุนไพร 200 ล้านบาท https://positioningmag.com/1562922 Fri, 06 Mar 2026 09:20:15 +0000 https://positioningmag.com/?p=1562922
  • รีแบรนด์ครั้งใหญ่จากบัวขาวเฮิร์บ สู่สยามบัวขาว เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ทันสมัย และอินเตอร์มากขึ้น
  • ตั้งเป้ารายได้ 200 ล้านบาทในปีนี้ จากแบรนด์ตัวเอง และรับจ้างผลิต
  • อยากเป็น Soft Power ให้ประเทศไทย ชูคุณภาพสมุนไพรส่งออกไปทั่วโลก
  • “สยามบัวขาว” ไม่ได้เกี่ยวกับบัวขาวที่เป็นนักมวย แค่เริ่มต้นจากการเป็นร้านขายยาที่ซอยบัวขาวในพื้นที่พัทยาเท่านั้น แค่สตอรี่เริ่มต้น ก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจของแบรนด์ ที่ไม่ได้มีความซับซ้อนแล้ว

    จากจุดเริ่มต้นในร้านขายยาขนาดเล็กซอยบัวขาว ใจกลางเมืองพัทยา เมื่อ 13 ปีที่แล้ว ปัจจุบันสยามบัวขาวเป็นผู้ผลิตสมุนไพรไทยที่มีสินค้ามากกว่า 285 รายการ วันนี้ บริษัท บัวขาว เทรดดิ้ง จำกัด ภายใต้การนำของ ภญ. ภัทรธมน หาญอนันทสุข ได้ประกาศยกระดับแบรนด์ครั้งสำคัญจาก “บัวขาวเฮิร์บ” สู่ “สยามบัวขาว” พร้อมแผนรุกตลาด Modern Trade ทั่วประเทศ และขยายฐานการส่งออกไปไกลถึงยุโรป และอาหรับ

    จุดกำเนิดจาก “ร้านยา” และจิตวิญญาณ “นักขาย”

    เส้นทางของสยามบัวขาวไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ภญ. ภัทรธมน หาญอนันทสุข หรือ พลอย เริ่มต้นจากการเป็นผู้แทนยา (Detailer) นาน 2 ปี ก่อนจะผันตัวมาเปิดร้านขายยาเล็กๆ ที่พัทยา เพราะจบด้านเภสัชศาสตร์โดยตรง มีความรักในยา และรักการขาย มีจิตวิญญาณของการเป็นเซลส์ บวกกับการสังเกตอินไซต์ลูกค้า เธอพบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติมักถามหายาหม่องสีเขียวยี่ห้อหนึ่งที่ “ขายเฉพาะกลุ่มไกด์”

    ความขบถ และหัวการค้าทำให้เธอตัดสินใจทำภารกิจหนึ่ง เพื่อแกะรอยหาโรงงานผลิตยาหม่องจนสำเร็จ และเริ่มทำตลาดขายส่งทั่วประเทศตั้งแต่อำเภอแม่สายไปจนถึงภาคใต้ แต่เมื่อเจอวิกฤตการตัดราคาจากกลุ่มไกด์จนกำไรแทบไม่เหลือ เธอจึงตัดสินใจสร้างแบรนด์ของตัวเองในชื่อ “ยาหม่องพญางู” (ยาหม่องดำ) ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่มียอดสั่งซื้อพุ่งจาก 10 ลัง เป็น 200 ลังต่อเดือนในเวลาเพียงปีเดียว

    เมื่อธุรกิจเติบโตจนโรงงานผลิตให้ไม่ทัน เริ่มเจอปัญหาที่ว่าโรงงานที่เคยผลิตให้ ปิดไลน์การผลิต ต้องวุ่นกับการหาโรงงานใหม่ บ้างก็เจอโรงงานเอาสูตรไปผลิตเอง ภัทรธมนจึงตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่กว่า 12 ล้านบาท สร้างโรงงานของตนเองในปี 2560 ที่หนองปรือ พัทยา เพื่อควบคุมคุณภาพและรักษาความลับของสูตรยา ภายใต้มาตรฐาน GMP และ ISO-9001

    “มีช่วงที่ขายดีมาก จนต้องหยุดผลิตไป เพราะมีปัญหาเรื่องการผลิตหลายอย่าง เลยคิดว่าต้องหาตัวป้องกันไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เลยพัฒนาสูตรให้ตรงสูตรเดิม แล้วเปิดโรงงานเล็กๆ เมื่อปี 2560 ที่พัทยา ด้วยเงินลงทุนที่ดิน 10 ล้าน และสร้างโรงงาน 2 ล้าน ทำจนแบรนด์กลับมาติดตลาดอีกครั้ง มีร้านขายยารับไปขาย รวมถึงร้านขายของที่ระลึกด้วย”

    รีแบรนด์สู่สยามบัวขาว อัพภาพสากล

    ในปี 2568 ที่ผ่านมา ภัทรธมนได้ตัดสินใจรีแบรนด์ครั้งใหญ่ จากบัวขาวเฮิร์บเป็น “สยามบัวขาว” เพื่อความเป็นสากล และแก้ปัญหาการมีชื่อแบรนด์ย่อยเยอะเกินไป เช่น พญางู, หมอชีวก โดยปัจจุบันแบ่งกลุ่มสินค้าออกเป็น 5 หมวดหลัก:

    1. สมุนไพรทั่วไป : ยาหม่อง, ยาดม, น้ำมันนวด, พิมเสน และครีมนวดแก้ปวดเมื่อย
    2. Skin Care : แทนนิ่งออยล์ (ขวัญใจชาวอาหรับ), เจลว่านหางจระเข้ และครีมกล้วยทาส้นเท้า
    3. Bath & Body : ยาสีฟันสมุนไพรสูตรไม่แสบปาก มีแผนที่จะทำแชมพู และครีมอาบน้ำเพิ่ม
    4. เครื่องหอม : เครื่องหอม และสเปรย์ปรับอากาศกลิ่นสมุนไพร
    5. อาหาร : เครื่องต้มยำแห้ง และชาสมุนไพร เจาะกลุ่มลูกค้าชาวรัสเซีย

    ปัจจุบันสัดส่วนรายได้หลักยังคงเป็นกลุ่มสมุนไพร 50% รองลงมาเป็นกลุ่มอาหาร 20% ที่เหลืออีก 3 กลุ่มแบ่งสัดส่วนอย่างละ 10% โดยภัทรธมนบอกว่าอยากดันตลาดสกินแคร์ให้โตมากขึ้น เพราะมีโอกาสในธุรกิจเยอะ 

    สมุนไพรไทยทะเลแดงเดือด แต่ยังมีศักยภาพ

    ภัทรธมนมองว่าตลาดสมุนไพรไทยในตอนนี้เข้าสู่ Red Ocean มีการแข่งขันสูง ผู้เล่นเยอะ แต่ยังมีศักยภาพสูง คนทั่วโลกให้การตอบรับ ยังมีช่องว่างให้เล่นอีกเยอะ เห็นช่องว่างในการแก้ไขปัญหาต่างๆ หรือพัฒนาสูตรให้ตอบโจทย์แก้ปัญหาสุขภาพได้มากกว่านี้ ยกตัวอย่างเช่น ยาสีฟันสมุนไพร ในตลาดตอนนี้ส่วนใหญ่ใช้แล้วแสบเหงือก กัดเหงือก แต่สามารถแก้ปัญหาฟันเหลือง คราบพลัคได้ ถ้าพัฒนาสูตรให้ไม่แรงเกินไป แก้ปัญหากลิ่นปากได้ดี ผู้บริโภคก็ตอบรับมากกว่านี้

    “ตลาดสมุนไพรไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างในปี 2567 ที่ผ่านมา สมุนไพรไทยครองแชมป์อันดับ 1 ในอาเซียน ด้วยมูลค่ากว่า 63,045 ล้านบาท และเชื่อว่าในปี 2568 อัตราการเติบโตจะเพิ่มมากขึ้น ด้วยความโดดเด่นของสมุนไพรไทยที่ต่างชาติให้การยอมรับ เป็น Soft Power ไม่แพ้ อาหารไทย นวดไทย และ วัฒนธรรมไทย จึงเป็นโอกาสที่ดีให้กับสมุนไพรไทยและสินค้าจากสมุนไพรไทย ซึ่งที่ผ่านมาบัวขาวเฮิร์บ ได้ผลิตสินค้าประเภท Herb & Beauty จำหน่ายให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวช่างชาติที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ผ่านร้านค้าของเรา รวมถึงการรับผลิต OEM , Wholesale factory สินค้ากลุ่ม Herb & Beauty ซึ่งก็ได้รับการตอบรับดีมากจากกลุ่มลูกค้าทั้งชาวรัสเซีย จีน อาหรับ และอื่นๆ”

    นอกจากผู้เล่นที่มีในตลาดมากมายมหาศาลแล้ว สิ่งที่หลายคนกังวลมากที่สุดก็คงจะเป็นสินค้าจากประเทศจีนเข้ามาในประเทศไทย นอกจากจะมีการตัดราคาแล้ว สินค้ายังไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร แต่จุดแข็งของแบรนด์ไทย สมุนไพรไทย ก็คือคุณภาพ อย่างอโลเวร่าก็สามารถก๊อปได้ แต่บางตัวที่เฉพาะทางก็ก๊อปไม่ได้

    เป้า 200 ล้านบาท พร้อมบุกตลาดโลก

    ปัจจุบันสยามบัวขาวมีรายได้รวม 70 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากแบรนด์ 80% และรับจ้างผลิต OEM 20% ในปีนี้ตั้งเป้ารายได้พุ่งสู่ 200 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากในประเทศ 90% และต่างประเทศ 10%

    มีแผนขยายสาขาเพิ่มเป็นจุดขาย ทั้งร้านขายยา หน้าโรงงานที่หนองปรือ ช่องทางออนไลน์ แห่งท่องเที่ยวในชลบุรี และภาคใต้ รวมถึงมีแผนที่จะนำสินค้าเข้าโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ ให้เป็นที่รู้จัก และอาจจะขยายบัวขาวฟามาซีมากขึ้นในโซนพัทยา 

    “สมุนไพรไทยคือ Red Ocean ที่ศักยภาพสูงมาก ความท้าทายคือการทำให้คนเชื่อมั่นว่าเราใช้ของแท้ และแก้ปัญหาได้จริง ไม่ใช่แค่ยาหม่องทั่วไป แต่คือศาสตร์และศิลป์แห่งการรักษา” ภญ. ภัทรธมน กล่าวทิ้งท้าย

    ]]>
    1562922
    โมงยามแห่งโอกาสมีอยู่เสมอ ตำรับไทยชวนกลับบ้านซีซั่น 2 โครงการดีๆ จากร้านตำรับไทย สมุนไพรไทย ที่ชวนให้ใจพองโต https://positioningmag.com/1294274 Wed, 02 Sep 2020 08:55:38 +0000 https://positioningmag.com/?p=1294274

    ณ เวลานี้ เชื่อว่า โอกาสคือเรื่องสำคัญยิ่งกว่าครั้งไหน แม้จะเป็นช่วงที่ไม่ง่ายเลยสำหรับแบรนด์ที่จะคว้าโอกาสและมอบโอกาสในช่วงเวลาแห่งวิกฤติครั้งนี้

    อย่างไรก็ตาม ร้านตำรับไทย สมุนไพรไทย แคตตากอรี สโตร์ ด้านสมุนไพรที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทยถึง 115 สาขา และดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 19 ปี ยังคงยืนหยัดในการเป็นแบรนด์ของคนไทยเพื่อคนไทย ด้วยการจัดโครงการร้านตำรับไทยชวนกลับบ้านซีซั่น 2 อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และปล่อยคลิปชวนอบอุ่นหัวใจ ที่มียอดผู้เข้าชมกว่า 3 ล้านวิว เพราะเชื่อว่า บ้านและครอบครัวคงเป็นสิ่งที่ทุกคนโหยหา โดยเฉพาะในช่วงเวลายากลำบากเช่นนี้ พร้อมกับการใช้โอกาสนี้เป็นการตอบแทนสังคมไทย ครอบครัวใหญ่ของทุกคน

     เพราะ “โอกาส” ไม่มีข้อยกเว้น

    แม้ว่าสถานการณ์ในปีนี้ไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่ “พนักงาน” ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของร้านตำรับไทย สมุนไพรไทย เสมอ ซึ่งนอกจากทางร้านจะยังคงจ้างงานพนักงานอย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นกระทั่งช่วงล็อกดาวน์ ที่ทุกอย่างหยุดชะงัก โครงการดีๆ อย่าง โครงการร้านตำรับไทย สมุนไพรไทย ชวนกลับบ้านที่ประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมา ยังคงเกิดขึ้นเป็นปีที่ 2 เพื่อมอบ “โอกาส” ให้พนักงานร้านตำรับไทย สมุนไพรไทย ได้กลับบ้านหาครอบครัวที่รัก พร้อมกับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าขนมเพื่อใช้ในระหว่างกลับบ้านอีกด้วย

    “ปีนี้ไม่ง่ายเลย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป ในการมอบ “โอกาส” ให้พนักงานเช่นที่เคยทำมา เพราะเชื่อว่า ยิ่งลำบากแค่ไหน กำลังใจยิ่งเป็นเรื่องสำคัญ และครอบครัวคือสิ่งที่ทุกคนโหยหา ดังนั้นเราจึงยังคงยืนหยัดจัดโครงการร้านตำรับไทย สมุนไพรไทย ชวนกลับบ้าน ซีซั่น 2 เพื่อพาพนักงานกลับบ้าน หาครอบครัวที่รัก”

    “Insight หนึ่งที่ผมพบจากการพูดคุยใกล้ชิดกับพนักงานที่ร้าน คือ นอกจากเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับบ้านแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือค่าใช้จ่าย หรือค่าขนมที่ต้องใช้ระหว่างกลับบ้าน เพื่อซื้อของฝากของขวัญให้คนในครอบครัว ดังนั้นปีนี้ เราจึงเพิ่มค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้พนักงานด้วย ให้พนักงานได้กลับบ้าน ด้วยความสุขความสบายใจ อยู่กับครอบครัวอย่างอบอุ่น” คุณมหาคุณ เทพสุทิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ตำรับไทย สมุนไพร จำกัด กล่าว

    เพราะการส่งต่อ “โอกาส” ทำให้ได้รับไม่รู้จบ

    สำหรับใครหลายๆ คน ช่วงเวลายากลำบากเช่นนี้ การกลับบ้านไม่ได้เป็นเพียงการกลับไปพักกายใจ แต่ยังเป็นการเติมพลังใจให้สู้ต่อ เพื่อกลับมาทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด โดยมีครอบครัวเป็นเบื้องหลังกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นการจัดโครงการร้านตำรับไทย สมุนไพรไทย ไม่เพียงให้ “โอกาส” พนักงานได้กลับบ้าน แต่เป็น “โอกาส” ให้พนักงานได้กลับไปเติมแรงใจ เพื่อมาทำหน้าที่ในให้คำปรึกษาด้านการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรไทยอย่างเต็มที่ที่สุดด้วย

    “เมื่อพนักงานได้กลับบ้านหาครอบครัว เขายิ่งได้เติมกำลังใจ และเมื่อได้เติมกำลังใจ เขายิ่งพร้อมทุ่มเททำงานด้วยหัวใจอันเต็มเปี่ยม ดูแลลูกค้าเพื่อให้มีสุขภาพดีด้วยสมุนไพรไทยอย่างเต็มที่ พอเป็นเช่นนี้ ลูกค้าก็ประทับใจ กลับมาซื้อสินค้าที่ร้านเป็นประจำเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นไม่ใช่แค่เราให้ “โอกาส” พนักงาน แต่พนักงาน ยังใช้ “โอกาส” นั้น ตอบแทนเราด้วยการทำงานอย่างดีที่สุด เรียกได้ว่า ได้ทั้งใจพนักงาน และได้ใจลูกค้าอีกด้วย”

    “เชื่อว่าตอนนี้คนไทยยังโหยหาและคิดถึงความรู้สึกที่ได้กลับบ้านหาครอบครัวเช่นเดียวกัน ดังนั้น คลิปร้านตำรับไทย สมุนไพรไทย ชวนกลับบ้าน ซีซั่น 2 จึงเกิดขึ้น เพื่อส่งต่อความรู้สึกดีๆ ให้คนไทยทุกคน โดยมีผู้เข้าชมกล่าว 3 ล้านวิว แชร์กว่า 4 พันครั้ง รวมถึงคอมเมนต์จากคนไกลบ้านอีกมากมาย ที่รู้สึกซาบซึ้ง อบอุ่นหัวใจ กับคลิปดีๆ ที่ชวนให้หวนคิดถึงบ้าน และครอบครัว”

    “เราเปิดเรื่องด้วยฉากที่แม่ลูก นั่งอยู่ที่หน้าบันไดบ้านในยามค่ำ ก่อนที่ลูกสาวจะต้องออกจากบ้านอีกครั้ง แม่สอนลูกสาวเรื่องการใช้ชีวิต เป็นคำสอนง่ายๆ ที่ตรึงใจ ด้วยการสอนให้ลูก “เป็นคนดี อยู่ที่ไหนใครก็รัก” มันง่ายและตรงไปตรงมามากๆ แต่กลับเป็นฉากชวนซึ้งกินใจ ทำให้หลายคนเสียน้ำตา เพราะหวนคิดถึงคำสอนของพ่อแม่ก่อนที่จะต้องออกมาทำงานไกลบ้าน”

    “เราดีใจที่หลายคนได้ดูคลิปนี้ และได้กำลังใจกลับไป หลายคนคอมเมนต์เข้ามาว่า ดูแล้วน้ำตาไหล คิดถึงคำสอนของแม่ คิดถึงครอบครัว และมีกำลังใจสู้ต่อ หลายคนแชร์คำสอนของพ่อแม่ที่ตัวเองได้รับมาก่อนออกมาทำงานไกลบ้าน หลายคนเข้ามาให้กำลังใจซึ่งกันและกัน กลายเป็นว่าคลิปเรา เป็นเหมือนศูนย์รวมกำลังใจ ชวนคนที่มีหัวใจคิดถึงบ้าน เข้ามาเติมใจให้แก่กันและกัน”

    “สำหรับผม ไม่ใช่แค่แบรนด์ได้มอบสิ่งดีๆ ให้พนักงาน แต่ลูกค้าของเราเองก็ได้มอบสิ่งดีๆ ให้แก่กัน เป็นการขยาย “กำลังใจ” เป็นการส่งต่อ “โอกาส” ให้แก่กันและกันอย่างไม่รู้จบ” คุณมหาคุณ เทพสุทิน กล่าวย้ำ

    ย้อนดูคลิปได้ที่  https://www.facebook.com/watch/?v=287231682540835&extid=PRuLX8FO8gXiZq5Y

    “โอกาส” ในการดูแลสุขภาพคนไทย

    ในเวลาที่การดูแลสุขภาพคือเรื่องที่คนไทยให้ความสำคัญ ร้านตำรับไทย สมุนไพรไทย จึงยังคงมุ่งมั่นในพันธกิจที่มีมาตลอด 19 ปี โดยใช้ “โอกาส” นี้ ดูแลสุขภาพคนไทย จากสาขา 115 สาขาทั่วประเทศไทย โดยไม่เคยปิดเลย แม้กระทั่งในช่วง lockdown พร้อมแพทย์แผนไทยคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คนไทยได้รับการดูแลสุขภาพจากสมุนไพรไทย ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง

    เรายืนหยัดกลยุทธ์ 5 ตำรับ อันได้แก่ ตำรับสุขอนามัย ตำรับดูแลสุขภาพ ตำรับดูแลวิถีชีวิตใหม่ ตำรับจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง และตำรับความรู้สู่คนไทย ได้ http://www.tumrubthai.com/herbs_tip_detail.php?article_no=186 เพื่อดูแลสุขภาพของคนไทยด้วยสมุนไพรไทย พร้อมกันนี้เรายังคงมุ่งมั่นขยายสาขาให้ถึง 300 สาขา และมีแผนจ้างงานพนักงานและแพทย์แผนไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะครอบครัวไทย คือครอบครัวใหญ่ของเราที่ต้องดูแลอยู่เสมอ” คุณมหาคุณ เทพสุทิน กล่าวปิดท้าย

    #ร้านตำรับไทยสมุนไพรไทยชวนกลับบ้านซีซั่น2 #ร้านตำรับไทยสมุนไพรไทยชวนกลับบ้าน #ร้านตำรับไทยสมุนไพรไทย #115สาขาทั่วประเทศ #มหาคุณ #มหาคุณเทพสุทิน

    ]]>
    1294274