อสังหาภูเก็ต – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 05 Feb 2026 12:26:26 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ปี 69 อสังหาเข้าสู่โหมดระมัดระวัง แอสเซทไวส์ โฟกัสตลาด ‘ภูเก็ต’ ชี้ 90% ลูกค้ากระเป๋าหนัก ซื้อบ้านเงินสด https://positioningmag.com/1558344 Thu, 05 Feb 2026 06:30:05 +0000 https://positioningmag.com/?p=1558344 กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดเผยว่า ปี 2569 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ อยู่ในภาวะทรงตัว แต่เริ่มเห็นสมดุลตลาดดีขึ้น จากผู้ประกอบการต่างเน้นการระบายสต็อกเดิม และศึกษาดีมานด์ก่อนเปิดโครงการใหม่มากขึ้น

ปี 69 เข้าสู่โหมดระมัดระวัง-ลดเสี่ยง เปิด 11 โครงการเท่าเดิม

ด้านยุทธศาสตร์ ปี 2569 แอสเซทไวส์ ยังคง ‘ใช้ความระมัดระวัง’ ต่อเนื่อง โดยมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่  เท่า ๆ กับปีก่อน คือ 11 โครงการ มูลค่า 17,555 ล้านบาท แบ่งเป็น

1.กรุงเทพฯ และปริมณฑล 5 โครงการ มูลค่า 7,455 ล้านบาท

ไฮไลต์ คือ โซนรังสิต ผ่าน “Wise Park Rangsit” มิกซ์ยูสขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 60 ไร่ ใกล้มหาวิทยาลัยรังสิต ประกอบด้วย

  • คอนโด Kave Carnival Rangsit
  • บ้านเดี่ยว 2 ชั้นแบรนด์ใหม่ Blessini Rangsit
  • ช็อปเฮาส์ Wise House Rangsit

“รังสิตเป็นทำเลศักยภาพสูงจากอานิสงส์การต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีแดง และยังเป็นย่านการศึกษา/แหล่งงานสำคัญ”

โครงการ “Wise Park Rangsit”

2.ภูเก็ต 6 โครงการ มูลค่า 10,100 ล้านบาท

เจาะกลุ่มดีมานด์ต่างชาติ ที่ต้องการบ้านหลังที่สองในภูเก็ต โครงการไฮไลต์ อาทิ Casa de Monte พูลวิลล่าลักชัวรี โซนเกาะแก้ว

“ปีนี้ เราตั้งเป้ายอดขาย (พรีเซล) 18,500 ล้านบาท และรายได้ 12,500 ล้านบาท จากปัจจุบันแอสเสทไวซ์ มีแบ็กล็อกอยู่ในมือ 15,259 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2569-2570 ประมาณ 13,238 ล้านบาท”

แผนการดำเนินงานปี 2569 ของ แอสเซทไวส์ (ASW)

อสังหาภูเก็ตยังมาแรง ค่าลงทุนถูกกว่า กทม.-ลูกค้า 90% ซื้อเงินสด หนุนตุนแคลชโฟลว์

กรมเชษฐ์ กล่าวว่า ปี 2569 แอสเซทไวส์ มีความระมัดระวังสูง การเน้นหนักไปยังตลาดภูเก็ต มากกว่าตลาด กทม. มี 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

1.กทม. แบกซัพพลาย-ใช้เงินลงทุนสูง

  • อสังหา กทม. ซัพพลายคงค้างยังเยอะ คาดต้องใช้เวลาอีก อย่างน้อย 2 ปี กว่าจะคลี่คลาย
  • หากพัฒนาโครงการ ใช้เงินลงทุนสูง เพราะ ราคาที่ดินแตะ 200 ล้านบาท/ไร่
  • ลูกค้าดาวน์แค่ 10–20% เสี่ยงทิ้งเงินจอง แม้ขายได้ แต่อาจไม่การันตียอดโอนกรรมสิทธิ์ที่เข้ามาเป็นรายได้จริง

2.ภูเก็ต ดีมานด์ต่างชาติ ใช้เงินสดซื้อล้วน ๆ

  • ลูกค้าหลักเป็นต่างชาติ อาทิ รัสเซีย ยูเครน ยุโรป และตะวันออกกลาง (เพิ่งมาระยะ 2 เดือนนี้)
  • กว่า 90% จ่ายเงินสดก่อนโอนกรรมสิทธิ์ แบ่งจ่าย 3 งวด งวดละ 25% (รวม 75%)
  • ไม่ต้องพึ่งพาเงินกู้สูง เนื่องจาก มีแคลชโฟลว์แข็งแรงตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง
  • ต้นทุนถูกกว่า โดยมีราคาที่ดิน อาทิ หาดสุรินทร์ 50 ล้านบาท/ไร่ เทียบ กทม. ราคาที่ดินอย่างต่ำ 200 ล้านบาท/ไร่

ตุนที่ดินภูเก็ต 300-400 ไร่ พัฒนาต่ออีก 5 ปี จ่อลุยโรงแรมเพิ่ม

สำหรับที่ดินในภูเก็ต ปัจจุบันบริษัทมีแลนด์แบงก์ราว 300-400 ไร่ รองรับการพัฒนาต่ออีก 5 ปี ทั้งคอนโด ราคาเฉลี่ย 3-30 ล้านบาท และวิลล่า ราคา 18.9 – 80 ล้านบาท

โดยบริษัทฯ มีแผนพัฒนาหลายโซน เช่น หาดกมลา มีที่ดินใหญ่สุด 105 ไร่, หาดสุรินทร์ ซื้อไว้ 14 ไร่ มีแผนนำทำคอนโด + โรงแรม (อยู่ระหว่างดีลเชนโรงแรมระดับโลกมาเปิด) เป็นต้น

“ในอนาคตเรามีแผนขยายโรงแรมอีกหลายแห่งในภูเก็ต เพราะมีโอกาสเติบโตสูง ถ้าทำผลงานได้ดีก็ขายเข้ากอง REIT ได้ แต่ปัจจุบันเราอยู่ระหว่างสะสมแคลชโฟลว์ จากการขายอสังหาในภูเก็ต”

ภูเก็ตค่าเช่าพุ่ง 50,000 บาท/เดือน ยีลด์สูง 10% ต่อปี

ตลาดภูเก็ต แม้ไม่มีปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ (สงครามต่าง ๆ ทั่วโลก) แต่ยังได้แรงหนุนจากต่างชาติหนีหนาวปีละ 3-4 เดือน โดยต่างชาติที่มาอยู่บ่อย ตัดสินใจซื้อบ้านหลังที่สองในภูเก็ต

รูปแบบยอดนิยม คือ ลีสต์โฮลด์ (สิทธิการเช่าระยะยาว 30 ปี) ราคา 7–8 ล้านบาท/ยูนิ เช่น คอนโด 6 ล้านบาท (30 ปี)

  • เฉลี่ย 16,000 บาท/เดือน หรือ 555 บาท/วัน ถูกกว่านอนโรงแรมที่คืนละ 2,500 บาท/วัน
  • หากปล่อยเช่า ค่าเช่า 50,000 บาท/เดือน ยีลด์สูงถึง 10% ต่อปี

“แม้การแข่งขันจะดุเดือด แต่ถ้าเลือก ‘ทำเลถูก + โปรดักส์ตรงกับดีมานด์’ ยังขายได้”

ผลงานปี 68 โตกว่าเป้า 20% ภูเก็ตเครื่องยนต์สำคัญ

สำหรับปี 2568 ที่ผ่านมา แอสเซทไวท์ ยังรักษาโมเมนตัมการเติบโต โดยเปิดตัว 11 โครงการ มูลค่า 23,600 ล้านบาท เป็นโครงการใน กทม. 3 แห่ง และภูเก็ต 8 แห่ง

โดยปิดยอดขายที่ 23,407 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 19,500 ล้านบาท ราว 20% และเติบโต 21% จากปีก่อน (YoY)

แรงหนุนสำคัญมาจาก

  • การบริหารสต็อกโครงการพร้อมอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การขยายพอร์ตในจังหวัดภูเก็ตผ่าน TITLE บริษัทย่อยในเครือ จนดันยอดขายในภูเก็ตพุ่งแตะ 13,015 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 69% (YoY) สะท้อนดีมานด์ทั้งฝั่งอยู่อาศัยและการลงทุนในเมืองท่องเที่ยวระดับโลก
]]>
1558344
วิลล่าภูเก็ต โอเวอร์ซัพพลาย ยอดขายหดตัว 70% ใช้เวลาระบายสต๊อกนาน 4 ปี https://positioningmag.com/1539336 Tue, 23 Sep 2025 14:54:51 +0000 https://positioningmag.com/?p=1539336 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เคยร้อนแรงด้วยการเข้ามาของตลาดต่างชาติ อาทิ รัสเซีย จีน ส่งผลให้ผู้ประกอบการต่างเข้ามาพัฒนาโครงการจำนวนมาก

ทว่าปี 2568 จากกรณี นักท่องเที่ยวต่างชาติหาย – กำลังซื้อคนไทยอ่อนแอ ทำให้วันนี้ภูเก็ตกำลังเจอกับสถานการณ์ “โอเวอร์ซัพพลาย” โดยเฉพาะวิลล่าราคาแพง

วิลล่าภูเก็ตคาดใช้เวลาระบายสต๊อก 50 เดือน จากเดิม 12 เดือน

สิทธิเพ็ญ สิทธัตถพงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า ครึ่งปีแรก 2568 ตลาดวิลล่าภูเก็ต มีซัพพลายรวม (Total Supply) อยู่ที่ 2,139 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 81,246 ล้านบาท แบ่งออกเป็น

1.หน่วยเปิดตัวใหม่ (New Supply)
  • จำนวน 298 หน่วย ลดลง 74.3% (YoY)
  • มูลค่า 10,589 ล้านบาท ลดลง 72.1% (YoY)
  • ราคาเปิดขายใหม่เฉลี่ย 35.5 ล้านบาท/ยูนิต
2.หน่วยขายได้ใหม่ (New Sales)
  • จำนวน 231 หน่วย ลดลง 70.3% (YoY)
  • มูลค่าอยู่ที่ 7,516 ล้านบาท ลดลง 74.7% (YoY)
3.หน่วยเหลือขาย (Remaining Supply)
  • จำนวน 1,908 หน่วย เพิ่มขึ้น 22.2% (YoY)
  • มูลค่า 73,730 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.8% (YoY)
  • ราคาเหลือขายสะสมเฉลี่ย 38.6 ล้านบาท/ยูนิต
ที่มาภาพ Shutterstock

ด้วยจำนวน ‘ยอดขายที่ชะลอตัวลง’ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้อัตราดูดซับต่อเดือนของวิลล่าภูเก็ตเหลือ 1.8% ต้องใช้เวลาระบายสินค้าราว 50 เดือน (ประมาณ 4.1 ปี) จึงจะขายหมด จากเดิมในช่วงครึ่งแรกปี 2567 ที่มีอัตราดูดซับสูง 5.5% และใช้เวลาระบายสินค้าเพียง 12 เดือนเท่านั้น

“วิลล่าภูเก็ต เดิมเคยเกาะอยู่ตามแนวเขาเป็นบางโซนของเกาะ แต่ปัจจุบันได้มีการกระจายการพัฒนาโครงการวิลล่าไปทั่วเกาะแล้ว ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มราคาสูงหลัก 10-40 ล้านบาทขึ้นไป ทำให้เริ่มเห็นภาพโอเวอร์ซัพพลาย ต้องใช้เวลาระบายสินค้านานขึ้น”

วิลล่า 20-40 ล้านบาท หาดราไวย์ อัตราดูดซับต่ำ คาดใช้เวลาระบายสินค้านานสุด 20 ปี!

หากจำแนกตามโซน พบ 4 ทำเลหลัก ที่มีการซื้อขายมากที่สุด ช่วงครึ่งปีแรก 2568 ดังนี้

อันดับ 1 ทำเลเทพกระษัตรี-ศรีสุนทร มีจำนวนหน่วยขายได้ 111 ยูนิต และมีหน่วยเหลือขาย 924 ยูนิต คิดเป็นอัตราดูดซับ 1.8% คาดใช้เวลาระบายสินค้า 50 เดือน

ทั้งนี้ กลุ่มวิลล่าโซนเทพกระษัตรี ต้องระวังระดับราคา 10-40 ล้านบาทขึ้นไป เนื่องจาก มีหน่วยเหลือขายจำนวนมาก ต้องใช้เวลาระบายสต๊อกตั้งแต่ 47-61 เดือน

อันดับ 2 หาดกมลา (ภาพรวมดีที่สุด) มีจำนวนหน่วยขายได้ 37 ยูนิต และมีหน่วยเหลือขาย 54 ยูนิต คิดเป็นอัตราดูดซับ 6.8% คาดใช้เวลาระบายสินค้าเพียง 9 เดือน

อัตราดูดซับวิลล่าภูเก็ต ครึ่งแรกปี 2568 ที่มา REIC
อัตราดูดซับวิลล่าภูเก็ต ครึ่งแรกปี 2568 ที่มา REIC

อันดับ 3 หาดบางเทา-หาดสุรินทร์ มีจำนวนหน่วยขายได้ 36 ยูนิต และมีหน่วยเหลือขาย 388 ยูนิต คิดเป็นอัตราดูดซับ 1.4% คาดใช้เวลาระบายสินค้าเพียง 65 เดือน

วิลล่าบางเทาต้องระมัดระวังกลุ่มราคา 40 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งมีหน่วยเหลือขาย 249 ยูนิต แต่ขายออกเพียง 20 ยูนิต ใช้เวลาระบายสินค้านาน 77 เดือน

อันดับ 4 หาดราไวย์ มีจำนวนหน่วยขายได้ 15 ยูนิต และมีหน่วยเหลือขาย 157 ยูนิต คิดเป็นอัตราดูดซับ 1.5% คาดใช้เวลาระบายสินค้าเพียง 61 เดือน

”วิลล่าหาดราไวย์ กลุ่มราคาที่ต้องจับตามากสุด คือ ระดับ 20.01-40 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราดูดซับเพียง 0.4% ต่อเดือน ใช้เวลาระบายสินค้าเก่านานถึง 244 เดือน (ราว 20 ปี) *หากยังคงอัตราดูดซับเท่าเดิมไปเรื่อย ๆ“

หาดราไวย์ ภูเก็ต (ที่มาภาพ : Shutterstock)

มือสองมาแรงแซงมือหนึ่ง

เมธาพงศ์ อุปัติศถุงค์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต กล่าวว่า ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตมักผันแปรไปตามการท่องเที่ยว เนื่องจาก ลูกค้าหลักพึ่งพิงรายได้จากส่วนนี้

“ช่วงเดือน ม.ค. – ก.พ. ยอดการท่องเที่ยวดี ส่วนยอดจองซื้ออสังหาฯ ไม่น่าเกลียด ไปได้ดี แต่มาสะดุดตั้งแต่เดือน มี.ค. – พ.ค. จากผลกระทบการท่องเที่ยวที่คนจีนเข้ามาน้อยลงมาก ประกอบกับค่าเงินบาทแข็ง และความเข้มงวดในการเปิดบัญชีธนาคาร ก็สร้างแรงกดดันจากกำลังซื้อต่างชาติได้เช่นกัน”

กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติในภูเก็ต (ภาพจาก Shutterstock)


ตลาดมือหนึ่งทั้งคอนโดและวิลล่า นอกจากจะต้องแข่งกับซัพพลายที่เปิดตัวใหม่แล้ว ยังต้องสู้กับตลาดมือสอง ที่ปัจจุบันครองสัดส่วน 63% ของตลาดซื้อขายอสังหาภูเก็ต ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มผู้ซื้อลงทุนที่นำมารีเซลทำกำไร เมื่อเลิกปล่อยเช่าแล้วนั่นเอง

“ปี 2568 ตลาดมือสองมาแรงด้วยราคาต่อตารางเมตรที่ถูกกว่าสินค้ามือหนึ่งเกือบครึ่งหนึ่ง เช่น คอนโดในทำเลเดียวกัน มือหนึ่งราคา 121,000 บาท/ตร.ม. มือสองราคา 68,000 บาท/ตร.ม. และยังได้ขนาดพื้นที่ห้องใหญ่กว่ามือหนึ่งประมาณ 2 เท่าอีกด้วย”

]]>
1539336
อสังหาภูเก็ตฮอต ‘อิสราเอล-บังกลาเทศ’ หันซื้อลงทุนปล่อยเช่า แสนสิริเผย 5 ปี โหม 29 โครงการใหม่ 3.3 หมื่นล้าน https://positioningmag.com/1532363 Tue, 05 Aug 2025 05:15:07 +0000 https://positioningmag.com/?p=1532363 ภูมิชาย มัธยมภพภิญโญ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจพัฒนาโครงการภาคใต้ บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ “ภูเก็ต” เผชิญวิกฤต อาทิ สึนามิ โควิด แต่ก็พบ New    S-Curve ใหม่ตลอด ดังนั้นประเด็นภูมิรัฐศาสตร์โลกแม้มีความท้าทาย หากมองลึก ๆ ก็นับเป็นโอกาสเช่นกัน

ภูเก็ต คนทะลักเกาะกว่า 2 ล้านคน ราคาที่ดินดีด 700% ใน 20 ปี

ปัจจุบันภูเก็ต มีผู้อยู่อาศัยในเกาะเกิน 2 ล้านคน แบ่งเป็น ประชากรดั้งเดิม 4.6 แสนคน ประชากรแฝง (กลุ่มคนทำงานและนักท่องเที่ยวระยะยาวเกิน 1 เดือนขึ้นไป) 6-8 แสนคน และ นักท่องเที่ยวระยะสั้น 1.2-1.5 ล้านคน/ปี

ปัจจัยเหล่านี้ส่งเสริมตลาดที่อยู่อาศัยในภูเก็ตให้เฟื่องฟู สะท้อนจากผู้เล่นในตลาดที่เข้ามาโหมตลาดภูเก็ตมากขึ้น ส่งผลให้ราคาที่ดินโอเวอร์ขึ้นไปถึง 700% ในรอบ 20 ปี

ภูมิชาย มัธยมภพภิญโญ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจพัฒนาโครงการภาคใต้ บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน)
ภูมิชาย มัธยมภพภิญโญ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจพัฒนาโครงการภาคใต้ บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน)

อย่างไรก็ดี ต่อจากนี้ไปอีก 2 ปี ตลาดอสังหาภูเก็ต จะกลายเป็นตลาดของผู้เล่นตัวจริง ที่ทำราคาได้เหมาะสมในทำเลที่ถูกต้อง เพราะภาพรวมจะเข้าสู่ภาวะจริงมากขึ้น ไม่ใช่เหมือนใน 2 ปีก่อนหน้านี้ ที่ทำโปรดักส์อะไรลงมา แล้วจะขายได้ทั้งหมด

อย่างบางทำเล เราเริ่มพบภาวะซัพพลายล้น เช่น บางเทา เชิงทะเล ที่มี 7-8 พันยูนิต ทำให้อัตราดูดซับช้าลง แม้จะยังมีดีมานด์ในตลาดก็ตาม

อิสราเอล บังกลาเทศ ยูเครน นักลงทุนหน้าใหม่ในภูเก็ต ส่วน LGBTQIA+ เลือกไทยเป็นบ้านเซฟโซน

ภูมิชาย กล่าวต่อไปว่า เราพบอินไซด์น่าสนใจว่า กลุ่มชาวต่างชาติย้ายมาปักหลักภูเก็ตมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Digital Nomad ที่เริ่มขยายครอบครัว ย้ายมาจากสิงคโปร์และฮ่องกง เนื่องจากค่าครองชีพในไทยถูกกว่า รวมถึงกลุ่ม retirement ที่ซื้อที่อยู่ในไทยเป็นบ้านหลังที่สอง

โดยช่วง 2-3 ปีนี้ แสนสิริพบ New Demands จากชาติใหม่ ๆ โดยเฉพาะ อิสราเอล เริ่มเข้ามาซื้อคอนโดเพื่อการลงทุนในภูเก็ต โดยปี 2568 นี้มีการซื้อจากแสนสิริราว ๆ 40-50 ยูนิต ในราคา 3-6 ล้านบาท จากปีก่อนมีมาซื้อประปรายไม่กี่ยูนิตเท่านั้น

“แรก ๆ เราคิดว่าเขาซื้ออสังหาจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ เพราะนักลงทุนอยู่ทั้งประเทศเขา และบางทีก็มาไทยบ้าง โดยคนกลุ่มนี้ซื้ออสังหาผ่านเอเจนต์และบางรายไม่เคยมาดูห้องตัวจริงด้วย แต่เขาก็ซื้อเพราะมั่นใจแสนสิริ ทีละ 1-2 ยูนิต”

ภูเก็ต ป่าตอง
ป่าตอง ภูเก็ต ภาพจาก Shutterstock

ขณะเดียวกัน ก็พบว่านักลงทุนจากหลายที่ทั่วโลก เริ่มกระจายพอร์ตการลงทุน อย่างชาวบังกลาเทศที่เป็นนักธุรกิจในอเมริกา จากเดิมเคยซื้ออสังหาเพื่อการลงทุนในดูไบ แต่เมื่อราคาอสังหาดูไบราคาเริ่มขึ้นสูง จนให้ยีลด์ได้ไม่ดีนัก จึงซื้อคอนโดในภูเก็ตแทน ซึ่งมีราคาเริ่มต้นเพียง 2-5 ล้านบาท/ยูนิต ต่างจากดูไบที่มีราคาเริ่มต้น 15 ล้านบาท/ยูนิต

นอกจากนี้ ก็มีชาติอื่น ๆ เข้ามาซื้อมากขึ้น อาทิ คาซัคสถาน ยูเครน อินเดีย

และที่น่าสนใจ คือ กลุ่ม LGBTQIAN+ ในต่างประเทศวางแผนตั้งถิ่นฐานหรือลงทุนที่ภูเก็ต เพราะประเทศไทยมีความชัดเจนเรื่องกฎหมายที่ให้ความคุ้มครอง และมีความเปิดกว้าง

ปล่อยเช่าคอนโดฮอต อัตราเข้าพัก 80%

สมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพ เพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า จากการทำบริการ Plus Concierge หาผู้เช่า และบริหารจัดการอสังหาให้นักลงทุน    พบว่า มีอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) 80% ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มผู้เช่ามี 2 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่

  • กลุ่มคนไทยที่ในทำงานภูเก็ต และกลุ่มต่างชาติ Digital Nomad นิยมโซนในเมือง
  • นักท่องเที่ยวระยะยาว มากกว่า 1-3 เดือนขึ้นไป นิยมโซนรอบเมือง เช่น โซนเชิงทะเล เป็นต้น
สมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
สมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด

โดยยีลด์ค่าเช่าที่อยู่อาศัยในภูเก็ตมีระดับสูงเฉลี่ยประมาณ 1 ดิจิตปลาย ๆ ซึ่งหากเทียบกับอสังหาที่พลัสพร็อพเพอร์ตี้มีการปล่อยเช่าให้ลูกค้าจะคิดอัตราผลตอบแทน (Rental Yield) ได้ดังนี้

1.ดีคอนโด ภูเก็ต

  • ราคาทรัพย์ประมาณ 2 ล้านบาท
  • ค่าเช่า 12,000-15,000 บาท/เดือน
  • Yield: 7.2% – 9.0%

2.เดอะเบส ภูเก็ต

  • ราคาทรัพย์ 3 ล้านบาทกลาง ๆ
  • ค่าเช่า 18,000 – 20,000 บาท/เดือน
  • Yield: 6.17% – 6.86%

3.บ้านสราญสิริ ภูเก็ต

  • ราคาทรัพย์ 9 ล้านบาท
  • ค่าเช่า 75,000 – 80,000 บาท/เดือน
  • Yield: 10.0% – 10.67%

“จากความร้อนแรงของภูเก็ต ทำให้ราคาเช่าบางทีอาจเด้งขึ้นสูง เช่น พูลวิลล่าบางแห่ง ราคา 30 ล้านบาท สัญญา 1 ปี ปล่อยเช่า 2.5 แสนบาท/เดือน แต่หากรอปล่อยเช่าช่วงไฮซีซั่น จะได้ค่าเช่า 8-9 แสนบาท/3 เดือน“

แสนสิริ จ่อเปิดเพิ่ม 29 โครงการ มูลค่า 3.3 หมื่นล้านบาท ใน 5 ปี

สำหรับปี 2568 แสนสิริ เปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มอีก 3 แห่งในภูเก็ต มูลค่ารวมราว 2,500-3,000 ล้านบาท ได้แก่

  • เดอะเบส เชิงทะเล ราคาเริ่มต้น 3.65 ล้านบาท/ยูนิต
  • เศรษฐศิริ เกาะแก้ว ราคา 13-20 ล้านบาท/ยูนิต
  • ดีคอนโด กระทู้ ราคาเริ่มต้น 2 ล้านบาท/ยูนิต

โดยตั้งเป้ายอดขายในภูเก็ตปีนี้ ประมาณ 5,000 ล้านบาท จากปัจจุบันมีโครงการแอคทีฟอยู่ 8 โครงการ เหลือประมาณ 200-300 ยูนิตเท่านั้น

แสนสิริ แผนลุยภูเก็ต 5 ปี ปี 2568-2572

ส่วนแผนระยะยาวในอีก 5 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2568 – 2572) เตรียมเปิดตัวรวม 29 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 33,000 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • แนวราบ 16 โครงการ มูลค่า 12,000 ล้านบาท
  • คอนโดมิเนียม 13 โครงการ มูลค่า 21,000 ล้านบาท

จากปัจจุบันแสนสิริเปิดตัวโครงการในภูเก็ตไปมากกว่า 26 โครงการ

]]>
1532363
ภูเก็ต ค่าเช่าคอนโดโต 20% ต่อปี ภาษีอสังหาสิงคโปร์ ทำต่างชาติย้ายอยู่ไทยแทน https://positioningmag.com/1514306 Wed, 12 Mar 2025 02:42:24 +0000 https://positioningmag.com/?p=1514306 ปีที่ผ่านมา ยังคงเป็นปีทองของ “ภูเก็ต” สะท้อนจาก ยอดนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าภูเก็ตกว่า 8.65 ล้านคน ในปี 2567 เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY)

โดยนับตั้งแต่ปี 2549 จำนวนผู้โดยสารเข้าภูเก็ตเติบโตเฉลี่ย 7% ต่อปี

บิล บาร์เน็ตต์ กรรมการผู้จัดการ C9Hotelworks กล่าวว่า การท่องเที่ยวภูเก็ตขยายตัวสูง ขับเคลื่อนตลาดเช่าคอนโดในภูเก็ต ให้กลายเป็นโมเดล Residential-led Hospitality อย่างเต็มรูปแบบ โดยแบ่งเป็น

  • การเช่าระยะสั้น (1 – 6 เดือน) สัดส่วน 46%
  • การเช่าระยะยาว สัดส่วน 54%

โดยมีกลุ่มผู้ซื้อจากรัสเซีย ไทย สิงคโปร์ และฮ่องกง เป็นกำลังหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตตอนนี้ ส่วนโซนยอดนิยมยังเป็นบางเทา และเชิงทะเล ที่มีไลฟ์สไตล์คล้ายทองหล่อในกรุงเทพฯ

เปรียบเทียบการซื้ออสังหา ภูเก็ต และ กทม.

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดภูเก็ตร้อนแรงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการเคลื่อนย้ายที่อยู่ของชาวต่างชาติในสิงคโปร์ ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีและอากรแสตมป์ในอัตราสูงในกลุ่มบ้าน

โดยชาวต่างชาติในสิงคโปร์ได้รับผลกระทบมากสุด เพราะเมื่อซื้ออสังหาในสิงคโปร์ทุกประเภท ต้องเสียภาษีในอัตรา 60% (จากเดิม 30%)

ขณะที่ภูเก็ตมีจุดแข็งราคาย่อมเยามากกว่าสิงคโปร์ในหลายด้าน เช่น

  • เงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 67 ล้านบาท) ในไทยสามารถซื้อวิลล่า 5 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 779 ตร.ม. ส่วนสิงคโปร์จะซื้อได้เพียงคอนโด 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 58 ตร.ม. เท่านั้น
  • รร.นานาชาติ ในภูเก็ตมีค่าเทอมเพียง 20,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.9 แสนบาท) ต่างจาก รร. นานาชาติ ที่สิงคโปร์ มีค่าเทอมสูงถึง 35,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.19 ล้านบาท)

“เราคาดว่าแนวโน้มการย้ายถิ่นฐานทั้งในระดับโลกและภูมิภาคจะยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดอสังหาฯ เพื่อการลงทุน โดยในภาวะที่ตลาดมีความผันผวน การโยกย้ายการลงทุนมายังประเทศไทยในฐานะ ‘เซฟโซน’ กลายเป็นทางเลือกระยะยาวที่น่าสนใจ ผู้คนเริ่มมองหาผลตอบแทนที่มั่นคงและสม่ำเสมอจากการปล่อยเช่าระยะยาว” บาร์เน็ตต์ กล่าวเสริม

โครงการ Sudara Residences Phuket

กระแสความสนใจในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยเชิงไลฟ์สไตล์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการอสังหา Lan Kwai Fong (LKF) Group (กลุ่มลานไควฟง) จากฮ่องกง เตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “สุดารา (Sudara)” ในย่านบางเทา เพื่อตอบรับความต้องการที่พุ่งสูง

เจสัน ธีเลน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการขายและการตลาด สุดารา เรสซิเดนซ์ กล่าวว่า สุดารา โครงการที่อยู่อาศัยมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท รูปแบบคอนโดจำนวน 500 ยูนิต กำหนดแล้วเสร็จทั้งโครงการ ปี 2570

โครงการ Sudara Residences Phuket

เบื้องต้น เฟสแรก เปิดตัว 220 ยูนิต มูลค่า 4,500 ล้านบาท ขนาดตั้งแต่ 52 – 144 ตารางเมตร พร้อมตัวเลือกยูนิตที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว ราคาเริ่มต้น 10.1-27 ล้านบาท/ยูนิต

ภูเก็ตกำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนชาวสิงคโปร์ โดยโครงการ Sudara Residences Phuket มียอดขายกว่า 40% จากสิงคโปร์ สะท้อนเทรนด์ที่ขับเคลื่อนปัจจัยด้านความคุ้มค่าในการลงทุน และความสะดวกในการเดินทาง

“ราคาค่าเช่าคอนโดในภูเก็ต เพิ่มขึ้นสูง 20-30% หนุนกลุ่มซื้อลงทุนเข้ามาในไทยด้วย”

โครงการ Sudara Residences Phuket
]]>
1514306
อสังหาหรูภูเก็ต ยอดขายพุ่ง ที่ดินริมหาดแทบเกลี้ยงเกาะ https://positioningmag.com/1513766 Thu, 06 Mar 2025 09:36:22 +0000 https://positioningmag.com/?p=1513766 ประกายเพชร มีชูสาร หัวหน้าแผนกซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ซีบีอาร์อี ประเทศไทย หรือ CBRE กล่าวว่า อสังหาภูเก็ตร้อนแรงต่อเนื่อง โดยประเมินว่า ยอดขายปี 2567 ที่ผ่านมา คอนโดหรู มีจำนวน 5,500 ยูนิต และวิลล่าหรูมีจำนวน 600 หลัง

สำหรับ ซีบีอาร์อี มีการดำเนินธุรกรรมการขายที่พักตากอากาศในภูเก็ต “สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2567” ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมในปี 2566

  • คอนโด เติบโต 201% โดยกลุ่มระดับราคาเริ่มต้น ราคาต่ำกว่า 8 ล้านบาท ขายดีที่สุด
  • วิลล่า เติบโต 148% โดยกลุ่มราคาระดับกลาง 15-35 ล้านบาท ขายดีที่สุด

หากจำแนกตามวัตถุประสงค์การซื้อ พบว่า 75% ซื้อเพื่อการลงทุน และอีก 25% ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง โดยกำลังซื้อหลักอสังหาภูเก็ตของ CBRE ส่วนใหญ่ยังเป็นชาวไทย 70% และชาวต่างชาติ 30%

สำหรับกลุ่มผู้ซื้อต่างชาติมี 5 อันดับแรก ดังนี้

  • รัสเซีย
  • ออสเตรเลีย
  • อังกฤษ
  • จีน
  • เยอรมัน

จากดีมานด์ที่อยู่อาศัยในภูเก็ตขยายตัว ทำให้ผู้ประกอบการต้องการที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เชิงทะเล บางเทา สุรินทร์ และลายัน

อย่างไรก็ดี ที่ดินติดชายหาดแทบไม่มีเหลืออยู่แล้ว ผู้พัฒนาจึงพิจารณาทำเลที่ดินอินแลนด์ (พื้นที่ห่างชายฝั่งหรือใกล้ตัวเมือง) ห่างจากชายหาด 10-15 นาทีโดยรถยนต์ แต่ต้องอยู่ในทำเลที่ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร โรงเรียน ฯลฯ

ทำเลที่ตั้งราคาเสนอขายที่ดินอินแลนด์และที่ดินบนเนินเขาที่มีวิวทะเลอยู่ที่ 15-60 ล้านบาทต่อไร่ ขึ้นอยู่กับขนาดของที่ดิน

”ราคาเสนอขายที่ดินอินแลนด์ปรับขึ้น 10-35% ตั้งแต่ปี 2566 ขึ้นอยู่กับระยะทางจากชายหาด ขนาดของที่ดิน“ 

]]>
1513766