เน็ตฟลิกซ์ – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Mon, 27 May 2024 12:23:19 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 CEO ร่วมของ Netflix มองสงครามวิดีโอสตรีมมิ่งยังไม่จบ ชี้การเข้ามาของ AI ไม่ได้ทำให้คนวงการบันเทิงตกงาน https://positioningmag.com/1475168 Mon, 27 May 2024 07:43:33 +0000 https://positioningmag.com/?p=1475168 Ted Sarandos ซึ่งเป็น CEO ร่วมของ Netflix ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ New York Times โดยกล่าวถึงธุรกิจของบริษัทและมองว่าบริษัทยังไม่ใช่ผู้ชนะสงครามวิดีโอสตรีมมิ่ง และมองว่าเป็นเรื่องระยะยาว ขณะเดียวกันการเข้ามาของ AI ไม่ได้ทำให้คนวงการบันเทิงตกงาน แต่มองว่าคนที่ใช้เทคโนโลยี AI ได้ดีอาจแย่งงานของคุณได้

Ted Sarandos ซึ่งเป็น CEO ร่วมของ Netflix ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ New York Times โดยเขาได้ให้มุมมองในเรื่องสงครามของบริการวิดีโอสตรีมมิ่งนั้นยังไม่ได้จบ และไม่ได้มองว่าบริษัทเป็นผู้ชนะในเกมนี้ ขณะเดียวกันการเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เองก็ไม่ได้ทำให้คนวงการบันเทิงตกงานแต่อย่างใด

สำหรับ CEO ร่วมของ Netflix รายนี้เข้ารับตำแหน่งในปี 2020 โดยเป็น CEO ร่วมกับ Reed Hastings ก่อนที่ Reed จะลงจากตำแหน่งในปี 2023 และบริษัทได้ตั้ง CEO ร่วมคนใหม่มาคู่กับตำแหน่งของ Ted นั่นก็คือ Greg Peters

สื่อรายดังกล่าวได้ถามถึง Ted ในประเด็นที่ว่าในปัจจุบัน Netflix เป็นผู้ชนะในสงครามวิดีโอสตรีมมิ่ง ซึ่งเขาชี้ว่าเขาเองไม่อยากจะจริงจังในเรื่องนี้มากนัก และเขาได้เล่าว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้ถูกตราหน้าว่าจะเป็นผู้แพ้ในสงครามครั้งนี้ด้วยซ้ำ

ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์หรือคนทั่วไปมองว่า บริษัทด้านความบันเทิงหลายแห่งที่เป็นผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งนั้นหลายคนมองว่าไม่น่าจะเข้ามาในอุตสาหกรรมนี้เช่นเดียวกับ Netflix และพวกบริษัทเหล่านี้ไม่มีวันที่จะเข้าใจธุรกิจ เขายังกล่าวเสริมว่าทุกวันนี้นั้นทุกอย่างแตกต่างกันไปมาก บริษัทเหล่านี้เข้าใจเรื่องเทคโนโลยี

Ted Sarandos ได้เล่าถึงการ Transform ธุรกิจของบริษัทว่าจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน – ภาพจาก Unsplash

ขณะเดียวกันเขาเองได้เล่าถึงวันที่ Netflix ยังเป็นบริษัทให้เช่าวิดีโอ ก่อนที่บริษัทจะเปลี่ยนธุรกิจมาเป็นวิดีโอสตรีมมิ่งนั้นเพราะบริษัทมีเป้าหมายอย่างชัดเจน ซึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง CEO ร่วมของ Netflix นั้นเล่าถึงการประชุมของบริษัทจะไม่มีการเชิญพนักงานที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ DVD มาพูดคุยเลย เนื่องจากบริษัทรู้ถึงจุดหมายปลายทางขององค์กร

CEO ร่วมของ Netflix ยังเล่าถึงการที่บริษัทด้านความบันเทิงหลายแห่งในตอนนี้กำลังประสบกับความท้าทายเนื่องจากบริษัทต้องการที่จะปกป้องธุรกิจเดิมของตนเอง และเขากล่าวว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากและไม่ควรที่จะลงทุนในธุรกิจแบบเดิมๆ

ในส่วนการเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) นั้นจะสร้างผลกระทบต่อคนในวงการบันเทิงหรือไม่ CEO ร่วมของ Netflix คิดว่าการเข้ามาของ AI ถือเป็นความก้าวหน้าตามธรรมชาติของสิ่งต่างๆ และมองว่าคนเขียนบท ผู้กำกับสามารถใช้เทคโนโลยีดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นได้

เขายังกล่าวเสริมในเรื่องดังกล่าวว่า ให้ลองนึกภาพในกรณีที่เอาสิ่งที่เป็นไปไม่ได้มาทำให้เป็นไปได้ เช่น การวาดภาพแอนิเมชั่นที่ในอดีตทำได้ยาก แต่ปัจจุบันสามารถทำได้ เขายังมองว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านความบันเทิงทุกอย่างจึงมีการต่อสู้กัน และท้ายที่สุดกลับกลายเป็นว่าสิ่งดังกล่าวนั้นทำให้อุตสาหกรรมนั้นเติบโต

นอกจากนี้เขายังทิ้งท้ายว่าเขายังมีศรัทธาในตัวมนุษย์ AI ไม่สามารถที่จะสู้กับนักเขียนบทที่เก่งกาจและยอดเยี่ยมได้ แต่เขามองว่าคนที่ใช้เทคโนโลยี AI ได้ดีอาจแย่งงานของคุณได้

]]>
1475168
Netflix เตรียมเลิกรายงานจำนวนสมาชิกในแต่ละไตรมาส ชี้ควรโฟกัสรายได้และอัตรากำไรจากการดำเนินงานมากกว่า https://positioningmag.com/1470371 Fri, 19 Apr 2024 01:50:59 +0000 https://positioningmag.com/?p=1470371 เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่ง ได้เตรียมที่จะยกเลิกการรายงานตัวเลขสมาชิกในแต่ละไตรมาส โดยบริษัทได้ให้เหตุผลถึงว่าปัจจุบันตัวเลขดังกล่าวถือเป็นส่วนประกอบของการเติบโต แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ซึ่งแตกต่างกับในอดีต

Netflix ได้แจ้งกับนักลงทุนในการรายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 1 ของปี 2024 ว่าบริษัทจะไม่รายงานจำนวนผู้ใช้งานในแต่ละไตรมาสอีกต่อไป โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ไตรมาส 1 ของปี 2025 เป็นต้นไป ซึ่งการงดรายงานตัวเลขดังกล่าวนั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติของบริษัทไอทีที่กำลังเริ่มเข้าสู่จุดอิ่มตัว และหารายได้ใหม่ๆ แทน

ในรายงานประจำไตรมาส 1 ของบริษัทยังชี้ว่าการรายงานตัวเลขสมาชิกในอดีตที่ผ่านมาเนื่องจากบริษัทยังมีรายได้ไม่มาก ฉะนั้นแล้วสิ่งที่สามารถรายงานการเติบโตของบริษัทได้ก็คือยอดตัวเลขสมาชิกของบริษัท แต่ปัจจุบันบริษัทมีกำไรและกระแสเงินสดที่เติบโต ซึ่งถือว่าแตกต่างกับอดีต

เจ้าของแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งรายใหญ่จากสหรัฐอเมริกายังชี้ถึงบริษัทได้พัฒนาที่จะหารายได้ในส่วนอื่นเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำโฆษณาเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์ม หรือแม้แต่ราคาสมาชิกที่แตกต่างกัน ฉะนั้นบริษัทอยากให้นักลงทุนได้โฟกัสกับรายได้และอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) แทน

อย่างไรก็ดีในรายงานดังกล่าวบริษัทได้กล่าวว่าจะยังมีการรายงานรายได้ในแต่ละภูมิภาคอยู่ รวมถึงชี้ว่าข้อมูลที่บริษัทได้รายงานในแต่ละไตรมาสถือว่ามีความละเอียดเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่นๆ

แผนระยะยาวของ Netflix หลังจากนี้ บริษัทจะเน้นเพิ่มคอนเทนต์ให้หลากหลายหรือแม้แต่การเพิ่มคุณภาพของภาพยนตร์ และรายการต่างๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือแคมเปญทางการตลาดใหม่ๆ หรือแม้แต่การหารายได้จากช่องทางอื่นๆ

บริษัทยังได้รายงานตัวเลขผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 1 ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 9.3 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 16% ซึ่งปัจจัยหลักนั้นมาจากมาตรการห้ามแชร์รหัสผ่าน ยังรวมถึงการที่บริษัทมีแพ็กเกจราคาถูกที่มีโฆษณาออกมาด้วย

ผลดำเนินการของ Netflix ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมานั้นบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 9,370 ล้านเหรียญสหรัฐ มีกำไรทั้งสิ้น 2,633 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีสมาชิกแบบจ่ายเงินทั้งหมด 269.60 ล้านราย

กรณีการไม่รายงานตัวเลขสมาชิกในแต่ละไตรมาสของ Netflix ในปี 2025 ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด เนื่องจากบริษัทไอทีหลายแห่งก็ได้เลิกที่จะรายงานยอดสมาชิกในแต่ละไตรมาส ไม่ว่าจะเป็น Twitter ก่อนที่จะโดนซื้อกิจการ หรือแม้แต่ Meta เจ้าของ Facebook และ Instagram เองก็ไม่ได้รายงานตัวเลขดังกล่าวแล้วด้วยซ้ำ

]]>
1470371
ห้ามแชร์รหัสได้ผล! Netflix ยอดสมาชิกขึ้น 6 ล้าน เตรียมเข็นแพ็กเกจราคาถูก มีโฆษณาคั่น https://positioningmag.com/1438346 Wed, 19 Jul 2023 17:41:49 +0000 https://positioningmag.com/?p=1438346 Netflix หลังจากที่ใช้มาตรการห้ามแชร์รหัสผ่านนั้นล่าสุดบริษัทมีสมาชิกเพิ่มขึ้นถึง 5.9 ล้านราย ขณะเดียวกันบริษัทก็ได้เตรียมเข็นแพ็กเกจราคาถูก มีโฆษณาคั่น ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าบริษัทจะมีรายได้จากโฆษณาเพิ่มขึ้นมากถึง 1,900 ล้านเหรียญสหรัฐ

Netflix ยักษ์ใหญ่ด้านสตรีมมิ่งได้ประกาศผลประกอบการในไตรมาส 2 นั้นมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น 5.9 ล้านราย หลังจากออกมาตรการห้ามแชร์รหัสผ่านมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ซึ่งก่อนหน้านี้ข้อมูลจากบริษัทวิจัยพบว่ามีผู้สมัครใช้งานเพิ่มมากขึ้นหลังมาตรการดังกล่าวออกมา ส่งผลทำให้สมาชิกเพิ่มขึ้นมากถึง 8% อยู่ที่ 238 ล้านราย

บริษัทได้เปลี่ยนแนวทางหารายได้เนื่องจากรายได้และสมาชิกของบริษัทที่ลดลงในช่วงปี 2022 โดย Netflix ได้รายงานว่ามากกว่า 100 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็นประมาณ 43% ของจำนวนผู้ใช้ได้แชร์รหัสผ่าน ส่งผลทำให้บริษัทต้องออกมาตรการดังกล่าว

ผลจากมาตรการดังกล่าวทำให้ไตรมาส 2 บริษัทมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 2.7% มาอยู่ที่ 8,187 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีกำไรทั้งสิ้น 1,488 ล้านเหรียญสหรัฐ

รายงานของบริษัทยังได้เตรียมที่จะหารายได้เพิ่มเติมจากแพ็กเกจราคาถูกแต่มีโฆษณาคั่น โดยชี้ว่าการมีโฆษณาเข้ามานั้นทำให้ Netflix สามารถเสนอแพ็กเกจราคาถูกให้กับลูกค้าได้ และบริษัทจะทำให้ประสบการณ์การรับชมโฆษณานั้นดีทั้งสมาชิก รวมถึงสร้างความประทับใจให้กับคนที่ลงโฆษณา

สอดคล้องกับเว็บไซต์ Cord Busters รายงานว่า Netflix ได้ทยอยไม่ให้ลูกค้าที่สมัครสมาชิกใหม่ในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ สามารถสมัครแพ็กเกจ Basic ที่มีราคาถูกราวๆ 9.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 6.99 ปอนด์ได้แล้ว แต่ลูกค้าจะต้องสมัครแพ็กเกจ Standard ที่ต้องรับชมโฆษณาแทนซึ่งมีราคาถูก และถ้าหากลูกค้าไม่ต้องการที่จะชมโฆษณาก็จะต้องจ่ายเงินเพิ่มไปเป็นแพ็กเกจ Standard ที่ราคาแพงขึ้นมาอีกเล็กน้อย

ข้อมูลจากบริษัทวิจัยอย่าง Antenna ล่าสุดได้ชี้ว่าแพ็กเกจ Standard ที่ต้องรับชมโฆษณามีสมาชิกคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 19% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของ Netflix แล้ว ขณะที่สัดส่วนลูกค้าที่ใช้งานแพ็กเกจ Basic ก็กำลังมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ ซึ่งล่าสุดมีสัดส่วนแค่ 20% เท่านั้น ทางด้านของแพ็กเกจ Premium นั้นมีสัดส่วนอยู่ที่ราวๆ 28-30% มาเป็นระยะเวลาหลายเดือน

ข้อดีในการยกเลิกแพ็กเกจ Basic ก็คือทุกแพ็กเกจของ Netflix ไม่ว่าจะถูกสุดหรือแพงสุดหลังจากนี้ในอังกฤษคือจะรับชมภาพด้วยความละเอียดแบบ HD 1080p (และ UHD 4K ในแพ็กเกจ Premium) ซึ่งแตกต่างกับแพ็กเกจ Basic ที่คุณภาพของภาพอยู่ที่ HD 720p เท่านั้น

หลังจากการปรับเปลี่ยนในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ คาดว่าบริษัทจะมีการปรับเปลี่ยนแพ็กเกจให้ลูกค้าที่สมัครสมาชิกใหม่ทั่วโลกหลังจากนี้ นักวิเคราะห์คาดว่ารายได้ของ Netflix ที่ได้จากค่าโฆษณาจะสามารถทำรายได้ให้บริษัทเพิ่มได้มากกว่า 1,900 ล้านเหรียญสหรัฐ

]]>
1438346
ได้ผลจริง! ข้อมูลชี้คนสมัครสมาชิก Netflix ในสหรัฐอเมริกาเพิ่ม หลังใช้มาตรการห้ามแชร์รหัสผ่าน https://positioningmag.com/1433713 Sun, 11 Jun 2023 17:33:23 +0000 https://positioningmag.com/?p=1433713 หลายคนอาจสงสัยว่ามาตรการห้ามแชร์รหัสผ่านของ Netflix นั้นอาจทำให้สมาชิกจ่ายเงินรายเดือนลดลง แต่ล่าสุดนั้นมีตัวเลขยืนยันจากบริษัทวิจัยอย่าง Antenna แล้วว่าสมาชิกจ่ายเงินกลับมีคนสมัครเพิ่มมากขึ้นจากมาตรการดังกล่าวนั้นเพิ่มมากขึ้น 102% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 2 เดือน

บริษัทวิจัยอย่าง Antenna ได้เปิดเผยตัวเลขหลังจากที่ Netflix ผู้ให้บริการสตรีมวิดีโอรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกาได้ออกมาใช้มาตรการห้ามแชร์รหัสผ่านในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทวิจัยดังกล่าวมีตัวเลขยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวนั้นใช้ได้ผลจริง

ตัวเลขที่บริษัทวิจัยอย่าง Antenna ได้ชี้ว่ามีผู้สมัครเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นเกือบ 100,000 รายในช่วงระยะที่ Netflix ได้ออกมาตรการห้ามแชร์รหัสผ่าน และตัวเลขดังกล่าวยังบวกเพิ่มขึ้นมากถึง 102% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในรอบ 60 วัน แม้ว่าในช่วงดังกล่าวจะมีจำนวนผู้ยกเลิกสมาชิกเพิ่มขึ้นถึง 25.6% ก็ตาม

ช่วงต้นปีที่ผ่านมา Netflix ได้เปิดเผยถึงสาเหตุสำคัญที่ต้องเดินหน้าปราบการแชร์รหัสผ่านเพื่อที่จะใช้งานหลายคนนั้นเนื่องจากบริษัทพบว่ามีมากกว่า 100 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็นประมาณ 43% ของจำนวนผู้ใช้ ซึ่งทำให้บริษัทสูญเสียรายได้ที่ควรจะเป็น และยังทำให้บริษัทต้องออกมาตรการหารายได้เพิ่มเติมอีกด้วย

การงัดมาตรการดังกล่าวนั้นนอกจากจะเพิ่มรายได้แล้ว สาเหตุสำคัญคือในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้รายงานตัวเลขสมาชิกนั้นลดลง เนื่องจากยอดผู้ใช้งานไม่เติบโต แต่ในท้ายที่สุดแล้วบริษัทมีความเชื่อที่ว่าจะทำให้คนกลับมาสมัครสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

ซึ่งมาตรการดังกล่าวของ Netflix นั้นตรงข้ามกับสิ่งที่เคยทวีตผ่านบัญชีของบริษัทว่า “ความรักคือการแบ่งปันรหัสผ่าน” หรือ Love is sharing a password ทำให้แพลตฟอร์มคู่แข่งรายอื่นอย่าง Prime Video ของ Amazon นั้นยังต้องเอามาล้อเลียนต่อในภายหลัง

]]>
1433713
‘Netflix’ เร่งเครื่องปราบ ‘สายแชร์’ ระลอก 3 ทั่วโลก หวังหยุดการสูญเสียรายได้ที่ควรจะได้ https://positioningmag.com/1431556 Wed, 24 May 2023 07:34:54 +0000 https://positioningmag.com/?p=1431556 หลังจากที่ได้ทดลองใช้มาตรการ “ห้ามแชร์รหัสผ่าน” ไปในหลายประเทศตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา อาทิ สเปน โปรตุเกส แคนาดา นิวซีแลนด์ และ อาร์เจนตินา ล่าสุด Netflix ก็ได้เดินหน้าลุยต่อเนื่อง โดยล่าสุดประเทศใหญ่อย่าง สหรัฐอเมริกา ก็ถึงคิว รวมถึง ไทย เองก็ไม่รอด

แม้ว่า แผนการปราบปรามการแชร์บัญชีล่าช้า ไปสักหน่อย เพราะจริง ๆ แล้ว Netflix ต้องการที่จะเดินหน้ามาตรการดังกล่าวไปให้แล้วเสร็จตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี แต่ในที่สุดแพลตฟอร์มก็ได้ส่งอีเมลแจ้งเตือนผู้ใช้ในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะใน สหรัฐอเมริกา รวมถึง ไทย ว่าต้องตั้งค่าตำแหน่งที่อยู่หลักของผู้ใช้ และหากต้องการแชร์บัญชีผู้ใช้ต้องจ่ายเพิ่ม

ช่วงต้นปีที่ Netflix ได้เปิดเผยถึงสาเหตุสำคัญที่ต้องเดินหน้าปราบการแชร์บัญชีการใช้งานเนื่องจากพบว่า มีครัวเรือนมากกว่า 100 ล้านครัวเรือน ที่ใช้บัญชีร่วมกันที่บริการหรือคิดเป็นประมาณ 43% ของจำนวนผู้ใช้ ซึ่งนั่นทำให้แพลตฟอร์มสูญเสียรายได้ที่ควรจะได้ ซึ่งนั่นส่งผลกระทบต่อความสามารถในลงทุนผลิตคอนเทนต์

ในช่วงแรกที่แพลตฟอร์มได้ออกมาตรการดังกล่าว สเปน ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่ค่อนข้างชัดเจน โดยผลสำรวจจาก Kantar Worldpanel พบว่า จำนวนสมาชิกหายไปถึง 1 ล้านรายในเดือนเดียว อย่างไรก็ตาม Netflix มองว่า เป็นเพียงผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น และหากดูภาพรวมทั่วโลก Netflix ยังคงสามารถ เพิ่มลูกค้าได้ 1.75 ล้านรายในช่วงไตรมาสแรก

“มีการยกเลิกสมาชิกหลังจากมีการประกาศข่าว ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเติบโตในระยะสั้น แต่เราพบว่า สมาชิกที่ยืมรหัสผ่านเหล่านั้นจะเปิดใช้งานบัญชีของตนเองในภายหลัง และเพิ่มสมาชิกที่มีอยู่เป็นบัญชีสมาชิกพิเศษ ส่งผลให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น”

นอกเหนือจากการปราบปรามการแบ่งปันรหัสผ่านแล้ว Netflix ยังเพิ่งเปิดตัวแพ็กเกจโฆษณาที่ถูก เพื่อพยายามเพิ่มรายได้ นอกจากนี้ Netflix ยังพยายามปรับลดต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นการลดคนหรือแผนกผลิตคอนเทนต์ที่ไม่จำเป็น ซึ่งในปัจจุบันแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งแทบทุกรายต่างก็พยายามจะหาวิธีการทำกำไรและลดต้นทุนให้กับแพลตฟอร์ม

สำหรับมาตรการห้ามแชร์รหัสผ่านนั้น แพลตฟอร์มจะดูจากเลข IP Address รหัสของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ หรือใช้วิธีตรวจสอบว่า ผู้ใช้ล็อกอินจากอุปกรณ์เดิมหรือไม่ และอาจใช้วิธีส่งเลข OTP ไปเพื่อให้ยืนยันตัวตนภายใน 15 นาที หรือถ้าไปในพื้นที่อื่น ๆ ก็ต้องกลับมาล็อกอินบัญชีด้วย wifi ของบ้าน ภายในกรอบเวลาที่กำหนด (31 วัน)

ดังนั้น ถ้าใครอยากจะแชร์รหัสกับผู้อื่น จะต้องเสียค่าบริการเพิ่ม 99 บาท/เดือน สำหรับผู้ใช้แพ็กเกจมาตรฐาน (349 บาท/เดือน) จะสามารถสมาชิกเสริมได้ 1 คน ส่วนแพ็กเกจพรีเมียม (419 บาท/เดือน) จะเสริมสมาชิกเสริมได้ 2 คน ทั้งนี้ ผู้ที่ใช้แพ็กเกจผ่านพันธมิตร เช่น โปรโมชันที่มาจากค่ายมือถือ จะไม่สามารถเพิ่มจำนวนสมาชิกได้

]]>
1431556
‘Netflix’ วางแผนลดค่าใช้จ่าย 300 ล้านเหรียญในปีนี้ หลังแผนปราบการ “แชร์รหัส” ล่าช้า https://positioningmag.com/1430467 Sun, 14 May 2023 10:39:47 +0000 https://positioningmag.com/?p=1430467 ในปีที่ผ่านมา เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเบอร์ 1 ของโลกได้เจอกับช่วงขาลง ทำให้บริษัทต้องพยายามลดต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นการเลิกจ้างพนักงานราว 500 ตำแหน่ง ยังไม่รวมการตัดงบในบางแผนก ล่าสุด มีรายงานว่าปีนี้  Netflix ต้องการลดค่าใช้จ่ายให้ได้ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตามรายงานใหม่จาก The Wall Street Journal รายงานว่า Netflix กำลังวางแผนที่จะลดการใช้จ่ายลง 300 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ โดยส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ยักษ์ใหญ่ด้านสตรีมมิ่งต้องการลดค่าใช้จ่ายมาจาก แผนการปราบปรามการแชร์รหัสผ่านล่าช้า ทำให้รายได้ที่คิดว่าจะเพิ่มอาจไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ประกาศแผนที่จะลงทุนมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ กับการผลิตคอนเทนต์ในเกาหลีใต้ในช่วง 4 ปีข้างหน้า ซึ่งเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากเม็ดเงินที่บริษัทลงทุนตั้งแต่ปี 2559

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า Netflix วางแผนที่จะลดค่าใช้จ่ายลง 300 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะลดจากส่วนไหน ขณะที่จำนวนเงินดังกล่าวเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็ก ๆ ของค่าใช้จ่ายของบริษัท เพราะเม็ดเงินที่ Netflix ใช้ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ เลยทีเดียว

หลังจากปี Netflix เจอกับช่วงขาลงในปีที่ผ่านมา เนื่องจากกำลังแข่งขันกับบริการสตรีมรายใหญ่ไม่ว่าจะเป็น Disney+, Hulu, HBO Max, Paramount+ และ Peacock ทำให้แพลตฟอร์มต้องพยายามหาวิธีใหม่ ๆ ในการสร้างรายได้ อาทิ เปิดตัวแพ็กเกจใหม่ที่มี โฆษณา ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

นอกจากนี้ Netflix ยังเริ่มปราบปรามการแชร์รหัสผ่านในแคนาดา นิวซีแลนด์ โปรตุเกส และสเปนเมื่อต้นปีนี้ ส่วนในสหรัฐฯ คาดว่าจะเริ่มได้ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งล่าช้าไปจากที่จะเริ่มภายในไตรมาสแรกของปี

]]>
1430467
ไม่ใช่แค่ไทย! ‘Netflix’ หั่นราคาในกว่า 30 ประเทศ หวังกระตุ้นยอดสมาชิกใหม่ https://positioningmag.com/1420666 Fri, 24 Feb 2023 05:26:31 +0000 https://positioningmag.com/?p=1420666 หลังจากที่มีข่าวว่า Netflix (เน็ตฟลิกซ์) ปรับลดราคาแพ็กเกจพื้นฐานจาก 279 บาท/เดือน เหลือ 169 บาท ซึ่งการหั่นราคานี้ก็ไม่ได้เกิดแค่ไทย แต่ลดลงในหลายประเทศ บางประเทศ ลดลงเกินครึ่ง เพื่อหวังจะช่วยกระตุ้นยอดสมาชิกใหม่ ๆ ที่ต้องรัดเข็มขัดจากวิกฤตเศรษฐกิจ

รายงานจาก The Wall Street Journal ระบุว่า Netflix กำลังลดราคาค่าสมาชิกของแพ็กเกจพื้นฐานในกว่า 30 ประเทศ อาทิ เยเมน จอร์แดน ลิเบีย อิหร่าน เคนยา โครเอเชีย สโลวีเนีย บัลแกเรีย นิการากัว เอกวาดอร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ บอสเนีย เฮอร์เซโกวีนา เซอร์เบีย แอลเบเนีย มาซิโดเนียเหนือ และสโลวาเกีย โดยบางประเทศ Netflix มีการปรับราคาลงเกินครึ่งเลยทีเดียว

“เราพยายามที่จะให้บริการสมาชิกมากขึ้นทั่วโลก โดยพยายามส่งมอบคุณค่าที่เหมาะสมในราคาที่แตกต่างกัน มีผู้คนมากมายทั่วโลกในประเทศที่เราไม่ได้เจาะลึก และเรามีโอกาสมากขึ้นที่จะดึงดูดพวกเขา” Greg Peters ซีอีโอร่วมของ Netflix กล่าว

ก่อนหน้าที่ Netflix จะหั่นราคาแพ็กเกจเริ่มต้นลง บริษัทได้ทดลองออก แพ็กเกจที่มีโฆษณาคั่น (ad-tier) สำหรับผู้บริโภคที่อยากรับชมคอนเทนต์ในราคาประหยัด แต่ต้องแลกกับโฆษณา ซึ่งส่วนนี้ก็จะช่วยให้ Netflix มีรายได้ใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มเติม

ต้องยอมรับว่าในช่วง 16 ปีที่ Netflix ให้บริการสตรีมมิ่ง การลดราคาของบริการถือเป็นเรื่องที่บริษัทแทบจะไม่เคยทำ ส่วนใหญ่จะเป็นการปรับขึ้นมากกว่า อาทิ การปรับราคาสมาชิกในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาในเดือนมกราคมเมื่อช่วงต้นปี 2022

แต่ด้วยการแข่งขันกันอย่างดุเดือดจากการมาของผู้เล่นรายใหม่ ๆ เช่น Paramount Plus, HBO Max, Disney Plus และ Hulu ประกอบกับการระบาดของโควิดที่คลี่คลายลง ผู้บริโภคไม่ได้มีเวลาในการรับชมคอนเทนต์เหมือนช่วงที่โควิดระบาดใหม่ ๆ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อค่าครองชีพ ทำให้ผู้บริโภคบางรายเลือกที่จะยกเลิกบริการสตรีมมิ่งเพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

ส่งผลให้รายได้รวมถึงยอดผู้ใช้งานของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งหลายรายเริ่มอยู่ในภาวะถดถอย โดยเฉพาะกับ Netflix ที่ต้องมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ ทั้งการปรับลดพนักงาน การหั่นงบผลิตคอนเทนต์ รวมถึงการออกมาตรการจัดการกับบัญชีที่มีการแชร์รหัสร่วมกัน เพื่อชดเชยจำนวนยอดสมาชิกที่หายไป รวมถึงการมีแพ็กเกจโฆษณา และล่าสุด ปรับลดราคาลง ซึ่งถือว่า สวนทางกับคู่แข่งที่มีการปรับราคาขึ้น

ทั้งนี้ ช่วง Q4/2022 จำนวนสมาชิกของ Netflix เพิ่มขึ้น 7.6 ล้านคน หลังจากช่วงครึ่งปีแรกจำนวนสมาชิกของแพลตฟอร์มลดลง สวนทางกับคู่แข่งอย่าง Paramount+ และ Disney+ ที่มีสมาชิกเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนสมาชิกของ Netflix จะเพิ่มขึ้น แต่รายได้เฉลี่ยของสมาชิกกลับลดลง

Source

]]>
1420666
ซีอีโอ ‘เน็ตฟลิกซ์’ ประกาศลงจากตำแหน่ง หลังพาแพลตฟอร์มปิดยอดสมาชิกกว่า 230 ล้านราย https://positioningmag.com/1416150 Fri, 20 Jan 2023 07:10:23 +0000 https://positioningmag.com/?p=1416150 2022 นับเป็นปีที่แพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งอย่าง เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ต้องลดจำนวนพนักงาน, ตัดงบผลิตคอนเทนต์ในฝั่งของอนิเมชั่น, เพิ่มแพ็กเกจโฆษณา ซึ่งทั้งหมดก็ต้องทำเพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้ควบคู่ไปกับการโกยสมาชิก ซึ่งสิ้นปีแพลตฟอร์มก็ปิดด้วยจำนวนสมาชิก 230 ล้านราย สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้

เน็ตฟลิกซ์ แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ สามารถปิดปีด้วยสมาชิกมากกว่า 230 ล้านรายทั่วโลก โดยในไตรมาส 4 จำนวนสมาชิกของแพลตฟอร์มเติบโตมากถึง 7.66 ล้านราย ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเติบโตเพียง 4.57 ล้านราย เนื่องจากคอนเทนต์ใหม่ ๆ อาทิ สารคดีของ Harry & Meghan และซีรีส์เรื่อง Wednesday นั้นช่วยดึงดูดสมาชิกใหม่ ๆ

“ปี 2565 เป็นปีที่ยากลำบาก ด้วยการเริ่มต้นที่ไม่ราบรื่นแต่จบลงด้วยดี” บริษัทระบุในจดหมายที่ประกาศผลประกอบการ

ในส่วนของรายได้ของไตรมาส 4 อยู่ที่ 7.85 พันล้านดอลลาร์ เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยเน็ตฟลิกซ์ ย้ำว่า จำนวนผู้ใช้ใหม่ไม่ใช่เกณฑ์ที่สำคัญที่สุดในการประเมินสถานะของบริษัทอีกต่อไป แต่รายได้จะเป็นตัวชี้วัดหลักแทนซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้รายได้ของแพลตฟอร์มเป็นไปตามเป้าก็คือ แพ็กเกจโฆษณาที่มีราคาถูกลง ทำให้ผู้บริโภคสามารถสมัครสมาชิกได้แม้จะเจอกับสภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน

หลังจากพาแพลตฟอร์มผ่านปีที่ยากลำบาก Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้งเน็ตฟลิกซ์ ก็ได้ประกาศว่า เตรียมก้าวลงจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของเน็ตฟลิกซ์ ถือเป็นการ ปิดฉากการทำงาน 25 ปี ที่ทรานส์ฟอร์มตัวเองจากบริการเช่าดีวีดีไปสู่แพลตฟอร์มด้านความบันเทิงชั้นนำของโลก สำหรับผู้ที่จะมากุมบังเหียนแพลตฟอร์มต่อจาก Reed Hastings คือ Greg Peters ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของบริษัท และ Ted Sarandos ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเนื้อหา ที่จะร่วมกันนั่งในตำแหน่งซีอีโอ

ที่ผ่านมา บอร์ดบริหารของเน็ตฟลิกซ์ได้หารือกันเรื่องการวางแผนสืบทอดตำแหน่งมาหลายปีแล้ว โดย Reed Hastings เคยโพสต์ติดตลกว่า “แม้แต่ผู้ก่อตั้งก็ยังต้องพัฒนา!” และการส่งไม้ต่อให้คนเก่ง ๆ เป็นบทบาทของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Jeff Bezos จาก Amazon และ Bill Gates จาก Microsoft

Source

]]>
1416150
ยาว ๆ ไป! ‘Netflix’ เตรียมอัด ‘ซีรีส์เกาหลี’ ลงเสิร์ฟ 34 เรื่อง สูงสุดที่เคยมีมา https://positioningmag.com/1415773 Wed, 18 Jan 2023 06:03:06 +0000 https://positioningmag.com/?p=1415773 เชื่อว่าหลายคนยอมเป็นสมาชิก เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) เพราะ ซีรีส์เกาหลี ที่มีมาแย่งเวลานอนของเราอยู่ตลอด ๆ โดยเฉพาะปีที่ผ่านมาที่มีซีรีส์เกาหลีหลายเรื่องโด่งดังจนกลายเป็นไวรัลและได้รับการตอบรับจากผู้ชมทั่วโลก แน่นอนว่าเน็ตฟลิกซ์ก็เห็นเทรนด์ดังกล่าว ดังนั้นในปีนี้ แพลตฟอร์มเลยวางแผนจะอัดคอนเทนต์จากเกาหลีเพิ่มเป็น 34 เรื่อง ทั้งภาคต่อและเรื่องใหม่มาตกผู้ชม

เน็ตฟลิกซ์ เปิดเผยว่า กำลังวางแผน เพิ่มคอนเทนต์จากเกาหลีใต้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยปีนี้จะมีทั้งหมด 34 เรื่อง ทั้งเรื่องใหม่ ๆ และภาคต่อ ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์, ภาพยนตร์ และรายการเรียลลิตี้ เนื่องจากพบว่าปีที่ผ่านมา สมาชิกกว่า 60% ดูคอนเทนต์จากเกาหลี

อย่างไรก็ตาม เน็ตฟลิกซ์ไม่ได้เปิดเผยถึงเม็ดเงินลงทุนในปีนี้ แต่ย้อนไปในปี 2021 ผู้บริหารของเน็ตฟลิกซ์เคยเปิดเผยว่า บริษัทวางแผนที่จะลงทุนประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ นอกเหนือจากงบลงทุน 700 ล้านดอลลาร์ ที่ใช้ไปแล้วตั้งแต่ปี 201

ย้อนไปปี 2021 เน็ตฟลิกซ์มีคอนเทนต์จากเกาหลี 15 เรื่อง และปี 2022 ที่ผ่านมาก็เพิ่มขึ้นเป็น 25 เรื่อง จนกระทั่งปีนี้ก็เพิ่มขึ้นอีก ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวเน้นย้ำว่า เน็ตฟลิกซ์พยายามเพิ่มเนื้อหาเกาหลีเป็นสองเท่าเพื่อมัดใจแฟน ๆ

“ความนิยมทั่วโลกของคอนเทนต์เกาหลีนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2022 โดยซีรีส์และภาพยนตร์เกาหลีติดอันดับ Global Top 10 อย่างสม่ำเสมอในกว่า 90 ประเทศ และรายการที่มีผู้ชมมากที่สุดของ 3 อันดับแรกมาจากเกาหลี Don Kang รองประธานฝ่ายเนื้อหาเกาหลีของเน็ตฟลิกซ์กล่าว

สำหรับซีรีส์ที่โด่งดังไปทั่วโลกก็คือ Squid Game ซีรีส์แนวเอาตัวรอดที่ให้ผู้เข้าแข่งขันเล่นเกมเสี่ยงตายเพื่อชิงเงินรางวัล นอกจากนี้ก็มี Extraordinary Attorney Woo ซีรีส์ที่จะตามติดชีวิตทนายอูยองอูที่มีอาการออทิสติก ก็ขึ้นอันดับสูงสุดของชาร์ตแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเป็นเวลาหลายสัปดาห์

สำหรับคอนเทนต์ในปี 2023 นี้ มีการเปิดเผยว่าจะมีเป็นภาพยนตร์ 6 เรื่อง เริ่มด้วยภาพยนตร์ไซไฟระทึกขวัญ JUNG-E นอกจากนี้ยังรวมถึง Destined With You ที่จะเล่าถึงเรื่องราวความรักระหว่างทนายความสุดฮอตกับข้าราชการ ส่วนซีรีส์ภาคต่อก็มี Sweet Home

ปัจจุบัน เน็ตฟลิกซ์กำลังผลิตออริจินอล คอนเทนต์จากต่างประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ และพึ่งพาโอกาสในต่างประเทศมากกว่าในอเมริกา โดยในช่วงไตรมาส 3 ปี 2022 จำนวนสมาชิกจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของเน็ตฟลิกซ์เพิ่มขึ้น 1.4 ล้านราย ส่งผลให้เป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดของบริษัท

ไม่ใช่แค่เน็ตฟลิกซ์ที่เห็นเทรนด์นี้ แต่ Disney+ ก็พยายามเพิ่มคอนเทนต์จากเกาหลีเพื่อดึงดูดผู้ใช้ด้วยเช่นกัน

]]>
1415773
ไม่ต้องคิดเยอะ! นักวิเคราะห์ชี้ ‘Netflix’ แค่ปล่อยซีรีส์ ‘สัปดาห์ละตอน’ ก็ดูดผู้ใช้ได้แล้ว https://positioningmag.com/1389410 Tue, 21 Jun 2022 02:38:08 +0000 https://positioningmag.com/?p=1389410 หากใครเป็นแฟนซีรีส์ของ ‘เน็ตฟลิกซ์’ (Netflix) ไม่ว่าจะเป็น Stranger Things, Peaky Blinders, Locke & Key ส่วนใหญ่จะปล่อยออกมาแบบ ‘รวดเดียว’ ต่างจากซีรีส์เกาหลีหรือผู้ให้บริการสตรีมมิ่งรายอื่น ๆ ที่จะปล่อยสัปดาห์ละ 1-2 ตอน และนี่อาจเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ Netflix ควรทำหากอยากดึงผู้ใช้ให้อยู่กับแพลตฟอร์มนานขึ้น

แม้ซีรีส์ Stranger Things ซีซั่น 4 ที่ปล่อยมาทีเดียว 7 ตอน และสามารถทำลายสถิติรายการทีวีภาษาอังกฤษที่ให้บริการซึ่งมีการรับชมเกือบ 287 ล้านชั่วโมงภายในสัปดาห์แรก แต่หากพูดถึงการดึงดูดให้ผู้ใช้อยู่กับแพลตฟอร์มนาน ๆ อาจไม่ได้ผล

หลังจากที่จำนวนผู้ใช้ Netflix ลดลงครั้งแรกในรอบ 10 ปี บริษัทก็พยายามคิดทุกวิธีเพื่อเร่งการเติบโตของสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นการปรับแพ็กเกจให้ราคาถูกลงแต่มีโฆษณา การเพิ่มเกมในแพลตฟอร์ม และแม้แต่การทำรายการถ่ายทอดสด แต่ดูเหมือนว่าวิธีการง่าย ๆ แบบเส้นผมบังภูเขาอย่างการปล่อยซีรีส์สัปดาห์ละตอนกลับไม่ได้ทำ

Robert Thompson ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัย Syracuse และผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมสมัยใหม่ กล่าวว่า สมัยก่อน Netflix เลือกที่จะปล่อยซีรีส์ออกมาทีเดียวทั้งซีซั่น เพื่อให้เกิดกระเเสปากต่อปากจากคนดูจนเกิดการรับรู้เป็นวงกว้าง ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จจากกลยุทธ์เดิมอาจใช้ไม่ได้ในปัจจุบัน เนื่องจากตลาดสตรีมมิ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยเฉพาะจำนวนคู่แข่ง นอกจากนี้ ซีรีส์เก่าที่สามารถดึงดูดในผู้ใช้กลับมาดูซ้ำได้อย่าง The Office หรือ Friends ก็ไม่มีฉายแล้วบนแพลตฟอร์ม ในขณะที่ซีรีส์ใหม่ ๆ ที่ดัง ๆ อย่าง Stranger Things, Bridgerton และ The Witcher ก็ยังไม่ได้ปังในระดับเดียวกับซีรีส์เก่า

“การฉายซีรีส์สัปดาห์ละตอน เป็นการออกแบบมาเพื่อนำผู้ชมกลับมาในแพลตฟอร์ม เพื่อรอดูคอนเทนต์ที่เขากำลังตั้งตารอ แม้ Netflix จะเริ่มปล่อยทีละครึ่งซีซั่น แต่มันเป็นรูปแบบการตลาดที่แตกต่างกันมาก”

หากดูแพลตฟอร์มคู่แข่งอย่าง Disney +, HBO Max และ Hulu เน้นที่การฉายสัปดาห์ละตอน เพื่อทำให้ผู้ชมอยู่บนแพลตฟอร์มหลายสัปดาห์ ซึ่งหมายถึงการยกเลิกบริการที่น้อยลงในแต่ละเดือน ในขณะเดียวกัน สมาชิก Netflix สามารถรับชมซีรีส์ที่สนใจในรวดเดียวแล้วก็ยกเลิก

อย่างซีรีส์ของ Disney+ สามารถดึงดูดสมาชิกให้เข้ามาชมคอนเทนต์ใหม่ ๆ ได้ในแต่ละเดือน แถมยังกระตุ้นให้พวกเขาจ่ายค่าสมัครสมาชิกรายปีล่วงหน้าด้วย โดย Disney+ ใช้ 2 แฟรนไชส์ที่ใหญ่ที่สุดอย่าง Star Wars และ Marvel เพื่อให้ผู้ชมกลับมาใช้บริการอีก

ไม่ว่าจะเป็น The Book of Boba Fett ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2021 จนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ จากนั้นจึงเพิ่ม Moon Knight ในช่วงปลายเดือนมีนาคม ซึ่งยาวไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม จากนั้นในปลายเดือนพฤษภาคม ก็มีการเปิดตัว Obi-Wan Kenobi ซึ่งจะดำเนินต่อไปจนถึงปลายเดือนมิถุนายน จะเห็นว่าแพลตฟอร์มสามารถดึงดูดแฟน Star Wars และแฟน Marvel ให้ใช้บริการในระยะยาวได้

แม้ว่าปัจจุบันจะเริ่มฉายครั้งละครึ่งซีซั่นก็ตาม แต่นั่นก็เกิดจากปัญหาด้านการถ่ายทำที่ได้ผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ทำให้ไม่สามารถถ่ายทำจนจบได้ ก็ไม่รู้ว่าจากนี้ Netflix จะปรับเปลี่ยนการฉายซีรีส์ของตัวเองไหม แต่ในแง่คนดูแล้ว การปล่อยยาวก็ดีเพราะไม่ต้องค้างคา แต่อาจไม่ดีในแง่ธุรกิจที่ไม่สามารถยื้อให้ผู้ใช้อยู่กับแพลตฟอร์มได้นานอย่างที่ควรจะเป็น

Source

]]>
1389410