เราชนะ – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 09 Dec 2021 05:42:27 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 คนไทยค้นหา “เราชนะ-คนละครึ่ง” ใน Google มากที่สุดประจำปี 2564 https://positioningmag.com/1366085 Thu, 09 Dec 2021 04:02:47 +0000 https://positioningmag.com/?p=1366085 คำค้นหาจาก Google ในปีนี้ พบว่า 3 โครงการจากรัฐบาลติดอันดับ 3 ใน 10 คำยอดนิยม ได้แก่ เราชนะ, คนละครึ่ง และ ม.33 เรารักกัน อีกทั้งการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ COVID-19 ก็ยังยอดนิยมอยู่

Google ประเทศไทย ประกาศคำค้นหายอดนิยมประจำปี 2564 ที่แสดงให้เห็นถึงภาพรวมของตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ที่ผ่านสายตาและจากคำค้นหาของผู้คนในประเทศไทย รวมทั้งการใช้ข้อมูลจาก Google Trends ที่นำเสนอมุมมองที่โดดเด่นและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการค้นหาของผู้คนตลอดทั้งปี ซึ่งมีผลมาจากเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตลอดจนเทรนด์การค้นหาเพื่อช่วยการเยียวยาที่มาแรงในประเทศไทยในปีนี้

โควิด-19 อยู่ในเทรนด์

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปีนี้ยังคงส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และต่อภาคธุรกิจของประชาชนทั้งประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คนไทยให้ความสนใจและขานรับต่อโครงการที่รัฐบาลให้การสนับสนุนวงเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนและช่วยฟื้นฟูกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ 3 ใน 10 ของหมวดคำค้นหายอดนิยมปีนี้มาจากโครงการรัฐบาล ได้แก่ “เราชนะ” “คนละครึ่ง” และ “ม.33 เรารักกัน” 

นอกจากนี้ ตลอดทั้งปีผู้คนยังคงให้ความสนใจ และค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดย “วัคซีนโควิด” “โควิดวันนี้” และ “อาการโควิด” ติดโผ 3 ใน 10 คำค้นหายอดนิยมประจำปี ส่วนคำค้นหาด้านการศึกษาอย่าง “SGS” ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับการประเมินผลการเรียนรูปแบบใหม่ ตลอดจนคำค้นหาเพื่อความบันเทิง ผ่อนคลายและเฉลิมฉลอง เช่น “Popcat” เกมคลิกหน้าแมวที่เป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลก “กระเช้าสีดา” ละครดราม่าที่นำมารีเมกใหม่ และ “ลอยกระทงออนไลน์” ก็ติดโผคำค้นหายอดนิยมในปีนี้ด้วยเช่นกัน

ด้านข่าวเด่นยอดนิยมในปีนี้ ผู้คนให้ความสนใจต่อเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และสุขภาพ โดยมีการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้แก่ “ข่าวโควิดวันนี้” ที่ติดโผอันดับ 1 รวมทั้ง “ข่าวเคอร์ฟิวล่าสุด” และ “ข่าววัคซีน” ที่มาในอันดับ 5 และ 7 ตามลำดับ

นอกจากนี้ 4 ใน 10 ของคำค้นหายอดนิยมในหมวดข่าวเป็นข่าวอุบัติเหตุสะเทือนขวัญที่คนไทยติดตามและให้ความสนใจ ได้แก่ “ข่าวไฟไหม้” จากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ของโรงงานในจังหวัดสมุทรปราการ “ข่าวน้ำท่วม” อุทกภัยจากอิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่ “ข่าว BMW Z4” อุบัติเหตุทางถนนซึ่งมีผู้เสียชีวิตหลายรายจากรถ BMW Z4 ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และ “ข่าวเรือล่ม” ในจังหวัดอยุธยา ด้านข่าวการเมืองระดับโลกอย่าง “ข่าวพม่า” จากสถานการณ์การทำรัฐประหาร ติดโผในอันดับที่ 3 ส่วน “ข่าวอัฟกานิสถาน” และ “ข่าวอิสราเอล” ก็ติดอันดับในปีนี้ด้วยเช่นกัน

หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ผู้คนเริ่มมีความต้องการออกเดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้น ส่งผลให้หมวดสถานที่ท่องเที่ยวเป็นอีกหนึ่งหมวดที่เข้ามาช่วยเยียวยาและผ่อนคลายจิตใจคนไทย โดยการค้นหาคำเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวตามจังหวัดต่างๆ และชื่อเมืองรองยอดนิยมประจำปีนี้ ปรากฏว่า “ระยอง” มาเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วย “จันทบุรี” “กาญจนบุรี” ”กระบี่” และ “ชลบุรี” ในอันดับ 2-5 ตามลำดับ

สำหรับหมวดที่สามารถช่วยเยียวยาคนไทยคือหมวดการค้นหาคำว่า “วิธี” และในปีนี้ผู้คนยังให้ความสนใจการค้นหาวิธีต่างๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤตอย่างต่อเนื่อง โดย “วิธียืนยันตัวตน เราชนะ” ติดโผอันดับ 1 ส่วน “วิธีใช้คนละครึ่ง” “วิธีทำกระทง” “วิธีตรวจโควิด” และ “วิธีต้มน้ำขิง” ติดโผในอันดับ 2-5 ตามลำดับ

อีกหนึ่งหมวดที่มาแรงและติดอันดับการค้นหาเป็นปีแรกได้แก่หมวด “ต้นไม้” ที่ผู้คนเริ่มนิยมค้นหาพันธุ์ไม้ต่างๆ ตามกระแสในช่วงที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน โดย “ต้นบอนสี” มาแรงเป็นอันดับ 1 ตามด้วย “ต้นดีหมี” “ต้นกระท่อม” “ต้นฟ้าทะลายโจร” และ “ต้นกล้วยด่าง” ในอันดับ 2-5  ตามลำดับ ซึ่งนอกจากต้นไม้เหล่านี้จะช่วยให้ผู้คนผ่อนคลายแล้วยังสามารถช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับธุรกิจเอสเอ็มอีอีกด้วย

คำค้นหายอดนิยมประจำปี 2564

 

]]>
1366085
สรุป ‘คนละครึ่ง’ เฟส 3 ให้คนละ 3,000 ‘เราชนะ – ม.33 เรารักกัน’ รับเพิ่ม 2,000 เเจก e-Voucher ‘ยิ่งใช้ยิ่งได้’ อีกคนละ 7,000 บาท https://positioningmag.com/1330614 Wed, 05 May 2021 09:44:34 +0000 https://positioningmag.com/?p=1330614
ครม.ไฟเขียว ‘คนละครึ่ง’ เฟส 3 ให้คนละ 3,000 บาท ต่อ ‘เราชนะ’ เเละ ‘ม.33 เรารักกัน’ ให้เพิ่มคนละ 2,000 บาท พร้อมออกโครงการใหม่ ‘ยิ่งใช้ยิ่งได้’ แจก e-Voucher กระตุ้นใช้จ่าย อีกคนละ 7,000 บาท
วันนี้ (5 พ.ค.) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระลอกที่ 3 ทั้ง เราชนะ คนละครึ่งเฟส 3 และ ม.33 เรารักกัน
สำหรับมาตรการคนละครึ่งเฟส 3′ จะได้รับเงินเยียวยาคนละ 3,000 บาท (ใช้ได้วันละไม่เกิน 150 บาท) ให้สิทธิ์ 31 ล้านคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณ 9.3 หมื่นล้านบาท เริ่มตั้งเเต่เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2564
ส่วน ‘เราชนะ’ จะเพิ่มเงินให้คนละ 2,000 บาท เเบ่งเป็นสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ มีกลุ่มเป้าหมายราว 32.9 ล้านคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณ 6.7 หมื่นล้านบาท ให้ใช้จ่ายสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2564
ด้านโครงการ ‘ม.33 เรารักกัน’ จะเพิ่มวงเงินช่วยเหลือผู้ประกันตน ม.33 คนละ 2,000 บาท เเบ่งเป็นสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 สัปดาห์ กลุ่มเป้าหมาย 9.27 ล้านคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณ 1.85 หมื่นล้านบาท ให้ใช้จ่ายสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2564
สำหรับ ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะให้เงินค่าครองชีพเพิ่มเติมเดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน (กรกฎาคม-ธันวาคม) ครอบคลุมประชาชน 13.65 ล้านคน และเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ จำนวนกลุ่มเป้าหมาย 2.5 ล้านคน เพิ่มเติมเดือนละ 200 บาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน (กรกฎาคม-ธันวาคม)
นอกจากนี้ ยังมีโครงการใหม่เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย ชื่อว่า ‘ยิ่งใช้ยิ่งดี’ โดยรัฐจะสนับสนุน e-Voucher ให้กับประชาชน ที่ใช้จ่ายซื้อสินค้า อาหาร และเครื่องดื่มและค่าบริการกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน
โดยเมื่อประชาชนใช้จ่ายดังกล่าวเเล้ว จะได้รับการสนับสนุน e-Voucher จากภาครัฐ ในช่วงเดือน กรกฏาคม-กันยายน 2564 และสามารถนำ e-Voucher จากภาครัฐไปใช้จ่ายในช่วงเดือนสิงหาคม-ธันวาคม 2564
]]>
1330614
The Pizza Company เล่นใหญ่! อัดฉีด 1 แถม 1 พ่วงลุ้นทอง หลังตลาดซบหนักกว่าโควิดรอบแรก https://positioningmag.com/1321421 Mon, 01 Mar 2021 16:31:23 +0000 https://positioningmag.com/?p=1321421 The Pizza Company จัดแคมเปญใหญ่ในรอบปี ดึงโปรคู่บุญ 1 แถม 1 แต่ต้องเล่นใหญ่ลุ้นทอง อัดฉีดครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี หลังเจอศึกรอบด้าน ผู้บริโภคไม่เข้าร้านเพราะเราชนะ ตลาดซบหนักกระทบจาก COVID-19 หนักกว่ารอบแรก ต้องกระตุ้นหนักกว่าเดิม วอนภาครัฐรักลูกให้เท่ากัน เยียวยาทุกฝ่าย

1 แถม 1 ไม่พอ ต้องแจกทอง!

ที่ผ่านมาวงการร้านอาหารมีการอัดโปรโมชันไม่ว่าจะลดแลกแจกแถม หรือโปรร่วมกับฟู้ดเดลิเวอรี่ต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น แต่ตอนนี้ร้านอาหารต้องมาถึงจุดที่ต้องกระตุ้นตลาดด้วยการอัดโปรโมชันลุ้นทองกันแล้ว! เพราะแค่โปรลดราคาไม่เพียงพออีกต่อไป

เป็นประจำทุกปีที่ The Pizza Company จะจัดโปรโมชันซื้อ 1 แถม 1 เป็นโปรคู่บุญที่จัดทุกเดือนมีนาคม จัดติดต่อกันเป็นปีที่ 20 แล้ว เนื่องจากเป็นเดือนเกิดของแบรนด์นั่นเอง

ในปีที่แล้วเป็นช่วงล็อกดาวน์ของการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้คนอยู่บ้านกันเยอะขึ้น โปร 1 แถม 1 จึงเริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน จากปกติที่โปรโมชันจะมีแค่เดือนมีนาคมเท่านั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นการจับจ่ายของลูกค้า

แต่ในปีนี้ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของ COVID-19 จะยังไม่คลี่คลาย แถมยังดูแย่กว่าการแพร่ระบาดรอบแรกในปีที่แล้วอีกด้วยซ้ำ แม้ห้างจะไม่ปิด ไม่มีการล็อกดาวน์ แต่กำลังซื้อของผู้บริโภคหาย บางคนไม่มีเงินแล้ว หรือไม่มีงาน ทำให้การขายยิ่งยากกว่าเดิม

โจทย์ของ The Pizza Company ในปีนี้แค่อัดโปรโมชัน 1 แถม 1 คงไม่พอแล้ว ต้องเล่นใหญ่ยิ่งกว่าเดิม ในปีนี้เลยพ่วงแจกทองเข้ามา หวังกระตุ้นกำลังซื้อให้มากขึ้น เลยเอาทองเข้ามาดึงดูด เพราะเป็นไอเท็มที่คนไทยชอบ สามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้

ภาณุศักดิ์ ซื่อสัตย์บุญ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ พิซซ่า คอมปะนี เล่าว่า

“การแพร่ระบาดของ COVID-19 รอบใหม่นี้ ทำให้ตลาดซึมกว่าที่คิด ก่อนที่จะมีแคมเปญแจกทองได้คิดว่าจะมีกิจกรรมอื่นๆ มีการคิดเยอะแยะ แต่เราเห็นว่าตลาดซึมมาก มีสัญญาณตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ห้างฯ ใหญ่ๆ ยอดขายตกหมด เลยมาพลิกเกมใหม่ ได้คุยกับลูกค้าต่างจังหวัด พบว่าลูกค้าอยากได้เงิน แต่เราแจกเงินไม่ได้ เพราะไม่ได้รวยเหมือนรัฐบาล เลยทำเป็นแจกทอง เป็นอีกอย่างที่คนไทยอยากได้ เพราะเปลี่ยนเป็นเงินได้ เป็นการฉลอง 20 ปีไปในตัวด้วย”

แคมเปญใช้ชื่อว่า 1 แถม 1 พลัส ด้วยการแจกทองคำแท่ง หนักรวม 200 บาท มูลค่า 5 ล้านบาท ซื้อพิซซ่า 1 แถม 1 หน้าอะไรก็ได้ ราคา 239 บาทขึ้นไป ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับทองได้ทุกสาขาทั่วประเทศ แจกทุกสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่ 24 กุมภาพันธ์ – 15 เมษายน 2564

การแจกทองครั้งนี้เรียกว่าเป็นแคมเปญครั้งใหญ่ที่สุด ทางแบรนด์เคยจัดชิงโชครถมอเตอร์ไซค์ 20 คันมาแล้วในปีก่อน แต่ไม่ค่อยถูกใจผู้บริโภคเท่าไหร่ เพราะเปลี่ยนเป็นเงินยาก มองว่าแจกทองจึงถูกใจคนไทยมากที่สุด

“เราชนะ” พ่นพิษ ทำคนไม่เข้าร้าน

คนละครึ่ง เราชนะ COVID-19 โรงเรียนไม่ปิดเทอม… ล้วนเป็นส่วนผสมทำให้ The Pizza Company ต้องกุมขมับอย่างหนักในตอนนี้

ภาณุศักดิ์ เสริมว่า นอกจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 พบว่าหลังจากมีมาตรการเยียวยาของทางรัฐบาลต่างๆ ได้สร้างผลกระทบอย่างหนัก ไม่ว่าจะ คนละครึ่ง เราชนะ ที่จะให้เงินเยียวยาผ่านทางแอปพลิเคชัน เพื่อใช้จ่ายตามร้านเล็กๆ ในชุมชน แต่ไม่สามารถใช้จ่ายตามร้านในศูนย์การค้าได้

“หลังจากมีไทยชนะทำให้คนเข้าห้างฯ น้อยลง ผู้บริโภคเอาเงินเยียวยาไปซื้อร้านข้างนอกหมด แต่ธุรกิจเล็กใหญ่ก็เจ็บตัวเหมือนกัน วอนให้รัฐช่วยเหลือกันด้วย คนที่มีกิจการใหญ่ก็เจ็บมาก คนมีกิจการน้อยก็เจ็บน้อย แต่พอมีมาตรการช่วยบางคน ไม่ช่วยบางคน”

เหมือนรัฐบาลรักลูกไม่เท่ากัน อย่างน้อยต้องให้ทุกบริษัทเข้าร่วมมาตรการ ให้โอกาสคนมาใช้เงินกับเราบ้าง ให้เราได้ใช้บ้าง

นอกจากไทยชนะแล้ว ร้านอาหารยังต้องเจอกับปัญหาใหญ่ก็คือ “โรงเรียนยังไม่ปิดเทอม” หลายๆ อุตสาหกรรม ไม่ว่าจะศูนย์การค้า ร้านอาหาร ล้วนเฟื้องฟูในช่วงปิดเทอมอย่างมาก เพราะเป็นช่วงที่ผู้ปกครองพาเด็กๆ มาเที่ยวเล่นในห้างฯ มาจับจ่ายใช้สอย

แต่สถานการณ์ในตอนนี้ที่เพิ่งมีการเปิดเรียนเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้ยังไม่ทราบเลยว่าจะมีการปิดเทอมหรือไม่ การเข้าห้างฯ ก็ยิ่งลดลง แถมเลยเทศกาลปาร์ตี้ จัดเลี้ยงไปแล้วด้วย ทำให้การขายเหนื่อยหนักเป็น 2 เท่า

ปรับแผนกันรายอาทิตย์!

จากแผนการตลาดที่มีการวางเป็นรายปี ก็เริ่มขยับปรับเปลี่ยนทุกไตรมาส ทุกเดือน จนตอนนี้ต้องมีการประเมินสถานการณ์ ปรับเปลี่ยนทุกสัปดาห์เลยทีเดียว

“ตอนนี้การทำงานต้องคุยกันอาทิตย์ต่ออาทิตย์ ตอนแรกเตรียมแผนเปิดสินค้าที่เน้นการทานในร้านก็ต้องหยุด เพราะไม่มีคนมาทาน นิวยอร์ก พิซซ่าต้องปรับให้มีไซส์ 15 นิ้วเพื่อให้ส่งบ้านได้ ต้องมีการปรับแผนกันหมด แต่ยังดีที่พิซซ่าเป็นสินค้าที่เหมาะสั่งทานที่บ้าน” 

Photo : Shutterstock

สำหรับเดือนมีนาคมปีที่แล้วที่มีโปร 1 แถม 1 สามารถสร้างยอดขาย 1,000 ล้านบาท โตกว่าปีก่อนๆ 10% เป้าหมายของปีนี้ ภาณุศักดิ์บอกว่า อยากได้ยอดขายเท่าปีที่แล้ว หรืออยู่ที่ 800-1,000 ล้านบาท ไม่หวังให้เติบโตมากกว่าเดิม เป็นการหวังสูงไป เพราะปีที่แล้วมีปิดเทอม มีการล็อกดาวน์ที่ชัดเจน แต่ปีนี้ยังไม่รู้ว่าจะปิดเทอมเมื่อไหร่ กำหนดอนาคตยาก

“แต่ก่อนถ้ามีโปรแบบนี้จะสบายใจแล้ว คนพร้อมจะกินได้ทุกเมื่อ เดี๋ยวเงินก็เข้า แต่ตอนนี้เราไม่รู้เงินในกระเป๋าลูกค้าว่ามีมากน้อยแค่ไหนแล้ว” 

สำหรับปีนี้ยังมีแผนที่จะขยายอีก 4-5 สาขา ส่วนใหญ่อยู่ที่ต่างจังหวัด ทำให้ปัจจุบันมีสาขารวมทั้งหมด 417 สาขา เป็นสาขาแฟรนไชส์ 50%

]]>
1321421