เศรษฐกิจญี่ปุ่น – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Tue, 19 Mar 2024 11:48:30 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ธนาคารกลางญี่ปุ่นขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 17 ปี นักวิเคราะห์ชี้เงินเยนอาจไม่แข็งค่าเท่าที่คาด https://positioningmag.com/1466718 Tue, 19 Mar 2024 10:25:19 +0000 https://positioningmag.com/?p=1466718 ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วง 0-0.1% ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 17 ปี และยังเป็นการประกาศชัยชนะเชิงสัญลักษณ์ว่าแดนอาทิตย์อุทัยได้ออกจากสภาวะเงินฝืดแล้ว แต่สำหรับค่าเงินเยนแล้วนั้นนักวิเคราะห์มองว่าอาจไม่ได้แข็งค่าเท่าที่คาดจากท่าทีที่ระมัดระวังของ BoJ

ธนาคารกลางญี่ปุ่น ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในช่วง 0-0.1% ซึ่งการปรับดอกเบี้ยดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี หลังจากที่ญี่ปุ่นได้ใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลาย รวมถึงการใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบมาเป็นระยะเวลานาน

BoJ ได้ประกาศอัตราดอกเบี้ยในช่วง 0-0.1% จากเดิมที่ญี่ปุ่นได้ใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบที่ -0.1% มาเป็นระยะเวลาเกิน 10 ปี มาตรการดังกล่าวตามมาหลังจากที่ญี่ปุ่นได้ปรับค่าแรงเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5.3% เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าแดนอาทิตย์อุทัยได้พ้นจากสภาวะเงินฝืดเป็นที่เรียบร้อย

ถ้อยแถลงของ BoJ ยังมีการกล่าวถึงตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่นอยู่ในช่วง 2% (หรือมากกว่า) ซึ่งมีลักษณะมั่นคงมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง และมองว่านโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของญี่ปุ่นได้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวแล้ว

นอกจากนี้ในถ้อยแถลงของ BoJ ยังกล่าวว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตราที่สูงกว่าอัตราการเติบโตที่เป็นไปได้ (Potential Growth Rate)

นโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่นนอกจากมีการปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีนโยบายที่จะยกเลิกการซื้อกองทุนหุ้นญี่ปุ่นที่ซื้อขายในตลาดหุ้น (ETF) ทรัสต์การลงทุนในอสังหาริมทัพย์ในประเทศญี่ปุ่น (REITS) หรือแม้แต่การควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี (Yield Curve Control) เพื่อควบคุมให้นโยบายการเงินอยู่ในสภาวะผ่อนคลาย

การที่ญี่ปุ่นต้องใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบเนื่องจากปัญหาเงินฝืด ซึ่งเป็นผลกระทบของเศรษฐกิจในยุค 1990 ที่ฟองสบู่แตก ส่งผลต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น จนเรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาทศวรรษที่สาบสูญ จนท้ายที่สุด ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ออกนโยบายผ่อนคลายทางการเงินออกมาเพื่อจะแก้ปัญหาดังกล่าวนับตั้งแต่ปี 2012

ในช่วงที่ผ่านมา BoJ ได้ส่งสัญญาณการยกเลิกนโยบายผ่อนคลายทางการเงินมาโดยตลอด หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อในญี่ปุ่นนั้นปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนคาดว่าในท้ายที่สุดแล้วญี่ปุ่นจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี BoJ ยังยืนยันว่าจะไม่ใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดเหมือนกับธนาคารกลางของประเทศพัฒนาหลายประเทศที่มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เร็วและรุนแรง เช่น สหรัฐอเมริกา ฯลฯ และยังชี้ว่านโยบายทางการเงินของญี่ปุ่นในช่วงเวลานี้ยังอยู่ในสภาวะผ่อนคลายอยู่

ผลกระทบจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของญี่ปุ่นหลายปีที่ผ่านมาคือส่งผลทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่า ซึ่งส่งผลดีต่อภาคการส่งออกและท่องเที่ยวของญี่ปุ่น แต่ผลกระทบคือการนำเข้าสินค้าของญี่ปุ่นจะมีราคาสูงมากขึ้น

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้ให้มุมมองเกี่ยวกับค่าเงินเยนว่า “ตลาดคาดว่า BoJ จะเปลี่ยน แปลงนโยบายพร้อมกับท่าทีระมัดระวังเกี่ยวกับการคุมเข้มนโยบายเพิ่มเติมในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยหาก BoJ ส่งสัญญาณว่าอาจเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวจะไม่เพียงพอที่จะทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นได้”

สำหรับค่าเงินเยนเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทล่าสุดในวันนี้ (19 มีนาคม) ซื้อขายในช่วง 0.2396-0.2415 เยนต่อ 1 บาท ซึ่งยังไม่ได้แข็งค่าในทันทีจากนโยบายการปรับขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าว

ที่มา – Reuters, The Guardian, CNN

]]>
1466718
เยอรมนีแซงญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของโลก หลังแดนซามูไรเกิดสภาวะเศรษฐกิจถดถอย https://positioningmag.com/1462940 Fri, 16 Feb 2024 02:44:49 +0000 https://positioningmag.com/?p=1462940 เยอรมนีได้กลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของโลกแล้ว หลังขนาดเศรษฐกิจได้แซงหน้าญี่ปุ่น เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจของแดนซามูไรนั้นเกิดสภาวะถดถอยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2023 นอกจากนี้ยังรวมถึงค่าเงินเยนที่อ่อนค่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาด้วย

เยอรมนีได้กลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของโลกแล้ว หลังขนาดเศรษฐกิจได้แซงหน้าญี่ปุ่น เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจของแดนซามูไรนั้นเกิดสภาวะถดถอยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2023 ที่ผ่านมาอย่างไม่คาดคิด

ตัวเลขล่าสุดผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่เป็นตัวเงิน (Nominal GDP) ของเยอรมนีอยู่ที่ 4.46 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แซงหน้าญี่ปุ่นซึ่งอยู่ที่ 4.21 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ขนาดเศรษฐกิจเยอรมนีแซงหน้าคือการรายงานตัวเลข GDP ในไตรมาส 4 ของญี่ปุ่นนั้นถดถอยอยู่ที่ 0.4% จากผลของสภาวะเศรษฐกิจโลกเนื่องจากเศรษฐกิจจีนอ่อนแอ การบริโภคภายในประเทศที่ซบเซา หรือแม้แต่การหยุดหน่วยผลิตของ Toyota ก็ส่งผลต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นเช่นกัน

เศรษฐกิจแดนซามูไรนั้นถือว่าถดถอยมาเป็นระยะเวลา 2 ไตรมาสติดต่อกันแล้ว

Yoshiki Shinke นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ Dai-ichi Life Research Institute กล่าวว่า เศรษฐกิจของญี่ปุ่น ไม่มีปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญในตอนนี้ ซึ่งส่งผลทำให้เศรษฐกิจยังขาดแรงผลักดันในการเติบโต

ความคล้ายคลึงกันของทั้งเศรษฐกิจเยอรมนีและเศรษฐกิจญี่ปุ่นคือทั้ง 2 ประเทศพึ่งพาการส่งออกสินค้าเป็นหลัก โดยญี่ปุ่นคู่ค้าหลักคือประเทศจีน ขณะที่เยอรมันนั้นคือสหรัฐอเมริกา (และจีนอยู่ในอันดับ 3) ไม่เพียงเท่านี้ในช่วงที่ผ่านมา 2 ประเทศต่างประสบปัญหาราคาพลังงานสูงขึ้น จนส่งผลต่อเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ปัญหาด้านโครงสร้างประชากรทั้งเยอรมนีและญี่ปุ่นที่ต้องต่างพบเจอเช่นกันในช่วงเวลานี้คือ สังคมผู้สูงอายุ และการลดลงของจำนวนประชากร

อย่างไรก็ดี Brian Coulton นักเศรษฐศาสตร์จาก Fitch Ratings ได้กล่าวว่า “การแซงหน้าของขนาดเศรษฐกิจในรูปแบบดอลลาร์สหรัฐของเยอรมนี เป็นผลมาจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่าอย่างหนักเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่ง GDP ที่แท้จริงของญี่ปุ่นนั้นเหนือกว่าเยอรมนีมาตั้งแต่ปี 2019”

ที่มา – CNA, The Guardian, Euronews

]]>
1462940
GDP ญี่ปุ่นไตรมาส 2 โตถึง 6% ภาคการส่งออกเติบโต ภาคการท่องเที่ยวแข็งแกร่ง แต่การบริโภคยังชะลอตัว https://positioningmag.com/1441021 Tue, 15 Aug 2023 09:46:36 +0000 https://positioningmag.com/?p=1441021 เศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาส 2 ของปี 2023 เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 6% ถือว่าเป็นการเติบโตที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2020 เป็นต้นมา จากปัจจัยการส่งออก รวมถึงภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ดียังมีความกังวลถึงการบริโภคในประเทศที่ยังชะลอตัวจากปัญหาเงินเฟ้อ

รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ของปี 2023 โดยในไตรมาสนี้เศรษฐกิจแดนอาทิตย์อุทัยเติบโตมากถึง 6% เมื่อเทียบกับปี 2022 ที่ผ่านมา และเป็นการเติบโตของ GDP มากที่สุดนับในรอบมากกว่า 2 ปีที่ผ่านมา

การเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ถือเป็นการเติบโตติดต่อกัน 3 ไตรมาสแล้ว แต่ถ้าหากมองการเติบโตรายไตรมาสแล้ว GDP ญี่ปุ่นในไตรมาส 2 เติบโตจากไตรมาส 1 ที่ผ่านมาถึง 1.5% ดีกว่าผลสำรวจของนักวิเคราะห์ที่สำนักข่าว Reuters คาดไว้ว่าจะเติบโตแค่ 0.8% เท่านั้น

ในไตรมาส 2 นี้ปัจจัยที่ทำให้การเติบโตของ GDP คือภาคการส่งออกเติบโตอย่างแข็งแกร่ง นำโดยการส่งออกรถยนต์ และสินค้าอื่นๆ แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกจะชะลอตัวลง ขณะเดียวกันในไตรมาสนี้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น ตัวเลขในเดือนมิถุนายนมีนักท่องเที่ยวเข้าญี่ปุ่นมากถึง 2 ล้านคน เทียบกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิดแล้วนั้นคิดเป็น 72%

ไม่เพียงเท่านี้ค่าเงินเยนที่อ่อนค่ายังส่งผลดีต่อการส่งออก รวมถึงทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแห่เข้าประเทศญี่ปุ่นในไตรมาสที่ผ่านมาด้วย ปัจจัยดังกล่าวยังรวมผลดีจากการลงทุนของภาคเอกชนและการลงทุนของภาครัฐ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยในการเติบโตเช่นกัน

การเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาส 2 ที่ผ่านมายังเป็นแรงผลักดันทำให้ GDP ของญี่ปุ่นกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง หลังจากไตรมาส 1 ที่ผ่านมาเศรษฐกิจของญี่ปุ่นได้พ้นจากสภาวะถดถอยซึ่งเป็นผลจากการแพร่ระบาดของโควิดได้แล้ว

อย่างไรก็ดีในไตรมาสนี้ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วงคือภาคการบริโภคของญี่ปุ่นที่ถดถอย โดยในไตรมาส 2 นี้ถดถอยที่ 2% เนื่องจากสภาวะเงินเฟ้อที่สูงในประเทศญี่ปุ่นในช่วงท่ีผ่านมา ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนลดลง (ปัจจุบันตัวเลขการบริโภคภาคเอกชนมีสัดส่วนมากกว่า 50% ของ GDP ญี่ปุ่น)

มุมมองจากสถาบันการเงินอย่าง UOB ได้วิเคราะห์ว่า ด้วยตัวเลขทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในครึ่งปีแรก ทำให้ปี 2023 คาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะเติบโตได้ถึง 1.5% ปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 1% แต่ยังกังวลถึงภาคการบริโภคของญี่ปุ่นที่ยังไม่เติบโตกลับมาเท่าก่อนช่วงการแพร่ระบาดของโควิด และยังรวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังสูง

ในบทวิเคราะห์ของ Bank Of America มองว่าการบริโภคจะกลับมาเติบโตได้ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ และมองว่าการเติบโตของตัวเลขดังกล่าวยังถือว่าเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นในระยะกลาง และถ้าหากมีการปรับค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นหลังจากนี้แล้วนั้นจะส่งผลทำให้ตัวเลขการบริโภคกลับมาดีขึ้นได้

ที่มา – รัฐบาลญี่ปุ่น, บทวิเคราะห์จาก UOB และ Bank of America

]]>
1441021
“โยชิฮิเดะ สุงะ” จากลูกชาวไร่ สู่ผู้ครองเก้าอี้ “นายกฯ ญี่ปุ่น” คนที่ 99 กับภารกิจหนักที่ต้องฝ่าฟัน https://positioningmag.com/1297356 Wed, 16 Sep 2020 10:13:46 +0000 https://positioningmag.com/?p=1297356 ญี่ปุ่นได้ผู้นำคนใหม่อย่างเป็นทางการ หลังรัฐสภาโหวตเลือกโยชิฮิเดะ สุงะหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 99 แทนชินโซ อาเบะที่เพิ่งลาออกเพราะปัญหาสุขภาพ โดยสุงะได้คะแนนเสียงท่วมท้นถึง 314 เสียง จากจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 465 คน

โยชิฮิเดะ สุงะผู้เป็นมือขวาที่ใกล้ชิดกับอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะมายาวนาน ให้คำมั่นว่าจะสานต่อนโยบายของรัฐบาลชุดก่อนต่อไป เช่น นโยบายอาเบะโนมิกส์” ที่เน้นการปฏิรูปและกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปพร้อมๆ กับการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายระยะยาว 

ผู้นำคนใหม่ของญี่ปุ่น ได้ให้คำมั่นอีกว่า จะปฏิรูปคณะรัฐมนตรี และจะใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว หลังต้องเผชิญมรสุม COVID-19 ที่ฉุด GDP ญี่ปุ่นหดตัวเป็นประวัติการณ์ถึง 28.1% ในไตรมาส 2/2020

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังต้องต่อสู้กับการเป็นสังคมสูงอายุเต็มขั้น ที่มีอัตราการเกิดต่ำ โดยปัจจุบันประชากรเกือบ 1 ใน 3 ของประเทศมีอายุเกิน 65 ปี ก่อให้เกิดภาวะขาดเเคลนเเรงงาน เเละปัญหาโครงสร้างงบประมาณประกันสังคม ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศโดยรวม

ในช่วงเช้าวันนี้ชินโซ อาเบะนายกรัฐมนตรีที่ครองตำแหน่งยาวนานที่สุดของญี่ปุ่น พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีทั้งคณะประกาศลาออกแล้ว โดยเเถลงต่อสื่อมวลชนว่า เขาภูมิใจในความสำเร็จที่ได้ทำงานเป็นนายกรัฐมนตรี เกือบ 8 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งต่อให้สุงะ มือขวาของเขาได้มารับช่วงต่อ ท่ามกลางภารกิจเร่งด่วนและความท้าทายในการกอบกู้เศรษฐกิจ

อาเบะ ยังบอกอีกว่า ตอนนี้สุขภาพของเขาดีขึ้นแล้ว โดยขอขอบคุณชาวญี่ปุ่นทุกคนที่ให้การสนับสนุนตลอดมา เเละขอให้ชาวญี่ปุ่นให้การสนับสนุนผู้ที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนเขาต่อไปด้วย

ทั้งนี้ หลังจากรัฐสภาโหวตเลือกแล้วโยชิฮิเดะ สุงะต้องจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ จากนั้นจะมีพระราชพิธีรับรองคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ที่พระราชวังอิมพีเรียลต่อไป  

ลูกชาวไร่สตรอว์เบอร์รี สู่ผู้นำญี่ปุ่น 

กล่าวกันว่า สุงะคือตัวแทนรัฐบาลที่ประชาชนรู้จักมากที่สุดรองจากอาเบะ เพราะเขาทำหน้าที่หัวหน้าโฆษกรัฐบาลมานานกว่า 7 ปี และต้องเปิดแถลงกับผู้สื่อข่าววันละ 2 ครั้ง อีกทั้งเขายังเป็นที่รู้จักด้วยฉายานาม คุณลุงเรวะ เพราะเขานี่เองคือคนเปิดชื่อรัชสมัยใหม่ของญี่ปุ่นเมื่อปีก่อน โดยสุงะ มักได้รับคำชมว่าสามารถจัดการรับมือกับระบบราชการอันซับซ้อนของญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี

เมื่อวันที่ 14 .. ที่ผ่านมาเขาได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นหัวหน้าพรรคเเอลดีพีคนเเรก ที่ไม่ได้มาจากขั้วการเมืองหรือตระกูลนักการเมือง ก่อนที่จะได้รับการโหวตสนับสนุนจากรัฐสภา ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 99 ของญี่ปุ่นในวันนี้

โยชิฮิเดะ สุงะ เลขาธิการของคณะรัฐมนตรี (ณ ขณะนั้น) เป็นผู้ทำหน้าที่เปิดชื่อรัชสมัยใหม่ “เรวะ” เมื่อปีก่อน (Photo : Kiyoshi Ota – Pool/Getty Images)

โยชิฮิเดะ สุงะเกิดเมื่อปี 1948 ในครอบครัวเกษตรกรที่ทำไร่ปลูกสตรอว์เบอร์รี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยโฮเซในปี 1973 เขาเริ่มทำงานในแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งทันที และเข้าเป็นสมาชิกพรรคแอลดีพี ต่อมารับตำแหน่งเป็นเลขานุการพรรคในที่สุด 

ในปี 1987 เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาเมืองโยโกฮามา ก่อนจะได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 1996 จากนั้นในปี 2005 สมัยของนายกรัฐมนตรีจุนอิชิโร โคอิซูมิ เขาได้รับการเเต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและการสื่อสาร จากนั้นชินโซ อาเบะ ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนถัดมา ก็แต่งตั้งให้เขาเป็นรัฐมนตรีถึง 3 กระทรวงในสมัยเเรก เเละเมื่อชนะเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2  อาเบะก็ได้เเต่งตั้งสุงะให้เป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานของรัฐบาล

โดยตำแหน่งของสุงะไม่ใช่แค่เลขาฯ ธรรมดา แต่ถือเป็นหน้าที่ “มือขวา ของนายกฯ และเป็นคนสนิทที่สุดของชินโซ อาเบะมาตลอดเกือบ 8 ปี ทำให้ผลงานของเขาพิสูจน์ได้เพราะเป็นหนึ่งในผู้กำหนดทิศทางนโยบายต่างๆ มาตลอด

จากนี้ โยชิฮิเดะ สุงะ” ในฐานะผู้นำญี่ปุ่น จะต้องเเบกงานหนัก เพราะต้องเร่งจัดการกับปัญหา COVID-19 ที่ส่งผลกระทบทั้งเศรษฐกิจเเละสังคม โดยเขาวางเเผนจะกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ปฏิรูปเกษตรกรรม และส่งเสริมการท่องเที่ยว อีกทั้งจะขยายระบบการตรวจเชื้อไวรัสเเละพัฒนาวัคซีนให้ได้ภายในครึ่งปีเเรกของปี 2021 พร้อมรักษาความสัมพันธ์กับพันธมิตรอย่างสหรัฐ เเละวางตัวคงที่กับจีน ท่ามกลางสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ รวมถึงต้องการจะเคลียร์ปัญหาการลักพาตัวพลเมืองญี่ปุ่นกับเกาหลีเหนือ เเละต้องการพบกับคิม จองอึนด้วย

ทั้งนี้ มีการคาดหมายว่า สุงะจะดำรงตำแหน่งไปจนครบวาระที่เหลือของอาเบะ จากนั้นจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนก..ปี 2021 อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นอาจจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดในเร็ว ๆ นี้

 

ที่มา : BBC (1)(2) , Japantimes, CNN

 

 

]]>
1297356
คนญี่ปุ่นติดบ้าน เที่ยวต่างประเทศน้อย เเม้ “พาสปอร์ต” จะทรงพลังที่สุดในโลก https://positioningmag.com/1258207 Mon, 23 Dec 2019 11:57:20 +0000 https://positioningmag.com/?p=1258207 หนังสือเดินทาง หรือ “พาสปอร์ต” ของญี่ปุ่น ได้รับการจัดอันดับว่า “ทรงพลัง” มากที่สุดในโลกในปีนี้ เเต่ทว่าชาวญี่ปุ่นเองกลับไม่ได้ใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษนี้เท่าที่ควร จากจำนวนผู้เดินทางออกนอกประเทศที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เเละมีผู้ถือพาสปอร์ตเพียง 23% ของจำนวนประชากรเท่านั้น

หากเทียบกับสหรัฐอเมริกาที่มีผู้ถือครองพาสปอร์ตเพิ่มขึ้นกว่า 17% ในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา เเละนับเป็น 44% ของประชากรทั้งหมด ขณะที่ญี่ปุ่นนับว่ามีสัดส่วนน้อยที่สุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 ประเทศ (จี7)

Nikkei Asian Review เปิดเผยรายงานของ Henley & Partners บริษัทที่ปรึกษาด้านสิทธิพลเมืองและที่พักอาศัยระดับโลกของอังกฤษ ที่ทำการสำรวจประเทศที่ออกหนังสือเดินทางใน 199 ประเทศระบุว่าเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ผู้ถือพาสปอร์ตของญี่ปุ่นสามารถเดินทางไปยังประเทศต่างๆ โดยไม่ต้องขอวีซ่ารวมทั้งสิ้น 190 ประเทศ

ทำให้พาสปอร์ตของญี่ปุ่นถือขึ้นครองเเชมป์ “ทรงพลังมากที่สุดในโลก” ติดต่อกัน 2 ปีซ้อน โดยปีนี้ครองแชมป์ร่วมกับสิงคโปร์ ตามมาด้วยเกาหลีใต้ เยอรมนี และฟินแลนด์ ที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า 188 ประเทศ

ดูเหมือนชาวญี่ปุ่นจะค่อนข้างเป็น “homebody” หรือคนติดบ้านกันมาก เเละชื่นชอบไปเที่ยวประเทศใกล้ๆ อย่างเกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกงเเละมาเก๊า เป็นต้น ขณะเดียวกัน ปัจจุบันนักเรียนญี่ปุ่นก็สนใจไปศึกษาต่อต่างประเทศน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่ทำงานในต่างประเทศกลับตระหนักดีว่าหนังสือเดินทางของญี่ปุ่นนั้นมีสิทธิประโยชน์มากมาย

ในหลายประเทศ หากคุณต้องการขอวีซ่าสำหรับการเข้าประเทศ นักเดินทางทั้งหลายจะต้องมีเอกสารที่ออกโดยสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางล่วงหน้า แต่ในหลายกรณีผู้ถือหนังสือเดินทางญี่ปุ่นสามารถข้ามการคัดกรองเบื้องต้นได้ และเนื่องจากหนังสือเดินทางญี่ปุ่นมีความน่าเชื่อถือมาก โดยทั่วไปผู้ถือจึงสามารถดำเนินการตามขั้นตอนการเข้าเมืองได้อย่างราบรื่นมากกว่าผู้คนจากประเทศอื่น

สำหรับการที่หลายประเทศยกเว้นวีซ่าให้กับญี่ปุ่นมาจากหลายปัจจัย ทั้งเป็นประเทศมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองสูง อัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำ เเละมีสถานะผู้ลี้ภัยน้อย ยิ่งไปกว่านั้น หลายประเทศยังเห็นประโยชน์จากความสัมพันธ์อันดีทั้งทางธุรกิจและทางการทูตกับญี่ปุ่น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เรามองว่าคนญี่ปุ่นดู “ปลอดภัย” และได้รับการต้อนรับอย่างดี

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นสามารถเดินทางไปยัง 190 ประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่ญี่ปุ่นมีการยกเว้นวีซ่าให้ประเทศอื่นเพียง 68 ประเทศเท่านั้น

ที่มา : Japan has world’s best passport, but few go abroad

]]>
1258207
ญี่ปุ่นตั้งกองทุน 5 หมื่นล้านเยน ให้เงินทุน “นักวิจัยรุ่นใหม่” ยาว 10 ปี ดันสร้างนวัตกรรมใหม่ https://positioningmag.com/1255945 Thu, 05 Dec 2019 06:22:00 +0000 https://positioningmag.com/?p=1255945 รัฐบาลญี่ปุ่น เตรียมจัดตั้งกองทุนมูลค่ากว่า 50,000 ล้านเยน (458 ล้านเหรียญสหรัฐ) ให้กับ “นักวิจัยรุ่นใหม่” เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินเเละจุดประกายให้สร้างสรรค์นวัตกรรมเเละเทคโนโลยีใหม่

โดยกองทุนนี้ ตั้งเป้าให้การสนับสนุนนักวิทยาศาสตร์มากถึง 700 คน เเละเตรียมมอบเงินทุนให้เฉลี่ยคนละ 7 ล้านเยน (ราว 2 ล้านบาท) เป็นระยะเวลา 7-10 ปี เเละอาจมีการพิจารณาเพิ่มเงินทุนเป็น 10 ล้านเยนได้ด้วย ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนนักวิจัยรุ่นใหม่ที่อายุต่ำกว่า 40 ปีเป็นหลัก

ปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับนักวิจัยรุ่นใหม่ในญี่ปุ่น คือมีงานที่ไม่แน่นอนและมีระยะเวลาจำกัด โดยเงินอุดหนุนนี้จะช่วยส่งเสริมให้นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ ได้มีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น เพื่อให้สามารถตั้งเป้ากับงานวิจัยที่สร้างความท้าทายใหม่เเละจุดประกายคลื่นลูกใหม่เเห่งนวัตกรรมเทคโนโลยี

สำหรับงบประมาณการจัดตั้งกองทุนนี้จะรวมอยู่ในเเพ็กเกจของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่นซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา

ที่ผ่านมา หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกเเล้ว นักวิจัยรุ่นใหม่ของญี่ปุ่นต้องเผชิญกับการขาดแคลนงานที่มีเสถียรภาพ โดยอายุของนักวิจัยระดับปริญญาเอกมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 36.3 ปี ในปีงบประมาณ 2015 เพิ่มขึ้นจาก 33.8 ปี ในปีงบประมาณ 2009 ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นพบว่า นักวิจัยผู้มีอายุ 35 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นเป็น 46.9% จาก 32.7% เช่นกัน

ที่มา : Nikkei Asian Review
ภาพ : Pixabay

]]>
1255945