เหงา – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Fri, 16 Jan 2026 07:36:43 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 รู้จัก ‘Are you Dead’ แอปฯ สุดไวรัลในจีนที่ใช้เช็กว่า ‘ยังไม่ตาย’ สู่ภาพสะท้อนความ ‘โดดเดี่ยว’ ที่ถูกสังคมหล่อหลอม https://positioningmag.com/1555390 Fri, 16 Jan 2026 05:55:52 +0000 https://positioningmag.com/?p=1555390 หลายคนน่าจะเคยตั้งคำถามว่าทำไมผู้สูงอายุในครอบครัวมักจะส่งข้อความ สวัสดีวันจันทร์ ในไลน์ ซึ่งก็มีความเห็นหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ “เพราะว่าพวกเขาเหล่านั้นกำลังจะบอกว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่” แน่นอนว่าเรื่องความโดดเดี่ยว ไม่ได้มีแค่ประเทศไทย แต่เกิดกับทุกคนบนโลกนี้ โดยเฉพาะ จีน ประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก หลายคนต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปทำงานในเมืองใหญ่ และนั่นทำให้แอปพลิเคชัน Are you Dead กำลังกลายเป็นไวรัลในจีน ตอนนี้

ความโดดเดี่ยวกำลังเติบโต

การใช้ชีวิตลำพังกลายเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปในทุกประเทศ แต่มันกำลังเพิ่มมากขึ้นในประเทศจีน ทั้งในกลุ่มคนหนุ่มสาวที่อาศัยในเมืองใหญ่ และกลุ่มผู้สูงอายุที่แยกตัวออกมาอยู่เพียงลำพัง จากการคาดการณ์ที่ตีพิมพ์ในปี 2021 โดย Beike Research Institute ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยด้านอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า 

จีนอาจมีครัวเรือนที่อาศัยอยู่คนเดียวมากถึง 200 ล้านครัวเรือน และภายในปี 2030 โดยจะมีประชากรมากกว่า 30% ที่ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง

นอกจากนี้ ผลสำรวจจากรัฐบาลในปี 2021 พบว่าชาวจีนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเกือบ 60% อาศัยอยู่คนเดียวหรืออยู่กับคู่สมรสเท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้นจากปี 2010 ถึงประมาณ 10%

Are you Dead? แอปสำหรับคนที่ใช้ชีวิตลำพัง

คำถามคือ ถ้าคนที่ต้องอยู่คนเดียว เกิดเป็นอะไรกระทันหันขึ้นมา ญาติพี่น้องจะรับรู้ได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้เองจึงถือกำเนิดแอปพลิเคชัน Are you Dead? หรือ Si le Me (สี่เลอเมอ) ที่แปลว่า “ตายหรือยัง?” โดยการทำงานของแอปพลิเคชันนี้นั้นง่ายมาก โดยผู้ใช้งานต้อง เช็กอิน ด้วยการกดปุ่ม หากผู้ใช้ไม่ได้กดปุ่มติดต่อกันเป็นเวลา สองวัน ตัวแอปจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังผู้ติดต่อฉุกเฉินทันที 

Are you Dead? เปิดตัวครั้งแรกในช่วงกลางปี 2025 แต่ยอดดาวน์โหลดเพิ่งจะมาพุ่งสูงขึ้นอย่างมากเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา และขึ้นเป็นแอปพลิเคชันแบบชำระเงินที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดใน Apple App Store ของประเทศจีนในสัปดาห์นี้ โดยมีค่าธรรมเนียมในการดาวน์โหลด 8 หยวน หรือประมาณ 36 บาท 

ในตลาดนอกประเทศจีน แอปฯ นี้ใช้ชื่อว่า Demumu ซึ่งมียอดดาวน์โหลดติด 2 อันดับแรกในสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และฮ่องกง และ 4 อันดับแรกในออสเตรเลียและสเปน สำหรับแอปพลิเคชันแบบชําระเงิน ซึ่งอาจถูกโหลดโดยชาวจีนที่อาศัยอยู่ในต่างแดน 

สำหรับผู้พัฒนาแอปฯ นี้คือ บริษัท Yuejing (Zhengzhou) Technology Service ที่ก่อตั้งโดย 3 สมาชิก Gen Z ที่มีจุดร่วมเดียวกันคือ เป็นคนต่างจังหวัด โดยหนึ่งในสมาชิกได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อจีน ถึงแนวคิดในการพัฒนาแอปฯ นี้ว่า ทีมงานได้เห็นถึงความต้องการนี้ จากการที่โลกโซเชียลฯ ได้คุยกันเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยและความโดดเดี่ยวในกลุ่มคนที่ต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว

โดยก่อนหน้านี้ ทีมพัฒนาได้เปิดตัวแอปพลิเคชันอีกตัวหนึ่งชื่อ CareeAI บน App Store โดย CareeAI ถูกวางจำหน่ายในฐานะผู้ช่วยด้านความปลอดภัยส่วนบุคคลสำหรับครอบครัว ซึ่งสามารถส่งการแจ้งเตือนในสถานการณ์เสี่ยงต่างๆ เช่น เด็กปั่นจักรยานเร็วเกินไป อุบัติเหตุทางจราจร ผู้สูงอายุหกล้ม หรือหายตัวไป

ภาพสะท้อนสังคมแห่งความเหงา

ยอดดาวน์โหลดแอป Are you Dead? ที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้จุดกระแสการพูดคุยในโซเชียลมีเดียของจีน โดยหลายคนมองว่า ยิ่งแอปฯ มียอดดาวน์โหลดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหา ความโดดเดี่ยว ที่ฝังรากลึก

ผู้ใช้งานรายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า เฉียนเวย (Qian Wei) ได้โพสต์ลงในแพลตฟอร์ม Xiaohongshu (เสี่ยวหงซู) ว่า พวกเขาสัมผัสได้ถึง ความเหงาที่หยั่งรากลึก และ ระบบเครือญาติ ที่เคยเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญมาโดยตลอดของจีนได้ ล่มสลายลงอย่างสิ้นเชิง เพราะในเมืองใหญ่ ทุกคนต่างโดดเดี่ยวและกระจัดกระจาย ผู้คนอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่เก็บเสียง โดยที่ไม่รู้แม้กระทั่งนามสกุลของเพื่อนบ้านข้างห้อง และนั่นทำให้ทุกคนเริ่มกลัวที่จะ ตายอย่างโดดเดี่ยว

ช่องโหว่ และชื่อที่ดูไม่เหมาะ

อย่างไรก็ตาม แอปฯ นี้ยังมีช่องโหว่ที่หลายคนแสดงความกังวลก็คือ ถ้าเกิดผู้ใช้แค่ ลืมเช็กอิน กลไกนี้อาจก็ก่อให้เกิดความกังวลอย่างมาก เพราะผู้ติดต่อฉุกเฉินจะได้รับการแจ้งเตือนที่ทำให้เข้าใจผิด 

“แค่ลืมล็อกอิน เพื่อนก็คิดว่าเกิดเรื่องใหญ่กับฉันแล้ว” คอมเมนต์หนึ่งกล่าวไว้

นอกจากนี้ ชื่อแอปฯ ยังเป็นอีกส่วนที่หลายคนไม่ชอบ เพราะมองว่าดู ไม่เป็นมงคล และดู รุนแรง เกินไป ทำให้มีกระแสอยากให้เปลี่ยนชื่อ เช่น Are You Alive? (คุณยังอยู่ดีใช่ไหม)

แม้ชื่อแอปฯ อาจฟังดูโหดร้าย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันสะท้อนความจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่าว่า ความโดดเดี่ยวกำลังกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมทั่วโลก คนเริ่มมีลูกน้อยลง อยู่เป็นโสดมากขึ้น ความอ้างว้างได้กลายเป็นโรคระบาดเงียบที่ไม่มีทีท่าว่าจะรักษาได้ง่าย ๆ

]]>
1555390
5 วิธีรับมือ ‘ความเหงา’ ที่กำลังเกาะกินหนุ่ม-สาวพนักงานเงินเดือน https://positioningmag.com/1478792 Wed, 19 Jun 2024 05:55:33 +0000 https://positioningmag.com/?p=1478792 ตามรายงาน Gallup State of the Global Workplace Report ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พบว่า พนักงานมากถึง 20% ทั่วโลกต้อง เผชิญกับความเหงา ในแต่ละวัน และสำหรับผู้ที่ทำงานจากที่บ้านและคนทำงานอายุต่ำกว่า 35 ปีเป็นประจำ ความเหงาจะพบมากขึ้นที่ 22% และ 25% ตามลำดับ

และจากผลวิจัยระบุว่า ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานทั่วโลกในปี 2566 ที่ผ่านมาลดลง โดยเฉพาะในกลุ่ม พนักงานอายุน้อย (อายุต่ำกว่า 35 ปี) และไม่ใช่แค่ความเหงาที่ต้องเจอเท่านั้น แต่พนักงานทั่วโลกต้องรับมือกับความเศร้า และความโกรธก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

เมื่อความเหงากลายเป็นโรคประจำถิ่น การหาวิธีป้องกันจึงเป็นเรื่องสำคัญ และนี่คือ 5 วิธี ที่เราสามารถต่อสู้กับความเหงา โดย Dr. Annabelle Chow นักจิตวิทยาคลินิก ได้แก่

เข้าใจความเหงา

ก่อนอื่น เราควรสังเกตว่าเรารับรู้ถึงความเหงาอย่างไร โดยสิ่งสำคัญคือ ต้องยอมรับว่ามันเป็นความรู้สึกที่ธรรมดาของมนุษย์ ความเหงาเป็นประสบการณ์ทางอารมณ์ที่เป็นธรรมชาติ และทุกคนก็ประสบกับมัน ดังนั้น ความเหงาไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นวิธีที่เรารับรู้ถึงความเหงา ถ้าเรารับรู้มันในทางลบ การตอบสนองของเราต่อสิ่งนั้นจะกลายเป็นเชิงลบโดยธรรมชาติ แล้วปัญหาก็จะเพิ่มขึ้นเหมือนดินพอกหางหมู

ดังนั้น เราควรพยายาม ค้นหาต้นตอของความรู้สึก เช่น เราขาดปฏิสัมพันธ์ที่เพียงพอในระหว่างวันของเราหรือไม่? หรือแม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายแต่เราไม่รู้สึกว่าถูกมองเห็น เข้าใจ หรือชื่นชม? การมีความเข้าใจนี้จะช่วยกำหนดขั้นตอนต่อไปได้

พัฒนาความสัมพันธ์ให้มีความหมาย

สิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความสุขคือ การเชื่อมโยงที่มีความหมาย เช่น การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม หากไม่มีสิ่งนี้ ผู้คนจะรู้สึกเหงาโดยธรรมชาติ แม้ว่าพวกเขาจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายในโลกนี้ก็ตาม ดังนั้น หากรู้สึกว่าขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม แนะนำให้ พยายามพัฒนาความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับเพื่อนและเพื่อนร่วมงาน อาจเริ่มจากการมีส่วนร่วมในสำนักงาน เริ่มเข้าหาผู้คนด้วยความเปิดกว้าง และพาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่คุณสามารถเชื่อมต่อกับผู้คนได้

โดยการพัฒนาเพื่อนประเภทต่าง ๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญ เช่น การมีเพื่อนในงานปาร์ตี้ เพื่อนที่ทำงาน และเพื่อนที่จริงใจของคุณ และร่วมกันปลูกฝังความตระหนักรู้ว่าเพื่อนคนไหนที่จะติดต่อเมื่อไร โดยการพัฒนาความสัมพันธ์เหล่านี้ล่วงหน้าจะช่วยจัดการกับความเหงาเมื่อมันมาถึง

“ถ้าเราไม่ให้โอกาสคนอื่นเข้าใจเรา ถ้าคุณไม่โต้ตอบกับคนอื่น เราก็จะไม่ให้โอกาสตัวเองในการพัฒนาความสัมพันธ์จริง ๆ หากเราไม่พัฒนาความสัมพันธ์ เราก็ไม่มีอะไรจะต้องใช้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก”

Beautiful teenage girls having fun outdoors in town.

พาตัวเองไปในแวดล้อมบวก

อีกคำแนะนำง่าย ๆ คือ พาตัวเองออกจากสภาพแวดล้อมที่คุณพบว่าตัวเองโดดเดี่ยว คือถ้าไม่หากิจวัตรใหม่ ๆ ก็อาจจะเริ่มจากการ ออกจากห้อง หากคุณถูกโดดเดี่ยวตลอดทั้งวัน การโทรหาครอบครัว การไปรับประทานอาหารกลางวันกับเพื่อนฝูง หรือมีส่วนร่วมกับพวกเขาบนโซเชียลมีเดียสามารถช่วยได้

เพิ่มกิจวัตรที่ดีต่อตัวเอง

ถ้าหากต้องใช้เวลาทั้งสุดสัปดาห์บนโซฟาโดยไม่ได้ทำอะไรเลย และแค่เลื่อนดูแค่เรื่องเลวร้ายในโซเชียลฯ แน่นอนว่าเมื่อเวลาผ่านไป คุณจะรู้สึกเหงา ดังนั้น การมีนิสัยและกิจวัตรที่ดีต่อสุขภาพจะช่วยดึงคุณออกจากสถานการณ์เหล่านั้นได้ เช่น ออกกำลังกาย เพราะจะช่วยเพิ่มกิจวัตรประจำวันที่สามารถช่วยขจัดเวลาว่างที่อาจส่งผลต่อความเหงาออกไปได้ รวมถึงเสพแต่สื่อที่เป็นบวก

ปรับเปลี่ยนความเข้าใจใหม่

สุดท้าย หลายคนมีความคิดแบบ คิดไปเอง เกี่ยวกับมุมมองที่ผู้คนมองพวกเขา ซึ่งอาจจะเป็นความจริงหรือไม่ก็ได้ แต่แล้วพวกเขาก็ตอบสนองต่อสิ่งที่อยู่ในเวอร์ชั่นของพวกเขา ซึ่งวิธีแก้ไขคือ การท้าทายและปรับโครงสร้างความคิดของตัวเองแทนที่จะแบกรับภาระของการคาดเดา จงพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา

“ตัวอย่างเช่น หากฉันคิดว่าคุณไม่ชอบฉัน และนั่นอาจเป็นความจริงหรือไม่ก็ได้ แต่นั่นจะทำให้ฉันจะระมัดระวังมากขึ้น ปกป้องมากขึ้นอีกเล็กน้อย และผลที่ตามมาตามธรรมชาติของสิ่งนั้นก็คือ ความสัมพันธ์นั้นจะไม่สามารถไปต่อได้ เพราะมีกำแพงกั้น”

Source

]]>
1478792