ไข่หวานบ้านซูชิ – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Wed, 07 Jan 2026 05:58:58 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ‘ไข่หวานบ้านซูชิ’ ยุคใหม่ ขอโตแบบ ‘มั่นคง’ รับมือตลาดแข่งเดือด https://positioningmag.com/1554214 Wed, 07 Jan 2026 03:39:01 +0000 https://positioningmag.com/?p=1554214 เมื่อ ‘ราคาถูก’ ไม่ใช่คำตอบ และโตเร็วไปใช่ว่าจะดี ถึงเวลา ‘ไข่หวานบ้านซูชิ’ ปรับทัพครั้งใหญ่เพื่อหวนคืนสู่ตลาดอีกครั้ง หันมาโฟกัส ‘มาตรฐาน’ เพื่อโตแบบมั่นคงในระยะยาว แทนเร่งสปีดเปิด ‘สาขา’ แบบกระโดด พร้อมนำเสนอโมเดลร้านหลากหลายให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ทุกที่ทุกเวลา เพื่อปักหมุดขึ้นเป็นเบอร์ 1 ‘ซูชิระดับแมส’ ของไทย ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า     

 

ย้อนกลับไปเมื่อ 8-9 ปีก่อน ‘ไข่หวานบ้านซูชิ’ ได้แจ้งเกิดด้วยจุดขาย ‘ไซซ์ใหญ่ หนาแน่น’ มาในราคาไม่แรง ซูชิเริ่มต้นคำละ 10 บาท จนเกิดกระแสบอกต่อ กลายเป็นที่รู้จักและมีการขยายแฟรนไชส์อย่างรวดเร็ว แต่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ร้านซูชิแบรนด์ดังแบรนด์นี้กลับเงียบหายไป และได้เห็นการทยอยปิดสาขาลงไปหลายแห่ง

 

นอกจากนี้เมื่อไปดูข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ยังพบว่า บริษัทแม่อย่าง ‘บริษัท ไข่หวานบ้านซูชิ (ประเทศไทย)’ มีผลประกอบการที่ลดลงชัดเจน โดย

ปี 2565 ทำรายได้ไป 65.5 ล้านบาท กำไร 10 ล้านบาท

ปี 2566 ทำรายได้ 70.1 ล้านบาท กำไร 2.4 ล้านบาท

ปี 2567 ทำรายได้ 49.1 ล้านบาท ขาดทุน 12 ล้านบาท

‘สุรพงศ์ สุทธิกุญชร’ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไข่หวานบ้านซูชิ (ประเทศไทย) จำกัดได้เล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นให้ Positioning ฟังว่า หลักๆ มาจากจำนวนแฟรนไชส์ที่ปิดตัวไป ซึ่งสาเหตุมาจากสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขันที่มีคู่แข่งมากขึ้น

 

รวมถึงการตั้งนโยบายใหม่ของบริษัท ไม่เน้นเร่งขยายแฟรนไชส์ให้มากนัก เพื่อกลับมาโฟกัสในเรื่องการสร้างและรักษา ‘มาตรฐาน’ สำหรับสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว หลังจากเจอ ‘วิกฤต’ จากการขยายสาขาเร็วเกินไป และพบ Pain point สำคัญ นั่นคือ มาตรฐานของแต่ละสาขาไม่เหมือนกัน ทำให้ลูกค้าไปใช้บริการแล้วกลับไปมาซื้อซ้ำลดลง ส่งผลกระทบต่อยอดขายของร้าน

 

มองโมเดล ‘ร้านโดนัท’ ต้นแบบแก้สถานการณ์

 

“ธุรกิจของไข่หวานบ้านซูชิ 99% เป็นร้านของผู้ซื้อแฟรนไชส์ หรือ Franchisee ซึ่งการมีสาขาเยอะๆ เป็นเรื่องดี และใครๆ ก็อยากได้ Franchisee เพิ่มขึ้น เพราะเป็นรายได้ที่ไม่ต้องลงทุนเอง แต่ถ้าทำแล้วแบรนด์ล้ม มันไม่คุ้มแน่นอน”

 

ปัจจุบันไข่หวานบ้านซูชิมีสาขาทั้งหมด 270 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ และเพื่อพลิกเกมจากสถานการณ์ดังกล่าว การขยายแฟรนไชส์ต่อจากนี้จะไม่เน้น ‘ปริมาณ’ แต่โฟกัสที่ ‘คุณภาพ’ ซึ่งแต่ละปีตั้งเป้าเปิดไม่เกิน 10 แห่งต่อปี จากเดิมจะขยาย 50 แห่งต่อปี

ส่วนการสร้างมาตรฐาน ทางสุรพงศ์ได้หาวิธีการว่า ทำอย่างไรให้สินค้าหรือวัตถุดิบออกไปถึงมือผู้บริโภคมีมาตรฐานและคุณภาพเดียวกันทั้งหมด โดยมองโมเดลธุรกิจ ‘ร้านโดนัท’ เป็นต้นแบบ คือ ทำวัตถุดิบทุกอย่างให้พร้อม หน้าร้านแค่ทำหน้าที่ขายเท่านั้น

 

1.ลงทุนตั้ง ‘ครัวกลาง’ และ ‘คลังสินค้า’ เพิ่มอีกหนึ่งแห่งจากปัจจุบันมีอยู่ 1 แห่งที่สาขาเลียบด่วน-รามอินทรา สำหรับให้บริการสู่พื้นที่ภูมิภาค และอนาคตจะครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันครัวกลางได้เริ่มผลิตสินค้าบางประเภทที่ทำแล้วส่งไปให้สาขา เช่น ตัวข้าวกับน้ำส้ม ส่วนประกอบหลักของซูชิ มีทั้งแบบยังไม่ได้ปั้น และปั้นแล้ว แต่ภายใน 3 ปี จะปั้นสำเร็จทั้งหมด 

 

2.กำหนดนโยบายใหม่ คือ หากเป็นวัตถุดิบหลักที่ส่งผลต่อรสชาติ จะต้องมาจากทางบริษัทไข่หวานบ้านซูชิ และซื้อจาก Supplier ที่บริษัทคัดสรรไว้เท่านั้น เช่น ปลาแซลมอนสไลด์เรียบร้อย, ไข่หวาน ฯลฯ

 

ส่วนเรื่องความสดใหม่ ตั้งเป้าหมายจะมีการจัดส่งสินค้าทุกวัน เพื่อให้ลูกค้าได้ความสดใหม่ไม่ต่างจากการประกอบที่สาขา ซึ่งการสื่อสารถึงเรื่องนี้ อาจจะปรับ Motto ของแบรนด์จากเดิม คือ ความสุขทุกช่วงเวลา ด้วยการเพิ่มเรื่องความสดใหม่เข้ามา คาดว่าไตรมาส 2 ของปีนี้จะเห็นความชัดเจน  

 

แค่ ‘ราคาถูก’ ไม่พอ

 

อย่างไรก็ตาม ด้วยการแข่งขันจาก ‘ผู้เล่น’ ที่เพิ่มขึ้นทั้งจากแบรนด์ซูชิสายพานยักษ์ใหญ่ เช่น Sushiro, Katsu midori และ Hama-Suhi ฯลฯ ไปจนถึงซูชิระดับแมส บวกกับ ‘พฤติกรรมผู้บริโภค’ เปลี่ยนแปลง ไม่ได้ว้าวกับ ‘ซูชิหน้าล้น’ ราคาเริ่มต้น 10 บาทอีกต่อไป

 

แล้วไข่หวานบ้านซูชิที่แจ้งเกิดจากจุดขายเหล่านี้ จะสู้ต่ออย่างไร?

 

สุรพงศ์ บอกว่า ตอนนี้แค่ ‘ราคาถูก’ ไม่พอ ดังนั้น กลยุทธ์ของบริษัทฯ จะเน้น ‘ความคุ้มค่า’ มากกว่า ‘ลดราคา’ เพราะด้วยต้นทุนไม่สามารถลดราคาไปมากกว่านี้ได้แล้ว โดยพยายามสื่อสารกับผู้บริโภคถึงคุณภาพและความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายไป เช่น วัตถุดิบเอามาจากที่ไหน คุณภาพเป็นอย่างไร ฯลฯ หรือหากต้นทุนของสินค้าบางรายการสูงมาก แต่ลูกค้าชอบ ก็จะปรับมาเป็น Seasoning product

 

ขณะที่รูปแบบของการทำโปรโมชั่น ‘10 แถม 1’ เป็นโปรฯ ตลอดกาล ส่วนตัวอื่นจะมีแบบ ‘เฉพาะช่วง’ ควบคู่กับการเพิ่มสินค้าใหม่เข้ามา เพื่อดึงดูดให้ลูกค้ามาใช้บริการ

ปัจจุบันไข่หวานบ้านซูชิมีเมนูหลักที่จำหน่ายกว่า 70 เมนู ทั้งซูชิ และอีกกว่า 20 เมนู เป็นเมนูที่เสริมเข้าไป เช่น    ราเมง, โซบะ ฯลฯ ซึ่งสินค้าใหม่ที่จะออกมามีทั้งบริษัทแม่พัฒนาขึ้นมาเอง และมาจาก Franchisee เป็นผู้นำเสนอ เนื่องจากเห็นว่าในพื้นที่ได้รับความนิยม แต่ทั้งหมดต้องนำเสนอให้บริษัทแม่ตัดสินใจก่อน  

 

เสนอโมเดลธุรกิจหลากหลาย เข้าถึงลูกค้าทุกที่ทุกเวลา

 

นอกจากใช้ครัวกลางเพื่อแก้เกมเรื่องมาตรฐานแล้ว ทางสุรพงศ์ยังต้องการใช้ศักยภาพของครัวกลางให้เต็มที่ที่สุด ด้วยการต่อยอดขยายร้านสู่โมเดลธุรกิจใหม่ๆ โดยหลักการจะดูช่องว่างของธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาส ‘หารายได้เพิ่ม’ และ ‘เข้าถึงกลุ่มคนได้หลากหลายแบบทุกที่ทุกเวลา’

 

เริ่มจากการเปิดบริการ ‘Catering’ จับกลุ่มงานเลี้ยง งานประชุม ปาร์ตี้ส่วนตัว งานแต่งงาน ฯลฯ ซึ่งมาจากดีมานด์ของลูกค้า และมีข้อดี คือ ใช้เวลาและคนไม่เยอะ มีรีเทิร์นมาค่อนข้างเร็ว

 

นอกจากนี้ยังมี 2 โมเดลใหม่ ได้แก่

 

1.‘รถไข่หวาน Go’ รถขายซูชิแบบมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง ที่ออกแบบมาให้บริการลูกค้าได้ทุกที่ทุกเวลา มีระยะเวลาคืนทุน 6 เดือน ถึง 1 ปี เน้นวิ่งตามชุมชน โรงเรียนหรือแหล่งรวมของผู้คน

 

2. ‘ร้านไข่หวานบ้านซูชิ Grab & Go’ ในรูปแบบของคีออสขนาดพื้นที่ 3×3 ตร.ม. โฟกัสพื้นที่ขายในเชตชุมชน เช่น 7-Eleven, โลตัส เฟรซ ฯลฯ เนื่องจากร้านไข่หวานบ้านซูชิรูปแบเดิมต้องใช้เงินลงทุน1.2 ล้านบาท ใช้เวลาคืนทุน 3 ปี ทำให้ผู้ลงทุนบางคนมองว่า ราคาสูงไป และคืนทุนช้า จึงสร้างโมเดลใหม่นี้ขึ้นมาตอบโจทย์ โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 600,000 บาท ระยะเวลาคืนทุนประมาณ 1 ปีครึ่ง

 

นอกจากนี้ มีแผนจะบุกเข้า ‘ห้าง’ ในรูปแบบของ ‘อาหารพร้อมปรุง’ และ ‘อาหารพร้อมทาน’ ซึ่งอาจจะเป็นการแตกแบรนด์ใหม่และไม่ได้ไปในรูปแบบของซูชิ เพื่อยกระดับแบรนด์ให้ไปอีกสเต็ปหนึ่ง 

 

“โมเดลธุรกิจเราไม่ได้ทำเองทั้งหมด หากอยู่ในพื้นที่ของ Franchisee จะถามว่า พร้อมทำหรือไม่ ถ้าคนไม่พอ เรามีซัพพอร์ต บูธมีให้ใช้ แต่อาหารเป็นของทาง Franchisee เป็นการเพิ่มรายได้ให้พวกเขา แล้วสุดท้ายจะส่งผลดีมาถึงเรา”

 

เบอร์ 1 ‘ซูชิระดับแมส’ ของไทย ในอีก 3-5 ปี  

 

สำหรับการ ‘ตั้งต้นใหม่’ เพื่อหวนคืนสู่ตลาด ไข่หวานบ้านซูชิตั้งเป้าหมายไว้ว่า ในปี 2569 จะมีสาขาสแตนด์อะโลนเพิ่มราว 10 สาขา มีรถไข่หวาน Go 50 คัน และผลประกอบการจะพลิกมา ‘กำไร’ อีกครั้ง

 

ส่วนแผนในอีก 3-5 ปี ปักหมุดจะขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของซูชิในระดับแมสของไทย ซึ่ง สุรพงศ์ ยอมรับว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป

 

เพราะด้วยอายุของแบรนด์ที่อยู่มานาน 8-9 ปี ย่อมพิสูจน์ถึงความแข็งแรงและได้รับการยอมรับจากตลาด รวมถึงผู้บริโภค ประกอบกับการมีสาขาถึง 270 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ ถือเป็นจำนวนที่ไม่น้อย และไม่แน่ใจมีแบรนด์ใดทำได้หรือไม่ แต่เท่าที่สุรพงศ์หาข้อมูลมา ‘ไม่มี’

 

ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นศักยภาพของไข่หวานบ้านซูชิ

 

“เราไม่สามารถห้ามให้คนทำธุรกิจหรือปฏิเสธการแข่งขันได้ ดังนั้นจึงวางแกนหลักให้ธุรกิจแข็งแรงในระยะยาว ด้วยการเน้นวางมาตรฐาน สื่อสารการตลาด และในภาวะปัจจุบันการเป็นคู่แข่งทางตรง มีแต่เสียกับเสีย จะดีกว่าไหมจะเป็นพาร์ทเนอร์กัน ไม่ต้องเป็นคู่แข่งสู้กันเอาเป็นเอาตาย”

 

ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับใคร โดย Mindset ของไข่หวานบ้านซูชิ มองทุกคนเป็นพาร์ทเนอร์ ไม่ได้มองเป็นคู่แข่ง ซึ่งในอนาคตอาจจะมีความร่วมมือในการครีเอตเมนูหรือทำตลาดร่วมกับผู้เล่นรายอื่นก็ได้

]]>
1554214
“ไข่หวานบ้านซูชิ” แฟรนไชส์ซูชิ 83 ล้าน กับยุคเปลี่ยนผ่านสู่เจ้าของใหม่ https://positioningmag.com/1379443 Mon, 28 Mar 2022 08:28:38 +0000 https://positioningmag.com/?p=1379443 ไข่หวานบ้านซูชิภายใต้เจ้าของใหม่ บริษัท ที เอช เค โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) เร่งสปีดขยายแฟรนไชส์ พร้อมเคลียร์ใจสาขาต้นตำรับเมืองทองธานี ย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่สาขาเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา นำร่องโมเดลใหม่มีไดรฟ์ทรู เตรียมเปิดปลายเดือนเมษายนนี้

จากธุรกิจครอบครัว สู่โฮลดิ้ง คอมพานี

ถ้าพูดถึงประเภทของอาหารต่างๆ อาหารญี่ปุ่นต้องอยู่ในลิสต์อันดับต้นๆ ที่คนไทยโปรดปราน ไม่ว่าจะเป็นซูชิ ราเมน ปลาดิบ หรือข้าวหน้าต่างๆ ทำให้ได้เห็นร้านอาหารญี่ปุ่นมากมายหลายแบรนด์ในไทย ทั้งเป็นเชนร้านอาหารใหญ่ๆ และร้านแบบโลคอล และแทบจะมีในทุกระดับราคาตั้งแต่กลางๆ ไปจนถึงพรีเมียม

ซูชิเป็นอีกหนึ่งเมนูยอดนิยมในบรรดากลุ่มอาหารญี่ปุ่น ในประเทศไทยมีหลายเซ็กเมนต์มากตั้งแต่ราคาคำละ 5 บาทตามตลาดนัด ระดับกลาง ระดับร้านอาหารญี่ปุ่น ไปจนถึงระดับพรีเมียมแบบโอมากาเสะเลยทีเดียว ซึ่งในเซ็กเมนต์ระดับกลางราคาเริ่มต้นหลักสิบบาท เป็นอีกหนึ่งเซ็กเมนต์ที่มีการเติบโต และได้รับความนิยมจนต่อยอดเป็นแฟรนไชส์ได้มากมาย ปัจจุบันมีนับ 10 แบรนด์เลยก็ว่าได้

ไข่หวานบ้านซูชิ

“ไข่หวานบ้านซูชิ” เป็นหนึ่งในแบรนด์ต้นๆ ในกลุ่มนี้ เป็นแฟรนไชส์ซูชิที่มีหลายสาขา มีคอนเซ็ปต์หลักคือ ซูชิในราคาไม่แรง เริ่มต้นที่ 10-30 บาท มีหลายหน้า มีสาขาเยอะ

จุดเริ่มต้นของแบรนด์ก่อตั้งโดย ปุณิกา ธรรมขันธ์ หรือ เจี๊ยบ ข้อมูลจากรายการอายุน้อยร้อยล้าน ออกอากาศเมื่อเดือนมกราคม 2561 ระบุว่าปุณิกา เป็นพยาบาล มีแฟนหนุ่ม นิกร คลังทอง ที่ทำอาหารญี่ปุ่นอยู่แล้ว มีความรู้เรื่องซูชิ วัตถุดิบ และการปรุงน้ำซอส น้ำส้ม จึงมีความสนใจอยากเปิดร้านเอง ได้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ การบริหารธุรกิจจึงเป็นสไตล์ธุรกิจครอบครัว

ปุณิกา ธรรมขันธ์
ปุณิกา ธรรมขันธ์ เจ้าของเดิมของไข่หวานบ้านซูชิ

จุดเด่นตรงที่การเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ มีสูตรเฉพาะของทางร้าน และราคาไม่แพงมาก ไม่เอากำไรมาก เริ่มต้นขายที่ล็อกศูนย์อาหารเมืองทองธานี โซน A ผลจากการบอกปากต่อปาก และแชร์ลงโซเชียลฯ อีกทั้งศูนย์อาหารมีการปรับปรุง ผ่านไป 4-5 ปี จึงย้ายร้านมาตั้งเป็นร้านประจำ เป็นห้องแถว เป็นอีกหนึ่งเดสติเนชั่นของเมืองทองธานี ในตอนนั้นมีเมนูซูชิทั้งหมด 40 หน้า เริ่มต้นที่ 10 บาท มียอดขายเดือนละแสนชิ้น รายได้เดือนละ 2 ล้านบาท

จากนั้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2563 ไข่หวานบ้านซูชิเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อ บริษัท ที เอช เค โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทำการเจรจาซื้อกิจการ และบริหารกิจการในนาม บริษัท ไข่หวานบ้านซูชิ (ประเทศไทย) จำกัด ถือเป็นการโอนถ่ายกิจการโดยสมบูรณ์ ผู้บริหารเดิมได้ให้สิทธิ์ขาดในแบรนด์สินค้า เครื่องหมายทางการค้า ตลอดจนสูตรลับ สูตรซอส สูตรน้ำจิ้ม ตลอดจนแหล่งวัตถุดิบ ความลับทั้งหมด พร้อมกับเงื่อนไขว่าผู้บริหารเดิม (ปุณิกา) จะไม่สามารถประกอบธุรกิจ บริการอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันได้ ในการซื้อขายในขณะนั้น ไข่หวานบ้านซูชิมีสาขาทั้งหมด 70 สาขา

ไข่หวานบ้านซูชิ

อมรา ไทยรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไข่หวานบ้านซูชิ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าว่า

“แต่เดิมไข่หวานบ้านซูชิดำเนินธุรกิจรูปแบบครอบครัว จุดเริ่มต้นในการซื้อกิจการครั้งนี้ เนื่องจากไปทานอาหารญี่ปุ่น แล้วชื่นชอบรสชาติ เลยเจรจาขอซื้อทั้งแบรนด์ ทั้งสูตรเฉพาะ แหล่งวัตถุดิบ สัญญาได้สิทธิ์ขาดทุกเรื่อง การเปลี่ยนแปลงก็คือ แบรนด์จะถูกบริหารด้วยมืออาชีพ มีระบบในการขยายแฟรนไชส์มากขึ้น”

บริษัท ที เอช เค โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทโฮลดิ้ง คอมพานีที่ลงทุนในกลุ่มธุรกิจต่างๆ มีบริษัทในเครือกว่า 40 บริษัท ครอบคลุมหลากหลายธุรกิจ ได้แก่ ขนส่ง ค่ายเพลง อาหาร อสังหาริมทรัพย์ ไอที โรงแรม รวมไปถึง “มังกรฟ้า” ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ทางบริษัทได้ร่วมลงทุนด้วยเช่นกัน

ข้อพิพาทสาขาเมืองทองฯ

แต่เดิมไข่หวานบ้านซูชิ สาขาเมืองทองธานี เปรียบเสมือนสาขาดั้งเดิม สำนักงานใหญ่ รวมไปถึงเป็นสถานที่เทรนนิ่งสำหรับแฟรนไชส์อีกด้วย เนื่องจากเป็นสาขาแรกที่ปุณิกาทำธุรกิจก่อนที่จะขยายสาขาต่อเนื่อง

ทีนี้หลังจากที่เกิดการซื้อกิจการ ทางปุณิกายื่นข้อเสนอ 1 ข้อ โดยขอดูแลสาขาเมืองทองฯ ต่อไปก่อน เนื่องจากปั้นมากับมือ ทางทีมผู้บริหารใหม่ก็มองเห็นว่า ใช้สาขาเมืองทองเป็นสาขาต้นแบบในการฝึกพนักงานสำหรับขยายแฟรนไชส์ไปก่อน แต่ปุณิกาจะได้สิทธิ์แค่พื้นที่ร้าน และอุปกรณ์เท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ในเรื่องสูตรอาหารแล้ว

ปรากฏว่าเมื่อไม่นานมานี้ปุณิกาต้องการหยุดพักในการทำธุรกิจ จึงประกาศเซ้งร้าน และอุปกรณ์ภายในร้านทั้งหมด ผู้ที่มาซื้อต่อก็คือ แฟรนไชส์ใน จ.ราชบุรี จากนั้นได้ทำการเปลี่ยนชื่อร้านเป็น “Sushi To Go – ซูชิทูโก เมืองทอง”

อมราบอกว่า เป็นการเข้าใจผิดกัน การที่เจ้าของเก่าประกาศขายอุปกรณ์ และร้าน แต่สิทธิ์ในการบริหารร้านเป็นของทีมใหม่แล้ว แต่ทางนั้นได้ทำการเปลี่ยนชื่อแบรนด์ไปด้วย

เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กเพจ “Sushi To Go – ซูชิทูโก เมืองทอง” ระบุว่า “เนื่องจากทางแบรนด์ไข่หวานบ้านซูชิ มีการปรับปรุงรายละเอียดของสัญญาจากทีมผู้บริหารใหม่ในมาตรฐานและสูตรมาตรฐาน เพื่อควบคุมรสชาติและวัตถุดิบของทุกสาขาให้เป็นตามข้อกำหนดของบริษัท ดังนั้นเพื่อให้มาตรฐานรสชาติอาหารและคุณภาพวัตถุดิบซูชิตามที่ลูกค้าคุ้นเคยตามแบบฉบับของร้าน ไข่หวานบ้านซูชิ เมืองทอง จึงไม่สามารถปฏิบัติตามได้ และขอเปลี่ยนชื่อเป็น ซูชิทูโก (SUSHI TO GO) เมืองทอง ตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. 2565 เป็นต้นไป จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน”

ด้านเฟซบุ๊ก “ไข่หวานบ้านซูชิ สำนักงานใหญ่” โพสต์ข้อความระบุว่า “บริษัท ไข่หวานบ้านซูชิ (ประเทศไทย) จำกัด ขอเรียนแจ้งให้ทราบว่า ร้านไข่หวานบ้านซูชิ สาขาเมืองทองธานี (สาขาแรก) ได้ย้ายความอร่อย มีสูตรเฉพาะ มายัง “ร้านไข่หวานบ้านซูชิ สาขาเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา” โดยสามารถติดตามข่าวสารอัปเดตได้ที่เพจ ไข่หวานบ้านซูชิ สาขาเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ทั้งนี้ แบรนด์ไข่หวานบ้านซูชิ ยังคงยึดมั่นในการรักษามาตรฐาน และใช้สูตรอาหารตามแบบฉบับของต้นตำรับเดิม (การันตีโดย คุณเจี๊ยบ ผู้ก่อตั้ง) ไม่ว่าจะเป็นซูชิที่สดใหม่ “หน้าใหญ่ ไซส์แน่น” และน้ำส้ม น้ำซอส สูตรพิเศษที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสไตล์ญี่ปุ่น”

เตรียมปั้นสาขาเลียบด่วนฯ ศูนย์ฝึกแห่งใหม่

ก่อนหน้าที่จะเกิดปัญหาการเปลี่ยนชื่อร้านของสาขาเมืองทอง ทางทีมผู้บริหารใหม่ได้เตรียมย้ายศูนย์ฝึกเทรนนิ่ง และสำนักงานใหญ่มายังสาขาเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทราอยู่แล้ว โดยต้องการพื้นที่มากขึ้น รองรับคนได้มากขึ้น

ไข่หวานบ้านซูชิ

“แต่ก่อนเราใช้สาขาเมืองทองฯ เป็นศูนย์ฝึกอบรมแฟรนไชส์ เนื่องจากเป็นตึกแถว อาคารพลาซ่า ทำให้มีพื้นที่น้อย เลยย้ายมาแห่งใหม่ที่อยู่แถวเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา มีพื้นที่เกือบ 1 ไร่ มีที่จอดรถมากกว่า 20 คัน ปั้นเป็นโมเดลไดรฟ์ทรูสาขาแรกด้วย”

สาขานี้จะมีโมเดลไดรฟ์ทรู และมีพื้นที่นั่งทานในร้าน คาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ ใช้งบลงทุน 10-15 ล้านบาท

ธุรกิจแฟรนไชส์รุ่ง คนอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง

ตอนที่ทำการซื้อขายกิจการเมื่อปี 2563 ไข่หวานบ้านซูชิมีสาขาทั้งหมด 70 สาขา ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 150 สาขา แบ่งเป็นสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 70% และต่างจังหวัด 30% ในปีนี้ตั้งเป้ามีสาขาทั้งหมด 200 สาขา ที่จะขยายอีก 50 สาขาเป็นสาขาแฟรนไชส์ทั้งหมด

อมราบอกว่า แม้เศรษฐกิจ และสถานการณ์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจะไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก แต่ธุรกิจแฟรนไชส์ไม่ลดลงเลย มีการขยายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากพิษของ COVID-19 ที่อาจจะทำให้หลายคนตกงาน จึงมองหาการทำธุรกิจเป็นของตัวเอง และการลงทุนแฟรนไชส์ก็ค่อนข้างที่จะการันตีความสำเร็จ และยอดขายได้ในระดับหนึ่ง เพราะแบรนด์ส่วนใหญ่เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาในการสร้างแบรนด์ หรือทำการตลาดมากนัก

ปัจจุบันไข่หวานบ้านซูชิมีแพ็กเกจแฟรนไชส์ราคาเดียว 600,000 บาท ได้สิทธิ์ 3 ปี ไม่มีการเก็บค่า GP ราคานี้ไม่รวมค่าตกแต่งร้าน สิ่งที่ได้จะเป็นพวกอุปกรณ์ น้ำส้ม น้ำซอสในการสั่งซื้อครั้งแรก ส่วนวัตถุดิบอื่นๆ เช่น หน้าซูชิ ทางบริษัทไม่มีจำหน่าย แต่จะแนะนำซัพพลายเออร์ให้ ทางแฟรนไชส์สามารถซื้อจากที่แนะนำ หรือซื้อที่อื่น แต่ต้องมีคุณภาพใกล้เคียงกัน

ในการเปิดร้านแฟรนไชส์ทางบริษัทแนะนำว่าต้องมีพื้นที่ขนาด 50 ตารางเมตรขึ้นไป บาร์ซูชิต้องยาว 4 เมตร เน้นมีที่จอดรถ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่นิยมซื้อกลับบ้าน มองหาโมเดลใหม่ๆ ทำเลใหม่ๆ เช่นกัน ในห้างฯ ตลาด ปั๊มน้ำมัน

ในปี 2564 ไข่หวานบ้านซูชิมียอดขายรวม 83 ล้านบาท ปัจจุบันมีซูชิทั้งหมด 70 หน้า ราคาเริ่มต้น 10 – 30 บาท ยอดการซื้อเฉลี่ย 180-200 บาท/บิล

มีการตั้งเป้าขยายสาขาให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ในตอนนี้ยังมี 28 จังหวัดที่ยังไม่มีสาขา ในโซนภาคใต้มีความยากมากที่สุด เพราะต้องผ่านฮาลาลก่อน รวมไปถึงมองแผนในการขยายไปตลาดต่างประเทศ มองที่เวียงจันทน์ ประเทศลาวก่อน จากนั้นค่อยไปกัมพูชา และมาเลเซีย เป็นโมเดลลงทุนเอง ก่อนที่จะขยายแฟรนไชส์ในอนาคต

โอกาสธุรกิจอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย

องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) เปิดผลสำรวจร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยปี 64 ถึงแม้มีการระบาดของโควิด-19 ในไทยต่อเนื่อง

  • จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมีจำนวน 4,370 ร้าน (ไม่รวมร้านอาหารที่ปิดชั่วคราวเพราะผลกระทบโควิด-19)
  • เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบปี 63 ที่มี 4,094 ร้าน โดยอยู่ในต่างจังหวัด 2,297 ร้าน เพิ่มขึ้น 15.5% จากปี 63 ที่มี 1,989 ร้าน และในกรุงเทพฯ 2,073 ร้าน ลดลง 1.5% จากปี 63 ที่มี 2,105 ร้าน
  • เป็นครั้งแรกที่ร้านในต่างจังหวัดมีจำนวนแซงหน้าในกรุงเทพฯ
  • ประเภทร้านที่เพิ่มขึ้นมากเป็นพิเศษคือ ร้านซูชิ เพิ่มถึง 342 ร้าน รวม 1,196 ร้าน โดยเฉพาะการเพิ่มสาขาแบบแฟรนไชส์ตามด้วยภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น 197 ร้าน รวม 1,071 ร้าน ร้านราเมง 80 ร้าน รวม 459 ร้าน
]]>
1379443