ไมโครซอฟท์ – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Fri, 05 Jan 2024 05:06:55 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ปีแห่งพีซีเอไอ! ‘Microsoft’ เตรียมเพิ่มคีย์ ‘Copilot’ สำหรับเรียกผู้ช่วย ‘เอไอ’ ถือเป็นการอัปเดตแป้นพิมพ์ครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปี https://positioningmag.com/1457779 Fri, 05 Jan 2024 02:21:01 +0000 https://positioningmag.com/?p=1457779 หลังจากที่ ChatGPT เอไอสุดอัจฉริยะที่พัฒนาโดย OpenAI สร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก ทำให้ Microsoft ยอมควักเงิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ลงในทุนกับ OpenAI ทำให้ Microsoft สามารถใช้โมเดลของ OpenAI กับผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ ล่าสุด Microsoft เตรียมเพิ่มคีย์ Copilot สำหรับเรียกผู้ช่วยเอไอ

หลังจากที่ ไมโครซอฟท์ (Microsoft) บริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ ได้ประกาศว่า ปีนี้จะเป็น ปีแห่งพีซีเอไอ ล่าสุด บริษัทได้เปิดเผยว่าจะ เพิ่มปุ่ม Copilot สำหรับพีซีระบบปฏิบัติการ Windows รุ่นใหม่บางรุ่น สำหรับเรียกใช้งานเอไอแชทบอทเพื่อถามคำถามหรือช่วยร่างอีเมลได้

“นี่จะไม่เพียงทำให้ประสบการณ์การใช้คอมพิวเตอร์ของผู้คนง่ายขึ้น แต่ยังขยายให้มากขึ้นอีกด้วย ทำให้ปี 2024 เป็นปีแห่งพีซีแบบเอไอ และคีย์ใหม่นี้จะทำให้การมีส่วนร่วมของ Copilot ในแต่ละวันของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น” Yusuf Mehdi รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดผู้บริโภคของ Microsoft กล่าว

การเพิ่มปุ่มใหม่บนคีย์บอร์ดของพีซี Windows นี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครั้งแรก นับตั้งแต่ Microsoft เพิ่มคีย์ Windows ในปี 1994 โดยปุ่ม Copilot นั้นจะวางอยู่โลโก้ด้านขวาล่างของคีย์บอร์ดใกล้กับ Space bar และปุ่ม Alt และแน่นอนว่า Copilotเอไอแชทบอทจะขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีพื้นฐานของ OpenAI หลังจากที่ Microsoft ลงทุน 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่ผ่านมา หลังจากที่ Microsoft ลงทุนใน OpenAI บริษัทก็ได้นำเทคโนโลยีเอไอมาใช้กับการทำงานของโปรแกรมตระกูล Microsoft Office ไม่ว่าจะเป็น Outlook, PowerPoint, Excel และ Word โดยใช้ชื่อว่า Copilot ซึ่งจะช่วยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อาทิ Word สามารถช่วยร่างเอกสาร, ปรับภาษาให้เป็นทางการขึ้นหรือน้อยลง PowerPoint สามารถนำเนื้อหาจาก Word มาสร้างสไดล์ พร้อมใส่ภาพที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

‘ไมโครซอฟท์’ เตรียมใส่ความสามาถ ‘ChatGPT’ ใน ‘Microsoft Office’ เชื่อจะเปลี่ยนวิธีการทำงานคนนับล้าน

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ Copilot ยังไม่ได้เปิดให้บริการในทุกประเทศ ดังนั้น ถ้าใครที่ซื้อพีซีรุ่นใหม่ที่มีปุ่ม Copilot แต่ยังไม่มีฟีเจอร์ดังกล่าวให้ใช้ การกดปุ่ม Copilot จะเป็นการเปิด Windows Search แทน

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของ Microsoft นั้นเกิดก่อนการประชุมเทคโนโลยี CES ในสัปดาห์หน้า ซึ่งคาดว่าจะมีการเปิดตัวการอัปเดตผลิตภัณฑ์เอไอเพิ่มเติมจากหลาย ๆ บริษัท เนื่องจากปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ต่างเร่งพัฒนาและบูรณาการเครื่องมือเอไอ เข้ากับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของตน

Source

]]>
1457779
ไม่ต้องพึ่งใคร! ‘Microsoft’ กำลังพัฒนาชิป AI ของตัวเองเพื่อลดต้นทุน https://positioningmag.com/1428176 Fri, 21 Apr 2023 06:37:51 +0000 https://positioningmag.com/?p=1428176 ถึงกับยอมทุ่มเงินสูงถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลงทุนใน Open AI ผู้สร้าง ChatGPT แต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะ Microsoft บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของโลกกำลังพัฒนาชิป AI ของตัวเอง เพื่อลดการพึ่งพาบริษัทคู่ค้า เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่สูง

มีรายงานว่าบริษัท ไมโครซอฟท์ (Microsoft) กำลังซุ่มพัฒนนาชิป AI ของตัวเองที่สามารถใช้เพื่อฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่โดยใช้ชื่อว่า Athena เพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาบริษัทผู้ผลิตชิปอย่าง Nvidia เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่สูง โดยจากข้อมูลของรายงานพบว่า ไมโครซอฟท์ไม่ได้เพิ่งคิดเรื่องนี้ แต่บริษัทได้พัฒนาชิปอย่างลับ ๆ ตั้งแต่ปี 2019 แล้ว

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า พนักงานของไมโครซอฟท์และ OpenAI บางส่วนสามารถเข้าถึงชิปเหล่านี้แล้วเพื่อทดสอบว่าชิปเหล่านี้ทำงานได้ดีเพียงใดสำหรับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ล่าสุดอย่าง GPT-4

ปัจจุบัน Nvidia เป็นซัพพลายเออร์หลักของชิปเซิร์ฟเวอร์ AI ในขณะนี้ คิดเป็นสัดส่วนถึง 95% โดยบริษัทต่าง ๆ ต่างแย่งกันซื้อชิปเหล่านี้ และประมาณการว่า OpenAI จะต้องการ GPU A100 ของ Nvidia มากกว่า 30,000 ตัว ซึ่งราคาล่าสุดของชิป Nvidia ตัวนี้คาดว่าจะมีราคาสูงถึง 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.3 ล้านบาท เลยทีเดียว

ดังนั้น ไม่ว่าการแข่งขันเพื่อพัฒนา AI Chatbot จะรุนแรงแค่ไหน คนที่ได้ประโยชน์ที่สุดก็คือ Nvidia จึงไม่แปลกที่ ไมโครซอฟท์จะเริ่มพัฒนาชิปของตัวเองเพื่อหวังจะประหยัดเงินในการผลักดัน AI ของตนได้ โดยมีการคาดการณ์ว่า การผลิตชิปของตัวเองจะช่วยประหยัดถึง 1/3 ของค่าใช้จ่าย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่า ไมโครซอฟท์จะให้บริการชิปเหล่านี้แก่ลูกค้า Azure cloud ของตนหรือไม่ แต่ผู้ผลิตซอฟต์แวร์กำลังวางแผนที่จะทำให้ชิป AI ของตนพร้อมใช้งานในวงกว้างมากขึ้นภายใน Microsoft และ OpenAI ในช่วงต้นปีหน้า ไมโครซอฟท์ยังมีแผนที่จะพัฒนาชิปอีกหลายรุ่นในอนาคต

จริง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ไมโครซอฟท์คิดจะทำชิป AI ของตัวเอง ในกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีหลายรายที่ทำชิปของตัวเองแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Amazon, Google และ Meta ที่ออกแบบชิป AI ของตัวเอง โดยไมโครซอฟท์ถือเป็นบริษัทเทคโนโลยีรายล่าสุดที่ทำ

Source

]]>
1428176
‘ไมโครซอฟท์’ เตรียมใส่ความสามาถ ‘ChatGPT’ ใน ‘Microsoft Office’ เชื่อจะเปลี่ยนวิธีการทำงานคนนับล้าน https://positioningmag.com/1423705 Fri, 17 Mar 2023 05:13:44 +0000 https://positioningmag.com/?p=1423705 หลายคนน่าจะได้สัมผัสกับความฉลาดของ ChatGPT กันไปแล้ว เพราะตั้งแต่เปิดตัวไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ภายใน 2 เดือนก็มีผู้ใช้งานกว่า 100 ล้านคน จนบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft (ไมโครซอฟท์) ถึงกับทุ่มเงิน 1 หมื่นล้านดอลลลาร์ลงทุนใน Open AI ผู้พัฒนา ChatGPT ล่าสุด ไมโครซอฟท์ก็จะนำ ChatGPT ไปใส่ใน Microsoft Office

Microsoft ได้เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของ ChatGPT มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของโปรแกรมตระกูล Microsoft Office ไม่ว่าจะเป็น Outlook, PowerPoint, Excel และ Word โดยมั่นใจว่าจะช่วยเปลี่ยนวิธีการทำงานของคนนับล้านในแต่ละวัน

ผู้ใช้ Microsoft 365 จะสามารถใช้ AI ‘Co-pilot’ ฟีเจอร์ใหม่ที่สร้างขึ้นบนเทคโนโลยีเดียวกันกับที่พัฒนา ChatGPT ซึ่งจะช่วยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อาทิ

  • Word: สามารถช่วยร่างเอกสาร, ปรับภาษาให้เป็นทางการขึ้นหรือน้อยลง, หรือเติมเอกสารจากโครงร่างที่กำหนด
  • Excel: สร้างตารางจากโครงสร้างที่กำหนด, สร้างกราฟจากข้อมูลที่ต้องการ, ให้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยเขียนสูตรทำนายค่าต่าง ๆ
  • PowerPoint: นำเนื้อหาจาก Word มาสร้างสไดล์ พร้อมใส่ภาพที่เกี่ยวข้อง, ย่อการนำเสนอให้สั้นลง
  • Outlook: สรุปอีเมลที่ยังไม่ได้อ่าน, ช่วยร่างอีเมลตอบกลับ ถามประเด็นที่ต้องการ, แก้ไขอีเมลให้สั้นลง
  • Teams: สรุปเนื้อหาการประชุม, สรุปข้อดีข้อเสียที่คุยกัน, สรุปหัวข้อที่พูดคุยกันพร้อมหาสิ่งที่ต้องทำต่อไป

ปัจจุบัน ฟีเจอร์ดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบกับลูกค้าเพียง 20 ราย เท่านั้น ทั้งนี้ การประกาศฟีเจอร์ใหม่ของ Microsoft มีขึ้นหนึ่งเดือนหลังจากนำคุณสมบัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่คล้ายกันมาสู่ Bing หรืออย่าง Google ก็ได้ประกาศว่าจะนำ AI มาสู่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพเช่น Gmail, Sheets และ Docs แสดงให้เห็นว่าในปัจจุบัน AI ได้กลายเป็นอาวุธใหม่ ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

สำหรับ ChatGPT ถือเป็นแพลตฟอร์ม AI Chatbot ที่ได้เปิดตัวในช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยภายใน 2 เดือนหลังจากเปิดตัวก็มีผู้ใช้มากถึง 100 ล้านคน และในเดือนนี้ ChatGPT กำลังจะออก ChatGPT 4 ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ ซึ่งจะเพิ่มความสามารถในการโต้ตอบกับผู้ใช้ที่ป้อนข้อมูลเป็นภาพได้ ในขณะที่รุ่นก่อน ๆ สามารถโต้ตอบได้ในรูปแบบข้อความเท่านั้น

]]>
1423705
ลือ! ‘ไมโครซอฟท์’ เตรียมทุ่ม 1 หมื่นล้านดอลลาร์ลงทุน ‘OpenAI’ ผู้พัฒนา ChatGPT https://positioningmag.com/1415091 Wed, 11 Jan 2023 03:35:47 +0000 https://positioningmag.com/?p=1415091 นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022 หลายคนกำลังฮือฮากับความฉลาดของ ChatGPT เอไอแชทบอทที่สามารถสื่อสารกับมนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังสามารถตอบคำถามได้เกือบทุกเรื่อง แม้แต่ขอให้ตั้งคำถามหรือเขียนสคริปต์การเรียนการสอนโดยที่เราไม่ต้องหาข้อมูลเอง ด้วยความฉลาดล้ำขนาดนี้ ไมโครซอฟท์ เลยเตรียมทุ่มเงินถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อลงทุน

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกวางแผนที่จะลงทุน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ในบริษัท OpenAI ซึ่งเป็นองค์กรที่พัฒนางานวิจัยเกี่ยวกับด้านปัญญาประดิษฐ์ผู้พัฒนาเอไอ ChatGPT และถ้าไมโครซอฟท์สามารถลงทุนได้ จะทำให้ OpenAI มีมูลค่าที่สูงถึง 29,000 ล้านดอลลาร์

แม้จะยังไม่มีความชัดเจนว่าข้อตกลงดังกล่าวจะได้ข้อสรุปเมื่อไหร่ แต่ทางไมโครซอฟท์วางแผนที่จะปิดดีลให้ได้ภายในสิ้นปี 2023 นี้ อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงของการลงทุนจากไมโครซอฟท์นั้นค่อนข้างซับซ้อน ซึ่งมีการเปิดเผยถึงรายละเอียดของการลงทุนว่า ไมโครซอฟท์จะได้รับส่วนแบ่ง 75% จากผลกำไรของ OpenAI จนกว่าจะได้รับเงินคืนจากการลงทุน หลังจากนั้นบริษัทจะส่วนแบ่งหุ้น 49% ใน OpenAI ส่วนนักลงทุนอื่นถือรวมกัน 49% และบริษัทแม่ที่ไม่แสวงหากำไรถือ 2%

การที่ไมโครซอฟท์ลงทุนใน ChatGPT นั้น คาดว่าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการค้นหาเว็บบนแพลตฟอร์ม Bing ของบริษัทที่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งเพียงเล็กน้อยในตลาดเสิร์ชเอนจิ้นทั่วโลก ดังนั้น ChatGPT จะช่วยให้ไมโครซอฟท์สามารถแข่งขันกับ Google ที่เป็นผู้นำตลาดโลก โดยชูจุดเด่นด้านความสามารถในการค้นหาขั้นสูง

Source

]]>
1415091
‘ไมโครซอฟท์’ เชียร์ไทยดันอุตสาหกรรม ‘พลังงานสะอาด’ ก้าวข้ามจาก Made in สู่ ‘Born in Thailand’ https://positioningmag.com/1394955 Thu, 04 Aug 2022 08:11:05 +0000 https://positioningmag.com/?p=1394955 ครบ 5 ปีเต็มที่ ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กุมบังเหียน ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ ล่าสุด ธนวัฒน์ก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงแง่มุมหรือทิศทางที่ประเทศไทยจะสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้าง New S-Curve ก้าวจาก Made in Thailand ไปสู่ Born in Thailand

ไทยติดหล่มผู้รับจ้างไม่ใช่เจ้าของ

อ้างอิงจากผลสำรวจ World Digital Competitiveness Ranking 2021 ของสถาบัน IMD จากสวิตเซอร์แลนด์ พบว่า ไทยถูกจัดอยู่ใน ลำดับ 38 จากทั่วโลก และ อันดับ 10 ของเอเชีย โดย

  • ความพร้อมด้านองค์ความรู้ อันดับ 42
  • ความพร้อมด้านเทคโนโลยี อันดับ 22
  • ความพร้อมด้าน Future Readiness อันดับ 44
  • การผลิตบัณฑิตสายวิทยาศาสตร์ อันดับ 17
  • การส่งออกเทคโนโลยีชั้นสูง อันดับ 12
  • ทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล อันดับ 42
  • การจ้างงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อันดับ 58
  • การจดสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยีระดับสูง อันดับ 42

แม้จะมีการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงจะอยู่อันดับที่สูง แต่ในความเป็นจริงไทยอยู่ในฐานะผู้รับจ้างผลิตไม่ได้เป็นเจ้าของ ดังนั้น จะเห็นว่ามีหลายด้านมากที่ไทยยังต้องพัฒนา โดยเฉพาะการผลิตหรือจดสิทธิบัตรด้านนวัตกรรมของตัวเอง

ธนวัฒน์ กล่าวว่า ไมโครซอฟท์ ได้พยายามเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคต่อไป โดยแบ่งเป็น 3 ด้านหลัก ๆ ได้แก่

  • สร้างคน – ทักษะเชิงดิจิทัล และการเรียนรู้ในทุกระดับ
  • สู่อนาคต – เทคโนโลยีที่เสริมศักยภาพในการคิดและสร้างสิ่งใหม่ๆ อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ
  • เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่า – ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อนำทั้งทักษะและเทคโนโลยีมาสร้างความเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสได้จริง

โดยไมโครซอฟท์วางเป้าเสริมทักษะเชิงดิจิทัลให้กับคนไทยในได้ 10 ล้านคน ภายในปี 2024 โดยปัจจุบันได้รีสกิลและอัพสกิลให้คนไทยแล้วกว่า 3 ล้านคน และจากนี้จะจับมือกับพาร์ตเนอร์ในการสร้าง ไมโครซอฟท์เลิร์นนิ่งเวิร์ส ให้คนเข้ามาเรียนเกี่ยวกับทักษะด้านดิจิทัล

สำหรับเทรนด์เทคโนโลยีโลกทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ Metaverse, AI, Quantum Computing และ Hybrid Work ซึ่งทั้ง 4 เทคโนโลยีทางไมโครซอฟท์ก็พร้อมสนับสนุน โดยให้บริการบนคลาวด์ ดังนั้นต้นทุนจะต่ำ แม้ว่าเศรษฐกิจจะไม่ดี แต่ที่ผ่านมาธนวัฒน์ก็ยังเห็นการลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องในทุกอุตสาหกรรม

“ตอนนี้บริการต่าง ๆ เราอยู่บนคลาวด์ จ่ายเท่าที่ใช้ ทำให้ต้นทุนต่ำ ซึ่งปัจจุบันทุกอุตสาหกรรมตื่นตัวลงทุนในดิจิทัลหมด โดยเฉพาะแบงก์ที่เป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยี และตอนนี้แบงก์ไทยไม่ได้มองแค่ไทย แต่เริ่มรุกตลาดภูมิภาคอื่น ๆ”

แนะไทยโฟกัสพลังงานสะอาด

หนึ่งในสิ่งที่ธนวัฒน์เห็นในไทยคือ การลงทุนในเทคโนโลยีนอกจากจะใช้เพื่อลดต้นทุนแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนเพื่อต่อยอดในมุมอื่น ๆ ของธุรกิจ อย่างธุรกิจนำเข้า-ส่งออกสินค้าจากต่างประเทศ ก็เอาเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้เพื่อช่วยในการ ลดการปล่อยมลพิษ เพราะในต่างประเทศมีค่าปรับที่สูงหากธุรกิจปล่อยมลพิษจำนวนมาก ดังนั้น ธนวัฒน์จึงมองว่าตอนนี้อุตสาหกรรม พลังงานสะอาด น่าจะเป็น New S-Curve ของไทย เช่น การทำอีวี พาไทยไปสู่ผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้า

“ตอนนี้เป็นโอกาสที่จะเปลี่ยนจาก Made in Thailand เป็น Born in Thailand เพราะตอนนี้เทคโนโลยีล้ำ ๆ ที่ใช้ในอเมริกา ไทยก็มีใช้เหมือนกัน”

ทั้งนี้ ธนวัฒน์ยืนยันว่า แม้บริษัทเทคโนโลยีหลายรายชะลอการจ้างงาน แต่ไมโครซอฟท์ยังคงมีแผนที่จะลงทุนต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2023 นี้ ก็มีแผนจะจ้างานเพิ่มอีก 20-30% ในส่วนของแผนโซลูชันซิเคียวริตี้ และพาร์ตเนอร์กับลูกค้าเพื่อช่วยในการพัฒนาโซลูชัน

]]>
1394955
เปิดมุมมอง ‘ไมโครซอฟท์’ กับการใช้ดิจิทัลฟื้นฟูศก.ไทย เมื่อทางออกเดียวคือ “ปั้นคนไอที” https://positioningmag.com/1291220 Wed, 05 Aug 2020 10:54:13 +0000 https://positioningmag.com/?p=1291220 ต้องยอมรับว่าไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการเป็นอย่างมาก เพราะแต่ละปีสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศถึง 400,000 ล้านบาท หรือราว 2.4% ของ GDP ไทย ส่งผลให้ไทยเป็นประเทศที่โดนผลกระทบจาก COVID-19 เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชีย จากที่คาดว่า GDP จะเติบโต 3% กลายเป็นติดลบ –6.7% และจะมีอัตราว่างงานถึง 7.1% จากที่ปกติต่ำกว่า 1% อย่างไรก็ตาม จากวิกฤตินี้ส่งผลให้เทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ส่งผลให้มีความต้องการ ‘แรงงานไอที’ พุ่งสูงขึ้น ดังนั้น โอกาสที่จะอยู่รอดคือต้อง ‘รีสกิล’ และ ‘อัพสกิล’ เพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต

ทางรอดเดียวต้องมีทักษะด้านไอที

ปัจจุบัน ทั่วโลกมีแรงงานด้านเทคโนโลยีกว่า 41 ล้านตำแหน่ง และภายในปี 2025 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 149 ล้านตำแหน่ง แบ่งเป็น งานด้านพัฒนาซอฟต์แวร์ 98 ล้านตำแหน่ง คลาวด์และดาต้า 23 ล้านตำแหน่ง การวิเคราะห์ข้อมูล แมชชีนเลิร์นนิ่ง เอไอ 20 ล้านตำแหน่ง ไซเบอร์ซิเคียวริตี้ 6 ล้านตำแหน่ง และความเป็นส่วนตัวและความเชื่อมั่น 1 ล้านตำแหน่ง สำหรับประเทศไทยเองคาดว่าตำแหน่งงานด้านเทคโนโลยีจะเพิ่มเป็น 3 ล้านตำแหน่งใน 5 กลุ่มดังกล่าว ดังนั้นจะเห็นว่านี่เป็นโอกาสที่จะพัฒนาตัวเองเพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต

“พนักงานรายวัน เด็กจบใหม่ First Jobber คนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานในเมืองเป็นส่วนที่โดนผลกระทบมากที่สุดจากการมาของ Covid-19 แม้จะตกงาน แต่ก็มีโอกาสจากงานด้านเทคโนโลยี เพราะองค์กรต้องทรานส์ฟอร์ม ความต้องการเพิ่มขึ้นตลอด” ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ตระหนักถึงเรื่องแรงงานดี จึงได้เปิดตัวโครงการเพื่อเสริมสร้างทักษะแรงงาน โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาทักษะเชิงดิจิทัลเพิ่มเติมให้กับผู้คนจำนวนกว่า 25 ล้านทั่วโลกภายในสิ้นปีนี้ และสำหรับในประเทศไทยไมโครซอฟท์ก็ได้ผนึกความร่วมมือกับทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อจะพัฒนาทักษะด้านไอที และไม่ใช่แค่บุคคลภายนอก แต่ต้องอัพสกิลและรีสกิลของพนักงานด้วย

3 เทคโนโลยีตัวฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยหลัง Covid-19

สำหรับเทคโนโลยีที่จะเป็นตัวช่วยหลักในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ทางไมโครซอฟท์มองว่ามี 3 เทคโนโลยี ได้แก่ 1.Cloud Computing ที่จะช่วยเพิ่มความเร็วและความคล่องตัว 2.Data & AI เพราะจากนี้ไปข้อมูลจะเป็นยิ่งกว่า New Air เนื่องจากข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญมากที่ทำให้แต่ละองค์กรรู้ว่าต้องเพิ่ม ต้องลดอะไร และ 3.Security ถ้าไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี เทคโนโลยีที่มีก็สูญเปล่า เพราะไม่มีใครกล้าใช้

“3 ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่องค์กรเน้นลงทุนแน่นอน ตอนนี้เทคโนโลยีกลายเป็นผลกระทบในเชิงบวก ดังนั้น เชื่อว่าองค์กรยังต้องลงทุนในไอทีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน และทุกอุตสาหกรรมจะต้องลงทุนแน่นอน”

นอกจากนี้ยังมองว่าวิกฤติ Covid-19 ส่งผลให้เกิดเทรนด์การใช้งานเทคโนโลยีแบบใหม่ ได้แก่ 1.New Way of Work and Life หรือ การผสมผสานการใช้ชีวิตและการทำงาน 2.Virtual Century โลกเสมือนที่จะใกล้ชิดกับโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น 3.Hyper Automation ทุกอย่างจะเป็นรูปแบบอัตโนมัติมากขึ้นด้วย AI 4.Accelerating Digital หรือการเร่งความเร็วในการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล 5.Business Model Revamp การเปลี่ยนธุรกิจทั้งระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใหม่ ๆ และ 6.Trust Ethics, Security & Privacy NOW องค์กรจะโฟกัสกับเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อสร้างความเชื่อมั่น

โอกาสของไมโครซอฟท์ในยุค Covid-19

ต้องยอมรับว่ารายได้จาก Licensing หรือลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์นั้นลดลงจนติดลบ แต่ในส่วนของบริการอื่น ๆ มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด อาทิ Microsoft Teams ที่เติบโตถึง 936% และอีกส่วนที่เติบโตมากคือ ‘คลาวด์’ โดยอยู่ในอัตรา 2 หลัก และบางโปรดักส์เติบโตในระดับ 3-4 หลัก ดังนั้น ไมโครซอฟท์จะเน้นการรุกตลาดคลาวด์เป็นหลัก โดยได้จัดตั้งทีมงานเฉพาะ “Customer Success Unit” เพื่อร่วมทำงานกับลูกค้าอย่างใกล้ชิดในฐานะพันธมิตร ซึ่งไมโครซอฟท์เชื่อว่า Covid-19 ถือเป็นโอกาสที่บริษัทจะเข้าไปสร้างอิมแพ็กต์ในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะทักษะทางด้านดิจิทัล

“Covid-19 เป็นตัวทดสอบว่าองค์กรจะอยู่รอดต่อไปในตลาดได้ไหม นี่เป็นช่วงเวลาที่องค์กรจะต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้อยู่รอด แม้อุปสรรคในการนำเทคโนโลยีมาใช้มีเยอะ แต่อยากมองให้อย่าถอยหลัง ต้องมีไมนด์เซตที่จะพัฒนา ถ้าไม่เปลี่ยนองค์กรจะถอยหลัง ต้องมองว่าในอุปสรรคเป็นโอกาสเสมอ”

]]>
1291220
“ไมโครซอฟท์” เปิดให้ใช้ Office 365 E1 ฟรี 6 เดือน หนุน Work from Home https://positioningmag.com/1269818 Tue, 24 Mar 2020 16:20:43 +0000 https://positioningmag.com/?p=1269818 บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด  ผนึกความร่วมมือกับทาง บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด เปิดให้ใช้บริการ Office 365 E1 Trial ฟรี 6 เดือน หนุนมาตรการ Work From Home

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 (ไวรัสโคโรน่า) ทำให้การดำเนินงานในหลายๆ ธุรกิจต้องหยุดชะงัก “ไมโครซอฟท์” จึงได้ผนึกความร่วมมือกับทาง “อินแกรม ไมโคร” ในการจัดทำโครงการพิเศษ เพื่อสนับสนุนให้พนักงานขององค์กรของท่านสามารถทำงานได้จากที่บ้าน (WFH : Work From Home) เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว

จึงได้ให้สิทธิพิเศษกับองค์กรในการใช้งานผลิตภัณฑ์ Office 365 E1 Trial ได้ฟรีจำนวน 6 เดือน ซึ่งในชุดผลิตภัณฑ์นี้ ท่านจะสามารถใช้งานผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อาทิเช่น Microsoft Teams, โปรแกรม Office, โปรแกรมสำหรับ Email และ Calendar, โปรแกรม OneDrive เป็นต้น

โดยผู้ที่ต้องการใช้งานไลเซ่นส์ชุดผลิตภัณฑ์ Office 365 E1 ฟรี 6 เดือน ลงทะเบียนได้ที่ http://bit.ly/imthofficetrial

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อ บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทาง เบอร์โทร 02-012-2222 หรือที่อีเมล์  TH-MSCSP@ingrammicro.com

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Office 365 E1 สามารถดูได้ที่นี่

https://www.microsoft.com/th-th/microsoft-365/business/office-365-enterprise-e1-business-software

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Microsoft Team สำหรับโปรแกรมภาษาไทย เข้าเยี่ยมชมได้ที่นี่

https://docs.microsoft.com/en-us/microsoftteams/e1-trial-license

]]>
1269818